INICIAR SESIÓN“ที่แท้นายก็จะมาหาผู้หญิงคนเมื่อวานนี่เอง” แพตตี้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจทันทีที่ภาขวัญเดินออกไป พลางคิดว่าผู้หญิงคนนั้นดูสวยใสและน่ารักไม่น้อย และเธอก็รู้ว่าตัวเองสวยสู้ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เลย
“…” “ผู้หญิงคนนั้นเคยเป็นอะไรกับนายเหรอ” “นี่มันเรื่องส่วนตัวของผมนะ พี่ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก” “หรือผู้หญิงคนนั้นเคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนาย ถึงทำให้นายลืมเขาไม่ได้” “ถ้าพี่ยังอยากเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผมอยู่ พี่ก็อย่าถามผมเรื่องนี้อีก” “…” เธอเงียบทันทีเมื่อได้ยินคำขู่นั้น ซึ่งที่ผ่านมาเขาไม่เคยเอาเรื่องนี้มาขู่ ก่อนที่ไม่กี่นาทีข้าวสองจานจะถูกนำมาเสิร์ฟลงตรงหน้าคนทั้งสองจากคนตัวเล็ก เมื่อภาขวัญจะเดินออกไปมือหนาก็เอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวไว้ หมับ! พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกไป “อย่าเพิ่งไปครับ” “คุณลูกค้าจะรับอะไรเพิ่มอีกหรือเปล่าคะ” “ผมอยากเข้าห้องน้ำ คุณช่วยพาผมไปหน่อยสิ” “ได้ค่ะ” จากนั้นเดนนิสก็ลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินตามคนตัวเล็กเข้าไปในบ้านที่เขารู้ดีว่าบ้านหลังนี้ห้องน้ำอยู่ตรงไหน แพ็ตตี้ที่เห็นเดนนิสจับมือถือแขนผู้หญิงคนนั้นเมื่อครู่ก็ถึงกับชักสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด มันจึงทำให้เธออยากรู้ว่าเดนนิสกับผู้หญิงคนนั้นเคยเป็นอะไรกันมาก่อน อีกด้าน “นี่ค่ะห้องน้ำ ฉันขอตัวออกไปหน้าร้านก่อนนะคะ” เมื่อภาขวัญพาลูกค้าร่างสูงมาถึงหน้าห้องน้ำก็เงยหน้าพูดกับเขาแล้วทำท่าจะเดินออกไป แต่ก็ถูกอีกคนรั้งร่างอรชรเข้ามากอดไว้อย่างถือวิสาสะ หมับ “คุณคะ ปล่อยค่ะ” เธอตกใจจนตัวสั่นเมื่อเขาดึงเธอมากอด ก่อนเรียวปากหยักได้รูปจะเอ่ยออกไป “ผ่านไปกี่ปีก็ยังรักนวลสงวนตัวเหมือนเดิมเลยนะ” “…” เธอชะงักกับประโยคที่เหมือนกับว่าเขารู้จักเธอมาก่อน แล้วเงยหน้าขึ้นมองเขาที่เห็นข้างแก้มของเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น “จำพะ…” เขาจะพูดว่าจำพี่ไม่ได้แล้วเหรอ แต่เสียงของแพ็ตตี้ก็พูดขัดขึ้นเสียก่อน “นายได้เข้าห้องน้ำหรือยัง” “ยัง” เขาหันไปตอบแพ็ตตี้ด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่เธอเข้ามาขัดจังหวะ “งั้นนายก็รีบเข้าห้องน้ำไปสิ เดี๋ยวข้าวก็เย็นหมดหรอก” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ผละออกจากร่างบอบบางที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ก่อนที่ภาขวัญกับแพ็ตตี้จะเดินออกไปหน้าร้าน เมื่อดาราชื่อดังออกมาหน้าร้านจึงพูดกับผู้จัดการส่วนตัวที่นั่งทานข้าวอยู่ “ผมไม่อยากกินแล้ว ใส่กล่องเอากลับไปกินที่โรงแรมก็แล้วกัน” “ได้” ว่าแล้วเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็เดินไปขึ้นรถ จากนั้นแพ็ตตี้ก็เรียกภาขวัญมาที่โต๊ะแล้วพูดออกไป “คิดเงินเลย แล้วก็ช่วยเอาข้าวใส่กล่องให้ด้วยนะ” “ได้ค่ะ ทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบบาทค่ะ” ภาขวัญรับเงินจากแพ็ตตี้แล้วหยิบข้าวสองจานไปจัดการเอาใส่กล่องและเอามาให้หญิงสาว ก่อนที่แพ็ตตี้จะหิ้วถุงอาหารเดินไปขึ้นรถตู้คันหรู โรงแรม เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้องพักของตัวเอง ผู้จัดการสาวก็บอกออกไป “พรุ่งนี้นายมีงานถ่ายแบบหนึ่งที่นะ” เธอสแกนคีย์การ์ดห้องของเขาแล้วบอกออกไป “ครับ” ว่าแล้วเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็เดินเข้าห้อง ก่อนจะมีเสียงของผู้จัดการรุ่นพี่เอ่ยขึ้น “วันนี้นายต้องมาร์กหน้านะ ช่วงค่ำๆพี่จะเข้าไปมาร์กให้” ว่าแล้วเขาก็ปิดประตูทันที ก่อนที่หญิงสาวจะพึมพำออกมา “ผู้หญิงคนนั้นคงจะไม่ใช่คนรักเก่าของนายหรอกนะ” จากนั้นหญิงสาวก็สแกนคีย์การ์ดเข้าห้องของตัวเองไป เดนนิสหย่อนกายนั่งบนโซฟาหรูแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดเข้าไปในไลน์ เขาเลื่อนหารายชื่อของภาขวัญซึ่งห้าปีมาแล้วที่เขาไม่ได้ส่งข้อความไปหาเธอ หลังจากบอกเลิกเธอแล้วเขาก็ไปอยู่ที่ฮ่องกง ช่วงเดือนแรกเขาอยากทักหาเธอทุกวัน แต่พอคิดว่าเขากับเธอเลิกกันแล้วจึงทำให้เขาหยุดความคิดนั้น จนผ่านไปหลายเดือนเขาก็เริ่มชินกับการไม่ส่งข้อความหาเธอและไม่โทรหาเธอ จนกระทั่งเขาขึ้นปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อดังที่มีค่าเทอมแพงที่สุดในฮ่องกง เขาก็ได้เจอเพื่อนใหม่หลายคน ตอนอยู่ปีสองเขาไปเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้ากับเพื่อน จู่ๆก็มีนักปั้นดาราชื่อดังเข้ามาทักทายเขาและแนะนำตัว จากนั้นนักปั้นดาราคนนั้นก็ชวนเขาเข้าวงการ เขาที่อยากหาเงินเองจึงตอบตกลงไป งานแรกเริ่มจากถ่ายแบบเสื้อผ้า พองานต่อมาก็เป็นงานแสดง ผลงานเรื่องแรกของเขาที่ได้เล่นเป็นพระเอก ดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืน จากนั้นมาจึงมีผู้จัดหลายคนต่างก็ต้องการตัวเขา สินค้าแบรนด์ดังต่างๆก็ต้องการตัวเขาไปเป็นพรีเซนเตอร์ และทางสังกัดก็ให้แพ็ตตี้ที่เป็นรุ่นพี่ของเขาสามปีเข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา แพ็ตตี้ทำหน้าที่รับงานและดูแลเรื่องคิวงาน ดูแลเรื่องเงินให้เขา รวมไปถึงเรื่องส่วนตัวของเขาในทุกๆเรื่อง ในระยะเวลาแค่ไม่กี่ปีที่เขามีอาชีพเป็นดาราทำให้เขามีเงินจำนวนมหาศาล มันจึงทำให้เขาคิดไปถึงอดีตที่เขาต้องอยู่อย่างขัดสนเงินทองมาตลอด พอจบมอสามแม่ก็บอกให้เขาหยุดเรียนเพราะไม่มีเงินส่งให้เรียน ‘หยุดเรียนสักปีนะลูก แม่ขอเก็บเงินก่อน แล้วปีหน้าลูกค่อยไปเรียนนะ’ ‘ได้ครับแม่’ ตอนที่เขาได้เงินก้อนแรกจากการถ่ายแบบ เขารู้สึกดีใจมากเพราะมันเป็นจำนวนเงินที่มากสำหรับเขา และเขาก็ภูมิใจมากที่สามารถหาเงินได้เองในวัยยี่สิบเอ็ดปีเมื่อทั้งสองทานข้าวเสร็จ เดนนิสที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพาพ่อมาด้วยจึงโทรหาพ่อทันทีตู๊ด“ว่าไงลูก”(เมื่อคืนพ่อกลับมาถึงโรงแรมกี่ทุ่มครับ)“พ่อไม่ได้กลับไปนอนโรงแรมหรอก เมื่อคืนคุณสมหมายชวนให้พ่อค้างที่นี่”(อ๋อครับ แล้วพ่อกินข้าวหรือยังครับ)“คุณสมหมายทำให้พ่อกินเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ร้านปิด พ่อกับคุณสมหมายก็เลยได้คุยกันเยอะเลย”(ตอนเย็นผมกับภาขวัญจะเข้าไปนะครับ แค่นี้ครับพ่อ) ว่าแล้วนิ้วหนาก็กดวางสาย ก่อนที่ภาขวัญที่นั่งข้างๆจะเอ่ยขึ้น“เมื่อคืนพ่อพี่นอนที่บ้านภาขวัญเหรอคะ”“ใช่ สองคนนั้นสนิทกันเร็วจังเลยนะ”“เขาสองคนคงจะรู้สึกถูกชะตากันค่ะ พวกท่านอยู่ในวัยเดียวกันด้วยแหละจึงทำให้คุยกันถูกคอ”“พวกเขาคงเป็นพ่อหม้ายเหมือนกัน ก็เลยคุยกันถูกคอ”“น่าจะใช่นะคะ”บ้านภาขวัญ ตอนเย็นเมื่อทั้งสองเข้ามาในบ้าน ภาขวัญก็บอกกับพ่อของแฟนหนุ่มว่าขอตัวเข้าไปในห้องนอน ส่วนเดนนิสก็หย่อนตัวนั่งบนโซฟาแล้วบอกกับสมหมาย“พ่อครับ ตอนผมกลับฮ่องกง ผมอยากพาภาขวัญไปด้วย พ่อจะว่า…” เขาจะถามว่าพ่อจะว่าอะไรไหม แต่สมหมายที่เข้าใจก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน“พ่อไม่ว่าอะไรหรอก ตอนนี้ภาขวัญก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และอีกอย่างพ่
“เรามาเริ่มกันเลยนะ พี่อยากทำแบบนั้นกับเรามานานแล้ว” พูดจบเขาก็ดึงผ้าขนหนูออกจากร่างกายขาวผุดผ่องแล้วก้มลงไปดูดหัวนมสีชมพูอ่อน ลิ้นร้อนตวัดเลียสองเต้าอวบอิ่มอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆเพิ่มความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆจนเกิดเสียงเฉอะแฉะของหยาดน้ำลายจ๊วบ“ซี้ด” เธอร้องซี้ดพร้อมกับแอ่นอกเมื่อลิ้นอ่อนนุ่มดูดเลียหัวนมของเธอ ทำให้ร่างกายของเธอเสียวกระสันไปทั่วทุกอณูของร่างกาย และส่วนอ่อนไหวของเธอตอนนี้ก็ตอดตุบๆอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเดนนิสผละจากสองเต้ากลมสวยแล้วขยับขึ้นไปจูบริมฝีปากสีชมพูอย่างอ่อนโยน ก่อนจะสอดเรียวลิ้นเข้าไปตวัดรัดรึงกับเรียวลิ้นเล็ก จากนั้นไม่กี่วินาทีทั้งสองต่างก็ดูดลิ้นแลกน้ำลายกันอย่างดูดดื่มและเร่าร้อนพร้อมกับส่งเสียงออกมาผ่านลำคอจ๊วบ“อืม…”“อืม…”ชายหนุ่มค่อยๆถอนจูบออกมาอย่างอ้อยอิ่งแล้วเคลื่อนลงไปพลางลิ้นชื้นก็ลากเลียไปตามผิวนุ่มลื่น กระทั่งถึงหน้าท้องแบนราบ เขาเลียรอบสะดือสวยจนทำเอาภาขวัญถึงกับแอ่นตัวขึ้นอย่างลืมตัวเพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นมันทำให้อารมณ์ของเธอแตกกระเจิง“ซี้ด พี่เดนนิส ภาขวัญเสียว อ๊า อย่าเลียตรงนั้น”“พี่จะเลียให้เราเสียวกว่านี้อีกเป็นหลายเท่าเลย”
“พ่อจะไม่ให้ผมหมั้นกับเหม่ยหลิงแล้วใช่ไหมครับ” เขาผละออกแล้วถามย้ำออกไป“ไม่แล้ว”“พ่อยังไม่ได้พูดเรื่องหมั้นกับลุงจางใช่ไหมครับ”“พ่อยังไม่ได้พูด เพราะพ่ออยากบอกให้ลูกรู้ก่อน…”“ว่าแต่ทำไมลูกถึงไม่ชวนภาขวัญมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ”“ผมชวนแล้วครับ แต่ภาขวัญไม่อยากทิ้งพ่อให้อยู่บ้านคนเดียว”“แม่เขาไปไหนล่ะ”“แม่ภาขวัญเสียหลังจากภาขวัญคลอดได้ไม่กี่วันครับ”“พ่อภาขวัญทำอาชีพอะไร”“เปิดร้านอาหารตามสั่งครับ ตอนผมกับภาขวัญเป็นแฟนกัน ผมก็เคยไปช่วยเสิร์ฟที่ร้านของภาขวัญบ่อยๆครับ”“เห็นทีพ่อต้องไปทำความรู้จักกับพ่อของภาขวัญแล้วละ เพราะเป็นพ่อหม้ายเหมือนกัน” ยิ้มขำๆ“งั้นพ่อค่อยไปกับผมก็ได้ เพราะพอผมถ่ายซีรี่ย์เสร็จผมก็จะไปหาภาขวัญเลย”“เอางั้นก็ได้”สี่เดือนผ่านไปซีรี่ย์ใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมดสี่เดือนก็เสร็จ ในระยะเวลาสี่เดือนนี้เมื่อเดนนิสกลับถึงบ้านเขาก็วิดีโอคอลคุยกับภาขวัญทุกวันเขาได้บอกแพ็ตตี้ว่าห้ามรับงานหนึ่งเดือน เพราะหลังจากถ่ายซีรี่ย์จบเขาจะไปหาภาขวัญและจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับภาขวัญ โดยที่ไม่ต้องมีงานเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวระหว่างเขากับภาขวัญการมาไทยครั้งนี้มีพ่อของเดนนิสมาด้วย แต่แพ็ตตี้ไม่ไ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ภาขวัญมาอยู่กับเดนนิส ทุกวันตอนที่เดนนิสออกไปทำงานเขาจะพาภาขวัญไปด้วย งานในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เป็นงานอีเว้นท์เปิดตัวสินค้า ซึ่งใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมงต่องาน