Se connecterสัมผัสแรกที่ริมฝีปากหนาบดเบียดลงไปนั้นรุนแรงและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน คีรินไม่ได้เริ่มต้นด้วยความอ่อนหวาน แต่มันคือการช่วงชิงและครอบครองอย่างเอาแต่ใจ ราวกับต้องการจะสูบวิญญาณของคนตรงหน้าผ่านรสสัมผัสนี้ เขาบดขยี้ริมฝีปากของภาคินอย่างโหยหา มือหนาที่รั้งท้ายทอยเปลี่ยนเป็นสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมของอีกฝ่าย บังคับให้ภาคินต้องรับจูบที่หนักหน่วงนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ เสียงลมหายใจที่ติดขัดของทั้งคู่ผสมปนเปไปกับเสียงจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนจนเกิดเสียงที่น่าอายก้องไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด
คีรินบดเบียดร่างกายกำยำของเขาเข้าหาภาคินอย่างไร้ความปรานี เขาต้องการให้ทุกตารางนิ้วของร่างกายสัมผัสกันจนไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน ความแข็งแกร่งของเขาบดขยี้ความนุ่มนวลของภาคินอย่างจงใจ ทุกครั้งที่ลิ้นร้อนของเขาเกี่ยวรัดและรุกรานเข้าไปในโพรงปากของอีกฝ่าย มันคือการประกาศชัยชนะเหนือความดื้อรั้นที่ภาคินพยายามแสดงออกมาเมื่อครู่ เขาจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ต่อให้ภาคินจะไม่ชอบการถูกสั่งแค่ไหน แต่ในเวลานี้ ภาคินก็ไม่อาจปฏิเสธความต้องการที่เขามอบให้ได้เลย
เขารู้สึกได้ถึงแรงตอบสนองที่แสนหวานจากคนในอ้อมแขน แม้ภาคินจะพยายามรักษาท่าทีไว้เพียงใด แต่ความโหยหาที่ส่งผ่านกลับมานั้นก็ชัดเจนจนทำให้คีรินแทบคลั่ง เขาผละริมฝีปากออกมาเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อให้ทั้งคู่ได้โกยอากาศเข้าปอด แต่ดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยแรงราคะกลับไม่ยอมละไปจากใบหน้าของภาคินที่บัดนี้แดงระเรื่อและดูเซ็กซี่กว่าครั้งไหนๆ
"อืม... บอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่ามาเล่นกับไฟ"
เขาพึมพำชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อของภาคิน น้ำเสียงแหบพร่าสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวอย่างรวดเร็วและรุนแรง ฟันคมจงใจขบเม้มลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มเพื่อสร้างรอยตีตราความเป็นเจ้าของ เขาต้องการให้รอยนี้เตือนใจภาคินว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของร่างกายและหัวใจนี้อย่างแท้จริงบรรยากาศที่ร้อนแรงในห้องทำงานถูกสานต่ออย่างต่อเนื่องราวกับกองเพลิงที่ถูกสาดด้วยน้ำมัน คีรินไม่ยอมปล่อยให้จังหวะแห่งความปรารถนาต้องขาดตอน เขาคว้าข้อมือของภาคินไว้แน่น พลางนำพาคนรักก้าวเดินตรงไปยังประตูลับที่เชื่อมต่อไปยังห้องพักส่วนตัวขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังห้องทำงาน ทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู เสียงล็อคประตูห้องนอนที่ปิดตามหลังลงก็เหมือนเป็นสัญญาณสุดท้ายที่ตัดขาดพวกเขาออกจากโลกแห่งความเป็นจริงและภาระหน้าที่ทั้งปวง
