Beranda / LGBTQ+ / รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง / บทที่ 1 ชีวิตของไทน์

Share

บทที่ 1 ชีวิตของไทน์

last update Tanggal publikasi: 2026-03-04 14:32:07

เสียงแปรงลวดกรีดไปกับพื้นกระเบื้องดังสะท้อนอยู่ในร้านสะดวกซื้อที่เริ่มเงียบเหงาในช่วงดึก ไทน์ ในชุดพนักงานสีซีดจางกำลังทิ้งน้ำหนักตัวลงบนด้ามไม้ถูพื้น แผ่นหลังของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนผ้าเนื้อหยาบแนบไปกับผิวหนัง ทุกจังหวะที่เธอขยับกาย กลิ่นจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อสีชมพูฉุนกึกจะลอยขึ้นมาปะทะจมูก ชวนให้เวียนหัวเมื่อผสมกับความอ่อนล้าที่สั่งสมมาตลอดทั้งวัน

เธอก้มมองเข็มนาฬิกาที่ผนัง อีกไม่กี่นาทีจะเที่ยงคืน ร่างกายของเธอกรีดร้องขอการพักผ่อน แต่สมองกลับยังคงหมุนวนอยู่กับตัวเลขในสมุดบัญชีที่บ้าน

หลังจากส่งมอบกะให้พนักงานผลัดดึกเสร็จสิ้น ไทน์ถอดผ้ากันเปื้อนแขวนไว้ที่เดิม เธอคว้ากระเป๋าผ้าใบเก่งที่สายเริ่มรุ่ยขึ้นมาสะพายไหล่ ก่อนจะเดินออกจากร้านที่สว่างจ้าด้วยไฟนีออนออกมาสู่ความมืดมิดภายนอก ลมกลางคืนหอบเอาฝุ่นควันและไออุ่นจากถนนคอนกรีตมาปะทะใบหน้า แตกต่างจากเครื่องปรับอากาศในร้านที่เย็นชืดจนผิวแห้งกร้าน

ไทน์ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่าที่เสียงเครื่องยนต์ดังโชกโชนไปตามถนนสายเล็ก เธอชะลอรถหน้าแผงลอยร้านอาหารตามสั่งที่ตั้งอยู่ริมทาง กลิ่นน้ำมันร้อนๆ และเสียงตะหลิวเคาะกระทะดังฉ่าเป็นสัญญาณว่าเธอยังพอมีอะไรตกถึงท้องก่อนนอน

“ป้าคะ ข้าวผัดหมูหนึ่งกล่องค่ะ”

ไทน์ส่งเสียงทักทายพลางปาดเหงื่อที่ไรผม สายตามองดูป้าเจ้าของร้านที่ตักข้าวใส่กล่องโฟมอย่างรวดเร็ว

“เอากล่องนี้ไปก่อนเลย ลูกค้ายังไม่มาเอา ป้าลัดคิวให้ หกสิบบาทนะไทน์ ของมันขึ้นราคาหมดแล้วลูก”

ไทน์ชะงักไปครู่หนึ่ง นิ้วเรียวที่สากน้อยๆ จากการหยิบจับลังสินค้าค่อยๆ ล้วงลงในกระเป๋าสตางค์ใบเล็ก เธอหยิบแบงก์ยี่สิบสามใบขึ้นมาส่งให้ด้วยความรู้สึกหน่วงในอก

“โห หกสิบแล้วเหรอป้า ปรับราคาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย”

“โถ่เอ๊ยไทน์ น้ำมันพืชขวดละเท่าไหร่ ไข่ไก่ก็ขึ้น ป้าก็แทบไม่เหลือหยาดเหงื่อแล้วเหมือนกัน”

ไทน์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เธอรับกล่องข้าวมาถือไว้ สัมผัสอุ่นจัดของมันผ่านถุงพลาสติกทำให้เธอรู้สึกถึงภาระที่หนักอึ้งในมือ ‘ยุคนี้อย่าว่าแต่จะเก็บเงินเลย ทำงานให้พอใช้ไปเดือนๆ ไม่ตายก็เก่งแล้ว’ เธอคิดในใจพลางบิดคันเร่งกลับสู่บ้านเช่าในซอยลึก