ในแต่ละวันจะมีงานเดียว เสร็จจากงานเขาก็กลับโรงแรมเลยหนึ่งอาทิตย์ที่ภาขวัญมาอยู่กับเดนนิส ทั้งสองนอนเตียงเดียวกัน เขากอดและหอมแก้มเธอก่อนนอนทุกคืน บางคืนอาจจะมีจูบบ้าง แต่เขาแค่แนบริมฝีปากของเธอเบาๆเท่านั้น เขายังไม่กล้าสอดลิ้นเพราะรู้ว่าเธอคงไม่ยอมแน่วันนี้เมื่อออกจากงานอีเว้นท์ทั้งสามคนก็พากันมาขึ้นรถตู้และกลับโรงแรม เดนนิสกับภาขวัญลงจากรถตู้ก็พากันไปขึ้นรถหรูก่อนจะมุ่งหน้าไปยังบ้านของภาขวัญบ้านภาขวัญเมื่อเดนนิสทำท่าจะลงจากรถ ภาขวัญก็เอ่ยขึ้นทันที“พี่ไม่ต้องลงไปหรอกค่ะ ลูกค้านั่งอยู่เต็มร้านเลย เดี๋ยวพี่จะกลายเป็นจุดสนใจอีกหรอกค่ะ”“พี่จะใส่แว่น ใส่แมสอำพรางเหมือนก่อนๆไง”“พี่อย่าลำบากเลยค่ะ ภาขวัญลงไปคนเดียวดีกว่าค่ะ”“พี่เกรงใจพ่อน่ะ ถ้าพี่ไม่ลงไปส่งเรา”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ไม่ต้องคิดมาก พี่ก็รู้ว่าพ่อไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย”“เอางั้นก็ได้ เอาไว้ถ้าช่วงไหนงานพี่ไม่
หลายวันต่อมาเป็นเวลาห้าวันแล้วที่เดนนิสมีงานติดต่อกัน วันนี้ไม่มีงานที่ไหนเขาจึงขับรถไปหาภาขวัญที่บ้านทันทีบ้านภาขวัญร่างสูงที่สวมแว่นกันแดดใส่แมสลงจากรถหรูแล้วเดินเข้ามาในร้าน เขาเดินเข้าไปยืนข้างพ่อของเธอที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยออกไป“พ่อครับ”“อ้าว เดน…” สมหมายเกือบจะหลุดปากเรียกเดนนิส แต่เขายั้งไว้เมื่อคิดว่าถ้าลูกค้าที่นั่งอยู่เกิดได้ยินเขาเรียกเดนนิสคงจะแตกตื่นกันน่าดู ดังนั้นสมหมายจึงใช้สรรพนามเป็นเรียกเดนนิสว่าเราแทน“หายหน้าหายตาไปหลายวันเลยนะเราน่ะ งานยุ่งเหรอ”“ช่วงนี้ผมมีงานติดต่อกันทุกวันเลยครับ กว่าจะเสร็จงานก็เกือบดึก วันนี้ว่างผมก็เลยมา”“ภาขวัญยังไม่ออกมาเลย คงจะแต่งตัวอยู่ เข้าไปดูสิ”“ครับ” ว่าแล้วพระเอกดังก็เดินเข้าไปในบ้าน เขาเดินไปเคาะประตูห้องของเธอ ก่อนที่ไม่กี่วินาทีหญิงสาวจะเปิดประตูออกมา เธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นเขา“แต่งตัวเสร็จยัง” ยิ้มบางๆ“เสร็จแล้วค่ะ”“ขอพี่เข้าไปหน่อยนะ” พูดจบชายหนุ่มก็เข้าห้องพร้อมกับดึงประตูมาปิด ก่อนจะดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอดพลางเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“คิดถึงจัง” แล้วเขาก็หอมแก้มของเธอด้วยค
