Short
เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน

เมื่อรักวันวานไม่อาจหวนคืน

โดย:  ทานตะวันจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
28บท
311views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

“ท่านประธานเสิ่น คุณแน่ใจเหรอคะว่าจะปล่อยรูปและวิดีโอพวกนี้ของคุณลู่กับคุณสวีในวันแต่งงาน?” เสิ่นโย่วหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างหนักแน่น “ฉันแน่ใจ” “จริงสิ ช่วยทำวีซ่าให้ฉันด้วย วันแต่งงานฉันจะไปต่างประเทศ อย่าแพร่งพรายออกไปล่ะ” หลังจากวางสาย เสิ่นโย่วหนิงยืนนิ่งอยู่ในห้องเป็นเวลานาน เพิ่งเมื่อเช้านี้เอง ที่เสิ่นโย่วหนิงได้ค้นพบรังรักของคู่หมั้นกับรักแรกของเขา “สวีม่าน ในเมื่อคุณตัดใจเรื่องที่ผมจะแต่งงานไม่ได้ งั้นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าคุณก็มาแย่งตัวเจ้าบ่าวสิ!” เสิ่นโย่วหนิงเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงลู่ซือเฉินตะโกนประโยคนั้นใส่สวีม่าน วินาทีต่อมา ทั้งสองก็โผเข้ากอดจูบกันอย่างหักห้ามใจไม่อยู่ เสิ่นโย่วหนิงมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้า หัวใจแทบจะระเบิด เธอข่มความรู้สึกที่อยากจะผลักประตูเข้าไป แล้วหันหลังเดินจากมา ในวินาทีนั้นเอง เธอได้แอบตัดสินใจทำเรื่องที่จะทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง ในงานแต่งงานอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ก่อนที่แผนการชิงตัวเจ้าบ่าวของพวกเขาจะเริ่มขึ้น... เธอจะเป็นฝ่ายหนีงานแต่งไปเอง!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

“ท่านประธานเสิ่น คุณแน่ใจเหรอคะว่าจะปล่อยรูปและวิดีโอพวกนี้ของคุณลู่กับคุณสวีในวันแต่งงาน?”

เสิ่นโย่วหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างหนักแน่น “ฉันแน่ใจ”

“จริงสิ ช่วยทำวีซ่าให้ฉันด้วย วันแต่งงานฉันจะไปต่างประเทศ อย่าแพร่งพรายออกไปล่ะ”

ปลายสายรีบตอบกลับมาทันที “ได้ค่ะท่านประธานเสิ่น ฉันจะรีบไปดำเนินการให้เดี๋ยวนี้ค่ะ”

หลังจากวางสาย เสิ่นโย่วหนิงยืนนิ่งอยู่ในห้องเป็นเวลานาน

เดิมทีเธอไม่ได้ตั้งใจจะทำถึงขนาดนี้

ถ้าหากเธอไม่ไปเจอว่าลู่ซือเฉินแอบซุกซ่อนรังรักไว้นอกบ้านเสียก่อน

แถมคนที่เขา “ซุก” เอาไว้ ก็ดันเป็นผู้หญิงที่เคยทำร้ายเขาเจ็บแสบที่สุด

รักแรกของเขา... สวีม่าน

เมื่อเช้านี้เอง เสิ่นโย่วหนิงได้รับที่อยู่จากนักสืบเอกชน

เธอตามที่อยู่นั้นไป จนพบกับวิลล่าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแต่กลับตกแต่งไว้อย่างอบอุ่นสวยงาม

“ในเมื่อคุณตัดใจเรื่องที่ผมจะแต่งงานไม่ได้ งั้นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าคุณก็มาแย่งตัวเจ้าบ่าวสิ!”

“สวีม่าน ขอแค่คุณกล้าปรากฏตัวในวันงาน ผมก็กล้าแต่งงานกับคุณ!”

เสิ่นโย่วหนิงเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงคู่หมั้นของตัวเองพูดประโยคเหล่านั้นกับผู้หญิงคนอื่น

ภายในห้อง ผู้หญิงคนนั้นอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโผเข้าสู่อ้อมกอดของเขาแล้วให้คำมั่นสัญญา

“ได้ค่ะ วันแต่งงาน ฉันจะเป็นคนไปแย่งคุณกลับมาจากมือของเสิ่นโย่วหนิงเอง!”

