مشاركة

บทที่ 1

last update تاريخ النشر: 2025-04-02 22:52:59

 

หยางเฟยอวี่ขมวดคิ้ว หงุดหงิดจนแทบระเบิด วันนี้เขามีนัดเจรจาธุรกิจสำคัญ แต่ต้องมาถูกลูกพี่ลูกน้องตัวดีลากมาสนามบินเพื่อรับเพื่อนสนิทของอีกฝ่าย ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลย หากไม่ใช่เพราะอยู่ในสถานที่พลุกพล่านแบบนี้ เขาคงหยิบบุหรี่ขึ้นมาอัดควันลึกเข้าปอด เพื่อระบายความอึดอัดใจให้หายไปเสียที

"ถ้าเหมยเหมย... กลับมาคราวนี้ ผมจะสารภาพรัก ขอเธอเป็นแฟนให้ได้เลย!" หยางจื่อ ลูกพี่ลูกน้องของเขายังคงพูดเพ้อฝันถึงหญิงสาวในดวงใจไม่หยุด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

หยางเฟยอวี่ถอนหายใจเบา ๆ พร้อมกับเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือ การต้องเสียเวลารับฟังเรื่องรักใส ๆ แบบนี้ทำให้เขารู้สึกว่าเวลาของตัวเองกำลังถูกสูญเปล่า

"หยางจื่อ นายจะบอกว่าให้ฉันยืนรอนางฟ้าของนายอีกนานแค่ไหน?" เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงความประชด "ขอเตือนก่อนนะ ถ้าอีกสิบนาทีเธอยังไม่มา ฉันไปแน่"

หยางจื่อหันมายิ้มแห้ง ๆ แล้วรีบปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น "แป๊บเดียวเองพี่ใหญ่ ผมมั่นใจว่าเหมยเหมยลงเครื่องแล้ว อีกไม่กี่นาทีก็ถึงแน่!"

หยางเฟยอวี่ยกมือขึ้นกอดอก กวาดสายตามองผู้คนที่เดินผ่านไปมาในสนามบินอย่างเบื่อหน่าย ในใจได้แต่คิดว่าหญิงสาวที่ชื่อจ้าวเหมยคนนี้คงมีอะไรพิเศษมาก ถึงทำให้ลูกพี่ลูกน้องของเขาหมกมุ่นถึงเพียงนี้

เวลาผ่านไปสิบห้านาที แต่ยังไม่มีวี่แววของหญิงสาวที่หยางจื่อพร่ำเพ้อถึง หยางเฟยอวี่เหลือบมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ก่อนเหยียดยิ้มบาง ๆ อย่างเย้ยหยัน

"หมดเวลา" หยางเฟยอวี่พูดเสียงเย็น แล้วหันหลังเดินออกจากโซนวีไอพีทันที ปล่อยให้หยางจื่อยืนหน้าซีดอยู่ข้างหลัง เพราะรับปากกับหญิงสาวว่าตนจะพาพี่ใหญ่คนนี้มาด้วย จ้าวเหมยที่คลั่งไคล้หยางเฟยอวี่จึงยอมกลับมาก่อนกำหนดการถึงครึ่งเดือน

เท้ายาวของเขาก้าวผ่านฝูงชนที่แน่นขนัดในสนามบิน ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสวนกันไปมา บางคนหยุดชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดสูทพอดีตัวที่เผยให้เห็นรูปร่างสมส่วนราวกับนายแบบ เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบใต้สูททำให้เขาดูเรียบง่ายแต่แฝงความทรงอำนาจ

เบื้องหลังชายหนุ่มร่างสูง มีผู้ติดตามอีกสามคนที่เดินอย่างพร้อมเพรียง ท่าทางสุขุมแต่เคร่งขรึมเสริมให้ภาพลักษณ์ของเขาดูใหญ่โตน่าเกรงขาม เสียงรองเท้าหนังของหยางเฟยอวี่กระทบพื้นหินอ่อนดังก้องเบา ๆ ในจังหวะที่สม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความมั่นใจในทุกก้าว

