เข้าสู่ระบบพิมาลาให้พิชชาขึ้นไปพาเด็กๆ ลงมาลาธาดาก่อนที่เขาจะกลับในวันนั้น ณพิชย์และพิชนันท์มองชายหนุ่มหน้าดุอย่างสนใจ
“คุณลุงยังไม่กลับเหรอฮะ”
“กำลังจะกลับครับ เราชื่อพุทใช่ไหมเป็นพี่หรือเป็นน้อง” ธาดามองหน้าเล็กๆ ที่คุยกับเขาแบบไม่เกรงกลัวผิดกับเด็กคนอื่นๆ ที่เขาเคยเจอ
“เป็นน้องฮะ แต่แม่เคยบอกว่าฝาแฝดพี่จะถีบน้องออกมาก่อน” ณพิชย์พูดแจ้วๆ
“แต่คุณหนูผ่าคลอดไม่ใช่เหรอครับ แล้วจะถีบคุณหนูแพรวออกมาก่อนได้ไง” ฌานขัดทำให้เด็กชายหันมาค้อน
“เห็นมะ เขาบอกแล้วว่าตัวเป็นน้อง ตัวก็ไม่เชื่อ” พิชนันท์พูดขึ้นบ้าง บรรดาผู้ใหญ่หัวเราะทำให้เด็กชายยิ่งหน้ามุ่ย
“ลูก... อย่าทำหน้าแบบนี้สิ ทำไมเราหงุดหงิดง่ายจังเดี๋ยวคุณลุงกลับแม่จะพาไปกินไอศกรีมนะคะ” พิชชาคุยกับณพิชย์ทำให้เด็กชายสีหน้าดีขึ้น
"เหมือนคุณใหญ่เลยครับ หงุดหงิดง่ายแต่หายเร็ว” ฌานออกความเห็น ทำให้คนที่ถูกพาดพิงหันไปมองเหมือนด่าด้วยสายตา
“พุทชอบกินไอศกรีมเหรอแล้วน้องแพรวล่ะครับ” ธาดาถามเด็กทั้งสอง ณพิชย์พยักหน้ารับส่วนพิชนันท์ตอบเสียงใส
“แพรวชอบกินทุเรียนค่ะ แต่ไอศกรีมก็กินได้แต่ถ้ามีรสทุเรียนจะดีม๊าก” เด็กหญิงทำเสียงสูงให้รู้ว่าชอบจริงๆ
“เดี๋ยวลุงพาไปกินทุเรียน ลุงมีเพื่อนเป็นเจ้าของสวนทุเรียนมีเป็นพันๆ ลูกเลยครับแล้วพุทกินไหม”
เด็กหญิงทำหน้าดีใจเมื่อได้ยินคำว่ามีทุเรียนเป็นพันๆ ลูก ส่วนณพิชย์พลอยตื่นเต้นไปด้วย
“ชอบครับ แต่ลุงไม่ยุติธรรม”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาไม่ยุติธรรมตรงไหน อัทธกานต์จึงเฉลยให้
“คุณใหญ่เรียกน้องแพรวแต่เรียกพุทคำเดียว พ่อหนุ่มเขาเลยรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม”
อ้อ...นอกจากฉลาดแล้วยังขี้น้อยใจด้วย ธาดาคิดในใจเขาคลี่ยิ้มบางๆ
“ลุงขอโทษครับน้องพุท ให้ลุงไถ่โทษด้วยการพาไปเที่ยวสวนทุเรียนนะ”
เด็กชายพยักหน้าท่าทางพอใจมากขึ้น
“ครับ พุทจะยอมให้ลุงไถ่โทษด้วยการพาพุทกับแพรวไปกินสวนทุเรียน”
พิชชาส่ายหน้าไปมา ไหนว่าธาดาไม่คุ้นกับเด็กแต่กลับหลอกล่อณพิชย์ให้คล้อยตามได้
“สวนทุเรียนกินไม่ได้ค่ะลูก เย็นนี้แม่พาไปกินที่ร้านก่อนแล้วกัน” เธอเงยหน้ามองแขก
“จะเที่ยงแล้ว พวกคุณกลับไปได้แล้วค่ะ”
“พราวอย่าเสียมารยาทสิ” พิมาลาปรามแต่ธาดาหันไปบอกว่าไม่เป็นไร
