Masukดวงตาเรียวรีดูโฉบเฉี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ปากหนาได้รูป หน้าตาแบบนี้นี่มันเหมือนกับ ไอ้คุณ ผู้ชายในฝัน ไอ้คนที่มันปู้ยี่ปู้ยำเขาเมื่อคืนจนตื่นไม่รู้กี่รอบ
“อ้าวเห้ย!” คุณ เหวินสบถออกมาทันทีด้วยน้ำเสียงเข้มดุ อุตส่าห์ว่าจะไม่อะไรแล้วเชียว
คุณ เหวินจับเอาคอเสื้อของคนตรงหน้า กระชากให้เข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ปลายจมูกของกันและกัน “ชนกู แล้วยังจะด่ากูอี...ก”
ทว่า พอได้เห็นหน้า ได้สบตากับคนต้นเรื่องตรง ๆ ดวงตาเรียวรีก็เบิกกว้างขึ้นทันที
คำพูดที่ตั้งใจจะด่าถูกกลืนหายไปพร้อมกับก้อนน้ำลายอึกใหญ่ คุณ เหวินถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขารีบปล่อยมือที่จับคอเสื้อคนตัวเล็กกว่าออก
“ปะ ป่าว เอ่อ ใช่ เอ้ย ไม่ ๆ” กลิ่นดินยกมือขึ้นโบกปฏิเสธ แก้มทั้งสองข้างแดงปลั่งขึ้นมาแทบจะทันที ตอนนี้ในหัวของเขาตีกันไปหมดเมื่อคิดเรื่องที่เกิดขึ้นในความฝันเมื่อคืนกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ตกลงยังไงกันแน่” เขาปรับน้ำเสียงให้เบาลง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กตรงหน้าดูลนลาน แถมแก้มอิ่มทั้งสองข้างนั้นยังขึ้นสีแดงราวกับมะเขือเทศสุก
‘เป็นผู้ชายแท้ ๆ แต่ผิวดีอย่างกับผู้หญิงจริง ๆ’ คุณ เหวินบ่นเบา ๆ กับตัวเอง
“มึงว่าไรนะ” เขตแดนที่เดินตามหลังมาพร้อมกับคเณศ ตบบ่าแกร่งของเพื่อนเบา ๆ “แล้วนี่ มีไรกันวะ”
คเณศ เดินเข้ามากอดบ่าพี่ชายไว้ “ใครอีกละเนี่ย หน้าตาน่ารักจัง” เขากำลังยื่นมือที่ว่างอีกข้างหวังจะจับแก้มของคนน่ารักตรงหน้า แต่ถูกพี่ชายจับมือเขาห้ามเอาไว้ก่อน
“ไม่มีไร เด็กแม่งซุ่มซ่าม” คุณ เหวินตอบ
“อ้าวไอ้คุณ มึงว่าใครเด็กไม่ทราบ” พอได้ยินคำว่าเด็ก กลิ่นดินจึงยกมือขึ้นผลักอกแกร่งตรงหน้าอย่างลืมตัว เผลอเรียกชื่อที่รู้จักในฝัน
“มึงเรียกกูว่าไงนะ” คุณ เหวินถาม นึกตกใจที่มีคนกล้าเรียกชื่อเขาตรง ๆ แบบนี้
“มึงรู้จักเหรอวะคุณ” คเณศหันมาถามพี่ชายที่ยืนทำหน้าตกใจไม่ต่างจากเขา นอกจากคนในครอบครัวแล้วก็ไม่มีใครเรียกพี่ชายเขาแบบนี้อีก
“ก็คุ... คุณไง มันก็เป็นคำที่เอาไว้เรียกคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนอย่างสุภาพแบบมึงไง” ดินตอบด้วยท่าทางอึกอัก กรอกตาไปมาหวังหลบสายตาจากคนตรงหน้า
เขาเคยแน่ใจว่าคงไม่มีใครฝันบ้าบอเหมือนเขาแล้วก็จริง แต่การที่มีคนหน้าตาเหมือนคนในฝันมายืนตรงหน้า มันก็ทำให้ความมั่นใจของดินลดลงจนแทบไม่เหลือ
แถมยังต้องมาระแวงอีกว่าคนตรงหน้านี้จะฝันเหมือนกันหรือเปล่า
“ถ้าจะเรียกคุณ ก็ไม่ควรเติมไอ้มั้ย” คุณยักคิ้วให้คนตรงหน้า “เอาไงตกลงจะคุณหรือจะมึง”
“กูจะเรียกไรก็เรื่องของกู” กลิ่นดินตอบ เขารู้ว่าตอนนี้ตัวเองทำตัวเด็กมาก ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
“งั้นกูเรียกมึงว่าเด็กก็เรื่องของกูเหมือนกัน” คุณ เหวินสวนกลับทันที
เดิมเขาไม่อยากแทนตัวเองแบบนั้นกับคนตรงหน้าเท่าไหร่ แต่ความปากแจ๋วของเด็กหน้าสวยตรงหน้ามันน่าแกล้งชะมัด อดนึกสนุกขึ้นมาไม่ได้
“เอ้า ไอ่...”
