LOGINพอส่งอาม่ากลับบ้าน เธอก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ ก็ตอนนี้สภาพของเธอมันดูไม่ได้เอาเสียเลย การที่วิ่งขึ้นบ้านไม่สนใจใครทำให้ทุกคนแปลกใจ แล้วไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หมวยก็ลงมาจากบนบ้านด้วยชุดที่แตกต่างจากที่เคยเห็น หญิงสาวเดินลงมาจากชั้นสองด้วยกางเกงยีนส์ขายาวกับเสื้อสายไหล่เฉียงสีดำ อวดไหล่และเนินอกอวบอิ่ม ชุดที่หมวยใส่เป็นชุดที่รัดรูปเข้ากับรูปร่างของหล่อนที่ดี ดีมาก ๆ ดีแบบที่ทุกคนไม่อยากเชื่อว่าหมวยจะหุ่นดีแบบนี้ มือข้างขวาถือกระเป๋าสะพายใบใหญ่ที่เธอกวาดของที่ซื้อมาเก็บไว้แต่ไม่เคยได้มีโอกาสได้ใช้มัน สร้อยลูกปัด ถุงยางอนามัย และตอนนี้คงถึงเวลาแล้วที่มันต้องสร้างประโยชน์ให้กับเธอ ส่วนมืออีกข้างถือรองเท้าส้นสูง
ผมหน้าม้าเต่อก็ติดกิ๊บยุค 90 รูปดาวไว้อย่างสวยงาม แก้มขาวซีด ๆ ก็ตกแต่งด้วยเครื่องสำอางทำให้ดูสวยสดใจ ปากน้อยทาลิปสีชมพูระเรื่อดูอวบอิ่มน่าสัมผัส ส่วนแว่นที่สวมตลอดเวลา เธอถอดเก็บไว้ในกล่องใส่คอนแทกเลนส์แทน แต่ก็ยังเอาแว่นตาใส่กระเป๋าไปด้วย
“อูว์! อาหมวยลื้อจะไปไหน”
“อั๊วมีธุระน่ะหม่าม้า ขอตัวนะม้า คืนนี้อาจไม่กลับบ้าน หรืออีกหลาย ๆ วัน” หล่อนตั้งใจแล้วว่าไปครั้งนี้ต้องได้ และต้องสมหวัง หากไม่สมหวังจะไม่กลับมา
“แล้วลื้อจะไปไหนอาหมวย” เป็นอาม่าเองที่เอ่ยถามหลานสาว
“ไปธุระค่ะอาม่า ขอตัวนะคะ หมวยรีบ”
ว่าแล้วก็ยกมือไหว้ท่านทั้งสองก่อนจะวิ่งไปยังรถที่จอดทิ้งไว้ก่อนหน้านี้แล้วขับออกไปด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ผู้ใหญ่มองหน้ากันไปมาอย่างไม่เข้าใจ ก็ร้อยวันพันปีถึงจะมีธุระ และที่สำคัญแต่งตัวสวย แว่นก็ยังไม่ใส่
หนุ่มใหญ่เลิกงานพอดี ไม่มีเวรต้องอยู่ต่อ เขามองนาฬิกาบ่ายสองโมงกว่าจึงเก็บเอกสารทุกอย่างไว้ในลิ้นชักของโต๊ะทำงาน ถอดเสื้อกาวน์ไว้ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ใส่กระเป๋ากางเกงและถือกุญแจรถออกไป ระหว่างทางเดินออกไป เขาก็ยิ้มให้ผู้ป่วย พยาบาล หมอคนอื่นอย่างเป็นมิตร จนไม่ได้สังเกตว่าตอนนี้มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาทางตนอยู่
เดินไปยังลานจอดรถแล้วก็ติดเครื่องรถยนต์ญี่ปุ่นเหมือนที่คนอื่นมีทั่วไป เขาใช้ชีวิตติดดินไม่หรูหรา เพราะความลำบากในวัยเด็กมันสอนเขาให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ประมาทในการใช้ชีวิต
