Share

บทที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2025-11-30 14:54:56

เมื่อเอ่ยถึงหมู่บ้านเล็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวงอย่างหมู่บ้านนาทองคำแล้ว ที่นั่นคือแหล่งผลิตและส่งออกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ไม่กี่ร้อยหลังคาเท่านั้น แต่นาข้าวที่อยู่ล้อมรอบหมู่บ้านกลับมีพื้นที่นับพันไร่ เกินกว่าครึ่งของที่นาเหล่านั้นเป็นของ คุณย่าคำหอม ทรัพย์มหาศาล เศรษฐินีใหญ่ของหมู่บ้าน

คุณย่าคำหอมมีนาข้าวนับไม่ถ้วน แต่กลับมีทายาทน้อย ตอนมีลูกท่านก็มีคนเดียว พอมีหลานยังมีหลานชายคนเดียวอีก ดังนั้นพอหลานชายหัวแก้วแหวนอยู่ในวัยสร้างครอบครัว ท่านจึงสรรหาสาวๆ มาให้เขาได้พิจารณา เลือกเอาสะโพกใหญ่ๆ หน่อย จะได้คลอดเหลนให้ท่านได้หลายๆ คน แต่แดนดินกลับไม่เคยเห็นผู้หญิงพวกนั้นอยู่ในสายตา หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ชายหนุ่มผลักไสพวกเธอออกไปจากชีวิตด้วยวิธีการต่างๆ นานา ก็เหมือนสาวเสื้อส้มที่ต้องกลับไปแบบไม่ได้เห็นแม้เพียงเส้นผมของเขา

หลังจากส่งคนกลับไปแล้ว หญิงชราก็มานั่งคัดเมล็ดถั่วไว้ทำขนมรอหลานอยู่ที่หอนั่งกลางเรือนไทยประยุกต์แบบอีสาน สร้างจากไม้สักทองทั้งหลัง ซึ่งสร้างขึ้นในตอนที่ท่านย้ายตามสามีมาอยู่ที่นี่ พอลูกชายคนเดียวแต่งงานมีครอบครัวก็ปลูกเรือนไทยอีกหลังขึ้นด้านข้าง โดยทำระเบียงทางเดินเชื่อมเข้ากับเรือนใหญ่ เพื่อให้เขากับภรรยาได้ใกล้ชิดกับบิดามารดาเหมือนอยู่เรือนเดียวกัน แต่ตอนนี้ลูกชายคนดีได้พาภรรยากลับไปอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอนของอีกฝ่ายแล้วละนะ

คล้อยหลังสาวเสื้อส้มจากไปไม่นาน คนที่คำหอมรออยู่ก็มาถึง

“คุณย้าาา”

คนสูงวัยได้ยินเสียงสิบแปดหลอดของหลานชายแล้วถึงกับขมวดคิ้ว พอร่างสูงในเสื้อยืดกับกางเกงเลเดินตึงตังขึ้นมาบนเรือนด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์จึงชิงทำหน้าดุก่อน

“ทำเสียงดังอะไรกันเจ้าดิน”

แดนดินที่ลืมตัวไปหน่อยรีบนั่งลงยิ้มประจบหญิงชรา “ขอโทษที่เสียงดังนะจ๊ะ ดินแค่อยากเจอย่าเร็วๆ น่ะ”

“เชอะ” คนถูกประจบมองค้อน “มีอะไรก็ว่ามา”

“ย่าเลิกหาผู้หญิงมาให้ดินดูตัวเถอะนะ” อ้อนวอนด้วยสีหน้าที่เริ่มจะบูดขึ้นมาอีกแล้ว หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ เขาต้องคอยคิดหาวิธีเลี่ยงการเผชิญหน้าผู้หญิงพวกนั้นจนปวดหัวไปหมดแล้ว

ผู้เป็นย่ากลับบอกว่า “ดินมีเมียเมื่อไหร่ ย่าก็หยุดเมื่อนั้นแหละ”

“แต่ดินยังไม่อยากมีเมียนี่”

“แล้วทำไมไม่อยากมี” อันนี้คนแก่สงสัยจริงๆ คนรุ่นเดียวกับแดนดินมีลูกสองลูกสามกันไปแล้วทั้งนั้น แต่คนหน้าตาดีที่สุด รวยที่สุด เสน่ห์ล้นเหลือที่สุดของรุ่นอย่างแดนดินกลับยังไม่มีอะไรกับใคร หลานท่านมันมีปัญหาอะไร?

