เข้าสู่ระบบมัทรีนิ่งอึ้งเมื่อรามพูดถึงเรื่องเมื่อเจ็ดปีก่อน ภาพในอดีตวนเข้ามาเป็นฉากๆ เธอเคยเป็นคนไข้ของเขาในตอนนั้น หญิงสาวเข้าพักรักษาตัวโดยมีรามเป็นหมอเจ้าของไข้ เธอนอนพักที่โรงพยาบาลประมาณหนึ่งสัปดาห์
เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วคุณหมอหนุ่มยังแวะเวียนมาเยี่ยม เขาแสดงท่าทีเปิดเผยชัดเจนว่าสนใจเธอเกินกว่าความเป็นคนไข้และหมอ ตัวเธอเองในตอนนั้นไม่ได้รังเกียจเขาจึงตอบรับไมตรีด้วยดี
แต่ในวันสุดท้ายที่พบกันมันเป็นคืนที่เขาพาไปฉลองวันเกิด ในคืนนั้นเธอเมาจนเผลอตัวมีความสัมพันธ์เกินเลย หากแต่ในตอนเช้าเธอได้รับโทรศัพท์จากทางบ้านว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ขณะนั้นรามได้รับโทรศัพท์ตามตัวจากโรงพยาบาล เขาปล่อยให้หญิงสาวนอนต่อและโน้ตไว้ว่ามีงานด่วน มัทรีจึงต้องรีบกลับโดยที่ไม่ได้คุยกับรามก่อน
และตั้งแต่วันนั้นเกิดเรื่องยุ่งๆ มากมายในครอบครัวทำให้เธอเลือกที่จะแก้ปัญหาของที่บ้านและพักเรื่องส่วนตัวไว้ รามในอดีตเขาไม่ได้ยื้อเธอในตอนที่เธอส่งข้อความไปบอกขอยุติเรื่องส่วนตัวของเขาและเธอไว้เพียงเท่านั้น เขาตอบกลับมาเพียงแค่ว่าเขาจะเคารพการตัดสินใจหากเธอคิดดีแล้ว
มัทรีอ่านข้อความตอบกลับด้วยใจที่เจ็บชาหากแต่เธอรู้ดีว่านั่นคือสิ่งที่เธอเลือกเอง หญิงสาวจึงตัดสินใจบล็อกเบอร์และไลน์ของเขา ตัดการติดต่อทุกช่องทางโดยไม่ลังเล
จากวันนั้นผ่านมาเจ็ดปีจนถึงวันนี้ วันที่เธอได้พบเขาอีกครั้ง มัทรีจำได้ดีว่าในวันที่รู้ว่าจะต้องมาเจอเขาที่โรงพยาบาลโชติภิวรรธตามคำสั่งของเจ้านาย หญิงสาวเครียดจนถึงกับนอนไม่หลับไปสองวัน
หากแต่เมื่อพบกันจริงๆ เขาไม่ได้มีทีท่าจะจำเธอได้มัทรีจึงสบายใจขึ้นบ้างกับการทำงานร่วมกัน แต่แล้วตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่าเธอเข้าใจผิด
“หรือคุณจะบอกว่าคุณยังจำผมไม่ได้ แค่เจ็ดปีคุณลืมผู้ชายคนแรกของคุณจริงๆ หรือ”
มัทรีเบี่ยงตัวออกห่าง อยู่ใกล้เขามากแล้วเธอรู้สึกว่าตนเองหายใจไม่ออก
“เรื่องที่ผ่านมาแล้ว ถึงจะแค่ห้านาทีมันก็คืออดีตค่ะ”
เจ็ดปีก่อนเธออายุแค่ยี่สิบเอ็ด วันเวลาที่ผ่านมามันทำให้เธอโตขึ้นทั้งทางความคิดและมุมมองชีวิต เจ็ดปีเป็นเวลาที่นอนพอจนทำให้มัทรีรู้ดีว่าเธอกับรามต่างกันเกินไป ต่างกันจนไม่มีทางไหนที่จะมาลงเอยกันได้เลย
มัทรีกลับถึงบ้านในตอนเย็น หญิงสาวแวะซื้อผลไม้และขนมมาฝากเด็กชายอวัชเพราะลูกชายเคยบอกไว้วันก่อนว่าอยากทาน
“พี่มาศพรุ่งนี้โรงเรียนน้องวัชมีกิจกรรมวันพ่อ แล้วบ้านเราจะไปเที่ยวไหนกันดี” บุษบาน้องสาวถาม
เป็นที่รู้กันว่าตั้งแต่อวัชเข้าโรงเรียนเวลาถึงวันพ่อคราวใดเด็กชายจะได้หยุดไปเที่ยวแทน เพราะมัทรีไม่ต้องการให้ลูกมีปมด้อยยามไปเห็นกิจกรรมไหว้พ่อที่โรงเรียน
“อืมมไปไหนกันดี ไปทะเลดีไหมครับลูก” หญิงสาวหันไปถามลูกชาย
“ไปครับแม่ วัชอยากไปทะเลที่มีทรายขาวๆ ได้ไหมครับ”
“ทะเลทางใต้เหรอ หรือว่าจะไปมัลดีฟกันดีไหม” มัทรีนึกถึงรีสอร์ทกลางทะเลสุดหรู น้ำทะเลสีฟ้าและมีกิจกรรมมากมายให้เลือก
“ตอนนี้ไฮซีซั่นอย่าไปมัลดีฟเลยพี่ เราไม่ได้จองตั๋วไว้ เอาไว้ก่อนเปิดเทอมใหญ่ปีหน้าสักต้นเดือนพฤษภาค่อยไป” บุษบาออกความเห็น
“งั้นเดี๋ยวพี่ลองหาที่พักทะเลทางใต้ดูก่อนนะ ไปภูเก็ตกันดีกว่า ทะเลสวยถึงของจะแพงไปหน่อยแต่ช่วงนี้ก็ยังพอทน” หญิงสาวพึมพำ
มัทรีเปิดคอมพิวเตอร์หาที่พักติดชายหาด เธอเลือกอยู่นานจนเจอรีสอร์ตติดชายหาดที่ราไวย์ จังหวัดภูเก็ต น้ำทะเลสวยหาดทรายสีขาวแบบที่อวัชต้องการจึงจองห้องพักแบบเตียงคู่หนึ่งห้อง สำหรับตัวเธอ น้องสาวและลูกชาย
เธอจองตั๋วเครื่องบินทันทีจากนั้นบอกให้น้องสาวเตรียมตัวเก็บของเพราะว่าพรุ่งนี้จะออกจากบ้านแต่เช้ามืด มัทรีตัดสินใจเรียกแอพพลิเคชั่นรถรับส่งมารับไปสนามบินแทนการจอดรถยนต์ส่วนตัวไว้ที่นั่นหลายวัน ค่ำวันนั้นภายในบ้านหลังย่อมมีเสียงหัวเราะกันดังออกมาแว่วๆ ให้คนที่อยู่ด้านนอกได้ยิน'ทำไมมีเด็ก แล้วเด็กคนนั้นลูกใคร' รามนิ่วหน้า เขาขับรถมามองบ้านเธออยู่ราวครึ่งชั่วโมง ทันเห็นเด็กชายอายุราวๆ หกถึงเจ็ดขวบ ผิวขาวรูปร่างจ้ำม้ำเดินออกจากบ้านมารับมัทรีที่รถ เขาเห็นเธอก้มลงหอมแก้มเด็กคนนั้นฟอดใหญ่ก่อนจะส่งถุงขนมให้ถือส่วนตัวเธอขนของอื่นๆ เข้าบ้านชายหนุ่มคิดไปถึงความสัมพันธ์คืนเดียวเมื่อเจ็ดปีก่อน หรือว่ามัทรีท้องจากเรื่องในคืนนั้น หากเป็นเช่นนั้นแล้วทำไมเธอไม่บอกเขาและเด็กคนนั้นน่าจะเป็นลูกเขาแน่ๆ รามไม่รู้ว่าทำไมตนเองจึงมั่นใจแต่เขาเชื่อแบบนั้นจริงๆเขาจอดรถมองอยู่นานจนถึงเวลาค่อนดึกจึงถอยรถออกห่างจากบริเวณนั้นเพื่อกลับที่พัก พลางคิดในใจว่าเขาจะทำอย่างไรที่จะทำให้มัทรียอมให้เขาทำความรู้จักกับ 'ลูกชาย' เช้าวันต่อมารามมาจอดรถซุ่มดูอีกครั้ง คราวนี้เขาเห็นมัทรีและหญิ
มัทรีนิ่งอึ้งเมื่อรามพูดถึงเรื่องเมื่อเจ็ดปีก่อน ภาพในอดีตวนเข้ามาเป็นฉากๆ เธอเคยเป็นคนไข้ของเขาในตอนนั้น หญิงสาวเข้าพักรักษาตัวโดยมีรามเป็นหมอเจ้าของไข้ เธอนอนพักที่โรงพยาบาลประมาณหนึ่งสัปดาห์ เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้วคุณหมอหนุ่มยังแวะเวียนมาเยี่ยม เขาแสดงท่าทีเปิดเผยชัดเจนว่าสนใจเธอเกินกว่าความเป็นคนไข้และหมอ ตัวเธอเองในตอนนั้นไม่ได้รังเกียจเขาจึงตอบรับไมตรีด้วยดี แต่ในวันสุดท้ายที่พบกันมันเป็นคืนที่เขาพาไปฉลองวันเกิด ในคืนนั้นเธอเมาจนเผลอตัวมีความสัมพันธ์เกินเลย หากแต่ในตอนเช้าเธอได้รับโทรศัพท์จากทางบ้านว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น ขณะนั้นรามได้รับโทรศัพท์ตามตัวจากโรงพยาบาล เขาปล่อยให้หญิงสาวนอนต่อและโน้ตไว้ว่ามีงานด่วน