Se connecterโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
“ว่ายังไงล่ะ ยัยน้ำ!” เสียงของชบาดังขึ้นข้างๆ ขณะที่น้ำยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าเหมือนคนกำลังฝันร้าย หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ โรงแรมหรูที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทุกอย่าง...ทุกอย่างจริง ๆตรงตามที่เธอสั่งเอาไว้หมด เวทีขนาดใหญ่ถูกประดับด้วยดอกไม้สีขาวนับพันดอก โคมไฟระย้าบนเพดานส่องแสงระยิบระยับ โต๊ะอาหารเรียงรายเป็นระเบียบจนแทบมองไม่เห็นที่ว่าง อาหารนานาชนิดถูกจัดเตรียมไว้เต็มโต๊ะ ทั้งของคาว ของหวาน เครื่องดื่ม และซุ้มอาหารอีกสารพัด แม้แต่เวทีสำหรับนักร้องก็มีครบและที่ทำให้น้ำแทบอยากเอาหัวโขกกำแพงที่สุด...คือแขก คนเป็นพันจริงๆเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังอื้ออึงไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ราวกับนี่ไม่ใช่งานแต่งที่เพิ่งถูกจัดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็นงานที่ถูกเตรียมมาหลายเดือน น้ำยกมือขึ้นกุมขมับ “มันเป็นไปได้ยังไง...ให้ตายเถอะชบา ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะทำมันได้” “ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะตรงหน้ามันคืองานแต่งของแก ยัยน้ำ!” ชบากางแขนออกเล็กน้อยก่อนจะหันมองรอบๆงานด้วยสีหน้าทึ่งไม่แพ้กัน “ฉันยังคิดอยู่เลยนะว่าเขาไปเอาแขกมาจากไหนตั้งพันคน” “นั่นสิ...”น้ำพึมพำอย่างหมดอาลัยตายอยากตอนแรกเธอคิดว่าวายุคงยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แต่กลายเป็นว่า...หมอนั่นดันทำสำเร็จจริงๆแถมไม่ใช่แค่พอให้ผ่านๆไป เขาเล่นจัดใหญ่โตจนเธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง “แล้วนี่แกคิดจะหนีอีกไหม?”ชบาหันมาถาม น้ำหันขวับไปมองเพื่อนทันที “คิดสิ!”เธอตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด “คิดตั้งแต่เห็นเวทีแล้ว” “แล้วทำไมไม่หนีล่ะ?” “ฉันหนีไม่ได้!”น้ำกัดฟันตอบ ก่อนจะยกขาขึ้นเล็กน้อยตรงข้อเท้าของเธอมีอุปกรณ์บางอย่างรัดเอาไว้อยู่ “ดูนี่!” ชบาก้มลงมอง ก่อนจะเบิกตากว้าง“นี่มันอะไร?” “กำไลติดตาม”น้ำตอบด้วยสีหน้าเจ็บใจ "ถึงขั้นนี้เลยเหรอ" “อีตานั่นเอามาใส่ข้อเท้าฉันตั้งแต่ก่อนลากมาที่นี่ แล้วมันไม่ได้มีไว้แค่ติดตามนะ...มันช็อตได้ด้วย!” “หา!!!?” “ก่อนฉันจะมาถึงที่นี่ โดนไปแล้วสามรอบ!” น้ำยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิดเธอจำความรู้สึกตอนถูกไฟฟ้าช็อตได้ดีเพียงแค่คิดก็เสียววาบขึ้นมาแล้ว “ฉันว่าอุปกรณ์แบบนี้น่าจะเป็นของพวกที่ใช้ติดตามนักโทษหรืออะไรทำนองนั้นนะ”ชบาพูดตามที่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน...น้ำก้มมองข้อเท้าตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ “แต่วายุไปเอาของแบบนี้มาจากไหน?”