“มีเมียแล้วไม่ค่อยดีนี่จ๊ะ จะทำอะไร จะไปไหนมาไหนก็ยาก”

“เคยมีรึไง ถึงได้รู้น่ะ”

“โอ๊ย ผู้หญิงที่ดินเคยเจอ ไม่มีว่าง่ายๆ สักคน คอยแต่จะเจ้ากี้เจ้าการ สั่งโน่นนี่ ห้ามโน่นนั่น น่าปวดหัวจะตายไปจ้ะ”

“น่าปวดหัวแล้วไปยุ่งด้วยทำไม ผู้หญิงดีๆ อย่างเช่น...”

“ไม่เช่นแล้วจ้ะ ไม่เอาแล้วด้วย ดินไม่รีบ เกิดเป็นชายจะรีบไปทำไม ยิ่งแก่ยิ่งแซ่บนะจ๊ะย่า”

“เออ! แซ่บของแกคนเดียวสิ ไม่รีบหาตอนนี้แล้วเมื่อไหร่ย่าจะได้อุ้มเหลน เรี่ยวแรงย่าก็หายไปทุกวันๆ นะ หรือย่าคนนี้จะไม่มีวาสนาได้อุ้มหลานกับเขาแล้ว” หญิงชราวัยเจ็ดสิบที่ยังหน้าตาอิ่มเอิบและสุขภาพแข็งแรงดี แกล้งบีบน้ำตา แต่หลานชายดันรู้ทันกันดี

“พอจ้ะ มุขนี้ย่าเล่นบ่อยแล้ว”

คนถูกขัดมองค้อนหน้าคว่ำ ก่อนจะประกาศอย่างไม่ยอมแพ้ง่ายๆ “ไม่รู้แล้ว ย่าอยากอุ้มเหลน ดินต้องรีบหาเมียมาทำเหลนให้ย่า”

แดนดินตวัดสายตามองค้อนคืนทันที “นั่นเมียหรือเครื่องผลิตเหลนกันแน่”

“ไม่รู้ไม่ชี้”

“เอาเป็นว่าดินจะหาเมียเอง รับรองว่าถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ ดินจะขยันผลิตเหลนให้ย่านะครับ”

“อีกไม่กี่วันที่จะถึง ย่าแพงจะพาหลานสาวของท่านชายใหญ่มาอยู่ที่นี่ ชาติตระกูลดีเลยเชียว ทำไมดินไม่ลองเปิดใจจีบเอามาเป็นคนของเราล่ะ” คำหอมบอกด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เมื่อนึกขึ้นได้ว่าน้องสาวจะพาใครมาด้วย

“มาอยู่ที่นี่?” แดนดินหรี่ตาถามในจุดสำคัญ

“ช่าย”

“ไม่ได้นะ ดินไม่ให้เขามาอยู่ที่เรือนนี้ด้วยหรอก” ชายหนุ่มเอ่ยค้านทันที มาวันเว้นวันก็แทบแย่ ถ้ามาอยู่ด้วยกันเลยก็ตายห่าพอดีสิ!

“ไม่ให้อยู่ก็เรื่องของดินสิ ย่าจะให้พวกเขามาอยู่กับย่าที่เรือนนี้”

เรือนทั้งสองเชื่อมกันก็จริง แต่แยกส่วนกันชัดเจน แดนดินกับลูกน้องคนสนิทอาศัยอยู่ที่เรือนเล็ก ส่วนคำหอมกับคนสนิทก็อาศัยอยู่ที่เรือนใหญ่ ใครจะมาอยู่กับท่านก็ไม่เกี่ยวกับเรือนเล็กอยู่แล้ว

“ดินไม่สงสารย่าแพงก็เรื่องของดิน แต่ถ้าพวกเขามาแล้วก็ช่วยทำตัวดีๆ หน่อยแล้วกัน ย่าให้เขาว่าเอาได้ว่าหลานย่าไม่ดี”

