Share

บทที่ 2

Penulis: เสวียนจีเต้าจ้วน
“ปล่อยซูจื่อฉิงออกมา ให้เธอทำความสะอาดตัวเองให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยมาแก้ตัว อย่าให้เธอมาพร้อมกลิ่นเหม็นของอุจจาระและปัสสาวะ มันจะทำให้เอินเอินรังเกียจ”

ฟู่สิงโจวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ผู้ช่วยตอบรับอย่างอึดอัด

หลินซ่างเอินมองฟู่สิงโจวด้วยดวงตาเป็นประกาย พลางวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เขา

“พี่ฟู่ รอพี่จื่อฉิงออกมาแล้ว พี่ต้องปลอบเธอให้ดีนะ อย่าทำให้เธอโกรธอีกเลย ยังไงพวกพี่ก็เป็นสามีภรรยากัน ไม่ควรทะเลาะกันจนเรื่องมันดูแย่ขนาดนี้นะคะ”

แววตาของฟู่สิงโจวฉายแววรำคาญเล็กน้อย แต่เขากลับนวดนิ้วของหลินซ่างเอินอย่างอ่อนโยน

“หล่อนกล้าอย่างนั้นเหรอ? เพราะความผิดพลาดของเธอ ทำให้เธอต้องติดอยู่ในช่องลิฟต์ตั้งครึ่งชั่วโมง ฉันไม่กล้าคิดเลยว่าเธอจะกลัวและสิ้นหวังแค่ไหนในตอนนั้น เอินเอิน เธอสวยแบบนี้อยู่เสมอ มันถึงทำให้ซูจื่อฉิงได้ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ”

ฟู่สิงโจวพยายามกดกลั้นความโกรธในน้ำเสียง ราวกับกลัวว่าจะทำให้หลินซ่างเอินตกใจ

แต่คำพูดเหล่านั้น เมื่อมาถึงหูของฉัน กลับกลายเป็นคำเสียดสีและเย้ยหยันทั้งหมด

หนึ่งสัปดาห์ก่อน หลินซ่างเอินฉวยโอกาสตอนที่ฟู่สิงโจวกำลังประชุม มาหาเรื่องฉันถึงบ้าน

“ท้องแล้วยังไง? คลอดออกมาก็ใช่ว่าลูกของเธอจะได้รับความรักจากพี่สิงโจว ลูกของเธอก็น่ารำคาญพอ ๆ กับตัวเธอเองนั่นแหละ”

ฉันไม่อยากเถียงกับเธอ จึงพูดไปแค่คำเดียวว่า "ไสหัวไป"

แต่คาดไม่ถึงเลยว่าตอนเธอลงลิฟต์กลับเจอเหตุขัดข้อง ลิฟต์ค้างอยู่ระหว่างชั้น

ขณะที่เธอติดอยู่ในนั้น เธอส่งข้อความยาวเป็นหางว่าวทางไลน์เพื่อบอกลาฟู่สิงโจว โดยบอกว่าเธออาจจะออกมาไม่ได้แล้ว และขอกล่าวคำลากับเขา

“ฉันรู้ว่าพี่ซูไม่ชอบฉัน ฉันแค่หวังว่าถ้าฉันจากไป พี่จะดูแลเขาแทนฉันได้อย่างดี”

“พี่สิงโจว เจอกันในชาติหน้านะคะ”

เมื่อฟู่สิงโจวเห็นข้อความ เขาก็ยกเลิกการประชุมทันที และรีบกลับมาอย่างบ้าคลั่ง แถมยังระดมกำลังทุกหน่วยเพื่อช่วยเหลือ สุดท้ายก็พบหลินซ่างเอินที่หมดสติอยู่ในช่องลิฟต์

ฉันยืนอยู่ไม่ไกล และมองดูเขาอุ้มหลินซ่างเอินไว้ในอ้อมแขน พลางกรีดร้องอย่างเจ็บปวดว่า

“เอินเอิน อย่าทิ้งฉันไป...”

ตอนนั้นฉันยังคิดว่าพวกเขาช่างน่าขำจริง ๆ แค่ติดอยู่ในลิฟต์ครึ่งชั่วโมง จำเป็นต้องทำเหมือนเป็นการลาจากกันตลอดชีวิตขนาดนั้นเลยเหรอ?

