LOGINพิชชามองหน้าเขาและหันไปมองในตัวบ้าน เธอนึกออกแล้วว่าที่คุ้นหน้าผู้ชายคนนี้ ความคุ้นนั้นมาจากไหนมันมาจากหน้าของลูกฝาแฝดของเธอนั่นเอง หญิงสาวขาอ่อนจนธาดาต้องเอื้อมมือข้ามรั้วเตี้ยๆ นั้นมาพยุงตัวเธอไว้
เธอเกาะรั้วและเบี่ยงตัวออก ในใจเหมือนมีกลองตีจนอื้ออึงไปหมด เธอไม่เคยรู้เลยว่าอนันต์ได้สเปิร์มมาโดยเจ้าของไม่อนุญาตแล้วเธอจะทำอย่างไร
“แต่พี่หมอบอกฉันว่า มันเป็นสเปิร์มที่มีคนบริจาค ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าคุณไม่ได้เมคเรื่องขึ้นเอง”
“คุณคิดว่าคนอย่างผม จะบริจาคสเปิร์มมั่วซั่วให้ใครก็ได้งั้นหรือ จะบอกให้ว่าผมเก็บสเปิร์มไว้ที่โรงพยาบาลสำหรับภรรยาในอนาคตที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้บริจาคให้ใครก็ได้”
“ถ้าคุณพิชชาจะให้เราเข้าไปคุยข้างใน ผมมีเอกสารหลักฐานทั้งหมด รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดในวันที่คุณหมอหยิบสเปิร์มของคุณใหญ่ออกมาจากตู้เก็บด้วยครับ และมีบันทึกเสียงคำสารภาพของเขาอยู่ด้วยถ้าคุณอยากฟัง”
ฌานถือแฟ้มเอกสารที่เขานำติดตัวลงมาจากรถ ขณะที่พิชชาสมองมึนงงคิดอะไรไม่ออก เธอกำลังช็อก!
พิชชาโทรตามพี่สาวพี่เขยที่มีบ้านในรั้วเดียวกันมานั่งฟังด้วย เธอเปิดประตูให้ธาดาและฌานเข้ามา แผนที่เธอจะพาลูกไปข้างนอกคงต้องพักไว้ก่อน เธอจึงให้แม่บ้านจัดการเสริฟน้ำแล้วพาเด็กๆ ไปทานของว่างแทน
“แล้วเราจะไม่ไปข้างนอกแล้วเหรอแม่” ณพิชย์ถาม
“ไปลูก แต่รอแม่คุยธุระเสร็จก่อนนะ” พิชชาตอบลูกชาย
“พุทไปเล่นเกมกันเถอะ” พิชนันท์เดินขึ้นชั้นบน พิชชารีบหันมาสั่งแม่บ้าน
“อย่าให้น้องเล่นเกมนานนะ ชม.เดียวพอ”
พิมาลาและอัทธกานต์มาถึงพอดี ธาดาและฌานจึงแนะนำตัวอีกครั้ง เมื่อฟังเรื่องทั้งหมดและได้ดูเอกสารแล้วพี่สาวจึงทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกไปอีกคน แต่คนละเหตุผลกับน้องสาว
“ไหนพราวบอกว่ามีแฟนแล้วเลิกไปไง” พิมาลาไม่เคยรู้เลยว่าน้องสาวตั้งครรภ์ได้เพราะความช่วยเหลือจากนายแพทย์อนันต์ หากเธอรู้คงไม่ยอมแน่ๆ
ธาดามองคนที่ทำหน้าจืดเจื่อนเมื่อความลับแตกด้วยสีหน้านิ่งขรึม ส่วนอัทธกานต์ถอนใจเมื่อเห็นเอกสารทั้งหมด มันชัดเจนว่าฝ่ายผิดคือพิชชาจนเขาไม่รู้จะหาอะไรมาช่วยเธอได้
“คุณพราวผิดจริง แต่เธอไม่ทราบว่าสเปิร์มนั้นเป็นของคุณธาดา เธอไม่รู้ว่าคุณไม่ได้อนุญาตให้ใช้กับใครก็ได้ ไม่ทราบว่าทางคุณจะพอมีทางไหนให้เราชดเชยหรือแก้ไขได้ไหมครับ ไหนๆ เจ้าสองแฝดก็เกิดแล้วมันย้อนเวลากลับไปไม่ได้”