แดนดินพูดไม่ออก ได้แต่นิ่วหน้าถาม “ทำไมย่าแพงถึงจะมาอยู่ที่บ้านเราล่ะจ๊ะ”

“ย่ายังไม่ได้ถามเรื่องถามราวอะไรกันหรอก” ต้นสายปลายเหตุจริงๆ คำหอมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน พอน้องสาววัยห่างกันครึ่งรอบโทรมาขอความช่วยเหลือ ท่านก็รับปากไปอย่างไม่คิดอะไร “เราไม่ได้เจอกันนานแล้ว เขาจะมาหาย่าก็ไม่แปลก”

“แต่ทำไมต้องเอาคนอื่นมาด้วยล่ะ ผู้รากมากดีเขาถือตัวกันจะตายไป บางคนก็เรื่องมาก ไม่รู้ว่ามาแล้วจะปลื้มบ้านเราหรือเปล่า ดินเปิดใจไม่ยากหรอก แต่ฝ่ายนั้นเขาจะชอบคนบ้านนอกคอกนาอย่างดินหรือเปล่าล่ะจ๊ะ”

“ไม่รู้ ก็ดูกันเอาเองสิ เนื้อคู่กระดูกคู่จะมาพบบรรจบกันได้ล้วนขึ้นอยู่ที่โชคชะตา ที่ดินไม่สนใจใครเลยสักคน อาจเป็นเพราะว่ารอคนนี้อยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้ ดูอย่างย่าสิ อยู่ไกลแค่ไหนก็ยังมาพบรักกับปู่ของแกถึงที่นาทองคำ แล้วก็ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องแกอยู่นี่ไง!”

แดนดินหัวเราะเบาๆ บอก “ยังไงดินก็ยืนยันว่าจะหาเมียเอง”

“หาเมียเองได้ แต่ย่าขอให้ดินลองพิจารณาคนนี้ดูก่อน ถ้าดินไม่ถูกใจจริงๆ ย่าจะเลิกยุ่งกับเรื่องเมียรักของดินเลย”

หลานรักพยักหน้าให้ย่าเหมือนเหนื่อยจะขัดใจแล้ว “เอาเป็นว่าดินจะลองๆ พิจารณาเขาดูก็แล้วกันจ้ะ”

“ได้สิจ๊ะ ย่าน่ะตามใจหลานอยู่แล้ว”

“...” แดนดิน

ในที่สุดแขกพิเศษก็เดินทางมาถึงเรือนคำหอม

“กราบย่าจ้ะ”

คำแพง หญิงสูงวัยในชุดกระโปรงผ้าเนื้อดีที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้กลางหอนั่งบนเรือนใหญ่อมยิ้มลูบศีรษะชายหนุ่มที่กราบลงแทบตักตนอย่างเอ็นดู “ไม่เจอกันตั้งนาน ยังหล่อเหมือนเดิมเลยหลานย่า”

พอถูกชมเจ้าตัวก็ไม่มีเขินอาย ตอบด้วยสีหน้าระรื่น “แดนดินก็คือแดนดิน หล่อลั่นทุ่งเสมอจ้ะย่า”

คนเป็นย่าตัวจริงอย่างคำหอมที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับส่ายหน้า ขณะที่คำแพงแนะนำหญิงสาวร่างเล็กที่มาด้วยกันยิ้มๆ

“นี่ฤทัยรักษ์หรือหนูอุ่นค่ะ เด็กที่น้องฟูมฟักมาเองตั้งแต่อ้อนแต่ออกเลยค่ะ”

“สวัสดีค่ะ” ฤทัยรักษ์ยกมือขึ้นไหว้อย่างอ่อนน้อม แม้ในใจจะแอบหัวเราะกับฉายา ‘หล่อลั่นทุ่ง’ ของแดนดิน

“สวัสดีจ้ะ ย่าชื่อคำหอมนะ ส่วนคนนี้ก็พี่ดิน” ย่าคำหอมรับไหว้ด้วยสีหน้าใจดี ก่อนแนะนำแดนดินให้รู้จักเสร็จสรรพ สายตาประเมินใบหน้าสวยพลางๆ นางเห็นคนสวยมามาก แต่ที่สวยหวานละมุนตานั้นน้อย ฤทัยรักษ์คนนี้มีใบหน้ารูปไข่ คิ้วเรียวสวย ตาสีน้ำตาลเชื่อม จมูกรั้นเชิดนิดๆ ริมฝีปากอวบอิ่ม รูปร่างกำลังดี เบื้องต้นสำหรับนางถือว่าผ่านเลย

