Masukแนวเรื่อง: ระบบ มหาวิทยาลัย รักเพื่อน ฟีลกู้ด ไม่มีนอกกายนอกใจ ไม่ใช่ mpreg ไม่ใช่ omegaverse คำโปรย: แค่มีเรื่องกับพวกเด็กภาคไฟนิดเดียว จู่ๆ 'เวลา' ก็ปวดหัวจนสลบไป ฟื้นขึ้นมาก็มี "ระบบเด็กเรียน" ติดตัวเสียแล้ว แถมยังบังคับให้เขาทำภารกิจบ้าๆ อย่างการตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือก่อนเรียน หาติวเตอร์เตรียมสอบ และอื่นๆ อีกมากมาย เด็กวิศวะปีสองที่ใกล้จะถูกรีไทร์อย่างเขา จะฝ่าฟันเรื่องแปลกๆ เหล่านี้ไปได้อย่างไรกัน!?
Lihat lebih banyak“หนูต้องให้เงินพี่หรือเปล่าคะ”
“ยังไง?”
“ก็… เรานัดกัน”
“อ่า ใช่”
ท่ามกลางห้องพักสุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมราคาสูงเกินเอื้อม เสียงพูดคุยระหว่างคนแปลกหน้าที่เพิ่งนัดเจอกันผ่านแอปฯ หาคู่ดังคลออยู่ในบรรยากาศ เพียงแค่สบตาคนตัวสูง คำพูดที่ ฌานิน ตั้งใจจะเอ่ยทั้งหมดก็กระเจิงหายไปในพริบตา สายตาแพรวพราวเจ้าเล่ห์และดูอันตรายคู่นั้น ราวกับมนตร์สะกดให้แข็งทื่อทั้งตัว
“ยังไง รอฟังอยู่”
“หนูไม่เคยนัดกับใครแบบนี้… ปกติเขาไม่ต้องให้เงินเหรอคะ”
หนุ่มร่างสูงหน้าตาดี ทายาทตระกูลทรัพย์หิรัญสกุลเหยียดยิ้ม คลื่นไม่เคยเจอผู้หญิงที่ท่าทางใสซื่อแบบนี้มาก่อน
จนไม่แน่ใจว่าเธอกำลังแสดงละครหรือเป็นตัวจริงกันแน่ เพราะถ้าใสซื่อจริงคงไม่เปิดแอปฯ หาคู่แล้วนัดผู้ชายมาเจออย่างนี้
“เอาสิ แล้วหนูจะจ่ายให้พี่เท่าไรดี?” เขาโน้มตัวลงมาถามคนที่ตัวเล็กกว่า ดวงตาคมทอดมองใบหน้าจิ้มลิ้ม แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อเหมือนลูกพีช ชวนให้นึกถึงเด็กสาวไร้เดียงสา น่าแปลกที่เธอเลือกจะมานั่งตรงหน้าเขาในตอนนี้
“หนูมีเงินไม่มากนะ แบ่งค่าขนมมาให้ สามพันได้ไหมคะ”
เสียงหวานพูดออกมาแทบไม่กล้าสบตา ราวกับกลัวว่าเขาจะหัวเราะเยาะ และก็จริง คลื่นหัวเราะต่ำในลำคออย่างอดไม่ได้ ปลายนิ้วยกขึ้นแตะริมฝีปากอิ่ม ก่อนจะขยับไปใกล้ ๆ กระซิบข้างหู
“พี่ให้ฟรี”
“มะ… มันจะดีเหรอคะ”
“ดีสิคะ”
“…” ใบหน้าจิ้มลิ้มร้อนวาบราวกับถูกไฟแผดเผา หัวใจเต้นแรง เธอกำลังถามตัวเองว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ปากหวานขนาดนี้กัน
“เริ่มเลยดีไหม?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยใกล้ ๆ จนลมหายใจร้อนกระทบผิวแก้ม
“อื้อ” กำปั้นน้อย ๆ แนบข้างลำตัวที่เอาแต่สั่นเทาคลื่นแสยะยิ้ม แววตาเจ้าเล่ห์แฝงอันตรายคู่นี้มักจะทำให้ใครหลายคนลุ่มหลงได้ง่าย ๆ เพียงสบตา ไม่เว้นแม้แต่คนตัวเล็กตรงหน้า เธอนิ่งงันเหมือนถูกตรึงเอาไว้ ฝ่ามือใหญ่เลื่อนไปบีบเคล้นก้นนุ่ม เพียงสัมผัสแรกทั้งร่างของเธอก็สะดุ้งตัวสั่น ราวกับไม่เคยถูกชายคนไหนลูบไล้แบบนี้มาก่อน
“อายุเท่าไร?”
