LOGIN“บอกผมสิสาวน้อย ว่าผมทำให้คุณรู้สึกดีหรือเปล่า”
เขาจับร่างอ่อนระทวยพลิกหงายขึ้นบนเรือนกายหลังเธอสิ้นแรงต่อต้าน ฝ่ามือกว้างช้อนบั้นท้ายนุ่มควบคุม และบงการเธอไปในจังหวะที่เขาต้องการ
“มะ...ไม่” พราวรุ้งพยายามร้องปฏิเสธเสียงสั่นพร่า ลมหายใจหอบแผ่ว ฝ่ามืออ่อนแรงวางแปะอยู่บนบ่ากำยำ เรือนร่างเอนแนบสนิทกับร่างแกร่ง ดวงตาฉ่ำปรือประสานสายตาโชนไฟพิศวาสแรงกล้านั้นอย่างหวั่นไหว
“หืม...ไม่อะไร ไม่ดีอย่างนั้นเหรอ” มุมปากหยักบิดเป็นรอยยิ้มหยอกยั่ว ขณะที่ฝ่ามือกว้างยึดบั้นท้ายกลมกลึงเริ่มขยับและบงการเธอให้ทำตามอย่างไม่อาจปฏิเสธ “ถ้าอย่างนั้นก็บอกผมสิ ทำให้ผมดูสิว่าคุณชอบและต้องการให้ผมทำยังไง”
“อ๊า...ฉัน ได้โปรด...” เธอสะดุ้งและสั่นซ่านขึ้นอย่างสยิวในทุกจังหวะที่เขาบงการ ร่างกายอ่อนกำลัง ไม่ประสีประสาทำให้เธอไม่สามารถจัดการกับความรู้สึกวาบหวามที่แทรกซ่านไปทั่วร่างตนเองได้อย่างที่คิด
“ผมโปรดคุณแน่ที่รัก แต่คุณต้องบอกผมก่อน ว่าคุณชอบที่ผมทำให้ไหม” เขากระซิบแผ่วพร่าขณะหยอกล้อเธอด้วยปลายลิ้นที่ตวัดไล้ใบหูเธอเล่นอย่างยั่วเย้า “ว่ายังไง...”
พราวรุ้งหายใจหอบกระเส่า ขยับตัวอย่างเคอะเขินประสาคนอ่อนประสบการณ์ เพราะไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับความต้องการบีบรัดให้ทุรนทุรายของตนเช่นไร รู้แต่ข้อแลกเปลี่ยนที่เขาเรียกร้องให้เธอวิงวอนขอให้ช่วยเธอจำต้องยอมพ่ายแพ้แก่เขาอย่างศิโรราบ พราวรุ้งเอียงหน้าหลบสายตา เร่าร้อนคู่นั้นแล้วกระซิบตอบแผ่วเบาอย่างกระดากอาย
“ชอบ...ฉันชอบที่คุณทำทุกอย่าง ได้โปรด...”
ดวงตาคมพร่างพราวรอยยิ้มสมใจ หลังจากต้องอดทนต่อความซ่านเสียวเย้ายวนของหญิงสาวที่เคลื่อนตัวเสียดสีอยู่บนกายตนอย่างไร้เดียงสา เมื่อได้คำตอบพึงใจ นายหัวหนุ่มจึงทอดร่างอรชรลงกลางเตียงอีกครั้ง แล้วมอบรางวัลให้กับคนว่านอนสอนง่ายอย่างอ่อนโยน ด้วยจังหวะเร่าร้อนผสานดุดันและลึกซึ้ง ขณะแทรกร่างเข้าไปในเรือนกายบอบบาง ทำให้เธอหมดความควบคุม เผลอเพริดไปกับความปรารถนาที่เขาปรนเปรอให้ความสุขสมระคนรวดร้าวที่เกิดขึ้นกะทันหัน ระลอกแล้วระลอกเล่า ส่งผลให้ร่างกายของพราวรุ้งบอบช้ำพอควร ดังนั้นอย่าว่าแต่หลบหนีไปจากที่นี่เลย แม้แต่จะขยับตัวเบา ๆ เธอยังทำได้อย่างยากลำบาก ประกอบกับความ อ่อนล้า จึงทำให้เธอหลับไปอย่างง่ายดายหลังถูกเขาตักตวงความฉ่ำหวานไปจนเธอสิ้นเรี่ยวแรง