ขณะขับรถกลับบ้านเขาก็ขับออกมาเหมือนปกติ โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีรถยนต์อีกคันขับไล่ตามหลังของเขามา ดีที่เขากลับบ้านเร็วกว่าเวลาเลิกงานปกติจึงทำให้รถไม่ติดมาก เพียงเวลาไม่ถึงชั่วโมงก็เลี้ยวเข้ามาในหมู่บ้านเล็ก ๆ แล้วเลี้ยวเข้าไปจอดในที่จอดรถขนาดพอดีรถหนึ่งคันของเขา
บ้านชั้นเดียวหลังเล็กสองห้องนอน สามห้องน้ำ หนึ่งห้องรับแขกที่เขาซื้อมันด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน เมื่อดับเครื่องยนต์เรียบร้อยก็ลงจากรถจะเข้าในบ้าน แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีรถยนต์อีกคันวิ่งเข้ามาจอดต่อท้ายรถของตน แล้วก็ไม่ต้องอยากรู้นานเมื่อเจ้าของรถดับเครื่องยนต์แล้วเดินลงมาจากรถตรงมาทางเขา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันพลางมองหน้าและรูปร่างเพรียวระหงที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างคุ้นตาแต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน
“ขอโทษนะครับ นี่บ้านของผมครับ” เขาบอกกับหญิงสาวหน้าตาดีตรงหน้าอย่างสุภาพใจเย็น
“ฉันรู้ค่ะว่าบ้านคุณหมอ ฉันจะมาอยู่ด้วยค่ะ” หมวยตอบเสียงใส และเสียงก็ทำให้ชายหนุ่มสะดุดหู จ้องมองคนตรงหน้าอีกครั้งตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แล้วส่ายหัวไปมาอย่างไม่เชื่อว่าจะเป็นคนคนเดียวแว่นหนาม้าเต่อที่มากับอาม่า
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วที่สาวเจ้าขยับตัวไปมาบนเตียงด้วยความงัวเงีย พลิกกายไปมา พอนึกได้ว่าตนอยู่ไหน มาทำอะไรจึงสะดุ้งดีดตัวขึ้นด้วยความตกใจ แล้วสอดส่องสายตาไปทั่วห้อง แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่คนตัวโตนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียดอยู่แล้วเธอก็เผลอยิ้มออกมาน้อยๆ ด้วยความอิ่มอกอิ่มใจที่ได้เห็นมุมเคร่งเครียดจริงจังกับงานของชายหนุ่ม แล้วก็ต้องเขินอายเมื่อคิดว่าเขาอุ้มตนมานอนบนเตียงกว้าง เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนมาถึงนั้นตัวเองนอนเล่นอยู่ที่โซฟา ตอนนี้เวียนนากำลังตกในวังวนรัก จนไม่รู้ว่าคนที่ตัวเองเห็นนั่งเคร่งเครียดกับงานนั้นได้มายืนจ้องมองตนอยู่ที่ปลายเตียงแล้ว กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนเมื่อเสียงห้าวเรียก “จะนั่งคิดถึงใครอีกนานไหม?” เวียนนาหุบยิ้มเหลือบตามายังต้นเสียงด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเธอจะใจลอยมากขนาดนี้จนไม่รู้ว่าเขานั้นลุกเดินมาหาตนนานแล้ว “คะ...คือว่าฉัน...”
