เข้าสู่ระบบดวงตาเรียวรีดูโฉบเฉี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ปากหนาได้รูป หน้าตาแบบนี้นี่มันเหมือนกับ ไอ้คุณ ผู้ชายในฝัน ไอ้คนที่มันปู้ยี่ปู้ยำเขาเมื่อคืนจนตื่นไม่รู้กี่รอบ
“อ้าวเห้ย!” คุณ เหวินสบถออกมาทันทีด้วยน้ำเสียงเข้มดุ อุตส่าห์ว่าจะไม่อะไรแล้วเชียว
คุณ เหวินจับเอาคอเสื้อของคนตรงหน้า กระชากให้เข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ปลายจมูกของกันและกัน “ชนกู แล้วยังจะด่ากูอี...ก”
ทว่า พอได้เห็นหน้า ได้สบตากับคนต้นเรื่องตรง ๆ ดวงตาเรียวรีก็เบิกกว้างขึ้นทันที
คำพูดที่ตั้งใจจะด่าถูกกลืนหายไปพร้อมกับก้อนน้ำลายอึกใหญ่ คุณ เหวินถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขารีบปล่อยมือที่จับคอเสื้อคนตัวเล็กกว่าออก
“ปะ ป่าว เอ่อ ใช่ เอ้ย ไม่ ๆ” กลิ่นดินยกมือขึ้นโบกปฏิเสธ แก้มทั้งสองข้างแดงปลั่งขึ้นมาแทบจะทันที ตอนนี้ในหัวของเขาตีกันไปหมดเมื่อคิดเรื่องที่เกิดขึ้นในความฝันเมื่อคืนกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ตกลงยังไงกันแน่” เขาปรับน้ำเสียงให้เบาลง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กตรงหน้าดูลนลาน แถมแก้มอิ่มทั้งสองข้างนั้นยังขึ้นสีแดงราวกับมะเขือเทศสุก
‘เป็นผู้ชายแท้ ๆ แต่ผิวดีอย่างกับผู้หญิงจริง ๆ’ คุณ เหวินบ่นเบา ๆ กับตัวเอง
“มึงว่าไรนะ” เขตแดนที่เดินตามหลังมาพร้อมกับคเณศ ตบบ่าแกร่งของเพื่อนเบา ๆ “แล้วนี่ มีไรกันวะ”
คเณศ เดินเข้ามากอดบ่าพี่ชายไว้ “ใครอีกละเนี่ย หน้าตาน่ารักจัง” เขากำลังยื่นมือที่ว่างอีกข้างหวังจะจับแก้มของคนน่ารักตรงหน้า แต่ถูกพี่ชายจับมือเขาห้ามเอาไว้ก่อน
“ไม่มีไร เด็กแม่งซุ่มซ่าม” คุณ เหวินตอบ
“อ้าวไอ้คุณ มึงว่าใครเด็กไม่ทราบ” พอได้ยินคำว่าเด็ก กลิ่นดินจึงยกมือขึ้นผลักอกแกร่งตรงหน้าอย่างลืมตัว เผลอเรียกชื่อที่รู้จักในฝัน
“มึงเรียกกูว่าไงนะ” คุณ เหวินถาม นึกตกใจที่มีคนกล้าเรียกชื่อเขาตรง ๆ แบบนี้
“มึงรู้จักเหรอวะคุณ” คเณศหันมาถามพี่ชายที่ยืนทำหน้าตกใจไม่ต่างจากเขา นอกจากคนในครอบครัวแล้วก็ไม่มีใครเรียกพี่ชายเขาแบบนี้อีก
“ก็คุ... คุณไง มันก็เป็นคำที่เอาไว้เรียกคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนอย่างสุภาพแบบมึงไง” ดินตอบด้วยท่าทางอึกอัก กรอกตาไปมาหวังหลบสายตาจากคนตรงหน้า
เขาเคยแน่ใจว่าคงไม่มีใครฝันบ้าบอเหมือนเขาแล้วก็จริง แต่การที่มีคนหน้าตาเหมือนคนในฝันมายืนตรงหน้า มันก็ทำให้ความมั่นใจของดินลดลงจนแทบไม่เหลือ
แถมยังต้องมาระแวงอีกว่าคนตรงหน้านี้จะฝันเหมือนกันหรือเปล่า
“ถ้าจะเรียกคุณ ก็ไม่ควรเติมไอ้มั้ย” คุณยักคิ้วให้คนตรงหน้า “เอาไงตกลงจะคุณหรือจะมึง”
“กูจะเรียกไรก็เรื่องของกู” กลิ่นดินตอบ เขารู้ว่าตอนนี้ตัวเองทำตัวเด็กมาก ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
“งั้นกูเรียกมึงว่าเด็กก็เรื่องของกูเหมือนกัน” คุณ เหวินสวนกลับทันที
เดิมเขาไม่อยากแทนตัวเองแบบนั้นกับคนตรงหน้าเท่าไหร่ แต่ความปากแจ๋วของเด็กหน้าสวยตรงหน้ามันน่าแกล้งชะมัด อดนึกสนุกขึ้นมาไม่ได้
“เอ้า ไอ่...”
