บทที่ 4: ใต้ปีกมาเฟียกาวน์
บรรยากาศในรถยุโรปคันหรูเงียบสนิทจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ นลินนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะหนังฝั่งผู้โดยสาร สองมือบีบกระเป๋าสะพายใบเก่าที่วางอยู่บนตักแน่น วันนี้เธอเลือกใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกระโปรงทรงสอบสีดำยาวคลุมเข่า เป็นชุดที่ดูเรียบร้อยที่สุดเท่าที่มีในกระเป๋าเดินทาง
เขตแดนหมุนพวงมาลัยด้วยมือเดียว สายตาจดจ้องมองถนนเบื้องหน้า นัยน์ตาสีเข้มภายใต้แว่นกันแดดราคาแพงดูอ่านยากเช่นเคย ตลอดการเดินทางเขาแทบไม่พูดอะไรเลยนอกจากสั่งให้เธอคาดเข็มขัดนิรภัย
เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง นลินก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ความกังวลเรื่องการเริ่มต้นงานใหม่ผสมปนเปกับความกดดันที่ต้องเดินเคียงข้างผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในที่แห่งนี้
เขตแดนดับเครื่องยนต์ ถอดแว่นกันแดดออกแล้วหันมามองคนข้างๆ
"จำที่ฉันบอกเมื่อคืนได้ใช่ไหม"
"จำได้ค่ะ ที่ทำงานเราคือเจ้านายกับลูกน้อง ลินจะไม่บอกใครว่าเรารู้จักกันมาก่อน" นลินตอบรับเสียงเบา
"ลงไปได้แล้ว กดลิฟต์ขึ้นไปชั้นสิบเจ็ด ถามหาคุณสมศรี บอกว่าฉันส่งมา"
นลินพยักหน้ารับ เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปยืนบนพื้นคอนกรีต เธอรอจนกระทั่งร่างสูงใหญ่ของศัลยแพทย์หนุ่มเดินนำหน้าไปไกลพอสมควร จึงค่อยก้าวเท้าตามไปห่างๆ เพื่อไม่ให้ใครจับสังเกตได้
การสัมภาษณ์งานและกรอกเอกสารผ่านไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ สมศรี หัวหน้าฝ่ายบุคคลวัยกลางคน ต้อนรับเธออย่างดีทันทีที่ได้ยินชื่อ 'นายแพทย์เขตแดน' นลินถูกบรรจุเข้าตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฯ ฝ่ายบริหารทันที โดยไม่ต้องผ่านการทดลองงานตามขั้นตอนปกติ อำนาจของเขตแดนในโรงพยาบาลแห่งนี้มีมากจนเธอแอบหวั่นใจ
ช่วงบ่าย นลินเริ่มเรียนรู้งานจากเลขาฯ รุ่นพี่ ทุกอย่างดูราบรื่นและเป็นระบบ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงสี่โมงเย็น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากระโปรงของเธอก็สั่นครืด
นลินขออนุญาตเดินออกมารับสายที่ระเบียงทางเดิน เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ร่างกายของเธอก็ชาวาบไปทั้งตัว
'แม่'
นิ้วเรียวสั่นเทาขณะกดรับสาย "ฮัลโหล... แม่"
"อีนังลูกเนรคุณ! มึงมุดหัวอยู่ที่ไหน ทำไมไม่กลับบ้าน!" เสียงแหลมปรี๊ดของวรรณาดังทะลุสายมาจนนลินต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหู
"ลิน... ลินออกมาหางานทำค่ะ ลินบอกแม่แล้วไงว่าลินจะไม่อยู่ที่นั่นอีก"
"มึงจะไปไหนก็เรื่องของมึง แต่เมื่อคืนพ่อชัยเขาโกรธมากที่มึงเอาไม้กวาดไปชี้หน้าเขา เขาบอกว่าถ้ามึงไม่กลับมากราบขอโทษเขา เขาจะแจ้งความจับมึงข้อหาทำร้ายร่างกาย!"
"ทำร้ายร่างกายอะไรกันแม่! เขาต่างหากที่พยายามจะ..."
"มึงอย่ามาใส่ร้ายผัวกูนะ!" วรรณาตวาดตัดบท "กูให้เวลามึงถึงหกโมงเย็น ถ้ามึงไม่โผล่หัวมาที่บ้าน กูจะให้คนไปตามหามึงที่มหาลัย ไปแฉให้เพื่อนมึงรู้ว่ามึงมันร่านแค่ไหน ทิ้งแม่ไปแรดหาผัว!"