เมื่อลู่ซือเฉินได้ยินคำพูดของสวีม่าน ขอบตาเขาก็พลันเปียกชื้นขึ้นมาด้วยความซาบซึ้งใจ

วินาทีต่อมา ทั้งสองก็โผเข้ากอดจูบกันอย่างหักห้ามใจไม่อยู่

เสิ่นโย่วหนิงยืนมองภาพเหตุการณ์นั้นอยู่หน้าประตู หัวใจก็เจ็บปวดจนแทบจะระเบิด

ลู่ซือเฉินช่างหลอกลวงเก่งเหลือเกิน

หลอกจนเธอหลงเชื่อคำสาบานตอนขอแต่งงานที่ว่าจะรักเดียวใจเดียวไปชั่วชีวิต จนกระทั่งตอนนี้ถึงได้มารู้ว่าที่นี่คือรังรักของเขากับรักแรกอย่างสวีม่าน

เสิ่นโย่วหนิงข่มความรู้สึกที่อยากจะผลักประตูเข้าไป แล้วหันหลังเดินจากมา

ในวินาทีนั้นเอง เธอได้แอบตัดสินใจทำเรื่องที่จะทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง

ในงานแต่งงานอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ก่อนที่แผนการชิงตัวเจ้าบ่าวของพวกเขาจะเริ่มขึ้น... เธอจะเป็นฝ่ายหนีงานแต่งไปเอง!

เสิ่นโย่วหนิงไม่ได้ขับรถ แต่เดินกลับบ้านมาตลอดทาง

สาวใช้เห็นสภาพของเธอที่ดูเหนื่อยล้าเต็มทนก็ตกใจแทบแย่ รีบประคองเธอเข้ามาผิงไฟในบ้าน แล้วรีบร้อนเทน้ำร้อนให้ดื่ม

“คุณหนูคะ ออกไปข้างนอกทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าหนาๆ หน่อยคะ ถ้าเกิดเป็นหวัดขึ้นมา ประธานลู่ได้โมโหอาละวาดอีกแน่!”

แต่เสิ่นโย่วหนิงกลับเหมือนไร้ความรู้สึก เธอไม่พูดจาอะไร หันหลังเดินกลับเข้าห้องไป

ทันทีที่ประตูห้องปิดลง เสิ่นโย่วหนิงก็ยกมือกุมหน้าอก แล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอไม่เคยสงสัยในความรักที่ลู่ซือเฉินมีต่อเธอเลย

เพียงเพราะเสิ่นโย่วหนิงบอกว่าชอบ เขาก็ยอมบินไปไกลถึงอเมริกาใต้เพื่อสั่งทำสร้อยข้อมือเพชรสุดหรูให้เธอด้วยตัวเอง

หรือตอนที่เสิ่นโย่วหนิงโดนมอมเหล้าไปแค่สองแก้ว เขาก็ไม่ลังเลที่จะล้มโต๊ะ แล้วฉีกสัญญามูลค่ากว่าห้าร้อยล้านบาททิ้งทันที

ประธานหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิการค้าที่ดุเดือดเลือดพล่านมานับไม่ถ้วน กลับยอมลดตัวลงมาขอเสิ่นโย่วหนิงแต่งงาน แถมตอนขอยังตื่นเต้นจนมือสั่น

หลังจากขอแต่งงานสำเร็จ เหล่าไฮโซคนดังทั่วเมืองไห่เฉิงต่างก็เฝ้ารองานวิวาห์แห่งศตวรรษของทั้งคู่ที่จะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า

แต่มีเพียงเสิ่นโย่วหนิงเท่านั้นที่รู้ว่า มันเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะ… ลู่ซือเฉินนอกใจเธอ

เดิมทีเธอตั้งใจจะมาจับเข่าคุยกับลู่ซือเฉินดีๆ แต่ไม่นึกเลยว่าจะมาได้ยินคำพูดที่กระแทกใจเข้าอย่างจังแบบนี้

ชิงตัวเจ้าบ่าว? ลู่ซือเฉินเห็นเธอเป็นตัวอะไรกันแน่?

แล้วหน้าตาของตระกูลเสิ่นของเธอล่ะ จะเอาไปไว้ที่ไหน?

