เข้าสู่ระบบ“ใหญ่จะไปไหนลูก” นางเกตุวดีรีบถามเมื่อเห็นบุตรชายลงจากชั้นบน แต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอกทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุด
“เอ่อ..ผมมีธุระจะต้องไปจัดการครับแม่” ธาดายังไม่อยากบอกปัญหาที่พบในตอนนี้กับบิดามารดาเพราะเขาเกรงว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่
“ธุระด่วนไหม ลูกไม่มีนัดเรื่องงานไม่ใช่เหรอ พ่อแม่มีเรื่องอยากคุยด้วยอยู่คุยกันก่อนได้ไหม”
สายตาขอร้องกึ่งบังคับทำให้ธาดาต้องเปลี่ยนใจจากการออกไปตามหาหัวขโมยเป็นการอยู่คุยกับบิดามารดาก่อน
คุณเธียรนั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ตรงหน้าชายสูงวัยมีรูปภาพเซ็ทเดียวกับที่ชายหนุ่มมีนั่นคือภาพของพิชชาและลูกๆ ของเธอ
“หมอกิตเขาบอกพ่อหมดแล้ว เรื่องใหญ่ขนาดนี้ลูกจะไม่ปรึกษาพ่อแม่ก่อนเหรอ” คุณเธียรถามลูกชาย
“ผมตั้งใจว่าจะไปคุยกับผู้หญิงคนนี้ก่อนครับแล้วค่อยมาเรียนพ่อกับแม่”
สีหน้าคุณเกตุวดีค่อนข้างคิดหนักเมื่อฟังบุตรชายพูด
“ลูกจะไปคุยอะไรกับเขา เท่าที่แม่รู้มาทางนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่รู้ว่าสเปิร์มที่เขาได้ไปไม่ใช่สเปิร์มบริจาค”
“หมอกิตบอกแม่อย่างนั้นเหรอครับ”
“ใช่ บ้านเรากับเขารู้จักกันมานานเขาไม่ใช่คนปกป้องลูกน้องโดยที่ไม่มีเหตุสมควร”
“แล้วเขาตอบได้ไหมละครับ ว่าทำไมลูกน้องเขาถึงเอาสเปิร์มของผมไปผสมให้ผู้หญิงคนนั้น”
“ใหญ่..พ่อว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะ หมออนันต์เองก็ฝากสเปิร์มที่นั่นเหมือนกัน เขาน่าจะตั้งใจหยิบของตัวเองไปใช้มากกว่าเพราะงานนี้เขาทำส่วนตัว หนูพิชชาไม่ได้เข้าระบบคนไข้ของโรงพยาบาล”
“พ่อจะบอกว่าเขาตั้งใจหยิบของตัวเองไปใช้แต่หยิบผิดมาเอาของผมไปเนี่ยนะ” ธาดาเสียงสูงแต่เธียรพยักหน้า
“ใช่ ช่องเก็บของแกกับของหมออยู่ติดกัน รหัสติดกันมันก็เป็นไปได้นี่ที่จะมีเรื่องผิดพลาด”
“แต่ความผิดพลาดของเขามันส่งผลตามมาขนาดไหน พ่อก็เห็นนี่ครับ พ่ออาจจะเห็นแก่หมอกิตเลยไม่อยากเอาเรื่องโรงพยาบาล แต่จะให้ผมอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร ผมทำไม่ได้ยังไงตัวต้นเหตุก็ต้องรับผิดชอบ”
“แล้วใหญ่จะให้ทางนั้นรับผิดชอบยังไง เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้วไอ้ลูกอ็อดของลูกก็กลายเป็นเด็กตาดำๆ สองคนนี่จะยัดกลับเข้าท้องแม่เขาก็ไม่ได้แล้วนะ”