“ไอ้ดิน ไอ้ดิน มึงพอก่อน” ต้นแบบยื่นมือมาดึงแขนเพื่อนเอาไว้
“มึงชนเขา มึงผิด แล้วนี่ก็อยู่ในมอนะมึง” หลังจากที่ยืนมองอยู่นาน พอเห็นว่าเพื่อนตัวเองน่าจะของขึ้นแล้ว และอีกฝ่ายก็คงไม่ต่างกันต้นแบบจึงต้องรีบห้ามไว้
“กูผิด กูรู้ไอ้แบบ แต่มันก็ไม่มีสิทธิ์มาว่ากูเด็กปะวะ” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ดวงตาดำขลับถลึงตาใหญ่ใส่คนตรงหน้า ปากเรียวเล็กเม้มจนเป็นเส้นตรงก่อนจะขยับมุบมิบ ๆ ราวกับอยากจะก่นด่าแต่ต้องห้ามใจเอาไว้
คำว่าเด็กสำหรับคนอื่นคงเป็นแค่เรื่องขำ ๆ ทั่วไป แต่ไม่ใช่กับผู้ชายตัวโตแบบดิน ถึงจะตัวเล็กกว่าไอ้คุณก็เถอะ
ตั้งแต่เด็กเขามักถูกชมว่าน่ารักบ้าง หน้าสวยบ้าง ช่วงนั้นเขากับน้องสาวยังตัวเท่า ๆ กันอยู่ คนมักจะบอกว่าเขาดูเป็นน้องมากกว่าเป็นพี่ บ้างก็ว่าตัวเล็กแบบนี้ต้องคอยให้น้องสาวปกป้องมากกว่าแล้วมั้ง
ตอนอยู่มอต้นเพื่อนผู้หญิงก็ชอบจับคู่ดินกับเพื่อนผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่า ทั้งที่ตอนนั้นเขาก็เริ่มตัวสูงขึ้นแล้ว นั่นทำให้เขาต้องขยันฝึกซ้อมจนมีร่างกายที่แข็งแรงและสูงใหญ่แบบทุกวันนี้
แต่แม่งก็ยังเสือกตัวเล็กกว่าไอ้เหี้ยคุณอะไรนี่
ท่าทีฮึดฮัดของกลิ่นดิน คุณเห็นแล้วไม่ได้รู้สึกกลัวสักนิด “หึ ตัวเท่าเมี่ยง”
พอเห็นเขายกยิ้มนิด ๆ ที่มุมปากแล้วปลายหางตามองลงมา กลิ่นดินยิ่งเหลืออดยกมือที่กำหมัดเอาไว้แน่นขึ้นพร้อมแล้วที่จะชกหน้าเขา “เมี่ยงพ่อง! ดิ ไอ้...”
