LOGINสายตาของชายหนุ่มเลื่อนจากใบหน้าเธอลงไปยังบริเวณที่มีดโกนบาดอย่างไม่สะทกสะท้าน จนหญิงสาวแทบอยากจะถ่มน้ำลายใส่หน้าหน้าด้านกว่าถนนลาดยางก็คงมีแต่ผู้ชายคนนี้นี่แหละ “เลือดก็ออกไม่เยอะ เนินคุณโดนบาดนิดเดียว ร้องเหมือนคนโดนแทงเข้าไส้” “นิดเดียวมันก็เจ็บปะวะ นายลองเอาไปเชือดไส้กรอกรมควันของนายดูสิ จะได้รู้ว่ามันเจ็บหรือว่าด้านเหมือนหนังหน้า!” วายุชะงักไปเล็กน้อยก่อนค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองเธอ “นี่คุณกำลังด่าผมว่าหน้าด้าน?” “ไม่ได้กำลังด่า แต่ด่าเลยต่างหาก!” “เรอะ!” ชายหนุ่มแสยะยิ้มมุมปาก น้ำเสียงที่ลากยาวฟังดูสุภาพอย่างน่าหมั่นไส้ แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาวางอุปกรณ์ทุกอย่างในมือลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนหันกลับมาหาภรรยา “ปากดีจริงๆ” วายุขยับเข้าไปใกล้ ยกมือขึ้นแตะบริเวณบาดแผลอย่างแผ่วเบา ร่างบางสะดุ้งเมื่อโดนสัมผัสนั้นเธอพยายามเบี่ยงตัวหนีแต่ติดตรงที่ยังถูกยึดไว้กับโต๊ะ “นะ…นายจะทำอะไร?” “ขี้เกียจฟังคุณบ่นเหมือนยายแก่ ผมอยากฟังคุณร้องอย่างอื่นดีกว่า”เขาก้มลงกระซิบใกล้ใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความกวนประสาท "ในหัวของนายมีแต่เรื่องสกปรก" “เรื่องสกปรก ที่ร้องว่า อ่ะ…ผ
วายุหัวเราะในลำคอ “หน้ากูเหมือนคนกำลังล้อเล่นตรงไหน?” เขาก้าวเข้าไปใกล้ทีละนิด ก่อนยื่นมือไปจับกรามของเธอให้หันมาสบตากัน “มองหน้ากูเวลาคุยด้วย อย่าหลบตา!” “ปล่อย! ฉันเกลียดนาย!” คำพูดนั้นทำให้มือของชายหนุ่มชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที เกลียดงั้นเหรอ? วายุสบตาเธอ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความเย็นชา เขาไม่ยอมแสดงให้เห็นว่าคำนั้นกระแทกเข้าใส่ความรู้สึกของตัวเองมากแค่ไหน แต่กลับเลือกตอบโต้ด้วยการโน้มลงจูบเธออย่างหนักหน่วง “อื้มส์!” หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนี ทว่าเขายังรั้งใบหน้าเธอไว้ชั่วขณะ ก่อนจะยอมผละออก วายุมองริมฝีปากของเธอแล้วเลื่อนสายตาขึ้นสบตากันอีกครั้ง ความหึงหวงและความโกรธยังคงวนเวียนอยู่ในแววตาคู่นั้น “เกลียดกูก็เก็บไว้เกลียดทีหลัง ตอนนี้ฟังกูพูดให้จบก่อน!” “ฉันไม่อยากฟัง!” “แต่กูอยากพูด!” น้ำเสียงของเขากระแทกขึ้นทันที บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งจนหญิงสาวนิ่งไปชั่วขณะ วายุสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับพยายามรวบรวมความอดทนที่กำลังแตกกระจาย ก่อนจะยิ้มเยาะออกมาอีกครั้ง “สักชื่อผมตรงนี้ เนินสวย ๆ ของคุณจะได้มีระดับขึ้นมาทันที” “ถึงนายไม่สัก ฉันก็มีระดับ