“ไอ้ดิน ไอ้ดิน มึงพอก่อน” ต้นแบบยื่นมือมาดึงแขนเพื่อนเอาไว้
“มึงชนเขา มึงผิด แล้วนี่ก็อยู่ในมอนะมึง” หลังจากที่ยืนมองอยู่นาน พอเห็นว่าเพื่อนตัวเองน่าจะของขึ้นแล้ว และอีกฝ่ายก็คงไม่ต่างกันต้นแบบจึงต้องรีบห้ามไว้
“กูผิด กูรู้ไอ้แบบ แต่มันก็ไม่มีสิทธิ์มาว่ากูเด็กปะวะ” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ดวงตาดำขลับถลึงตาใหญ่ใส่คนตรงหน้า ปากเรียวเล็กเม้มจนเป็นเส้นตรงก่อนจะขยับมุบมิบ ๆ ราวกับอยากจะก่นด่าแต่ต้องห้ามใจเอาไว้
คำว่าเด็กสำหรับคนอื่นคงเป็นแค่เรื่องขำ ๆ ทั่วไป แต่ไม่ใช่กับผู้ชายตัวโตแบบดิน ถึงจะตัวเล็กกว่าไอ้คุณก็เถอะ
ตั้งแต่เด็กเขามักถูกชมว่าน่ารักบ้าง หน้าสวยบ้าง ช่วงนั้นเขากับน้องสาวยังตัวเท่า ๆ กันอยู่ คนมักจะบอกว่าเขาดูเป็นน้องมากกว่าเป็นพี่ บ้างก็ว่าตัวเล็กแบบนี้ต้องคอยให้น้องสาวปกป้องมากกว่าแล้วมั้ง
ตอนอยู่มอต้นเพื่อนผู้หญิงก็ชอบจับคู่ดินกับเพื่อนผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่า ทั้งที่ตอนนั้นเขาก็เริ่มตัวสูงขึ้นแล้ว นั่นทำให้เขาต้องขยันฝึกซ้อมจนมีร่างกายที่แข็งแรงและสูงใหญ่แบบทุกวันนี้
แต่แม่งก็ยังเสือกตัวเล็กกว่าไอ้เหี้ยคุณอะไรนี่
ท่าทีฮึดฮัดของกลิ่นดิน คุณเห็นแล้วไม่ได้รู้สึกกลัวสักนิด “หึ ตัวเท่าเมี่ยง”
พอเห็นเขายกยิ้มนิด ๆ ที่มุมปากแล้วปลายหางตามองลงมา กลิ่นดินยิ่งเหลืออดยกมือที่กำหมัดเอาไว้แน่นขึ้นพร้อมแล้วที่จะชกหน้าเขา “เมี่ยงพ่อง! ดิ ไอ้...”