แต่จนกระทั่งฟู่สิงโจวกระชากผมฉัน ดึงฉันและเข้าไปยัดในกระเป๋าเดินทางอย่างรุนแรง ฉันถึงได้รู้ว่าความรักเป็นของพวกเขา แต่ความทุกข์ยากกลับเป็นของฉัน

“เธอรู้ไหมว่าทำอะไรลงไป? เอินเอินเป็นโรคกลัวที่แคบ หล่อนเกือบตายเพราะเธอ ถึงแม้จะช่วยกลับมาได้ แต่ก็จะทิ้งบาดแผลที่ไม่มีวันลบเลือนติดตัวไปตลอดชีวิต”

“ซูจื่อฉิง ฉันจะทำให้เธอรู้ว่า เธอไม่มีสิทธิ์ใช้สถานะภรรยาเพื่อทำตามอำเภอใจ ถ้าไม่ยอมรับผิด ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกมา”

จนถึงตอนนี้ เขายังคงทำหน้าบึ้ง และรอให้ฉันยอมรับผิดอย่างว่าง่าย

แต่เสียดายที่เขาคงต้องผิดหวัง

“ท่านประธาน...ท่านประธาน...คุณซู...เธอ...ไม่มีสัญญาณชีวิตแล้วครับ!”

ฟู่สิงโจวชะงักไปครู่หนึ่ง

ฉันเฝ้ามองปฏิกิริยาของเขาอย่างละเอียด คิดว่าอย่างน้อยเขาน่าจะสะเทือนใจบ้างสักนิด

แต่เขากลับหัวเราะออกมาอย่างไม่แยแส

“ก็แกล้งทำต่อไปเถอะ คนชั่วร้ายแบบเธอไม่ตายง่าย ๆ หรอก”

“ถ้าตายจริงก็โทรไปที่ฌาปนสถานเลย ให้พวกเขามาเอาเธอไปเผา ไหน ๆ ชอบแกล้งตายนัก ก็ให้เธอได้รู้ถึงผลของการแกล้งตายซะเถอะ”

ฟู่สิงโจวเคาะโต๊ะเบา ๆ ด้วยข้อนิ้ว และเอ่ยเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ว่า

“ไปบอกเธอว่า ถ้าภายในครึ่งชั่วโมงยังไม่จัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วมาหาฉัน ฉันจะลงโทษเธอต่อไป จนกว่าเธอจะไม่กล้าเล่นลูกไม้อีก”

ผู้ช่วยตัวสั่นระริก อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกฟู่สิงโจวดุอย่างรุนแรง

“ยังจะยืนอืดอาดอยู่อีกทำไม? หรือว่าอยากถูกลงโทษด้วย?”

เขากอดหลินซ่างเอินไว้ พลางพูดกับเธออย่างอ่อนโยน

“เอินเอิน อีกเดี๋ยวเธออย่าใจอ่อนอีกนะ ต้องใจแข็งเข้าไว้ ให้หล่อนได้ลิ้มรสความเจ็บปวดอีกหน่อย ฉันจะทำให้หล่อนคุกเข่าขอโทษเธอเอง นั่นคือการลงโทษของฉัน เธออย่าได้สงสารหล่อนล่ะ”

หลินซ่างเอินดูเหมือนจะใจไม่แข็งพอมากเลย

“พี่สิงโจว...”

ฉันไม่แม้แต่จะเกลียดอีกต่อไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าทำไม วิญญาณของฉันกลับถูกจองจำไว้ ไม่สามารถหลบหนีไปได้ ได้แต่ถูกบังคับให้เฝ้าดูฟู่สิงโจวที่ด่าทอและเยาะเย้ยฉัน
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักอำมหิตที่ไม่มีวันหวนคืน   บทที่ 8