“ไอ่ดิน พอได้แล้ว” เพียงรักมาช่วยดึงแขนอีกข้างของดินไว้ ก่อนจะหันไปขอโทษรุ่นพี่ทั้งสามคน “ขอโทษพวกพี่ ๆ ด้วยนะครับ” ไม่วายแวะส่งยิ้มนิด ๆ ให้กับเขตแดนก่อนจะดึงกลิ่นดินออกจากโรงอาหาร
ต้นแบบดึงเอาจานในมือของเพื่อนรวมกับของตัวเองแยกเดินเอาไปเก็บก่อนจะวิ่งตามเพื่อนอีกสองคนไป
“พวกมึงห้ามกูกันทำไมวะ” กลิ่นดินเอ่ยปากถามทันทีเมื่อได้ที่นั่งสงบสติอารมณ์ใต้ร่มไม้ใหญ่ แม้จะยังอยู่หน้าตึกคณะบริหารก็ตาม ก่อนจะชี้นิ้วไปที่เพื่อนรักอีกคน “แล้วมึง ไอ้เพียง มึงรู้จักพวกมันเหรอ”
“รู้ดิ ก็นั่นน่ะกลุ่มของพี่เขตแดนไง พี่เขตคนที่หล่อ ๆ เป็นนักร้องมักจะขึ้นในงานของมหาวิทยาลัยเราไง” เพียงรักอธิบายทั้งรอยยิ้มเมื่อคิดถึงใบหน้าหล่อของคนที่แอบปลื้มมานาน
นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเขตแดนใกล้ขนาดนี้ บัตรหกพันห้าก็ให้ไม่ได้แบบนี้นะ
“คนที่มึงคลั่งเขานัก คลั่งเขาหนา จนถึงกับลากพวกกูตามมาเรียนที่นี่หลังจากที่มึงเจอพี่เขาในงานโอเพนเฮ้าส์ กระทั่งเข้ามาเรียนแล้วมึงก็ยังตามไปแอบดูเขาตอนซ้อมอีกใช่ปะ” กลิ่นดินอดที่จะแขวะความคลั่งรักของเพื่อนไม่ได้
“สัด จำแม่นเชียวนะมึง” เพียงรัก
“แล้วไงวะ คิดว่าเด่นว่าดังแล้วจะว่าใครยังไงก็ได้เหรอ แม่ง... ในฝันกูเอากับมันไปได้ไง” สองแขนของกลิ่นดินกอดอกตัวเองแน่น ค่อย ๆ หลับตาลงแล้วพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“ไอ้ดิน เมื่อกี๊มึงว่าไงนะ” เพียงรักหน้าเจื่อนลงทันทีที่ได้ยิน “คนที่มึงเอาในฝันคือพี่เขตของกูเหรอ มึงจริงจังปะเนี่ย” น้ำเสียงที่ใช้ถามดูตกใจไม่น้อย
“ไม่ช่ายยยย กูหมายถึงไอ้คุณที่กูชนนั่นต่างหาก” กลิ่นดินรีบปฏิเสธทันทีไม่อยากให้เพื่อนรักต้องอกหักทิพย์นาน
“เฮ้ออออ... โล่งอก” เพียงรักยกสองมือขึ้นจับอกข้างซ้ายตัวเองไว้
“แหมไอ่เพียง พี่เขตของกูเต็มปากเต็มคำเลยนะมึง” ต้นแบบผลักหัวเพื่อนเบา ๆ ไปหนึ่งที “พี่เขาไปเป็นของมึงตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ช่างเรื่องกูเหอะ” เพียงรักตอบกลับต้นแบบก่อนจะหันไปคุยกับกลิ่นดิน “เอาเรื่องมึงก่อนไอ่ดิน ถ้าพูดถึงคนที่มึงชนน่ะ พี่เขาชื่อเฮียเหวินนะ ไม่ใช่คุณ”
“มันชื่อคุณเหอะ” กลิ่นดินแย้งด้วยความมั่นใจ ฝันถึงมาตั้งแต่วัยกระเตาะทำไมเขาจะไม่รู้ แม้ในฝันจะมีแค่ดินกับคุณอยู่ด้วยกันเสียส่วนใหญ่ก็ตาม
“มึงรู้ได้ไง” ต้นแบบถามอย่างนึกสงสัย ที่ผ่านมาเพื่อนของเขาคนนี้ไม่เคยสนใจคนเด่นคนดังที่ไหน นอกจากดูแลน้องฝน วัน ๆ มันก็เอาแต่เข้ายิมซ้อมเทควอนโด
“ก็รู้จากในฝันนั่นแหละ” ดินตอบ