เขาไม่เสียเวลาหันกลับไปมองหยางจื่ออีกครั้ง แม้จะได้ยินเสียงเรียกอย่างร้อนรนจากด้านหลัง หยางเฟยอวี่ในตอนนี้มีจุดมุ่งหมายเดียว—การเจรจาธุรกิจที่เขาไม่อาจปล่อยให้ล้มเหลวเพราะความไร้สาระของลูกพี่ลูกน้องที่ยังไม่รู้จักโต

“ท่านครับ เลขาคุณสวีโทรมาขอเลื่อนเวลานัดออกไปอีกสองชั่วโมงครับ” มู่เจิ้ง เลขาคนสนิทก้าวเข้ามากระซิบรายงาน หยางเฟยอวี่ที่นั่งอยู่ในรถพยักหน้ารับ ขณะที่คิ้วที่เคยขมวดแน่นคลายลงเล็กน้อย

รถคันหรูแล่นออกจากสนามบินอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เห็นร้านขายดอกไม้ริมทาง หยางเฟยอวี่สั่งให้คนขับหยุดรถ ร่างสูงก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมา

เขาเดินเข้าไปในร้านอย่างไม่เร่งรีบ กลิ่นหอมละมุนจากดอกไม้นานาชนิดลอยอบอวลไปทั่ว พนักงานสาวที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ยิ้มอย่างเขินอายเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปหล่อในชุดสูทเต็มยศเดินเข้ามา

“รอสักครู่นะคะ คุณลูกค้าสามารถเดินชมดอกไม้ได้ตามสบายเลยค่ะ” เสียงของเธอแจ่มใส ทว่าหัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก เธออดคิดไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้หล่อเสียจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นของใคร

หยางเฟยอวี่พยักหน้าเพียงน้อย ๆ ก่อนเดินทอดน่องไปตามทางเดินในร้าน เขาไม่ได้สนใจดอกไม้สวยงามรอบตัวมากนัก ทว่าทันใดนั้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่แตกต่างจากกลิ่นดอกไม้อื่น ๆ ก็ลอยเข้ามาในจมูก

ชายหนุ่มหยุดชะงัก หันมองรอบตัวเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจก้าวตามหาต้นตอของกลิ่นนั้น เสียงฝีเท้าของเขาเงียบกริบ ท่ามกลางบรรยากาศสงบที่ผู้คนกำลังเลือกซื้อดอกไม้อย่างเพลิดเพลิน หยางเฟยอวี่กลับเดินลึกเข้าไปยังมุมด้านในสุด

หัวใจของเขาเริ่มเต้นในจังหวะที่ไม่ปกติ ตาคมกวาดมองจนกระทั่งหยุดที่แผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่ง

เธอมีผมยาวสีน้ำตาลอ่อนเรียบลื่นยาวจรดเอว เรือนร่างบอบบางอยู่ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ตัดกับสีสันของดอกไม้รอบตัว นิ้วเรียวเล็กกำลังบรรจงจัดเรียงดอกไม้ในตะกร้าอย่างงดงาม

หยางเฟยอวี่ยืนนิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาคมจ้องมองภาพเบื้องหน้า รู้สึกเหมือนเวลารอบตัวหยุดนิ่ง กลิ่นหอมประหลาดที่ลอยมาก่อนหน้านี้กลับชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ใกล้หญิงสาวคนนี้

เขาไม่รู้ว่าทำไม หัวใจที่เย็นชาเสมอมากลับเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้

“เมี้ยว”ลูกแมวตัวสีขาวเดินออกจากมุมห้องเข้ามาคลอเคลียข้อเท้าของหญิงสาว เสียงหัวเราะปนเอ็นดูดังขึ้น

“มิวมิวอย่าซนสิ ฉันกำลังทำงานอยู่นะ”ภาษาไม่คุ้นหูดังขึ้น ภาษาแปลกหูหลุดออกจากริมฝีปากบาง ปราณปรียาวางดอกไม้ในมือลงชั่วครู่ ก่อนก้มลงอุ้มลูกแมวตัวน้อยขึ้นมาแนบอก เธอเอ่ยเสียงนุ่มเบา พลางลูบขนนุ่มฟูของมันด้วยความรักใคร่ เมื่อเธอหันกลับมาเพื่อจัดดอกไม้ต่อ รอยยิ้มที่แต้มอยู่บนใบหน้าจางหายไปทันที เมื่อพบว่ามีชายหนุ่มไม่คุ้นหน้าในชุดสูทยืนอยู่ด้านหลัง

“เอ่อ คุณลูกค้าต้องการดอกไม้ชนิดไหนคะ”ปราณปรียาเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาจีนอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มแต่งแต้มมุมปากตามารยาท หยางเฟยอวี่ที่กำลังเหม่อลอยพลันได้สติขึ้นมา นิ้วเรียวยาวชี้ไปทางหญิงสาว

“ผมอยากได้ดอกไม้ช่อนี้ครับ”

ดวงตาของปราณปรียาไหวเล็กน้อย เธอเอียงคออย่างสงสัย แต่ไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม หญิงสาวก้มลงวางลูกแมวตัวน้อยบนพื้นเบา ๆ ก่อนหมุนตัวไปเลือกดอกไม้จากชั้นด้านหลัง หยางเฟยอวี่มองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเธออย่างไม่รู้ตัว ดวงตาคมสะท้อนแสงอ่อนจากหน้าต่างกระจก

แต่หยางเฟยอวี่ไม่ได้มีท่าทางคุกคามแต่อย่างใด จึงทำให้หญิงสาวปล่อยผ่านพฤติกรรมอันแสนประหลาดนี้ไปอย่างง่ายดาย

เมื่อช่อดอกไม้เสร็จเรียบร้อย ปราณปรียาเดินนำไปยังหน้าเคาน์เตอร์โดยไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม หยางเฟยอวี่เดินตามหลังเธอเป็นเงาตามตัว หญิงสาวรู้สึกงุนงงกับพฤติกรรมของชายหนุ่มเล็กน้อย แต่เมื่อมองดูเขาอีกครั้ง เธอพบว่าแววตานั้นไม่ได้แสดงความคุกคามหรือมีเจตนาไม่ดีแต่อย่างใด ความสงสัยในใจจึงค่อย ๆ จางลง

“รับการ์ดไหมคะ?” ปราณปรียาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ ขณะใช้ปลายนิ้วเรียวกดเครื่องคิดเงินเพื่อคำนวณราคาดอกไม้

หยางเฟยอวี่นิ่งไปชั่วอึดใจ ราวกับคำถามเรียบง่ายนั้นต้องใช้เวลาครุ่นคิด เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคมจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวาน

“ไม่ครับ”

ปราณปรียาไม่ได้เอ่ยอะไรเพิ่มเติม เธอเพียงยื่นช่อดอกไม้ให้เขา พร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ พร้อมกับพูดทิ้งท้ายตามมารยาท

“ขอบคุณค่ะ แล้วแวะมาอุดหนุนอีกนะคะ”

หยางเฟยอวี่รับช่อดอกไม้จากมือเธอ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสกับหลังมืออุ่นของปราณปรียาโดยบังเอิญ แม้จะเป็นเพียงชั่วครู่ หัวใจของเขากลับกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ทำให้เขาชะงักเล็กน้อย แต่ใบหน้าคมยังคงความเรียบนิ่ง

เขาไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณ ก่อนหมุนตัวเดินออกจากร้านไป

เสียงกระดิ่งหน้าประตูดังขึ้นเบา ๆ ตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มเดินลับออกไปอย่างสง่างาม ปราณปรียายืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาของเธอมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ค่อย ๆ หายเข้าไปในรถคันหรู