เสิ่นโย่วหนิงลูบแหวนหมั้นบนนิ้วมือเบาๆ แล้วค่อยๆ หลับตาลง

เธอกำลังคิดว่า ถ้าหากมันไม่มีงานแต่งงานเกิดขึ้นเลย ลู่ซือเฉินจะให้สวีม่านมาแย่งตัวเจ้าบ่าวได้ยังไง?

และสิ่งที่เธอจะทำ ก็คือการหนีงานแต่งต่อหน้าธารกำนัล… ก่อนที่ฉากแย่งตัวเจ้าบ่าวจะมาถึง

ในงานแต่งงานอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เธอจะหายตัวไปจากโลกของลู่ซือเฉินอย่างถาวร!

และจะมอบของขวัญชิ้นสำคัญที่เขาไม่มีวันลืมเลือนไปตลอดชีวิต…
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
28
บทที่ 1
“ท่านประธานเสิ่น คุณแน่ใจเหรอคะว่าจะปล่อยรูปและวิดีโอพวกนี้ของคุณลู่กับคุณสวีในวันแต่งงาน?” เสิ่นโย่วหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างหนักแน่น “ฉันแน่ใจ” “จริงสิ ช่วยทำวีซ่าให้ฉันด้วย วันแต่งงานฉันจะไปต่างประเทศ อย่าแพร่งพรายออกไปล่ะ” ปลายสายรีบตอบกลับมาทันที “ได้ค่ะท่านประธานเสิ่น ฉันจะรีบไปดำเนินการให้เดี๋ยวนี้ค่ะ” หลังจากวางสาย เสิ่นโย่วหนิงยืนนิ่งอยู่ในห้องเป็นเวลานาน เดิมทีเธอไม่ได้ตั้งใจจะทำถึงขนาดนี้ ถ้าหากเธอไม่ไปเจอว่าลู่ซือเฉินแอบซุกซ่อนรังรักไว้นอกบ้านเสียก่อน แถมคนที่เขา “ซุก” เอาไว้ ก็ดันเป็นผู้หญิงที่เคยทำร้ายเขาเจ็บแสบที่สุด รักแรกของเขา... สวีม่าน เมื่อเช้านี้เอง เสิ่นโย่วหนิงได้รับที่อยู่จากนักสืบเอกชน เธอตามที่อยู่นั้นไป จนพบกับวิลล่าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแต่กลับตกแต่งไว้อย่างอบอุ่นสวยงาม “ในเมื่อคุณตัดใจเรื่องที่ผมจะแต่งงานไม่ได้ งั้นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าคุณก็มาแย่งตัวเจ้าบ่าวสิ!” “สวีม่าน ขอแค่คุณกล้าปรากฏตัวในวันงาน ผมก็กล้าแต่งงานกับคุณ!” เสิ่นโย่วหนิงเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงคู่หมั้นของตัวเองพูดประโยคเหล่านั้นกับผู
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
จนกระทั่งดึกดื่น ลู่ซือเฉินถึงได้รีบร้อนกลับมาถึงบ้าน เสื้อผ้ายังไม่ทันได้เปลี่ยน เขาก็รีบปรี่เข้ามาสวมกอดเสิ่นโย่วหนิงแล้วเอ่ยคำขอโทษ“ขอโทษนะโย่วหนิง วันนี้มัวแต่ยุ่งประชุมกับลูกค้าเลยกลับมาดึก”วินาทีต่อมา เขาก็เหลือบไปเห็นกับข้าวบนโต๊ะที่ยังไม่ถูกแตะต้องแม้แต่น้อย “ทำไมคุณไม่กินล่ะ กับข้าวไม่ถูกปากเหรอ?”เสิ่นโย่วหนิงส่ายหน้า ขยับตัวถอยห่างจากเขาเล็กน้อยอย่างแนบเนียนกลิ่นน้ำหอมเลี่ยนๆ ที่ไม่ใช่ของเธอซึ่งติดอยู่บนตัวเขา รมจนเธอเวียนหัวอยากจะอาเจียน แต่ลู่ซือเฉินกลับไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ เพียงแค่ยิ้มให้อย่างจนใจ แล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างกายเสิ่นโย่วหนิง พร้อมกับคีบกุ้งตัวหนึ่งใส่จานให้เธอ“ช่วงนี้งานที่บริษัทเยอะมาก ยุ่งสุดๆ ผมอาจจะไม่มีเวลาอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนคุณ คุณอย่าปล่อยให้ตัวเองหิวนะ”ในจังหวะที่ก้มหน้าลง เสิ่นโย่วหนิงก็เห็นรอยแดงจางๆ ที่ปกเสื้อของเขาในท้องของเธอปั่นป่วน พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกที่อยากจะอาเจียนเอาไว้เมื่อก่อน ลู่ซือเฉินเคยโวยวายบ่อยๆ เวลาที่เธอลืมอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนเขาครั้งที่หนักที่สุด ถึงขั้นน้อยใจจนน้ำตาไหลเลยด้วยซ้ำเขาเคยบอก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
กลางดึกคืนนั้น เสิ่นโย่วหนิงนอนพลิกตัวไปมา รู้สึกอึดอัดที่หน้าอกจนข่มตาหลับไม่ลงทันใดนั้นเอง หน้าจอมือถือบนโต๊ะของเธอก็สว่างวาบขึ้นเธอกดเลื่อนหน้าจอ แล้วก็เป็นไปตามคาด บัญชีที่คุ้นเคยบัญชีนั้นส่งข้อความมาหาเธออีกแล้วในนั้นเป็นรูปแคปหน้าจอแชทสนทนาที่ถูกตัดส่วนรูปโปรไฟล์ออก ข้อความข้างในยังคงแฝงความนัยในเชิงชู้สาวเหมือนเช่นเคยไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นสวีม่านที่จงใจส่งบันทึกการสนทนาระหว่างเธอกับลู่ซือเฉินมาให้ดูเป็นแบบนี้ต่อเนื่องมาสองเดือนแล้วเสิ่นโย่วหนิงกดที่รูปโปรไฟล์ของสวีม่าน เพื่อกดเข้าไปดูหน้าฟีดโพสต์สเตตัสของเธอโพสต์ล่าสุดเพิ่งลงเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว [วันนี้ไปรับเลี้ยงเบบี๋ตัวน้อยแสนน่ารักมากับที่รักด้วยแหละ!]รูปประกอบเป็นแมวหนึ่งตัวลู่ซือเฉินชอบแมวมาโดยตลอด แม้กระทั่งรูปโปรไฟล์ของเขาก็ยังเป็นรูปแมวแต่ติดตรงที่เสิ่นโย่วหนิงแพ้ขนแมวอย่างรุนแรง ที่บ้านจึงไม่สามารถเลี้ยงแมวได้เลยไม่นึกเลยว่าเขาจะตัดสินใจไปรับเลี้ยงแมวร่วมกับสวีม่านแทนโพสต์นี้ของสวีม่าน แทบจะเป็นการประกาศนัยๆ ว่า มีเพียงเธอเท่านั้นที่สามารถมอบบ้านแสนอบอุ่นที่มีเราสองคนกับแมวอีกหนึ่งตัว ตามความฝั
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
หลังจากรู้ว่าเสิ่นโย่วหนิงฟื้นแล้ว ในที่สุดลู่ซือเฉินก็ยอมทำสีหน้าดีๆ ใส่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบ้างเขาจดบันทึกข้อควรระวังที่หมอกำชับไว้อย่างละเอียดลงในเมมโม และสอบถามหมอซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบจนแน่ใจว่าเสิ่นโย่วหนิงไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ ถึงได้วางใจพาเธอไปทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลลู่ซือเฉินขับรถไปพลาง ดูเหมือนอารมณ์จะดีมาก“โย่วหนิง เมื่อสองวันก่อนผู้ช่วยบอกว่าชุดแต่งงานของคุณตัดเสร็จแล้ว พวกเราไปลองชุดกันเถอะ”แต่เสิ่นโย่วหนิงกลับไม่มีอารมณ์ร่วม เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองอย่างเรียบเฉย หลังจากเงียบไปนาน ในที่สุดก็เอ่ยปากตอบเบาๆ ว่า“เอาสิ”พอได้รับคำอนุญาต รอยยิ้มของลู่ซือเฉินก็กว้างขึ้น เท้าก็ค่อยๆ เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็ว“ผมอยากเห็นคุณใส่ชุดแต่งงานมาตลอด แถมวันนี้ดีไซเนอร์จะอยู่เมืองไห่เฉิงเป็นวันสุดท้าย ถ้ามีตรงไหนไม่พอดีจะได้ให้เขาแก้ให้เลย”“โย่วหนิง อีกไม่ถึงเดือนผมก็จะได้แต่งงานกับคุณแล้ว ในที่สุดเรื่องของเราก็ลงเอยด้วยดีสักที”เขาพูดเองเออเองอยู่คนเดียว บางครั้งก็ถอนหายใจออกมาด้วยความตื้นตัน ส่วนเสิ่นโย่วหนิงได้แต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถเงียบๆ แม้แต่จะแสร้งยิ้มเธอยังทำไม่ไห