“สรุปคนในฝันมึงคือเฮียเหวินจริงดิ!?” เพียงรักจับบ่าของเพื่อนเขย่าทั้งสองข้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าผู้ชายที่อยู่ในฝันของเพื่อนมาแรมปีเป็นคนที่ฮ็อตฮิตติดชาร์ตเบอร์ต้นของมหาวิทยาลัย
“เออดิ... แม่ง”
คุณเหวินเห็นว่าเหลือกันแค่สองคนแล้วจึงดึงตัวคนป่วยอีกคนลุกไปนั่งบนเตียงด้วยกัน “เตียงมันกว้างไป ดินย้ายมาพักห้องเดียวกับพี่มั้ย” “อย่าเลยครับ พรุ่งนี้ดินก็ได้ออกแล้ว” ดินกอดตอบคนป่วยขี้อ้อน ที่ดูเหมือนจะอ้อนหนักกว่าตอนแรก “พี่คุณ ดินถามอะไรหน่อยได้มั้ย” “ว่ามาเลยค่ะ” คุณยังคงซุกใบหน้าหล่อของเขาอยู่ที่ช่วงเอวน้อง สูดดมกลิ่นเฉพาะตัวที่เขาชื่นชอบ “พี่คุณเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดมั้ยครับ ไม่ก็ตายแล้วเกิดใหม่ หรือไม่ก็กลับชาติมาเกิดอะไรประมาณนี้ครับ” ดินถามไปตามตรง “เมื่อก่อนไม่เชื่อนะ แต่พอได้รู้จักกับดินพี่ก็เริ่มรู้สึกว่าพรหมลิขิตหรือเนื้อคู่น่าจะมีอยู่จริง ๆ” คุณตอบ แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดเล่น ทว่าสีหน้าท่าทางทีเล่นทีจริงแบบนั้นของคุณ เหวินทำให้ดินเข้าใจว่าเขาตอบส่ง ๆ “อย่าเล่นสิครับ ผมถามจริง ๆ นะ” “แล้วทำไมถึงคิดว่าพี่ตอบไม่จริงล่ะ” คุณพ่นลมหายใจออกก่อนเอ่ยต่อ “ดินรู้มั้ยว่าพี่เริ่มฝันเห็นดินตั้งแต่คืนก่อนที่เราจะเจอกัน แล้วหลังจากที่เจอดินพี่ก็ฝันถึงดินอีกแทบทุกวันเลย” “ตอนที่โดนแทงพี่ยังเห
คุณกระแอมเบา ๆ หลังจากที่หลุดจากภวังค์ได้ “หา! อะไรนะ”“กูถามว่ายิ้มอะไร เมื่อกี้เฮียณิณเขาบอกว่าน้องดินจะลาออก มึงก็ยังยิ้มอยู่ได้” คเณศย้ำ “ลาออก? ออกจากไหน? ออกทำไม? ออกแล้วน้องจะไปทำที่ไหน?” คุณร้อนใจรีบลุกจนเจ็บแผล “โอ๊ยยย” แต่ความเจ็บแค่นี้หยุดเขาไม่ได้หรอก คนที่จะหยุดเขาได้ก็มีแค่ เพี๊ยะ!!! ขวัญแก้วเห็นว่าลูกชายตัวดีกำลังจะถอดสายน้ำเกลือออก จึงฟาดไปที่หลังบริเวณใกล้ ๆ กับบาดแผล มันน่าโมโหนักกระทั่งร่างกายตัวเองก็ไม่ห่วงแล้ว “แม่เลี้ยงมากว่าจะโต อย่ามาทำแบบนี้นะ” “โอ๊ยแม่ ผมเจ็บนะครับ” คุณ เหวินหยุดการกระทำตัวเองทันที เขารับรู้ได้ถึงความโกรธเพราะครั้งนี้แม่ตีเขาแรงกว่าที่เคย “ก็แม่ตีให้เจ็บ” ขวัญแก้วก้มหน้าลงเล็กน้อย ยกมือขึ้นซับที่หัวตาทีหางตาที “ไอ้คุณ! ไอ้ลูกเวร มึงทำเมียกูร้องไห้เหรอ” คีรีลุกพรวดมาจับบ่าของขวัญแก้วไปกอดปลอบไว้ ไม่วายชี้หน้าด่าลูกชายตัวต้นเหตุ พอเห็นน้ำตาแม่ คุณเหวินก็เรียกสติตัวเองกลับมาได้ “ผมขอโทษครับแม่ ผมแค่อยากไปคุยกับน้องให้รู้เรื่อง”
