LOGIN“สุดาขอโทษค่ะ สุดารีบเลยไม่ทันมองค่ะ” จันทร์สุดาพูด ขณะกำลังใช้ปลายนิ้วกดไปยังปุ่มเปิดประตู ทว่าไม่ทันเสียแล้ว ศุภกฤกษณ์กดปุ่มตัวเลข 43 เสียก่อน
“ผมไม่ซี ไปด้วยกันนี่แหละ ดีซะอีกที่มีคุณขึ้นลิฟต์เป็นเพื่อน ขึ้นคนเดียวมาหลายปีแล้ว เหงา” เขายิ้มให้จันทร์สุดา ที่ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาจากความอาย “คุณร้องเพลงเพราะมากเลยนะ คุณไปร้องประจำที่ฟรอร่าเมื่อไหร่ ผมคงต้องไปนั่งฟังคุณร้องทุกคืนแน่”
จันทร์สุดาเงยหน้ามองคนพูด ไม่คิดว่า ในคืนนั้นศุภกฤษณ์จะอยู่ในคลับนั้นด้วย
“คุณหงส์บอกว่า คุณเริ่มมาร้องเพลงต้นเดือนใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ เริ่มวันพฤหัสหน้าค่ะ”
“ว่าแต่คุณทำงานแผนกอะไร ตอนที่เห็นคุณขึ้นร้องเพลง ผมคุ้นหน้าคุณนะ แต่นึกไม่ออก”
“ท่านรองคงจำสุดาไม่ได้ สุดาเคยเข้าประชุมผลประกอบการประจำปีเมื่อต้นเดือนไงคะ วันนั้นพนักงานมีหลายฝ่ายในหลายแผนก ท่านรองโฟกัสเรื่องงาน เลยไม่ได้สนใจอย่างอื่นค่ะ” จันทร์สุดาตอบเจ้านาย
“อ๋อ จำได้แล้ว วันนั้นพนักงานเป็นสิบคน ผมยอมรับว่าจำไม่หมด จำได้เฉพาะคนที่เคยคุยกันเป็นประจำเท่านั้น ผมขอโทษนะที่จำคุณไม่ได้ ทั้งที่คุณ...น่าจดจำมาก”
ประโยคท้ายศุภกฤษณ์เน้นเสียง มองจันทร์สุดาด้วยสายตาสื่อความหมาย ทว่าคนถูกมองกลับมองไม่เห็นหรือรู้สึกว่า คำพูดนั้นมีนัยยะแอบแฝง
“จำไม่ได้ไม่ใช่เรื่องแปลกค่ะ”
“ตอนคุณอยู่บนเวทีกับตอนนี้ต่างกันมากเลยนะ อยู่บนเวทีคุณเหมือนนางพญา สวยสง่าสู้แสงสีเสียง แต่ตอนนี้คุณสวยเหมือนหยาดน้ำค้างหยดลงใบบอน สดใสเป็นธรรมชาติ ดูรื่นตาตี” ศุภกฤษณ์ชมตรงๆ จันทร์สุดาถึงกับเขิน ยิ้มเอียงอาย แก้มแดงระเรื่อ
‘ยิ่งอายยิ่งน่ารักและน่ามอง’ ศุภกฤษณ์พูดในใจ สายตาไม่ละห่างดวงหน้าหวาน
“ขอบคุณค่ะสำหรับคำชมค่ะท่านรอง” การสนทนาหยุดลงเมื่อเสียงลิฟต์ดังขึ้นหลังจากนำพาทั้งคู่มาถึงชั้นบนสุดของอาคาร “สุดาขอตัวนะคะ สวัสดีค่ะ”
“อ้อ...มีอีกเรื่องที่ผมอยากบอกคุณ” เขารั้งเธอไว้ “ต่อไปเรียกผมว่าคุณแทคนะ เรียกท่านรอง ผมรู้สึกว่า ผมแก่น่ะ ผมยังไม่อยากแก่ ยังไม่มีลูกมีเมีย ยังไม่มีแฟนด้วย”
ศุภกฤษณ์เหมือนบอกเธอกลายๆ
“ค่ะคุณแทค สุดาไปทำงานก่อนนะคะ” จันทร์สุดากล่าวลา “สายจนได้”
ก่อนทำหน้าเศร้าเดินออกจากลิฟต์ โดยมีสายตาของพนักงานที่ทำงานอยู่ชั้นนั้นมองด้วยความสงสัยว่า จันทร์สุดาใช้ลิฟต์ตัวเดียวกับศุภกฤษณ์ได้อย่างไร แถมมาด้วยกันด้วย
ศุภกฤษณ์เดินไล่หลังจันทร์สุดา เขาได้ยินประโยคท้ายเชิงบ่นของเธอพอดี เหตุผลที่เธอรีบจนไม่ทันมองว่าตัวเองขึ้นลิฟต์ผิดอาจเป็นเพราะไม่ต้องการสาย แต่สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้ เห็นทีเขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้ชื่อจันทร์สุดาอยู่ในประวัติพนักงานมาสายประจำเดือนนี้ เช้านี้เขาอารมณ์ดีมาก เดินยิ้มเข้าห้องทำงานด้วยใจเบิกบาน
12.00 น.