บ้านไม้สองชั้นสภาพทรุดโทรมที่สีลอกร่อนจนเห็นเนื้อไม้สีเทาคือจุดหมายปลายทาง แสงไฟสีส้มสลัวจากในบ้านลอดผ่านหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ไทน์ก้าวเข้าไปด้านใน เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะก้าวเดินช่วยให้ความรู้สึกอ้างว้างจางลงบ้าง

บนโซฟาตัวเก่าที่มีรอยขาดจนเห็นฟองน้ำด้านใน น้าของเธอกำลังนั่งดูข่าวจากโทรทัศน์เครื่องเก่าที่ภาพซ่าเป็นบางช่วง ทันทีที่ก้าวเข้าไป กลิ่นฉุนกึกของยาหม่องตราถ้วยทองลอยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยเสียจนกลายเป็นกลิ่นแห่งพื้นที่ความปลอดภัยสำหรับไทน์ไปแล้ว

“อ้าวไทน์ มาพอดี น้าว่าจะโทรตาม คืนนี้กลับดึกจัง เกือบเที่ยงคืนแหนะ”

น้าหันมาทัก แววตาที่เต็มไปด้วยรอยตีนกาฉายแววเป็นห่วง

“แวะซื้อข้าวมาด้วยค่ะน้าเยาว์ เลยช้าหน่อย”

ไทน์พยายามปั้นเสียงให้ร่าเริงที่สุด เธอเดินเข้าไปบีบไหล่น้าเบาๆ สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่ตึงเขม็งภายใต้เสื้อยืดตัวเก่า “น้าเป็นไงบ้าง วันนี้ปวดหลังอีกไหม”

“นิดหน่อยน่ะ ตามประสาคนทำงานแหละ” น้าตอบพลางขยับตัว เสียงพัดลมตั้งโต๊ะตัวเก่าที่ตะแกรงเป็นสนิมดัง กึกๆ กรีดๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลมที่พ่นออกมานั้นแห้งและร้อน แต่มันคือสิ่งเดียวที่ช่วยบรรเทาความอ้าวระอุในตัวบ้านได้

“น้านอนเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูขอกินข้าวแล้วจะทำรายงานต่ออีกหน่อย”

“เออ ๆ อย่านอนดึกมากล่ะ พรุ่งนี้ลูกค้าสั่งน้ำเต้าหู้ไว้ยี่สิบถุง จะมาเอาแต่เช้า ไทน์ต้องไปช่วยน้านะ”

“ได้เลยค่ะ ไทน์จะรีบเข้านอน”

หลังจากจัดการข้าวผัดที่ซื้อมาเรียบร้อยแล้ว ไทน์อาบน้ำชำระล้างคราบไคลออกไป เธอก็มานั่งลงที่โต๊ะไม้ตัวเล็กข้างหน้าต่าง แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ยาวสีขาวนวลส่องสว่างลงบนสมุดรายงานวิชาการตลาด

ไทน์เปิดไอแพดรุ่นเก่าที่หน้าจอมีรอยร้าวตรงมุม อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่เธอเก็บหอมรอมริบซื้อมาเพื่อใช้เรียน เธอเริ่มพิมพ์โครงสร้างการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค พลางนึกถึงเหตุการณ์ในร้านสะดวกซื้อวันนี้ ทฤษฎีในตำราที่อาจารย์สอนเรื่อง Value Creation หรือการสร้างคุณค่าให้ลูกค้า ดูจะห่างไกลจากความจริงที่เธอเจอเหลือเกิน ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่ภาพเพื่อนร่วมงานที่คอยโยนงานให้ และลูกค้าที่มองข้ามหัวเธอไปเหมือนเป็นเพียงหุ่นยนต์ที่มีชีวิต

การเรียนวิชาบริหารธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ไม่มีทุนทรัพย์ ไทน์ต้องอ่านหนังสือมากกว่าคนอื่นสองเท่า เพราะเวลาส่วนใหญ่เสียไปกับการยืนหลังขดหลังแข็งที่ร้านสะดวกซื้อ ในสมุดบันทึกเล่มหนา เธอไม่ได้จดแค่ทฤษฎี แต่เธอยังจดบันทึกรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด แผนการตลาดที่เธออยากทำจริงๆ คือแผนที่ทำให้น้าไม่ต้องตื่นมาทำน้ำเต้าหู้ตั้งแต่เช้ามืด และไม่ต้องอาศัยอยู่ในบ้านเก่า ๆ หลังนี้ต่างหาก

ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงพัดลมกรีดกราย ไทน์เปิดกระเป๋าสะพายเพื่อจะหยิบปากกา แต่สายตากลับไปสะดุดเข้ากับวัตถุชิ้นหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่ก้นกระเป๋า

นามบัตรสีทองเหลืองอร่าม...