เขาถามขณะถอดเสื้อผ้าของตัวเอง ทว่าเธอกลับนิ่ง ท่าทางไร้ประสบการณ์ยิ่งเร้าอารมณ์ ในใจคลื่นคิดเพียงอย่างเดียว
เด็กสาวที่ทำตัวใสซื่อแบบนี้ ข้างในจะฟิตแน่นขนาดไหน
“ยะ... ยี่สิบเมื่อวานค่ะ”
“อ่า” หัวใจของคลื่นหล่นวูบ เกือบยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อ
หากนัดกันเร็วกว่านี้แล้วไม่ถามอายุ ไม่อยากคิดเลยว่าจะเป็นยังไง ที่แน่ ๆ คงถูกพ่อส่งไปปรับทัศนคติที่ฝรั่งเศสอย่างแน่นอน
หลังถอนเสื้อออกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำปรากฏต่อสายตาคู่กลมของคนตัวเล็ก ร่างสูงหยัดกายลุกขึ้นยืน
เกี่ยวปลายนิ้วปลดตะขอกางเกง
“จะ จะ ถะ ถอดเลยเหรอคะ”
“หืม? จะต้องรออะไรอีก ก็มาที่นี่เพื่อเรื่องนี้ไม่ใช่หรือไง”
ฌานินร้อนผ่าวไปทั้งหน้า ครั้งแรกที่ได้เห็นเรือนร่างผู้ชายเต็มตา แถมยังเป็นคนแปลกหน้า ไอร้อนวูบวาบไหลผ่านจนตัวสั่น มือเรียวเปียกชื้นชุ่มด้วยเหงื่อ ไม่รู้เลยว่าควรทำอะไร ขณะที่เขาถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น
และทันทีที่กางเกงราคาแพงถูกดึงลงจนพ้นท่อนขา บางสิ่งกลางลำตัวก็เด่นชัดจนกระแทกเข้ามาในสายตา คนตัวเล็กกัดริมฝีปากแน่นทันที รีบเบือนหน้าไปอีกทาง ใจเต้นสั่นระรัวแทบจะหลุดออกมาจากอก ไม่มีเวลาให้เธอตั้งตัว จู่ ๆ ร่างสูงก็โถมลงมาคร่อมจนต้องเอนหนี พยายามถดถอยออกห่างอย่างลนลาน ทำให้ถูกฝ่ามือหนาคว้ามาตรึงเอวบางเอาไว้พร้อมเสียงปรามดุดัน
“อยู่เฉย ๆ จะขยับหนีทำไม”
“ตะ... ตรงนั้นมัน น่ากลัว” ฌานินเอ่ยเสียงสั่น ดวงตากลมเผลอมองต่ำไปตรงกลางลำตัวอีกครั้งเท่านั้นก็วูบไหว ยิ่งเห็นมันแทรกเข้ามาระหว่างขาเรียว เหมือนขนาดยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิมคลื่นหัวเราะต่ำในลำคอ ก้มลงซุกซอกคอขาว ปลายจมูกลากถูไถเชื่องช้าไปพร้อมก้านนิ้วที่ค่อย ๆ เกี่ยวเสื้อตัวบางให้เลิกสูงขึ้น จนเผยบราลูกไม้ที่ปิดคลุมเนินอกขนาดใหญ่เกินตัวเอาไว้
ใบหน้าหล่อผละขึ้นมามองชื่นชมอกคู่งามก่อนจะโน้มลงไปอีกครั้ง ฝ่ามือหนาบีบขยำอกใหญ่เต็มมือ อีกข้างใช้ริมฝีปาก