แสงไฟสลัวภายในห้องนอนขับเน้นให้บรรยากาศดูเย้ายวนและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น คีรินไม่รอช้าที่จะผลักร่างของภาคินลงบนเตียงกว้างอย่างนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความเร่งเร้า เขาตามลงไปทาบทับอยู่เหนือร่างของอีกฝ่ายทันที แผ่นหลังกว้างและมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชิ้ตที่เริ่มหลุดลุ่ยดูน่าเกรงขามในความมืดสลัว มือหนาเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อของตนเองออกอย่างรวดเร็ว สายตาคมดุที่จ้องมองภาคินบัดนี้เต็มไปด้วยความหิวโหยที่ปิดไม่มิด
“คุณมองผมแบบนี้ ผมใจไม่ดีเลยนะครับ” ภาคินกระซิบเสียงแผ่ว ดวงตาเปล่งประกายอย่างอ่อนโยน
คีรินโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแตะกัน ริมฝีปากของเขาแตะลงที่หน้าผากของภาคินอย่างแผ่วเบา ก่อนจะกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“แล้วจะให้ฉันมองนายแบบไหน” เขายิ้มบาง ๆ พลางลูบแก้มอีกฝ่ายอย่างทะนุถนอม “ในเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่ฉันรักที่สุด”
เขาพึมพำเสียงพร่าพลางโน้มตัวลงไปซุกไซ้ซอกคอของภาคินอีกครั้ง คราวนี้ความอ่อนโยนเริ่มแทรกซึมเข้ามาในความรุนแรง
คีรินใช้ริมฝีปากและปลายลิ้นลากไล้ไปตามผิวเนื้อที่ละเอียดอ่อนอย่างทะนุถนอมทว่ายังคงความหนักหน่วงในจังหวะ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนลงมาบีบเฟ้นสะโพกของภาคินอย่างแรงจนเกิดรอยนิ้วมือจางๆ เป็นการตอกย้ำว่า ณ เวลานี้ เขาคือผู้ควบคุมทุกสัมผัสและทุกความรู้สึกของคนใต้ร่างอย่างสมบูรณ์แบบคีรินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคท้าทายที่แสนเย้ายวนนั้นจากริมฝีปากของภาคิน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนยิ่งกว่าเก่า คำพูดที่ดูเหมือนจะยอมอ่อนข้อแต่กลับแฝงไปด้วยการต่อรองอย่างมีชั้นเชิงของภาคิน มันไม่ได้ทำให้เขาโกรธ แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นตัวจนถึงขีดสุด
เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำลึกและสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน คีรินโน้มตัวลงไปหาคนใต้ร่างจนแผ่นอกแกร่งเบียดชิดกับความนุ่มนวลของภาคิน ปลายนิ้วยาวเกลี่ยไล้ไปตามพวงแก้มที่ร้อนผ่าวอย่างแผ่วเบา ทว่าสายตาคมกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ราวกับจะตรึงอีกฝ่ายไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้
ภาคินเม้มริมฝีปากแน่น แก้มทั้งสองข้างแดงจัดกว่าเดิมเมื่อถูกสายตาร้อนแรงนั้นจ้องมองไม่วางตา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพยายามรักษาท่าทีเอาไว้
“ก็ ผมแค่เสนอทางเลือกให้คุณเท่านั้นเอง” เขาตอบเสียงเบา พยายามทำเป็นไม่สะทกสะท้าน ทั้งที่ปลายนิ้วเผลอกำผ้าปูที่นอนแน่น
คีรินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบแตะกัน
“ทางเลือกงั้นเหรอ”
เขากระซิบเสียงแหบพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของอีกฝ่ายจนภาคินสะท้าน
“สำหรับฉัน” คีรินเว้นจังหวะ ดวงตาคมเข้มทอดมองใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างพึงใจ “วันนี้นายไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น”
ภาคินเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวจนแทบหลุดออกจากอก
“คะ... คีย์...”