“ผมไม่ได้อยากได้อะไรชดเชย แต่ผมอยากได้ของที่ถูกขโมยมาคืนไปเหมือนเดิม” ธาดาพูดด้วยท่าทีสงบ
พิชชาทำหน้าข้องใจ
“ทำไมคุณพูดอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ล่ะ ฉันจะจับลูกยัดกลับเข้าท้องแล้วคืนไอ้สเปิร์มนั่นให้คุณได้ไง คิดสิคิด”
“คุณให้ผมคิดแล้วคุณล่ะ ขอโทษผมบ้างรึยังสักคำนึงน่ะ” ธาดาสวนทันทีทำให้หญิงสาวหน้าแดงด้วยความโกรธปนอาย
“พราวใจเย็น เราผิดนะ เขาไม่ผิดอะไรเลยจะไปวีนเขาได้ไง” พิมาลาเตือนน้องสาว
“แล้วก็จะพูดอะไร ช่วยคิดถึงหมออนันต์ด้วย ถ้าผมเอาเรื่องตามกฎหมายจริงๆ รุ่นพี่คุณหมดอนาคตในอาชีพนี้แน่” ธาดาสำทับและนั่นทำให้พิชชากำมือแน่น
“ใจเย็นๆ กันนะครับ อย่างที่คุณอัทธ์พูด เราคงย้อนเวลากลับไปแก้ไขไม่ได้ ผมว่าเราหาทางออกร่วมกันดีไหมครับ” ฌานไกล่เกลี่ย อัทธกานต์และพิมาลาเห็นด้วย ส่วนธาดาไม่พูดอะไรแต่พิชชามองเขาด้วยสายตากล่าวหาชัดเจน เธอคิดว่าธาดาทำให้เรื่องใหญ่เกินจำเป็น หากเขาไม่สนใจเรื่องนี้เลยตัวเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไร ทำไมมาขออะไรที่เธอให้ไม่ได้
“ก่อนจะหาทางออก คุณต้องรู้ว่าตระกูลผมมีลูกยากมาก ทุกรุ่นไม่เคยมีใครท้องมากกว่าหนึ่งครั้ง คุณควรรู้ว่าความผิดพลาดที่คุณไม่ตั้งใจอาจจะทำให้ผมไม่มีลูกอีกเลยในอนาคต”
เมื่อธาดาพูดจบ หญิงสาวถึงกับอ้าปากค้างนี่มันตรรกะอะไรของเขา เป็นเรื่องบ้าที่เธอไม่เคยได้ยินว่ามันจะเป็นไปได้
“เป็นเรื่องจริงครับคุณพิชชา ตระกูลเสขสุรักษ์ไม่เคยมีสะใภ้รุ่นไหนท้องมากกว่าหนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่หรือคุณย่าของคุณใหญ่ ทุกคนต่างตั้งท้องแค่ครั้งเดียวทั้งชีวิต ว่ากันว่านี่เป็นคำสาปของตระกูลด้วยซ้ำ คุณใหญ่จึงซีเรียสกับเรื่องนี้มากเพราะคุณกำลังจะทำให้เสขสุรักษ์ไม่มีทายาท” ฌานกล่าวเสริมด้วยท่าทางจริงจัง
“นี่พวกคุณล้อเล่นใช่ไหม” พิชชาแทบหาเสียงของตนเองไม่เจอ หากเป็นอย่างนั้นเขาต้องการอะไร
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงหรือว่าจะฆ่าลูกฉัน ฉันไม่ยอมนะ” พิชชาคิดไปร้อยแปดด้วยความวุ่นวายใจ นี่มันยิ่งกว่าวันโลกาวินาศอีก เมื่อเช้าเธอก้าวเท้าผิดออกจากบ้านรึเปล่า
ธาดามองเธอเหมือนเธอพูดอะไรไร้สาระที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา
“ใครจะไปคิดแบบนั้น ผมว่าคุณควรไปเช็กสมองเสียหน่อยนะ”
หน๊อย.....หาว่าฉันบ้า แล้วเมื่อกี้ใครนะที่พูดเรื่องความเชื่อของตระกูลตัวเองที่ดูบ้ามากกว่าเธออีก
“คุณต่างหากที่บ้า คนที่ควรไปเช็กสมองก็คือคุณไม่ใช่ฉัน คิดมาได้ไงว่าการที่ฉันมีลูกเพราะน้ำเชื้อของคุณ มันทำให้คุณไม่มีทายาท”
“ผมว่าเป็นไปได้นะครับ อันที่จริงเมื่อห้าปีก่อนคุณใหญ่เคยจะแต่งงานกับสุภาพสตรีท่านหนึ่ง ผมขอทราบวันที่คุณผสมเทียมหน่อยนะครับวันไหน” ฌานพูดแล้วก้มลงอ่านเอกสาร ก่อนจะเงยหน้าพูดต่อ
“นี่ไงครับ ตอนแรกคุณใหญ่จะแต่งงานแต่พอคุณผสมเทียมเดือนต่อมา ว่าที่ภรรยาของเจ้านายผมก็บอกเลิกข้อตกลงแล้วย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ผมว่ามันก็เกี่ยวอยู่นะ”
พิชชาตกตะลึง ส่วนพิมาลาและอัทธกานต์มองหน้ากัน
“เจ้านายคุณถูกผู้หญิงทิ้งเกี่ยวอะไรกับฉัน นี่เอาความเชื่อมโยงอะไรมาพูด” พิชชาใกล้สติแตกนี่เขาต้องการอะไรกันแน่
“ผมต้องการของของผมคืน ถึงแม้ว่าวันนี้สสารจะไม่ได้อยู่ในรูปเดิม แต่สสารไม่มีวันเสื่อมสลายไม่ว่าสเปิร์มของผมในตอนนี้อยู่ในรูปแบบใด ผมก็ยืนยันขอรับคืน” ธาดาพูดในขณะที่ลูกน้องกุมขมับ เจ้านายจะมาพูดหลักวิทยาศาสตร์อะไรตอนนี้
“ฉันไม่ให้โว้ย... คนบ้านี่” พิชชาเหลืออดแล้วจริงๆ
“งั้นผมจะเอารุ่นพี่คุณเข้าคุก คุณจะสบายใจใช่ไหมพิชชา” ธาดาย้อน
คำตอบของเขาทำให้พิชชาร้องกรี๊ด ตอนนี้เธอสติแตกแล้วจริงๆ
“หยุด” พิมาลาส่งเสียงห้ามพร้อมกับเอาหนังสือเล่มใหญ่กระแทกบนโต๊ะเสียงดัง พิชชาหยุดเหมือนปิดสวิทซ์
“หยุดทั้งคู่ล่ะค่ะ เราจะไม่ให้มีการพลัดพรากและไม่มีใครเข้าคุก เชื่อว่าคุณธาดาก็ไม่อยากเห็นแบบนั้นใช่ไหมคะ” พิมาลาที่เงียบมานานทนไม่ไหว
“ครับ” ธาดาพยักหน้า
“ขั้นแรกคือเราต้องพาเด็กๆ และคุณธาดาไปตรวจดีเอ็นเอก่อน ผลออกมาว่ายังไงมาหาทางออกกันอีกทีตกลงไหมคะ”
คืนนั้นสองสามีภรรยานอนที่รีสอร์ทแห่งนั้น พวกเขาเช็คอินในเวลาเก้าโมงธาดาดูนาฬิกาสลับกับโทรศัพท์บ่อยจนพิชชาสงสัย“มีอะไรรึเปล่าคะคุณใหญ่” “เปล่าจ้ะ ไปกันเถอะแต่งตัวเสร็จรึยังพราว” เขามองเธอในชุดใหม่เป็นเดรสสีครีมที่พิชชาไม่รู้ว่าใครเอามาให้ตอนไหน“เราจะนั่งเจ็ตสกีไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมใส่ชุดนี้” พิชชาท้วง“เปล่าหรอก เช้านี้ฌานมันเอาเรือมารับเราที่นี่แล้ว” ธาดาเฉลย