ลากเลียเร้าอารมณ์ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผิวของเธอยิ่งกระตุ้นความต้องการ
“ดะ เดี๋ยว แฮ่ก~ เดี๋ยวก่อน อ๊ะ” เสียงหวานห้ามปราม มือเล็กสั่นระริกพยายามดันอกแกร่งออกห่าง แต่ในช่องท้อง
กลับปั่นป่วนวูบวาบจนเกือบลืมหายใจ
ดวงตาที่เคยแพรวพราวเจ้าเล่ห์ของร่างสูงพลันจ้องดุ ลมหายใจร้อนพ่นออกมาแรง ๆ อย่างหงุดหงิด ดูเหมือนเธอจะเล่นตัว อินกับบทเหยื่อผู้ไร้เดียงสามากเกินไปซะจนน่ารำคาญ มือหนาคว้ากระชากปลายคางมนขึ้นมาจ้องเขม็งด้วยความไม่สบอารมณ์
“จำเอาไว้ ถ้าไม่พร้อมก็อย่านัด มันเสียเวลา”
“มะ ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ” หัวใจดวงน้อยของฌานินสั่นไหวระรัว เธอกำมือแน่น แม้จะสั่นกลัวจนเหงื่อแตกซ่านเต็มใบหน้า แต่ไม่หลบสายตาคู่นั้นที่กำลังจ้องราวกับหัวเสียไม่น้อย ดวงตากลมมองสำรวจใบหน้าหล่อของเขาอีกครั้ง
ในใจแวบขึ้นมาความคิดหนึ่ง ถ้าครั้งแรกของเธอเป็นเขาก็คงไม่มีอะไรให้เสียดาย
“เริ่มเลยค่ะ หนูพร้อมแล้ว”
ความดุดันจากนัยน์ตาอ่อนลง หลังได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ รอยยิ้มผุดบนมุมปากอีกครั้ง ก้านนิ้วยาวลากจากใต้คางมนขึ้นมาช้า ๆ จรดริมฝีปากที่สั่นระริกกดเบา ๆ สลับกับถูไถเหมือนหยอกล้อ จับจ้องไม่กะพริบ ราวกับเสือที่เจอเหยื่อถูกใจ
แต่หารู้ไม่ ว่าเธอไม่ใช่เหยื่อของเขา เขาต่างหาก กลายเป็นเหยื่อที่เธอเลือก
ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งสัมผัสจากคนแปลกหน้าชวนให้
ร่างเล็กร้อนผ่าวไปทั้งร่าง เธอรู้สึกมวนไปทั่วท้อง บางครั้งก็อยากจะลุกหนี แต่รู้ตัวอีกทีบนเรือนร่างก็ไร้เสื้อผ้าสวมใส่แล้ว
“ครั้งแรก?” คิ้วหนาขมวดเข้ม ก้มมองจุดเชื่อมที่ไม่สามารถดันแท่งแข็งขืนเข้าไปได้ในครั้งเดียว เลือดสีแดงปริ่มอยู่ตรงทางเข้า เป็นหลักฐานยืนยัน
“อะ… อื้อ” เธอตอบเสียงแผ่วเบาในลำคอ
ทุกอย่างภายในห้องพลันถูกความเงียบฉุดลงชั่วขณะมีเพียงเสียงลมหายใจจากทั้งคู่ดังแว่วสลับกัน คลื่นมองด้วย
ความสับสนอย่างไม่คาดคิด ก่อนจะตั้งคำถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ทำไมถึงให้ครั้งแรกกับผู้ชายที่เจอในแอปฯ หาคู่?”