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
หลังจากออกมาจากบริษัท ลู่ซือเฉินเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วเสนอว่าตอนนี้ไปลองชุดแต่งงานก็ยังทันแต่เสิ่นโย่วหนิงหมดอารมณ์ไปตั้งนานแล้วทันใดนั้น เสียงตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดึงความสนใจของทั้งคู่ไปท่ามกลางแสงแดดจ้า ชายคนร้ายถือมีดกระโจนออกมา ปลายมีดชี้ตรงมาที่เสิ่นโย่วหนิงอย่างดุดัน“แกคืออีหนูที่ลู่ซือเฉินเลี้ยงไว้ใช่ไหม!?”“แกทำให้บ้านฉันต้องบ้านแตกสาแหรกขาด วันนี้ฉันจะฆ่าแกกับมือ!”พูดจบ มันก็ง้างมีดพุ่งเข้ามาฟันใส่เสิ่นโย่วหนิงทันที“อย่านะ!”ในช่วงเวลาความเป็นความตายนั้น ลู่ซือเฉินพุ่งเข้ามาขวางหน้าเสิ่นโย่วหนิงไว้โดยสัญชาตญาณ ใช้ร่างกายของตัวเองรับคมมีดแทนเธอเต็มๆสิ้นเสียงปลายมีดแทงทะลุเนื้อหนัง เลือดสดๆ ก็พุ่งกระฉูดออกมาลู่ซือเฉินกุมหน้าท้อง ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวดคนร้ายเห็นท่าไม่ดีก็เกิดความกลัว ทิ้งมีดแล้ววิ่งหนีไปทันทีลมหายใจของเสิ่นโย่วหนิงสะดุดกึก รีบเข้าไปประคองคนที่กองอยู่บนพื้นด้วยมือที่สั่นเทาเลือดจากบาดแผลของลู่ซือเฉินยังคงไหลทะลักออกมาไม่หยุด แต่เขาราวกับไม่รู้สึกเจ็บปวด ดวงตายังคงจ้องมองเสิ่นโย่วหนิงเขม็ง“โย่วหนิง คุณไม่เป็นไร… ก็ดีแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
เสิ่นโย่วหนิงเงียบไป เธอเบือนหน้าหนี เพราะต้องการเลี่ยงบทสนทนานี้แต่ลู่ซือเฉินกลับดื้อดึงผิดปกติ“โย่วหนิง ทำไมไม่พูดล่ะ? รีบตอบผมมาสิ ใช่ไหม?”ทันใดนั้น เลขานุการก็เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารปึกหนึ่ง“ท่านประธานลู่คะ เราตรวจสอบตัวตนและแรงจูงใจของคนร้ายเมื่อวานได้แล้วค่ะ ท่านลองดูนะคะ”พอได้ยินแบบนั้น ลู่ซือเฉินก็ยืดตัวนั่งตรง แววตาฉายความอำมหิตพาดผ่านชั่ววูบ เขารับเอกสารมาอ่านอย่างละเอียดโดยไม่พูดไม่จา ไม่รู้ว่าในเอกสารระบุอะไรไว้บ้าง จู่ๆ สีหน้าของลู่ซือเฉินก็เปลี่ยนไปทันที แม้แต่จังหวะหายใจก็ยังถี่กระชั้นขึ้นน้ำเสียงของเขาสั่นเครือ “เร็วเข้า รีบเรียกบอดี้การ์ดมารวมพลเดี๋ยวนี้!”หลังจากสั่งการอย่างลนลาน เขาก็กระชากเข็มน้ำเกลือออกอีกครั้ง โดยไม่แม้แต่จะหันมามองเสิ่นโย่วหนิงที่อยู่ข้างกาย แล้วรีบพุ่งตัวออกจากโรงพยาบาลไปอย่างตื่นตระหนกเสิ่นโย่วหนิงมองเอกสารที่ถูกลู่ซือเฉินทิ้งไว้บนพื้นด้วยความสงสัย ก่อนจะก้มลงเก็บมันขึ้นมาเธอพลิกอ่านเนื้อหาในเอกสาร มือทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทาโดยไม่รู้ตัวทันทีที่เธอเห็นชื่อพิเศษชื่อนั้นปรากฏอยู่ในเอกสาร ทุกอย่างก็กระจ่างชัดขึ้นมาทันทีมิน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