ในทางกลับกัน แดนดินกำลังมองฤทัยรักษ์ด้วยสายตาครุ่นคิด

วันนี้เขาลงทุนสลัดเสื้อยืดเกงเลมาสวมเสื้อเชิ้ตเกงยีนให้หล่อเนี้ยบ เพื่อดูว่าสาวผู้ดีของย่าจะมีท่าทีอย่างไร จะชม้อยชม้ายชายตาหรือทอดสะพานให้เขาเหมือนสาวๆ คนอื่นหรือเปล่า

ผลที่ได้คือฤทัยรักษ์ไม่สนใจเขาเลย...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 42

    เธียรวิชญ์ไม่ได้มีสีหน้าดีขึ้นเลย เพราะกำลังนึกถึงพระจันทร์อีกดวงของเขา พอเห็นคนสนิททั้งสองมองมาเป็นเชิงถาม จึงอดปรึกษาไม่ได้ “กูต้องทำไงวะ จันทร์ถึงจะเข้าใจว่ากูรักเขามากแค่ไหน”“แล้วที่นายหัวทำอยู่ มันไม่ดีเหรอครับ” เป็นภัทรชนม์ที่ถามกลับเธียรวิชญ์ส่ายหน้า “ถ้าดี จันทร์จะมีเวลาไปหาคนอื่นเหรอ”“อ้อ คุณจันทร์ไปหาคนอื่นนี่เอง”“เออ ทำไมไม่เอะใจบ้าง ว่าทุกอย่างที่กูทำบนเกาะนี้ก็เพื่อใคร ชื่อเกาะ ชื่อรีสอร์ต มันบอกทุกอย่างแล้วนี่นา กูแค่อยากให้จันทร์อยู่ในที่ปลอดภัยสักระยะแค่นั้นเอง ทำไมต้องประชดด้วยการควงคนอื่นด้วย เจ็ดปีที่ผ่านมากูยังไม่เคยควงใครประชดเลยสักคน พวกมึงก็เห็นๆ อยู่”“อ่า...” สองหนุ่มครางแล้วหันมาสบตากันเงียบๆ ก่อนภัทรชมน์จะเอ่ยขึ้น“ถ้าแฟนผมควงคนอื่นประชด ผมจะไปยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ทำให้เธอรู้ว่าคนที่เธอจะควงได้ต้องเป็นผมคนเดียว”“แสนดีจริงๆ ถ้าเป็นผมนะ จะตามไปจับมาปล้ำ เอาให้จำจนขึ้นใจว่าอย่าไปยุ่งกับใครหน้าไหนอีก” ชาติชายบอกด้วยสีหน้าขึงขังจนน่าหมั่นไส้“กูก็คิดเหมือนพวกมึง อยากจะเล่นใหญ่ให้จันทร์ไม่มีวันลืม แต่คนที่จันทร์ควงประชดกูดันเป็นตุ๊ดนะคะ!” เธียรวิชญ์เอ่ยอย่างอัดอ

