Home / LGBTQ+ / รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง / บทที่ 2 จิรเดชารัตน์

Share

บทที่ 2 จิรเดชารัตน์

last update publish date: 2026-03-04 14:32:27

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในคฤหาสน์หลังโต กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งอบอวลไปทั่วห้องอาหารที่ดูโอ่อ่าแต่กลับเงียบเชียบเกินกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากเจ้าของบ้านที่แท้จริงอยู่ต่างประเทศเป็นหลัก ทิ้งอาณาจักรธุรกิจในเมืองไทยไว้ในมือของลูกสาวทั้งสามคน

บนโต๊ะอาหารยาวเหยียดมีเพียงร่างของหญิงสาวสามพี่น้องที่นั่งประจำที่เหมือนทุกวัน

วรารักษ์ หรือ รัก พี่คนโตในชุดสูทสีเข้มเตรียมพร้อมสำหรับเข้าบริษัท เธอกำลังกวาดสายตาอ่านรายงานยอดขายจากไอแพดสลับกับจิบกาแฟดำ ใบหน้าสวยสงบนิ่งนั้นดูเหมือนกำลังคำนวณตัวเลขอยู่ในหัวตลอดเวลา

“พี่รัก กินข้าวก่อนเถอะ อาหารเย็นหมดแล้ว”

รัญ น้องคนเล็กวัย 35 ปี เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆ รัญอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตลายเก๋ที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด ดูขี้เล่นและมีเสน่ห์ร้ายลึกแบบที่ใครเห็นก็มักจะมองว่าผู้หญิงคนนี้แพรวพราว

“วันนี้พี่ไม่ค่อยหิว แค่กาแฟก็พอแล้ว” รักเงยหน้าขึ้นมามองขนมปังในมือน้องชั่วครู่ “แล้วขนมปังนั่น ใช่ที่บอกว่าธุรกิจใหม่มั้ย”

รัญยืดอกขึ้นอย่างภูมิใจ “ถูกต้องค่ะ เลิฟโปรเจกต์ของรัญเลย 72-Hour Bloom ขนมปังที่ต้องใช้เวลาหมักแป้งถึงเจ็ดสิบสองชั่วโมง เพื่อให้ได้รสสัมผัสที่ลึกซึ้งที่สุด พี่รักเชื่อเถอะ ธุรกิจนี้ต้องปังแน่นอน”

รักถอนหายใจเบา ๆ พร้อมกับขมวดคิ้ว

“ขนมปังอะไรหมักตั้งเจ็ดสิบสองชั่วโมง นานขนาดนั้นลูกค้าหนีไปซื้อร้านอื่นก่อนสิไม่ว่า สามวันที่เธอหมักแป้ง พี่ขายขนมในร้านได้เป็นพันชิ้นแล้วนะ ทำธุรกิจน่ะเวลาเป็นเงินเป็นทอง พี่ก็บอกอยู่ตลอดนะรัญ”

เมื่อโดนบ่น น้องเล็กอย่างรัญก็ลอบถอนหายใจเบา ๆ

“โธ่พี่รัก ของดีมันก็ต้องรอสิ รับรองว่าถ้าใครได้ชิม จะลืมขนมปังในร้านสะดวกซื้อของพี่ไปเลย!”

รัญตอบพร้อมขยิบตาให้อย่างทะเล้น ก่อนจะหันไปหาพี่สาวคนกลางที่นั่งนิ่งมาตลอด “จริงมั้ยคะพี่ริณ”

ริณ พี่คนรองวัย 37 ปี ผู้มีท่าทางสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในถ้วยชาตรงหน้า เธอสวมชุดสูทสีกรม และกางเกงสแล็กสีดำที่เป็นเหมือนชุดประจำตัวไปแล้ว

ริณละสายตาจากนกที่เกาะอยู่ตรงขอบหน้าต่าง แล้วหันมามองน้องสาวด้วยแววตาที่เหมือนจะอ่านทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง

“ตั้งใจน่ะมันก็ดี แต่ถ้ามากไปก็จะไม่ทันกิน” ริณพูดสั้นๆ เสียงเรียบขรึมแต่หนักแน่น