เธอเงยหน้าขึ้นช้าๆ "__" ชบาครุ่นคิด “หรือจริงๆ แล้วหมอนั่นเป็นตำรวจ?” ชบาหันมองหน้าเพื่อน“หรือเป็นนักสืบ?” “หรือเป็นมาเฟีย?” “...” ทั้งคู่เงียบไปพร้อมกันก่อนจะหันมองหน้ากัน “เฮ้อ...ก็ไม่รู้เหมือนกัน”น้ำถอนหายใจอย่างหมดแรง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ชบา!” น้ำกับชบาหันไปพร้อมกัน “เฮียแม็ก!”ชายหนุ่มเดินเข้ามาด้วยสีหน้าขรึม ๆ คิ้วขมวดเล็กน้อยตามนิสัย ก่อนปรายตามองบรรยากาศภายในงาน สายตาคมกวาดผ่านกลุ่มการ์ดที่ยืนเฝ้าตามประตู ก่อนจะมองคนของวายุที่กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยอยู่รอบ ๆ “งานใหญ่ดีนิ”เฮียแม็กพูดพลางยกคิ้ว "__" “ใครจัด?” ชบาชี้ไปทางวายุทันที“คนนั้นค่ะ” เฮียแม็กหันไปมองตาม ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “สมกับเป็นมันจริงๆ” น้ำยังคงยืนมองบรรยากาศรอบตัวอย่างไม่อยากเชื่อ สิ่งที่เธอสงสัยที่สุดยังคงเป็นเรื่องเดิมวายุไปหาแขกตั้งพันคนมาจากไหน เธอหันไปกระซิบถามชบา “หรือหมอนั่นจะจ้างคนมา?” “ไม่รู้” “หรือแจกเงิน?” “ก็ไม่รู้” “หรือใช้วิธี..” “หยุดคิดก่อนเถอะน้ำ”ชบาตัดบทก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ "__" “ตอนนี้คิดเรื่องตัวเองก่อนดีกว่า” “เรื่องอะไร?” “ก็เรื่องพูดที่บ้านฉันไง คำพูดนั้นของแกอ่ะ” "__"น้ำชะงัก ฉิบหายเธอลืมไปเลย!ยังไม่ทันได้หาทางแก้ตัว เฮียแม็กก็หันมามองพอดี “ไง”เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้นหัวเราะ "อะไร" น้ำพูดแบบไม่สบอารมณ์ “ได้ยินข่าวจากป๊าแกเมื่อวานก่อนบอกว่าแกจะไม่เอาผัวแต่ทำไมพอตกเย็นวันนี้ถึงได้คึกขึ้นมาอยากมีผัวซะงั้น” “เฮีย!”น้ำทำหน้าบึ้ง กระทืบเท้าลงพื้นเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าพูดอะไรไว้แล้วต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง “ยังไงน้ำก็อย่าลืมเจ็ดวันเจ็ดคืนที่พูดไว้นะคะ เฮียจะได้มีหลานเพิ่มเร็วๆ”ชบาพูดทวงคำพูดนั้นพร้อมรอยยิ้มที่กลั้นขำไว้แทบตาย น้ำหันไปถลึงตาใส่เพื่อน“แกจะช่วยฉันหรือซ้ำเติมฉันกันแน่!” เฮียแม็กเลิกคิ้ว“เจ็ดวันเจ็ดคืน?” เขามองหน้าชบาสลับกับน้ำ ก่อนจะยิ้มมุมปากเหมือนเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ชบาเห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้าไปกระซิบข้างหูสามีเฮียแม็กฟังอยู่ไม่กี่วินาที ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “ฮ่าๆ” “เฮีย!”น้ำแทบอยากเอาหน้ามุดโต๊ะ “อย่าหัวเราะสิ!” “ไม่ได้หัวเราะ” “หน้าตาเฮียมันฟ้อง!” “ก็ช่วยไม่ได้”เฮียแม็กยักไหล่ “ปากแกมันเก่งทั้งนั้น” "__"น้ำกำหมัดแน่น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้... เธอจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดก่อนพูดประโยคนั้นออกมา แต่ยังไม่ทันได้คิดหาวิธีเอาตัวรอด เสียงทุ้มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “อยู่ที่นี่นี่เอง” "__"น้ำตัวแข็งทันที “ผมตามหาตั้งนาน คิดว่าแหกคอกหนีไปแล้วซะอีก” วายุเดินเข้ามาหยุดข้างๆ ก่อนจะโอบไหล่เธออย่างอย่างเนียนๆแล้วดึงให้หญิงสาวขยับเข้าไปชิดตัวเอง “ปล่อยนะ!”