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 41

    สะเทือนวงการไฮโซ ทายาทนักธุรกิจใหญ่ควงไฮโซสาวโปรไฟล์เลิศดินเนอร์หรูวงในบอกว่าทั้งคู่จะมีข่าวดีเร็วๆ นี้“ข่าวดีพ่องมึงสิ!” คนถูกเพื่อนที่กรุงเทพฯ กระหน่ำส่งข้อความหากลางดึกสบถออกมาหน้าตาบูดบึ้ง เมื่อเห็นภาพหนุ่มหล่อสาวสวยนั่งยิ้มหวานให้กันอยู่กลางร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน หอมจันทร์ของเขาไปนั่งทำอะไรอยู่ตรงนั้น!ไม่รอช้า เธียรวิชญ์รีบกดหาเบอร์หญิงสาวในมือถือทันที แต่แล้วก็ต้องสบถออกมาอีกครั้ง เมื่อเสียงเรียกเข้ามันดังออกมาจากลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงเขานี่เองลืมไปว่าเขายังไม่ได้คืนโทรศัพท์ให้เธอ...ตืดๆตอนนั้นเอง มือถือพลันสั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้าพอดี ชายหนุ่มรีบก้มดูและชื่อที่โชว์บนหน้าจอก็ทำให้เขายิ้มออกทันที เพราะนอกจากหอมจันทร์ก็คงจะมีแต่คนนี้ ที่จะอธิบายเรื่องข่าวนี้แก่เขาได้“มึงโทรมาพอดีเลยตะวัน มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ ทำไมมีข่าวจันทร์หลุดออกมา น้องสาวมึงกำลังจะมีข่าวดีกับไอ้ตุ๊ดหน้าอ่อนนั่นเรอะ!” เขาเปิดฉากตวาดถามเสียงเขียวแบบอารมณ์มาเต็ม แต่เอกตะวันกลับถามกลับมางงๆ(“ตุ๊ดไหนวะ”)เธียรวิชญ์ไม่สนใจจะอธิบาย บอกเสียงเย็นเยียบ “มึงไม่ต้องถาม ตอบมาก็พอ ข

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 40

    นายหัวหนุ่มทำใจอยู่นานกว่าจะยอมกดรับสายคุณชายเอกตะวัน “มึงยังอยู่ดีใช่มั้ยตะวัน?”(“อ้อ ยังอยู่ดีค่ะ”)"อุ้ย!" เธียรวิชญ์สะดุ้งยกโทรศัพท์ออกห่าง “จันทร์เองเหรอคะ”(“คนใจร้าย”)สามคำสั้นๆ เท่านั้นที่เธอต่อว่าด้วยน้ำเสียงแง่งอน ทำเอาเธียรวิชญ์นึกว่าตัวเองหูฝาด เพราะแม่คุณของเขาไม่น่าจะมาโหมดนี้ “จันทร์...สบายดีนะคะ”(“อย่ามาทำเป็นถามหน่อยเลย ทำไมทำกับจันทร์แบบนี้คะ บอกกันดีๆ ก็ได้”)“บอกแล้วจันทร์ก็ดื้อไง”(“ไม่ได้ดื้อสักหน่อย!”)คนที่อยู่ปลายสายกรีดเสียงแหวกลับมาจนหูเขาแทบแตก“จ้ะๆ ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อ”(“พี่เธียร...”)“หืม” เขาขานตอบเสียงเบาพลางเดินไปยืนมองวิวนอกหน้าต่างที่เป็นท้องทะเลกว้างใหญ่ ขวางกั้นเขากับเธอไว้นับพันกิโลเมตร(“ตอนนี้ไม่มีจันทร์ให้พะวงอยู่ข้างหลังแล้ว ก็ช่วยรักษาตัวเองให้ดีด้วยนะคะ”)เธียรวิชญ์อุ่นไปทั้งใจกับคำสั่งอันอ่อนหวานนี้ “จันทร์ไม่ต้องห่วง พี่สัญญาเลย...”หม่อมราชวงศ์เอกตะวันรับโทรศัพท์มือถือของตนคืนด้วยสีหน้าอึ้งๆ เพราะจากประสบการณ์แล้ว น้องสาวไม่น่ายอมให้อภัยง่ายๆ แบบนี้ เขาหรี่ตาถามทันที “ไหนบอกจะไม่ปล่อยให้ลอยนวลไง”“จันทร์ก็ไม่ได้ปล่อยไปสักหน่อย แต่จะให้ชำ