พราวรุ้งไม่รู้ว่าตนหลับลึกขนาดนี้ได้อย่างไร และหลับไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีเธอก็อยู่ตามลำพังในห้องนี้ ความอดสูใจทำให้เธอลุกขึ้นมานั่งร่ำไห้ด้วยความเจ็บแค้น ทั้งโกรธ ทั้งเกลียดตัวเองที่โง่ ไม่ทันคนจนถูกเพื่อนหลอก เป็นบทเรียนราคาแพงที่แม้ตายก็คงลืมไม่ลง เมื่อร้องไห้จนสาแก่ใจ เธอถึงรวบรวมสติได้และฝืนสังขารลุกขึ้นหอบหิ้วร่างกายที่อิดโรยของตนเดินห่างจากเตียง ก้มเก็บเสื้อผ้ายับยู่ขึ้นจากพื้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้องอาบน้ำ ชำระคราบคาวที่เขาฝากฝังไว้ทุกอณูในเรือนกายด้วยความอดสู
น้ำตาผสมกับหยาดน้ำที่ชโลมเรือนร่างอิดโรย กับหัวใจรันทดที่กำลังสะอื้นไห้ไปในทุกจังหวะลูบไล้ฟองโฟม ชำระคราบคาวที่ฝังลึกในใจ ราวกับเขาจงใจตีตราบาปไว้ทั่วเรือนร่างของเธอ และไม่ว่าเธอจะล้างร่างกายนี้สักกี่น้ำ ก็ล้างคราบปรารถนาที่เขาฝากฝังไว้ได้ไม่หมดเสียที
ถึงเธอจะอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยขึ้น แต่ยังหลงเหลือเค้าความอิดโรย บอบช้ำที่สังเกตได้อย่างแจ่มชัด เธอค่อย ๆ เดินย่องออกจากห้องนอนสีควันบุหรี่หม่น หลบออกมาจากบ้านของเขาอย่างรีบเร่งโดยไม่รู้เลยว่าอาการเร่งรีบออกจากห้องนอนของเพลิงเพชรมาแบบนั้น อยู่ในสายตานางผิว แม่บ้านคนหนึ่งของเขาที่ผ่านมาเห็นเข้าอย่างบังเอิญ
สองเดือนถัดมา...
อาการพะอืดพะอม คลื่นไส้ วิงเวียนอย่างรุนแรงทุก ๆ เช้าในหลาย ๆ วันที่ผ่านมาของพราวรุ้ง กับอาการเบื่ออาหารทุกชนิดยกเว้นของเปรี้ยวที่ปกติพราวรุ้งไม่เคยโปรดปรานสร้างความเคลือบแคลงให้กับคนเป็นแม่อย่างราตรีที่กำลังสงสัยว่าบุตรสาวจะตกอยู่ในสภาวะตั้งครรภ์ ความหวาดระแวงทำให้เธอค่อย ๆ เลียบเคียงถามอย่างลูกอย่างแนบเนียน
“พักนี้แกดูอาการไม่ค่อยดีเลยนะยายรุ้ง เหมือนคนเลือดลมเดินไม่ปกติ นี่ประจำเดือนแกมาดีทุกเดือนหรือเปล่าฮะ...”
