Masuk“สุดาขอโทษค่ะ สุดารีบเลยไม่ทันมองค่ะ” จันทร์สุดาพูด ขณะกำลังใช้ปลายนิ้วกดไปยังปุ่มเปิดประตู ทว่าไม่ทันเสียแล้ว ศุภกฤกษณ์กดปุ่มตัวเลข 43 เสียก่อน
“ผมไม่ซี ไปด้วยกันนี่แหละ ดีซะอีกที่มีคุณขึ้นลิฟต์เป็นเพื่อน ขึ้นคนเดียวมาหลายปีแล้ว เหงา” เขายิ้มให้จันทร์สุดา ที่ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาจากความอาย “คุณร้องเพลงเพราะมากเลยนะ คุณไปร้องประจำที่ฟรอร่าเมื่อไหร่ ผมคงต้องไปนั่งฟังคุณร้องทุกคืนแน่”
จันทร์สุดาเงยหน้ามองคนพูด ไม่คิดว่า ในคืนนั้นศุภกฤษณ์จะอยู่ในคลับนั้นด้วย
“คุณหงส์บอกว่า คุณเริ่มมาร้องเพลงต้นเดือนใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ เริ่มวันพฤหัสหน้าค่ะ”
“ว่าแต่คุณทำงานแผนกอะไร ตอนที่เห็นคุณขึ้นร้องเพลง ผมคุ้นหน้าคุณนะ แต่นึกไม่ออก”
“ท่านรองคงจำสุดาไม่ได้ สุดาเคยเข้าประชุมผลประกอบการประจำปีเมื่อต้นเดือนไงคะ วันนั้นพนักงานมีหลายฝ่ายในหลายแผนก ท่านรองโฟกัสเรื่องงาน เลยไม่ได้สนใจอย่างอื่นค่ะ” จันทร์สุดาตอบเจ้านาย
“อ๋อ จำได้แล้ว วันนั้นพนักงานเป็นสิบคน ผมยอมรับว่าจำไม่หมด จำได้เฉพาะคนที่เคยคุยกันเป็นประจำเท่านั้น ผมขอโทษนะที่จำคุณไม่ได้ ทั้งที่คุณ...น่าจดจำมาก”
ประโยคท้ายศุภกฤษณ์เน้นเสียง มองจันทร์สุดาด้วยสายตาสื่อความหมาย ทว่าคนถูกมองกลับมองไม่เห็นหรือรู้สึกว่า คำพูดนั้นมีนัยยะแอบแฝง
“จำไม่ได้ไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะ”
“ตอนคุณอยู่บนเวทีกับตอนนี้ต่างกันมากเลยนะ อยู่บนเวทีคุณเหมือนนางพญา สวยสง่าสู้แสงสีเสียง แต่ตอนนี้คุณสวยเหมือนหยาดน้ำค้างหยดลงใบบอน สดใสเป็นธรรมชาติ ดูรื่นตาตี” ศุภกฤษณ์ชมตรงๆ จันทร์สุดาถึงกับเขิน ยิ้มเอียงอาย แก้มแดงระเรื่อ
‘ยิ่งอายยิ่งน่ารักและน่ามอง’ ศุภกฤษณ์พูดในใจ สายตาไม่ละห่างดวงหน้าหวาน
“ขอบคุณค่ะสำหรับคำชมค่ะท่านรอง” การสนทนาหยุดลงเมื่อเสียงลิฟต์ดังขึ้นหลังจากนำพาทั้งคู่มาถึงชั้นบนสุดของอาคาร “สุดาขอตัวนะคะ สวัสดีค่ะ”
“อ้อ...มีอีกเรื่องที่ผมอยากบอกคุณ” เขารั้งเธอไว้ “ต่อไปเรียกผมว่าคุณแทคนะ เรียกท่านรอง ผมรู้สึกว่า ผมแก่น่ะ ผมยังไม่อยากแก่ ยังไม่มีลูกมีเมีย ยังไม่มีแฟนด้วย”
ศุภกฤษณ์เหมือนบอกเธอกลายๆ
“ค่ะคุณแทค สุดาไปทำงานก่อนนะคะ” จันทร์สุดากล่าวลา “สายจนได้”
ก่อนทำหน้าเศร้าเดินออกจากลิฟต์ โดยมีสายตาของพนักงานที่ทำงานอยู่ชั้นนั้นมองด้วยความสงสัยว่า จันทร์สุดาใช้ลิฟต์ตัวเดียวกับศุภกฤษณ์ได้อย่างไร แถมมาด้วยกันด้วย
ศุภกฤษณ์เดินไล่หลังจันทร์สุดา เขาได้ยินประโยคท้ายเชิงบ่นของเธอพอดี เหตุผลที่เธอรีบจนไม่ทันมองว่าตัวเองขึ้นลิฟต์ผิดอาจเป็นเพราะไม่ต้องการสาย แต่สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้ เห็นทีเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ชื่อจันทร์สุดาอยู่ในประวัติพนักงานมาสายประจำเดือนนี้ เช้านี้เขาอารมณ์ดีมาก เดินยิ้มเข้าห้องทำงานด้วยใจเบิกบาน
12.00 น.