สภาพกลิ่นดินตอนนี้เรียกว่าสะบักสะบอมบอบช้ำไปทั่วตัวก็จริง แต่เขาไม่ได้ถูกแทงไปด้วยอย่างในภาพนิมิตนั่น ทว่าความรู้สึกเจ็บที่เขาได้รับนั้นไม่ต่างกันเลย“คุณดิน ไหวหรือเปล่าครับ” เมฆรีบเดินเข้ามาช่วยประคองทั้งสองถูกพาตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา คุณถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดทันที ส่วนดินถูกพาตัวไปรักษาตามอาการก่อนจะถูกส่งไปยังห้องพักฟื้นกลิ่นดินรู้สึกตัวตื่นหลังจากยาหมดฤทธิ์ กะพริบตาปริบ ๆ มองดูเสาน้ำเกลือ ภาพที่เห็นยังมึนเบลออยู่เขาหลับตาลงอีกครั้งเพื่อปรับโฟกัสสายตาให้ชัดขึ้นพลางคิดย้อนกลับไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนนี้ เขาถูกไอ้ยศจับไปจากนั้นก็คิดหนีกระทั่งคุณ เหวินมาช่วยไว้ “พี่คุณ” ดินหันไปมองซ้ายทีขวาทีไม่เห็นใครในห้องทว่าไม่นานประตูก็ถูกเปิด ร่างบางที่คุ้นเคยพอเห็นเขาตื่นอยู่ก็รีบวิ่งเขามาสวมกอดไว้ “พี่ดิน พี่ดินฟื้นแล้ว” กลิ่นฝนร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด ตลอดชีวิตเธอไม่เคยต้องเห็นพี่ชายบาดเจ็บขนาดนี้มาก่อนดินยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำตาให้น้องสาว “ร้องไห้ทำไม”“พี่ดินเก่งจะตายทำไมถึงถูกจับไปได้ละคะ ดูสิเนี่ยแผลเต็มตัวเลย” เธอร้องไห้ไปพลางบ่นคนพี่ไปพลาง เธอหยิบแขนพี่ชายขึ้นมาดูรอยฟกช้ำอ
[ดิน ดินอยู่ไหนครับ บอกพี่หน่อยเดี๋ยวพี่ไปรับ] เพียงแค่ตื๊ดเดียวเท่านั้นคุณก็รับสายทันที น้ำเสียงของคุณใครได้ยินก็รับรู้ได้ถึงความร้อนใจมาก จนลืมที่จะสนใจไปว่าตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน“…” กลิ่นดินกัดปากตัวเองไว้ไม่ยอมเอ่ยอะไร“เด็กมึงไม่อยากคุยกับมึงว่ะ สงสัยจะติดใจลูกน้องกู” ยศพยักหน้าให้ลูกน้องเดินไปซัดดินให้มีเสียงร้องออกมาดินรีบเก็บเศษพลาสติกเอาไว้ก่อนที่จะถูกจับได้ เขาลุกขึ้นนั่งดี ๆ รับหมัดรุ่น ๆ ที่ซัดเข้าท้องเขาจนจุก “อึ๊กกก โอ๊ยย แค่ก ๆ”แค่เสียงไอคุณก็จำได้แม่นว่านั่นเสียงของใคร [ดิน!! มึงทำอะไรดิน มึงอยู่ที่ไหน]น้ำเสียงร้อนอกร้อนใจของคุณ เหวินแบบนี้ทรงยศไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาหันไปยิ้มเยาะหัวเราะชอบใจใส่ดิน “ไหนมึงบอกว่ามึงกับมันไม่ได้เป็นอะไรกันไง คิดจะหลอกกูเหรอเสียใจนะที่กูไม่โง่ ฮ่า ๆ สะใจโว๊ยยย”[ดิน อยู่ที่ไหน บอกพี่สิ] คุณ เหวินไม่ได้สนใจคำพูดของทรงยศแม้แต่นิดดินกัดฟันลุกขึ้นนั่งให้ดี กลั้นใจบอกออกไปหวังเบี่ยงเบนทุกสายตาไม่ให้สนใจเขาในตอนนี้ “เรื่องของผมเฮียไม่ต้องมายุ่ง แล้วก็ไม่ต้องมาด้วยผมไม่ได้เป็นอะไรกับเฮียทั้งนั้น”“ได้ยินมั้ย เด็กมึงเขาไม่เอามึงวะ มึงต้องมาเห็นภ
