LOGIN
“ไสว่าสิบ่ถิ่มก๊าน ไสว่าสิมี๊กานและก๊าน ไสว่าสิฮักแพงก๊าน ไสว่าสิมีก๊านตลอดปายยยย”
เสียงลูกคอที่มีเอกลักษณ์ด้านลบดังออกมาจากเถียงนาน้อยหลังหนึ่งกลางทุ่ง ฟังจากลักษณะแล้วเจ้าของเสียงได้เข้าถึงอารมณ์ส่วนลึกไปแล้ว จึงได้แหก...เอ่อ...ส่งเสียงร้องดังขึ้นเรื่อยๆ
“ไสว่าสิบ่แบ่งจาย ไสว่า..."
คนอยู่ในกระท่อมด้วยกันทนไม่ไหวตะโกนด่าลั่น
“มึงน่ะไสหัวไปเลย! เสียงอย่างกับควายออกลูก”
แต่พ่อนักร้องกลับส่งเสียงร้องดังขึ้นเหมือนจะแกล้งกัน
“ไสว่าสิบ่ถิ่มก๊านนนนนนนน”
“ถ้ายังบ่เซาฮ้อง กูสิถิ่มมึงบาดนิล่ะบักเวรก้อง!” (ถ้ายังไม่หยุดร้อง กูได้ทิ้งมึงตอนนี้ล่ะไอ้เวรก้อง)
“ฮ่วย! นายคึเว้าแนวนี้ล่ะ ระดับ ‘ก้องหล้า นาทองคำ’ มาฮ้องเพลงให้ฟังเอง มันดีปานได๋แล้ว” (อ้าว ทำไมนายพูดแบบนี้ล่ะ ระดับก้องหล้านาทองคำมาร้องเพลงให้ฟังเอง มันดีแค่ไหนแล้ว)
“ดีกับผี คนฟังหูดับตับไหม้หมดแล้ว”
“เสียงดีขนาดนี้ หูนายฟังไม่ถึงระดับเสียงนี้มากกว่า” ก้องหล้าค้อนใส่เจ้านายรัวๆ และโดนขายาวๆ ยันออกมาใส่จนตกแคร่ไม้ไผ่ลงไปนอนขาชีฟ้าอยู่พื้นดินทันที “น๊าย!”
“ถึงยัง ถ้ายังไม่ถึง กูจะได้ถีบให้มันถึง!”
“ถึงแล้วค้าบ! แค่นี้ก็ต้องทำร้ายร่างกายกันด้วย” คนโดนถีบบ่นเสียงกระปอดกระแปด สีหน้างอง้ำ
“พอๆ มึงกลับไปดูที่เรือนหน่อยไป ไม่รู้ผู้หญิงคนนั้นกลับไปหรือยัง” แดนดินพยักพเยิดบอก นาทีนี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการหาเรื่องให้ก้องหล้าไปทำ ไม่อย่างนั้นเขาก็ต้องทนฟังเสียงมันร้องเพลงไม่รู้จบแน่นอน ทรมานตายห่า!
“ได้เลยครับ รอแป๊บเด้อ เดี๋ยวก้องมา” ก้องหล้าตะเบ๊ะรับคำสั่งแล้ววิ่งออกจากกระท่อมมุงด้วยหญ้าคาไป
เจ้านายถึงกับส่ายหน้าตามไปอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เขาอุตส่าห์หนีเสียงสิบแปดหลอดของผู้หญิงที่ย่านัดมาให้ดูตัวมาอยู่ที่นี่ ก้องหล้ายังจะตามมาหอนให้ฟังอีก เขาไม่เข้าใจว่าอายุ 34 ปี นี่แก่แล้วหรือ ย่าถึงได้มองหาผู้หญิงมาให้นักหนา แค่คิดถึงผู้หญิงพวกนั้นก็ปวดหัวแล้ว
“คุณดินขาา...”