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 39

    ชั่วโมงต่อมาหม่อมราชวงศ์หอมจันทร์ก็ฝ่าวิกฤตรถติดและเลขาหน้าห้องเข้ามายืนสง่าอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันอย่างสวยงาม“อธิบายมาค่ะ” เสียงหวานบอกสั้นๆ ตอนนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพี่ชายเจ้าของห้องในสูทสีเทาเข้มพยายามทำหน้านิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วโยนเผือกร้อนไปให้เธียรวิชญ์รับจบ “สั้นๆ นะจ๊ะ ไอ้เธียรบอกให้พี่ทำ”“หึ! เขาบอก พี่ก็ทำตาม ไม่คิดจะห้ามกันเลยเหรอคะ”“พี่ห้ามมันได้ที่ไหนเล่า”ปังหอมจันทร์ตบโต๊ะเสียงดังอย่างโมโห “พี่ชายห้ามพี่เธียรไม่ได้หรืออยากให้จันทร์กลับมาอยู่แล้วกันแน่ จันทร์ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพี่ชายกับพี่เธียรคิดอะไรอยู่ นี่ไม่ใช่สมัยกุรงศรีอยุธยานะคะ ที่ผู้หญิงต้องหลบอยู่ในบ้านตอนผู้ชายออกไปสู้รบจบศึก นี่มันยุคโลกาพัฒนาไปหาดาวอังคารแล้วค่ะ ผู้หญิงสามารถทำอะไรได้ดีพอๆ กับผู้ชาย ยืนข้างเขาได้ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร จันทร์ไม่ได้คิดจะไปจับปืนผาหน้าไม้กับเขาหรอกนะ แค่อยากช่วยคิด ช่วยแก้ไข ช่วยเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆ พี่กับเขากลับให้จันทร์มาอยู่ห่างเป็นพันกิโลแบบนี้”คุณชายตะวันแทบเก็กหน้านิ่งไม่อยู่ มือที่เงื้อขึ้นตบโต๊ะเมื่อกี้ เขานึกว่ามันจะฟาดเข้

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 38

    หอมจันทร์เห็นท่าทางเคร่งเครียดของหนุ่มๆ แล้วถอนใจเอ่ย “ก่อนจะกังวลเรื่องวันข้างหน้า ช่วยดูแลวันนี้ให้ดีก่อนเถอะค่ะ สภาพของทุกคนตอนนี้ บอกเลยว่าดีกว่าขอทานหน่อยเดียวเอง รีบๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่าค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวยังส่ายหน้ากับสภาพมอมๆ ของพวกเธียรวิชญ์“นั่นสิครับ ผมไม่โอเคกับเขม่าควันดำๆ นี่เลย” ชาติชายพยักหน้าเออออ แต่ดันถูกครรชิตแฉต่อหน้า“เมื่อก่อนมึงแทบไม่อาบน้ำเลยนะชาติ”“ตอนนี้ก็ไม่ค่อยอาบนะ” สุเมธร่วมวงซ้ำเติมชาติชายอีกคน ทำเอาหนุ่มหน้าใสถลึงตาใส่เพื่อน แต่เถียงไม่ออกสักคำเธียรวิชญ์ส่ายหน้าให้ลูกน้อง ขณะกำลังจะบอกให้พวกเขาไปอาบน้ำนอนกันได้แล้วนั่นเอง มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นเตือนว่ามีสายเรียกเข้า เมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาก็เผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัวหอมจันทร์ที่อยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าเขาก็ถามเสียงเบา “ใครโทรมาเหรอคะ”“ผู้กองมานพ”ชื่อนี้ทำให้ทุกคนหันมองเธียรวิชญ์เป็นตาเดียว นายหัวหนุ่มจึงกดรับสายและเปิดลำโพงให้ได้ยินพร้อมกัน “ว่าไงครับผู้กอง”(“ข่าวร้ายครับนายหัว”)“งานไม่สำเร็จเหรอผู้กอง” เธียรวิชญ์หรี่ตาถามกลับไปเสียงเข้ม(“เราพลาดครับ เรือที่นายหัวยงยุทธขับหนีไปพร้