"แม่... ทำไมแม่ทำกับลินแบบนี้ ลินเป็นลูกแม่นะ" น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงแหมะลงบนหน้าจอโทรศัพท์ นลินสะอื้นฮัก ก้อนเนื้อในอกบีบรัดจนเจ็บร้าว
"มึงไม่ใช่ลูกกูตั้งแต่มึงทำท่าจะแย่งผัวกูแล้ว! หกโมงเย็น ถ้ามึงไม่มา กูเอาเรื่องมึงแน่!"
สายถูกตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว นลินทรุดตัวลงนั่งยองๆ พิเศษมุมกำแพง ซุกหน้าลงกับท่อนแขนตัวเอง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างหมดสภาพ ความหวังที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่พังทลายลงเพียงเพราะสายโทรศัพท์แค่สายเดียว ไอ้พ่อเลี้ยงนั่นไม่มีทางยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ และแม่แท้ๆ ของเธอก็เลือกที่จะอยู่ข้างความเลวทรามนั้น
"มานั่งทำตัวเกะกะอะไรตรงนี้"
น้ำเสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นเหนือหัวทำให้นลินสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวรีบเงยหน้าขึ้น ปาดน้ำตาลวกๆ เขตแดนยืนกอดอกมองเธออยู่ นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เขาเพิ่งออกมาจากการประชุมผู้บริหาร และบังเอิญเดินผ่านมาเห็นลูกน้องคนใหม่กำลังนั่งร้องไห้เหมือนเด็กหลงทาง
"พี่เขต..." นลินรีบยันตัวลุกขึ้นยืน แต่ความเวียนหัวจากการร้องไห้หนักทำให้เธอเซถลาไปข้างหน้า
ท่อนแขนแกร่งยื่นออกมารับร่างบางไว้ได้ทันท่วงที มือหนากระชับต้นแขนของเธอแน่นจนเจ็บนิดๆ นลินเบิกตากว้างเมื่อกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาปะทะเข้าจมูกเต็มๆ
"เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรเธอ" เขตแดนยิงคำถามรัวเร็ว น้ำเสียงดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นดวงตาบวมช้ำของคนในอ้อมแขน
"เปล่าค่ะ ลินไม่ได้เป็นอะไร ลินแค่... หน้ามืดนิดหน่อย" นลินพยายามขืนตัวออกจากการเกาะกุม แต่เขาไม่ยอมปล่อย
"ฉันเกลียดคนโกหก นลิน" เขตแดนกดเสียงต่ำ สายตาตวัดมองโทรศัพท์มือถือที่เธอกำไว้แน่น "ใครโทรมา"
นลินเม้มริมฝีปากแน่น ส่ายหน้าปฏิเสธ เธอไม่อยากเอาเรื่องเน่าเฟะของครอบครัวมาทำให้เขาต้องรำคาญใจอีก แค่เขาฝากงานให้ เธอก็ติดค้างเขามากพอแล้ว
กรามแกร่งขบเข้าหากัน เขตแดนปล่อยมือจากต้นแขนเธอ แล้วฉวยจังหวะที่เธอเผลอ ดึงโทรศัพท์มือถือออกจากมือเล็กอย่างรวดเร็ว
"พี่เขต! คืนให้ลินนะคะ!"
"เงียบ" เขาตวาดเสียงดุจนนลินชะงัก นิ้วเรียวยาวกดปลดล็อกหน้าจอ (ซึ่งไม่มีรหัสผ่าน) แล้วเปิดดูประวัติการโทรเข้าล่าสุด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นชื่อ 'แม่' โชว์อยู่
เขตแดนกดโทรออกกลับไปยังเบอร์นั้นทันที นลินเบิกตากว้าง พยายามจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่ร่างสูงเบี่ยงตัวหลบ ยกแขนอีกข้างขึ้นกั้นเธอไว้
(มึงจะโทรกลับมาทำไม! กูบอกให้มึงไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้!) เสียงตะคอกของวรรณาดังลอดออกมาจากลำโพง
นัยน์ตาของเขตแดนวาวโรจน์ขึ้นมาทันที ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเยาะ
"ขอโทษที พอดีนี่ไม่ใช่ลูกสาวคุณ" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความคุกคามจนคนฟังปลายสายชะงัก
(มึงเป็นใคร! เอามือถือลูกกูไปได้ยังไง!)
"ผมเป็นเจ้านายของนลิน" เขตแดนตอบกลับช้าๆ ชัดๆ นัยน์ตาสบเข้ากับดวงตาสั่นระริกของนลินที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า "และผมเป็นเจ้าของสถานที่ที่นลินกำลังอาศัยอยู่ตอนนี้"
(อ้อ... ที่แท้ก็ไปหาผัวใหม่นี่เอง มิน่าถึงได้ปีกกล้าขาแข็งนัก บอกอีนังเด็กนั่นนะ ว่าถ้ามันไม่กลับมากราบขอโทษผัวกู กูจะแจ้งความจับมัน!)