“ไอ่ดิน พอได้แล้ว” เพียงรักมาช่วยดึงแขนอีกข้างของดินไว้ ก่อนจะหันไปขอโทษรุ่นพี่ทั้งสามคน “ขอโทษพวกพี่ ๆ ด้วยนะครับ” ไม่วายแวะส่งยิ้มนิด ๆ ให้กับเขตแดนก่อนจะดึงกลิ่นดินออกจากโรงอาหาร
ต้นแบบดึงเอาจานในมือของเพื่อนรวมกับของตัวเองแยกเดินเอาไปเก็บก่อนจะวิ่งตามเพื่อนอีกสองคนไป
“พวกมึงห้ามกูกันทำไมวะ” กลิ่นดินเอ่ยปากถามทันทีเมื่อได้ที่นั่งสงบสติอารมณ์ใต้ร่มไม้ใหญ่ แม้จะยังอยู่หน้าตึกคณะบริหารก็ตาม ก่อนจะชี้นิ้วไปที่เพื่อนรักอีกคน “แล้วมึง ไอ้เพียง มึงรู้จักพวกมันเหรอ”
“รู้ดิ ก็นั่นน่ะกลุ่มของพี่เขตแดนไง พี่เขตคนที่หล่อ ๆ เป็นนักร้องมักจะขึ้นในงานของมหาวิทยาลัยเราไง” เพียงรักอธิบายทั้งรอยยิ้มเมื่อคิดถึงใบหน้าหล่อของคนที่แอบปลื้มมานาน
นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเขตแดนใกล้ขนาดนี้ บัตรหกพันห้าก็ให้ไม่ได้แบบนี้นะ
“คนที่มึงคลั่งเขานัก คลั่งเขาหนา จนถึงกับลากพวกกูตามมาเรียนที่นี่หลังจากที่มึงเจอพี่เขาในงานโอเพนเฮ้าส์ กระทั่งเข้ามาเรียนแล้วมึงก็ยังตามไปแอบดูเขาตอนซ้อมอีกใช่ปะ” กลิ่นดินอดที่จะแขวะความคลั่งรักของเพื่อนไม่ได้
“สัด จำแม่นเชียวนะมึง” เพียงรัก
“แล้วไงวะ คิดว่าเด่นว่าดังแล้วจะว่าใครยังไงก็ได้เหรอ แม่ง... ในฝันกูเอากับมันไปได้ไง” สองแขนของกลิ่นดินกอดอกตัวเองแน่น ค่อย ๆ หลับตาลงแล้วพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“ไอ้ดิน เมื่อกี๊มึงว่าไงนะ” เพียงรักหน้าเจื่อนลงทันทีที่ได้ยิน “คนที่มึงเอาในฝันคือพี่เขตของกูเหรอ มึงจริงจังปะเนี่ย” น้ำเสียงที่ใช้ถามดูตกใจไม่น้อย
“ไม่ช่ายยยย กูหมายถึงไอ้คุณที่กูชนนั่นต่างหาก” กลิ่นดินรีบปฏิเสธทันทีไม่อยากให้เพื่อนรักต้องอกหักทิพย์นาน
“เฮ้ออออ... โล่งอก” เพียงรักยกสองมือขึ้นจับอกข้างซ้ายตัวเองไว้
“แหมไอ่เพียง พี่เขตของกูเต็มปากเต็มคำเลยนะมึง” ต้นแบบผลักหัวเพื่อนเบา ๆ ไปหนึ่งที “พี่เขาไปเป็นของมึงตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ช่างเรื่องกูเหอะ” เพียงรักตอบกลับต้นแบบก่อนจะหันไปคุยกับกลิ่นดิน “เอาเรื่องมึงก่อนไอ่ดิน ถ้าพูดถึงคนที่มึงชนน่ะ พี่เขาชื่อเฮียเหวินนะ ไม่ใช่คุณ”
“มันชื่อคุณเหอะ” กลิ่นดินแย้งด้วยความมั่นใจ ฝันถึงมาตั้งแต่วัยกระเตาะทำไมเขาจะไม่รู้ แม้ในฝันจะมีแค่ดินกับคุณอยู่ด้วยกันเสียส่วนใหญ่ก็ตาม
“มึงรู้ได้ไง” ต้นแบบถามอย่างนึกสงสัย ที่ผ่านมาเพื่อนของเขาคนนี้ไม่เคยสนใจคนเด่นคนดังที่ไหน นอกจากดูแลน้องฝน วัน ๆ มันก็เอาแต่เข้ายิมซ้อมเทควอนโด
“ก็รู้จากในฝันนั่นแหละ” ดินตอบ