“นะ หนูอยากลอง แต่ไม่อยากมีแฟน”
ตอนรู้ว่าเธอบริสุทธิ์ว่าอึ้งแล้วแต่คำตอบนั้นชวนให้ตกใจมากกว่า ไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงอย่างนี้อยู่ในโลกและไม่คิดว่าจะได้เจอกับตัว
“คิดอีกที จะให้ทำต่อหรือหยุด”
“ทะ... ทำเลยค่ะ หนูรีบกลับบ้าน”
“อ่า เลือกเองนะ” เขากระตุกยิ้มชอบใจ พลางก้มลงมาใช้ปลายจมูกคลอเคลียใต้ปลายคางของร่างเล็ก เธอเอาแต่สั่นระริกกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น ก่อนเสียงทุ้มเย็นจะถามต่อ
“ชื่ออะไรคะคนสวย”
“อึก~ ตะ ต้องบอกชื่อด้วยเหรอคะ”
เสียงทุ้มต่ำแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเจือบนมุมปาก
เธอไม่เหมือนใครจริง ๆ หากเป็นผู้หญิงคนอื่นคงจะรีบบอกชื่อตั้งแต่ยังไม่ทันถาม แต่คนนี้กลับมีจุดหมายแน่วแน่เพียงอย่างเดียวคือต้องการเปิดบริสุทธิ์
“อ๊ะ~ เจ็บ ดะ... เดี๋ยว”
ดวงตาคมหลุบต่ำมองแท่งเนื้อของตัวเองที่ตอนนี้เข้าไปได้
แค่ส่วนปลาย แถมยังไม่สุดปลายด้วยซ้ำ เลือดสีแดงสดชโลมรอบ ๆ จนเลอะไปถึงผ้าปูที่นอน ร่างเล็กเอาแต่เกร็งหลับตาแน่น ขยับได้เพียงนิดก็ต้องหยุด
“ขะ เข้าไปหรือยัง อึก~”
“แค่หัวยังเอาไม่เข้า แม่ง ซี๊ด~ แน่นฉิบหาย” คิ้วหนาขมวดแน่น ปล่อยเสียงครางทุ้มออกมาอย่างกระเส่า
“ละ... เลือดออกหรือเปล่าคะ” เธอพยายามยกศีรษะขึ้นจากหมอนใบใหญ่เพื่อชะโงกหน้ามอง
“อืม ซี๊ด~”
“แปลว่า อึก~ อ๊ะ เจ็บ แปลว่าหนูไม่บริสุทธิ์แล้วใช่ไหม”
“ไม่รู้ ถามทำไม?”
“ไม่ ไม่ทำแล้ว”
จู่ ๆ เธอก็ผลักแผงอกแกร่งรีบลุกพรวดขยับตัวหนีออกห่าง ทำเอาคนกำลังอารมณ์ขึ้นถึงกับงุนงงขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ มองคนตัวเล็กที่ร้องไห้สะอื้นน้ำตาอาบแก้ม
เพราะไม่อยากตกไปเป็นเมียของ เสี่ยสรุจ เจ้าของบ่อนรายใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องโหดเหี้ยม ทางเดียวที่ฌานินพอมองเห็น
คือการหนีออกจากการบังคับของพ่อที่ติดการพนันจนหมดตัว และกำลังจะลากให้เธอไปเป็นเครื่องต่อรองหนี้ แลกกับความบริสุทธิ์
การปัดแอปฯ หาคู่ดูเหมือนจะเป็นเดิมพันสุดท้าย ถ้าครั้งแรกของเธอต้องถูกพรากไปก็อยากให้มันเกิดจากการเลือกด้วยตัวเอง จากความถูกใจ