พนักงานในบริษัทยูแอนด์อาร์ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) ต่างทยอยออกไปกินมื้อกลางวันตามร้านอาหารละแวกอาคารที่มีอยู่ด้วยกันหลายจุด แต่ละจุดราคาย่อมเยา สบายกระเป๋าเหล่ามนุษย์เงินเดือน ทว่ากลับมีไม่กี่คนเดินไปยังห้องสวัสดิการของพนักงานที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้
ห้องนี้มีขนาดสี่คูณห้าเมตร ในห้องนี้นอกจากจะบริการเรื่องเครื่องดื่มร้อนและเย็น ยังมีตู้เย็นสำหรับเก็บของกินของพนักงานระหว่างวัน ไมโครเวฟสำหรับอุ่นอาหาร โต๊ะอาหารตัวค่อนข้างใหญ่นั่งได้หกคนตั้งอยู่ตรงกลาง
หนึ่งในพนักงานไม่กี่คนคือจันทร์สุดา เธอหมุนตัวกำลังเดินไปกินข้าวในห้องสวัสดิการ เธอก้าวไปเพียงสองสามก้าว ร่างของใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น จันทร์สุดาระงับเท้า มองหน้าศุภกฤษณ์ด้วยความแปลกใจว่า เขามาที่นี่ทำไม
“นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว” จันทร์สุดางงหนักมากขึ้นกว่าเดิม กับประโยคที่ได้ยิน “ผมจะชวนคุณไปกินข้าวเที่ยง กินแถวๆ นี้ก็ได้ หรือกินร้านที่คุณกินประจำ ผมไม่เรื่องมาก ผมกินได้”
คำชวนเรียกความตกใจให้จันทร์สุดา คงไม่มีใครคิดว่า รองประธานบริษัทยูแอน์อาร์กรุ๊ป จะกล่าวชวนพนักงานต๊อกต๋อยไปกินข้าวเที่ยง เธอเหมือนยืนงงในดงกล้วยตามคำกล่าวยอดฮิต
“เอ่อคือว่า”
“คุณมีนัดกับใครหรือเปล่าครับ” ท่าทางอึกอักของเธอ ทำให้เขาคิดเช่นนี้
“ไม่มีค่ะ สุดาไม่มีนัดกับใคร” ศุภกฤษณ์ยิ้มกว้าง
“งั้นเราไปกินข้าวกันนะ ผมหิวแล้ว”
“คือว่า”
จันทร์สุดาปากหนัก ไม่กล้าบอกเจ้านายสุดหล่อว่า ตนเตรียมอาหารกลางวันมากิน
“คุณติดอะไรหรือเปล่า หรือกลัวว่าพนักงานในบริษัทจะเอาไปพูดเรื่องที่ผมชวนคุณไปกินข้าว ถ้ากลัวเรื่องนั้นไม่ต้องกลัวเลย เพราะคนพวกนั้นได้เห็นทุกวันแน่”
เป็นอีกครั้งที่จันทร์สุดามองหน้าคนพูด แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด เสียงนภารัตน์หรือหน่อยดังขึ้นก่อน
“อ้าวสุดา ยังไม่ไปอุ่นข้าวเหรอ พี่...” ความที่นภารัตน์เดินมาทางด้านหลังศุภกฤษณ์ เธอจึงไม่รู้ว่า ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนคุยกับจันทร์สุดาคือใคร แต่พอเห็นหน้า เสียงพูดกลืนหาย มองเจ้านายสุดหล่อด้วยความตกใจ “ท่านรอง”
