LOGINเมื่อเอ่ยถึงหมู่บ้านเล็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวงอย่างหมู่บ้านนาทองคำแล้ว ที่นั่นคือแหล่งผลิตและส่งออกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ไม่กี่ร้อยหลังคาเท่านั้น แต่นาข้าวที่อยู่ล้อมรอบหมู่บ้านกลับมีพื้นที่นับพันไร่ เกินกว่าครึ่งของที่นาเหล่านั้นเป็นของ คุณย่าคำหอม ทรัพย์มหาศาล เศรษฐินีใหญ่ของหมู่บ้าน
คุณย่าคำหอมมีนาข้าวนับไม่ถ้วน แต่กลับมีทายาทน้อย ตอนมีลูกท่านก็มีคนเดียว พอมีหลานยังมีหลานชายคนเดียวอีก ดังนั้นพอหลานชายหัวแก้วแหวนอยู่ในวัยสร้างครอบครัว ท่านจึงสรรหาสาวๆ มาให้เขาได้พิจารณา เลือกเอาสะโพกใหญ่ๆ หน่อย จะได้คลอดเหลนให้ท่านได้หลายๆ คน แต่แดนดินกลับไม่เคยเห็นผู้หญิงพวกนั้นอยู่ในสายตา หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ ชายหนุ่มผลักไสพวกเธอออกไปจากชีวิตด้วยวิธีการต่างๆ นานา ก็เหมือนสาวเสื้อส้มที่ต้องกลับไปแบบไม่ได้เห็นแม้เพียงเส้นผมของเขา
หลังจากส่งคนกลับไปแล้ว หญิงชราก็มานั่งคัดเมล็ดถั่วไว้ทำขนมรอหลานอยู่ที่หอนั่งกลางเรือนไทยประยุกต์แบบอีสาน สร้างจากไม้สักทองทั้งหลัง ซึ่งสร้างขึ้นในตอนที่ท่านย้ายตามสามีมาอยู่ที่นี่ พอลูกชายคนเดียวแต่งงานมีครอบครัวก็ปลูกเรือนไทยอีกหลังขึ้นด้านข้าง โดยทำระเบียงทางเดินเชื่อมเข้ากับเรือนใหญ่ เพื่อให้เขากับภรรยาได้ใกล้ชิดกับบิดามารดาเหมือนอยู่เรือนเดียวกัน แต่ตอนนี้ลูกชายคนดีได้พาภรรยากลับไปอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอนของอีกฝ่ายแล้วละนะ
คล้อยหลังสาวเสื้อส้มจากไปไม่นาน คนที่คำหอมรออยู่ก็มาถึง
“คุณย้าาา”
คนสูงวัยได้ยินเสียงสิบแปดหลอดของหลานชายแล้วถึงกับขมวดคิ้ว พอร่างสูงในเสื้อยืดกับกางเกงเลเดินตึงตังขึ้นมาบนเรือนด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์จึงชิงทำหน้าดุก่อน
“ทำเสียงดังอะไรกันเจ้าดิน”
แดนดินที่ลืมตัวไปหน่อยรีบนั่งลงยิ้มประจบหญิงชรา “ขอโทษที่เสียงดังนะจ๊ะ ดินแค่อยากเจอย่าเร็วๆ น่ะ”
“เชอะ” คนถูกประจบมองค้อน “มีอะไรก็ว่ามา”
“ย่าเลิกหาผู้หญิงมาให้ดินดูตัวเถอะนะ” อ้อนวอนด้วยสีหน้าที่เริ่มจะบูดขึ้นมาอีกแล้ว หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ เขาต้องคอยคิดหาวิธีเลี่ยงการเผชิญหน้าผู้หญิงพวกนั้นจนปวดหัวไปหมดแล้ว
ผู้เป็นย่ากลับบอกว่า “ดินมีเมียเมื่อไหร่ ย่าก็หยุดเมื่อนั้นแหละ”
“แต่ดินยังไม่อยากมีเมียนี่”
“แล้วทำไมไม่อยากมี” อันนี้คนแก่สงสัยจริงๆ คนรุ่นเดียวกับแดนดินมีลูกสองลูกสามกันไปแล้วทั้งนั้น แต่คนหน้าตาดีที่สุด รวยที่สุด เสน่ห์ล้นเหลือที่สุดของรุ่นอย่างแดนดินกลับยังไม่มีอะไรกับใคร หลานท่านมันมีปัญหาอะไร?