ร่างสูงสะดุ้งเมื่อเสียงร้องเรียกดังมาแต่ไกล
“ไอ้ห่าก้อง หาเรื่องให้กูอีกแล้ว!” เขาสบถด่าลูกน้องคนสนิท รู้ทันทีว่าคนที่มาคือใคร
“คุณดินขา อยู่ไหนเอ่ย”
คุณดินขาเหลียวซ้ายแลขวาหาที่หลบ แต่เถียงนามันก็หลังน้อยแค่นี้ เขาจะหนีไปไหนได้
“คุณดินขา คุณย่าให้มาตามค่า”
ไม่รอช้าร่างสูงรีบปีนขึ้นต้นมะม่วงที่อยู่ข้างๆ ไม่ลืมคว้ารองเท้าหูหนีบสีฟ้าขึ้นมาด้วย เสี้ยวนาทีนั้นเองที่แม่สาวเสื้อส้มประคองรองเท้าส้นตึกเดินเก้กังเข้ามาในบริเวณกระท่อมพอดี ก้องหล้าวิ่งตามมาติดๆ
“ไม่เห็นมีใครอยู่เลยสักคน นี่แกแกล้งบอกฉันมั่วๆ ใช่ไหม!” พอไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆ ในกระท่อม หญิงสาวหน้าสวยด้วยเครื่องสำอางก็หันไปแว้ดใส่ก้องหล้า
“มีสิครับ เมื่อกี้นายยังนั่งอยู่ตรงนี้เลยนะ” ก้องหล้าชี้แคร่ไม้ไผ่อย่างงงๆ
“อยู่ตรงไหน ถอยซิ!” หล่อนผลักก้องหล้าออกจนเซไปชนต้นมะม่วงอย่างแรง แล้วเดินไปชะเง้อหาแดนดินอย่างไม่สนใจ
ก้องหล้าทั้งอึ้งทั้งเจ็บที่ถูกผลัก ยังไม่ทันขยับตัวก็รู้สึกเจ็บๆ คันๆ ที่ไหล่ พอเอื้อมมือไปลูบดูก็พบว่าเป็นมดแดงหลายตัวกำลังเล่นงานเขา จึงรีบปัดออก แต่ปัดแล้วมันก็ยังหล่นลงมาใส่ใหม่ เขาเงยหน้ามองหารังมันอย่างหงุดหงิด ไม่คาดว่าจะพบมดแดงใหญ่ที่กำลังถลึงตาใส่อยู่บนต้นมะม่วง
หึหึ นายจะเล่นแบบนี้เหรอ ด๊ายยยยย!
ส่งสายตายิ้มยั่วเจ้านายแล้วลูกน้องหนุ่มก็ร้องเรียกสาวสวย
“คุณๆ นี่มาทางนี้”
“เรียกทำไมยะ บอกมานะ นี่แกโกหกใช่ไหม ฉันไม่เห็นเลยว่าคุณดินขาจะอยู่ที่นี่อย่างที่แกบอกน่ะ”
“นายอยู่ที่นี่จริงๆ เอ๊อะ!” หนุ่มหน้ามนพูดไม่ทันขาดคำก็โดนมะม่วงลูกเท่าเหรียญสิบร่วงลงมาใส่หัวเต็มๆ เจ็บจนต้องเงยหน้าขึ้นไปเบิกตาใส่ตัวการอย่างเคืองขุ่น แต่สาวเสื้อส้มไม่ได้สนใจตรงนี้ หล่อนสะบัดหน้าจากไปทันทีที่มะม่วงลอยลงมาใส่หัวก้องหล้า ถ้าเสียเวลามองสักนิดก็คงได้เจอคุณดินขาของหล่อนแล้ว
แดนดินรอให้อีกฝ่ายเดินห่างออกไปไกลจึงไต่ต้นไม้ลงมา และอย่างแรกที่ทำก็คือก้าวเข้าไปตบกบาลลูกน้องตัวดี
“มึงจะไปบอกเขาเฮ็ดหยังว่ากูอยู่นี่” (มึงจะไปบอกเขาทำไมว่ากูอยู่ที่นี่)
“ฮ่วย! คุณย่าสั่งให้พามา”
“พาไปที่อื่นสิ! บอกเลยว่าต่อให้สวยแค่ไหนกูก็ไม่สน!”