ไม่ใช่ถูกขายเหมือนสิ่งของไร้ค่าบทส่งท้าย ภาคเรียนที่สองผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ช่วงที่ผ่านมา ชีวิตประจำวันของเวลาดำเนินไปคล้ายๆ กับภาคเรียนที่หนึ่ง ต่างกันแค่มีใครบางคนเข้ามาเป็นส่วนร่วมในชีวิตมากขึ้น ภารกิจของระบบเด็กเรียนส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างจะซ้ำๆ ไม่ได้แปลกแหวกแนวให้เขาต้องไปกู้โลกอะไร ส่วนระบบเด็กเกรียนนั้น ได้โผล่ออกมาอีกสองครั้งสั้นๆ แต่ก็ทำให้เขาได้แลกยันต์เพิ่มโชคลาภมาได้ครบห้าอัน และใช้มันเพื่อให้ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่สองเป็นที่เรียบร้อย หากไปบอกใครเข้า เขาก็คงงงว่า ทำไมแค่แกล้งคน ก็ได้เงินด้วย ได้ตั้งสองแสนบาทแน่ะ ส่วนความสัมพันธ์ของเขากับตินก็ราบรื่นดี มีงอนกันบ้างนิดหน่อย แต่ง้อบนเตียงก็หาย ถ้าเป็นเรื่องที่หนักๆ หน่อย ก็เคลียร์ใจกันทั้งวันทั้งคืนเอา “ปิดเทอมใหญ่ไปเที่ยวไหนกันวะ” ธีโอถามเพื่อนร่วมก๊วนที่กำลังเคลียร์ของในล็อกเกอร์ที่ห้องภาคกันอยู่ “กูจองตั๋วไปเที่ยวญี่ปุ่นเรียบร้อย” คิขุว่า “ไม่ไปไหนอะ กิน ขี้ ปี้ นอน แดกเหล้าพอ” ภูเขาตอบ “แล้วมึงอะ ไอ้เวร” ธีโอหันมาถามคนที่กำลังพิมพ์แชทในมือถืออยู่ “ก็คงเที่ยวในประเทศนี
32อวดผัวแม้แต่กับเด็ก วันต่อมา วิธีของเวลาใช้ได้ผลกับแค่สองคนเท่านั้น ส่วนคนที่สามที่เขานำวิธีนี้ไปใช้ด้วย ถึงกับลุกหนี และไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดอะไรต่อ เวลาลองต่ออีกสองคน โดยพยายามหาวิธีใหม่ๆ แต่ก็คว้าน้ำเหลว ส่วนคนสุดท้ายนั้น ยอมรับยาของเขาไป แต่ยังไม่ได้ใช้ต่อหน้า และไม่รู้ว่าจะเอาไปทิ้งที่ไหนหรือเปล่า แต่เขาไม่ห่วงเรื่องยาวิเศษจะถูกเอาไปตรวจสอบหรอกนะ เพราะว่าของจากระบบ หากถูกขโมยไป หรือถูกนำไปใช้โดยคนที่เวลาไม่ได้มอบให้ ก็จะสลายหายไป [เมื่อวานโฮสต์ทำสำเร็จไปสามราย ยินดีด้วยนะโฮสต์] หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน ระบบก็แจ้งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นให้เขาได้รับรู้ ซึ่งหมายความว่า คนสุดท้ายได้ลองกินยาของเขาเรียบร้อยแล้ว T.Tin: วันนี้ก็จะไปอีกแล้วเหรอ Vaela: อื้อ เดี๋ยวเสร็จแล้วจะรีบไปหาที่คอนโดเลย T.Tin: รีบๆ มาล่ะ เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนด้วยกัน เพียงแค่อ่านข้อความไลน์ เวลาก็จินตนาการภาพของหมาขี้อ้อนขึ้นมาได้ เพราะว่าเป็นช่วงปิดเทอมแล้ว เขาจึงไม่สามารถใช้ข้ออ้างว่า ไปติวหนังสือบ้านเพื่อนได้อีก ถึงแม้เขา