“มีเมียแล้วไม่ค่อยดีนี่จ๊ะ จะทำอะไร จะไปไหนมาไหนก็ยาก”
“เคยมีรึไง ถึงได้รู้น่ะ”
“โอ๊ย ผู้หญิงที่ดินเคยเจอ ไม่มีว่าง่ายๆ สักคน คอยแต่จะเจ้ากี้เจ้าการ สั่งโน่นนี่ ห้ามโน่นนั่น น่าปวดหัวจะตายไปจ้ะ”
“น่าปวดหัวแล้วไปยุ่งด้วยทำไม ผู้หญิงดีๆ อย่างเช่น...”
“ไม่เช่นแล้วจ้ะ ไม่เอาแล้วด้วย ดินไม่รีบ เกิดเป็นชายจะรีบไปทำไม ยิ่งแก่ยิ่งแซ่บนะจ๊ะย่า”
“เออ! แซ่บของแกคนเดียวสิ ไม่รีบหาตอนนี้แล้วเมื่อไหร่ย่าจะได้อุ้มเหลน เรี่ยวแรงย่าก็หายไปทุกวันๆ นะ หรือย่าคนนี้จะไม่มีวาสนาได้อุ้มหลานกับเขาแล้ว” หญิงชราวัยเจ็ดสิบที่ยังหน้าตาอิ่มเอิบและสุขภาพแข็งแรงดี แกล้งบีบน้ำตา แต่หลานชายดันรู้ทันกันดี
“พอจ้ะ มุขนี้ย่าเล่นบ่อยแล้ว”
คนถูกขัดมองค้อนหน้าคว่ำ ก่อนจะประกาศอย่างไม่ยอมแพ้ง่ายๆ “ไม่รู้แล้ว ย่าอยากอุ้มเหลน ดินต้องรีบหาเมียมาทำเหลนให้ย่า”
แดนดินตวัดสายตามองค้อนคืนทันที “นั่นเมียหรือเครื่องผลิตเหลนกันแน่”
“ไม่รู้ไม่ชี้”
“เอาเป็นว่าดินจะหาเมียเอง รับรองว่าถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ ดินจะขยันผลิตเหลนให้ย่านะครับ”
“อีกไม่กี่วันที่จะถึง ย่าแพงจะพาหลานสาวของท่านชายใหญ่มาอยู่ที่นี่ ชาติตระกูลดีเลยเชียว ทำไมดินไม่ลองเปิดใจจีบเอามาเป็นคนของเราล่ะ” คำหอมบอกด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น เมื่อนึกขึ้นได้ว่าน้องสาวจะพาใครมาด้วย
“มาอยู่ที่นี่?” แดนดินหรี่ตาถามในจุดสำคัญ
“ช่าย”
“ไม่ได้นะ ดินไม่ให้เขามาอยู่ที่เรือนนี้ด้วยหรอก” ชายหนุ่มเอ่ยค้านทันที มาวันเว้นวันก็แทบแย่ ถ้ามาอยู่ด้วยกันเลยก็ตายห่าพอดีสิ!