“เจ็ดสิบสองชั่วโมงของรัญไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่มันอาจจะไม่เหมาะกับคนเมืองนะ ถ้าเป็นธุรกิจโฮมสเตย์ที่เปิดแค่สี่สิบแปดชั่วโมงแบบของพี่ก็ว่าไปอย่าง แต่เอาเถอะจะทำอะไรก็ทำ...เป็นคนดีก็พอ”

ประโยคสุดท้ายของริณที่เอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ทำเอารักหลุดขำเบา ๆ

“ริณน่ะชอบให้ท้ายน้อง เลยกลายเป็นว่าจนตอนนี้แล้วยังไม่ได้หยิบจับอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย”

รักส่ายหัวเบาๆ แม้ปากจะบ่นแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อน้องสาวทั้งสอง

“คนหนึ่งก็รักอิสระจนเปิดที่พักแค่เสาร์อาทิตย์ อีกคนก็ไฟแรงเปลี่ยนธุรกิจเป็นว่าเล่น...ฉันละเหนื่อยใจแทนคุณพ่อคุณแม่จริงๆ”

“พี่รักก็บ่นเป็นคนแก่ไปได้” รัญหัวเราะร่วนพลางเอื้อมมือไปคว้าขนมปังแผ่นใหม่ “คอยดูนะ ถ้ารัญทำสำเร็จ รัญจะเอาขนมปังนี่ไปวางขายในร้านพี่รักทุกสาขาให้ราคาพุ่งกระฉูดเลย!”

ริณนั่งฟังบทสนทนาของพี่สาวคนโตที่ยึดถือเวลา 24 ชั่วโมงเป็นบรรทัดฐาน กับน้องสาวคนเล็กที่กำลังเดิมพันกับเวลา 72 ชั่วโมงด้วยรอยยิ้มจางๆ

สำหรับริณ...เธอชอบสังเกตความต่างเหล่านี้ มันเหมือนจังหวะดนตรีของบ้านจิรเดชารัตน์ แม้สามพี่น้องจะต่างกันสุดขั้ว แต่เธอก็รู้ดีว่าภายใต้หน้ากากนักธุรกิจที่แข็งกร้าวของพี่รัก และความขี้เล่นของรัญ ทั้งคู่ต่างก็กำลังมองหาใครบางคนที่จะเข้ามาทำให้เวลาของพวกเธอมีความหมายมากกว่าแค่ตัวเลขหรือความสนุกชั่วคราว เหมือนกับที่เธอกำลังมองหาความสงบที่แท้จริงในโฮมสเตย์ของเธอเช่นกัน

หลังจากมื้ออาหารเช้าเสร็จสิ้น สามพี่น้องก็เตรียมตัวแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งปกติแล้วคฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้มีภาพของการกินข้าวด้วยกันบ่อยนัก เพราะมีเพียงรักที่อาศัยอยู่ที่นี่ถาวร ส่วนริณนั้นชอบที่จะไปอยู่โฮมสเตย์ซึ่งเป็นธุรกิจของเธอที่ต่างจังหวัดมากกว่า รัญก็มีคอนโดอยู่แถวชานเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่เธอตั้งใจจะเปิดร้านขนมปังใกล้ ๆ ที่นั่นด้วย

“มา ๆ ก่อนแยกย้ายกัน ถ่ายรูปเข้าไลน์กลุ่มส่งให้คุณพ่อคุณแม่หน่อยค่ะ”

รัญเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือเซตผมเผ้าตัวเองให้เข้าทรง

“จะถ่ายก็รีบถ่าย พี่จะไปบริษัทแล้ว”

รักบ่นเล็กน้อยแต่ก็เตรียมยิ้มเต็มใบหน้า ส่วนริณไม่ได้เอ่ยอะไร เดินมาสมทบด้านหลังของรัก ยกยิ้มมุมปากเบา ๆ พร้อมกับสองมือที่ล้วงกระเป๋ากางเกงตามสไตล์

“พร้อมนะคะ หนึ่ง สอง สาม”