ธาดามีท่าทางฮึดฮัดแต่ฌานแอบยิ้มเมื่อได้ยินคุณเกตุวดีพูดคำว่า “ลูกอ็อด” แทนการเรียกว่าสเปิร์ม แถมยังบอกว่าจะให้ยัดเด็กแฝดสองคนกลับเข้าท้องพิชชาก็คงไม่ได้อีกซึ่งเขาก็เห็นด้วย
“แล้วแม่คิดว่าจะแก้ไขยังไงดีที่สุดครับ” ลูกชายถามเสียงเรียบ
“ใหญ่ไม่ต้องจัดการอะไรเลยก็ได้ลูก เรื่องหลานพ่อแม่จัดการเองลูกลืมเรื่องนี้ไปเลยก็ได้นะ” คุณเกตุวดีพูดหน้าตาเฉยแต่ลูกชายทำสีหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ
“แม่ครับ นั่นน่ะลูกผมที่เกิดมาจากสเปิร์มของผม ถือเป็นทรัพย์สินของผมที่ผมต้องเอาคืนมา ไม่งั้นในวันหน้าผู้หญิงคนนั้นเกิดพาเด็กสองคนนั่นมาเรียกร้องค่าเลี้ยงดูหรือทรัพย์สินอะไรเราจะทำยังไง” ธาดาพูดในด้านที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ก่อน
“ก็ไม่เป็นไรนี่ หลานแม่แม่ให้ได้หรือว่าคุณมีปัญหาคะ” นางเกตุวดีหันไปถามสามีที่ปฏิเสธทันทีว่าไม่มีปัญหา
ธาดาส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิด เขาเดินออกมาทันทีจากห้องนั้นโดยที่มารดาเรียกไม่ทัน
“ตาใหญ่ กลับมาคุยกับแม่ก่อน”
“ช่างลูกเถอะคุณ ถือว่าเราพูดแล้วว่าเราคิดยังไง”
################
หนึ่งชม.ต่อมา รถยุโรปทรงสปอร์ตสีขาวแล่นมาจอดหน้าบ้านของพิชชา ธาดานั่งที่เบาะหลังมองตัวบ้านอย่างพิจารณา
“หลังนี้เหรอ”
“ครับ หลังนี้ไม่ผิดแน่ผมเคยมาดูแล้วทีนึง” ฌานตอบ
“ดูท่าทางก็มีฐานะดี ทำไมทำตัวเป็นหัวขโมยแบบนั้น”
ธาดาเปิดประตูรถลงไปเขาสั่งให้คนสนิทรอบนรถ ชายหนุ่มเดินไปที่หน้ารั้วยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะกดกริ่งหรือไม่แต่เสียงเด็กผู้หญิงที่วิ่งมาที่หน้ารั้วและมีเด็กผู้ชายวันเดียวกันวิ่งตามมา ทำให้เขาละสายตามามองเด็กสองคนนี้นิ่งนาน
“แพรว! เดี๋ยวเขาจะฟ้องแม่นะว่าตัววิ่ง” เสียงเด็กชายตะโกนมา
“พุท ตัวเองเดินช้าอย่ามาว่าเขาวิ่งนะ” เด็กหญิงผมยาวสีน้ำตาลเข้ม หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาผิวขาวจัดหันไปตอบ
ธาดาตัวชาเขายืนนิ่งด้วยความตกใจ ชายหนุ่มเคยเห็นรูปเด็กทั้งสองมาแล้วนั้นใช่ แต่การได้มาพบตัวจริงความรู้สึกนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว เด็กหญิงตัวเล็กเองที่หันมาเห็นเขาก็นิ่งไปด้วยความตกใจเช่นกัน
“คุณลุงมาหาใครเหรอคะ” เด็กหญิงพิชนันท์ถอยหลังไปสองก้าวด้วยสัญชาตญาณระวังภัย
ธาดามองร่างเล็กผ่านประตูรั้ว เขาไม่มีโอกาสใกล้ชิดเด็กมากนักจึงทำตัวไม่ถูก ขณะนั้นเด็กชายอีกคนก็มายืนข้างพี่สาวฝาแฝดด้วยท่าทางไม่กลัวใคร