“ไม่ให้อยู่ก็เรื่องของดินสิ ย่าจะให้พวกเขามาอยู่กับย่าที่เรือนนี้”
เรือนทั้งสองเชื่อมกันก็จริง แต่แยกส่วนกันชัดเจน แดนดินกับลูกน้องคนสนิทอาศัยอยู่ที่เรือนเล็ก ส่วนคำหอมกับคนสนิทก็อาศัยอยู่ที่เรือนใหญ่ ใครจะมาอยู่กับท่านก็ไม่เกี่ยวกับเรือนเล็กอยู่แล้ว
“ดินไม่สงสารย่าแพงก็เรื่องของดิน แต่ถ้าพวกเขามาแล้วก็ช่วยทำตัวดีๆ หน่อยแล้วกัน ย่าให้เขาว่าเอาได้ว่าหลานย่าไม่ดี”
แดนดินพูดไม่ออก ได้แต่นิ่วหน้าถาม “ทำไมย่าแพงถึงจะมาอยู่ที่บ้านเราล่ะจ๊ะ”
“ย่ายังไม่ได้ถามเรื่องถามราวอะไรกันหรอก” ต้นสายปลายเหตุจริงๆ คำหอมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน พอน้องสาววัยห่างกันครึ่งรอบโทรมาขอความช่วยเหลือ ท่านก็รับปากไปอย่างไม่คิดอะไร “เราไม่ได้เจอกันนานแล้ว เขาจะมาหาย่าก็ไม่แปลก”
“แต่ทำไมต้องเอาคนอื่นมาด้วยล่ะ ผู้รากมากดีเขาถือตัวกันจะตายไป บางคนก็เรื่องมาก ไม่รู้ว่ามาแล้วจะปลื้มบ้านเราหรือเปล่า ดินเปิดใจไม่ยากหรอก แต่ฝ่ายนั้นเขาจะชอบคนบ้านนอกคอกนาอย่างดินหรือเปล่าล่ะจ๊ะ”
“ไม่รู้ ก็ดูกันเอาเองสิ เนื้อคู่กระดูกคู่จะมาพบบรรจบกันได้ล้วนขึ้นอยู่ที่โชคชะตา ที่ดินไม่สนใจใครเลยสักคน อาจเป็นเพราะว่ารอคนนี้อยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้ ดูอย่างย่าสิ อยู่ไกลแค่ไหนก็ยังมาพบรักกับปู่ของแกถึงที่นาทองคำ แล้วก็ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องแกอยู่นี่ไง!”
แดนดินหัวเราะเบาๆ บอก “ยังไงดินก็ยืนยันว่าจะหาเมียเอง”
“หาเมียเองได้ แต่ย่าขอให้ดินลองพิจารณาคนนี้ดูก่อน ถ้าดินไม่ถูกใจจริงๆ ย่าจะเลิกยุ่งกับเรื่องเมียรักของดินเลย”
หลานรักพยักหน้าให้ย่าเหมือนเหนื่อยจะขัดใจแล้ว “เอาเป็นว่าดินจะลองๆ พิจารณาเขาดูก็แล้วกันจ้ะ”
“ได้สิจ๊ะ ย่าน่ะตามใจหลานอยู่แล้ว”
“...” แดนดิน
ในที่สุดแขกพิเศษก็เดินทางมาถึงเรือนคำหอม
“กราบย่าจ้ะ”
คำแพง หญิงสูงวัยในชุดกระโปรงผ้าเนื้อดีที่นั่งอยู่บนแคร่ไม้กลางหอนั่งบนเรือนใหญ่อมยิ้มลูบศีรษะชายหนุ่มที่กราบลงแทบตักตนอย่างเอ็นดู “ไม่เจอกันตั้งนาน ยังหล่อเหมือนเดิมเลยหลานย่า”
พอถูกชมเจ้าตัวก็ไม่มีเขินอาย ตอบด้วยสีหน้าระรื่น “แดนดินก็คือแดนดิน หล่อลั่นทุ่งเสมอจ้ะย่า”
คนเป็นย่าตัวจริงอย่างคำหอมที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับส่ายหน้า ขณะที่คำแพงแนะนำหญิงสาวร่างเล็กที่มาด้วยกันยิ้มๆ
“นี่ฤทัยรักษ์หรือหนูอุ่นค่ะ เด็กที่น้องฟูมฟักมาเองตั้งแต่อ้อนแต่ออกเลยค่ะ”
“สวัสดีค่ะ” ฤทัยรักษ์ยกมือขึ้นไหว้อย่างอ่อนน้อม แม้ในใจจะแอบหัวเราะกับฉายา ‘หล่อลั่นทุ่ง’ ของแดนดิน
“สวัสดีจ้ะ ย่าชื่อคำหอมนะ ส่วนคนนี้ก็พี่ดิน” ย่าคำหอมรับไหว้ด้วยสีหน้าใจดี ก่อนแนะนำแดนดินให้รู้จักเสร็จสรรพ สายตาประเมินใบหน้าสวยพลางๆ นางเห็นคนสวยมามาก แต่ที่สวยหวานละมุนตานั้นน้อย ฤทัยรักษ์คนนี้มีใบหน้ารูปไข่ คิ้วเรียวสวย ตาสีน้ำตาลเชื่อม จมูกรั้นเชิดนิดๆ ริมฝีปากอวบอิ่ม รูปร่างกำลังดี เบื้องต้นสำหรับนางถือว่าผ่านเลย
ในทางกลับกัน แดนดินกำลังมองฤทัยรักษ์ด้วยสายตาครุ่นคิด
วันนี้เขาลงทุนสลัดเสื้อยืดเกงเลมาสวมเสื้อเชิ้ตเกงยีนให้หล่อเนี้ยบ เพื่อดูว่าสาวผู้ดีของย่าจะมีท่าทีอย่างไร จะชม้อยชม้ายชายตาหรือทอดสะพานให้เขาเหมือนสาวๆ คนอื่นหรือเปล่า
ผลที่ได้คือฤทัยรักษ์ไม่สนใจเขาเลย...
เด็กๆ เพิ่งจะหลับกัน พอถูกแม่อุ้มขึ้นก็ยิ้มตาปรืออย่างน่าเอ็นดูแฝดพี่เทวินทร์นั้นเลี้ยงง่าย ยอมให้แม่อุ้มไปวางลงในคอกเด็กแต่โดยดี แม่ตบก้นกลมกล่อมไม่กี่ทีก็เคลิ้มหลับไปอีก แฝดน้องเทวากลับไม่ง่าย ระหว่างที่แม่เอาพี่ไปนอน เขาก็นอนอมนิ้วมือเล่นรออยู่เงียบๆ พอแม่กลับมาอุ้มก็คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของแม่ ไม่ยอมลงไปนอนในคอกเด็ก ตากลมแป๋วมองแม่พลางดูดปากดุนลิ้นบอกใบ้ฤทัยรักษ์ย่อมมองออกว่าลูกต้องการอะไร “ยังไม่อิ่มอีกหรือจ๊ะ ทำไมหนูกินเก่งจังเลยล่ะลูก” เธอเอ่ยเย้า แกล้งหย่อนร่างเล็กวางลงในคอกอีกครั้ง คราวนี้เจ้าอ้วนของเธอถึงกับดิ้นปัดๆ ร้องไห้จ้าออกมาลั่นห้อง ดึงกลับขึ้นมาแทบไม่ทัน “โอ๋ๆ แม่ไม่แกล้งน้องวาแล้ว เงียบๆ ก่อนเดี๋ยวพี่วินตื่นนะลูก”เทวินทร์ที่นอนฝันหวานไปแล้ว “...”เมื่อโอ๋ยังไงเทวาก็ไม่หยุดร้อง ฤทัยรักษ์จึงต้องนั่งลงริมเตียงแล้วเปิดเสื้อขึ้นให้พ่อหนูน้อยดื่มนมจากอก ไม่รู้เลยว่าสามีที่ตื่นมาเพราะเสียงร้องจ้าของลูกกำลังมองตาเป็นมัน“เด็กดี อิ่มแล้วก็นอนละลูกนะ” เธอโยกตัวกล่อมเจ้าตัวเล็ก“อึก!”ลูกชายตอบรับแม่ด้วยการเพิ่มแรงดูดนมลงคออึกใหญ่“ค่อยๆ เดี๋ยวก็สำลักพอดี อุ๊ย!”“ลูกดูดแรง