  • รักปักหัวใจ   พระจันทร์ล้อมรัก บทที่ 37

    ปัง!ตอนนั้นเองที่พวกมันยิงเฉียดมาที่ต้นไม้ที่เขาใช้กำบังอยู่ ก่อนจะตะโกนบอกพรรคพวก“รีบฝ่าออกไปจากทีนี่ให้เร็วที่สุด!”จากนั้นพวกมันก็ระดมยิงเพื่อฝ่าออกไป มีการแบ่งคนส่วนหนึ่งยิงคุ้มกันให้พวกที่แบกลังไม้ลงเรือ น่าเสียดายที่ฝ่ายยิงคุ้มกันไม่แข็งแกร่งพอ ถูกแมทธิวกับสุเมธจัดการไปมากกว่าครึ่งในเวลาสั้นๆเธียรวิชญ์ที่จับตามองอยู่ในเงามืดเห็นแบบนั้นก็ไม่อยากเสียเวลาเอาล่อเอาเถิดกับพวกมันอีก ยกปืนในมือเล็งไปยังที่ตัวหัวหน้าของพวกมันปัง!กระสุนพุ่งเข้าเจาะบริเวณไหล่ซ้ายของหมอนั่นอย่างจัง แรงจนตัวมันสะบัดเซไปทางหนึ่ง หมวกแก๊ปยังหล่นหาย เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นตาในแสงจันทร์สลัวเธียรวิชญ์แสยะยิ้มมองมือขวายงยุทธที่ยืนกุมไหล่อยู่หน้าหาด “นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็คนกันเองนี่หว่า แผลนั่นถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับที่มึงกล้าบุกมาถิ่นกูแล้วกันนะ""มึง!""ไม่โกรธสิ รีบไสหัวกลับไปหานายหัวของมึงเถอะ ฝากบอกมันด้วยว่ากูขอให้โชคดีนะ”ขณะที่คนสนิทของยงยุทธยังระวังตัว ไม่คิดว่าเธียรวิชญ์จะปล่อยพวกตนไปง่ายๆ อย่างนี้ ทางด้านเธียรวิชญ์ก็สั่งให้คนถอนกำลังถอยร่นกลับเข้ามาบนเกาะแล้วที่เขาปล่อยพวกมันไปง่ายๆ ก็เพราะที่นี

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 60

    เสียงอ้อแอ้ของคนเมาพลันดังขึ้น“...ทัย...”ฤทัยรักษ์ถามเสียงอ่อน “ทัยไหนคะ”“ปานฤทัย” เสียงอ้อแอ้บอกออกมาชัดเจนราวกับชื่อนี้ไม่เคยเลือนหายไปจากใจ“ปานฤทัย?”ในชีวิตของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันมีคนชื่อนี้คนเดียวเท่านั้นขณะที่พวกฤทัยรักษ์มองหน้ากันด้วยแววตาตะลึงแดนดินที่ยังไม่ไปไหนก็ได้ยินชื่อนั้นเต็มๆ

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 59

    เสร็จจากลงแขกเกี่ยวข้าวก็เหมือนเดิมย่าคำหอมเปิดเรือนเลี้ยงอาหารชาวบ้านอย่างชื่นมื่น นอกจากอาหารและน้ำหวานต่างๆ แล้ว สาโทหรือน้ำข้าวหมักฝีมือแดนดินกับก้องหล้าก็ถูกยกออกมาให้ได้จิบกันถ้วนหน้าจากหัวค่ำสู่มืดค่ำ วงเหล้าของหนุ่มๆ ก็ยังอยู่ที่เดิมแดนดินกับก้องหล้าเอาเหล้าข้าวออกมาต้อนรับคุณชายกับนายหั

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 58

    หลังใส่บาตรเสร็จแดนดินจูงมือฤทัยรักษ์ที่นุ่งผ้าซิ่นสีสวยเดินลัดเลาะออกมาชมข้าวที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองพร้อมให้เก็บเกี่ยวในอีกไม่กี่วัน“ทำไมถึงชอบที่นี่ล่ะ” เขาถามขณะยืนกอดร่างเล็กอยู่บนคันนา“ไม่รู้สิคะ อาจเป็นเพราะความเรียบง่ายของที่นี่ก็ได้ เราไม่ต้องรีบออกจากบ้านแต่เช้า ผู้คนก็น่ารัก ท

  • รักปักหัวใจ   บทที่ 57

    “เอิ้ก อี เอิ้ก เอิ้กกกกกกกกก”เสียงไก่ขันยามเช้าและสัมผัสร้อนๆ จากมือที่เคลื่อนไหวไปมาบนร่างกาย ปลุกฤทัยรักษ์ให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลหญิงสาวบิดตัวหนีอย่างเมื่อยล้า แต่คนลูบไล้หาได้สนใจ ยังคงตามมาออเซาะ ลูบตรงนั้น จูบตรงนี้ เหมือนจะเอาให้ได้สามวันสามคืนแล้วที่เป็นแบบนี้!ไม่รู้ว่าแดนดิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status