“สิถ่าเบิ่งงง” (จะรอดู) ลูกน้องทำหน้าทำตาล้อเลียน ก่อนจะเอ่ยท้า “พนันกันไหมนาย ผู้หญิงคนต่อไปที่คุณย่าหามา จะทำให้นายชอบได้หรือเปล่า”
“พนันก็พนันสิ” เจ้านายรับท้าอย่างมั่นอกมั่นใจ ต่อให้ย่าหามาอีกสิบคน เขาก็ไม่เลือกใครมาเป็นเมียทั้งนั้นแหละ ผู้หญิงสวยๆ ที่ไม่มีใครเอาจนต้องให้ผู้ใหญ่หาผู้ชายให้ ก็เป็นพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอมเสียส่วนใหญ่ไม่ใช่หรือไง
เขาผู้หญิงที่สวยทั้งตัวหอมทั้งตัวครับ!
“โอเค ถ้าผมชนะ นายต้องขึ้นเงินเดือนให้หนึ่งเท่า ซื้อควายไทยพันธุ์ดีพ่อแม่ลูกให้ด้วย”
“มึงจะเอาควายไปทำไมวะ?”
“ผมจะเปิดฟาร์มควายงาม” ก้องหล้าบอกความต้องการยิ้มๆ
แดนดินฟังแล้วถลึงตาใส่ เงินเดือนที่มันได้ตอนนี้เดือนหนึ่งๆ มีเหลือเกินครึ่ง เพราะมันไม่เอาออกมาใช้เลย เจียดออกมาใช้สอยบ้างก็เฉพาะตอนที่จำเป็น แค่จะทำฟาร์มควายอะไรนั่น มันทำได้สบาย แต่เพราะความงก มันเลยมาหาตอดเงินจากกระเป๋าเขาไปน่ะสิ!
“ว่ายังไงนาย เอากับผมไหม”
“ถ้ากูชนะล่ะ จะได้อะไร”
“ผมยอมทำงานให้นายฟรีๆ สามเดือนเลยเอ้า!”
แดนดินแค่นยิ้มบอก “งั้นก็ตกลง มึงกลับไปพิมพ์ข้อตกลงไว้เป็นหลักฐานด้วย แล้วเรามาคอยดูกันว่าใครจะชนะ ผู้หญิงที่ย่าหามาไม่ทำให้แดนดินหวั่นไหวได้หรอก!”
“มั่นหน้าไปอีกนายกู!” ก้องหล้าได้แต่นึกปลงกับความมั่นของเจ้านาย ขอให้ผู้หญิงที่กำลังจะมาเยือนเรือนคำหอมในเร็วๆ นี้ ทำให้เจ้านายพ่ายแพ้แก่เขาด้วยเถอะ!
“แกล่ะกุ้ง ยอมให้คุณภัทรกินมั้ยจ๊ะ”กรรณิกาช้อนสายตามองคนชอบกินกุ้งข้างๆ ถามเสียงเบา “คุณอยากกิน...”"ตั้งแต่หัวยันหางเลย" ภัทรชนม์ตอบก่อนเธอจะพูดจบซะอีกทนไม่ไหวแล้ว!“ขอตัวกลับก่อนนะคะ จะรีบไปดูซีรีส์น่ะ” กรรณิกาทนเขินไม่ไหว รีบลุกขึ้นเอ่ยลาด้วยเหตุผลที่เด้งขึ้นมาในหัวแล้วเดินหนีออกมาทันที แผนการของนายหญิงมันเล่นกับหัวจเกินไป เธอต้านไม่ไหวจริงๆ“รีบตามไปสิวะ""ใช่ค่ะ รีบตามไปเร็ว นี่โอกาสทองเลยนะคุณภัทร""ใช้โอกาสนี้ปรับความเข้าใจได้เต็มที่เลยนะคะ อีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงโน่นละภาถึงจะกลับ”ได้ยินพวกหอมจันทร์ร้องบอกเช่นนั้น ภัทรชนม์ก็เลิกมองตามกรรณิกาเหมือนหมาหงอย ลุกขึ้นวิ่งไล่ตามเธอไปทันทีภัทรชนม์ไม่ต้องตามหานาน แค่วิ่งออกมาก็เจอร่างบางของคนที่วิ่งออกมาก่อนหน้านี้กำลังนั่งกุมข้อเท้าตัวเองอยู่ไม่ไกล เขารีบวิ่งไปหาเธอ “กุ้ง!”“คุณภัทร” กรรณิกาเรียกคนวิ่งมาหาเสียงอ่อย เมื่อกี้เธอวิ่งพลางหันมองข้างหลังว่าจะมีคนตามมาหรือเปล่า ไม่ทันดูทางให้ดี เลยสะดุดเท้าตัวเองล้มจนเจ็บตัวแบบนี้“ขาเป็นอะไร”“กุ้งเดินสะดุด...เจ็บค่ะ!” เธอร้องบอกเมื่อภัทรชนม์นั่งลงจับข้อเท้าข้างที่เจ็บอยู่เบาๆชายหนุ่มตร
