Se connecterเขาบอกเลิกเธอเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ก่อนที่เขาจะกลับมาพร้อมกับชื่อเสียงและเงินทอง
Voir plusแนะนำตัวละคร
เดนนิส อายุ25ปี สูง 187 เซนติเมตร (ลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง) พ่อเป็นนักธุรกิจชาวฮ่องกง แม่เป็นคนไทย เขาอยู่กับแม่มาตั้งแต่เกิดและเคยมีชีวิตที่ลำบากมาก่อน เป็นคนสุภาพและอ่อนโยน พูดจาไพเราะ ปัจจุบันเป็นดาราชื่อดังและรวย ภาขวัญ อายุ23ปี สูง 160 เซนติเมตร เคยเป็นแฟนของเขา ซึ่งตอนนี้เขากลายเป็นดาราดังไปแล้ว . . . . . . . . . . . . . . . หกปีก่อน โรงเรียนมัธยมของรัฐแห่งหนึ่ง ตอนเย็น เมื่อร่างเล็กที่อยู่ในชุดนักเรียนมอปลายเดินออกมาจากอาคารเรียน โทรศัพท์ที่อยู่ในกระโปรงนักเรียนก็มีเสียงดังขึ้น เธอหยิบออกมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของแฟนหนุ่มก็กดรับสายทันทีด้วยน้ำเสียงสดใส ‘ค่ะพี่เดนนิส’ (ภาขวัญเลิกเรียนยัง) ‘เลิกแล้วค่ะ กำลังจะกลับบ้าน แล้วพี่เดนนิสเลิกเรียนยังคะ’ (พี่เพิ่งเลิก ภาขวัญอย่าเพิ่งกลับนะ เดี๋ยวกลับพร้อมพี่) ‘ได้ค่ะ ภาขวัญรอพี่หน้าอาคารเรียนนะ’ เวลาต่อมา ร่างสูงของนักเรียนมอหกเดินมาหาแฟนสาวชั้นมอห้าก่อนจะพูดออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ ‘ไปขึ้นรถกันเถอะ’ ว่าแล้วเขาก็เลื่อนมือลงไปหมายจะจับมือเรียว ‘อยู่ในโรงเรียน เราไม่ควรจับมือกันนะคะพี่เดนนิส เดี๋ยวคนอื่นจะว่าเอา’ เธอดึงมือกลับแล้วพูดออกไป ‘คนเป็นแฟนกันจับมือกัน ไม่มีใครว่าหรอกภาขวัญ ไม่ได้เดินกอดกันสักหน่อย’ ‘แต่ภาขวัญอายคนค่ะ’ ‘ถ้าเราอาย งั้นพี่ไม่จับก็ได้ ไปขึ้นรถกันเถอะ เดี๋ยวเราแวะกินเคเอฟซีกันก่อนกลับบ้านนะ’ ‘ได้ค่ะ’ จากนั้นทั้งสองก็พากันเดินไปขึ้นรถประจำทางหน้าโรงเรียนแล้วมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งที่เขากับเธอมักจะไปเดินเที่ยวและหาอะไรกินกันหลังเลิกเรียน เดนนิสกับภาขวัญเป็นแฟนกันมาเกือบสองปีแล้ว ตอนนี้เดนนิสเรียนอยู่ชั้นมอหก ส่วนภาขวัญเรียนอยู่ชั้นมอห้า ภาขวัญอยู่กับพ่อมาตั้งแต่เกิดเพราะแม่เสียชีวิตหลังจากที่คลอดเธอได้ไม่กี่วัน พ่อของภาขวัญเปิดร้านขายอาหารตามสั่งมาตั้งแต่หนุ่มๆ เมื่อสองปีก่อนซึ่งตอนนั้นเดนนิสเรียนอยู่มอสี่ก็ได้แวะไปกินข้าวที่ร้านของพ่อภาขวัญเป็นครั้งแรก และพาขวัญก็เป็นคนยกข้าวยกน้ำมาเสิร์ฟให้เขา จึงทำให้เขาและเธอได้เจอกันครั้งแรก หลังจากนั้นเดนนิสก็แวะมากินข้าวที่ร้านของภาขวัญบ่อยๆ จึงทำให้ทั้งคู่เริ่มมีความรู้สึกสนิทกันทั้งที่ยังไม่เคยได้คุยกัน จนวันหนึ่งเดนนิสที่อยากทำความรู้จักกับภาขวัญจึงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเธอยกข้าวมาเสิร์ฟ ‘น้องเรียนอยู่มอไหนครับ’ ‘มอสามค่ะ’ ‘โรงเรียนไหนเหรอ’ ‘โรงเรียนxxxค่ะ’ ‘น้องเรียนโรงเรียนเดียวกับพี่เลย’ ‘อ้าวเหรอคะ พี่เรียนอยู่มอไหนคะ’ ‘พี่อยู่มอสี่ แล้วน้องชื่ออะไร’ ‘ชื่อภาขวัญค่ะ’ ‘พี่ชื่อเดนนิส ยินดีที่ได้รู้จักนะภาขวัญ’ ‘ภาขวัญก็ยินดีที่ได้รู้จักพี่เดนนิสเช่นกันค่ะ’ เมื่อทั้งคู่ได้รู้จักกันและได้คุยกันบ่อยๆจนทั้งสองสนิทสนมกัน เมื่อภาขวัญขึ้นมอสี่ เดนนิสขึ้นมอห้า เดนนิสก็พูดกับภาขวัญว่า ‘เรามาเป็นแฟนกันนะภาขวัญ’ ‘เอ่อ…มันจะดีเหรอคะพี่เดนนิส เรายังเด็กกันอยู่เลยนะ’ ‘พี่ว่าไม่เด็กแล้วนะ บางคนเป็นแฟนกันตั้งแต่มอต้นก็มีนะ’ ‘…’ เธอเม้มปากเพราะรู้สึกลังเล ‘เป็นแฟนกับพี่เถอะนะภาขวัญ’ ‘ก็ได้ค่ะ’ เดนนิสที่รู้สึกดีใจจึงทำท่าจะโผเข้ากอดเธอ ‘อย่านะคะพี่เดนนิส’ เธอผลักร่างสูงแล้วพูดออกไป ‘ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนะ กอดก็ไม่ได้เหรอ’ ‘เรายังเด็กกันอยู่เลยนะคะ รอให้โตเป็นผู้ใหญ่ก่อนค่ะถึงจะกอดกันได้’ ‘ก็ได้ งั้นพี่รอให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนแล้วค่อยกอดก็ได้’ ‘ค่ะ’ ในระยะเวลาสองปีที่ทั้งคู่เป็นแฟนกัน ทุกวันหยุดเดนนิสจะมาช่วยที่ร้านของภาขวัญ เขาช่วยเสิร์ฟและช่วยล้างจาน ร้านปิดเขาถึงจะกลับบ้าน หรือบางอาทิตย์ทั้งคู่ก็พากันไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าตามประสาคนเป็นแฟนกัน พ่อของภาขวัญก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเขาเห็นว่าเดนนิสเป็นคนนิสัยดี ดังนั้นเขาจึงไว้ใจให้ลูกสาวของตัวเองไปไหนมาไหนกับเดนนิสได้ จนกระทั่งเดนนิสเรียนจบมอหก เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น นั่นก็คือแม่ที่อยู่กับเขามาตั้งแต่เกิดเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยภาวะเส้นเลือดในสมองแตก แม่ของเดนนิสเรียนจบแค่มอหกเพราะทางบ้านลำบากไม่มีเงินส่งเรียน เธอทำงานในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้ามาตั้งแต่ท้องเดนนิส เพราะเจ้าของโรงงานใจดีและเห็นว่าเธอไม่มีสามีจึงอนุโลมให้เธอทำงานที่โรงงานได้ ทั้งที่เธอตั้งท้องอยู่ก็ตาม ก่อนที่แม่ของเดนนิสจะมาทำงานในโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า เธอได้ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในผับแห่งหนึ่ง และได้เจอกับพ่อของเดนนิสที่นั่น พ่อของเดนนิสเป็นนักธุรกิจชาวฮ่องกงที่มาเที่ยวพักผ่อนที่ไทย