หัวใจของเธอเต้นในจังหวะที่แปลกไป ไม่ใช่เพราะความหวั่นไหว แต่เป็นเพราะความรู้สึกไม่คุ้นเคยบางอย่างที่เกิดขึ้นในชั่ววินาทีนั้น

“เมี้ยว”

เสียงร้องแหลมเล็กของเจ้ามิวมิวดึงเธอกลับมาจากภวังค์ ลูกแมวตัวน้อยเดินต้วมเตี้ยมเข้ามาใกล้ ก่อนกระโดดขึ้นมาบนเคาน์เตอร์อย่างคล่องแคล่ว

“มิวมิว มาเล่นตรงนี้ไม่ได้นะ” ปราณปรียายิ้มพลางลูบหัวมันเบา ๆ

เธอหยิบมันขึ้นมาอุ้มแนบอก แล้วหันกลับไปที่ดอกไม้ในตะกร้าซึ่งยังจัดไม่เสร็จ ปล่อยให้เสียงหัวใจที่เคยเต้นแผ่วค่อย ๆ สงบลงไปทีละน้อย

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • รักปราณปรียา   บทที่ 21

    นับแต่ค่ำคืนแสนหวานวันนั้น ดูเหมือนว่าหยางเฟยอวี่จะทำตัวติดปราณปรียามากขึ้นจนเกือบจะทุกที่ แม้แต่ในช่วงเวลาที่เธอทำงานอยู่ที่ร้านดอกไม้ฮวาฮวา ชายหนุ่มมักหาเหตุผลโดดงานแวะเวียนมาหาเธอเสมอ แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าคือความหึงหวงที่แสดงออกอย่างไร้เหตุผลครั้งนี้ก็เช่นกัน…ปราณปรียาที่กำลังง่วนกับการจัดดอกไม้ให้ลูกค้าชายหนุ่มคนหนึ่งสังเกตได้ถึงสายตาคมกริบของหยางเฟยอวี่ที่จ้องมองลูกค้าอย่างไม่วางตา แม้กระทั่งตอนที่เธอส่งเงินทอนให้ลูกค้า เขาก็ยังยืนกอดอกอยู่มุมร้าน ดวงตาวาวโรจน์ราวกับจะขุดประวัติของชายหนุ่มคนนั้นออกมาให้เมื่อส่งลูกค้าคนสุดท้ายออกจากร้านได้สำเร็จ ปราณปรียาก็หันกลับมามองคนตัวสูงที่ยังคงยืนทำหน้าตาไม่พอใจอยู่ที่เดิม เธอเดินตรงเข้าไปหาเขา พลางถอนหายใจอย่างระอา“พี่เฟยอวี่คะ ถ้ายังทำแบบนี้อีก คืนนี้ปริมจะให้ไปนอนข้างนอก!” หญิงสาวพูดเสียงเขียว พลางจ้องเขาด้วยสายตาตำหนิหยางเฟยอวี่นิ่วหน้า มองคนรักอย่างไม่ยอมแพ้ “ปริมไม่เห็นเหรอครับ ว่าหมอนั่นมองปริมยังไง?”“เขาไม่ได้มองอะไรปริมเลยค่ะ เขาแค่มาซื้อดอกไม้เท่านั้นเอง!”ชายหนุ่มส่ายหน้า “ไม่จริงครับ พี่เห็นชัด ๆ เขาแอบมองปริมตั้งแต่เดิ