“หมายความตามที่พูดนั่นแหละ ส่วนข้าวของไม่ต้องห่วง ฉันให้เด็กเตรียมให้แล้วก่อนออกมาจากบ้านเมื่อเช้านี้” “ทำไมคุณไม่ถามฉันเลยว่าอยากค้างที่นี่ไหม อยากมาไหม อะไรๆ ก็คิดเองเออเองคนเดียว” “ไม่เห็นจะสำคัญตรงไหนเลย อย่าลืมสิว่าตอนนี้เธอเป็นอะไร ฉันเป็นอะไร หรือจะให้ทวนให้ฟังฮึ” อินทัชรู้ว่าเวียนนานั้นดื้อมากแค่ไหน เพราะตลอดหลายวันที่ได้แนบชิดและสังเกตนิสัยมานั้น ไม่ว่าเขาจะบอกอะไรสั่งอะไรหล่อนมักจะทำตรงกันข้ามเสมอ แต่มีหรือคนอย่างเขาจะยอมให้ผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอ ชีวิตเธอก็เปรียบเสมือนขยะชิ้นหนึ่งที่ถูกเก็บเข้าบ้านเท่านั้นแหละ “ค่ะ ฉันมันก็แค่คนไร้ค่าที่โชคร้ายมาเจอซาตานอย่างคุณ” สะบัดหน้าเมินไปทางอื่นด้วยความกรุ่นโกรธชายหนุ่ม “อย่าส
“นินา อะ! ไม่ไหวแล้วค่ะ อุ๊ย! อ๊า!” จากคราแรกไม่ต้องการ ไม่ปรารถนา แต่ตอนนี้เธอต้องการแนบชิดชายใต้ร่างไม่ห่างกาย มือเล็กลูบไล้เคล้าคลึงไปตามกล้ามอก กล้ามหน้าท้อง ปากเล็กก้มลงขบเม้มไปทั่วเรือนกายด้วยความเสียว “ซี้ดดดด นางฟ้าน้อย อ๊า! เธอช่างวิเศษเหลือเกิน ขย่มผมที ผมอยากให้คุณขย่มผมเหมือนกับขี่ม้า อา! อือ!” อินทัชบอกสาวน้อยเหนือร่าง ที่ตอนนี้แปลงร่างเป็นแมวสาวยั่วสวาทเสียแล้ว เวียนนาทำตามเสียงพร่าอย่างว่าง่าย น้ำในอ่างอาบน้ำกระเพื่อมไหวไปตามแรงกระแทกของหญิงสาวและแรงโยกเด้งรับของชายหนุ่ม จนทำให้น้ำกระฉอกล้นอ่างอาบน้ำ “อื้อ! อะ! อ่อย!” เสียงครวญเล็กออกมาเป็นระลอกพร้อมกับจังหวะเร้าของเอวเล็กที่ขย่มลงหาชายหนุ่ม สองเสียงร้องครวญครางประสานกัน พร้อมกับความอ่อนเร้าของความร้อนที่สอดประสานกันสอดแทรกดุนดันความเสียวซ่านสาดซัดเข้าหากันด้วยความมัวเมา “โอว์! เยส! ทั้งมันทั้งแน่นนินาจ๋า อ๊า! มันเหลือเกิน ซี้ดดดด” เสียงพร่าคำราม มือใหญ่รั้งเอวเล็ก เอวสอบแอ่นเด้งรับแรงขย่มของหญิงสาวด้วยความซ่านเสียว จนน้ำในอ่างล้นไหลนองไปทั่วพื้นรอบอ่างอาบน้ำ “
เบื่อจะเถียง จะโต้ตอบก็เลยไม่รีรอที่จะถอดชุดของตนออกแล้วเคลื่อนกายเล็กนวลเนียนลงไปในอ่างอาบน้ำที่มีเสือร้ายรอท่าอยู่ในนั้น “อ๊า! นั่นแหละนินา นางฟ้าของฉัน ชูว์!” คำรามเสียงพร่ามือหยาบกร้านลูบไล้เรียวขาเล็กด้วยความต้องการ เรียวขาเล็กหนีบเข้าหากันด้วยความรู้สึกกลัว และรังเกียจสัมผัสอันหยาบโลนของฝ่ายชาย “นั่งคร่อมบนร่างฉันนินา ซี้ดดดดด” สูดปากด้วยความเสียวซ่าน เพียงแค่ได้เห็นเนื้อนวลเนียนของหญิงสาวความเป็นชายของอินทัชนั้นตื่นตัวโผล่เหนือน้ำแทบจะทันที จนทำให้คนที่จะนั่งคร่อมตามคำสั่งนั้นสั่นกลัว “อย่ากลัวฉันนินา ฉันอยากให้เธอรักและนั่งถูไถมัน ตรงนี้คนดี อ๊า!” มือใหญ่เอื้อมจับเอวเล็กแล้วดึงรั้งให้ลงมาคร่อมร่างของตนอย่างต้องการ “ไม่นะ อย่าทำแบบนี้ ฉันไม่อยากทำ ไม่อยากสัมผัสคุณ” เธอดิ้นหนี แต่ไม่สามารถหนีได้ เมื่อถูกมือใหญ่ล็อกร่างตรึงไว้เสียแล้ว “ไม่ทันแล้ว อะ! รู้ไหมเธอทำให้ฉันร้อนอยากสอดแทรกกายเล็กของเธอจะตายแล้วนางฟ้าน้อย โอว์!” เสียงแหบพร่าคำรามเสียว เมื่อเนินสวาทของคนตัวเล็กแนบชิดถูไถไปกับแก่นกายร้อนที่ชูชันรออยู่ใต้น้ำในอ่าง