พ่อของเดนนิสมาเที่ยวผับที่แม่ของเดนนิสทำงานเกือบทุกคืนจนทั้งคู่เริ่มสนิทกัน กระทั่งคืนหนึ่งทั้งคู่ก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน หลังจากนั้นพ่อของเดนนิสก็กลับฮ่องกง โดยไม่ได้รู้เลยว่าได้ฝากหนึ่งชีวิตไว้กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ประเทศไทย หลังจากเสร็จงานศพแม่ของเดนนิสไม่กี่วันก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ดูภูมิฐานมาที่บ้านของเดนนิส แล้วถามเดนนิส ‘เราเป็นลูกของนารินเหรอ’ เขาพูดภาษาไทยไม่ค่อยคล่อง แต่เดนนิสก็ฟังออก ‘ใช่ครับ แล้วคุณลุงเป็นใคร’ ‘ลุงชื่อเฉิน เป็นคนฮ่องกง เมื่อยี่สิบเอ็ดปีก่อน ลุงมาเที่ยวที่ไทยและได้เจอกับแม่ของเราที่ผับ ตอนนั้นแม่ของเราเป็นพนักงานเสิร์ฟที่นั่น แล้วลุงกับแม่ของเราก็…มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน’ ‘…’ ‘แล้วแม่เราอยู่ไหม’ ‘แม่เสียแล้วครับ’ ‘ฮะ! นารินเสียแล้ว! เมื่อไหร่!’ เขาตกใจมากเมื่อรู้ว่านารินเสียแล้ว เขาอุตส่าห์สืบหาบ้านของนารินเจอเพื่อจะพานารินไปอยู่ที่ฮ่องกงด้วยกัน แต่พอมารู้แบบนี้ก็รู้สึกช็อกและใจเสียไม่น้อย ‘เผาไปเมื่อสามวันก่อนครับ’ ‘เราอายุเท่าไหร่แล้ว’ ‘สิบเก้าจะยี่สิบแล้วครับ’ ‘แล้วพ่อของเราล่ะ’ ‘ผมไม่มีพ่อหรอกครับ’ ‘งั้นเราก็เป็นลูกของลุงแน่ๆ ลุงมั่นใจ’ ‘…’ เดนนิสนิ่งอึ้งเมื่ออยู่ๆคนตรงหน้ามาบอกว่าเขาเป็นลูก ‘ไปอยู่กับพ่อที่ฮ่องกงนะลูก พ่อจะเลี้ยงดูและส่งเสียให้ลูกได้เรียนในมหาลัยดีๆ’ ‘…’ เดนนิสรู้สึกสับสนไม่น้อย อีกใจนึงก็ลังเลว่าคนตรงหน้าเป็นพ่อของเขาจริงหรือเปล่า ‘ถ้าลูกยังไม่มั่นใจว่าพ่อเป็นพ่อ งั้นพ่อจะพาลูกไปตรวจดีเอ็นดีวันนี้เลย ไปกันเถอะ’ ว่าแล้วชายวัยกลางคนก็พาเด็กหนุ่มที่มีเค้าโครงหน้าเหมือนเขาไปขึ้นรถหรูและพาไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาล ผลปรากฏออกมาว่าทั้งคู่เป็นพ่อลูกกัน ‘ไปอยู่กับพ่อที่ฮ่องกงนะลูก’ ‘คือผม…’ เมื่อเขานึกว่าต้องห่างจากภาขวัญจึงเกิดความลังเล ‘ลูกมีอะไรให้ต้องกังวลเหรอ’ ‘ผมมีแฟนครับ’ ‘ถ้าอย่างนั้นลูกก็ไปบอกเลิกเขาเถอะ’ ‘แต่ผมไม่อยากเลิกกับเขาครับ’ ‘ตอนนี้ลูกต้องเลือกอนาคตก่อนนะ’ ‘…’ เขารู้สึกลำบากใจเป็นอย่างมากเมื่อต้องบอกเลิกแฟนทั้งที่ยังไม่อยากเลิก แต่อีกใจนึงเขาก็อยากมีอนาคตที่ดี อยากมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าที่ผ่านมา ‘ไปบอกเลิกเขาเถอะลูก’ ‘ครับ’ จากนั้นเขาก็โทรไปหาภาขวัญให้ออกมาเจอที่ร้านคาเฟ่ ‘เราเลิกกันเถอะภาขวัญ’ ‘…’ เธอชะงักอึ้งพลางสีหน้าสลดลงเมื่ออยู่ๆแฟนหนุ่มที่คบกันมาสองปีบอกเลิกโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ‘พี่ต้องไปอยู่กับพ่อที่ฮ่องกงน่ะ พี่อยากเรียนมหาลัยดีๆ อยากมีอนาคตที่ดี เราเข้าใจพี่ใช่ไหม’ ‘ภาขวัญเข้าใจพี่เดนนิสค่ะ’ เธอยิ้มอย่างยินดีเพราะเธอก็อยากให้เขาได้มีอนาคตที่ดี ได้เรียนในมหาวิทยาลัยดีๆ เพราะที่ผ่านมาเธอก็รู้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของเขาที่อยู่กับแม่ค่อนข้างลำบาก ถ้าเขาได้ไปอยู่กับพ่อก็คงมีชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่านี้แน่ ‘ขอบใจมากนะที่เข้าใจพี่ งั้นพี่ไปก่อนนะ พี่ต้องไปฮ่องกงกับพ่อวันนี้เลย’ ‘โชคดีค่ะพี่เดนนิส’ ‘ดูแลตัวเองดีๆนะภาขวัญ พี่ไปนะ’ หลังจากวันนั้นเดนนิสกับภาขวัญก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยเมื่อทั้งสองทานข้าวเสร็จ เดนนิสที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพาพ่อมาด้วยจึงโทรหาพ่อทันทีตู๊ด“ว่าไงลูก”(เมื่อคืนพ่อกลับมาถึงโรงแรมกี่ทุ่มครับ)“พ่อไม่ได้กลับไปนอนโรงแรมหรอก เมื่อคืนคุณสมหมายชวนให้พ่อค้างที่นี่”(อ๋อครับ แล้วพ่อกินข้าวหรือยังครับ)“คุณสมหมายทำให้พ่อกินเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ร้านปิด พ่อกับคุณสมหมายก็เลยได้คุยกันเยอะเลย”(ตอนเย็นผมกับภาขวัญจะเข้าไปนะครับ แค่นี้ครับพ่อ) ว่าแล้วนิ้วหนาก็กดวางสาย ก่อนที่ภาขวัญที่นั่งข้างๆจะเอ่ยขึ้น“เมื่อคืนพ่อพี่นอนที่บ้านภาขวัญเหรอคะ”“ใช่ สองคนนั้นสนิทกันเร็วจังเลยนะ”“เขาสองคนคงจะรู้สึกถูกชะตากันค่ะ พวกท่านอยู่ในวัยเดียวกันด้วยแหละจึงทำให้คุยกันถูกคอ”“พวกเขาคงเป็นพ่อหม้ายเหมือนกัน ก็เลยคุยกันถูกคอ”“น่าจะใช่นะคะ”บ้านภาขวัญ ตอนเย็นเมื่อทั้งสองเข้ามาในบ้าน ภาขวัญก็บอกกับพ่อของแฟนหนุ่มว่าขอตัวเข้าไปในห้องนอน ส่วนเดนนิสก็หย่อนตัวนั่งบนโซฟาแล้วบอกกับสมหมาย“พ่อครับ ตอนผมกลับฮ่องกง ผมอยากพาภาขวัญไปด้วย พ่อจะว่า…” เขาจะถามว่าพ่อจะว่าอะไรไหม แต่สมหมายที่เข้าใจก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน“พ่อไม่ว่าอะไรหรอก ตอนนี้ภาขวัญก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และอีกอย่างพ่
“เรามาเริ่มกันเลยนะ พี่อยากทำแบบนั้นกับเรามานานแล้ว” พูดจบเขาก็ดึงผ้าขนหนูออกจากร่างกายขาวผุดผ่องแล้วก้มลงไปดูดหัวนมสีชมพูอ่อน ลิ้นร้อนตวัดเลียสองเต้าอวบอิ่มอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆเพิ่มความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆจนเกิดเสียงเฉอะแฉะของหยาดน้ำลายจ๊วบ“ซี้ด” เธอร้องซี้ดพร้อมกับแอ่นอกเมื่อลิ้นอ่อนนุ่มดูดเลียหัวนมของเธอ ทำให้ร่างกายของเธอเสียวกระสันไปทั่วทุกอณูของร่างกาย และส่วนอ่อนไหวของเธอตอนนี้ก็ตอดตุบๆอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเดนนิสผละจากสองเต้ากลมสวยแล้วขยับขึ้นไปจูบริมฝีปากสีชมพูอย่างอ่อนโยน ก่อนจะสอดเรียวลิ้นเข้าไปตวัดรัดรึงกับเรียวลิ้นเล็ก จากนั้นไม่กี่วินาทีทั้งสองต่างก็ดูดลิ้นแลกน้ำลายกันอย่างดูดดื่มและเร่าร้อนพร้อมกับส่งเสียงออกมาผ่านลำคอจ๊วบ“อืม…”“อืม…”ชายหนุ่มค่อยๆถอนจูบออกมาอย่างอ้อยอิ่งแล้วเคลื่อนลงไปพลางลิ้นชื้นก็ลากเลียไปตามผิวนุ่มลื่น กระทั่งถึงหน้าท้องแบนราบ เขาเลียรอบสะดือสวยจนทำเอาภาขวัญถึงกับแอ่นตัวขึ้นอย่างลืมตัวเพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นมันทำให้อารมณ์ของเธอแตกกระเจิง“ซี้ด พี่เดนนิส ภาขวัญเสียว อ๊า อย่าเลียตรงนั้น”“พี่จะเลียให้เราเสียวกว่านี้อีกเป็นหลายเท่าเลย”
“พ่อจะไม่ให้ผมหมั้นกับเหม่ยหลิงแล้วใช่ไหมครับ” เขาผละออกแล้วถามย้ำออกไป“ไม่แล้ว”“พ่อยังไม่ได้พูดเรื่องหมั้นกับลุงจางใช่ไหมครับ”“พ่อยังไม่ได้พูด เพราะพ่ออยากบอกให้ลูกรู้ก่อน…”“ว่าแต่ทำไมลูกถึงไม่ชวนภาขวัญมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ”“ผมชวนแล้วครับ แต่ภาขวัญไม่อยากทิ้งพ่อให้อยู่บ้านคนเดียว”“แม่เขาไปไหนล่ะ”“แม่ภาขวัญเสียหลังจากภาขวัญคลอดได้ไม่กี่วันครับ”“พ่อภาขวัญทำอาชีพอะไร”“เปิดร้านอาหารตามสั่งครับ ตอนผมกับภาขวัญเป็นแฟนกัน ผมก็เคยไปช่วยเสิร์ฟที่ร้านของภาขวัญบ่อยๆครับ”“เห็นทีพ่อต้องไปทำความรู้จักกับพ่อของภาขวัญแล้วละ เพราะเป็นพ่อหม้ายเหมือนกัน” ยิ้มขำๆ“งั้นพ่อค่อยไปกับผมก็ได้ เพราะพอผมถ่ายซีรี่ย์เสร็จผมก็จะไปหาภาขวัญเลย”“เอางั้นก็ได้”สี่เดือนผ่านไปซีรี่ย์ใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมดสี่เดือนก็เสร็จ ในระยะเวลาสี่เดือนนี้เมื่อเดนนิสกลับถึงบ้านเขาก็วิดีโอคอลคุยกับภาขวัญทุกวันเขาได้บอกแพ็ตตี้ว่าห้ามรับงานหนึ่งเดือน เพราะหลังจากถ่ายซีรี่ย์จบเขาจะไปหาภาขวัญและจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับภาขวัญ โดยที่ไม่ต้องมีงานเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวระหว่างเขากับภาขวัญการมาไทยครั้งนี้มีพ่อของเดนนิสมาด้วย แต่แพ็ตตี้ไม่ไ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ภาขวัญมาอยู่กับเดนนิส ทุกวันตอนที่เดนนิสออกไปทำงานเขาจะพาภาขวัญไปด้วย งานในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เป็นงานอีเว้นท์เปิดตัวสินค้า