“อุ่นข้าวหรือครับ” ศุภกฤษณ์ถามตามประโยคที่ได้ยิน
“สุดาห่อข้าวมากินตอนกลางวันน่ะค่ะ แต่วันนี้งดกินวันนึงค่ะ เราออกไปกินข้าวกันดีกว่าค่ะ” จันทร์สุดาบอกคนชวนกินข้าว “สุดาไปกินข้าวก่อนนะคะพี่หน่อย”
ศุภกฤษณ์ไม่ได้เอ่ยคำใด เขาก้าวเดินไปยังลิฟต์โดยสารส่วนตัวที่จอดเพียงสี่ชั้นคือ ชั้น 1, 2A, 25 , 42 และ43 โดยมีสายตาอยากรู้อยากเห็นของนภารัตน์มองตามไปด้วยความสงสัยและใคร่รู้มาก แน่นอนว่า เรื่องนี้ต้องถูกขยายไปเข้าหูอีกหลายคนในบริษัท เป็นข่าวใหม่ ข่าวร้อนแห่งปีก็ว่าได้
Chapter 88 “คุณพ่อเจ้าขา คุณพ่อเจ้าขา” เสียงดังมาก่อนตัวเช่นเคย คนถูกเรียกกำลังนอนเล่นอยู่ในห้องนอน เมื่อเห็นร่างสาวน้อยจอมแก่นวิ่งเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มทำท่าจะลุกขึ้นนั่ง ทว่าร่างกีรติกระโดดมาทับคนเป็นพ่อที่จุกไม่น้อย แต่อดทนไว้ จันทร์สุดาอมยิ้มกับหน้าจุกๆ ของสามี “คุณพ่อเจ้าขา” “ว่าไงครับดาด้า” “ไปเที่ยวกันค่ะ” “อยากไปไหนครับ บอกมาเลย คุณพ่อพร้อมไปทุกที่เลยครับ” ลูกสาวอยากไปไหน คนเป็นพ่อไม่เคยขัดใจ “ไปสวนสนุกดรีมเวิลด์ค่ะ” หน้าเตมินทร์ซีดลงทันใด ภาพจำวันนี้ที่อาเจียนพุ่งยังติดตาอยู่เลย “คุณพ่อคงไม่อยากไปน่ะลูก คุณพ่อกลัวค่ะ”จันทร์สุดายิ้ม เย้าสามี “คุณพ่อกลัวอะไรคะ” กีรติขยับตัวลุกขึ้นนั่ง นั่งอยู่บนตัวคนเป็นพ่อ “มันมีอะไรน่ากลัวหรอคะคุณพ่อ” “คุณพ่อไม่เคยกลัวค่ะ คุณพ่อเก่งจะตาย ไม่กลัวอะไรสักนิดเดียว” “ดาด้านึกอยู่แล้วว่าคุณพ่อต้องไม่กลัว คุณแม่บอกว่า คุณพ่อของดาด้าเก่งที่สุดในโลก เล่นรถไฟเหาะได้ตั้งสี่รอบ ไม่กลัวเลยค่ะ” เตมินทร์มองหน้าภรรยาที่ทำไม่รู้ไม่ชี้ อมยิ้ม “ไปค่ะ ดาด้าอยากเห็นคุณพ่อเล่
Chapter 87 “ดูนะนังก้อย ดูลูกแก มันไม่เห็นว่าฉันเป็นยายมันเลย สันดานเลว”“แล้วคุณแม่เคยคิดว่าหมวยเป็นหลานหรือเปล่าคะ หรือคิดว่าเป็นเบี้ยล่าง ต้องทำตัวหดอยู่ด้วยความหวาดกลัว ต้องทำตามคำสั่งคุณแม่” ธัญญาเรศปกป้องลูกสาว “ก้อยก็เหมือนกัน คุณแม่ไม่เห็นว่าเป็นลูก จะดุจะด่า บงการชีวิตยังไงก็ได้ อ้างว่าทำให้ก้อยเกิดมา ก้อยไม่อยากเป็นเหมือนคุณแม่ที่ลูกหลานไม่สนใจ ก้อยขอโทษหมวยกับความผิดทุกอย่างที่ทำลงไป ละเลยลูก ไม่สนใจความรู้สึกใดใดทั้งสิ้น คุณแม่รู้ไหมคะว่า หลังจากที่ก้อยยอมขอโทษและปรับความเข้าใจกับหมวย