พราวรุ้งเงยหน้าจากจานมะยมคลุกกะปิหวานในมือ กะพริบตาถี่และครุ่นคิดชั่วครู่จึงตอบคำถามผู้เป็นแม่ “รุ้งก็ลืมไปเลยว่าประจำเดือนรุ้งไม่มาเกือบสองเดือนแล้วจริง ๆ ด้วยค่ะแม่”
คำตอบของลูกทำให้สีหน้าของราตรีซีดเผือด โทสะแล่นเป็นริ้ว ๆ จนต้องเม้มปากระงับอารมณ์ขณะผลุนผลันลุกขึ้นยืน เดินมายืนใกล้บุตรสาวและหันรีหันขวางมองจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในรัศมีที่พอจะได้ยิน และหันไปขึงตาดุมองบุตรสาวพลางส่งเสียงขุ่นกระซิบถาม
“นี่แกไปปล่อยตัวกับใครมาฮะนังรุ้ง บอกฉันมานะ ว่าใครเป็นพ่อเด็กในท้องของแกฮะ! นังลูกไม่รักดี”
หัวใจพราวรุ้งดิ่งต่ำแล้ววูบหายไปฉับพลันทันทีที่ได้ยินคำถามดุดันของมารดา ดวงตากลมวาวเบิกโพลงในอาการตกใจแล้วละล่ำละลักปฏิเสธเสียงหลง
“ไม่จริง! ไม่จริงนะแม่ รุ้งไม่ได้ท้อง”
“นี่แนะ! ไม่ได้ท้อง” ราตรีอดใจไม่ไหวเลยเผลอตีแขนลูกแรง ๆ ด้วยความโมโหพลางเอ่ยเสียงดุ “นังลูกไม่รักดี แล้วก็เลิกแหกปากซะที อยากให้พ่อแกมาได้ยินหรือยังไงฮะ”
“แต่รุ้งไม่ได้ท้องแม่ รุ้งไม่ได้ท้องจริง ๆ ใช่ไหม”
เธอส่ายหน้าทั้งน้ำตา ทั้งตกใจและอับจน หากสิ่งที่มารดาพูดเป็นความจริงเธอก็มองไม่เห็นทางออกของชีวิต อารมณ์หม่นมัวอยู่กับความรู้สึกมืดแปดด้าน
“ตอนที่พวกเราสองคนรู้ว่าหลังแยกกันที่บางรักแล้วพี่ธามกับคุณรุ้งไปเกิดอุบัติเหตุ พวกเรารู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้พี่ธามกับคุณรุ้งมีปากเสียงกันจนเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องในคืนนั้น นี่ถ้าคุณรุ้งได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้ละก็พวกเราคงจะไม่กล้ามาเสนอหน้าให้พี่ธามเห็นอีกแล้วล่ะครับ” เก่งกาจเอ่ยไปอย่างที่รู้สึก“คืนนั้นเกิดอะไรขึ้นหรือคะ ทำไมผู้กองไม่เห็นเล่าให้ฉันฟังเลยคะ” เธอเอียงคอมองนายทหารทั้งสองอย่างสงสัยพลางเอ่ยถามอย่างสนใจในขณะที่ธมกรมุ่นคิ้วส่งสายตากำราบสองเพื่อนนายทหารรุ่นน้องแทนคำสั่ง เตือนไม่ให้เอ่ยอันใดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดในคืนนั้น เพราะยังไม่ต้องการให้เธอรื้อฟื้นความทรงจำจากเรื่องในคืนนั้นเพราะหากหญิงสาวจำแสงฉานได้จริง ๆ เธอก็อาจจะกลับไปติดต่อกับหมอนั้นอีก ซึ่งเขาไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นดังนั้นจึงมองทั้งสองตาเขม็งและทั้งคู่ก็เข้าใจและสามารถพลิกลิ้นได้อย่างฉับไว“อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอกครับ พวกเรารู้ว่าพี่ธามไม่ชอบเห็นคุณรุ้งดื่มเหล้า แต่เราสองคนดันคะยั้นคะยอชวนพี่ธามไปที่บางรักจนเป็นเรื่องขึ้นมานะครับ” เก่งกาจตอบเสียงร