“คุณลุงมาหาใครครับ” เด็กชายณพิชย์ขยับมายืนด้านหน้าเหมือนจะบังร่างคู่แฝด ธาดามองปฎิกิริยาปกป้องของเด็กชายด้วยความพอใจโดยไม่รู้ตัว
“คุณแม่หนูอยู่ไหมครับ” ชายหนุ่มย่อตัวนั่งบนส้นเท้าคุยกับเด็กๆ ภาพนั้นทำให้ฌานที่เปิดประตูตามลงมา ขยี้ตาด้วยความไม่แน่ใจว่าสายตาเขาเพี้ยนหรือเปล่า
ณพิชย์ยังคงจ้องมองธาดาอย่างไม่ไว้ใจ แต่พิชนันท์ส่งเสียงตอบแทน
“คุณแม่อยู่ค่ะ จะให้บอกว่าใครมาหาคะ” คำถามของเธอทำให้ธาดารู้ว่าเด็กหญิงได้รับการอบรมอย่างดี
พิชชารีบออกมาหลังจากที่หาลูกในบ้านไม่เจอ เธอตรงมาหน้าประตูรั้วที่ธาดาและฌานยืนอยู่ด้านนอก โดยมีลูกฝาแฝดยืนมองชายหนุ่มสองคนอย่างสนใจ
“คุณมาหาใครคะ” เธอมองหน้าธาดาแล้วขมวดคิ้ว รู้สึกคุ้นหน้าเขาอย่างประหลาดแต่นึกไม่ออกว่าคุ้นแบบไหน
“ผมมาหาคุณ คุณพิชชา” ธาดาตอบมองเธอสลับกับเด็กทั้งสองคน
“มาหาฉัน” หญิงสาวชี้นิ้วเข้าหาตนเอง
“ผมชื่อธาดา เสขสุรักษ์ ทนายของผมส่งจดหมายเตือนมาถึงคุณแล้วแต่ไม่ได้รับการตอบกลับ ผมเลยต้องมาเอง”
อ้อ.. คนนี้เองเจ้านายของทนายความคนที่ส่งหนังสือถึงเธอ แต่พิชชาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามีเรื่องอะไร
“ลูกเข้าบ้านไปก่อนค่ะ แพรวพุท” เธอก้มลงบอกเด็กทั้งสองคน คู่แฝดทำท่าอิดออดแต่เมื่อมารดาย้ำอีกครั้งจึงพากันเดินเข้าบ้านไป
“ฉันไม่เคยเอาอะไรของคุณมา ถ้าคุณคิดว่าฉันขโมยของอะไรของคุณ คุณน่าจะเข้าใจผิด” พิชชาแน่ใจว่าชีวิตของเธอไม่เคยเกี่ยวข้องอะไรกับเขา แล้วเธอจะไปขโมยของเขามาได้ยังไง
“เมื่อห้าปีก่อนหมออนันต์ขโมยของของผมมาให้คุณ” ธาดาพูด หญิงสาวคิดตามเธอแน่ใจว่าเธอไม่เคยรับของมีค่าอะไรจากอนันต์เลย
“ไม่จริง ฉันไม่เคยรับอะไรจากเขา” เธอยืนยันเสียงแข็ง เริ่มคิดว่าธาดาเป็นคนโรคจิตหรือจงใจหาเรื่องเธอ
“เมื่อห้าปีก่อน อนันต์ขโมยสเปิร์มของผมมาผสมเทียมให้คุณ และหลักฐานก็คือลูกคุณทั้งสองคนนั่นไงคุณยังจะปฏิเสธอีกเหรอว่าไม่ใช่” ธาดาพูดช้าๆ ชัดๆ
คืนนั้นสองสามีภรรยานอนที่รีสอร์ทแห่งนั้น พวกเขาเช็คอินในเวลาเก้าโมงธาดาดูนาฬิกาสลับกับโทรศัพท์บ่อยจนพิชชาสงสัย“มีอะไรรึเปล่าคะคุณใหญ่” “เปล่าจ้ะ ไปกันเถอะแต่งตัวเสร็จรึยังพราว” เขามองเธอในชุดใหม่เป็นเดรสสีครีมที่พิชชาไม่รู้ว่าใครเอามาให้ตอนไหน“เราจะนั่งเจ็ตสกีไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมใส่ชุดนี้” พิชชาท้วง“เปล่าหรอก