อะไรที่ตามมา มันคือความรัก ความเข้าใจ คือความสัมพันธ์ที่ห่างหายให้กระชับแน่น ซึ่งก้อยเคยกราบขอโทษในความผิดที่ทำกับคุณแม่ไปแล้ว ก้อยก็อยากให้คุณแม่เปิดใจยอมรับความผิดของตัวเองบ้างค่ะ เพราะโลกนี้ไม่มีมนุษย์ไม่เคยทำผิดนะคะคุณแม่ เพียงแค่ว่า เราต้องยอมรับว่าเราผิด และพร้อมขอโทษค่ะ แล้วคุณแม่ก็จะได้การให้อภัยตอบกลับ”ธัญญารัตน์อึ้งกับประโยคยืดยาวของบุตรสาว ที่นางตระหนักดีว่า ถูกต้องทุกคำ ทว่าแรงทิฐิและนิสัยที่ว่า นางคือความถูกต้องเดียวในโลก ส่งผลให้ธัญญารัตน์ใจแข็ง ปากแข็ง แม้ว่าต้องการลูกหลานมาด
Chapter 86 “ฉันรักเธอ...สุดา รักสุดหัวใจ” เขาเอ่ยความในใจที่อยากบอกให้จันทร์สุดรู้ “สุดารักคุณเติร์ดค่ะ รักสุดหัวใจ” ความรักของทั้งคู่ต่างมากมายไม่แพ้กัน เตมินทร์ขับเคลื่อนทะยานตัวตนเข้าออกดอกไม้งามต่อเนื่อง เพื่อให้เขาและเธอพบกับแสงแห่งความสุขที่เปล่งประกายเบื้องหน้า เอิบอิ่มใจจนจุกล้นทรวง เป็นคืนแรกที่เตมินทร์ได้จันทร์สุดากลับคืน หลังจากเสพสมจนอิ่มหนำ สองร่างกอดก่ายกันบนเตียง เสียงพูดคุยเรื่องวันเวลาที่ไม่ได้เจอกันดังราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เตมินทร์เริ่มสานต่อความเสน่หาที่ไม่เหือดหายไปจากร่างกายเขาง่ายๆ คุอยู่ตลอดเวลา กว่าจะได้นอนหลับกันจริงๆ เวลามาหยุดอยู่ที่ตีสามครึ่ง จากนั้นทั้งคู่นอนกอดกันและจมสู่ห้วงนิทราอันแสนสุข “เฮ้อ” เสียงถอนหายใจของจันทร์สุดา ทำให้อีกคนที่กำลังเดินมายังห้องรับแขกได้ยิน “ถอนหายใจแบบนี้ มีใครตามใจดาด้าอีกแน่ๆ หวยออกที่ใครเอ่ย คุณย่าหรือเปล่า” เตมินทร์รู้ใจภรรยา เขาเดินมาสวมกอดเธอทางด้านหลัง หอมแก้มหนึ่งฟอด “ใช่ค่ะ มีคนเดียวนี่แหละ ตามใจแบบสุดๆ เลย” “เอาน่าปล่อยคุณย่าไปเถอะครับ ท่านรักของท่านก็ต
Chapter 85 ท้องฟ้าหลังพายุฝนเป็นเช่นนี้นี่เอง... หลังจากอิ่มท้อง ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน เตมินทร์ที่อยากใกล้ชิดลูกสาวมากกว่านี้ เริ่มทำหน้าที่พ่อวันแรก ด้วยการพากีรติไปอาบน้ำในห้องนอนที่จัดเตรียมไว้ให้ ห้องนี้เป็นหนึ่งในห้องรับรองที่ดูเรียบง่าย ไม่ได้ตกแต่งให้น่ารักสมกับห้องหนูน้อยวัยสามขวบกว่า “อยู่ห้องนี้ไปก่อนนะครับดาด้า ไว้คุณพ่อจะตกแต่งให้ใหม่ เป็นห้องเจ้าหญิง