“สรุปคนในฝันมึงคือเฮียเหวินจริงดิ!?” เพียงรักจับบ่าของเพื่อนเขย่าทั้งสองข้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าผู้ชายที่อยู่ในฝันของเพื่อนมาแรมปีเป็นคนที่ฮ็อตฮิตติดชาร์ตเบอร์ต้นของมหาวิทยาลัย
“เออดิ... แม่ง”
“อุบัติเหตุน่ะ ปล่อยมันไปเหอะ แค่ย้ำอย่าให้มันมาเล่นยาในร้านอีกก็พอ ถ้าเจออีกครั้งก็บอกมันไม่ต้องมาเหยียบที่ร้านอีก” คุณตอบปัด ๆ เรื่องที่ถูกแทง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปที่จริงก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอก แต่จะให้เขาบอกน้องตัวเองว่าโดนแทงเพราะเอาตัวเข้าไปขวางทางมีดไว้เอง แทนที่จะปัดมีดออกไปให้พ้นตัวทั้งที่เขาทำได้สบาย ๆ ก็รู้สึกอายตอนนั้นเขาตกใจที่ดินตกเป็นเป้าจนหลงลืมไปหมดแล้ววิชาป้องกันตัวที่เรียนมา เอาจริงจากระยะห่างณ.ตอนนั้น เขากระโดดถีบหรือเตะมือของไอ้เด็กนั่นมีดก็หลุดแล้ว ไม่มีใครต้องมาเจ็บตัวด้วยซ้ำดีแค่ไหนที่ปลายมีดมันปักที่ต้นแขน อีกทั้งปลายมีดไม่ได้ยาวมากแผลจึงไม่ลึกเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะฟื้นแล้วหรือยัง“ข้าวต้มมาแล้วครับ คุณเณศทานด้วยกันนะครับ ดินแบ่งมาเป็นสามถ้วยเลย” กลิ่นดินบอกทั้งรอยยิ้ม ในมือถือถาดใส่ชามข้าวต้ม 3 ถ้วยมาด้วย“อะไรกัน เรียกไอ้คุณว่าพี่คุณได้ แต่เรียกพี่ว่าคุณเณศเนี่ยนะ พี่เกิดห่างจากมันแค่ 15 นาทีเองนะ” คเณศตัดพ้อเล็กน้อย“อ้าว แล้ววันนั้นไม่เห็นเป่าเค้กเลยละครับ” ดินถาม เขามัวแต่อึ้งที่รู้ว่าเขากับคุณเกิดวันเดือนปีเดียวกันจึงไม่เห็นจ
ดินค่อย ๆ จับตัวคุณให้นอนลง โซฟาตัวนี้ใหญ่พอที่จะให้ดินนั่งอยู่ข้างตัวคุณได้ เขาบิดผ้าแล้วเช็ดหน้าให้คุณก่อน เช็ดเรื่อยลงมาที่คอ แขนสองข้างโดยเว้นช่วงแผลเอาไว้ลูบผ่านหน้าอกกว้างจนมาถึงกล้ามท้องลอนสวย ความเร็วในการเช็ดเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ ตามพื้นที่ที่ผ่าน กระทั่งตอนนี้ผ้าเปียก ๆ ผืนน้อยจดจ่ออยู่กับขอบกางเกงผ้าตัวน้อย“ตัวนี้พี่ต้องถอดด้วยมั้ย” คุณยกยิ้มเจ้าเล่ห์มองน้องไม่วางตากลิ่นดินได้สติ จึงรีบปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าฝันจะเป็นจริงเข้าจนได้ “ครับ? หา! อ๋อ ไม่ต้องครับ”“อะไรกัน ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย” คุณถามทั้งรอยยิ้มขำ“ป่ะ เปล่าครับ ดิน เช็ดต่อนะครับ” เขาชุบน้ำแล้วบิดผ้าอีกครั้ง ลูบถูที่ช่วงต้นขาลงไป เขาเอาผ้าลูบแค่เฉพาะส่วนที่โผล่พ้นชายกางเกงลงมาเท่านั้น“พี่คุณหิวมั้ยครับ เดี๋ยวดินทำอะไรให้กิน” เขาเช็ดตัวเสร็จแล้ว มองดูเวลาตอนนี้ดึกมากแล้ว ถ้าสั่งอาหารก็ไม่แน่ว่าจะมีร้านไหนส่ง“หิวครับ แต่ห้องพี่ตอนนี้ไม่น่าจะมีของสด” ที่ผ่านมาคุณอยู่คนเดียวมาตลอด จึงไม่คิดทำอาหารกินเอง“อืมมมม ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากที่ร้าน ถ้าผมสั่งอาหารจากที่ร้านให้คนมาส่งให้ได้มั้ยครับ” ถึงยังไงตอนนี้ที่ร้านก็ยังไ