สี่ปีผ่านไป...เรือนคำหอมในเวลานี้เต็มไปด้วยทายาทตัวน้อยๆ ของแดนดินกับฤทัยรักษ์ หนึ่งปีหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน เด็กหญิงนรีกานต์ ก็ถือกำเนิดขึ้น คลานตามมาติดๆ ในอีกหนึ่งปีให้หลังคือ เด็กชายคเชนทร์ ปิดอู่ด้วยคู่แฝดเด็กชายเทวินทร์และเทวา นับจำนวนแล้วก็เกือบตรงเป้าที่แดนดินเคยขอไว้อย่างน่าอัศจรรย์นรีกานต์หรือหนูนาวัยสองขวบกว่านั้นหน้าตาน่ารักและขี้อ้อนมาก ผู้ใหญ่จึงดุไม่ค่อยลงคเชนทร์หรือช้างวัยขวบครึ่งก็อ้วนตุบกำลังหัดเดินหัดพูด เวลาอ้อแอ้ๆ ออกมาผู้ใหญ่ก็หลงจนแทบจะทูนหัวให้ทุกอย่างคู่แฝดเทวดาวินนี่กับวาวาเพิ่งคลอดได้ห้าเดือน แค่นอนเฉยๆ ก็น่ารักแล้วระหว่างที่ฤทัยรักษ์ตั้งท้องและคลอดน้องออกมาคนแล้วคนเล่าอยู่นี้ เด็กชายก้องภพและเด็กหญิงกรองขวัญก็ถูกแดนดินเลี้ยงดูด้วยตัวเอง ทางหนึ่งก็วางตัวเป็นพี่ใหญ่ช่วยมามี้เลี้ยงน้องๆ ไปด้วย ย่าทวดกับคนเป็นแม่เห็นแล้วเอ็นดูนักเดี๋ยวนี้เวลาไปไหนมาไหนคนเรือนคำหอมจะหอบกันไปทั้งเด็กและคนชรา ดีที่เหล่าย่าทวดยายทวดยังแข็งแรงดีทุกคน เพราะแดนดินให้ไปพบหมอทุกครึ่งปี ขนาดคำแพงที่ย้ายไปดูแลลูกให้หอมจันทร์ที่เกาะเคียงจันทร์ตั้งแต่สองปีก่อนยังถูกเขาบังคับให้ไป
“วันนี้หนูอุ่นดีขึ้นแล้วจริงๆ ค่ะ ไว้ไปหาหมอพรุ่งนี้ก็ได้ พี่ดินเลิกงานกลับมาแบบนี้ คงจะมืดมากแล้ว หนูอุ่นไม่อยากไปโรงพยาบาลตอนกลางคืน” คนพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเอ่ยห้ามเสียงอ่อน อาการนี้เธอเป็นมาหลายวันแล้ว แต่เพิ่งมาหนักเอาวันนี้แหละ“เอางั้นเหรอ”“ค่ะ นี่อาบน้ำแล้วเหรอคะ ตัวห้อมหอม” ฤทัยรักษ์ยื่นหน้าไปดมกลิ่นหอมบนตัวสามี มันหอมสดชื่นจนอาการเวียนหัวดีขึ้นเยอะเลยคนอาบน้ำจนตัวหอมฟุ้งอมยิ้มกริ่มทิ้งตัวลงนอนกอดร่างบางไว้หลวมๆ บอกเสียงเอาใจ “หอมให้เต็มที่เลยจ้ะ พี่ฟอกสบู่มาทุกซอก”“ใช่สบู่อะไรคะ ทำไมวันนี้มันหอมจัง”“ก็อันเดิมแหละ”“อือ...”