พนักงานในบริษัทยูแอนด์อาร์ กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) ต่างทยอยออกไปกินมื้อกลางวันตามร้านอาหารละแวกอาคารที่มีอยู่ด้วยกันหลายจุด แต่ละจุดราคาย่อมเยา สบายกระเป๋าเหล่ามนุษย์เงินเดือน ทว่ากลับมีไม่กี่คนเดินไปยังห้องสวัสดิการของพนักงานที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้ให้
ห้องนี้มีขนาดสี่คูณห้าเมตร ในห้องนี้นอกจากจะบริการเรื่องเครื่องดื่มร้อนและเย็น ยังมีตู้เย็นสำหรับเก็บของกินของพนักงานระหว่างวัน ไมโครเวฟสำหรับอุ่นอาหาร โต๊ะอาหารตัวค่อนข้างใหญ่นั่งได้หกคนตั้งอยู่ตรงกลาง
หนึ่งในพนักงานไม่กี่คนคือจันทร์สุดา เธอหมุนตัวกำลังเดินไปกินข้าวในห้องสวัสดิการ เธอก้าวไปเพียงสองสามก้าว ร่างของใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น จันทร์สุดาระงับเท้า มองหน้าศุภกฤษณ์ด้วยความแปลกใจว่า เขามาที่นี่ทำไม
“นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว” จันทร์สุดางงหนักมากขึ้นกว่าเดิม กับประโยคที่ได้ยิน “ผมจะชวนคุณไปกินข้าวเที่ยง กินแถวๆ นี้ก็ได้ หรือกินร้านที่คุณกินประจำ ผมไม่เรื่องมาก ผมกินได้”
คำชวนเรียกความตกใจให้จันทร์สุดา คงไม่มีใครคิดว่า รองประธานบริษัทยูแอน์อาร์กรุ๊ป จะกล่าวชวนพนักงานต๊อกต๋อยไปกินข้าวเที่ยง เธอเหมือนยืนงงในดงกล้วยตามคำกล่าวยอดฮิต
“เอ่อคือว่า”
“คุณมีนัดกับใครหรือเปล่าครับ” ท่าทางอึกอักของเธอ ทำให้เขาคิดเช่นนี้
“ไม่มีค่ะ สุดาไม่มีนัดกับใคร” ศุภกฤษณ์ยิ้มกว้าง
“งั้นเราไปกินข้าวกันนะ ผมหิวแล้ว”
“คือว่า”
จันทร์สุดาปากหนัก ไม่กล้าบอกเจ้านายสุดหล่อว่า ตนเตรียมอาหารกลางวันมากิน
“คุณติดอะไรหรือเปล่า หรือกลัวว่าพนักงานในบริษัทจะเอาไปพูดเรื่องที่ผมชวนคุณไปกินข้าว ถ้ากลัวเรื่องนั้นไม่ต้องกลัวเลย เพราะคนพวกนั้นได้เห็นทุกวันแน่”
เป็นอีกครั้งที่จันทร์สุดามองหน้าคนพูด แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด เสียงนภารัตน์หรือหน่อยดังขึ้นก่อน
“อ้าวสุดา ยังไม่ไปอุ่นข้าวเหรอ พี่...” ความที่นภารัตน์เดินมาทางด้านหลังศุภกฤษณ์ เธอจึงไม่รู้ว่า ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนคุยกับจันทร์สุดาคือใคร แต่พอเห็นหน้า เสียงพูดกลืนหาย มองเจ้านายสุดหล่อด้วยความตกใจ “ท่านรอง”
“อุ่นข้าวหรือครับ” ศุภกฤษณ์ถามตามประโยคที่ได้ยิน
“สุดาห่อข้าวมากินตอนกลางวันน่ะค่ะ แต่วันนี้งดกินวันนึงค่ะ เราออกไปกินข้าวกันดีกว่าค่ะ” จันทร์สุดาบอกคนชวนกินข้าว “สุดาไปกินข้าวก่อนนะคะพี่หน่อย”
