ログイン...ก๊อกๆๆ ...
“นี่...มิกะ มีคนมาที่หน้าประตูแน่ะ” “งั้น ฉันคงต้องรบกวนนายไปเปิดประตูให้แล้วล่ะ”ฉันบอกเขา ฉันไม่ได้ตั้งใจจะใช้เขานะ แค่ตอนนี้ฉันยังไม่ว่างจะไปเปิดเอง แล้วเรียวอิจิก็เดินไปเปิดประตู โดยไม่ถามอะไรฉันสักคำ “หวัดดีมิกะ เสร็จรึยะ....กรี๊ด!!!”เสียงอัมพรร้องขึ้น น้ำเสียงของอัมพรมันทำให้ฉันต้องรีบวิ่งมาดู “อะ อัมพร เธอเป็นอะไรหรอ นี่เรียวอิจินายทำอะไรเพื่อนฉัน”ฉันขมวดคิ้วใส่ ก็ไม่พอใจไงที่เพื่อนรักของฉันต้องมากรีดร้องเพราะเรียวอิจิ ก็แค่ให้มาเปิดประตูเฉยๆ จะอะไรนักหนา มันสาหัสรึยังไงนะ “เปล่านะ ฉันแค่เดินมาเปิดประตูเฉยๆ ”เรียวอิจิตอบฉันราวกับรู้ว่าฉันจะพูดอะไร แล้วก็เดินออกจากหน้าประตูห้อง เขาสาวเท้าเดินเข้าห้องครัวโดยไม่สนใจอะไร “นะ นี่มันอะไรน่ะ มิกะเธอไม่ได้โดนมันทำอะไรใช่ไหม? ”อัมพรถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงแล้วมือก็กำลังเขย่าตัวฉัน “มะ ไม่ฉันไม่เป็นอะไร”ฉันบอกอัมพร “....”อัมพรมองหน้าฉันสลับกับมองดูเรียวอิจิ “อะ เอ่อ นี่เรียวอิจิ สุบรรณวารินทร์น่ะเรียวอิจิเค้าเป็น....”ฉันพูดยังไม่ทันจะจบก็มีเสียงของเรียวอิจิแทรกขึ้นมา “ผมเป็นสามี เอ๊ย!!! คู่หมั้นของมิกะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณเอ่อ....”เรียวอิจิพูดพร้อมกับเดินมายกแขนขึ้นโอบกอดเอวของฉันเบา ๆ โดยไม่สนใจอะไร “อัมพร ฉันชื่ออัมพร ยินดีที่ได้รู้จักนะ”อัมพรมองหน้าเรียวอิจิแบบมีเลศนัย ....เพียะ!!!.... “โอ๊ย!!!มิกะ เธอตบฉันอีกแล้วนะ” “ก็ช่วยไม่ได้ใครบอกให้นายกอดฉันล่ะ”ฉันพูดแล้วก็เดินไปเอาหนังสือเรียนในห้อง จากนั้นก็เดินออกมา “มิกะ เธอจะไปไหนน่ะ? ”เรียวอิจิถามด้วยความสงสัย “ไปเรียน ตอนเย็นถึงจะกลับ” “ไปดีมาดีนะครับ”เรียวอิจิพูดพร้อมกับโบกมือให้กับฉัน ฉันเดินลงบันไดมากับอัมพรเงียบๆ พอมาถึงห้องเรียน ฉันก็ไม่เป็นอันเรียน ไม่เป็นอันทำอะไรเลย นอกจากนั่งเหม่อจนอัมพรต้องถามขึ้นด้วยความสงสัย...... “มิกะ เธอไม่เป็นอะไรนะ” “ไม่ ฉันไม่เป็นอะไรจ้ะ” “จริงสิมิกะ เย็นนี้เราแวะไปช๊อปปิ้งกันดีไหม? ” “ไม่ล่ะ ฉันเบื่อแล้วอ่ะ” “แล้วพรุ่งนี้ล่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดยาวนะ”อัมพรยังชวนฉันต่อไป “ไม่รู้สิ เดี๋ยวขอกลับไปคิดดูก่อนนะ” “อืม ได้ ยังไงก็บอกฉันด้วยนะ” “อืม” ฉันตอบอัมพรอย่างแผ่วเบา แต่ว่าได้ไม่นานนัก …ปัง!!!... เสียงปิดประตูรถดังจนทุกคนต้องมอง รวมทั้งฉันด้วย มีใครบางคนเดินลงจากรถคันหรูเดินมาทางฉัน คนๆ นั้นไม่ใช่ที่ไหนเป็นคนที่ฉันรู้จักดี ใช่นั้นคือ เรียวอิจิ เขากำลังเดินมาหาฉันหรอ? คงไม่ใช่หรอกเขาจะมาหาฉันทำไมกันแล้วมีเสียงที่ฉันคุ้นเคยพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินไปหาเรียวอิจิ “นี่ๆ นายเป็นใครมาจากไหนหรอจ๊ะ? หน้าตาหล่อดีนะ ไปดื่มกับพวกเราไหม”แพรวาพูดพร้อมกับยื่นมือไปโอบกอดเรียวอิจิ “....” “นี่ ช่อดอกไม้นั้น เอามาให้ฉันหรอ? ”แพรวาถามเรียวอิจิ “เปล่า ผมแค่มาหาว่าที่ เมีย เท่านั้น”เรียวอิจิพร้อมกับสลัดมือที่อยู่ออก เขาเดินมาหาพร้อมกับคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ยื่นช่อดอกไม้ให้ฉัน พร้อมกับกล่องของขวัญกล่องใหญ่ เขาทำฉันอึ้ง ทุกคนในที่นี้อึ้งและเริ่มมองมาที่ฉัน โดยเฉพาะยัยแพรวามองฉันด้วยสายตาไม่พอใจ หมั่นไส้ จิกกัดใส่ฉัน “นะ นายทำอะไรน่ะ ฉะ ฉัน อะ อายนะ”ฉันพูดแล้วหันหน้าหนี “ฉันขอโทษเรื่องเมื่อคืน แล้วก็เรื่องเมื่อเช้า” “....”พระเจ้าเขายอมทำแบบนี้จริงอ่ะ ฉันนึกว่ามีแต่ในนิยาย ในละครน้ำเน่าไรงี้ “รับเถอะนะ ฉะ ฉันเริ่มอายแล้วนะ”เรียวทำน้ำเสียงแข็งขันใส่ฉัน แต่ว่าหน้าเขาแดงไปถึงหู ดูไปดูมาก็น่ารักดีนะ “ก็ได้ ฉันยกโทษให้”พูดจบฉันก็ยื่นมือออกไปรับของจากเรียวอิจิ “พี่อัมพรครับ ผมขอยืมเพื่อนพี่ตลอดช่วงวันหยุดนี้นะครับ”เรียวอิจิหันหน้าไปพูดกับอัมพร “เพื่ออะไร? ”อัมพรถาม “ก็ผมอยากจะไปทำความรู้จักกันในช่วงนี้ไงครับ” “งั้นก็ไปเถอะ ที่จริงวันนี้ก็ไม่มีเรียนอะไรหรอก”อัมพรเดินมาหาฉัน “ไปเที่ยวให้สนุกนะ แล้วจะรอข่าวดี”เธอกระซิบที่ข้างหูของฉัน “....” “งั้นเชิญครับ คุณผู้หญิง”เรียวอิจิพูด พร้อมกับเปิดประตูรถให้ ฉันเข้าไปนั่งอย่างสงบ โดยที่ไม่พูดอะไร ฉันหันหน้ามองไปที่กระจกตรงหน้าต่างรถ มองดูอัมพรที่คอยโบกมือลาด้วยร้อยยิ้มที่แสนอ่อนโยน “เธอ...........เสร็จฉันแน่!!!”เขาพูดขึ้นพร้อมกับบิดกุญแจสตาร์ทรถคนหรูของเขา “อะไรนะ หมายความว่ายังไง”ฉันถามเขาด้วยความสงสัย “ก็บอกว่า เธอเสร็จฉันแน่”เขากระซิบข้างหูฉันเบาๆ น้ำเสียงที่เบาหวิวมันทำให้หน้าของฉันร้อนผ่าว “นะ นายจะพาฉันไปไหนน่ะ” “ไป......สวรรค์.......ไงจ๊ะที่รัก”เขายิ้มอย่างมีเลศนัย โธ่!!!นี่ฉันกำลังทำอะไรเนี่ย ถึงว่ามันแปลกๆ เมื่อคืนนี้กอดฉันจนถึงเช้า จู่ ๆ ก็เอาช่อดอกไม้กับของขวัญกล่องใหญ่มาให้ฉันพร้อมกับบอกว่า ‘ขอโทษ’ อีก ฉันนี่มันเชื่อคนง่ายจริง ๆ ไปหวังอะไรกับคำพูดแบบนั้นนะนี่มันไม่ใช่นิยายนะ มันเป็นความจริง ฉันมองไปที่หน้าของคนข้างๆ หน้าของมันช่างหล่อ คม เข้มยังกะหลุดออกมาจากเทพนิยาย หุ่นก็โอเคนะ ถ้าเป็นนายแบบคงจะดังมาก ๆ เลย แต่ถ้าไม่ติดว่าเขาปากเสียนี่จะดีมาก ๆ เลย “นี่....” “......” “เธอมีที่ ๆ อยากจะไปไหม? ” “........” “นี่!!!”