ห้องสีชมพูหรือสีฟ้าดีไหมครับ” เตมินทร์บอกบุตรสาวขณะเดินเข้ามาในห้อง “ดาด้าตามใจคุงพ่อค่ะ” หนูน้อยตอบกลับ “คุงพ่อขา” “ครับ ว่าไงครับ” “คืนนี้นอนกับดาด้าได้ไหมคะ ดาด้าอยากให้คุงพ่อเล่านิทานให้ดาด้าฟังค่ะ” เสียงใสว่าต่อ “ได้เลยครับ ตอนนี้คุณพ่อจะพาไปอาบน้ำนะครับ” คนเป็นพ่อบอกลูก ที่พยักหน้ารับรู้ ก่อนทั้งคู่พากันเดินไปยังห้องน้ำ โดยมีจันทร์สุดาเดินตามไป และสอนให้เตมินทร์ที่ไม่เคยเลี้ยงเด็ก สอนการอาบน้ำให้กีรติ เตมินทร์ทำตามคำสอนอย่างตั้งใจ จนกระทั่งอาบน้ำให้หนูน้อยเสร็จ จึงพากันเดินออกมาด้านนอก เพื่อปะแป้งสวมใส่ชุดนอน “ดาด้าชอบปะแป้งก่อนนอนค่ะ ดาด้าบ
Chapter 84น้ำตาสาวเลาะผ่านแก้มนวลที่มีมือใหญ่เตมินทร์แนบ น้ำอุ่นร้อนนั้นไม่ต่างกับน้ำทิพย์หยดลงบนหัวใจแห้งแล้งราวกับดินแตกระแหง เพียงหยดเดียวทว่ากลับมีอานุภาพใหญ่หลวง แทรกซึมผืนดินที่ทำประโยชน์ไม่ได้ให้ชุ่มชื้น รอยแตกของดินเริ่มสมานทีละน้อย น้ำตาจันทร์สุดาเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ปลุกให้เตมินทร์ตื่น เป็นปาฏิหาริย์ที่ทุกคนรอคอย หนึ่งวันเต็มๆ กับเรื่องที่คนรอบตัวเตมินทร์คอย ในที่สุดเตมินทร์ตื่นจากการหลับใหลยาวานานเป็นอาทิตย์ วินาทีแรกที่ลืมตาและเห็นหน้าจันทร์สุดา เขาคิดว่าตัวเองฝัน ฝันว่าได้พบเจอสาวอันเป็นที่รัก ดังเช่นหลายค่ำคืน แต่เมื่อได้ยินเสียงและสัมผัสถึงความอุ่นจากมือเรียวสวยที่บีบมือตน เตมินทร์ถึงได้รู้ว่า คือเรื่องจริง จันทร์สุดากลับมาหาตนแล้ว “สุดา สุดาจริงๆ ใช่ไหม...ใช่ไหม” เป็นความดีใจที่ยากเกินควบคุม แม้ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของเขาอาบด้วยน้ำตา ทว่าทุกคนที่เห็นต่างรู้ว่า เตมินทร์ดีใจมาก ดูจากนัยน์ตาเปล่งประกาย “สุดา...ฮือ...สุดากลับมาหาฉันแล้ว...ฮือ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ...ฮือ” น้ำตาเตมินทร์ยังคงไหล เขาร้องไห้อย่างไม่อายใครทั้งสิ้น ไม่รู้สึกเจ็บข้อมือที่ถูกเย็