ศุภกฤษณ์ไม่ได้เอ่ยคำใด เขาก้าวเดินไปยังลิฟต์โดยสารส่วนตัวที่จอดเพียงสี่ชั้นคือ ชั้น 1, 2A, 25 , 42 และ43 โดยมีสายตาอยากรู้อยากเห็นของนภารัตน์มองตามไปด้วยความสงสัยและใคร่รู้มาก แน่นอนว่า เรื่องนี้ต้องถูกขยายไปเข้าหูอีกหลายคนในบริษัท เป็นข่าวใหม่ ข่าวร้อนแห่งปีก็ว่าได้
Chapter 74 “เอาสามเรื่องนะคะ” “ค่ะ ได้ค่ะ แต่ตอนนี้ต้องนอนก่อนนะคะ ได้เวลานอนแล้ว” เธอหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาว ที่หอมมารดากลับ “ราตรีสวัสดิ์ค่ะลูกสาวแม่” “กู๊ดไทน์ค่ะคุงแม่คนจ๋วย” จันทร์สุดายิ้ม หอมแก้มแก้มน้อยๆ อีกครั้ง ก่อนลุกขึ้นเดินไปปิดไฟ และเดินออกจากห้อง กลับไปยังห้องของตัวเอง เจ้าของห้องยังไม่ทันปิดประตูสนิท เสียงมือถือที่วางอยู่บนตู้หัวเตียงดังขึ้น เป็นการโทรมาแบบเห็นหน้ากัน จันทร์สุดารีบเดินไปกดรับ โดยลืมปิดประตูห้อง “สวัสดีค่ะพี่สร้อย” “ว่าไงน้องพี่ สบายดีไหม” “สบายดีค่ะ สบายดีมากๆ ก็พี่สร้อยเลี้ยงสุดาดีอย่างนี้ ไม่สบายได้ไงคะ” “พี่เต็มใจเลี้ยง แค่นี้คุณเควินบอกสบายมาก”เควินไม่พูด ไม่บ่น อะไรที่เป็นความสบายใจและความสุขของภรรยา เขาทำได้หมด จันทร์สุดาไม่อยากเกาะพี่เขยกับพี่สาวกินไปตลอดชีวิต เธอจึงขอทั้งสองเปิดร้านอาหารไทยเล็กๆ เพื่อมีรายได้เลี้ยงตัวเองกับลูก ทว่าสิ่งที่เควินทำให้คือ เปิดร้านอาหารขนาดใหญ่ รองรับลูกค้าได้ราวสามสิบโต๊ะ และเปิดให้โดยไม่ต้องคืนทุน กำไรเท่าไหร่เอาไปหมด แล้วยังให้เงิ
Chapter 73“คนที่ไหนท้องไม่มีพ่อ เทย่าเป็นคนนะไม่ใช่ปลากัดถึงมองหน้ากันแล้วท้องน่ะ พ่อดาด้ายังมีชีวิตอยู่ หล่อ รวย สมาร์ท เป็นคนมีตระกูล มีชื่อเสียงในเมืองไทย ครบถ้วนสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ผัวเธอสองคนน่ะชิดซ้ายตกของโลกไปเลยนะ ถ้าไม่รวยจริงคงไม่ซื้อบ้านหลังนี้ให้ ไหนจะรถยนต์อีกหลายคน ค่าใช้จ่ายในบ้านอีก ไหนจะค่านั่นค่านี่ พ่อดาด้าออกคนเดียวเลยนะ ให้ลูกเมียอยู่อย่างสุขสบาย ใช้แต่เงินอย่างเดียว” วัชรีพรตอกกลับ “แล้วที่เธอสองคนไม่เห็นพ่อดาด้า เธอเฝ้าดูตลอดหรือไง หรือชอบส่องบ้านเทย่าถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวหมด พ่อดาด้ามาบ้านนี้ แต่มาตอนที่เธอสองคนไม่รู้ไงล่ะ เพราะเทย่าไม่จำเป็นต้องรายงานหรือป่าวประกาศให้ใครรู้ว่า ผัวฉันมาหาแล้วนะ ถึงพ่อดาด้าไม่มา พวกเขาก็โทรคุยกันตลอด ฉันว่าจะ เธอสองคนเลิกยุ่งเรื่องคนอื่นดีกว่า รู้เท่าที่เห็นก็พอ”คาริน่ากับปาสถึงกับเงียบเสียงไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อถูกวาจาตอบกลับของวัชรีพร“ฉันก็แค่สงสัยน่ะ ก็เลยถาม” คาริน่าเสียงอ่อน“ฉันก็ด้วย ไม่คิดจะยุ่งเรื่องเทย่าเลย” ปาสเสียงไม่ต่างกัน“แล้วเธอสองคนก็อย่าไปพูด ไปถามดาด้าเรื่องพ่อเด็ดขาดนะ เพราะฉันไม่อยากให้หลานสาวฉันสับสน” วั