"แจ้งความ?" เขตแดนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้นลินขนลุกซู่ "ข้อหาอะไรครับ ทำร้ายร่างกาย? หรือข้อหาพยายามป้องกันตัวจากการถูกข่มขืน?"
ปลายสายเงียบกริบไปชั่วขณะ
"ฟังผมให้ดีนะคุณวรรณา" น้ำเสียงของเขตแดนเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม ไร้ซึ่งความสุภาพใดๆ อีกต่อไป "ถ้าคุณหรือไอ้สวะนั่นกล้าโผล่หัวมายุ่งกับนลินอีกแม้แต่ปลายเล็บ ผมจะส่งทนายไปจัดการฟ้องร้องเรื่องที่ผัวคุณพยายามล่วงละเมิดทางเพศเด็กในปกครอง และผมรับรองได้เลยว่า... คนอย่างผมมีปัญญาทำให้ผัวคุณเข้าไปนอนเน่าอยู่ในคุกได้เป็นสิบๆ ปี"
(มึง... มึงขู่กูเหรอ!)
"ผมไม่เคยขู่ ผมทำจริง" นัยน์ตาสีรัตติกาลหรี่แคบลง "อ้อ... แล้วอย่าคิดจะไปประจานอะไรที่มหาวิทยาลัยเชียวล่ะ เพราะถ้าชื่อเสียงของนลินเสียหายแม้แต่นิดเดียว ผมจะถือว่าคุณประกาศสงครามกับผม... และผมไม่เคยปรานีศัตรู จำไว้"
เขตแดนกดตัดสาย ทิ้งความเงียบให้โรยตัวลงมาระหว่างเขากับนลิน ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์มือถือกลับคืนใส่มือเล็ก นลินรับมันมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทามากกว่าเดิม
"พี่เขต... พี่เขตทำแบบนั้นทำไมคะ" น้ำเสียงของเธอสั่นพร่า หวาดกลัวความดุดันที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อกาวน์สีขาวของเขา
"ทำไม ฉันปกป้องเธอแล้วมันไม่ดีตรงไหน หรือเธออยากกลับไปกราบตีนไอ้แก่นั่น"
"เปล่าค่ะ... แต่ลินกลัวว่าพวกเขาจะมาระรานพี่เขต ลินไม่อยากให้พี่เขตเดือดร้อนเพราะเรื่องของลิน"
เขตแดนถอนหายใจแรง ก้าวเข้าประชิดร่างบางที่ถอยร่นจนแผ่นหลังชิดกำแพง มือหนายกขึ้นทาบกับผนังปูนข้างศีรษะของเธอ กักขังนลินไว้ในอาณาเขตของเขาอีกครั้ง
"มองหน้าฉัน นลิน"
หญิงสาวค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองเขา หยาดน้ำตายังคงเกาะพราวที่หางตา
"คิดว่าคนอย่างฉันจะกลัวหมาลอบกัดพวกนั้นหรือไง" นิ้วโป้งสากเลื่อนมาเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างลวกๆ สัมผัสที่ไม่ได้อ่อนโยนนัก แต่กลับทำให้หัวใจของนลินกระตุกวูบ "ในเมื่อฉันอนุญาตให้เธอเข้ามาอยู่ในพื้นที่ของฉันแล้ว เธอคือคนของฉัน... และฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องคนของฉันเด็ดขาด"
คำว่า 'คนของฉัน' ดังก้องอยู่ในหัวนลินซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัว
"เลิกร้องไห้ได้แล้ว ตาบวมเป่งแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นก็หาว่าฉันใช้งานลูกน้องหนักจนร้องไห้" เขตแดนลดมือลง เปลี่ยนมาล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็กแทน "เลิกงานห้าโมงใช่ไหม"
"คะ... ค่ะ"
"ลงไปรอที่ลานจอดรถ วันนี้ฉันจะกลับเร็ว... ห้ามหนีกลับเองเด็ดขาด เข้าใจไหม"
นลินพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากเถียง นัยน์ตาสีเข้มจดจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มอีกชั่วอึดใจ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะหมุนตัวเดินกลับไปทางลิฟต์ผู้บริหาร ปล่อยให้นลินยืนพิงกำแพง ฟังเสียงก้อนเนื้อในอกซ้ายของตัวเองที่เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก... ภายใต้ปีกอันตรายของมาเฟียในคราบหมอ เธอรู้แล้วว่าตัวเองไม่สามารถหนีไปไหนได้อีกต่อไป