แดนดินชะโงกหน้าขึ้นดูคนทำท่าจะหลับคาอกเขา “นี่จะหลับอีกแล้วเหรอ พี่ว่าไม่ค่อยดีแล้วนะ พี่เรียกหมอมาที่เรือนเลยดีกว่า”“งือ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เป็นอาการปกติของคนท้องน่ะ”“แบบนี้ไม่ปกติเลย คนท้องที่ไหน...” เขาเงียบไปทันทีที่เข้าใจว่าเมียพูดอะไร รีบยันตัวลุกขึ้นถามตาเป็นประกาย “หนูอุ่นจะบอกว่าเบบี๋ของเรากำลังมาแล้วเหรอ”ฤทัยรักษ์หัวเราะเสียงเบา ลุกขึ้นจับมือใหญ่มาลูบท้องที่ยังแบนราบ “เบบี๋ของเราอยู่ในนี้แล้วค่ะ”“ทูนหัว!” แดนดินจูบเมียแรงๆ ในที่สุดเราก็จ
“เด็กๆ ทางนี้เรียบร้อยแล้ว” เธียรวิชญ์ตะโกนเรียกลูกทีม เห็นท่าทีกระวนกระวายของเพื่อนแล้วก็สมน้ำหน้าและสงสารไปพร้อมกัน“พี่ชายพร้อมจะเล่าแล้วเหรอคะ”หอมจันทร์กับฤทัยรักษ์เดินเข้ามานั่งลงประกบข้างพี่ชายทันที“...” เอกตะวันยิ่งมุดหน้าลงต่ำกว่าเดิม สองสาวสบตายิ้มๆ ตอนนี้คุณย่าคุณยายพาเด็กๆ ออกไปเดินย่อยอาหารเช้าอยู่ที่สวนข้างล่าง แดนดินก็ยังไม่ตื่น พวกเธอสามารถสอบสวนได้เต็มที่!“พี่ชายขา ทำไมอกหักซ้ำๆ จากผู้หญิงคนเดียวได้คะ ไหนบอกพวกเรามาซิ”“ไม่ได้อกหัก...”“แต่อกพัง” หอมจันทร์ต่อให้ ขณะที่ฤทัยรักษ์นั่งยิ้มแหยคนโดนเมียทิ้งถอนใจบอก “อย่ามาถามอะไรเลย ไม่พร้อมเล่า”“ขนาดนี้แล้วมึงก็พูดๆ มาเถอะ จะได้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวกลับบ้าน อย่าลืมว่าพวกกูต้องต่อเครื่องไปลงที่ใต้อีกนะ”“กูไม่ได้อกหัก! หน้ากูเขายังไม่อยากจะมองเลย ที่เสียใจอยู่นี่ไม่ได้อกหัก กูน้อยใจที่เขาทิ้งกูไปอยู่!” เอกตะวันเงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอกให้มันจบๆ ไป “ทีนี้อยากถามอะไรก็ถามมา จะกินข้าวแล้ว หิว!”“พี่ชายไปเจอพี่ปานได้ยังไงคะ เขาหายไปไหนตั้งหลายปี ทำไมเราตามหาไม่เจอเลย” น้องสาวถามด้วยแววตาตื่นเต้น“เจอโดยบังเอิญเมื่อหลายเดือนก่อ