เสียงเรียกชื่อเขาสั่นเล็กน้อย แต่กลับยิ่งทำให้รอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มลึกขึ้น
“เลิกดื้อได้แล้ว คิน” เขาพรมจูบแผ่วเบาที่หน้าผากของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน “แล้วปล่อยให้ฉันดูแลนายเอง”
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความท้าทาย คีรินพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างของภาคินไว้ เขาใช้มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองของภาคินไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว เป็นการแสดงออกถึงอำนาจที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่มืออีกข้างเริ่มซุกซนลากไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างกายอีกฝ่ายอย่างจงใจ
ก่อนจะก้มลงบดจูบที่ริมฝีปากของภาคินอีกครั้ง ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่การจูบเพื่อระบายความโหยหา แต่มันคือการจูบเพื่อท้าทายและตอบโต้คำพูดอวดดีนั้นอย่างรุนแรงและเร่าร้อน ราวกับจะบอกว่าในเกมนี้ เขาไม่มีวันเป็นฝ่ายยอมแพ้เด็ดขาดความเงียบภายในห้องนอนถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่หอบถี่และหนักหน่วง เมื่ออาภรณ์ชิ้นสุดท้ายถูกสลัดทิ้งไปจนหมดสิ้น ผิวเนื้อที่เปลือยเปล่าของทั้งคู่สัมผัสกันโดยไม่มีอะไรกั้นขวาง ความร้อนจากร่างกายของคีรินที่แผ่ซ่านออกมาปะทะกับความนุ่มนวลของภาคิน สร้างกระแสไฟฟ้าบางอย่างที่แล่นพล่านไปทั่วทุกเส้นประสาท แสงสลัวในห้องตกกระทบบนมัดกล้ามเนื้อที่สวยงามและแผ่นหลังที่เนียนละเอียด เผยให้เห็นความต่างของสรีระที่ดูดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด
คีรินไม่รอช้า เขาจัดการถอดเสื้อเชิ้ตออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อที่ผ่านการดูแลมาอย่างดีเขาผลักพิมพ์ดาวให้นอนลงบนเตียงก่อนจะตามขึ้นไปทาบทับ ร่างกายกำยำของเขาบดเบียดเข้าหาเธออย่างทรงพลัง แววตาของเขาในยามนี้ไม่มีความสุขุมหลงเหลืออยู่ มีเพียงสัญชาตญาณดิบของนักล่าที่ต้องการจะกลืนกินเหยื่อสาวตรงหน้าให้สิ้นซาก"วันนี้ฉันจะไม่ปรานีเธอ พิมพ์ เตรียมตัวรับความต้องการของฉันไว้ให้ดี"คีรินคำรามเสียงต่ำพร่า เขาบดจูบลงบนริมฝีปากของเธออย่างรุนแรงและกระหายหิว มือหนาซุกซนเริ่มทำหน้าที่บีบเค้นทรวงอกอิ่มอย่างหนักหน่วง จนพิมพ์ดาวต้องแอ่นกายรับสัมผัสอันเร่าร้อนนั้นด้วยความเสียวซ่านในขณะเดียวกัน ภาคินที่ยืนอยู่ปลายเตียงก็ไม่ได้นิ่งเฉย เขาจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองจนเปลือยเปล่า ก่อนจะขยับกายขึ้นมาประคองเรียวขาขาวผ่องของพิมพ์ดาวให้แยกออกกว้าง ภาคินใช้สายตาหวานฉ่ำแต่แฝงไปด้วยความหิวกระหายจ้องมองไปยังจุดอ่อนไหวที่เปียกชื้นของเธอ เขาโน้มตัวลงไปใช้ลิ้นร้อนตวัดเลียร่องรักอย่างเชี่ยวชาญ สลับกับการใช้ปลายนิ้วเรียวยาวหยอกเย้ากับจุดกระสันเบื้องล่างอย่างแม่นยำ"อา... พิมพ์ ร่างกายของคุณช่างเย้ายว