ลู่ซือเฉินเดินออกมาจากห้องน้ำ มือเช็ดผมไปพลางคุยกับเสิ่นโย่วหนิงเกี่ยวกับเรื่องการตกแต่งสถานที่งานแต่งงานเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอย่างเคยชิน พูดไปได้ไม่เท่าไหร่การกระทำก็ชะงักไปเสิ่นโย่วหนิงถามขึ้น “ทำไมไม่พูดต่อล่ะคะ?”เขารีบเก็บโทรศัพท์ลงทันที พยายามรักษาท่าทีให้ดูนิ่งสงบแล้วเล่าเรื่องงานแต่งต่อไปแต่สายตากลับเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ“ดึกแล้ว พักผ่อนเถอะ”เสิ่นโย่วหนิงเอื้อมมือไปปิดไฟ ในขณะเดียวกันนั้นเอง ฟ้าแลบแปลบปลาบพร้อมเสียงฟ้าร้องดังสนั่นก็เกิดขึ้นที่ด้านนอกตามมาด้วยพายุฝนห่าใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเสิ่นโย่วหนิงขยับตัวซุกเข้าไปหาลู่ซือเฉินโดยสัญชาตญาณปกติแล้วเธอเป็นคนใจกล้ามาก แต่กลัวเสียงฟ้าร้องเป็นที่สุดหลังจากลู่ซือเฉินรู้เรื่องนี้ เขาเคยโอบกอดเธอแล้วให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจังว่า ต่อไปจะไม่มีวันปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับพายุฝนฟ้าคะนองเพียงลำพังแต่ทว่าตอนนี้ ใจของลู่ซือเฉินได้ลอยไปที่อื่นอย่างเห็นได้ชัดเขาไม่ได้สังเกตเห็นอาการเล็กๆ น้อยๆ ของเสิ่นโย่วหนิง หรือกระทั่งลืมไปแล้วว่าเธอหวาดกลัวเสียงฟ้าร้องมากแค่ไหนเขาเพียงแค่… ภายใ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
เมื่อก่อนลู่ซือเฉินเคยห่วงใยเสิ่นโย่วหนิงมากแค่ไหน ตอนนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกเสียใจมากเท่านั้นแมวในอ้อมกอดตอนนี้ราวกับหนักอึ้งนับพันชั่ง ลู่ซือเฉินรีบวางแมวลง แล้วรื้อค้นหายาให้เสิ่นโย่วหนิงไปทั่วหลังจากสูดดมยาพ่นเข้าไป สีหน้าของเสิ่นโย่วหนิงก็ค่อยๆ ดีขึ้นลู่ซือเฉินประคองเธอไปนอนพักบนเตียงอย่างทะนุถนอม“ขอโทษนะโย่วหนิง เมื่อกี้ผมเข้าใจคุณผิดไป”“แมวตัวนั้นเป็นของสวีม่าน เธอหาแมวไม่เจอจนแทบเป็นบ้า ผมก็เลยร้อนรนไปหน่อย”เสิ่นโย่วหนิงยังคงเงียบงัน มองดูลู่ซือเฉินด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ภายใต้สายตาที่จ้องมองมาอย่างเปิดเผยของเธอ ลู่ซือเฉินยิ่งรู้สึกร้อนตัวขึ้นไปอีก เขารีบอ้างเรื่องโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องไปรู่ต่อมา เสิ่นโย่วหนิงก็ได้ยินเสียงแว่วมาจากนอกห้อง“ไม่ต้องพูดมากแล้ว รีบมารับแมวของคุณกลับไปซะ”ตลอดช่วงเวลาหลังจากนั้น ลู่ซือเฉินคอยดูแลเสิ่นโย่วหนิงด้วยตัวเองทุกฝีก้าว เก็บทุกรายละเอียดแค่เธอไอออกมาเบาๆ สักครั้ง ลู่ซือเฉินก็จะแสดงอาการตื่นตระหนกจนเกินเหตุเขาถึงขั้นเสนอให้เลื่อนงานแต่งออกไปก่อน รอให้เสิ่นโย่วหนิงหายดีแล้วค่อยจัดงานใหญ่โตแต่เสิ่นโย่วหนิงคัดค้านหัวชนฝา“ฉ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