ทรงยศเหลือบสายตาไปมองดินเพื่อสังเกตอาการ พอเห็นว่าดินดูสนใจจึงเอ่ยต่อ “ถ้าน้องดินอยากรู้มากกว่านี้เราไปนั่งคุยกันในรถดีมั้ยครับ ตรงนี้ยุงเยอะ” ทรงยศทำท่าตบยุงที่แขนทีขาทีดินมองดูสองข้างถนนเป็นพงหญ้ารกมีน้ำขัง แน่นอนว่าสถานที่เช่นนี้มียุงเยอะอย่างที่พี่เขาบอกจริง ๆ นั่นแหละ ถึงจะเป็นกังวลอยู่บ้างแต่ตัวเขาเองก็ต่อสู้เป็น รถคันนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยนั่งพอเห็นกลิ่นดินพยักหน้าตอบรับเดินขึ้นรถมาเองอย่างว่าง่าย ทรงยศจึงส่งขวดน้ำอัดลมให้ดินดื่มเพื่อดับกระหาย ในมือเขาเองยังมีอีกขวด เขาเปิดและดื่มก่อนให้ดินคลายความระแวงใจดินเห็นว่าขวดน้ำเป็นขวดใหม่แถมฝาก็ยังไม่ถูกเปิด เขาเองก็เดินมาจนกระหายแล้วจึงเปิดขวดของเขาดื่มบ้างเขาดื่มไปนั่งฟังทรงยศบอกเล่าเรื่องราวระหว่างตัวเองกับ 3 พี่น้องตระกูลเหวินไปโดยไม่รู้เลยว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องปั้นแต่งขึ้นมาทั้งนั้นตอนนี้ยานอนหลับที่ถูกฉีดใส่ทางฝาขวดเริ่มออกฤทธิ์แล้ว ดินรู้สึกง่วงสายตาพร่ามัวมึนเบลอไปหมดก่อนจะวูบหลับไปทางฝั่งของคุณ เหวินเห็นว่าใกล้เลิกงานแล้วจึงเดินตามหาดินเช่นเคยแต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จึงสั่งให้เมฆเปิดกล้องวงจรปิดหาไม่นานก็ได้รู้ว่า
คำบอกเล่าจากรุ่นน้องทำเอาใบหน้าหล่อของเขตแดนเปื้อนรอยยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว “ไม่ได้ชอบพี่ขนาดนั้นหรอกมั้ง เดี๋ยวนี้ก็ไม่เห็นมาแล้วนี่”“นั่นแหละครับที่แปลก หลังจากคืนนั้นมันก็มาบอกพวกผมว่าจะเลิกติ่งพี่แล้ว มันบอกว่ามันอยากมีแฟนจริง ๆ จัง ๆ สักที” ดินย้ำอมยิ้มน้อย ๆ หุบฉับทันทีที่ได้ยินประโยคหลัง เป็นครั้งแรกที่ถูกทำให้เสียเซลฟ์ขนาดนี้ตามมาตั้งนานพอได้แล้วคิดจะทิ้งง่าย ๆ งั้นเหรอ “เพียงพักที่ไหน” เขตแดนถามเสียงเข้ม“ถามทำไมครับ พี่จะทำอะไรเพื่อนผม” ดินเสียงเข้มขึ้นบ้าง สายตาเขายังจับจ้องที่เขตแดนอย่างเอาเรื่อง จู่ ๆ จะมาไม่พอใจเพื่อนเขาด้วยเรื่องอะไรใครจะไปยอม“มีอะไรวะ” คุณ เหวินถามพลางตบบ่าเพื่อนเบา ๆ เขายืนฟังอยู่ครู่หนึ่งแต่พอเห็นสีหน้าท่าทางของดินดูเป็นไม่พอใจจึงรีบเดินออกมาเขตแดนหันมามองหน้าเพื่อนแต่ไม่ได้ตอบอะไร สายตาของไอ้เพื่อนรักก็ไม่มองที่เขาเลยสักนิด “บอกพี่มาเถอะดิน แล้วเดี๋ยวพี่จะเอาเพียงคนเดิมกลับมาให้”เหตุผลของเขตแดนทำให้กลิ่นดินใจเย็นลง ถ้าพี่เขาทำได้จริงมันก็น่าลองดูสักครั้ง ทว่าเขาคงคิดช้ากว่าต้นแบบไปหน่อย“มันพักอยู่คอนโด M แถวมอนั่นแหละครับ ชั้น 17 ห้อง 1707



![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



![ผัวผมดุนะพี่ (4P) [YAOI]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)