Chapter 83 “แต่คุณย่าคะ” “ไม่ต้องพูดแล้ว พูดมากเดี๋ยวความดันฉันขึ้น เนี่ยๆ ความดันกำลังขึ้นพอดี” อรทัยเอาข้อนี้มาอ้าง มองหน้าหลานสะใภ้ ก่อนหลุบตามองเหลนสาวสุดที่รัก “ฉันอายุแปดสิบกว่าแล้วนะสุดา ไม่รู้ว่าจะอยู่กับลูกกับหลานและเหลนได้อีกกี่ปี ก่อนหน้าที่ฉันจะรู้ว่ามีดาด้า ฉันทุกข์ใจ เสียใจมามากพอแล้วนะ เวลาที่เหลือฉันก็ขอมีความสุขบ้าง และความสุขของฉันก็คือตามใจดาด้า ของเล่นแค่ไม่กี่อย่าง ขอให้ฉันซื้อให้แกนะ ฉันขอแค่นี้ เธอให้ฉันได้ไหม” อรทัยพูดแบบนี้มีหรือจันทร์สุดาจะค้านได้ เหมือนมีคำพูดมากมายจุกตรงลำคอ แต่ไม่อาจเปล่งวาจาออกมาได้ มันกลืนหายลงคอจนหมดสิ้น “แล้วแต่คุณย่าค่ะ แต่อย่าตามใจแกมากนะคะ ซื้อพอประมาณก็พอค่ะ” “ไม่ต้องห่วง รับรองไม่ถึงแสน”จันทร์สุดาถึงกับส่ายหน้า มองสองทวดเหลนที่กอดกันก็อดยิ้มไม่ได้ ความสุขของคนในบ้านหลังนี้คงหนีไม่พ้น กีรติ ตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของทุกคนให้แน่นแฟ้นมากขึ้น โดยเฉพาะอรทัย ที่รักและตามใจกีรติแบบสุดๆ ถึงขั้นจะยกสมบัติของนางให้กีรติคนเดียว ซึ่งทุกคนก็ไม่ได้ค้าน นางอยากให้ใคร อยากทำอะไร ตามแต่ใจเรื่องราวว
Chapter 30 “อาการดีขึ้นมากแล้วครับ ตอนนี้กลับมาพักที่บ้าน” เจ้านายสุดหล่อตอบ “ผมกะว่าจะหาลูกสะใภ้ให้คุณพ่อ ท่านบ่นว่าอยากอุ้มหลาน ผมเป็นลูกที่ดีต้องทำตามท่านต้องการ” ขณะพูดสายตาศุภกฤษณ์มองจันทร์สุดา ก่อนทำบางอย่างที่ทำให้เตมินทร์ไม่พอใจแบบสุดประตู “ลองกินรสนี้สิสุดา อร
Chapter 32 คนที่มีความสุขคือธัญญาเรศ สนุกกับการใช้เงิน ซื้อโน่นนี่แทบถือกลับโรงแรมไม่ไหว ไม่นึกเสียดายเงินกับการซื้อของฟุ่มเฟือย เพราะมันคือหน้าตาทางสังคมของนาง ที่ยึดถือมาตลอดว่า ต้องมีสำหรับวัชรีพร คือความเบื่อหน่าย หญิงสาวอึดอัดกับการมาปารีส ยิ่งถูกมารดาบังคับขู่เข็ญ พูดกรอกหูเรื่องบิ
Chapter 25 เตมินทร์กลืนน้ำลายตัวเอง ที่เคยพูดว่า จันทร์สุดาเป็นสตรีที่ซื้อได้ด้วยเงิน ไม่มีอะไรน่าพิสมัย ไม่มีความผูกพันใดใดทั้งสิ้น วินาทีแรกที่รู้ว่า เธอไม่เคยต้องมือชาย เตมินทร์ตกใจมากเพราะทำรุนแรงกับเธอ ไร้ความอ่อนโยนขณะสอดประสานกาย ดันเข้าไปเต็มเหนี่ยว เสียงกรีดร้องเจ็บปวดจันทร์สุดาย
Chapter 31เตมินทร์ใจเต้นตลอดเวลาที่เห็นสายตาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่จ้องมองจันทร์สุดาตาเป็นมัน เป็นผู้ชายด้วยกันจึงดูออกว่า ทุกคนที่มองเธอต้องการอะไร เขาร้องฮึ่มๆ ในใจ อยากลุกขึ้นไปชกหน้าชายเหล่านั้นเรียงตัว พร้อมกับตะโกนใส่หน้าว่า อย่ามองผู้หญิงของตนเช่นนี้ ห้วงความคิดเตมินทร์ทำอะไรก็ได้ แต่ในความเป