รอไม่นานเธียรวิชญ์ก็รับสาย (“ว่าไงคะ โทรหาพี่ทำไมเอ่ย เดี๋ยวสามีก็กลับบ้านแล้วค่ะ”)ลูกน้องสาวทั้งสองขนลุกเบาๆ กับความปากหวานของเจ้านาย ผิดกับนายหญิงที่หัวเราะเบาๆ อ้อนสามีเสียงหวาน“พี่เธียรขา วันนี้เรามาทำอะไรสนุกๆ กันเถอะค่ะ”(“หืม? จันทร์อยากทำอะไรคะ แล้วนี่อยู่ไหน เก็บดอกไม้กันเสร็จรึยัง”)“เรื่องดอกไม้เอาไว้ก่อนค่ะ พี่เธียรรู้มั้ยว่าวันนี้คุณภัทรเกือบจะยกทัพบุกแล้วนะคะ”(“ไอ้ภัทรจะยกทัพบุก? คืออะไร พี่งงนะ”)เธียรวิชญ์ถามกลับมางงๆ แต่หอมจันทร์ไม่มีเวลาอธิบาย เธอมองกรรณิกาเล็กน้อยก่อนจะบอกแผนการของตัวเองให้สามีรู้“จันทร์กับพี่ๆ กำลังวางแผนบุกคืนอยู่ที่บ้านของเราค่ะ เย็นนี้พี่เธียรช่วยเรียกหนุ่มๆ มาที่บ้านได้มั้ยคะ คนอื่นไม่เน้น เน้นคุณภัทร”(“อ้อ เรียกมาทำอะไรล่ะ พี่ไม่มีงานให้ภัทรทำนะ”)“งานอะไรก็ได้ค่ะ แต่เย็นนี้เขาต้องมา เข้าใจมั้ยคะ” นายหญิงของเกาะสั่งงานนายหัวเสียงเข้ม(“แล้วพี่จะลองดูค่ะ”)
ตอนพิเศษภัทรชนม์ กรรณิกามันจะใกล้เกินไปแล้วนะ!ภัทรชนม์คิดในใจขณะมองกรรณิกายืนคุยกับชายหนุ่มชาวต่างชาติด้วยสายตาเครียดขรึม แค่คุยกันนี่มันจำเป็นต้องยืนใกล้ชิดขนาดนั้นเลย ทีกับเขานี่ยืนใกล้ไม่ได้เลย ยิ่งเห็นเธอยิ้มแย้มพูดคุยกับหมอนั่น หัวใจเขายิ่งปวดหนึบหรือว่ามันถึงเวลาที่เขาควรจะยอมแพ้สักที...“ถ้ามึงไม่กล้าบอกเขาว่าคิดยังไง มึงก็ตัดใจเถอะภัทร แก่ๆ กันแล้ว จะเล่นกับความรู้สึกตัวเองทำไมวะ” แมทธิวผู้เป็นตัวตั้งตัวตีดึงแกมลากเพื่อนมาสารภาพรักกับสาวกระซิบบอก โดยมีชาติชายพยักหน้าว่าตาม“เออ กูเห็นด้วยกับไอ้แมท ตี๋หล่ออินเตอร์อย่างมึง สาวๆ แถวนี้เหลียวหลังมองตามคอแทบหัก จะมาสนใจอะไรกับคนที่ไม่ได้สนใจมึงสักนิดวะ”“มึงน่ะหุบปากไปเลย”ชาติชายหุบปากทันที แต่ยังแอบค้อนตี๋หล่อ ก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าแก๊ง อุตส่าห์ฮึดใจสู้ดั้นด้นมาภาพรักกับแก้วตาดวงใจทั้งที แม่งเสือกใจเสาะมายืนหลบมุมเสาเพราะเจอสาวคุยกับหนุ่มตาน้ำข้า