รัญกดถ่ายรัว ๆ ได้ภาพไปสองสามภาพ หลังจากนั้นก็กดส่งเข้าไลน์กลุ่มครอบครัวที่มีสมาชิกห้าคน

ไม่นานก็มีเสียงข้อความในกรุ๊ปดังขึ้นถี่ยิบ

Dad : ส่งสติกเกอร์ Very Good

Mom : ส่งสติกเกอร์ Beautiful

Mom : ส่งสติกเกอร์ เริดมาก

Rak : คิดถึงพ่อกับแม่นะคะ

Rin : หนาวมั้ยคะ ดูแลตัวเองด้วย

Ran : I miss you so much jub jub

บทสนทนาในกลุ่มจบลงแค่นี้ และในแต่ละวันก็ไม่มีข้อความอะไรมาก นอกจากการอัปเดตของลูกสาวแต่ละคนว่าวันนี้ทำอะไรที่ไหนบ้าง ทางด้านของรักก็มักจะส่งผลประกอบการที่เต็มไปด้วยตัวเลขมากมาย ส่วนริณมักจะมีรูปบรรยากาศสวย ๆ ของโฮมสเตย์ของเธอมาอวดเสมอ ทางด้านของรัญ ช่วงนี้ก็มีแค่ภาพของแป้งขนมปังสูตรแล้วสูตรเล่าที่เธอทดลองมันอยู่ทุกวัน

จิรเดชารัตน์ก็ประมาณนี้ มีพร้อมทุกอย่าง อบอุ่น ทุกคนได้เป็นตัวเองเท่าที่อยากเป็น

แต่มันคงจะดีกว่านี้มาก หากลูกสาวทั้งสามคน ได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่าความรัก

ความรักในอีกรูปแบบที่ไม่ใช่ความรักในแบบของพ่อแม่ แต่เป็นความรักที่จะทำให้หัวใจของพวกเธอเต้นในจังหวะที่เปลี่ยนไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (6) สู่ความธรรมดา...ชั่วนิรันดร์

    ท่ามกลางกองจดหมายขอรับทุนการศึกษาประจำปีของบริษัท 24 Hour ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ในคฤหาสน์ ไทน์ในวัยสามสิบหกปี ผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริหารอย่างเต็มตัว กำลังไล่สายตาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยความตั้งใจ จนกระทั่งเธอสะดุดกับซองจดหมายสีขาวธรรมดาฉบับหนึ่งเนื้อหาในจดหมายเขียนด้วยลายมือบรรจง เล่าถึงเด็กสาวคนหนึ่งที่สอบติดคณะบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่กลับไม่มีทุนการศึกษาเพราะพ่อแม่ทิ้งไปตั้งแต่เด็ก เธอใช้เวลาหลังเลิกเรียนทำงานพาร์ทไทม์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเพื่อเก็บเงิน แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าเทอมที่แสนแพง“หนูไม่ได้ต้องการแค่เงินช่วยเหลือ แต่หนูต้องการโอกาสที่จะพิสูจน์ว่า เด็กที่ไม่มีอะไรเลยอย่างหนู ก็สามารถเติบโตเป็นคนที่มีคุณค่าได้เหมือนกับท่านประธานที่เป็นไอดอลของหนูค่ะ”ประโยคสุดท้ายในจดหมายทำเอาไทน์นิ่งไปครู่ใหญ่ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเพราะมันเหมือนเห็นภาพตัวเองในกระจกเมื่อสิบกว่าปีก่อน เธอรีบถือจดหมายฉบับนั้นตรงไปหาวรารักษ์ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในสวนดอกไม้ข้างบ้าน“พี่รักคะ ดูจดหมายฉบับนี้สิคะ”ไทน์ยื่นจดหมายให้คนรักที่ตอนนี้อยู่ในวัยห้าสิบสี่ปี ยังคงดูสง่