เธอหยิบมันขึ้นมาอย่างเบามือ สัมผัสของกระดาษเนื้อหนาเคลือบมันดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากข้าวของทุกชิ้นในห้องนี้ นามบัตรใบนี้ดูราวกับหลุดออกมาจากโลกอีกใบ โลกที่แตกต่างกับชีวิตของไทน์เหลือเกิน

ไทน์เพ่งมองตัวอักษรพิมพ์นูนที่เรียบหรู วรารักษ์ จิรเดชารัตน์ (รัก) ชื่อที่ดูสูงส่งและนามสกุลที่ยาวจนเธอต้องสะกดซ้ำๆ ในใจ

แสงไฟตกกระทบฟอยล์สีทองบนนามบัตรจนเกิดประกายระยิบระยับ ไทน์นึกถึงใบหน้าสวยสง่าที่มองเธอผ่านแว่นกันแดด กลิ่นน้ำหอมที่หรูหรา และสัมผัสที่อบอุ่นอย่างประหลาดตอนที่ผู้หญิงคนนั้นวางมือบนหัวของเธอ

‘คุณเป็นใครคะ มาสนใจเด็กอย่างไทน์ทำไม’

ไทน์สะบัดหัวไล่ความเพ้อฝัน เธอเก็บนามบัตรใส่ซอกกระเป๋าอย่างเดิม ปล่อยให้มันซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเหรียญห้าเหรียญสิบ ก่อนจะก้มหน้าพิมพ์รายงานต่อ

ในเวลาเดียวกัน ณ คฤหาสน์หรูของตระกูลจิรเดชารัตน์

ความเงียบเชียบภายในห้องนอนกว้างขวางถูกรบกวนเพียงเสียงเข็มนาฬิกาแบรนด์หรูที่เดินอย่างประณีต รัก ในชุดนอนผ้าไหมลื่นสีน้ำเงินเข้มเอนกายอยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์ พื้นที่รอบตัวเธอเต็มไปด้วยความสะดวกสบายที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน แต่นัยน์ตาคู่คมกลับฉายแวววุ่นวายใจอย่างเห็นได้ชัด

เธอยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ รสสัมผัสฝาดละมุนขององุ่นชั้นดีไม่ได้ช่วยให้จิตใจสงบลง ในหัวของเธอมีแต่ภาพ เด็กคนนั้น ภาพเด็กสาวที่พยายามถ่างตาต่อสู้กับความง่วง ท่าทางตลกๆ ที่ดูซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเองอย่างที่เธอไม่เคยพบเจอมาก่อนในสังคมธุรกิจที่เต็มไปด้วยหน้ากาก

“ฉันน่าจะขอช่องทางติดต่อเธอไว้นะ”

รักพึมพำกับตัวเองพลางถอนหายใจยาว เธอตำหนิความใจร้อนของตัวเองที่เอาแต่ยื่นนามบัตรแล้วเดินออกมาเพียงเพราะกลัวว่าตัวเองจะเผลอทำอะไรที่ดูคุกคามเด็กคนนั้นไปมากกว่าการลูบหัว

นิ้วเรียวเคาะลงบนขอบแก้วไวน์เป็นจังหวะ เธอจำแววตาสั่นระริกตอนที่เด็กคนนั้นได้รับนามบัตรจากเธอได้ดี มันเป็นความตื่นตระหนกที่ปนไปด้วยความไร้เดียงสา

รักไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกถูกชะตากับพนักงานร้านสะดวกซื้อธรรมดาๆ คนหนึ่งได้ขนาดนี้ แต่มันเป็นแรงดึงดูดที่เธอไม่อยากจะปล่อยผ่านไป