“ผมมานานแล้วจริงๆ ล่ะครับ ยังไงวันนี้ผมขอตัวก่อน พรุ่งนี้ผมจะมารับคุณพิชชากับเด็กๆ ไปโรงพยาบาล” ธาดาลุกขึ้นทำให้คนอื่นๆ ตามไปด้วย
“ค่ะ ยังไงพิมก็ขอโทษนะคะที่ทำให้ทางคุณยุ่งยาก แต่พราวก็ไม่ได้เจตนาจริงๆ” พิมาลากล่าวขอโทษแทนน้องสาว แต่ธาดามองตัวต้นเหตุ
“คุณพิมาลาไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ต้องขอโทษหรอกครับผมเข้าใจ ขอบคุณคุณกับสามีด้วยที่ทำให้เราคุยกันดีๆ ได้”
ชายหนุ่มพูดจบแล้ว ทุกคนหันมามองพิชชาเป็นตาเดียวจนเธอต้องยอมละทิฐิลงเพราะลูกมองอยู่
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่คิดว่าพี่หมอจะหยิบผิดจนทำให้มีเรื่องตามมาแบบนี้”
“ครับ เอาเป็นว่าเราจะไม่พูดเรื่องความผิดพลาดของหมออนันต์อีก รอผลตรวจแล้วค่อยว่ากันดีกว่าวันนี้ผมขอตัวก่อน” ธาดาหมุนตัวกลับ ฌานก้มศีรษะให้ทุกคนแต่พิชชาวิ่งตามเขาออกมา
“เดี๋ยวค่ะคุณใหญ่ คุณจะเอาเรื่องพี่หมอรึเปล่า”
ถึงอย่างไรอนันต์ก็ทำตามความต้องการของเธอ หากเขาจะต้องถึงกับหมดอนาคตหรือมีคดีติดตัว เธอคงไม่สบายใจคำถามของเธอทำให้ธาดานิ่งคิด
“ถ้าผลออกมาว่าพุทกับแพรวไม่ใช่ลูกผมก็จบเรื่องนี้ไป แต่ถ้าผลออกมาบอกว่าใช่ ก็อยู่ที่ว่าเราจะหาทางออกเรื่องนี้ร่วมกันได้ดีแค่ไหน” ธาดามองเด็กๆ ที่วิ่งตามมาเกาะแขนมารดา
ชายหนุ่มย่อตัวลงคุยกับคู่แฝด
“ลุงขออุ้มน้องพุทกับน้องแพรวได้ไหมครับ”
ณพิชย์และพิชนันท์มองมารดาโดยอัตโนมัติ เมื่อเห็นพิชชาไม่ว่าอะไรจึงพยักหน้า
“แล้วคุณลุงจะอุ้มใครก่อนฮะ” เด็กชายถาม
ธาดาไม่ตอบ เขาอุ้มเด็กสองคนพร้อมกันด้วยแขนคนละข้าง พิชนันท์ร้องวี๊ดแล้วกอดคอคนอุ้มแน่นส่วนณพิชย์หัวเราะชอบใจ
“สูงดีจังค่ะ” พิชนันท์พูดเมื่อธาดายืดตัวตรงเต็มความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบซม. และฌานไม่พลาดที่จะถ่ายคลิปไว้ทันทีโดยที่เจ้านายห้ามไม่ทัน
ความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งเข้ามากระทบใจธาดา ตอนนี้ถึงไม่ตรวจดีเอ็นเอเขาก็เชื่อเต็มร้อยว่าเด็กทั้งสองเป็นลูกของเขาจริง ชายหนุ่มกอดเด็กทั้งคู่แน่นขึ้น กลิ่นหอมของความเป็นเด็กที่ไม่เหมือนน้ำหอมใดๆ ทำให้เขาผ่อนคลาย ชายหนุ่มปล่อยร่างทั้งคู่ลงกับพื้นและบอกลาอีกครั้ง
“พรุ่งนี้เจอกันนะลูก”
ธาดากลับเข้าบ้าน เขาแปลกใจเมื่อเห็นบิดามารดานั่งเพ่งหน้าจอโทรศัพท์จากนั้นคุณเกตุวดีเริ่มซับน้ำตา