31ภารกิจกู้โลก [ยินดีด้วยกับโฮสต์ที่ผ่านการสอบปลายภาคมาได้ด้วยดี ไม่ตายไปเสียก่อน ระบบขอมอบภารกิจที่เจ็ด ซึมเศร้าฝังลึก เปลี่ยนเด็กซึมให้กลับมาเป็นเด็กเรียน ของรางวัลคือแต้ม 40 แต้มต่อการช่วยเหลือคนหนึ่งคน บทลงโทษคืออายุขัยสั้นลง 2 ปี และถูกจั๊กจี้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ติดกัน 7 วัน] [เนื่องจากภารกิจนี้มีความยากค่อนข้างสูง ระบบจึงขอส่งตัวช่วยพิเศษ ผู้ช่วยส่วนตัวชั่วคราว ให้โฮสต์ได้ใช้งานเป็นเวลาทั้งสิ้นสองวันเต็ม] เวลาเปิดอ่านรายละเอียดของภารกิจหลักที่ค่อนข้างจะแปลกไปในครั้งนี้ ก่อนจะเข้าใจว่า ทำไมระบบเด็กเรียนถึงได้ปล่อยภารกิจนี้มา อัตราการฆ่าตัวตายของนักศึกษามหาวิทยาลัยที่สูงขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาโรคซึมเศร้า เป้าหมายที่ระบบต้องการให้เขาไปเปลี่ยนแปลง คือนักศึกษาที่เคยเรียนเก่งมากๆ มาก่อน แต่เมื่อผลการสอบหรือเกรดผิดจากความคาดหวัง จึงเกิดการเสียศูนย์ รู้สึกกดดันจากรอบข้าง บวกกับสารในสมองที่เปลี่ยนไป ทำให้เป็นโรคซึมเศร้าในที่สุด แน่นอนว่า นักศึกษาเหล่านั้นได้เข้ารับการรักษาโรคแล้ว แต่เมื่อพยายามจะออกกำลังกาย พยายามจะทำตามที่หมอบอก
30ติวสอบกันยันเช้า อีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงการสอบปลายภาค ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดัง แน่นอนว่านักศึกษาจะต้องขยันอ่านหนังสือสอบกันเป็นอย่างมาก ยิ่งใกล้วันสอบ สภาพของแต่ละคนก็ยิ่งดูไม่ได้ หน้าไม่ได้แต่ง เสื้อไม่ได้รีด ผมไม่ได้สระ ตาโหลยิ่งกว่าหมีแพนด้า มันหน้าแผล็บเหมือนคนไม่ได้ล้าง เวลาก็เป็นไปกับเขาด้วยเหมือนกัน ต่อให้ดูหล่อเถื่อนอยู่ตลอดเวลาแค่ไหน แต่ยามนี้กลับตาโหลเป็นพิเศษ หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าช่วงสอบกลางภาค “สภาพมึงดูไม่ค่อยจะได้เลยนะ” ต้าทักเวลา เขาเป็นเพื่อนร่วมภาคที่ถึงแม้จะอยู่คนละกลุ่มกัน แต่ก็มักจะไปดื่มเหล้าด้วยกันบ่อยๆ “มึงสิ หนักกว่ากูเยอะ” เวลาส่ายหัวให้กับคนไม่ดูตัวเอง สภาพแม่งยิ่งกว่าซอมบี้ นี่ถ้าใส่เสื้อผ้าขาดๆ หน่อย คงไปถ่ายหนังเป็นซอมบี้ตัวประกอบได้เลย “หึ! ไฟนอลนี่แหละ จะเป็นตัวตัดสินว่า กูจะเอฟไม่เอฟ” ต้าชูกำปั้นขึ้นระดับไหล่ ตามองขึ้นฟ้าอย่างฮึกเหิม ให้ความรู้สึกเหมือนตัวละครในอานิเมะ ต้านี่ก็บ้าดีเดือดเหลือเกิน คะแนนต่ำก็ไม่คิดจะถอน ดันตัดสินใจสู้สุดฤทธิ์ เพราะเห็นเวลาเป็นไอดอล อยากจะทำให้ได้อ