        “ให้นามบัตรไปแล้ว หวังว่าจะไม่เอาไปตั้งหิ้งบูชาหรอกนะ” รักเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ ใบหน้าของคนเด็กกว่ายังไม่หลุดไปจากภาพในหัว

วรารักษ์วางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะข้างเตียง สายตามองออกไปที่แสงไฟของเมืองหลวงผ่านกระจกบานยักษ์ เธอตัดสินใจแล้วว่าการรอคอยไม่ใช่สไตล์ของเธอ ถ้าเด็กคนนั้นไม่โทรมา เธอก็แค่ต้องไปปรากฏตัวให้เห็นบ่อยๆ

“สงสัยต้องไปตรวจสาขาสองศูนย์เก้าบ่อย ๆ”

คิดได้แบบนั้นก็ทิ้งตัวลงนอน กลิ่นหอมจางๆ จากเครื่องหอมราคาแพงในห้องไม่ได้ทำให้เธอผ่อนคลายได้เท่ากับความคิดที่ว่า พรุ่งนี้เธอจะหาข้ออ้างอะไรไปที่สาขานั้นอีกดี เพื่อที่จะได้เห็นรอยยิ้ม หรือท่าทางตลกๆ ของเด็กที่ชื่อไทน์อีกครั้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 40 ความสำเร็จที่หอมกรุ่น

    เสียงชัตเตอร์รัวกระหน่ำท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของหอประชุมมหาวิทยาลัยชื่อดัง แสงแดดยามสายส่องกระทบใบหน้าเปื้อนยิ้มของบัณฑิตใหม่ในชุดครุยสีน้ำเงินเข้มไทน์ยืนอยู่ตรงกลางท่ามกลางวงล้อมของคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต ในมือของเธอไม่ได้มีเพียงใบปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งที่เพิ่งได้รับมา แต่ยังมีช่อดอกไม้กุหลาบสีขาวช่อโตที่วรารักษ์เป็นคนสั่งทำเป็นพิเศษ“ยิ้มหน่อยนะคะคนเก่งของพี่...หนึ่ง สอง สาม!”วรารักษ์ในชุดสูทสีชมพูอ่อนดูสง่างามเป็นคนถือกล้องด้วยตัวเอง เธอพยายามเก็บทุกองศาความภูมิใจของแฟนเด็กเอาไว้ในความทรงจำ ถัดไปข้าง ๆ คือน้าเยาว์ที่วันนี้สวมชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ไทน์ตั้งใจซื้อให้ น้าเยาว์ไม่ได้ใช้ไม้เท้าแล้ว เธอประคองตัวยืนเคียงข้างหลานสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสุข“ถ้าพ่อกับแม่ของไทน์ได้เห็นไทน์ใส่ชุดนี้ น้าเชื่อว่าเค้าต้องดีใจมากแน่ ไทน์เก่งมากเลยลูก” น้าเยาว์เอ่ยเสียงสั่นพลางลูบแถบผ้าครุยของหลานสาวทว่าใบหน้าของไทน์กลับหมองลงเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ในวันที่เธอประสบความสำเร็จมากที่สุด คนที่อยากให้อยู่ในวันนี้ด้วยกันกลับไม่อยู่ด้วยที่ผ่านมาไทน์รู้แค่พ่อกับแม่เอาเธอมาฝากไว้กั

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 39 กรรมตามสนอง

    แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมายังลานจอดรถของภัตตาคารจีนฮกเกี้ยนดูจะเจิดจ้ากว่าปกติในสายตาของวรารักษ์ เธอไม่ได้ขยับรถไปไหนแม้แต่น้อย ตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับเด็กน้อยของเธอ หัวใจที่เคยหนักอึ้งด้วยความกังวลค่อย ๆ ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของไทน์เดินก้าวพ้นประตูบานยักษ์ออกมาทว่าสิ่งที่ทำให้วรารักษ์ต้องรีบเปิดประตูรถลงไปหา คือหยาดน้ำตาที่คลอเคลียอยู่บนดวงตากลมโตและรอยยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น“บี๋...เป็นอะไรคะ คุณพ่อทำอะไรหนูรึเปล่า”รักประคองใบหน้าหวานด้วยความร้อนรน ไทน์ส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะโผเข้ากอดคนพี่ไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยช่วยย้ำเตือนว่านี่คือเรื่องจริง“คุณพ่อไม่ได้ทำอะไรค่ะ ท่าน...ท่านใจดีมากค่ะ”“แล้วร้องไห้ทำไมคะคนเก่ง ไหนบอกพี่สิ”“คุณพ่อบอกว่า ไว้วันหลังให้ไทน์พาพ่อไปกินโจ๊กร้านนั้นบ้างนะ ร้านหน้าโรงพยาบาลที่เราเคยไปกินกันน่ะค่ะ” ไทน์เอ่ยเสียงสั่นเครือ “พี่รักคะ...คุณพ่อแทนตัวเองว่าพ่อกับไทน์ด้วยค่ะ”วรารักษ์นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระบายยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด เธอกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพลางลูบหลังปลอบประโลมคนในอ้อมแขน“พี่บอกแล้วไงคะว่าคุณ