“มีอะไรกันครับแม่”
เขาเดินไปใกล้ๆ ไม่เข้าใจว่าดูอะไรกันจอเล็กๆ แล้วซาบซึ้งขนาดไหนจนต้องร้องห่มร้องไห้ แต่เมื่อเห็นคลิปที่เปิดอยู่ชายหนุ่มถึงกับอึ้งไป มันเป็นคลิปที่ฌานถ่ายไว้ตอนเขาอุ้มณพิชย์และพิชนันท์
"หลานย่า น่ารักเหลือเกินลูก พูดเก่งด้วย” นางเกตุวดีซับน้ำตา
“แม่เขาเลี้ยงดีจริงๆ นะคุณว่าไหม” บิดาพูดขึ้นบ้าง ฝ่ายภรรยาพยักหน้ารับ
“จริงค่ะคุณ เราไปหาหลานกันดีไหมคะ”
“ไปพรุ่งนี้ก็ได้ครับ ผมนัดพิชชาไว้จะไปรับเขากับลูกไปตรวจดีเอ็นเอ” ธาดาพูดขึ้นทำให้ผู้สูงวัยทั้งสองหันมาสนใจลูกชาย
ชายหนุ่มเล่าเรื่องที่ไปพูดคุยกับทางครอบครัวของพิชชาให้พ่อแม่ฟังอย่างละเอียด รวมถึงการตัดสินใจที่จะไม่เอาเรื่องนายแพทย์อนันต์หากเขากับพิชชาตกลงกันได้ด้วยดี
“จะไปเอาเรื่องเขาทำไม ต้องขอบคุณสิทำให้พ่อแม่มีหลานตั้งสองคน” เกตุวดีแย้ง
“งั้นก็ให้ลัมโบเขาสักคันเป็นโบนัสดีไหมล่ะครับแม่” ธาดาเสนอซึ่งเขาตั้งใจประชดแต่มารดากลับทำท่าเหมือนพบทางสว่าง
“จริงด้วยลูก ต้องมีอะไรตอบแทนเขานะ”
ธาดาส่ายหน้าไปมา
“มีอะไรทานไหมครับ ผมยังไม่ได้กินอะไรเลย”
“มีสิลูก แม่ทำข้าวมันส้มตำไว้ให้ ทานที่นี่ล่ะลูกนั่งรอได้เลย” นางเกตุวดีรีบลุกขึ้นนำเข้าไปในห้องครัว กำกับให้แม่บ้านช่วยกันจัดสำรับมาไว้ให้ลูกชายที่ห้องนั่งเล่น
ครู่เดียวสำรับอาหารที่จัดมาในโตกหวายถูกลำเลียงวางลงบนพื้นพรมห้องนั่งเล่น ธาดานั่งขัดสมาธิทานข้าวมันส้มตำซึ่งเป็นเมนูโบราณที่มารดาทำไว้แบบครบเครื่อง อันได้แก่ข้าวที่หุงด้วยกะทิ ส้มตำไทยรสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน แกงเผ็ดไก่ รสชาติแบบแกงภาคกลาง น้ำพริกมะขามรสชาติเปรี้ยวตามเนื้อมะขามที่เอามาตำรวมกับเครื่องอื่นๆ และเนื้อฉีกฝอยผัดหวาน เมื่อกินรวมกันแล้วนั้นจะได้รสชาติที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่เพียงเท่านี้ ยังมีผักสดและผักทอดที่นิยมกินเคียงด้วยกัน เช่น ใบทองหลาง ใบชะพลู