คืนก่อนวันแต่งงาน ลู่ซือเฉินมาตามนัดตรงเวลา แถมยังหิ้วไวน์แดงราคาแพงลิบมาด้วยเพื่อเพิ่มบรรยากาศให้กับมื้อค่ำแต่ทั้งสองคนเพิ่งจะนั่งลงได้ไม่ทันไร โทรศัพท์ของลู่ซือเฉินก็มีข้อความเด้งเข้ามาอย่างต่อเนื่องตามมาด้วยเสียงเรียกเข้าที่ดังขึ้นลู่ซือเฉินชำเลืองมองชื่อคนโทรเข้า แล้วตัดใจกดตัดสายทิ้ง แต่ผ่านไปแค่สองวินาที เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้งเสิ่นโย่วหนิงมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย“คุณไปรับโทรศัพท์ก่อนเถอะ”ลู่ซือเฉินหยิบโทรศัพท์แล้วลุกออกไป ไม่นานนักเขาก็รีบเดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร คว้าเสื้อสูทกับกุญแจรถ “โย่วหนิง ที่บริษัทมีเรื่องด่วนเข้ามา ผมต้องรีบไปจัดการ คุณกินคนเดียวได้เลยนะ ไม่ต้องรอผม”เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาที่ค่อยๆ ห่างออกไป เสิ่นโย่วหนิงก็แสยะยิ้มเย้ยหยันให้กับตัวเองเธอฝืนกินสเต๊กที่เย็นชืดไปทีละคำ แล้วดื่มไวน์แดงตามไปอีกสองอึก จากนั้นเธอก็เปิดดูหน้าฟีดโพสต์สเตตัส และก็เป็นไปตามคาด สวีม่านโพสต์รูปอวดลงโซเชียลอีกแล้วในรูป ลู่ซือเฉินยืนอยู่บนดาดฟ้าแห่งหนึ่ง กำลังเงยหน้ามองดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตาสวีม่านเขียนแคปชั่นประกอบว่า[เตรียมดอกไม้ไฟสุด
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
หลังจากได้ยินประโยคนั้น ลู่ซือเฉินรู้สึกราวกับเลือดในกายหยุดไหลเวียนไปชั่วขณะทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเสียงดนตรีเชลโลในงานแต่ง เสียงสัมภาษณ์อันน่ารำคาญของนักข่าว หรือเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของแขกเหรื่อ ทั้งหมดถูกตัดขาดออกจากสมองของเขาไปจนหมดสิ้นสิ่งที่เขาได้ยินมีเพียงประโยคนั้นของเสิ่นโย่วหนิง “เราเลิกกันเถอะ”ไม่ได้นะ! นี่คือผู้หญิงที่เขารักมาตลอดสามปี เขาจะยอมให้เป็นแบบนี้ได้ยังไง?แต่ยิ่งลู่ซือเฉินดิ้นรนจะเข้าไปรั้งตัวเสิ่นโย่วหนิงมากเท่าไหร่ นักข่าวรอบด้านก็ยิ่งพยายามขัดขวางไม่ให้เขาไปมากเท่านั้นด้วยเหตุนี้ เขาจึงทำได้เพียงมองดูเสิ่นโย่วหนิงถอดแหวนหมั้นที่เขาเคยบรรจงสวมให้เธอด้วยมือตัวเองออกอย่างจนตรอกแล้วโยนมันทิ้งลงไปในน้ำพุข้างๆ อย่างไม่ลังเลเธอไม่แม้แต่จะชายตามองเขาอีกเลย หันหลังเดินจากไปโดยไม่เหลียวแล“ไม่นะ!”ลู่ซือเฉินตะโกนก้องด้วยความโกรธเกรี้ยวเขาไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน จู่ๆ ก็ผลักนักข่าวสองคนที่ขวางทางอยู่จนล้มคว่ำแล้วแหวกฝูงชนวิ่งไล่ตามออกไปอย่างสุดชีวิตแต่เพราะความร้อนรนจนเกินไป เขาจึงก้าวพลาดตกบันได ล้มกระแทกพื้นอย่างแรงและเสิ่น
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status