  • รักปราณปรียา   บทที่ 20 NC

    ปราณปรียาที่ดื่มไวน์ไปสองแก้วตามคำชวนของคุณนายหยางเริ่มรู้สึกคอพับเล็กน้อย ถึงแม้จะพยายามตั้งสติ แต่ก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว หยางเฟยอวี่สังเกตเห็นอาการของเธอจึงรู้สึกว่าเป็นเวลาที่ควรจะพาเธอกลับคอนโด“วันนี้ค้างที่บ้านก็ได้นะ ไม่เห็นต้องรีบกลับคอนโดเลย” คุณนายหยางพูดขึ้นขณะที่เดินมาส่งลูกชายที่หน้าประตู ริมฝีปากของเธอยังคงบ่นน้อยใจเล็กน้อยเพราะเห็นลูกชายรีบพาหญิงสาวกลับหยางเฟยอวี่ที่กำลังช่วยปราณปรียาใส่เข็มขัดนิรภัยหันมาตอบผู้เป็นแม่อย่างนุ่มนวล “พรุ่งนี้น้องปริมมีเรียนแต่เช้าครับ ที่นี่ห่างจากมหาวิทยาลัยค่อนข้างมาก ผมกลัวว่าน้องปริมจะไปไม่ทัน”คุณนายหยางพยักหน้ารับรู้ แต่ก็ไม่วายหรี่ตามองลูกชาย “คิดว่าแม่ไม่รู้นิสัยแกเรอะ” เธอพูดก่อนจะหยิกไปที่ต้นแขนของลูกชายเบา ๆ รอยยิ้มอ่อน ๆ เกิดขึ้นบนใบหน้าเธอ“ลานะครับ” หยางเฟยอวี่พูดพร้อมกับยิ้มยกมือขอโทษ ก่อนจะพูดต่อ “เดี๋ยววันหยุดหน้าผมจะพาน้องปริมมาเยี่ยมใหม่”คุณนายหยางมองหน้าลูกชายอย่างมองผ่าน “เอาเถอะ วันหยุดหน้าค่อยมาเจอกันใหม่” เธอพูดไปพร้อมกับยิ้มและขยับตัวกลับเข้าไปในบ้าน แต่ยังไม่วายหันมาทางปราณปรียาและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดู

  • รักปราณปรียา   บทที่ 19

    หลังจากที่หยางเฟยอวี่บอกว่าจะพาปราณปรียาไปยังที่แห่งหนึ่งในอีกสองวัน หญิงสาวก็รีบลางานล่วงหน้าที่ร้านดอกไม้ฮวาฮวา ร้านนี้เป็นที่ที่เธอทำงานเพราะหลงใหลในการดูแลดอกไม้ และอีกเหตุผลหนึ่งคือ "มิวมิว" แมวสีขาวที่นับวันก็ยิ่งอ้วนกลมจนเธออดหยิกแก้มมันไม่ได้ทุกครั้ง“ปริม คุณหยางมาถึงแล้วจ้ะ” เจียวมีฮวา เจ้าของร้านดอกไม้ตะโกนเรียกจากด้านหน้า เมื่อปราณปรียาเงยหน้าขึ้นจากช่อดอกไม้ที่เธอกำลังจัด ก็เห็นร่างสูงในชุดทำงานยืนพิงรถอยู่หน้าร้านหยางเฟยอวี่ถือโทรศัพท์ไว้ในมือ เขาแต่งตัวเรียบร้อยอย่างมีระดับ ทว่าท่าทางเย็นชาและใบหน้าคมคายที่นิ่งสงบของเขาทำให้คนที่เดินผ่านไปมาอดเว้นระยะออกห่างไม่ได้ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปทันทีที่เขาเหลือบเห็นหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวเดินออกมาจากร้าน ดวงตาคมอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และริมฝีปากที่เคยเรียบเฉยกลับยกยิ้มกว้างจนปิดไม่มิด“วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมครับ” หยางเฟยอวี่เอ่ยถามขณะเดินเข้ามาหาเขาเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็ว“ไม่ค่ะ พี่เฟยอวี่รอนานไหมคะ” หญิงสาวตอบพลางส่งยิ้มบาง“ไม่นานหรอกครับ คนดี” เขาตอบเสียงนุ่มก่อนจะจับมือของเธออย่างอ่อนโยนและพาเข้าไปในรถเมื่อท