คืนนั้นสองสามีภรรยานอนที่รีสอร์ทแห่งนั้น พวกเขาเช็คอินในเวลาเก้าโมงธาดาดูนาฬิกาสลับกับโทรศัพท์บ่อยจนพิชชาสงสัย“มีอะไรรึเปล่าคะคุณใหญ่” “เปล่าจ้ะ ไปกันเถอะแต่งตัวเสร็จรึยังพราว” เขามองเธอในชุดใหม่เป็นเดรสสีครีมที่พิชชาไม่รู้ว่าใครเอามาให้ตอนไหน“เราจะนั่งเจ็ตสกีไม่ใช่เหรอคะ แล้วทำไมใส่ชุดนี้” พิชชาท้วง“เปล่าหรอก เช้านี้ฌานมันเอาเรือมารับเราที่นี่แล้ว” ธาดาเฉลย เขาลุกขึ้นสวมสูทสีขาวทับแล้วพาเธอออกไปข้างนอกพิชชาถือดอกไม้ที่ธาดาให้เมื่อคืนติดมือมาด้วยเพราะความเสียดาย เธอเดินตามธาดาไปที่ท่าเรือเห็นเรือ Cutie pie มาเทียบท่าแล้วจริงๆ ทว่าเมื่อเดินไปใกล้เธอต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นบางอย่างเปลี่ยนไป ซุ้มดอกไม้ถูกจัดบนเรือเป็นระยะๆ หญิงสาวมองหาสมาชิกในครอบครัวยิ่งสงสัยเมื่อไม่เห็นใครธาดาพาเธอขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือระหว่างทางยังมีซุ้มดอกไม้จนหญิงสาวเริ่มใจเต้นแรง คนมากมายอยู่ที่ดาดฟ้าที่ถูกตกแต่งใหม่อย่างรีบด่วนภายในคืนเดียว เก้าอี้ถูกนำมาวางเรียงสองข้างทางมีตรงกลางเป็นทางเดินปลายทางเป็นแท่นพิธีอะไรสักอย่าง เบื้องหน้าเธอเป็นพิมาลาที่แต่งตัวสวยเดินมาจับมือเธอไว้ส่วนธาดาแยกตัวไปด้านใน
พิชชาตื่นในชั่วโมงต่อมา เธอจับผมที่ยังชื้นและนึกขึ้นได้ว่าสระแล้วยังไม่ทันได้เช็ดหรือทำให้แห้งดีจึงลุกมาเป่าผม แต่ทำเองได้ไม่นานธาดาก็ลุกจากเตียงตามมาแย่งทำให้“คืนนี้เราจะนอนนี่กันจริงเหรอคะ” “พราวไม่อยากอยู่กับผมสองคนบ้างเหรอ” เขาย้อนถาม“เปล่าค่ะ แต่ที่ถามคือถ้าคุณจะนอนนี่พราวจะขอโทรหาเด็กๆ หน่อย” พิชชาแก้คำพูดของเขาทำให้ชายหนุ่มยิ้มออก“ได้สิ แต่เมื่อกี้ก่อนพราวตื่นผมโทรไปหาลูกแล้ว เล่นเกมเศรษฐีกันอยู่กับฌาน” เธอพยักหน้ารับรู้มองตนเองในกระจก “พอแล้วค่ะคุณใหญ่ผมแห้งแล้ว พราวหิว” เธอเปลี่ยนเรื่อง อีกหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงคือเธอหิวบ่อย หิวเร็วกว่าปกติและหลับง่าย“ออกไปทานข้างนอกนะผมจองโต๊ะไว้แล้ววันนี้พิเศษมากๆ” เขารื้อเสื้อผ้าจากเป้มาให้ภรรยา พิชชารับเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นกำลังดีมาถือไว้ เธอนึกทึ่งที่สามีรอบคอบกระทั่งชั้นในของเธอเขาก็หยิบมาด้วย เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงพากันเดินออกไปนอกห้องระหว่างรออาหารที่โต๊ะธาดาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หญิงสาวฟังเพลงเพลินๆ มีเด็กหญิงคนหนึ่งเดินมาที่โต๊ะพร้อมกับดอกกุหลาบมาส่งให้ เธอมองหน้าเด็กหญิงและดอกไม้ที่ถูกส่งให้อย่างงงๆ “ดอกไม