เขาลุกขึ้นสวมสูทสีขาวทับแล้วพาเธอออกไปข้างนอกพิชชาถือดอกไม้ที่ธาดาให้เมื่อคืนติดมือมาด้วยเพราะความเสียดาย เธอเดินตามธาดาไปที่ท่าเรือเห็นเรือ Cutie pie มาเทียบท่าแล้วจริงๆ ทว่าเมื่อเดินไปใกล้เธอต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นบางอย่างเปลี่ยนไป ซุ้มดอกไม้ถูกจัดบนเรือเป็นระยะๆ หญิงสาวมองหาสมาชิกในครอบครัวยิ่งสงสัยเมื่อไม่เห็นใครธาดาพาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือระหว่างทางยังมีซุ้มดอกไม้จนหญิงสาวเริ่มใจเต้นแรง คนมากมายอยู่ที่ดาดฟ้าที่ถูกตกแต่งใหม่อย่างรีบด่วนภายในคืนเดียว เก้าอี้ถูกนำมาวางเรียงสองข้างทางมีตรงกลางเป็นทางเดินปลายทางเป็นแท่นพิธีอะไรสักอย่าง เบื้องหน้าเธอเป็นพิมาลาที่แต่งตัวสวยเดินมาจับมือเธอไว้ส่วนธาดาแยกตัวไปด้านใน
พิชชาตื่นในชั่วโมงต่อมา เธอจับผมที่ยังชื้นและนึกขึ้นได้ว่าสระแล้วยังไม่ทันได้เช็ดหรือทำให้แห้งดีจึงลุกมาเป่าผม แต่ทำเองได้ไม่นานธาดาก็ลุกจากเตียงตามมาแย่งทำให้“คืนนี้เราจะนอนนี่กันจริงเหรอคะ” “พราวไม่อยากอยู่กับผมสองคนบ้างเหรอ” เขาย้อนถาม“เปล่าค่ะ แต่ที่ถามคือถ้าคุณจะนอนนี่พราวจะขอโทรหาเด็กๆ หน่อย” พิชชาแก้คำพูดของเขาทำให้ชายหนุ่มยิ้มออก“ได้สิ แต่เมื่อกี้ก่อนพราวตื่นผมโทรไปหาลูกแล้ว เล่นเกมเศรษฐีกันอยู่กับฌาน” เธอพยักหน้ารับรู้มองตนเองในกระจก “พอแล้วค่ะคุณใหญ่ผมแห้งแล้ว พราวหิว” เธอเปลี่ยนเรื่อง อีกหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงคือเธอหิวบ่อย หิวเร็วกว่าปกติและหลับง่าย“ออกไปทานข้างนอกนะผมจองโต๊ะไว้แล้ววันนี้พิเศษมากๆ” เขารื้อเสื้อผ้าจากเป้มาให้ภรรยา พิชชารับเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นกำลังดีมาถือไว้ เธอนึกทึ่งที่สามีรอบคอบกระทั่งชั้นในของเธอเขาก็หยิบมาด้วย เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงพากันเดินออกไปนอกห้องระหว่างรออาหารที่โต๊ะธาดาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หญิงสาวฟังเพลงเพลินๆ มีเด็กหญิงคนหนึ่งเดินมาที่โต๊ะพร้อมกับดอกกุหลาบมาส่งให้ เธอมองหน้าเด็กหญิงและดอกไม้ที่ถูกส่งให้อย่างงงๆ “ดอกไม