เช้านี้ฌานมันเอาเรือมารับเราที่นี่แล้ว” ธาดาเฉลย เขาลุกขึ้นสวมสูทสีขาวทับแล้วพาเธอออกไปข้างนอกพิชชาถือดอกไม้ที่ธาดาให้เมื่อคืนติดมือมาด้วยเพราะความเสียดาย เธอเดินตามธาดาไปที่ท่าเรือเห็นเรือ Cutie pie มาเทียบท่าแล้วจริงๆ ทว่าเมื่อเดินไปใกล้เธอต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นบางอย่างเปลี่ยนไป ซุ้มดอกไม้ถูกจัดบนเรือเป็นระยะๆ หญิงสาวมองหาสมาชิกในครอบครัวยิ่งสงสัยเมื่อไม่เห็นใครธาดาพาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือระหว่างทางยังมีซุ้มดอกไม้จนหญิงสาวเริ่มใจเต้นแรง คนมากมายอยู่ที่ดาดฟ้าที่ถูกตกแต่งใหม่อย่างรีบด่วนภายในคืนเดียว เก้าอี้ถูกนำมาวางเรียงสองข้างทางมีตรงกลางเป็นทางเดินปลายทางเป็นแท่นพิธีอะไรสักอย่าง เบื้องหน้าเธอเป็นพิมาลาที่แต่งตัวสวยเดินมาจับมือเธอไว้ส่วนธาดาแยกตัวไปด้านใน
พิชชาตื่นในชั่วโมงต่อมา เธอจับผมที่ยังชื้นและนึกขึ้นได้ว่าสระแล้วยังไม่ทันได้เช็ดหรือทำให้แห้งดีจึงลุกมาเป่าผม แต่ทำเองได้ไม่นานธาดาก็ลุกจากเตียงตามมาแย่งทำให้“คืนนี้เราจะนอนนี่กันจริงเหรอคะ” “พราวไม่อยากอยู่กับผมสองคนบ้างเหรอ” เขาย้อนถาม“เปล่าค่ะ แต่ที่ถามคือถ้าคุณจะนอนนี่พราวจะขอโทรหาเด็กๆ หน่อย” พิชชาแก้คำพูดของเขาทำให้ชายหนุ่มยิ้มออก“ได้สิ แต่เมื่อกี้ก่อนพราวตื่นผมโทรไปหาลูกแล้ว เล่นเกมเศรษฐีกันอยู่กับฌาน” เธอพยักหน้ารับรู้มองตนเองในกระจก “พอแล้วค่ะคุณใหญ่ผมแห้งแล้ว พราวหิว” เธอเปลี่ยนเรื่อง อีกหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงคือเธอหิวบ่อย หิวเร็วกว่าปกติและหลับง่าย“ออกไปทานข้างนอกนะผมจองโต๊ะไว้แล้ววันนี้พิเศษมากๆ” เขารื้อเสื้อผ้าจากเป้มาให้ภรรยา พิชชารับเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นกำลังดีมาถือไว้ เธอนึกทึ่งที่สามีรอบคอบกระทั่งชั้นในของเธอเขาก็หยิบมาด้วย เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงพากันเดินออกไปนอกห้องระหว่างรออาหารที่โต๊ะธาดาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หญิงสาวฟังเพลงเพลินๆ มีเด็กหญิงคนหนึ่งเดินมาที่โต๊ะพร้อมกับดอกกุหลาบมาส่งให้ เธอมองหน้าเด็กหญิงและดอกไม้ที่ถูกส่งให้อย่างงงๆ “ดอกไม