  • รักปราณปรียา   บทที่ 18

    หลังจากนั้นไม่นาน ปราณปรียาก็ได้รับรู้ถึงเหตุผลที่ทำให้ถังเหมยหลินมาเกาะติดเธอเหมือนเงาตามตัวเรื่องราวที่ถูกพูดถึงในกลุ่มเพื่อนเริ่มกระจายไปทั่ว หวังหย่วน หนุ่มเพื่อนร่วมคลาสที่เคยมีภาพลักษณ์ดี ทำผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มเดียวกับถังเหมยหลินท้องโดยไม่รับผิดชอบ เรื่องนี้สร้างความสะเทือนใจให้ถังเหมยหลินอย่างรุนแรง เพราะนอกจากจะรู้สึกโกรธแทนเพื่อนแล้ว ยังทำให้เธอเสียศูนย์ในความมั่นใจของตัวเองหญิงสาวที่เคยวางท่าโอหังและมั่นใจในตัวเองมาโดยตลอด ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง เธอเริ่มตั้งคำถามกับทุกความสัมพันธ์ในชีวิต ว่าใครกันแน่ที่จริงใจกับเธอ และใครที่อาจจะซ่อนมีดไว้ข้างหลังในสายตาของถังเหมยหลิน ปราณปรียาคือคนเดียวที่ดูแตกต่าง หญิงสาวที่มักวางตัวนิ่ง ๆ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือใส่ใจกับเรื่องวุ่นวายรอบตัว กลับดูเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด“ฉันแค่ต้องการเพื่อนที่จริงใจสักคน” ถังเหมยหลินพูดขึ้นในวันหนึ่งหลังจากเงียบอยู่นาน ปราณปรียาที่ได้ยินเช่นนั้นเพียงเงยหน้าจากหนังสือและยิ้มเล็กน้อย“ฉันไม่ไล่เธอหรอก ถ้าเธออยากจะเล่าอะไร ฉันรับฟังได้เสมอ”คำพูดเรียบง่ายของปราณปรียาทำให้ถังเหมยหลินที่กำลัง

  • รักปราณปรียา   บทที่ 17

    เช้าวันใหม่มาพร้อมกับแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง แต่สิ่งที่ปลุกปราณปรียาให้ตื่นไม่ได้มาจากแสงแดด หากแต่เป็นความรู้สึกหนัก ๆ ที่บริเวณบั้นเอว เธอเลิกผ้าห่มขึ้นดูและต้องตกใจกับสิ่งที่เห็นแขนแข็งแรงของหยางเฟยอวี่พาดอยู่บนตัวเธอ อีกทั้งยังมีลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างหู ใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมา“คนดี ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มนุ่มสะลึมสะลือดังขึ้นเหนือหัว ราวกับรู้ว่าเธอกำลังทำตัวไม่ถูก ปราณปรียาทำได้เพียงพยักหน้าตอบเบา ๆหยางเฟยอวี่ลืมตาขึ้นมาครึ่งหนึ่งพร้อมกับยิ้มอ่อนในใจเมื่อเห็นท่าทางกระต่ายตื่นตูมของคนในอ้อมแขน เขาเอื้อมมืออีกข้างมาลูบหัวเธอเบา ๆ“ข้างนอกยังเช้าอยู่เลย นอนต่ออีกนิดไหมครับ” เขาเอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แต่คำพูดนั้นยิ่งทำให้ปราณปรียารู้สึกประหม่า“ปริมอยากเข้าห้องน้ำค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเบา แม้ว่าในความเป็นจริงเธอไม่ได้ต้องการเข้าห้องน้ำเลยก็ตามหยางเฟยอวี่หัวเราะเบา ๆ สูดกลิ่นหอมจากต้นคอของเธอเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะยอมปล่อยมืออย่างไม่เร่งรีบเมื่อได้รับอิสระ ปราณปรียารีบลุกจากเตียงทันที ร่างบางแทบจะวิ่งไปที่ห้องน้ำโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้หยางเ