ซึ่งใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมงต่องาน ในแต่ละวันจะมีงานเดียว เสร็จจากงานเขาก็กลับโรงแรมเลยหนึ่งอาทิตย์ที่ภาขวัญมาอยู่กับเดนนิส ทั้งสองนอนเตียงเดียวกัน เขากอดและหอมแก้มเธอก่อนนอนทุกคืน บางคืนอาจจะมีจูบบ้าง แต่เขาแค่แนบริมฝีปากของเธอเบาๆเท่านั้น เขายังไม่กล้าสอดลิ้นเพราะรู้ว่าเธอคงไม่ยอมแน่วันนี้เมื่อออกจากงานอีเว้นท์ทั้งสามคนก็พากันมาขึ้นรถตู้และกลับโรงแรม เดนนิสกับภาขวัญลงจากรถตู้ก็พากันไปขึ้นรถหรูก่อนจะมุ่งหน้าไปยังบ้านของภาขวัญบ้านภาขวัญเมื่อเดนนิสทำท่าจะลงจากรถ ภาขวัญก็เอ่ยขึ้นทันที“พี่ไม่ต้องลงไปหรอกค่ะ ลูกค้านั่งอยู่เต็มร้านเลย เดี๋ยวพี่จะกลายเป็นจุดสนใจอีกหรอกค่ะ”“พี่จะใส่แว่น ใส่แมสอำพรางเหมือนก่อนๆไง”“พี่อย่าลำบากเลยค่ะ ภาขวัญลงไปคนเดียวดีกว่าค่ะ”“พี่เกรงใจพ่อน่ะ ถ้าพี่ไม่ลงไปส่งเรา”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ไม่ต้องคิดมาก พี่ก็รู้ว่าพ่อไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย”“เอางั้นก็ได้ เอาไว้ถ้าช่วงไหนงานพี่ไม่
หลายวันต่อมาเป็นเวลาห้าวันแล้วที่เดนนิสมีงานติดต่อกัน วันนี้ไม่มีงานที่ไหนเขาจึงขับรถไปหาภาขวัญที่บ้านทันทีบ้านภาขวัญร่างสูงที่สวมแว่นกันแดดใส่แมสลงจากรถหรูแล้วเดินเข้ามาในร้าน เขาเดินเข้าไปยืนข้างพ่อของเธอที่กำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยออกไป“พ่อครับ”“อ้าว เดน…” สมหมายเกือบจะ
“ไม่ต้องโทรค่ะ ภาขวัญกลับไปถึงบ้านจะอธิบายให้พ่อฟังเองค่ะ”“พี่เป็นคนไปขอพ่อให้เราออกมากับพี่ เพราะฉะนั้นพี่ต้องเป็นคนอธิบายให้พ่อฟังเอง โทรหาพ่อสิ เดี๋ยวพี่คุยเอง”“แต่…”“ไม่มีแต่ครับ” พูดจบก็ก้มลงหอมแก้มนุ่มหนึ่งทีฟอด“พี่เดนนิส” แก้มขาวร้อนผ่าวจนขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อเขาหอมแก้มเธอต่อหน้าผู้จัดก
สองวันต่อมาเมื่อออกจากกองถ่ายโฆษณา พระเอกดังกับผู้จัดการสาวก็พากันมาขึ้นรถตู้ที่จอดติดเครื่องอยู่ แล้วเขาก็เอ่ยถามคนเป็นผู้จัดการส่วนตัวที่นั่งข้างๆ“วันนี้ไม่มีงานที่ไหนแล้วใช่ไหมครับ”“ไม่มีแล้ว”“งั้นก็ไปบ้านภาขวัญเลย”“ได้” เธอรับคำแล้วบอกคนขับ ก่อนที่คนขับจะออกรถมุ่งหน้าไปยังบ้านของภาขวัญบ้า
ด้านภาขวัญร้านอาหารภาขวัญที่เห็นว่าเป็นเบอร์ของแฟนเก่าก็ตกใจและแปลกใจ และเธอก็ไม่อยากรับสาย ห้าปีที่เลิกกันเขาไม่เคยติดต่อมาหาเธอ แล้วทำไมวันนี้เขาถึงได้ติดต่อมา ตอนนี้เขากลายเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว แล้วเขายังมีเรื่องอะไรที่จะต้องคุยกับเธออีกงั้นเหรอ“ใครโทรมาเหรอภาขวัญ” เต้ยที่นั่งฝั่งตรงข้