“ไม่ต้องโทรค่ะ ภาขวัญกลับไปถึงบ้านจะอธิบายให้พ่อฟังเองค่ะ”“พี่เป็นคนไปขอพ่อให้เราออกมากับพี่ เพราะฉะนั้นพี่ต้องเป็นคนอธิบายให้พ่อฟังเอง โทรหาพ่อสิ เดี๋ยวพี่คุยเอง”“แต่…”“ไม่มีแต่ครับ” พูดจบก็ก้มลงหอมแก้มนุ่มหนึ่งทีฟอด“พี่เดนนิส” แก้มขาวร้อนผ่าวจนขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อเขาหอมแก้มเธอต่อหน้าผู้จัดการส่วนตัวของเขา“เมื่อคืนพี่ก็หอมแก้มเราแบบนี้ตั้งหลายครั้งแล้วนะ ยังจะอายอีกเหรอ” ยิ้มอ่อน“ภาขวัญอยากกลับบ้านค่ะ”“ยังกลับไม่ได้ครับ” ว่าแล้วเขาก็ผละออกจากร่างเล็กแล้วไปหยิบโทรศัพท์ของเธอในกระเป๋าสะพายมายื่นให้เธอ“โทรหาพ่อสิ เดี๋ยวพี่คุยเอง” ว่าแล้วเธอก็กดโทรหาคนเป็นพ่อตู๊ด“ว่าไงลูก เมื่อคืนทำไมถึงไม่กลับบ้านล่ะ”(พ่อครับ)“เดนนิส เมื่อคืนไปไหนกัน ทำไมถึงไม่มาส่งภาขวัญ”(เมื่อคืนผมไปดื่มครับพ่อ พอขากลับผมง่วงนอนมาก ผมก็เลยต้องพาภาขวัญมาค้างกับผมครับ)“แล้วเดนนิสจะมาส่งภาขวัญตอนไหน”(ช่วงค่ำๆนะครับพ่อ เพราะผมจะพาภาขวัญไปกองถ่ายด้วย ถ่ายงานเสร็จผมจะไปส่งภาขวัญแน่นอนครับ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลภาขวัญเป็นอย่างดีครับ)“ก็ได้ งั้นแค่นี้นะเดนนิส พ่อจะทำงานต่อ”(ขอบคุณครับพ่อ) ว่าแล้ว
วันต่อมาเมื่อถ่ายแบบเสร็จแพ็ตตี้ก็พาเดนนิสมาขึ้นรถตู้แล้วเขาก็พูดออกไป“ผมอยากไปบ้านภาขวัญครับ”“ผู้หญิงคนนั้นชื่อภาขวัญสินะ” พูดกระแนะกระแหน“ใช่ เธอชื่อภาขวัญ…” ว่าแล้วใบหน้าหล่อเหลาก็หันมองเธอด้วยท่าทีไม่พอใจพร้อมกับพูดออกไป“ผมรู้สึกว่าพี่เหมือนจะไม่ชอบภาขวัญนะ” เขาพูดไปตามความรู้สึก เพราะพอเข
“ทำไมนายต้องกอดกับผู้หญิงคนนั้นด้วย” ผู้จัดการสาวเอ่ยถามด้วยความรู้สึกไม่พอใจเมื่อร่างสูงเข้ามานั่งในรถ“เธอจะล้ม ผมก็เลยต้องช่วยประคองเธอไว้”“แต่นายทำแบบนั้นมันดูไม่เหมาะนะ”“ช่วยคนกำลังจะล้ม มันไม่เหมาะยังไงเหรอครับ”“ถ้าเกิดแฟนคลับเห็นว่านายยืนกอดอยู่กับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ มันจะเสียภาพลักษณ์น
อีกด้านร่างสูงสง่างามของพระเอกดังที่ถูกการ์ดห้าคนรายล้อมอยู่รอบกายสาวเท้ามาขึ้นรถตู้คันหรู โดยมีผู้จัดการส่วนตัวตามขึ้นมานั่งข้างๆ ก่อนที่คนขับจะออกรถหมายจะมุ่งไปยังโรงแรมหรูที่เขาเข้าพักเมื่อรถตู้คันหรูเคลื่อนตัวออกมาถึงถนนใหญ่ ดวงตาคมก็บังเอิญหันไปเห็นร่างเล็กคุ้นเคยยืนรอรถอยู่บนฟุตบาท เมื่อเห็
หนึ่งเดือนต่อมางานโชว์ตัวเดนนิสเมื่อภาขวัญกับนิรินเข้ามาในงานก็พากันไปหาที่นั่งของตัวเองซึ่งอยู่แถวที่สามถัดจากเวที เมื่อแฟนคลับทุกคนเข้ามานั่งกันพร้อมแล้ว พิธีกรชื่อดังก็กล่าวกับผู้มางานด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วนะฮะ ที่ทุกคนจะได้เจอตัวจริงเสียงจริงของคุณเดนนิส ขอให้ทุกคนปรบมือแล