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (5) เลือนรางแต่ไม่ร่วงโรย

    ภายในห้องนอนกว้างขวางของคฤหาสน์จิรเดชารัตน์ แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงในค่ำคืนนี้ดูสลัวกว่าปกติ บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ วรารักษ์ในวัยใกล้เลขห้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มือเรียวที่เคยถือปากกาเซ็นเอกสารที่เกี่ยวกับธุรกิจอย่างมั่นคง ตอนนี้กลับสั่นเทาน้อย ๆ ขณะลูบไล้ไปบนใบหน้าของตัวเองผ่านกระจกเงาสิบปีผ่านไป...กาลเวลาไม่เคยปราณีใครแม้ว่าที่ผ่านมาเธอจะใช้ครีมบำรุงที่แพงที่สุด หรือเข้าสถาบันความงามที่ดีที่สุด แต่ร่องรอยแห่งวัยก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นทุกทีดังเช่นริ้วรอยที่หางตาและจุดกระที่ผิววรารักษ์ใช้นิ้วแตะลงบนโหนกแก้มที่มีจุดกระเริ่มผุดขึ้นตามธรรมชาติของวัย และเมื่อเธอพยายามฝืนยิ้ม ริ้วรอยเล็ก ๆ ที่หางตาก็พับซ้อนกันชัดเจนจนเธอต้องรีบหุบยิ้มทันที‘แก่ขึ้นขนาดนี้เลยเหรอวรารักษ์...’เธอคิดในใจพลางหยิบครีมกระปุกหรูมาทาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังจะลบเลือนรอยเหล่านั้นเพียงเพื่อจะให้ดูดีพอในสายตาของแฟนเด็กที่นับวันจะยิ่งสง่างามและพรั่งพร้อมในวัยสามสิบเอ็ดปีเสียงประตูห้องน้ำเปิดออก ไทน์เดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำสีขาว ผมสั้นที่เซตทรงอย่างดีในเวลางาน ตอนนี้เปียกชื้นแ

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (4) วันที่ไม่เข้าใจ

    ในวัยสี่สิบเก้าปี วรารักษ์ยังคงเป็นผู้หญิงที่ดูดีอย่างไร้ที่ติ ใบหน้าคมเข้มยังคงได้รับการดูแลอย่างดี แต่ในใจของเธอกลับเริ่มมีพายุลูกเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ความมั่นใจที่เคยมีล้นปรี่เริ่มสั่นคลอนเมื่อเลขห้ากำลังเดินทางมาเยือน ผิดกับไทน์ในวัยสามสิบเอ็ดที่กำลังอยู่ในช่วงสะพรั่งและเปล่งประกายที่สุด ความเก่งกาจและบุคลิกที่นิ่งขรึมขึ้นตามตำแหน่งหน้าที่ ทำให้เธอดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างที่วรารักษ์เริ่มจะหวาดหวั่นความระแวงของวรารักษ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อบริษัทรับนักศึกษาฝึกงานชุดใหม่เข้ามา และหนึ่งในนั้นคือมิ้นท์เด็กสาววัยยี่สิบต้น ๆ ที่มีรอยยิ้มสดใส ร่าเริง และดูจะ ติดไทน์เป็นพิเศษช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา วรารักษ์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไทน์เริ่มกลับบ้านดึกขึ้น บางวันก็กลับพร้อมกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ไม่ใช่กลิ่น ประจำตัวที่เธอคุ้นเคย อีกทั้งไทน์ยังดูติดโทรศัพท์มากขึ้น นิ้วเรียวมักจะกดพิมพ์ข้อความในมือถือพร้อมรอยยิ้มมุมปากในแบบที่วรารักษ์ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่บ่ายวันหนึ่งในออฟฟิศของ 24 Hour วรารักษ์ที่กำลังจะไปประชุมต้องหยุดฝีเท้าในทันทีเมื่อเดินผ่านโต๊ะทำงานของเด็กฝึกงานคนนั้นภาพที

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (3) ความตั้งใจที่เรียกว่ารัก