เขาเริ่มขึ้นเสียง “ดะ....เดี๋ยวสิ...ขะ....ขอคิดก่อน”ฉันตกใจไม่คิดว่าเรียวจะขึ้นเสียงใส่เพราะตอบช้า “คิดได้รึยัง? ” “อืม.....” “เร็วให้เวลา 3 วินาที” “นี่!!!นายจะฆ่าฉันรึไง” ฉันยกมือทำท่าจะตบหน้าเรียว แต่.... “ก็ตบสิ ฉันได้จูบ เอาไหม” “......” “ตบแล้วจูบ ถ้าตบมากกว่า 3 ครั้ง ฉันจะพาเข้าโรงแรมแถวๆ นี้แหละจะได้ผลิตทายาทให้คุณพ่อตาเร็วๆ ” “นี่นาย!!!”ฉันตะหวาดใส่ “อะไรจ๊ะ......ที่รัก ฮึๆๆ ” “.....”ฉันเอามือออกจากหน้าของเรียว แล้วนั่งเฉยๆ โดยไม่พูดอะไร “ฉันคิดออกแล้วว่าเราควรจะไปที่ไหนกันดี” “เธออยากจะไปที่ไหนล่ะ? ”เรียวอิจิถามอีกครั้ง “ฉันอยากไปทะเล”"ฉันถอดเอง" น้ำเสียงแหบพร่าของเขาที่กระซิบอยู่ข้างใบหูทำเอาสติสัมปชัญญะของฉันกระเจิดกระเจิงไปจนหมดสิ้น ดวงตาคมกริบของเรียวที่ทอดมองมาในตอนนี้ไม่ได้มีความเยือกเย็นหรือสงบนิ่งเหมือนอย่างเคย มันเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ถูกกักเก็บเอาไว้มาเนิ่นนาน และตอนนี้... มันกำลังจะแผดเผาฉันให้หลอมละลายคามือของเขาฉันเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ถึงปลายนิ้วร้อนผ่าวที่ค่อยๆ เกี่ยวสายเดี่ยวชุดนอนสีชมพูตัวโปรดของฉันให้เลื่อนหลุดออกจากหัวไหล่มนอย่างเชื่องช้า สัมผัสของเขามันชวนให้วาบหวิวเสียจนฉันต้องเผลอจิกปลายเล็บลงบนท่อนแขนแกร่งของเขาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวผ้าซาตินเนื้อนุ่มลื่นไหลผ่านผิวหนังของฉันลงไปกองอยู่ที่เอว เผยให้เห็นลาดไหล่และเนินอกที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วงตา
[TALK-RYOICH]“ว่ายน้ำไม่เป็น?” ผมพูดขึ้น“ใช่” มิกะพูดขึ้นพร้อมกับเอามือลงจากหน้าผม“ทำไมไม่หัดว่ายน้ำ?” ผมถาม“ไม่ใช่ว่าไม่หัด เคยแล้วแต่ฉันโดนเพื่อนแกล้งดึงขา ฉันก็เลย...” มิกะพูดขึ้นมา“ใคร?” ผมถาม“......”“ใครที่เป็นคนทำเธอ?”ผมถามต่อ“ฉันไม่รู้สิ ตอนนั้นฉันจำไม่ได้หรอก อีกอย่างเรื่องมันก็นานแล้วด้วย ช่างมันเถอะ”มิกะบอกผม“ไม่เป็นไรนะ ต่อไปจะไม่มีใครกล้าทำอะไรเธออีกแล้ว”“.......”“ฉันจะปกป้องเธอเอง” ผมขยับแขนทั้งสองข้างเลื่อนขึ้นไปโอบกอดเธออย่างช้าๆ“นะ นาย ทำอะไรเนี่ย!” มิกะเอามือขึ้นมาปัดแขนทั้งสองข้างของผมออก แล้วเธอก็เดินจากผมไปอย่างรวดเร็ว ตอนที่มิกะเดินจากผมไป มันทำให้หัวใจของผมเต้นแรงมาก แรงเหมือนกับอาจจะออกจากร่างกายของผม ผมคิดว่า...... ผมกำลัง “ตกหลุมรัก” ผู้หญิงคนนี้เข้าแล้ว ทั้งๆ ที่เราเจอกันแค่ไม่กี่วัน แบบนี้จะสามารถเรียกว่า “รักแรกพบ” ได้ไหมนะ? หรือผมจะต้องโทรหาตาแก่นั้นเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ดี.....[TALK-MIKA]“คนบ้า” ฉันวิ่งเข้าห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสบถออกมา อยู่ ๆ ก็เข้ามากอด ใครจะไม่อายบ้างล่ะ ฉันมองไปกระจกที่กำลังสะท้อนเงาของตัวเองอยู่ หน้าของฉันแดงระรืนอย่างก
“.....................”“อะไรล่ะ ไปไม่ได้หรอ? ”ฉันถามเรียวอิจิ“อืม เปล่านี่”เขาพูดแค่นั้น แล้วขับรถไปเรื่อย ๆ เราสองคนนั่งรถไปอย่างเงียบ ๆ ไม่นานก็ถึงจุดหมายปลายทาง เมื่อเรียวจอดรถ ฉันค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินลงจากรถอย่างช้า ๆ มองซ้ายมองขวา สำรวจสถานที่ที่เรียวพาฉันมา นี่มันไม่ใช่ทะเลนิ เขาจอดห้างแห่งหนึ่งในเมืองชลบุรี พระเจ้านี่เขาพาฉันมาทำอะไรเนี่ย?“มิกะ”“...”“มานี่ ฉันจะพาเธอไปซื้อของ” เรียวพูดขึ้นพร้อมกับเดินมาจับมือฉัน และจูงฉันเดินออกจากรถ“ซื้ออะไรหรอ? ” ฉันถามด้วยความสงสัย“ฉันพึ่งพาเธอมาจากมหาลัย แล้วก็ขับรถมาที่นี่ เธอคิดว่า เธอเอาอะไรมาบ้างล่ะ? ” เรียวถาม“ก็จริง ฉันมานี่ฉันก็ไม่ได้พกอะไรมาด้วย นอกจากชุดที่ใส่อยู่ตอนนี้กับหนังสือเรียน” ฉันคิดในใจ“ดะ เดี๋ยวๆ ” ฉันพูดขึ้นก่อนจะเดิน“มีอะไร”“คือ มะ...มือ ของนายน่ะ ช่วยปล่อยฉัน กะ...ก่อน จะได้ไหม? ” ฉันถามเรี
...ก๊อกๆๆ ...“นี่...มิกะ มีคนมาที่หน้าประตูแน่ะ”“งั้น ฉันคงต้องรบกวนนายไปเปิดประตูให้แล้วล่ะ”ฉันบอกเขา ฉันไม่ได้ตั้งใจจะใช้เขานะ แค่ตอนนี้ฉันยังไม่ว่างจะไปเปิดเอง แล้วเรียวอิจิก็เดินไปเปิดประตู โดยไม่ถามอะไรฉันสักคำ“หวัดดีมิกะ เสร็จรึยะ....กรี๊ด!!!”เสียงอัมพรร้องขึ้น น้ำเสียงของอัมพรมันทำให้ฉันต้องรีบวิ่งมาดู“อะ อัมพร เธอเป็นอะไรหรอ นี่เรียวอิจินายทำอะไรเพื่อนฉัน”ฉันขมวดคิ้วใส่ ก็ไม่พอใจไงที่เพื่อนรักของฉันต้องมากรีดร้องเพราะเรียวอิจิ ก็แค่ให้มาเปิดประตูเฉยๆ จะอะไรนักหนา มันสาหัสรึยังไงนะ“เปล่านะ ฉันแค่เดินมาเปิดประตูเฉยๆ ”เรียวอิจิตอบฉันราวกับรู้ว่าฉันจะพูดอะไร แล้วก็เดินออกจากหน้าประตูห้อง เขาสาวเท้าเดินเข้าห้องครัวโดยไม่สนใจอะไร“นะ นี่มันอะไรน่ะ มิกะเธอไม่ได้โดนมันทำอะไรใช่ไหม? ”อัมพรถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงแล้วมือก็กำลังเขย่าตัวฉัน“มะ ไม่ฉันไม่เป็นอะไร”ฉันบอกอัมพร“....”อัมพรมองหน้าฉันสลับกับมองดูเรียวอิจิ“อะ เอ่อ นี่เรียวอิจิ สุบรรณวารินทร์น่ะเรียวอิจิเค้าเป็น....”ฉันพูดยังไม่ทันจะจบก็มีเสียงของเรียวอิจิแทรกขึ้นมา“ผมเป็นสามี เอ๊ย!!! คู่หมั้นของมิกะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ
ปิ้งป่อง~เสียงลิฟท์เปิดออก ฉันเดินออกมาจากลิฟท์พร้อมกับทองไปตรงทางเดิน และต้องโฟกัสอยู่ที่จุด ๆ หนึ่งคือ หน้าห้องของฉันมีใครบางคนยืนอยู่ ฉันเลยรีบวิ่งเข้าไปถาม[TALK-RYOICH]“คุณๆ มาทำอะไรที่หน้าห้องของฉันคะ”เสียงผู้หญิงพูดขึ้นและถามด้วยความสงสัย“ผมมาหาคนที่ชื่อมิกะ สุวรรณวาปีครับ เธอเป็นคู่หมั้นของผม”พระเจ้าช่วยยัยนี่ตัวเล็กจริง ๆ เลย แต่รู้สึกว่าอย่าอื่นจะไม่เล็กด้วย“ฉะ...ฉันเองค่ะ”เธอตอบด้วยน้ำเสียงลุกลี้ลุกลน“เธอเองหรอ ที่เป็นคู่หมั้นของฉัน ตัวเล็กจริง ๆ เลย”ยัยนี่ตัวมากขนาดต้องก้มลงไปมองเลยล่ะ ยังกับเด็กประถม ให้ตายสิ[TALK-MIKA]“หา!!! นี่นายหาเรื่องฉันหรอ”ดู๊ดูมันทำ ไอ้เราก็อุตส่ารีบเข้ามาถามด้วยความหวังดี แล้วไหงถึงเป็นแบบนี้ไปได้เนี่ย“เปล่านี่ ฉันแค่พูดความจริง แล้วแบบนี้ฉันจะถูกข้อหาพรากผู้เยาว์ไหมเนี่ย? ”“นะ นายคิดว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่น่ะ”“จะอะไรซะอีกอีกล่ะ ก็เธอตัวเล็กแบบนี้อายุก็คงจะไม่เกิน 12-13 ปีล่ะนะ”“ขอโทษย่ะ ฉันมันอายุ 24 แล้ว ไม่ใช่เด็ก ๆ อย่างที่นายว่าหรอกนะ”“จริงหรอ!!! ไหนขอดูบัตรหน่อยดิ”“ไม่ ฝันไปเถอะ ถอยไป”ฉันบอกให้เค้าถอย“ไม่ถอย จะทำไม”“ฉันจะเข
…Life is somehow strange……Sometimes it just by chance……Someone passing my path……ชีวิตคนเรา……บางทีก็มีเรื่องบังเอิญ เรื่องน่าแปลกใจ……ผ่านเข้ามาอย่างไม่คาดคิด….“ฮัลโหล” ผมรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเบื่อหน่าย“ว่าไง.... เรียวอิจิ”“พ่อมีเรื่องจะบอก.....” ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงดีอกดีใจ“อะไร อย่าบอกนะว่า....” ปลายสายยังไม่ตอบผมกลับมา“....”“เรื่อง ดูตัวน่ะ!!! ไม่เอาน่าพ่อ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว.....” ผมพูดยังไม่ทันจะจบปลายสายก็ตอบกลับมา“ก็ไม่ใช่เรื่องดูตัวหรอกนะ”“แล้วเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องดูตัว อย่างพ่อมีเรื่องอื่นด้วยหรอ” จริงๆ ผมโดนพ่อชวนไปดูตัวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง และทุกครั้งที่ผมไปเจอคู่ดูตัวแต่ละคนนะ โห!!! เจอแต่ผู้หญิงประเภทชอบแต่งตัว รักสวยรักงาม เจออะไรนิดๆ หน่อยๆ ไม่ได้เป็นโวยวายทุกครั้ง ผมทนไม่ได้หรอกแค่นั้นยังไม่พอนะ เวลาไปเดินเล่นด้วยกันแบบว่าไปเดินทำความรู้จักกันนะ ชอบบ่นว่าเหนื่อย ชอบไปในที่ๆ ผมไม่ชอบไป อย่าง ร้านเสื้อผ้า ร้านเสริมสวยไรงี้บอกตรงๆ เลยว่าแม่พวกนี้ไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติผมเลย ผู้หญิงในอุดมคติผมนะจะต้องเป็นคนตัวเล็ก น่ารัก อกใหญ่นิดๆ นั้นแหละครับ ผม