“มันปากของฉัน ยิ้มของฉัน อยากยิ้มให้ใครก็ได้ถ้าฉันต้องการ” เธอกัดฟันตอบกลับ “อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันนินา ฉันไม่ใช่ผู้ชายใจดีอ่อนโยนกับผู้หญิงนะ อีกอย่างเธอเป็นขยะที่ฉันเก็บมาใช้ก็เท่านั้น อย่ามาต่อต้านฉัน” เอ่ยพลางบีบต้นแขนหญิงสาว รู้ว่าอีกฝ่ายเจ็บ แต่ก็จะทำเพื่อเป็นการสั่งสอน “แกมันไม่ใช่ผู้ชาย” “ว่าไปเถอะ ผู้ชายไม่ผู้ชายเดี๋ยวคืนนี้รู้กัน ไม่เช้าไม่นอน” ว่าแล้วก็ผลักร่างเล็กออกห่างตนแล้วเดินยิ้มไปยังห้องรับประทานอาหารที่มีน้องชายรออยู่ เวียนนาจ้องมองตามหลังอินทัชไปด้วยความโกรธแค้น เธอไม่มีทางยอมให้ผู้ชายเลวระยำคนนี้ทำกับเธอได้บ่อยหรอก สักวันต้องเป็นวันของเธอ “อย่าร้องไห้นะนินา” ปลอบใจตัวเองเพื่อไม่ให้แสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ก่อนจะเดินตามชายหนุ่มไป หลังจากทานข้าว ทานของหวานเสร็จอินศรก็ขอตัวกลับไปคอนโดของตน เพราะที่ห้องของเขาก็มีหญิงสาวที่หวานและนุ่มมือรอเขาอยู่ที่ห้องเช่นกัน จึงเหลือทิ้งไว้แต่พี่ชายกับเวียนนา “อาบน้ำกันนินา ผมเหนียวตัวอยากอาบน้ำพร้อมคุณ” เมื่อเข้ามาในห้องอินทัชก็ไม่รอช้าที่จะหาเวลาได้แนบอิงกายกับสาวเ
พอเลิกงานอินทัชก็รีบกลับบ้านทันที โดยมีน้องชายอย่างอินศรติดรถกลับบ้านมาด้วย สองพี่น้องเดินเข้ามาในบ้านด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน อินทัชเดินเข้ามาในบ้านด้วยอารมณ์ที่ตื่นเต้นจนปิดไม่มิด ส่วนอินศรนั้นเดินตามเขามาด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย “พี่จะตื่นเต้นดีใจอะไรขนาดนั้นครับ ก็แค่เลิกงานกลับบ้าน พี่ทำอย่างกับว่าไม่ได้กลับบ้านมาเป็นปีอย่างนั้นแหละ” อินศรถามด้วยความสงสัย “เรื่องของพี่น่า นายจะไปไหนก็ไปเถอะ ถึงบ้านแล้วไม่ต้องเดินตามพี่ก็ได้” ตีหน้าขรึมเอ่ยไล่น้องชายเป็นนัยๆ “อะไรกัน ผมแค่พูดนิดหน่อยถึงกับไล่เลยเหรอครับพี่ โอว์!” พูดสุดประโยคอินศรก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นสาวสวยร่างเล็กกำลังเดินมาทางเขาและพี่ชาย “ห้ามมองเธอนะศร” อินทัชไม่พอใจมากตอนนี้ ไม่พอใจสายตาที่น้องชายจ้องมองแม่นางฟ้าน้อยของตน จนตัวเขาเองต้องรีบเดินไปรวบร่างเล็กเข้ามาโอบกอดไว้ โดยไม่สนอาการดิ้นรนของคนตัวเล็ก “หึหึ ทำเป็นหวงไปได้พี่ชาย ของสวยๆ งามๆ แบบนี้แบ่งกันชิมกันชมจะเป็นไรไปครับ ว่าไหมคนสวย” อินศรเดินเข้ามาใกล้ทั้งสอง มือหนายกขึ้นลูบไล้แก้มเนียนของเวีย