น้ำพยายามดิ้นเบา ๆ แต่ยิ่งดิ้น แขนของเขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น “สวัสดีครับคุณแม็กเวย์”วายุหันไปทักเฮียแม็กด้วยสีหน้าสุภาพ เฮียแม็กนิ่งไปครู่หนึ่ง “แม็กเฉยๆเว้ย ไอ้เวย์เพื่อนกู!” “อ๋อ...ขอโทษครับ”วายุพยักหน้าเหมือนรับทราบจริงจัง “เมื่อกี้ผมเรียกผิด” เฮียแม็กพยักหน้ารับแต่ประโยคถัดมาทำเอาน้ำแทบหลุดขำ “ผมตั้งใจจะเรียกแม็กเวรน่ะครับ” “ไอ้เวรนี่!”เฮียแม็กเท้าเอวทันที “กูยิงผัวมึงตอนนี้ได้ไหมวะกวนตีนฉิบหาย!” “เฮียจะยิงก็ยิงเลย ฉันไม่ห้าม!” น้ำรีบสนับสนุนทันทีวายุหันมามองเจ้าสาวของตัวเองด้วยรอยยิ้ม “ใจร้ายจังนะครับ” “กับนายอะไรก็ใจร้ายได้หมด!” “เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้ครับ ว่าใครจะใจร้ายกับใคร” วายุโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนกระซิบข้างหูหญิงสาวเบา ๆ "__" “อย่าลืมนะครับ คืนแรกของเรา...ผมพร้อมยันสว่างเลย”“อะไรที่ปล่อยวางได้ สุขภาพจิตเราก็ดีขึ้นค่ะ” น้ำตอบกลั้วหัวเราะ ท่าทางไม่ได้คิดมากกับเรื่องนี้นัก ตราบใดที่ทุกอย่างยังอยู่ในสายตาของเธอ “แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาหาของดีมีคุณภาพอยู่ดีครับ ไม่ใช่ของที่ผ่านมือใครต่อใครมาแล้วตั้งกี่คน” รอยยิ้มของน้ำค้างอยู่บนใบหน้า ก่อนจะค่อย ๆ จางลง ทำไมประโยคนี้ถึงฟังดูคุ้นหูนักนะ? คำพูดที่เหมือนจะเหน็บแนมผู้หญิงเบา ๆ แต่พอฟังจริง ๆ กลับเจ็บจี๊ดขึ้นสมองแบบนี้... ชวนให้นึกถึงไอ้หมาวายุไม่มีผิด! “ดูท่าทางคุณคงไว้ใจแฟนคุณมากเลยนะครับ” “ก็ไม่เชิงค่ะ ถ้าเขาอยู่ในสายตา น้ำก็พอจะรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่” “อ๋อ!” ไฟพยักหน้ารับ สีหน้าเหมือนเข้าใจ แต่ก็ยังมีแววสงสัยอยู่เล็กน้อย “ความจริงเราสองคนเพิ่งแต่งงานกันค่ะ ทางผู้ใหญ่เขาจัดใส่พานถวายมาให้” “ฮ่า ๆ ๆ!” ไฟหัวเราะลั่นจนคนที่เดินผ่านโต๊ะต่างหันมามองเป็นตาเดียว น้ำหันไปมองเขาอย่างงุนงง “คุณไฟขำอะไรเหรอคะ?” “ก็ขำที่คุณพูดไงครับ” เขายิ้มกว้าง พลางเบะปากเล็กน้อย “จัดใส่พานถวายมาให้... หึ! ตลกฉิบหาย” ไฟยกแก้วขึ้นดื่มต่อ ปล่อยให้เสียงเพลงจากชั้นล่างเข้ามาแทนที่บทสนทนาที่ขาดหายไป หลังจากน
“คิดว่าฉันจะกลัวงั้นเหรอ? เหอะ! ปัญญาอ่อนชะมัด... ‘อย่าทำให้ผมโมโห ถ้าไม่อยากโดนคว้านไส้ให้อีกากิน หึ!’” น้ำเลียนเสียงวายุในใจอย่างหมั่นไส้ ก่อนยกแก้วขึ้นจิบอย่างไม่ใส่ใจ เธอไม่คิดด้วยซ้ำว่าคำพูดที่กำลังนินทาเขาอยู่จะมีทางไปถึงหูเจ้าตัวได้ หลังจากเสร็จธุระ วายุก็ลงไปนั่งดื่มกับกลุ่มเพื่อนที่ชั้นล่างของผับ ส่วนน้ำเลือกขึ้นมานั่งบนชั้นสอง เพราะบรรยากาศเงียบสงบกว่าด้านล่าง เธอไม่ชอบสายตาของบรรดาสาว ๆ ที่มองมา โดยเฉพาะเวลาที่พวกหล่อนเข้ามาขอเบอร์วายุแล้วหันมามองเธอราวกับต้องการหยั่งเชิง