เขาจูบทรวงอกที่รู้สึกว่ามันขยายใหญ่ขึ้น มือข้างนึงรัดเอวเธอไว้แน่นอีกข้างกระชากชุดว่ายน้ำเธอจนหลุดจากสะโพกลงไปกองที่พื้นจนได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงในจังหวะนั้นพิชชารีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ธาดาถอดชุดที่สวมอยู่และเก็บเสื้อผ้าของพิชชาที่เขาเป็นคนถอดเองใส่ตะกร้า แล้วเดินโทงๆ ตามเธอเข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อน เขายิ้มให้คนที่มองมาที่เขาสีหน้าแดงจัดและเดินไปหาเธอที่ยืนใต้ฝักบัว“ผมสระผมให้” ธาดาเทแชมพูใส่ฝ่ามือลูบไปมาให้เกิดฟองแล้วชโลมไปตามเส้นผมของพิชชา เธอกัดริมฝีปากแน่นอยากจะห้ามเขาแต่ไม่มีเสียงอะไรลอดออกมาจากปาก หญิงสาวหมุนตัวหันหลังให้เขาสระผมได้สะดวกขึ้น“คุณใหญ่คะ พอแล้ว” เธอห้ามหลังจากที่เขาสระผมให้สองครั้งและได้ยินเสียงเขาทำอะไรกุกกัก“ยังไม่ได้อาบน้ำเลย พอได้ยังไงหืมม” เขาประชิดตัวดึงเอวเธอไว้ให้แผ่นหลังเธอแนบกับตัวเขาเองมือใหญ่ลูบครีมอาบน้ำไปทั่วร่างขาวผ่อง ฟองครีมนุ่มลื่นทำให้สัมผัสของเขาปลุกเร้าเธอมากขึ้น ปลายนิ้วชี้ลูบไปที่ยอดถันที่ชูชันอยู่แล้ว ธาดาจูบใบหูบางแหย่ลิ้นเข้าไปในหูจนเธอเข่าอ่อนพิงเขาทั้งตัวสองมือพิชชาจิกต้นขาเขาแน่นข้างหนึ่ง อีกข้างจับข้อมือแข็งแ
“คุณใหญ่จะไปไหนคะ” เธอเลิกคิ้ว ตอนแรกนึกว่าเขาจะพามาที่นี่แล้วกลับเรือเสียอีก“เถอะน่าผมมีอะไรอยากให้พราวไปดู” ธาดาหยิบแว่นมาสวมให้จากนั้นเป็นการเดินทางไปอีกที่ พิชชาเดาว่าเขาคงพาไปอีกเกาะใกล้ๆ แต่ชายหนุ่มใช้ความเร็วมากกว่าเมื่อครู่และไม่ได้บอกอะไรเธออีก จนพิชชาเริ่มเห็นฝั่งไกลๆ มันเป็นเกาะขนาดใหญ่มาก ธาดาหยุดจอดหาพิกัดของอะไรสักอย่างจากนั้นเขาอ้อมไปอีกด้านของเกาะไปจอดที่ท่าจอดเจ็ตสกีที่มีลักษณะเหมือนทุ่นลอยน้ำ พิชชาลงมายืนบนพื้นทรายปนหินมองไปรอบๆ มันเหมือนร้านอาหารหรือที่พัก หรืออาจจะเป็นทั้งสองอย่างแต่ที่แน่ๆ คือวิวสวยมาก“เกาะล้านรีสอร์ทยินดีต้อนรับ” เธอเห็นป้ายชื่อสถานที่แล้วจึงถึงบางอ้อ มิน่าถึงคุ้นตาเพราะเธอเคยมาเกาะล้านนั่นเอง แต่ไม่ได้มาพักที่นี่ธาดาเปิดช่องที่เก็บของเขาหยิบกระเป๋าสะพายออกมาจากในนั้นแล้วล็อก เดินมาสมทบกับเธอที่รออยู่พิชชามองหน้าเขาแบบจับผิด“เราจะมาทำอะไรกันที่นี่คะ” เธอถอดเสื้อชูชีพออกถือไว้เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาจะแวะที่นี่“มากินข้าวกัน พราวบ่นเหนียวตัวไม่ใช่เหรอมีห้องพักนะล้างตัวได้” ธาดาโอบไหล่พิชชาพาเดินเข้าไปด้านในรีสอร์ท ทริปนี้