    ครึ่งเดือนต่อมา กลิ่นของศพเริ่มไม่สามารถปกปิดได้อีกต่อไป ตำรวจเข้ามาตรวจสอบและพบว่าฟู่สิงโจว ประธานบริษัท กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ข้างศพด้วยสายตาเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวาหลังจากการสืบสวนชัดเจนแล้ว ฟู่สิงโจวถูกจับกุมตามกฎหมาย ขณะที่ถูกควบคุมตัวออกจากอาคารบริษัท เขาดิ้นรนขัดขืนไม่หยุดและตะโกนว่า“ไม่มีใครจะพรากฉันกับจื่อฉิงออกจากกันได้”แม้จะถูกลากขึ้นรถตำรวจ แต่เสียงตะโกนของเขาก็ยังคงดังไม่ขาดสายที่จริงแล้ว ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่นำหลักฐานความรักครั้งก่อนที่เคยมีต่อเขามาวางตรงหน้าเขาทีละนิด ๆในฐานะดวงวิญญาณ นั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ฉันทำได้เขาเห็นที่ตรวจครรภ์นั้นเมื่อสัปดาห์ก่อนเมื่อหลินซ่างเอินเห็นว่าเขายังคงจมปลักอยู่ในความทุกข์ เธอก็หมดความอดทนและตัดสินใจตัดขาดจากเขา โดยนำข้อมูลภายในบริษัทของเขาไปใช้จนสามารถเข้าทำงานกับบริษัทคู่แข่งได้สำเร็จฟู่สิงโจวโกรธจัด แต่ความหยิ่งทะนงในตัวเองทำให้เขาไม่ยอมก้มศีรษะลงฉันทรมานเขาไม่หยุดจนเขาทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งที่ตรวจครรภ์นั้นหล่นลงไปในแก้วน้ำบ้วนปากของเขาในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว เขาวิ่งเข้าไปในห้องกักขัง ตะโกนลั่นพร้อมกอดศพขอ

  • รักอำมหิตที่ไม่มีวันหวนคืน   บทที่ 7

    ถ้าไม่ได้สืบก็คงไม่รู้ แต่พอได้สืบแล้วถึงกับสะดุ้งตกใจผลการสืบสวนทั้งหมดล้วนทำให้ฟู่สิงโจวรู้สึกไม่พอใจนักในวันที่หลินซ่างเอินกลับประเทศ ฉันแอบเอาที่ตรวจครรภ์ไปวางไว้ในห้องน้ำ แล้วโพสต์ข้อความในบัญชีลับบนเฟซบุ๊กว่า“ช่วยดูแลปรับสมดุลร่างกายให้โจวโจวมาครึ่งปี ในที่สุดก็เห็นผล! ในที่สุดฉันกับเขากำลังจะมีพยานรักร่วมกันแล้ว!”ภาพของฟู่สิงโจวและหลินซ่างเอินที่ถ่ายคู่กันถูกโพสต์บนโลกออนไลน์ ฉันได้แต่บ่นอย่างน้อยใจในบัญชีลับของฉันว่า[อย่าลืมฉันสิ!]ในยามที่เขาช่วยหลินซ่างเอินจัดการเรื่องราวที่ต่างประเทศ ฉันได้แต่พูดออกไปว่า[ฉันแต่งงานกับคนที่เป็นคนดีโดยเนื้อแท้ เขาเป็นคนที่แสนดีจริง ๆ ไม่อาจทนเห็นใครต้องเผชิญความทุกข์ใจ เหมือนอย่างที่เขาเคยทำเพื่อฉันในวันนั้น]ข้อความบ่นพร่ำทั้งหมดกว่าสี่พันข้อความ ล้วนเป็นผลจากการที่ฉันล้างสมองตัวเองด้วยการหลอกตัวเองซ้ำ ๆขณะเดียวกัน นักสืบเอกชนที่เขาจ้างสืบพบว่า หลังจากหลินซ่างเอินกลับประเทศมา เธอยังคงติดต่อกับอดีตสามีที่อยู่ต่างประเทศ ความสัมพันธ์ไม่เคยขาดตอน แถมเธอยังเป็นฝ่ายติดต่อไปหลายครั้ง เนื้อหาการสนทนาก็โจ่งแจ้งอย่างยิ่งแม้แต่เหตุการณ