แค่เห็นก็หงุดหงิดแล้ว! “นั่งคนเดียวไม่เหงาเหรอครับ?” น้ำชะงักมือที่กำลังยกแก้วขึ้นดื่ม ก่อนหันไปมองทางต้นเสียงเมื่อได้ยินเสียงผู้ชายกระซิบอยู่ใกล้ ๆ จากด้านหลัง ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งก้าวออกมาจากด้านหลังโต๊ะ เผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมที่ชวนให้เธอรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด “ไงครับ คุณน้ำ” “คุณ...?” น้ำขมวดคิ้ว มองอีกฝ่ายตั้งแต่ใบหน้าจรดปลายเท้า พยายามนึกว่าเคยเจอกันที่ไหน “อย่าบอกนะครับว่าคุณจำผมไม่ได้ น่าน้อยใจจัง” “...” เธอยังคงนึกไม่ออก แม้ใบหน้าของเขาจะดูคุ้นตาอยู่ไม่น้อยก็ตาม “
"เหม่... พูดมาซะยาวเหยียดยันชาติชั่ว ที่แท้คุณก็แค่งอนผมเรื่องเมื่อเช้า" "ฉันไม่ได้งอน! มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องงอนนายด้วย" น้ำปฏิเสธเสียงแข็งแบบลนลาน ดวงตาคู่สวยเลิ่กลั่กเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าโกหก "นั่นสินะ... คุณมีเหตุผลอะไรต้องงอน นอกเสียจาก..." วายุเว้นช่วงคำพูดพลางใช้นิ้วชี้เรียวเขี่ยริมฝีปากบางเบาๆ แล้วยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ "คุณเริ่มหลงรักผมแล้ว... ใช่ไหมล่ะครับคุณน้ำ?" "__" หญิงสาวเม้มปากแน่น ความเงียบกลายเป็นคำตอบที่ทำให้ชายหนุ่มจุดยิ้มร้ายเหนือกว่า "แค่บอกว่างอนเรื่องเมื่อเช้าก็จบ ผมจะได้ง้อ... ไม่ใช่มาตะคอกเสียงใส่ผัวแบบนี้ มันดูไม่น่ารักเลยรู้ไหม? แต่ถ้าคุณชอบแบบฮาร์ดคอร์... ผมก็จัดให้ได้ ถ้าชอบสไตล์นั้น" "พูดบ้าอะไรของนาย! ฉะ...ฉันไม่ได้.. อื้อ!" ริมฝีปากเรียวบางถูกปิดลงด้วยจูบหนักหน่วงจากคนร่างสูง วายุไม่คิดจะฟังคำแก้ตัวไร้สาระให้เสียเวลา กำปั้นเล็กๆ ของน้ำรบระทุบลงบนอกแกร่งซ้ำๆ เพื่อหวังให้เขาถอนจูบ แต่กลับยิ่งกระตุ้นความกระหายในตัวชายหนุ่มให้พลุ่งพล่านขึ้นไปอีก "อืม... ทุบอีกสิ ทุบแรงๆเวลาลงโทษผมจะได้กระแทกคืนให้แรงกว่าน
น้ำมองตั้งแต่ใบหน้าของหญิงสาวลงไปยังแขนของวายุ ก่อนยกคิ้วขึ้นอย่างประชดประชัน นมติดแขนเลยนะ... ไม่ใช่แค่ตัวติดกันแล้ว “ทีหลังหัดเคาะประตูก่อนเข้าด้วยนะครับ” น้ำเสียงของวายุฟังดูขุ่นเคือง “เข้ามาแบบนี้มันเสียมารยาท” น้ำแทบหลุดหัวเราะ เซ็งล่ะสิ คงเสียดายที่เธอโผล่มาขัดจังหวะความสุขของเขา สันดานผู้ชายก็เป็นแบบนี้สินะ “ทำไม” เธอเท้าสะเอว ก่อนปรายตามองสามสาวตรงหน้า “กลัวฉันเข้ามาแล้วเจอนายกำลังสวิงแม่สาวน้อยสามคนอยู่ว่างั้น” วายุถอนหายใจยาว แต่แทนที่จะตอบ เขากลับลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินตรงมาหาเธอ “เอาเป็นว่า ถ้าสะดวกเริ่มงานพรุ่งนี้ก็มาทำได้เลยครับ” เขาพูดพลางเหลือบมองสามสาว “ที่นี่ยังว่างอีกหลายตำแหน่ง จะสมัครตำแหน่งไหนก็ลงชื่อไว้” ชายหนุ่มหยุดตรงหน้าเธอ “ที่นี่มีทุกตำแหน่ง ยกเว้นตำแหน่ง...” “เมียน้อย” น้ำสวนขึ้นทันที เธอแสยะยิ้ม ก่อนเบะปากแล้วยักไหล่ให้หญิงสาวทั้งสามคนที่กำลังมองมาอย่างไม่เป็นมิตร อย่านะคะ อย่านะคะ อีน้ำไม่สู้แรดนะคะ สู้แต่คนนะคะ “หึงผมเหรอ” น้ำชะงัก เธอไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าวายุมายืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไร แ