“อ่า...หนูอุ่นว่าอะไรนะจ๊ะ!”“เร็วๆ ค่ะ” ฤทัยรักษ์ที่ทรมานกับจังหวะเนิบช้าผิดปกติของสามีปรือตาเว้าวอน “ช่วยขยับให้เร็วๆ ได้ไหมคะ หนูอุ่นง่วงนอนแล้ว”“แต่คืนนี้พี่อยากให้นุ่มนวล...”เมื่อเขายังรีรอ เธอเลยดึงร่างสูงลงมานอนแล้วปีนขึ้นไปนั่งคร่อมเอวสอบเอาไว้แทน“ไม่เอานุ่มนวล อยากเอาเร็วๆ เหมือนเดิม” กระซิบเสียงหวานแล้วก็แนบตัวลงไปจูบปิดปากเขาทั้งที่ยังนั่งคร่อมนั่นละ จะมานุ่มนวลอะไรเอาตอนนี้ ทุกคืนเห็นกระแทกเอาๆ ลีลานักก็อยู่ข้างล่างไป เธอจะอยู่ข้างบนเอง!แดนดินที่หวังดีไม่ได้ดีทำได้เพียงครางเสียงต่ำ เมื่อเมียแนบตัวลงมาจูบพร้อมๆ กับโนมเนื้อเบียดแผ่นอกกว้าง ไหนจะสะโพกอวบที่กำลังระรานแท่งเนื้อร้อนๆอ่า...เมียเขากะเล่นให้ตายคาอกจริงๆ หรือนี่! ในหัวคิดอย่างนั้น แต่มือกลับเลื่อนไปจับสะโพกอวบกดลงหาแท่งเนื้อที่ตื่นตัวเต็มที่ กดช้าๆ ผลุบๆ โผล่ๆ ไม่ยอมเข้าไปเติมเต็มสักทีฤทัยรักษ์ทนไม่ไหว ถอนจูบออกมาครางเสียงดังกับการกระทำที่แสนทรมานของสามี ภาพที่เธอแอ่นโค้งอยู่บนตัว เล่นเอาแดนดินแทบดิ้นพล่านแม่คุณเอ๊ย!นอนข้างล่างว่าน่าฟัดแล้ว อยู่ข้างบนน่าฟัดกว่าเป็นไหนๆ“หนูอุ่นอยากทำอะไรพี่ก็ทำเลยจ้ะ เอาเล
เสียงหวานครางในคอ เมื่อสามีบดจูบลงมาดื้อๆ แต่ก็ไม่ได้หลบเลี่ยง ยอมให้ริมฝีปากบางเฉียบนั่นบดเบียดกลีบปากอิ่มตามแต่ใจต้องการ เป็นนาทีกว่าเขาจะถอนปากออกไป ถึงตอนนี้เสื้อผ้าของเธอก็เหลือแค่ชิ้นเล็กๆ บนล่างแล้ว“คำถามต่อไปเลยจ้ะ”ฤทัยรักษ์ค้อนขวับใส่คนปากเจ่อไม่ต่างกัน แต่เสื้อผ้ายังอยู่ครบทั้งบนล่าง“เร็วจ้ะ พี่อยากจูบ เอ๊ย! อยากตอบแล้ว”“คนหื่น!” นิ้วเรียวสวยบีบจมูกโด่งของเขาอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะถามต่อ “แล้วทำไมพี่ปานถึงทิ้งพี่ชายไปคะ พี่ดินรู้ไหม”“รู้!” ตอบแค่นั้นแล้วขาก็โมเมก้มลงไปจูบเธอยื้อหน้าหนีทันควัน “ยังไม่ได้สิคะ ตอบสั้นแบบนี้ไม่นับ!”แดนดินทำปากยื่นเถียงแบบข้างๆ คูๆ “ก็หนูอุ่นถามว่ารู้ไหม พี่ก็ตอบว่ารู้ไง”“อย่ามาเฉไฉ”“โอเคๆ ก็เรื่องเข้าใจผิดนั่นแหละ แต่ลึกไปกว่านั้นเราไม่รู้ ปานไม่ยอมบอกอะไรให้ใครรู้เลย พี่จำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่ปานกลับไทยน่ะมีสภาพเหมือนนกปีกหักดีๆ นี่เอง เอาแต่ร้องไห้ทุกวันๆ จนพวกเราต้องหางานให้ทำ สุดท้ายก็มานั่งบริหารโรงแรมให้ย่านี่แหละ พี่ถึงได้บอกว่าเรื่องมันละเอียดอ่อน พวกเขาเลิกกันไม่ดีแบบนี้ ปานเองก็เจ็บไม่น้อยกว่าคุณชายหรอก” ขณะที่เขาเล่า มือก็ไม่ได้อย