“ต่อไปก็อย่าคิดเอายาเข้ามาในร้านอีก ไม่งั้นกูจะบอกให้เขาแปะรูปพวกมึงไว้ว่าห้ามเข้า” ดินยืนชี้หน้าใส่กลุ่มวัยรุ่นอีกสามคน“ถุ้ยยย เป็นแค่ลูกกระจ๊อกทำไมกูต้องกลัวมึงด้วย” วัยรุ่นคนหนึ่งเอ่ยดินเห็นว่าคนหนึ่งในพวกมันลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเข้ามาสู้ต่อ “พอเถอะ มึงก็รู้ว่าสู้กูไม่ได้จะรั้นให้เหนื่อยทำไม”“เก่งแค่ไหน มึงก็สู้ไอ้นี่กูไม่ได้หรอก” ดินมัวแต่สนใจจะสู้กับคนตรงหน้า จนไม่เห็นว่าอีกคนแอบลอบมาทางข้างหลังพร้อมกับมีดพกฉึก!ความยาวส่วนปลายมีดราวสองนิ้วปักเข้าไปที่ต้นแขนแกร่งข้างซ้าย สายตาคมเหลือบขึ้นมองเจ้าของมีดที่ตอนนี้ตกใจกลัวจนหน้าซีด“ฮะ เฮียเหวิน” เจ้าของมีดลนลานวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อน“รู้จักกูด้วยเหรอ” คุณเอาแขนที่ว่างอีกข้างจับข้อมือดินไว้แล้วดึงให้มายืนหลบหลังเขา“ผะ ผม ผมไม่ได้ตั้งใจนะเฮีย ไอ้เหี้ยนี่มันกวนตีนผมก่อน” ไอ้คนที่เอามีดปักแขนคุณชี้ไปที่ดิน“มึงเรียกใครไอ้เหี้ย” คุณเดินเข้าไปหาเจ้าของมีด ใช้มือข้างที่ไม่เจ็บยกขึ้นฟาดใส่ปากมันจนเลือดกบปาก “คุณดิน ต่อไปมึงเจอเขาที่ไหนก็ให้เรียกแบบนี้”เสียงเข้มดุทรงอำนาจตวาดเสียงกร้าวด้วยความโกรธ ทำเอานักเลงกลุ่มนั้นปากสั่นมือสั่นเป็นลูก
“มึงไม่คิดว่าเป็นตัวมึงเมื่อในอดีตมั่งเหรอ” เขตแดนถามออกมาหลังจากที่ฟังเรื่องราวจากเพื่อน เขาไม่ใช่คนสายมูหรือชอบดูหมออะไร แต่เรื่องกรรมเก่าการเวียนว่ายตายเกิดอะไรแบบนี้เขาพอจะเชื่ออยู่“มึง เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ” คเณศถาม“ก็นะ ของแบบนี้มันก็อยู่คู่คนไทยมานมนานไม่ใช่เหรอวะ” เขตแดนหันไปตอบเพื่อน“แล้วถ้าไม่เอาความรู้สึกของมึงคนในฝันล่ะ มึงในตอนนี้รู้สึกไงกับน้องมัน” คเณศเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้น เมื่อเห็นว่าพี่ชายดูท่าจะอาการหนัก“ก็นี่แหละที่กูคิด ที่กูเครียดอยู่ตอนนี้” เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหันไปที่เขตแดน “แล้วมึงล่ะเป็นอะไร เมื่อคืนกูเห็นมึงหิ้วแฟนคลับนัมเบอร์วัน ที่มาเฝ้ามึงร้องเพลงทุกคืนไปนี่”“เออ” เขตแดนตอบสั้น ๆ“แล้วยังไง ไม่เด็ดเหรอวะ หรือว่าน้องมันคิดจะแบล็คเมลล์” คเณศเบนเข็มไปต่อที่เพื่อนรักอีกคนทันที “หรือน้องมันจับมึงกด”“พ่องสิ” เขตแดนยกมือขึ้นอยากจะฟาดเพื่อนสักปาบ ติดที่มันอยู่ไกลมือไปหน่อย“ไอ้สัด นั่นพ่อกูด้วย” คุณขยับตัวลุกจากพนักพิงโซฟา มานั่งคุยกันดี ๆ “แล้วไง มันต่างจากทุกทีตรงไหนมึงถึงต้องมานั่งถอนหายใจกับกูเนี่ย”“เล่าไปมันก็ฟังดูเหี้ยยังไงชอบกล” เข