วายุมองท่าทางนั้นเงียบ ๆ น้ำเป็นคนขี้สงสัยกว่าที่เจ้าตัวคิดเสียอีก เธอหันซ้าย หันขวา มองทุกอย่างรอบตัวราวกับเด็กที่เพิ่งเข้ามาในสถานที่แปลกใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็เคยใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ และน่าจะคุ้นเคยกับสถานบันเทิงมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ แต่สำหรับประเทศไทย น้ำแทบไม่ได้ออกเที่ยวกลางคืนเท่าไร เรื่องแบบนี้...วายุรู้ดี เพราะเขาไม่ได้ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้คลาดสายตาไปง่าย ๆ อยู่แล้ว เรียกว่าตามติดทุกฝีก้าวก็ยังได้ “สวัสดีครับคุณวายุ” เสียงของลูกน้องดังขึ้นจากด้านหน้า “พวกเด็ก ๆ รออยู่ด้านในแล้วครับ” “อืม” วายุพยักหน้ารับสั้น ๆ ก่อนก้าวขายาวเดินเข้าไปด้านในทันที ทิ้งให้น้ำเดินตามหลังด้วยสีหน้าขมวดมุ่น ชายหนุ่มไม่ได้หันกลับไปมองในทันที แต่เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็เหลือบมองผ่านหางตา แล้วก็ต้องกลั้นยิ้ม หญิงสาวกำลังทำหน้าราวกับคนกำลังคิดบัญชีใครสักคนอยู่ในใจ ปากขยับยุกยิกโดยไม่มีเสียงหลุดออกมาแม้แต่นิดเดียว แต่สำหรับวายุ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว เขาเดาได้ไม่ยากว่าเธอกำลังคิดอะไร ‘รีบแบบนี้ น่าจะมีพวกอีหนูมาแหกขารอให้เสียบล่ะสิ’ มุมปากของชายหนุ่มกระตุกขึ้น หึงหรือ? น่าสนใจด
น้ำจ้องเขาเขม็ง ก่อนจำใจสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ก็ได้ ฉันจะเชื่อฟังนาย!” “ดี” วายุปล่อยมือทันทีน้ำรีบถอยออกมา จัดเสื้อผ้าตัวเองด้วยใบหน้าแดงก่ำ ส่วนชายหนุ่มกลับยืนมองอย่างใจเย็น “ตกลงตามนี้” เขากระตุกยิ้ม “ถ้าคุณผิดคำกับผมเมื่อไหร่ ก็อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ คุณน้ำ” น้ำกำหมัดแน่น “ฝากไว้ก่อนเถอะ!” เธอจ้องเขาอย่างคาดโทษ ก่อนเปิดประตูขึ้นรถ แต่ในใจกลับสาปแช่งผู้ชายตรงหน้าไม่หยุด ‘ไอ้หมาวายุ!’ #โรงพยาบาล ทันทีที่มาถึง น้ำก็รีบตรงไปหาเจ๊ปู วายุเดินตามหลังมาเงียบๆตลอดทางเขาแทบไม่ได้พูดอะไร แต่ภาพที่น้ำคอยถามถึงอาการของเจ๊ปูซ้ำๆ กลับติดอยู่ในหัวอย่างน่ารำคาญทั้งที่อีกฝ่ายเป็นแค่รุ่นพี่ แถมยังมีสามีแล้วแต่ทำไมเธอถึงดูเป็นห่วงขนาดนั้น? “คุณหมอคะ พี่ฉันเป็นยังไงบ้างคะ?” วายุเหลือบมองทันที ‘พี่ฉัน’ คำเรียกธรรมดาแท้ๆ แต่พอฟังจากปากน้ำแล้วกลับรู้สึกขัดหูอย่างบอกไม่ถูก “ไม่ทราบว่าคนไข้ไปโดนอะไรมาครับ?” คุณหมอถาม น้ำหันไปมองวายุแวบหนึ่ง ก่อนตอบด้วยสีหน้ากวนๆ “พอดีเจ๊เขาสะดุดล้มค่ะ แล้วหัวไปฟาดกับสันแข้งหมา” "__"วายุเลิกคิ้วขึ้น..สันแข้งหมา ?เขาก้มมองขาตัวเ