เขาจูบทรวงอกที่รู้สึกว่ามันขยายใหญ่ขึ้น มือข้างนึงรัดเอวเธอไว้แน่นอีกข้างกระชากชุดว่ายน้ำเธอจนหลุดจากสะโพกลงไปกองที่พื้นจนได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงในจังหวะนั้นพิชชารีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ธาดาถอดชุดที่สวมอยู่และเก็บเสื้อผ้าของพิชชาที่เขาเป็นคนถอดเองใส่ตะกร้า แล้วเดินโทงๆ ตามเธอเข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อน เขายิ้มให้คนที่มองมาที่เขาสีหน้าแดงจัดและเดินไปหาเธอที่ยืนใต้ฝักบัว“ผมสระผมให้” ธาดาเทแชมพูใส่ฝ่ามือลูบไปมาให้เกิดฟองแล้วชโลมไปตามเส้นผมของพิชชา เธอกัดริมฝีปากแน่นอยากจะห้ามเขาแต่ไม่มีเสียงอะไรลอดออกมาจากปาก หญิงสาวหมุนตัวหันหลังให้เขาสระผมได้สะดวกขึ้น“คุณใหญ่คะ พอแล้ว” เธอห้ามหลังจากที่เขาสระผมให้สองครั้งและได้ยินเสียงเขาทำอะไรกุกกัก“ยังไม่ได้อาบน้ำเลย พอได้ยังไงหืมม” เขาประชิดตัวดึงเอวเธอไว้ให้แผ่นหลังเธอแนบกับตัวเขาเองมือใหญ่ลูบครีมอาบน้ำไปทั่วร่างขาวผ่อง ฟองครีมนุ่มลื่นทำให้สัมผัสของเขาปลุกเร้าเธอมากขึ้น ปลายนิ้วชี้ลูบไปที่ยอดถันที่ชูชันอยู่แล้ว ธาดาจูบใบหูบางแหย่ลิ้นเข้าไปในหูจนเธอเข่าอ่อนพิงเขาทั้งตัวสองมือพิชชาจิกต้นขาเขาแน่นข้างหนึ่ง อีกข้างจับข้อมือแข็งแ
“คุณใหญ่จะไปไหนคะ” เธอเลิกคิ้ว ตอนแรกนึกว่าเขาจะพามาที่นี่แล้วกลับเรือเสียอีก“เถอะน่าผมมีอะไรอยากให้พราวไปดู” ธาดาหยิบแว่นมาสวมให้จากนั้นเป็นการเดินทางไปอีกที่ พิชชาเดาว่าเขาคงพาไปอีกเกาะใกล้ๆ แต่ชายหนุ่มใช้ความเร็วมากกว่าเมื่อครู่และไม่ได้บอกอะไรเธออีก จนพิชชาเริ่มเห็นฝั่งไกลๆ มันเป็นเกาะขนาดใหญ่มาก ธาดาหยุดจอดหาพิกัดของอะไรสักอย่างจากนั้นเขาอ้อมไปอีกด้านของเกาะไปจอดที่ท่าจอดเจ็ตสกีที่มีลักษณะเหมือนทุ่นลอยน้ำ พิชชาลงมายืนบนพื้นทรายปนหินมองไปรอบๆ มันเหมือนร้านอาหารหรือที่พัก หรืออาจจะเป็นทั้งสองอย่างแต่ที่แน่ๆ คือวิวสวยมาก“เกาะล้านรีสอร์ทยินดีต้อนรับ” เธอเห็นป้ายชื่อสถานที่แล้วจึงถึงบางอ้อ มิน่าถึงคุ้นตาเพราะเธอเคยมาเกาะล้านนั่นเอง แต่ไม่ได้มาพักที่นี่ธาดาเปิดช่องที่เก็บของเขาหยิบกระเป๋าสะพายออกมาจากในนั้นแล้วล็อก เดินมาสมทบกับเธอที่รออยู่พิชชามองหน้าเขาแบบจับผิด“เราจะมาทำอะไรกันที่นี่คะ” เธอถอดเสื้อชูชีพออกถือไว้เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาจะแวะที่นี่“มากินข้าวกัน พราวบ่นเหนียวตัวไม่ใช่เหรอมีห้องพักนะล้างตัวได้” ธาดาโอบไหล่พิชชาพาเดินเข้าไปด้านในรีสอร์ท ทริปนี้