ทานอาหารรองท้องกันไปพอสมควรธาดาบอกให้สมาชิกเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสำหรับพร้อมลงน้ำ พิชชาพาลูกไปเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำของเด็กส่วนตัวเธอสวมชุดว่ายน้ำวันพีชทรงบอดี้สูทเสื้อแขนยาว “ไหนคะที่เช่าเจ็ตสกี” พิชชามองไปรอบๆ มีแต่ทะเล มีเกาะที่ยังอีกไกลแต่เธอไม่เห็นมีสิ่งก่อสร้างอะไรเลยสักอย่างธาดาเดินนำไปทางท้ายเรือเขากดปุ่มเปิดประตูการาจด้วยระบบไฟฟ้า พิชชาเริ่มเข้าใจเมื่อเห็นช่องเก็บของขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณนั้น ภายในมีเรือยางหนึ่งและเจ็ตสกีสองลำ“นี่ไงครับ เรามีร้านเช่าเจ็ตสกีของเราเอง” ฌานพูดขณะที่เดินไปลากเจ็ตสกีออกมา“ใครจะเล่นบ้าง” เด็กๆ ต่างชูมือยกขึ้นอยากขี่เจ็ตสกีกับอาฌาน “คุณเค้กจะลงไหมคะ” พิมาลาถามภรรยาของฌานที่มองสามีเล่นกับเด็กสามคน“ไม่ค่ะ เค้กไม่ถนัดลงน้ำเท่าไหร่” อรุณวตีส่ายศีรษะตอบโดยไม่ต้องคิด “แต่ไอ้ฌานมันถนัดเรื่องลากลงน้ำนะเค้ก” ธาดาตะโกนกลับมา เสียงกระแอมดังขึ้นทันทีจากคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนา“คิดดีไม่ได้เลยคุณใหญ่ ไอ้คำว่าลากลงน้ำผมจำได้ว่านายก็อยู่ด้วยนะครับ” คำพูดของฌานทำให้พิชชามองสามี“อะไรเหรอคะคุณใหญ่ลากลงน้ำ” เธอไม่เข้าใจในขณะที่คนอื่นหัวเราะ“คุณฌานค
หนึ่งเดือนต่อมาบนเรือยอร์ชสุดหรูของครอบครัวเสขสุรักษ์ การออกจากท่าของ Cutie pie เที่ยวนี้เป็นทริปใหญ่กว่าเดิมมีผู้โดยสารมากถึงสามครอบครัวอันได้แก่ ครอบครัวเสขสุรักษ์ คุณเธียรและคุณเกตุวดี ธาดา พิชชาและลูกแฝดรวมหกคน ครอบครัวของฌานสามคนและครอบครัวของพิมาลาอีกสอง ชายหนุ่มไม่ได้ให้แม่บ้านที่บ้านตามมาเพราะคราวนี้เขาอยากมาส่วนตัว มีเพียงพนักงานประจำเรือสองคนที่มาด้วยเพื่อทำงานทั่วไปในเรือตามที่ฝึกมาและมีห้องพักแยกใกล้ห้องเครื่อง“คุณใหญ่ขับเองได้จริงแน่นะ” พิชชามองเขาแบบไม่ไว้ใจเท่าไรนัก ทำให้เขาหันมามอง“ผมว่าไม่น่ายากนะ รถยังลองขับมั่วๆ ได้เลย” “คุณใหญ่! นี่ไม่ใช่รถค่ะเราจะออกทะเลกันนะคะ” พิชชากรีดร้องทำให้ฌานหัวเราะ“คุณใหญ่เขามีใบรับรองครับว่าขับเรือยอร์ชออกทะเลได้ แล้วคุณใหญ่จะแกล้งคุณพราวทำไมเดี๋ยวคืนนี้ไม่ได้นอนในห้องผมไม่รู้นะ” ฌานแกล้งขู่“ผมเป็นผู้ชายมีใบเซอร์นะพราว ไม่ทำอะไรเล่นๆ หรอก” คนมีใบเซอร์ฯ ยิ้มกรุ้มกริ่ม ฌานหันหน้าไปอีกทางบ่นพึมพำกับตัวเอง 'อาการหนักแล้วว่ะ ขนลุก' “พ่อแม่เลือกห้องนอนเลยครับ” ธาดาบอกบิดามารดาหลังจากที่สมาชิกทยอยขึ้นเรือ“เที่ยวนี