Chapter 72ธัญญาเรศตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด ในเมื่อตนเป็นตัวเสนียดของมารดา นางก็ไม่ทนอยู่ ก้าวเดินออกจากบ้านพร้อมสมบัติของบิดาที่ให้ไว้ก่อนเสียชีวิต แม้ว่าน้อยกว่าทรัพย์สินของมารดา แต่ก็พอเริ่มต้นชีวิตใหม่โรงแรมย่านสุขุมวิทคือสถานที่พักพิงชั่วคราว ใช้เวลาร่วมหนึ่งสัปดาห์ในการคิดว่า จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร ไปในทิศทางไหน หากอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ เงินคงหมดในไม่ช้านี้ แต่จะให้ไปลงทุนอะไรให้เงินงอกเงย ธัญญาเรศไม่มีหัวด้านธุรกิจก็นึกไม่ออก โทรไปปรึกษาเพื่อนที่คิดว่าสนิทก็คงไม่ได้ เพราะสองรายนั้นดีแต่ใช้เงินเช่นเดียวกับนาง ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน และคนสุดท้ายที่นางนึกถึงคือ อดิเทพอดีตสามีตกใจกับความเข้มแข็งของธัญญาเรศ ไม่คิดไม่ฝันว่านางตัดสินใจเช่นนี้ หลังจากได้ฟังปัญหาที่ต้องการทางออก อิดเทพให้คำแนะนำว่า นางต้องหาที่อยู่ใหม่ และนำเงินที่มีอยู่ลงทุนทำกิจการเล็กๆ ต่อยอดเงินที่มีอยู่ให้งอกเงย ระหว่างรอหาบ้านใหม่ อดิเทพให้นางพักที่บ้าน ใช้ห้องวัชรีพรเป็นที่พักพิง คราแรกธัญญาเรศเกรงใจสุดาพร ทว่าสุดาพรไม่คิดเล็กคิดน้อย ไว้ใจสามี และยินดีให้ธัญญาเรศมาอยู่ร่วมบ้านด้วยสามเดือนที่อยู่ร่วมบ้านเดียว
Chapter 71“ก็ตามที่คุณเคยบอกฉันว่า ถ้าฉันไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ฉันก็จะวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ ถึงจะสุขสบาย แต่ใจไม่เคยเป็นสุขเลย ต่างกับตอนนี้นะ ฉันสบายใจมาก รู้แล้วว่าความสุขเป็นยังไง” ธัญญาเรศไม่คิดว่าตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ จุดที่ยอมละทิ้งทุกอย่าง หันหลังให้ธัญญารัตน์ โดยไม่สนใจว่า ต่อจากนี้ตนจะไม่ได้รับความสะดวกสบาย ไม่มีเงินใช้แบบไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังว่า วันต่อไปจะมีกินมีใช้หรือไม่ ความที่อายุเลยวัยห้าสิบมาหลายปี ไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการ อยู่ใต้ปีกมารดามาตลอด วันที่ตัดสินยืนด้วยลำแข้งตัวเอง คงเริ่มมาจากคืนวันฝนตกหลังจากผล็อยหลับไป ธัญญาเรศตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ไม่มีใครปลุกนาง แต่ตื่นเพราะอาหารเช้าโชยเข้ามาในจมูก ธัญญาเรศงัวเงียตื่นพร้อมกับท้องร้องหิว “ตื่นแล้วหรือคะ ปูทำอาหารเช้าเสร็จพอดี คุณก้อยไปล้างหน้าล้างตานะคะ เราจะได้กินข้าวด้วยกัน” สุดาพรเดินมาบอกธัญญาเรศที่ทำหน้าแปลกกับการถูกชวนกินข้าว “ปูเตรียมแปรงสีฟันอันใหม่ให้คุณก้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวไปหยิบมาให้”จากนั้นก็เดินไปหยิบของดังกล่าวมาให้ธัญญาเรศที่ไม่อยากรับไว้ ทว่ามือนางกลับยื่นออกไปรับของสิ่งนั้น “ห้องน้ำอยู่ทางด้าน