“นายมีปัญญาทำฉันได้แค่นี้?” วายุกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินคำพูดท้าทายจากภรรยาสาว แววตาคมกริบทอดมองคนตรงหน้าอย่างเย็นชา ทั้งที่ภายในอกกำลังเดือดพล่านด้วยอารมณ์ที่ยากจะควบคุม “แน่จริงก็ฆ่าเลยสิ! เอาเลย แน่จริงก็ฆ่าฉันเลยสิวายุ ถ้าจะทำกันขนาดนี้!” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาแรง ๆ ความอดทนที่เหลืออยู่แทบขาดสะบั้น ผู้หญิงคนนี้รู้ดีว่าจะพูดอย่างไรให้เขาโมโห และดูเหมือนเธอจะจงใจทำมันทุกครั้งที่มีโอกาส ยิ่งเธอท้าทาย เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ทั้งที่สิ่งที่ทำให้เขาเดือดดาลยิ่งกว่าคำพูดเหล่านั้น คือความหึงหวงที่สุมอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง วายุใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม สายตาเลื่อนไปหยุดอยู่บนแผ่นหลังขาวเนียนของเธอ ก่อนความคิดบางอย่างจะผุดขึ้นมา หมับ! “เฮ้ย! จะทำอะไรของนาย ปล่อยนะ!” เพียงแค่เขาคว้าแขน หญิงสาวก็สะดุ้งเฮือก หันขวับกลับมามองด้วยดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าตื่นตระหนกเหมือนเพิ่งเห็นผี วายุเลิกคิ้วขึ้น มองท่าทีของเธอแล้วแค่นหัวเราะ “เมื่อกี้ยังท้ากูให้ฆ่าอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ทีตอนนี้ทำหน้าเหมือนกูจะจับมึงโยนลงหลุมฝังทั้งเป็น” “ไอ้วายุ!” “เออ กูนี่แหละวายุ จำชื่อผัวให้แม่
หญิงสาวยกมือขึ้นคว้าข้อมือเขาโดยสัญชาตญาณ พยายามดึงมือที่กำลังบีบคอออก แต่แรงของผู้ชายคนนี้มากเกินกว่าที่เธอจะต้านไหว “หะ... หายใจไม่ออก... วายุ... ฉันหายใจไม่ออก!” น้ำพยายามสูดอากาศเข้าปอด แต่กลับทำได้เพียงหอบหายใจอย่างติดขัด ความเจ็บและความหวาดกลัวทำให้ดวงตาเริ่มพร่ามัว “หายใจไม่ออกก็ตายสิครับ” วายุก้มหน้าลงมามองเธอ รอยยิ้มเย็นเยียบยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้า “ถ้าไม่มีปัญญาเอาตัวรอดอย่างที่ปากชอบพูด ก็อย่ามาอวดเก่ง” “วะ... วายุ...” หญิงสาวเรียกชื่อเขาอีกครั้ง พยายามส่งสายตาขอร้องผ่านกระจกบานเล็กตรงหน้า “เรียกทำไม!” เสียงตวาดดังขึ้นจนเธอสะดุ้ง “ใกล้จะตายห่าถึงจะรู้จักเรียกชื่อผัวตัวเองว่างั้น?” น้ำกัดริมฝีปากแน่น พยายามสูดหายใจทั้งที่ลำคอยังถูกบีบอยู่ ความเจ็บทำให้น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ ก่อนจะไหลลงมาตามแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ “อึก... นายมันโรคจิต!” เธอเค้นเสียงออกมาอย่างเหลืออด ทั้งที่แทบไม่มีแรงพูด “อึก... ทั้งจิต ทั้งบ้า ทั้งประสาท!” วายุมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตาแข็งกร้าว ความโกรธในแววตาไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย “เพิ่งรู้..ก็รู้ไว้ซะ!” เขากระชากเสียงใส่ ก่อนพูดต่อด้ว
วายุเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆจนเรียวขายาวหยุดอยู่ห่างจากหญิงสาวเพียงไม่กี่ก้าว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเมื่อเห็นเธอพยายามเบียดตัวเข้ากับผนัง หวังว่าจะสามารถหายเข้าไปในนั้นเพื่อหนีจากเขาได้ ก่อนหน้านี้น้ำยังกล้าเถียงกับเขาไม่หยุดหย่อน ที่สำคัญทั้งยังกล้าประกาศขอหย่ากับเขาต่อหน้าคนอื่นอีก แต่ตอนนี้เธอกลับยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า ท่าทางหวาดกลัวของร่างบางดูเหมือนจะยิ่งกระตุ้นอารมณ์บางอย่างในตัววายุให้รุนแรงขึ้น เขาจ้องเธอนิ่งพร้อมรอยยิ้มตรงมุมปากค่อยๆเปลี่ยนเป็นความเย็นชาแทน เขาอยากให้เธอรู้ว่าการท้าทายเขามันมีผลตามมาอย่างไร อยากทำให้เธอจดจำความรู้สึกนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจ หมับ! “!!!” ทันทีที่มือหนาคว้าต้นแขน น้ำก็สะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก เธอพยายามดึงแขนกลับ แต่เขาไม่เปิดโอกาสให้ทำเช่นนั้น วายุจับร่างเธอหมุนกลับไปทางผนังอย่างรวดเร็ว ก่อนใช้มือบังคับให้หันหน้าไปทางเดียวกับเขา “คุณดูรูปสวย ๆ พวกนี้สิ” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังชวนเธอชมภาพวาดในห้องจัดแสดงศิลปะ “มันช่างเป็นสีแดงบาดใจฉิบหาย คุณว่าไหม?” "__"น้ำไม่ตอบ เพียงแ
น้ำตะโกนใส่หน้าเขาอย่างไม่คิดเก็บความรู้สึกอีกต่อไป วายุค่อยๆหันกลับมา ดวงตาคมตวัดมองหญิงสาวอย่างดุดัน ก่อนเอ่ยทวนคำพูดของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “หย่า?” “ใช่! หย่า!” น้ำย้ำคำเดิมอย่างหนักแน่น แม้ส่วนลึกในใจจะเริ่มหวาดหวั่นกับสายตาของเขาก็ตาม "__"วายุขบกรามแน่นจนสันกรามนูนชัด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาจ้องหญิงสาวเขม็งราวกับอยากฆ่าเธอให้ตายคามือเสียตรงนั้น หากไม่ติดว่าการทำเช่นนั้นอาจทำให้เขาสูญเสียบางอย่างไปตลอดกาล “คุณคงไม่รู้ว่าเวลาผมโมโหมันเป็นยังไง” สิ้นเสียง มือหนาก็คว้าต้นแขนของน้ำไว้แน่นจนเธอรู้สึกเจ็บแปลบ “โอ๊ย! วายุ ปล่อย!” หญิงสาวพยายามบิดแขนหนี แต่เขากลับยิ่งเพิ่มแรงบีบมากขึ้น ก่อนกระชากเธอให้เดินตามหลังอย่างไม่สนใจว่าเธอจะก้าวทันหรือไม่ “ปล่อยฉันนะ! ฉันเจ็บ!” วายุไม่ตอบ เขาเพียงลากน้ำฝ่าฝูงชนออกไปจากผับ ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่ยืนมองอย่างสนใจ เสียงกระซิบกระซาบและเสียงซุบซิบนินทาดังตามหลังมาเป็นระยะ ราวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นละครฉากใหญ่ที่ทุกคนต่างรอชมตอนจบ น้ำพยายามหันกลับไปมองด้านหลัง แต่กลับไม่เห็นไฟแล้ว สิ่งเดียวที่เธอทำได้ในตอนนี้คือพยายามเ





![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