‘โอ๊ย...ผู้หญิงที่ผ่านการมีสามีมาแล้วเขาเกิดความต้องการทางเพศกันแบบนี้เหรอ แต่ทำไมฉันถึงไม่รู้ว่าควรจัดการอารมณ์แบบนี้ยังไงล่ะ ทำยังไง ทำยังไงดี’เธอตะโกนกรีดร้องก้องในอกอย่างจนปัญญาจะหาทางจัดการกับอารมณ์ที่ไม่รู้จัก‘หรือจะเดินเข้าไปสะกิดชวนเขาดีน้อ...ไม่ได้ จะบ้าเหรอ เขาจะมองว่าเธอเป็นคนแบบไหน ความจำเสื่อมยังจะหื่นอีก’ความคิดที่ฟุ้งซ่านไปไกลทำเอาใบหน้าของเธอร้อนผ่าวจนต้องรีบจิกเล็บบนฝ่ามือเพื่อเรียกสติของตัวเองสลัดความคิดที่เพริดไปไกลอย่าง วาบหวาม สลัดอารมณ์เพ้อเจ้อที่ทำเธอร้อนผ่าวไปทั้งตัวแล้วรีบดึงอารมณ์กลับคืนสู่ความเป็นจริงอย่างรวดเร็ว“ให้ฉันช่วยอะไรไหมคะ”“ช่วยกินให้หมดอย่าให้เหลือก็พอ” เขาหันไปส่งยิ้มบาง ๆ ให้เธอแล้วหันมาสนใจอาหารในกระทะต่อ“ปกติคุณเป็นคนทำอาหารให้ฉันทานใช่ไหมคะ ถึงจะจำอะไรไม่ได้แต่ฉันแน่ใจว่าตัวเองไม่มีความสามารถเรื่องทำอาหารแน่ ๆ ใช่ไหมคะ” เธอเอ่ยอย่างมั่นใจ“อืม...อาก็ไม่เคยชิมฝีมือเรามาก่อนเห
เสียงร้องเร่งของหญิงสาวปลุกเขาขึ้นจากอาการตกตะลึง รีบกระตุกหัวใจที่ล่วงลงไปกองอยู่ต่ำกว่าเอวกลับขึ้นมาอย่างเร่งด่วน เลือดเห่อขึ้นหน้าจนร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ต้องรีบยื่นผ้าขนหนูส่งให้กับเธอแล้วรีบหมุนตัวหันหลังให้บานประตูอย่างว่องไวแล้วพ่นลมหายใจแรง ๆ ขณะหลับตาดึงสติ“ขอบคุณค่ะ”คนในห้องอาบน้ำเอ่ยพลางใช้ผ้าขนหนูในมือซับน้ำและแชมพู สระผมที่ไหลเปื้อนเปลือกตาก่อนจะลืมตาแล้วหวีดร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นความโปร่งของบานประตูจึงนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ควรยืนอยู่ตรงนี้ในขณะที่เขายืนอยู่อีกด้านของประตูบานเดียวกันถึงเขาจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษด้วยการยืนหันหลังให้ประตูไม่ได้หันมามองเธอก็เถอะ“ว๊าย!”หญิงสาวรีบตวัดผ้าขนหนูรัดรอบลำตัวอย่างกระโจมอกอย่างรวดเร็วแม้จะรู้สึกอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแต่สถานการณ์ตอนนี้บังคับให้เธอไม่สามารถหลบหลีกเขาได้ จึงจำเป็นต้องข่มความรู้สึกด้วยการบอกกับตัวเองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ในเมื่อเธอโป๊ต่อหน้าเขาซึ่งเป็นสามี‘ทำไมต้องใจเต้นแรงขนาดนี้ด้วยนะ ทำอย่างกับว่าไม่เคยโป๊ให้เขาเห็นอย่างนั้
หญิงสาวอ้าปากเหวอมองเขาตาโพลงและรีบขืนตัวเมื่อเขาเดินเข้ามาฉุดข้อมือเธอทำท่าจะดึงไปที่ห้องลองสินค้า “จะพาฉันไปไหนคะ”“ก็ไปลองชุดไงล่ะ อาเลือกชุดนี้แต่ก่อนซื้อก็อยากจะเห็นก่อนว่ามันเหมาะกับรุ้งจริง ๆ หรือเปล่า”เขาต้องกลั้นหัวเราะจนปวดแก้มเมื่อเห็นสีหน้าตระหนกผสมเขินอายของหญิงสาวที่รีบขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงรั้งของเขาง่าย ๆ“อื้ม...มะ ไม่ต้องลองหรอกค่ะ ถ้าคุณชอบชุดนี้ก็เอาชุดนี้แหละ” เธอส่ายศีรษะรัวพลางขืนตัวไม่ยอมเดินตามพลางเอ่ยอย่างละล่ำละลัก“ถ้าไม่ลองแล้วอาจะรู้ได้ยังไง ว่าอากะขนาดไซน์ของเราพลาดไปหรือว่าพอดีกันแน่ เผื่อครั้งหน้ารุ้งไหว้วานให้อามาหาซื้อให้อีก อาจะได้เลือกไปได้ถูกยังไงล่ะ” เขาเป็นฝ่ายพลิกเกมกลับมาอยู่เหนือหญิงสาว“ไม่ต้องค่ะ...ไซน์ที่คุณเลือกนั่นแหละคือไซน์ที่ฉันใส่”เธอรีบบอกเสียงหลงขณะปรายหางตามองค้อนเขาวงใหญ่ก่อนจะรีบคว้าชุดชั้นในจากมือเขาส่งให้กับพนักงานขายและหันไปบอกเขาอย่างหมั่นไส้“คุณเดินไปจ่ายเงินให้ด้วยล่ะ เดี๋ยวฉันจะไปยืนรออยู่ตรงนู้น”