หอมจันทร์ปลีกตัวออกมาจากห้องแต่งตัวทันทีที่ได้ยินช่างทำผมคนหนึ่งบอกว่ามีแขกมาถึงแล้วกลุ่มหนึ่งดูจากเวลาคงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากญาติผู้น้องที่ร่วมมือกันกับสองหนุ่มส่งเธอไปอยู่ที่เกาะเคียงจันทร์ เธอรีบสาวเท้าเดินฉับๆ ไปเคาะห้องนอนของฤทัยรักษ์ บริรักษ์ภักดี“ยัยหนูเน่า!” เรียกเสียงดังลั่นเมื่อประตูห้องเปิดออก“พี่หญิงเบาเสียงลงหน่อยค่ะ เดี๋ยวเด็กๆ จะตื่นเอา หนูอุ่นว่าเราไปคุยกันที่อื่นดีกว่านะคะ” ฤทัยรักษ์รีบบอกแล้วจูงมือพี่สาวที่มีสีหน้างงๆ เมื่อได้ยินคำว่า 'เด็กๆ' เดินไปนั่งเก้าอี้ตรงโถงนั่งเล่นริมระเบียงที่อยู่ตรงข้ามห้องตนหอมจันทร์เลิกสนใจเรื่องเด็กที่ว่า พอนั่งลงก็แกล้งทำหน้าตาขึงโกรธ “ยัยตัวดี! กล้าร่วมมือกับคนอื่นวางแผนทำกับพี่ได้ลงคอ”“โธ่! พี่หญิงอย่าโกรธหนูอุ่นเลยนะ เรื่องจริงเป็นยังไงพี่หญิงก็ทราบแล้วนี่นา” คนน้องอ้อนวอนเสียงอ่อนเสียงหวาน“เรานี่มันจริงๆ เลย ไปรู้เห็นเป็นใจกับสองคนนั้นได้ยังไง ต้องอยู่ฝ่ายพี่สิถึงจะถูก”“หนูอุ่นไม่ได้ตั้งใจ รู้ตัวอี
พิธีหมั้นหมายตามประเพณีของเธียรวิชญ์กับหอมจันทร์จัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เป็นงานเช้าในบรรยากาศแสนเงียบสงบของวังเทพรัตน์ธรรม มีเพียงญาติผู้ใหญ่และเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมงานสัปดาห์ต่อมา งานฉลองมงคลสมรสถึงจัดขึ้น สถานที่จัดงานยังคงเป็นวังเก่าบ้านเจ้าสาว งานจะเริ่มในตอนค่ำ แต่ทีมช่างแต่งหน้าทำผมมาถึงแต่เที่ยง เพื่อเนรมิตเจ้าสาวให้ออกมาสวยที่สุดตามคำสั่งของเจ้าบ่าวคนอีกกลุ่มที่มาถึงคือแขกคนแรกที่เจ้าสาวเชิญ ทว่าฤทัยรักษ์ไม่ได้มาคนเดียว ยังมีเด็กและคนชรามากับเธอด้วย นับรวมได้อีกสี่คน“คุณนม! คุณหนู!”เด็กสาวคนหนึ่งปรี่ออกมาหา เมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่หน้าตึกเก่าของวังฯ ทำให้ถูกหญิงสูงวัยที่เจ้าหล่อนเรียกว่าคุณนมเอ่ยปรามเสียงดุทันที“เบาๆ หน่อยสิแม่กระจิบ”“ก็กระจิบดีใจที่คุณๆ กลับมาแล้วนี่เจ้าคะ!”คุณนมคำแพงส่ายหน้ายิ้มๆ ให้แม่คนอยู่เป็น ขณะที่ฤทัยรักษ์หัวเราะเบาๆ ตอบกลับสาวใช้ตัวน้อยเสียงหวาน“พวกเราก็คิดถึงกระจิบและทุกคนที่นี่เหมือนกันจ้ะ""คิดถึงแต่ไม่ติดต