  • รักปราณปรียา   บทที่ 16

    ปราณปรียาพักผ่อนจนเวลาล่วงเลยไปถึงยามเย็น เมื่อรู้สึกตัวตื่น เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย แสงแดดอ่อน ๆ สาดลอดผ่านผ้าม่านบาง ทำให้บรรยากาศในห้องดูอบอุ่น ในคราแรกเธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกใจ แต่เมื่อหญิงสาวมองไปรอบ ๆ ห้อง เฟอร์นิเจอร์ที่จัดวางอย่างเรียบร้อยและมีกลิ่นอายที่คุ้นเคยช่วยให้เธอคลายความกังวลลงได้ พลันความทรงจำก็ผุดขึ้นในหัว หยางเฟยอวี่ต้องเป็นคนพาเธอมานอนที่นี่อย่างแน่นอนปราณปรียาลุกขึ้นจากเตียงและเปิดประตูออกไป เธอพบว่าชายหนุ่มยังคงง่วนอยู่กับเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงาน เสียงกุกกักเบา ๆ ของเธอทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคมมองเธออย่างอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ ยังง่วงอยู่หรือเปล่า?” เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางลุกขึ้นเดินตรงมาหาเธอ เมื่อเห็นเธอยืนอยู่ที่ประตูด้วยท่าทีนิ่งขึง“ไม่ค่ะ ปริมนอนเต็มอิ่มแล้ว เลยไม่ง่วงอีก” เธอตอบด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมส่งยิ้มหวานให้เขาหยางเฟยอวี่ยิ้มบางก่อนจะจูงมือเธออย่างนุ่มนวลพาไปนั่งที่โซฟา เขาจัดหมอนรองหลังให้เธออย่างใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “นั่งพักตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่รีบเคลียร์งานให้เสร็จ”ปราณปรียามองเขาด้วยสายตาเอ็นดู ก่อนจะหย

  • รักปราณปรียา   บทที่ 3

    ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูทำให้ปราณปรียาที่กำลังเหม่อมองม่านหน้าต่างต้องละสายตาจากท้องฟ้ายามค่ำคืน ร่างบอบบางลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินตรงไปที่ประตู เมื่อมองผ่านช่องตาแมวเห็นใบหน้าคุ้นเคยของเพื่อนสนิท เธอจึงเปิดประตูด้วยรอยยิ้ม“เหนื่อยจริง ๆ! ทำไมปริมถึงไม่เลือกห้องพักที่มีลิฟต์นะ” เอมอรบ่นพลางใช้มื

  • รักปราณปรียา   บทที่ 2

    “คุณชายใหญ่ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”มู่เจิ้ง ผู้ช่วยคนสนิทเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ ตั้งแต่ขึ้นรถมา หยางเฟยอวี่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดผิดปกติ แถมยังหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบแทบไม่หยุด ควันสีเทาลอยคละคลุ้งจนเต็มรถ ราวกับสะท้อนอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ภายในใบหน้าคมที่มักสงบนิ่งกลับขึ้นสีแดงจาง

  • รักปราณปรียา   บทนำ

    ท่ามกลางความพลุกพล่านของสนามบินในเช้าวันที่อากาศอบอ้าว เสียงประกาศเที่ยวบินดังเป็นระยะ หญิงสาวผู้มีใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อน ๆ กำลังนั่งอยู่มุมหนึ่งของห้องโถงผู้โดยสาร เธอจ้องมองโทรศัพท์ในมืออย่างเหม่อลอย ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอมาจากเพื่อนสนิทซึ่งส่งมารัว ๆ อย่างใส่ใจ“ถึงไหนแล้ว อย

  • รักปราณปรียา   บทที่ 4

    ปราณปรียาเดินมาหยุดยืนหน้าร้านพรีเวดดิ้งที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจ ตึกสูงสามชั้นที่ตกแต่งอย่างทันสมัยโดดเด่นด้วยบานกระจกใสขนาดใหญ่สะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับ ป้ายชื่อร้านสลักด้วยอักษรสีทองที่เปล่งประกาย อ่านได้ชัดเจนว่า ร้านซินโหรวตัวอักษรที่สื่อถึงความหรูหราและเรียบง่ายในคราวเดียวกัน ช่วยเสริมภ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status