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 38 บททดสอบหัวใจ

    รถสปอร์ตสีดำขลับเคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าภัตตาคารอาหารจีนชื่อดังใจกลางเมือง บรรยากาศเบื้องหน้าดูโอ่อ่าสมฐานะด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนร่วมสมัย เสาสีแดงชาดต้นใหญ่สลักลวดลายมังกรทองพันรอบดูน่าเกรงขาม กลิ่นอายของความเก่าแก่และหรูหราแผ่ออกมาจนวรารักษ์ที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยถึงกับขมวดคิ้วเธอทอดสายตามองป้ายชื่อร้านที่เป็นตัวอักษรพู่กันจีนสีทองพลางนึกสงสัยในใจ...ทำไมคุณพ่อถึงให้พิมพ์เลือกร้านนี้กันนะพ่อไม่ชอบกินอาหารแนวฮกเกี้ยนนี่นา หรือกำลังคิดจะทำอะไรอยู่?“พี่รักคะ จอดรถนิ่งนานไปแล้วนะคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ”เสียงใสของคนข้างกายเรียกสติให้วรารักษ์หันกลับมามองต้นเสียงวันนี้ไทน์อยู่ในชุดที่ดูเป็นทางการและสุภาพที่สุดเท่าที่เจ้าตัวจะหาได้ คนเด็กกว่านั่งหลังตรงดิ่ง แม้ใบหน้าจะพยายามประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ เพื่อให้คนพี่สบายใจ แต่แววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยกับฝ่ามือที่ประสานกันแน่นบนตักก็ไม่อาจปิดบังความกังวลลึก ๆ ได้เลย“โอเคมั้ยคะคนเก่ง ถ้าไม่โอเคพี่จะเข้าไปด้วย”รักเอ่ยพลางเอื้อมมือไปกุมมือของคนน้องไว้แน่น เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำตามคำสั่งคุณพ่อเสียทีเดียว แม้ท่านจะบอกว่าอยากคุยกับไทน์แค่สองค

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 37 เข้าถ้ำเสือ

    ภายในห้องทำงานที่เงียบสงบของคฤหาสน์จิรเดชารัตน์ เจ้าสัวธนานั่งทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานกว้าง บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่มีเอกสารวางกองอยู่ หนึ่งในนั้นคือซองเอกสารสีน้ำตาลที่บรรจุข้อมูลทุกอย่างของหญิงสาวที่ชื่อว่าไทน์เอาไว้อย่างละเอียดธนา จิรเดชารัตน์ เขาคือผู้ก่อตั้ง 24 Hour คือผู้ริเริ่มสร้างครอบครัว และสร้างบุตรสาวทั้งสามคนด้วยความรักยิ่ง สิ่งหนึ่งที่ธนามีอย่างเต็มเปี่ยมคือการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกสาวเสมอรัก ริณ รัญ ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีตั้งแต่เด็ก คนเป็นพ่อไม่เคยทำให้ลูกรู้สึกว่าขาดเหลืออะไร ความรักที่ทั้งสามคนได้รับเป็นไปอย่างเท่าเทียม แต่ถึงอย่างนั้นธนาก็รู้ดีว่า สำหรับวงการธุรกิจนั้น อันตรายมีรอบด้านธนาไม่ใช่คนประมาท ทันทีที่เขารู้ว่าลูกสาวคนโตอย่างวรารักษ์ติดต่อกับหญิงสาวคนหนึ่ง เขาก็ไม่รอช้าที่จะให้นักสืบมือหนึ่งติดตามดูแลทุกความเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนนั้นทว่าสิ่งที่ธนาได้รับการรายงานในแต่ละวัน คือพฤติกรรมธรรมดา ๆ อย่างคนทั่วไป หากแต่แฝงไว้ด้วยบางอย่างที่เขาไม่สามารถมองผ่านได้เจ้าสัวธนานึกย้อนไปถึงการรายงานความเคลื่อนไหวของไทน์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่เขาให้สายสื