    เจ็ดปี...เป็นเวลาที่นานพอจะทำให้คนเราเรียนรู้ทุกซอกทุกมุมของกันและกัน แต่สำหรับวรารักษ์และไทน์ เจ็ดปีกลับเป็นเพียงบทนำของนิยายรักที่ไม่มีวันจบเช้าวันวาเลนไทน์ในปีที่เจ็ดบรรยากาศภายในคฤหาสน์ของจิรเดชารัตน์ดูจะอบอวลไปด้วยความลับ ไทน์ในวัยยี่สิบแปดปีที่ตอนนี้กลายเป็นผู้บริหารเต็มตัวทั้งสง่าและเฉียบคม เธอกำลังประคองกล่องของขวัญใบเล็กที่ห่อด้วยกระดาษสีมุกอย่างทะนุถนอมปีนี้ไทน์ตั้งใจว่ากุหลาบขาวเพียงดอกเดียวเหมือนทุกปีคงไม่เพียงพอต่อความรักที่เอ่อล้น เธอจึงใช้เวลาหลังเลิกงานแอบไปลงคอร์สเรียนทำน้ำหอมอย่างจริงจังนานนับเดือน เพื่อที่จะสกัดเอา กลิ่นแห่งความทรงจำ ให้ออกมาเป็นรูปธรรมที่สุด“กลิ่น White Rose เปรียบเสมือนดอกกุหลาบขาวที่เต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์”ไทน์พึมพำขณะลูบไล้ขวดน้ำหอมดีไซน์เรียบหรู เธอเลือกเบสของน้ำหอมเป็นกลิ่นกุหลาบขาวที่บริสุทธิ์ แทรกด้วยกลิ่นหอมสะอาดของแป้งเด็กจาง ๆ เพื่อสื่อถึงความอ่อนโยนที่พี่รักมีให้เธอเสมอมา และตบท้ายด้วยกลิ่นวู้ดดี้เข้ม ๆ เพื่อสื่อถึงความมั่นคงของอีกฝ่าย เป็นกลิ่นที่ไทน์ตั้งชื่อให้ว่า เธอผู้เป็นนิรันดร์แต่ในขณะเดียวกัน...ทางด้านของคนพี่กลับเต็ม

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (2) หวานกว่าน้ำเต้าหู้

    แสงไฟสีนวลตาภายในห้องครัวขนาดใหญ่ของคฤหาสน์จิรเดชารัตน์ส่องสว่างเพียงบางจุด ทำให้ค่ำคืนนี้บรรยากาศดูเงียบสงบและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่งกลิ่นหอมกรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของถั่วเหลืองต้มสุกผสมกับกลิ่นใบเตยหอมลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ไทน์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของคนพี่และกางเกงขาสั้นเหนือเข่า กำลังยืนใจจดใจจ่ออยู่หน้าเตาไฟฟ้าเครื่องหรู เธอใช้ไม้พายคนน้ำสีขาวนวลในหม้ออย่างเบามือแม้ตอนนี้จะกลายเป็นผู้บริหารสาวที่แสนสง่าในเวลางาน แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน ไทน์ก็ยังคงชอบที่จะเข้าครัวทำน้ำเต้าหู้สูตรน้าเยาว์ให้วรารักษ์ดื่มก่อนนอนเสมอ โดยเฉพาะหลังจากกลับจากทริปยุโรปที่ต้องกินแต่ชีสและขนมปังมาหลายวัน“น้ำเต้าหู้ใกล้จะได้ที่แล้วค่ะพี่รัก กลิ่นหอมแล้ว”ไทน์เอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันไปมอง เพราะรับรู้ถึงฝีเท้าของคนรักที่เพิ่งเดินเข้ามาทว่าสิ่งที่ตอบกลับมาไม่ใช่คำพูด แต่เป็นอ้อมกอดอุ่น ๆ ที่สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง วรารักษ์ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนของคนเด็กกว่า สูดดมกลิ่นกายสาวที่หอมสะอาดสู้กับกลิ่นใบเตยในหม้อ มือเรียวของคนพี่เริ่มไม่อยู่นิ่ง มันค่อย ๆ ลูบไล้จากเอวบางขึ้นมาจนถึงหน้าท้องราบเรียบผ่านเนื้อผ้าตัวบาง“หอ