เขาจูบทรวงอกที่รู้สึกว่ามันขยายใหญ่ขึ้น มือข้างนึงรัดเอวเธอไว้แน่นอีกข้างกระชากชุดว่ายน้ำเธอจนหลุดจากสะโพกลงไปกองที่พื้นจนได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงในจังหวะนั้นพิชชารีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ธาดาถอดชุดที่สวมอยู่และเก็บเสื้อผ้าของพิชชาที่เขาเป็นคนถอดเองใส่ตะกร้า แล้วเดินโทงๆ ตามเธอเข้าไปในห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อน เขายิ้มให้คนที่มองมาที่เขาสีหน้าแดงจัดและเดินไปหาเธอที่ยืนใต้ฝักบัว“ผมสระผมให้” ธาดาเทแชมพูใส่ฝ่ามือลูบไปมาให้เกิดฟองแล้วชโลมไปตามเส้นผมของพิชชา เธอกัดริมฝีปากแน่นอยากจะห้ามเขาแต่ไม่มีเสียงอะไรลอดออกมาจากปาก หญิงสาวหมุนตัวหันหลังให้เขาสระผมได้สะดวกขึ้น“คุณใหญ่คะ พอแล้ว” เธอห้ามหลังจากที่เขาสระผมให้สองครั้งและได้ยินเสียงเขาทำอะไรกุกกัก“ยังไม่ได้อาบน้ำเลย พอได้ยังไงหืมม” เขาประชิดตัวดึงเอวเธอไว้ให้แผ่นหลังเธอแนบกับตัวเขาเองมือใหญ่ลูบครีมอาบน้ำไปทั่วร่างขาวผ่อง ฟองครีมนุ่มลื่นทำให้สัมผัสของเขาปลุกเร้าเธอมากขึ้น ปลายนิ้วชี้ลูบไปที่ยอดถันที่ชูชันอยู่แล้ว ธาดาจูบใบหูบางแหย่ลิ้นเข้าไปในหูจนเธอเข่าอ่อนพิงเขาทั้งตัวสองมือพิชชาจิกต้นขาเขาแน่นข้างหนึ่ง อีกข้างจับข้อมือแข็งแ
“คุณใหญ่จะไปไหนคะ” เธอเลิกคิ้ว ตอนแรกนึกว่าเขาจะพามาที่นี่แล้วกลับเรือเสียอีก“เถอะน่าผมมีอะไรอยากให้พราวไปดู” ธาดาหยิบแว่นมาสวมให้จากนั้นเป็นการเดินทางไปอีกที่ พิชชาเดาว่าเขาคงพาไปอีกเกาะใกล้ๆ แต่ชายหนุ่มใช้ความเร็วมากกว่าเมื่อครู่และไม่ได้บอกอะไรเธออีก จนพิชชาเริ่มเห็นฝั่งไกลๆ มันเป็นเกาะขนาดใหญ่มาก ธาดาหยุดจอดหาพิกัดของอะไรสักอย่างจากนั้นเขาอ้อมไปอีกด้านของเกาะไปจอดที่ท่าจอดเจ็ตสกีที่มีลักษณะเหมือนทุ่นลอยน้ำ พิชชาลงมายืนบนพื้นทรายปนหินมองไปรอบๆ มันเหมือนร้านอาหารหรือที่พัก หรืออาจจะเป็นทั้งสองอย่างแต่ที่แน่ๆ คือวิวสวยมาก“เกาะล้านรีสอร์ทยินดีต้อนรับ” เธอเห็นป้ายชื่อสถานที่แล้วจึงถึงบางอ้อ มิน่าถึงคุ้นตาเพราะเธอเคยมาเกาะล้านนั่นเอง แต่ไม่ได้มาพักที่นี่ธาดาเปิดช่องที่เก็บของเขาหยิบกระเป๋าสะพายออกมาจากในนั้นแล้วล็อก เดินมาสมทบกับเธอที่รออยู่พิชชามองหน้าเขาแบบจับผิด“เราจะมาทำอะไรกันที่นี่คะ” เธอถอดเสื้อชูชีพออกถือไว้เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาจะแวะที่นี่“มากินข้าวกัน พราวบ่นเหนียวตัวไม่ใช่เหรอมีห้องพักนะล้างตัวได้” ธาดาโอบไหล่พิชชาพาเดินเข้าไปด้านในรีสอร์ท ทริปนี้