  • รักอำมหิตที่ไม่มีวันหวนคืน   บทที่ 6

    ภายใต้แสงสลัว กระเป๋าเดินทางกลางห้องที่มีคราบเลือดสีแดงเข้มซึมออกมา ดูโดดเด่นสะดุดตาอย่างน่าหวาดหวั่นบรรยากาศช่างน่าขนลุกจนฉันรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อยแต่แล้วก็คิดได้ว่า ฉันควรจะเป็นผีที่มีความแค้นมากที่สุดในที่นี่ แล้วจะมีอะไรให้ฉันต้องกลัวอีกล่ะ?ช่วยไม่ได้ เพราะฉันเป็นคนขี้ขลาดมาโดยตลอด พอเห็นว่าตัวเองตายไม่สวยเท่าไหร่ ฉันก็กลัวศพของตัวเองโดยไม่รู้ตัวฟู่สิงโจวเดินมาที่กลางห้อง และหยุดอยู่ตรงหน้ากระเป๋าเดินทางของฉันฉันลอยวนอยู่รอบตัวเขา และสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าขาของเขากำลังสั่นเล็กน้อยไม่รู้ทำไม จู่ ๆ ฉันก็อยากจะแกล้งเขาขึ้นมาฉันจึงเป่าลมเบา ๆ ที่คอของเขาเขาทรุดลงกับพื้นในพริบตา ขาอ่อนจนล้มลงไปอย่างจัง และบังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อว่าเขาได้ล้มทับลงบนกระเป๋าเดินทางใบนั้นฉันเริ่มรู้สึกเสียใจ เพราะเขานั่งทับลงบนศพของฉัน ฉันกลัวเหลือเกินว่าร่างกายของฉันจะยิ่งดูน่าเกลียดมากกว่าเดิมฟู่สิงโจวผละออกทันที เขากวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะตั้งสติได้ในที่สุด“ถ้าฉันรู้ว่าเธอแกล้งเล่นตลกกับฉัน ฉันจะถลกหนังเธอแน่!”ฉันส่ายหัวเบา ๆฉันใกล้จะบวมพองเหมือนศพยักษ์ที่เน

  • รักอำมหิตที่ไม่มีวันหวนคืน   บทที่ 5

    ช่วงไม่กี่วันมานี้ฟู่สิงโจวดูเหมือนจะลืมฉันไปเลยเพื่อเตรียมงานวันเกิดของหลินซ่างเอิน เขายุ่งอยู่กับการจัดงานเป็นเวลานาน ทั้งหาคอนเน็กชันเชิญวงดนตรีชื่อดัง และพานักร้องคนโปรดของเธอมาร่วมงาน ทุ่มเงินมหาศาลเพียงเพื่อให้เธอยิ้มสักครั้งช่างน่าขัน เงินทั้งหมดที่เขาใช้ไปนั้นล้วนรีดไถมาจากฉันทั้งสิ้นเมื่อครั้งที่เขาแต่งงานกับฉัน บริษัทเกมของเขากำลังจะล้มละลาย ฉันเป็นคนช่วยเขาอย่างเต็มที่ ทุ่มเททุกอย่างที่มี แม้กระทั่งเอาบ้านเก่าของตัวเองไปจำนองด้วยเงินที่ได้มา เขาจึงสามารถมุ่งมั่นพัฒนาเกมได้จนบริษัทฟื้นตัว และเกมที่เปิดตัวก็กลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็วเขากลายเป็นนักธุรกิจดาวรุ่งที่ใคร ๆ ต่างจับตามอง และฉันก็ดีใจกับเขาจากใจจริงแต่ตอนนี้ความสำเร็จทั้งหมดนั้นกลับกลายเป็นมีดคมที่ทิ่มแทงฉันหลังจากหลินซ่างเอินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เธอก็ได้คบหากับลูกเศรษฐีต่างชาติอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อสามเดือนก่อน ความสัมพันธ์ของเธอมีปัญหา เธอจึงกลับประเทศมาด้วยความเศร้าหมองฟู่สิงโจวกลับเสียสติไปเขาถึงขนาดไปคอยเธอที่สนามบินล่วงหน้าถึงสามชั่วโมง ฉันรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่เขาก