ท่านหญิงวรรณฤดีพยักพเยิดถามเอกตะวัน “ชายใหญ่ฟังแล้วคิดว่าอย่างไร จะยกน้องสาวให้เพื่อนหรือเปล่า”“หึหึ ชายพอใจกับคำสัญญานี้ครับ แต่ชายจะยกน้องให้ก็ต่อเมื่อเธียรยกเกาะเคียงจันทร์กับจันทรารีสอร์ตเป็นของขวัญวันแต่งงานให้หญิงจันทร์ครับ” เอกตะวันตีหน้าขรึมยื่นข้อเสนอ“เกาะส่วนตัวที่บอกว่าเธียรเนรมิตขึ้นมาเพื่อหญิงจันทร์น่ะรึ”“ครับ”“จันทร์ไม่อยากได้สักหน่อย” หอมจันทร์แย้งขึ้นมาในตอนนั้น แต่เจอว่าที่คุณลุงสวนคืนมาทันควัน“ก็เก็บไว้ให้หลานของพี่สิ”หอมจันทร์กับเธียรวิชญ์ทำตาโตมองเขาอย่างตกใจก็ไหนตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดเรื่องนี้!เป็นเธียรวิชญ์รีบอ้าปากบอกก่อนเงาหัวจะไม่มี “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาเลย เดิมทีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดบนเกาะเคียงจันทร์ก็เป็นของจันทร์อยู่แล้ว เป็นของขวัญที่ฉันตั้งใจจะยกให้น้องหลังจากที่เราใช้ชีวิตคู่ด้วยกันน่ะ”“ฮะ! จะบอกว่ามึงตั้งใจยกเกาะให้จันทร์ตั้งแต่ที่มึงขอซื้อต่อจากลุงแล้ว?”“
“เอาละๆ เจ้าก้องไม่ต้องไปแล้ว เจ้าดินกับหนูอุ่นน่ะ ไปส่งเด็กๆ ด้วยกันไป” หลังยิ้มมองอยู่สักพัก ย่าคำหอมก็พยักพเยิดสั่งอย่างวางอำนาจ โอกาสทองอยู่ตรงหน้าแบบนี้ จะให้นั่งมองเฉยๆ ได้ไง "ในเมื่อเด็กมันไม่อยากไปกับเจ้าก้อง แต่อยากให้หนูอุ่นไปส่ง จะทำไงได้ หนูอุ่นเพิ่งมาอยู่ที่นี่ รู้จักที่ทางของหมู่บ้านเ
ฤทัยรักษ์ที่ฟังไปแปลไปถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำว่าขี้อะไรสักอย่างขณะกำลังอึ้งๆ อยู่นั่นเอง แดนดินพลันโผล่มาจากไหนไม่รู้ คว้าลูกเป็ดไปอุ้มแล้วออกคำสั่งหน้าระรื่น“อยู่นี่เอง มาเร็ว รีบอุ้มลูกไก่ตามฉันมา”“ไปไหนคะ?”“อย่าถามมากได้ไหม รีบตามมาก่อนเถอะ” เขาว่าพร้อมกับดึงแขนเรียวตามไปทางหนึ่ง “ไหนๆ เธอก็
“เธอนี่ถามก็ไม่ตอบ ถอยดิ๊” แดนดินว่าแล้วก็เข้าไปหยิบตะกร้าพร้อมกรรไกรซึ่งวางแอบไว้ข้างประตูตรงไปหาแปลงดอกดาวเรืองสีเหลือง เขากวาดสายตามองหาดอกสวยๆ แล้วก้มลงตัดมันฤทัยรักษ์เห็นแบบนั้นก็รีบเคลื่อนตัวตามมาไปติด“อะไรอีกล่ะ” เขาหันมาถาม“ขอตัดด้วยได้ไหมคะ” เธอว่า “พอดีย่าแพงให้ฉันมาตัดเอาดาวเรืองไปใส่
การตื่นเช้าขึ้นมาใส่บาตรหน้าเรือนกลายเป็นกิจวัตรที่ฤทัยรักษ์คุ้นเคยไปแล้ว แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เธอได้ลงมือนึ่งข้าวเหนียวด้วยตัวเองหญิงสาวตื่นตั้งแต่ตีห้า เพื่อมาเอาข้าวเหนียวที่แช่น้ำทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนขึ้นนึ่งบนเตาไฟในห้องครัวที่อยู่ตรงกลางระหว่างเรือนทั้งสองหลัง ครัวที่เรือนนี้แบ่งเป็นสัดส่ว