Chapter 70 “จะทำไงได้ล่ะ ตามหาสุดามาตลอด แต่ก็ไม่มีวี่แววเลย ทางเดียวที่ทำให้เติร์ดกลับมาเป็นเหมือนเดิม คือต้องหาตัวสุดาให้เจอ” เป็นความเดียวจริงๆ “นี่แหละครับปัญหาหนัก สี่ปีมานี้เติร์ดก็พยายามเต็มที่แล้วนะครับ รู้ข่าวสุดาที่ไหนก็ไป ผมก็คิดไม่ออกว่าจะช่วยเติร์ดยังไง” นพคุณทุกข์ใจไม่ต่างกับใคร เขามีเงินมากพอจ้างนักสืยฝีมือดี ซึ่งเขาทำ ทว่าผลลัพธ์ไม่ได้ตามคิด แต่ก็ไม่หยุดท้อถอย ยังคงจ้างนักสืบต่อไป นานเท่าไหร่ก็รอ “เป็นไปได้ไหมคะว่า สุดาจะอยู่ต่างประเทศ ประมาณว่าตามพี่สาวไปอยู่อังกฤษน่ะค่ะ” ประภาแก้วคาดเดา “แต่นักสืบบอกนะว่า สุดาไม่ได้ไปกับสร้อย เพราะตรวจสอบแล้ว สุดาไม่ได้ออกนอกประเทศ” จากผลการสืบของนักสืบ จันทร์สุดาไม่ได้ไปต่างประเทศ เธออยู่ในเมืองไทย ที่ไหนสักแห่ง “แต่อยู่ที่ไหนเนี่ยสิ อยากรู้จัง” “เมืองไทยไม่ใช่แคบๆ นะ ถึงจะปูพรมหาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ต้องเสียเงินเป็นร้อยล้านพันล้าน เพราะถ้าสุดารู้ว่า เติร์ดออกตามหา สุดาอาจหนี ที่อยู่ของสุดาก็จะไม่คงที่ สุดาอาจไปอยู่ในที่ที่เราออกตามหาแล้ว เราเลยไม่เจอสุดาไงล่ะ คนคิดจะหนีน่ะ ก็ต้องพย
Chapter 69 เวลา 21.00 น. ประเทศไทย อีกคนพยายามลืม แต่อีกคนไม่เคยลืม และไม่มีวันลืม เตมินทร์เก็บทุกอย่างที่เป็นของจันทร์สุดา รวมถึงที่เคยซื้อให้เธอ ราวกับว่า รอวันเจ้าของกลับมา เขาทะนุถนอมสิ่งของทั้งหมดไม่ต่างกับของมีค่า ที่ไม่ได้ตีราคาเป็นเงิน ทว่าคือทางจิตใจความกลัวเรื่องภาพในมือถือจะหาย เขาจึงเปลี่ยนมันให้เป็นรูปภาพ นำภาพนับร้อยภาพเก็บไว้ในอัลบั้ม ยามคิดถึงสาวอันเป็นที่รัก เตมินทร์หยิบอัลบั้มมาเปิดดู หวังให้ความคิดถึงเบาลง ผลคือ ไม่ได้เป็นไปตามคิด กลับยิ่งถวิลหาจนใจแทบขาด เตมินทร์มีฐานะร่ำรวย สุขสบายบนกองเงินกองทอง ทว่าปัจจุบันนี้ เขาแทบหาความสุขใจไม่ได้เลย คล้ายหินถ่วงหัวใจ หนักอึ้งไม่เสื่อมคลาย มองหาทางออกที่จะได้พบกับความสุขไม่ได้เช่นกัน ทุกวันนี้เตมินทร์ยังร้องไห้ รำพันคิดถึงจันทร์สุดา ออกตามหาต่อเนื่อง ทั้งจ้างนักสืบคนเดิมและตามหาเอง ได้ข่าวหรือเบาะแสทางไหน เขาตามไปหมด แม้ว่าที่แห่งนั้น ไม่พบเจอจันทร์สุดาก็ตามความคิดถึงจันทร์สุดาช่วงนี้มีมากเหลือเกิน ราวกับสะสมมาเป็นเวลาหลายปี จนมันล้นทะลักจิตใจ เตมินทร์หมองเศร้าลงมาก ข้าวปลาไม่ค่อยกิน นอนไม่ค่อยหล