  • รักอำมหิตที่ไม่มีวันหวนคืน   บทที่ 4

    “ใครเอาของน่าสยดสยองแบบนี้มาวางไว้ตรงนี้! ซูจื่อฉิงอยู่ไหน? หาเธอให้เจอ คิดว่าเอาหุ่นปลอม ๆ มาวางไว้แล้วฉันจะเชื่อว่าเธอหนีไปได้อย่างปลอดภัยหรือไง? ฉันฟู่สิงโจวไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ รีบหาเธอให้เจอเดี๋ยวนี้!”ฉันหัวเราะจนน้ำตาไหลอาบแก้มนี่คิดจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หรืออย่างไร? ฉันนอนอยู่ตรงนี้ชัด ๆ แถมร่างของฉันก็ยังเน่าเหม็นอีกคุณยังจะไปหาฉันจากที่ไหนอีกล่ะ?“ท่านประธานฟู่ครับ...คุณผู้หญิงเธอ... เธอเสียชีวิตแล้วครับ ร่างของเธอก็เน่าแล้วด้วย!”ฟู่สิงโจวจ้องเขม็งใส่ผู้ช่วยอย่างดุดัน“แกโกหก! แกก็ร่วมมือกับหล่อนมาหลอกฉันด้วยเหรอ? คิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยหรือไง? กับอีแค่หุ่นปลอมเหม็นเน่าตัวเดียว แล้วฉันจะเชื่อว่าเธอตายแล้วอย่างนั้นเหรอ? ต่อให้ต้องขุดหาทั่วทุกซอกทุกมุม ฉันก็จะต้องหาเธอให้เจอให้ได้!”เขาเดินออกไปโดยไม่สนใจสิ่งใด สั่งให้คนล็อกประตูห้องไว้อย่างแน่นหนา แล้วไปสืบหาตามรอยของฉันจากข้างนอกหลินซ่างเอินเห็นสีหน้าของเขาดูเคร่งเครียด ก็เลยรีบวิ่งเข้ามาหาเขา แล้วยืนเขย่งกอดคอเขาไว้“พี่สิงโจว เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ? พี่ซูทำให้พี่โกรธอีกแล้วใช่ไหม? ไม่ต้องกลัวนะ เอินเอินอยู่เคียงข้างพี

  • รักอำมหิตที่ไม่มีวันหวนคืน   บทที่ 3

    นี่คือคนที่ฉันรักมาเป็นเวลาสิบปีสามปีในช่วงมัธยมปลาย สี่ปีในมหาวิทยาลัย และหลังจากเรียนจบก็คบหาและแต่งงานกันอีกสามปีแต่สิ่งที่ฉันไม่รู้ก็คือ ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาแค่เห็นฉันเป็นจุดด่างพร้อยในชีวิตของเขาเท่านั้นฉันตามติดเขาเหมือนเงาตามตัวมาตลอดเจ็ดปีเต็ม คิดว่าความจริงใจของฉันจะสามารถละลายภูเขาน้ำแข็งในใจเขาได้วันที่เขาตอบรับคำสารภาพรักของฉัน ฉันดีใจจนไม่ได้นอนทั้งคืนแต่สิ่งที่ฉันไม่รู้ก็คือ เขาแต่งงานกับฉันเพียงเพราะบริษัทของเขาประสบปัญหาทางการเงิน และต้องการเงินสนับสนุนจากฉันตลอดสองปีที่แต่งงานกับเขา ฉันทุ่มเททุกอย่างเพื่อสนับสนุนธุรกิจของเขา ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจเพื่อดูแลและเอาใจเขาเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละนิด รอฉันกลับบ้าน ทำอาหารเช้าให้ฉัน และในวันที่ฉันปวดท้องก็จะนวดให้ฉันอย่างอ่อนโยนฉันเกือบเชื่อไปแล้วว่าฉันชนะใจเขาและคว้าความรักของเขามาได้วันที่ฉันรู้ว่าตัวเองตั้งท้อง ฉันตื่นเต้นจนวิ่งวนรอบตัวเขาเป็นวงกลมแต่เขากลับเย็นชาจนน่าเหลือเชื่อ“ซูจื่อฉิง เธอบอกว่าเธอท้องเหรอ?”ฉันไม่ได้ยินความเคลือบแคลงในคำพูดของเขา จึงพยักหน้าตอบไปอย่างใสซื่อ“หึ แต่ฉันมีปัญหาน้ำเชื้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status