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   ตอนพิเศษ (1) ฮันนีมูน

    ท้องฟ้าเหนือกรุงปารีสในบ่ายวันนี้เป็นสีฟ้าครามสดใสตัดกับสถาปัตยกรรมสีครีมดูคลาสสิกของตึกรามบ้านช่องที่เรียงรายอยู่สองข้างทางไทน์ในชุดโอเวอร์โค้ทสีครีมสบายตายืนตะลึงมองหอไอเฟลที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาที่เป็นประกาย นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้เดินทางข้ามซีกโลกมาไกลขนาดนี้ และคนที่ยืนเคียงข้างกุมมือเธอไว้ไม่ห่าง ก็คือผู้หญิงที่เป็นโลกทั้งใบของเธอ“สวยกว่าในรูปที่พี่รักเคยเอาให้ดูอีกค่ะ เหมือนในหนังเลย” ไทน์กระซิบพลางกระชับมือที่ประสานกันไว้แน่น“สวยสู้คนข้าง ๆ พี่ไม่ได้หรอกค่ะ”วรารักษ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า แววตาที่มองแฟนเด็กนั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูทริปฮันนีมูนสิบวันที่รัญน้องสาวคนเล็กตั้งใจจัดให้เป็นของขวัญ เริ่มต้นขึ้นอย่างอลังการทั้งคู่นั่งเฟิร์สคลาสมาลงที่ฝรั่งเศส ก่อนจะต่อรถไฟความเร็วสูงไปยังสวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี สำหรับไทน์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่แต่ในร้านสะดวกซื้อและคอนโด การได้ออกมาเห็นโลกกว้างขนาดนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นจนเธอแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ค่ำคืนแรกเมื่อมาถึงปารีส วรารักษ์จองดินเนอร์สุดหรูบนเรือล่องแม่น้ำแซน (Seine River) เพื่อฉลองคืนแรกของการเดิน

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 6 สายตรง

    เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง วรารักษ์ นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสะท้อนผ่านกระจกบานยักษ์เข้ามาอาบไล่ใบหน้าสวยสง่าที่ตอนนี้ดูเย็นชาอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนักในมือของเธอคือแฟ้มประวัติพนักงานและตารางงานของร้านสะดวกซื้อสาขาที่ไทน์ทำงานอ

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 5 สงครามกะดึก

    เสียงเข็มนาฬิกาพลาสติกที่ติดอยู่เหนือประตูห้องพักพนักงานเดินดัง กึก... กึก... ทุกวินาทีที่ผ่านไปดูเหมือนจะถูกยืดออกด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้โลกหมุนช้าลงไทน์นั่งเหม่อมองตารางงานในแผ่นกระดาษที่ผู้จัดการเพิ่งแปะไว้บนบอร์ด ตัวอักษรชื่อของเธอถูกย้ายไปอยู่ในช่อง กะดึก ตั้งแต่ห้าทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า ติ

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 4 ลูกค้าคนพิเศษ

    สามวันหลังจากพายุความซวยเรื่องน้ำตาลทรายแตกผ่านไป ชีวิตของไทน์ยังคงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก บรรยากาศภายในร้านสะดวกซื้อที่เธอเคยรู้สึกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยกลับกลายเป็นสมรภูมิเงียบๆ พนักงานรุ่นพี่อย่างก้อยยังคงใช้สายตาจิกกัดและคอยโยนงานจิปาถะมาให้เธอทำไม่หยุดหย่อน แต่ไทน์เลือกที่จะเปลี่ยนควา

  • รักนี้มีให้เธอ 24 ชั่วโมง   บทที่ 3 ความซวยที่ไม่ได้ก่อ

    แสงแดดจัดจ้านของยามบ่ายส่องกระทบกระจกหน้าร้านสะดวกซื้อจนเกิดเงาสะท้อนพร่ามัว ไทน์มาถึงร้านก่อนเวลาเข้างานเกือบครึ่งชั่วโมงเหมือนทุกวัน เธอจอดมอเตอร์ไซค์คันเก่าไว้ที่มุมอับสายตาหลังร้าน ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องพักพนักงานที่แคบและอับชื้นไทน์หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางใบเล็กที่ซับในเริ่มหลุดลุ่ยออกมาวางบนโ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status