“อืม...หลายอย่างเลยทีเดียว ที่แน่ ๆ ก็พวกเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋ากับเครื่องใช้ส่วนตัวที่จำเป็น ๆ พร้อมกับโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ หวังว่าวงเงินบัตรเครดิตของคุณคงจะพอสำหรับเปย์ภรรยานะคะ” เธอค่อนขอดเขาอย่างหมั่นไส้เขาเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างนึกขำพลางยกยิ้มมุมปาก “ก็น่าจะพอนะ ถ้าข้าวของทั้งหมดที่รุ้งพูดมามีราคาเหมาะสมกับฐานะภรรยานายทหารอย่างอา”เธอทำหน้าเบ้ “หึ...ขี้เหนียวเป็นบ้า แสดงว่าที่ผ่าน ๆ มา คุณคงไม่เคยซื้อของขวัญราคาแพงให้ฉันสักชิ้นเลยสินะ ห้องหับออกจะหรูหราขนาดนี้ ฉันเชื่อไม่ลงหรอกว่าวงเงินบัตรเครดิตของคุณมีไม่ถึงแสนน่ะ”เขามองเธอยิ้ม ๆ “นี่ถ้าหมอไม่ยืนยันว่ารุ้งป่วยและเกิดผลข้างเคียงจนทำให้ลืมเรื่องในอดีตละก็ อาอาจจะเผลอคิดไปอย่างละครสลับร่างหลังข่าวว่าร่างของรุ้งต้องไปสลับวิญญาณกับใครสักคนมาแน่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคนขนาดนี้”“อย่าว่าแต่คุณเลยที่คิดอย่างนั้น ฉันเองก็อยากจะคิดแบบนั้นเหมือนกันนั่นแหละ” เธอกล่าวพลางปรายตามองค้อนเขาอีกวงใหญ่ก่อนจะเผลอหลุดเสียงคิกคักแล้วต่า
“ก็แล้วทำไมคุณถึงไม่พาฉันกลับบ้านที่สุราษฎร์ล่ะคะ พาฉันมาที่นี่ทำไม” เธอกะพริบตาปริบ ๆ มองเขาอย่างสนใจ“อายังมีงานทางนี้ต้องจัดการเลยยังไม่มีเวลาจะพารุ้งกลับบ้านเพราะยังไม่มีเวลากลับไปอธิบายให้ใครต่อใครฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับรุ้งบ้าง”“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็อยากจะรู้ว่าเราแต่งงานกันมานานแค่ไหนแล้วคะ ทำไมคุณถึงไม่เคยพาฉันมาที่นี่ แล้วฉันรู้มาก่อนหรือเปล่าคะว่าคุณมีห้องพักหรูหราอย่างนี้อยู่ในกรุงเทพฯ”เธอเดินผ่านเขาออกไปที่ระเบียงซึ่งเชื่อมต่อกับส่วนของห้องนั่งเล่น เลื่อนประตูกระจกเปิดออกเพื่อรับลมพร้อมกับสูดหายใจลึก ๆ ด้วยความรู้สึกพึงพอใจและสบายใจขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพและความโอ่โถงของห้องพัก“เราเพิ่งจะแต่งงานกันได้ครบปี และถึงรุ้งจะไม่เคยมาที่นี่แต่ก็ใช่ว่ารุ้งจะไม่รู้ว่าที่นี่เป็นบ้านอีกหลังของอา”เขาเลิกคิ้วมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังกวาดสายตามองสำรวจออกไปภายนอกพร้อมกับตอบไปตามความเป็นจริงหญิงสาวหมุนตัวกลับและเดินมาทิ้งกายลงบนโซฟาหนังพร้อมกับถอนใจยาวอย่างสับสน บอกตัวเองว่าสถานที่ไม่คุ้