มัทรีจึงต้องรีบกลับโดยที่ไม่ได้คุยกับรามก่อน และตั้งแต่วันนั้นเกิดเรื่องยุ่งๆ มากมายในครอบครัวทำให้เธอเลือกที่จะแก้ปัญหาของที่บ้านและพักเรื่องส่วนตัวไว้ รามในอดีตเขาไม่ได้ยื้อเธอในตอนที่เธอส่งข้อความไปบอกขอยุติเรื่องส่วนตัวของเขาและเธอไว้เพียงเท่านั้น เขาตอบกลับมาเพียงแค่ว่าเขาจะเคารพการตัดสินใจหากเธอคิดดีแล้ว มัทรีอ่านข้อความตอบกลับด้วย
“ผมรอมาหลายวันแล้วว่าเมื่อไหร่มาศจะนึกออกสักทีว่าเราไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกัน” รามต้อนจนเธอถอยไปชิดกำแพง ชายหนุ่มวางฝ่ามือลงกับผนังข้างตัวเธอจนมัทรีหนีไปไหนไม่ได้หญิงสาวปากคอสั่น เขาพูดบ้าอะไร“คุณพูดอะไรของคุณ” ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาจนชิดใบหน้าเธอ“เจ็ดปีก่อน วันสุดท้ายที่เราเจอกันคุณอย่าบอกว่าลืมว่าระหว่างเรามันเกิดอะไรขึ้น” เด็กชายอวัชอายุหกขวบเศษถามบุษบาในระหว่างทานอาหารว่างหลังกลับจากโรงเรียน“แม่มาศไปไหนครับน้าบุษ” “แม่มาศไปทำงานครับ ไปทำงานจะได้มีเงินมาให้น้องวัชกินขนมไง” บุษบาตอบหญิงสาววัยยี่สิบสองเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีได้ไม่นานและกำลังหางานทำจึงมีเวลาดูแลหลานชาย“ครับวัชอยู่กับน้าบุษก็ได้” เด็กชายทานขนมต่อแต่มีเสียงหนึ่งดังมาจากหน้าบ้าน เสียงนั้นทำให้เด็กชายผุดลุกขึ้นทันที“น้าบุษ ก๋วยเตี๋ยวป๊อกๆ มา วัชอยากกินมาก...” เด็กชายเน้นเสียงลากยาวให้รู้ถึงระดับของความอยากกินที่ว่า ดวงตาเป็นประกายพลางวิ่งออกไปหน้าบ้าน “น้าบุษเร็วๆ เดี๋ยวไม่ทัน” เด็กชายเร่งน้าสาวที่หยิบกระเป๋าเงินเดินตามออกมาอย่างใจเย็น“ไม่ต้องกลัวหรอกวัช อาแปะแกไม่ได้ขี่รถเร็ว” บุษบาหัวเราะเอ็น
สัปดาห์ต่อมามัทรีเริ่มมาเก็บรายละเอียดการทำงานของโรงพยาบาลโชติภิวรรธตามที่ตกลงไว้กับราม หญิงสาววางแผนประเมินเวลาว่าการมาเก็บข้อมูลที่หน้างานจริงแค่หนึ่งถึงสองวันเธอก็น่าจะได้ข้อมูลเพียงพอมัทรีรู้มาว่าวันนี้รามมีเวรต้องลงตรวจที่แผนกออโธปิดิกส์ในโรงพยาบาลที่เขาทำงานประจำอยู่ หญิงสาวจึงค่อนข้างสบายใจที่จะไม่ต้องเจอหน้าชายหนุ่มและในขณะที่เธอบันทึกข้อมูลในไอแพด ลิลลี่แมวสีขาวตัวใหญ่ที่เธอเห็นวันก่อนในห้องประชุมเดินมาหาเธอ 'เมี๊ยว...' มันไม่ได้เพียงร้องทักทายอย่างเดียว เจ้าก้อนสีขาวขนฟูยังใช้ลำตัวอวบอ้วนของมันถูไถไปมากับน่องของเธอด้วย มัทรีละสายตาจากหน้าจอในมือก้มลงดูเจ้าแมวเหมียวที่อยู่ใต้โต๊ะลูบหัวมันเบาๆ สัมผัสขนที่นุ่มนั้นอย่างพอใจ“ชื่ออะไรน่ะเรา หิวเหรอ” 'เมี๊ยว' มันร้องตอบทำให้เธอยิ้มอย่างเอ็นดูหญิงสาวอุ้มมันขึ้นมาวางบนตัก เจ้าแมวอ้วนใช้ลำตัวถูไถกับตัวเธอพร้อมกับร้องไปด้วย“ลิลลี่อย่ากวนพี่เขาสิคะ พี่เขามาทำงาน” เสียงพนักงานในโรงพยาบาลแว่วมา มัทรีเงยหน้ายิ้มให้เธอ“ชื่อลิลลี่เหรอคะ แมวของโรงพยาบาลรึเปล่ามาครั้งก่อนก็เจอ”“ลิลลี่เป็นแมวคุณหมอต้นค่ะพี่มาศ คุณหมอรักม