เธอรู้ดีว่าบ้านหลังนี้และความสุขสงบนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีการสนับสนุนและการปกป้องจากผู้ชายทั้งสองคนนี้พิมพ์ดาวเดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มทั้งสองด้วยท่าทางร่าเริง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จากตัวเธอโชยมาแตะจมูกคีรินทันทีที่เธอขยับเข้าใกล้ เธอไม่ได้เพียงแค่ส่งยิ้มหวานให้เท่านั้น แต่ยังถือวิสาสะเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบของคีรินอย่างออดอ้อน ใบหน้าสวยซบลงที่ไหล่กว้างของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ แสดงออกถึงความสนิทสนมและความไว้วางใจที่เธอมีต่อเขาอย่างหมดหัวใจคีรินที่ตอนแรกยังคงรักษาท่าทีสุขุมนิ่งเฉย ถึงกับต้องลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อระงับความรู้สึกบางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มจากร่างกายของหญิงสาวที่เบียดเสียดเข้าหาเขา ความเย็นชาที่เขามักใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองพังทลายลงทันที เขาไม่ได้ผลักไส แต่กลับเลื่อนมือหนาลงมาวางบนสะโพกมนของเธอแล้วบีบเบาๆ เป็นเชิงตอบรับสัมผัสนั้น"อ้อนใหญ่เลยนะ เมื่อเช้ายังดูเหนื่อยอยู่เลยไม่ใช่หรือไง"คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเหมือนดุ แต่ถ้าใครสังเกตดีๆ จะพบว่ามันมีความเอ็นดูและอ่อนโยนปนอยู่ในนั้นอย่างปิดไม่มิด เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้ขม
ทางด้านคีริน เขาไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าของพิมพ์ดาวแม้แต่วินาทีเดียว เขามองดูผลงานแห่งการปรนเปรอของเขาและภาคินด้วยความพึงพอใจอันดิบเถื่อน มือหนาที่เคยบีบเค้นทรวงอกเปลี่ยนมาเป็นลูบไล้แก้มเนียนที่ยังคงแดงระเรื่อด้วยแรงอารมณ์ เขาโน้มตัวลงไปหาเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การรุกรานที่ดุดัน แต่เป็นการกดจูบลงบนริมฝีปากที่สั่นระริกของเธออย่างหนักแน่นและมั่นคง เพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาคือผู้ครอบครองเธอในทุกช่วงเวลา ทั้งในยามที่เธอกำลังมีความสุขที่สุดเช่นนี้"แตกออกมาให้หมดให้มันเป็นเครื่องยืนยันว่าคุณเป็นของพวกเรา"คีรินสั่งเสียงต่ำพร่า แววตาคมกริบยังคงวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ยังไม่ดับมอดลงง่ายๆ เขามองดูร่างกายที่อ่อนระทวยของหญิงสาวใต้ร่าง และมองสบตากับภาคิน ทั้งคู่รู้ดีว่า แม้พายุลูกแรกจะสงบลง แต่พายุแห่งความปรารถนานี้ เพิ่งจะเริ่มต้นบทเพลงบทใหม่เท่านั้นความเงียบสงบหลังพายุลูกแรกพัดผ่านไปเพียงชั่วครู่ แต่มันกลับเป็นเพียงความสงบก่อนที่คลื่นยักษ์ลูกใหม่จะโถมเข้าใส่ คีรินไม่ได้ปล่อยให้ความอ่อนระทวยของพิมพ์ดาวได้พักผ่อนนานนัก ความต้องการอันดิบเถื่อนในกายเขายังคงพุ่งพล่าน และครั้งนี้เขาต้องการสัมผัสกั
ขณะเดียวกัน ภาคินก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความเร่าร้อนเพียงลำพัง เขาขยับกายเข้ามาประกบอีกด้านหนึ่ง มือเรียวสวยที่เคยอ่อนโยน บัดนี้กลับลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของเธออย่างเชี่ยวชาญ ภาคินก้มลงจูบปลอบประโลมริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวลเพื่อลดทอนความรุนแรงจากคีริน แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ใช้มืออีกข้างปรนเปรอจุดอ่อนไหวของเธออย่างรู้จังหวะ ทำให้พิมพ์ดาวต้องแอ่นกายรับสัมผัสอย่างไม่อาจขัดขืน"อา... พิมพ์... คุณสวยเหลือเกิน... สวยจนพวกเราแทบคลั่ง"ภาคินกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำให้พิมพ์ดาวแทบละลาย คีรินเงยหน้าขึ้นจากซอกคอขาวผ่อง สายตาคมกริบดุจนักล่าประสานเข้ากับสายตาหวานฉ่ำที่เต็มไปด้วยราคะของพิมพ์ดาว เขาใช้มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ บังคับให้เธอนอนราบอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ"มองฉัน... พิมพ์ดาว... มองแค่ฉันกับคินเท่านั้น"คีรินสั่งเสียงต่ำพร่า แววตาเต็มไปด้วยความต้องการอันแรงกล้า เขาเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ที่เหลืออยู่ออกอย่างไม่รีบร้อนแต่เต็มไปด้วยความกระหาย ความแตกต่างระหว่างความดุดันเด็ดขาดของคีริน และความพลิ้วไหวช่ำชองของภาคิน
รินนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบ สายตาคมกริบของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่กราฟหุ้นหรือรายงานอสังหาริมทรัพย์ที่วางกองอยู่ตรงหน้า แต่กลับหยุดนิ่งอยู่ที่หนังสือเล่มหนึ่งที่วางเด่นอยู่บนโต๊ะ หนังสือเล่มนั้นคือผลงานนิยายรักโรแมนติกเล่มล่าสุดของพิมพ์ดาว ที่ตอนนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วประเทศเขายกยิ้มที่มุมปากเพียงบางเบารอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและมีไว้สำหรับคนพิเศษเท่านั้นเมื่อนึกถึงความสำเร็จของหญิงสาวที่เขาและภาคินร่วมกันทะนุถนอมมากับมือ จากเลขาสาวผู้อ่อนโยนในวันนั้น บัดนี้เธอกลายเป็นนักเขียนผู้มีพรสวรรค์ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกอันลึกซึ้งออกมาได้อย่างน่าอัศจรรย์"เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความรักได้ลึกซึ้งขนาดนี้เชียวหรือ"คีรินพึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำเสียงของเขายังคงสุขุมทว่าแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด เขาจำได้ดีถึงคืนวันที่เธอต้องเผชิญกับความหวาดกลัว และเขาก็จำได้ดีถึงทุกหยาดน้ำตาที่เธอเสียไป ความสำเร็จของเธอในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของโชคชะตา แต่มันคือความสามารถที่เธอมี และเขาก็ภูมิใจเหลือเกินที่เป็นคนมอบพื้นที่ปลอดภัยให้เธอได้ใช้สร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้เสี
บทรักอันเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางแสงสลัวในห้องนั่งเล่นกว้างขวาง คีรินจัดการปลดเปลื้องพันธนาการบนร่างกายของเธออย่างรวดเร็วและเด็ดขาด แรงขับเคลื่อนจากด้านหลังนั้นดุดันและทรงอำนาจ ราวกับเขาต้องการจะตีตราจองทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอให้เป็นของเขาเพียงผู้เดียว ในขณะที่ภาคินคอยปรนเปรอเธอจากด้านหน้าด้วยสัมผัสที่ช่ำชองและพลิ้วไหว คอยรับฟังเสียงครางหวานหูและตอบสนองทุกความต้องการของเธออย่างไม่ขาดตกบกพร่องเสียงหอบหายใจหนักหน่วงผสมปนเปไปกับเสียงเนื้อกระทบกันอย่างต่อเนื่อง พิมพ์ดาวถูกโอบล้อมด้วยพายุแห่งอารมณ์ที่ทั้งสองคนร่วมกันสร้างขึ้น เธอถูกกระแทกกระทั้นด้วยความแข็งแกร่งจากคีริน และถูกปลอบประโลมด้วยความซ่านสยิวจากภาคิน ความรู้สึกเสียวซ่านทวีคูณจนสมองขาวโพลน เธอทำได้เพียงโอบกอดร่างหนาของทั้งคู่ไว้แน่น ยอมจำนนต่อการดูแลที่แสนจะรุนแรงและหยาบโลนนี้ อย่างเต็มใจที่สุดพายุแห่งกามารมณ์โหมกระหน่ำอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับว่าความปรารถนาที่สะสมมาตลอดทั้งวันได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่ง พิมพ์ดาวรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเรือลำน้อยที่กำลังถูกคลื่นยักษ์สองลูกซัดสาดเข้าใส่จากทุกทิศทาง คีรินคือคลื่นยักษ์