ดินยังจำคำสอนของแม่ได้ หากเราจะเอาชนะคนที่ใจร้อน คนเสียงดังโวยวายให้ได้ เราต้องใจเย็นเข้าสู้ คนเสียงดังโวยวายกลัวที่สุดคือคนนิ่ง ใจเย็น พูดจามีเหตุผล“พี่รีบน่ะ แล้วเป็นไงกันบ้างกล้าพาดูถึงไหนแล้ว” คุณรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“พี่คุณครับ เราเพิ่งแยกกันสักห้านาทีได้มั้งครับ เวลาแค่นี้จะให้ไปได้ไกลแค่ไหนครับ แค่แนะนำให้รู้จักคนในทีมยังไม่ถึงไหนพี่ก็เข้ามาแล้ว” กลิ่นดินค่อย ๆ บอกอย่างใจเย็น“อ้อ... ก็จริง” เป็นครั้งแรกที่คุณหน้าเจื่อนลง วางหน้าไม่ถูกต่อหน้าลูกน้อง เอาว่าตั้งแต่เกิดมาก็เป็นคนนิ่งขรึม ไม่สนใจใครมาตลอดแต่กับดินที่เพียงเจอครั้งแรกในฝัน เขาก็รู้สึกได้เลยว่าต้องยอมคนคนนี้ทุกอย่าง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นตามที่ฝัน กระทั่งได้เจอกันเมื่อวานยิ่งพบ ยิ่งเจอ ยิ่งได้พูดคุยกันก็ยิ่งรู้สึกรักทั้งที่ตัวจริงไม่มีความหวาน ความน่ารักอย่างในฝันสักนิด“พี่คุณกลับห้องทำงานก่อนเถอะครับ นะ” ดินฉีกยิ้มหวานช้อนสายตาขึ้นมองอ้อนเขาตรงคำว่านะทุกการกระทำของทั้งสองคนอยู่ในสายตาคนสนิทอย่างกล้า เป็นครั้งแรกที่กล้าเห็นว่าเจ้านายโดนน็อคจนนิ่งสนิทไป เหมือนเห็น KO. ตัวใหญ่แปะอยู่เต็มหน้าของเฮียเหวินอยากยกมือ
รอยยิ้มสดใสน่ารักที่ส่งไปให้กล้า ทำเอาคิ้วของคุณกระตุก ความรู้สึกหวงของตัวเขาในฝันถูกส่งมาถึงเขาคนนี้อีกแล้วสินะพอเห็นกล้ายกมือขึ้นรับไหว้ทักทายน้องกลับทั้งรอยยิ้มกว้าง รังสีอำมหิตของคุณก็แผ่ออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ดีว่ากล้าสัมผัสมันได้ หันมามองหน้าเจ้านายก็เข้าใจจึงหุบยิ้มทันทีเมื่อวานตอนที่เห็นเจ้านายเสียท่าให้เด็กคนนี้แล้วอุ้มเข้าห้องไป เขาคิดว่าเจ้านายอาจจะแค่นึกสนุก อยากจะเล่น ๆ หรือเปล่าทว่าพอเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกขนาดนี้ ไหนจะสั่งให้มือขวาอย่างเขาคอยเฝ้าดูเด็กคนนี้ให้อีก ตอนนี้กล้าคิดว่าเข้าใจแล้ว ความมั่นคงในหน้าที่การงานของกล้า คงขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเด็กคนนี้สินะ “เอ่อ ยินดีครับน้อง...” สายตาเขาเหลือบมองอาการของเจ้านาย คิ้วขมวดแบบนั้นกล้าถึงกับกลืนน้ำอึกใหญ่ “ยินดีที่ได้ร่วมงานครับคุณดิน” “โห่พี่กล้า เรียกดินเฉย ๆ ก็ได้ครับ หรือจะเรียกไอ้ดิน น้องดินได้หมด” กลิ่นดินรีบบอก น้ำเสียงติดอ้อนเล็กน้อยเขาใช้มันบ่อย ๆ เวลาอยากให้คนที่โตกว่าเอ็นดู “พี่ เอ่อ เอ้ย ผมถนัดแบบนี้มากกว่าครับ แต่คุณดินเรียกผมได้ตามสะดวกนะครับ”



![พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