รามมาถึงโรงพยาบาลสัตว์โชติภิวรรธก่อนเวลานัดกับทีมบริษัทโฆษณาพอสมควร ชายหนุ่มหยิบรายละเอียดของทีมงานโฆษณาขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะยกยิ้มที่ริมฝีปากเมื่อเห็นชื่อของผู้ที่จะมาคุยในวันนี้มัทรี หรือชื่อเรียกสั้นๆ ของเธอว่า “มาศ” เธอคือหนึ่งในทีมงานของบริษัทโฆษณา หญิงสาวเป็นนักเขียนบทโฆษณาหรือ Copy Writer ประจำบริษัทดังกล่าว และนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่เขาเลือกทีมนี้มาร่วมงานกัน หญิงสาวเป็นอดีตคนไข้ของเขาตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นหมอออโธฯ ปีแรกๆ และอาจจะเป็นคนที่เขาฝังใจเป็นพิเศษเพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาจีบและมีสัมพันธ์ลึกซึ้ง รวมถึงเป็นครั้งแรกที่คนอย่างรามถูกปฏิเสธไม่ไปด้วยกันต่อ ดังนั้นเมื่อพระพรหมเหวี่ยงเขาและเธอมาเจอกันอีกครั้ง ชายหนุ่มสัญญากับตนเองได้ทันทีว่า เขาจะต้องทำให้มัทรีหลงรักเขาหัวปักหัวปำให้ได้ จากนั้นเขาจะทำให้เธอผิดหวังบ้างกับการที่ไม่ถูกรักตอบ"คุณหมอต้นคะ ทีมโฆษณามาแล้วค่ะตอนนี้รออยู่ที่ห้องประชุม" ผู้ช่วยของเขาเข้ามาแจ้งว่าคณะคนที่รอมาแล้ว รามจึงลุกขึ้นทันที"ขอบคุณ ผมกำลังไป" ชายหนุ่มหันไปเรียกแมวสีขาวล้วนขนฟูทั้งตัวที่กำลังนอนชมนกชมไม้ด้วยท่าทีสบาย
“ต้นวันนี้ลูกจะเข้าไปที่โชติใช่ไหม” วิชุตาสตรีวัยหกสิบผ่านพ้นวัยกลางคนมาชั่วระยะเวลาหนึ่ง เธอถาม นายแพทย์ราม ลูกชายคนโตในตอนที่ทานอาหารเช้าร่วมกัน นางกำลังพูดถึงโรงพยาบาลสัตว์โชติภิวรรธอันเป็นกิจการในครอบครัว โดยใช้ชื่อสั้นๆ ออกเสียงว่า โช-ติ เป็นอันที่รู้กันของสมาชิก“ครับแม่ วันนี้ผมมีนัดกับทีมทำโฆษณา” “วันนี้วันเสาร์ตอนค่ำลูกจะกลับมากินข้าวไหม แม่จะได้เข้าครัว” “กลับครับแม่ เดี๋ยวผมจะโทรไปจัดการนายเล็กด้วยที่เมื่อคืนไม่มา” รามบ่นถึงน้องชายขณะที่เขาลุกขึ้นจากโต๊ะทานอาหารไปหอมแก้มมารดาก่อนไปทำงาน“อย่าไปว่าน้องนะลูก น้องคงยุ่งอยู่” นางวิชุตารีบปรามลูกชายคนโต รามมักจะจริงจังกับทุกเรื่องเสมอ ผิดกับเจ้าลูกชายคนเล็กที่เวลาอยู่ในบ้านก็ทำเหมือนเป็นเด็กอยู่ร่ำไป“ครับ” รามรับคำก่อนจะเดินออกจากบ้าน เขารู้ว่าควรจะบอกอะไรมารดาแค่ไหน และอะไรที่ไม่ควรบอกโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับน้องชายทั้งสองคนชายหนุ่มเป็นแพทย์เฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกหรือแพทย์ออร์โธปิดิกส์ (Orthopedics) หมอกระดูกและข้อคือหมอที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษากระดูก ข้อ ต่าง ๆ รวมถึงกล้ามเนื้อและเส้น