ทานอาหารรองท้องกันไปพอสมควรธาดาบอกให้สมาชิกเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสำหรับพร้อมลงน้ำ พิชชาพาลูกไปเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำของเด็กส่วนตัวเธอสวมชุดว่ายน้ำวันพีชทรงบอดี้สูทเสื้อแขนยาว “ไหนคะที่เช่าเจ็ตสกี” พิชชามองไปรอบๆ มีแต่ทะเล มีเกาะที่ยังอีกไกลแต่เธอไม่เห็นมีสิ่งก่อสร้างอะไรเลยสักอย่างธาดาเดินนำไปทางท้ายเรือเขากดปุ่มเปิดประตูการาจด้วยระบบไฟฟ้า พิชชาเริ่มเข้าใจเมื่อเห็นช่องเก็บของขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณนั้น ภายในมีเรือยางหนึ่งและเจ็ตสกีสองลำ“นี่ไงครับ เรามีร้านเช่าเจ็ตสกีของเราเอง” ฌานพูดขณะที่เดินไปลากเจ็ตสกีออกมา“ใครจะเล่นบ้าง” เด็กๆ ต่างชูมือยกขึ้นอยากขี่เจ็ตสกีกับอาฌาน “คุณเค้กจะลงไหมคะ” พิมาลาถามภรรยาของฌานที่มองสามีเล่นกับเด็กสามคน“ไม่ค่ะ เค้กไม่ถนัดลงน้ำเท่าไหร่” อรุณวตีส่ายศีรษะตอบโดยไม่ต้องคิด “แต่ไอ้ฌานมันถนัดเรื่องลากลงน้ำนะเค้ก” ธาดาตะโกนกลับมา เสียงกระแอมดังขึ้นทันทีจากคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนา“คิดดีไม่ได้เลยคุณใหญ่ ไอ้คำว่าลากลงน้ำผมจำได้ว่านายก็อยู่ด้วยนะครับ” คำพูดของฌานทำให้พิชชามองสามี“อะไรเหรอคะคุณใหญ่ลากลงน้ำ” เธอไม่เข้าใจในขณะที่คนอื่นหัวเราะ“คุณฌานค
หนึ่งเดือนต่อมาบนเรือยอร์ชสุดหรูของครอบครัวเสขสุรักษ์ การออกจากท่าของ Cutie pie เที่ยวนี้เป็นทริปใหญ่กว่าเดิมมีผู้โดยสารมากถึงสามครอบครัวอันได้แก่ ครอบครัวเสขสุรักษ์ คุณเธียรและคุณเกตุวดี ธาดา พิชชาและลูกแฝดรวมหกคน ครอบครัวของฌานสามคนและครอบครัวของพิมาลาอีกสอง ชายหนุ่มไม่ได้ให้แม่บ้านที่บ้านตามมาเพราะคราวนี้เขาอยากมาส่วนตัว มีเพียงพนักงานประจำเรือสองคนที่มาด้วยเพื่อทำงานทั่วไปในเรือตามที่ฝึกมาและมีห้องพักแยกใกล้ห้องเครื่อง“คุณใหญ่ขับเองได้จริงแน่นะ” พิชชามองเขาแบบไม่ไว้ใจเท่าไรนัก ทำให้เขาหันมามอง“ผมว่าไม่น่ายากนะ รถยังลองขับมั่วๆ ได้เลย” “คุณใหญ่! นี่ไม่ใช่รถค่ะเราจะออกทะเลกันนะคะ” พิชชากรีดร้องทำให้ฌานหัวเราะ“คุณใหญ่เขามีใบรับรองครับว่าขับเรือยอร์ชออกทะเลได้ แล้วคุณใหญ่จะแกล้งคุณพราวทำไมเดี๋ยวคืนนี้ไม่ได้นอนในห้องผมไม่รู้นะ” ฌานแกล้งขู่“ผมเป็นผู้ชายมีใบเซอร์นะพราว ไม่ทำอะไรเล่นๆ หรอก” คนมีใบเซอร์ฯ ยิ้มกรุ้มกริ่ม ฌานหันหน้าไปอีกทางบ่นพึมพำกับตัวเอง 'อาการหนักแล้วว่ะ ขนลุก' “พ่อแม่เลือกห้องนอนเลยครับ” ธาดาบอกบิดามารดาหลังจากที่สมาชิกทยอยขึ้นเรือ“เที่ยวนี