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 36 อย่าเหยียบย่ำผู้อื่น

    หลายเดือนผ่านไป...กาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วเปรียบเสมือนลมพายุที่พัดพาเอาหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้าของไทน์ให้เจือจางหายไปไทน์ในตอนนี้ไม่ได้เป็นเด็กพาร์ทไทม์อย่างก่อนหน้านี้แล้ว จากมือที่มักจะถือถาดเสิร์ฟอาหาร หรือผ้าเช็ดเคาน์เตอร์ผืนเก่า ๆ ตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นมือที่กำลังกระชับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ด้านในบรรจุใบรับรองการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเอาไว้แนบอกไทน์มองกระดาษใบนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ความพยายามตลอดสามปีครึ่งที่เธอเคี่ยวกรำตัวเองอย่างหนัก ทั้งเรียนซัมเมอร์ เก็บหน่วยกิตจนครบ และการทำโปรเจกต์จบที่ได้ที่ปรึกษาพิเศษระดับประธานบริหารอย่างวรารักษ์คอยขัดเกลาให้จนสมบูรณ์แบบ วันนี้มันได้ส่งผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต“ยินดีด้วยนะคะคนเก่งของพี่”เสียงนุ่มละมุนที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู พร้อมกับอ้อมกอดอบอุ่นที่สวมกอดเธอจากด้านหลัง วรารักษ์ในชุดสูทสีขาวครีมดูสง่างามสมฐานะผู้บริหารระดับสูงโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มแฟนเด็กเบาๆ เป็นการให้รางวัล“ขอบคุณนะคะพี่รัก ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”ไทน์หันกลับมาส่งยิ้มกว้างจนตาปิด ความสดใสของเธอในวันนี้ดูเจิดจ้ากว่าวันแรกที่ทั้

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 35 ติวเตอร์พี่รัก

    หลังจากค่ำคืนที่แสนยาวนานผ่านพ้นไป ความสัมพันธ์ของวรารักษ์และไทน์ก็ขยับเข้าสู่โหมดที่ลึกซึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทว่าชีวิตจริงไม่ได้มีเพียงแค่บทรักอันเร่าร้อน เพราะการก้าวเข้าสู่โค้งสุดท้ายในเรื่องเรียนของไทน์มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งนั่นคือ โปรเจกต์จบ ที่เป็นเสมือนปราการด่านสุดท้ายก่อนจะคว้าใบปริญญาหลายวันนี้ไทน์ตั้งหน้าตั้งตากับงานชิ้นสุดท้ายของเธอในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มที่ ค่ำคืนนี้ก็เช่นเดียวกันภายในห้องทำงานส่วนตัวของวรารักษ์ที่คฤหาสน์จิรเดชารัตน์ บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเอื่อย ๆ และเสียงเคาะแป้นพิมพ์ที่ดังถี่ยิบจากมุมหนึ่งของห้อง ไทน์นั่งหน้ามุ่ยอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาว ดวงตากลมโตจ้องมองกราฟและแผนภูมิการตลาดบนหน้าจอโน้ตบุ๊กจนแทบจะถลนออกมา“เฮ้อ...ยากจัง” ไทน์พึมพำพลางทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรงวรารักษ์ที่นั่งจิบกาแฟอ่านรายงานการประชุมอยู่อีกด้านหนึ่งเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอแพด เธอขยับแว่นสายตาเล็กน้อย แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะสะท้อนเลนส์แว่นทำให้ดวงตาคมกริบของเธอดูทรงพลังและน่าเกรงขามกว่าปกติ“ถึงไหนแล้วคะบี๋” รักถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“ไทน์ติด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status