ทานอาหารรองท้องกันไปพอสมควรธาดาบอกให้สมาชิกเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสำหรับพร้อมลงน้ำ พิชชาพาลูกไปเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำของเด็กส่วนตัวเธอสวมชุดว่ายน้ำวันพีชทรงบอดี้สูทเสื้อแขนยาว “ไหนคะที่เช่าเจ็ตสกี” พิชชามองไปรอบๆ มีแต่ทะเล มีเกาะที่ยังอีกไกลแต่เธอไม่เห็นมีสิ่งก่อสร้างอะไรเลยสักอย่างธาดาเดินนำไปทางท้ายเรือเขากดปุ่มเปิดประตูการาจด้วยระบบไฟฟ้า พิชชาเริ่มเข้าใจเมื่อเห็นช่องเก็บของขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณนั้น ภายในมีเรือยางหนึ่งและเจ็ตสกีสองลำ“นี่ไงครับ เรามีร้านเช่าเจ็ตสกีของเราเอง” ฌานพูดขณะที่เดินไปลากเจ็ตสกีออกมา“ใครจะเล่นบ้าง” เด็กๆ ต่างชูมือยกขึ้นอยากขี่เจ็ตสกีกับอาฌาน “คุณเค้กจะลงไหมคะ” พิมาลาถามภรรยาของฌานที่มองสามีเล่นกับเด็กสามคน“ไม่ค่ะ เค้กไม่ถนัดลงน้ำเท่าไหร่” อรุณวตีส่ายศีรษะตอบโดยไม่ต้องคิด “แต่ไอ้ฌานมันถนัดเรื่องลากลงน้ำนะเค้ก” ธาดาตะโกนกลับมา เสียงกระแอมดังขึ้นทันทีจากคนที่อยู่ในหัวข้อสนทนา“คิดดีไม่ได้เลยคุณใหญ่ ไอ้คำว่าลากลงน้ำผมจำได้ว่านายก็อยู่ด้วยนะครับ” คำพูดของฌานทำให้พิชชามองสามี“อะไรเหรอคะคุณใหญ่ลากลงน้ำ” เธอไม่เข้าใจในขณะที่คนอื่นหัวเราะ“คุณฌานค
หนึ่งเดือนต่อมาบนเรือยอร์ชสุดหรูของครอบครัวเสขสุรักษ์ การออกจากท่าของ Cutie pie เที่ยวนี้เป็นทริปใหญ่กว่าเดิมมีผู้โดยสารมากถึงสามครอบครัวอันได้แก่ ครอบครัวเสขสุรักษ์ คุณเธียรและคุณเกตุวดี ธาดา พิชชาและลูกแฝดรวมหกคน ครอบครัวของฌานสามคนและครอบครัวของพิมาลาอีกสอง ชายหนุ่มไม่ได้ให้แม่บ้านที่บ้านตามมาเพราะคราวนี้เขาอยากมาส่วนตัว มีเพียงพนักงานประจำเรือสองคนที่มาด้วยเพื่อทำงานทั่วไปในเรือตามที่ฝึกมาและมีห้องพักแยกใกล้ห้องเครื่อง“คุณใหญ่ขับเองได้จริงแน่นะ” พิชชามองเขาแบบไม่ไว้ใจเท่าไรนัก ทำให้เขาหันมามอง“ผมว่าไม่น่ายากนะ รถยังลองขับมั่วๆ ได้เลย” “คุณใหญ่! นี่ไม่ใช่รถค่ะเราจะออกทะเลกันนะคะ” พิชชากรีดร้องทำให้ฌานหัวเราะ“คุณใหญ่เขามีใบรับรองครับว่าขับเรือยอร์ชออกทะเลได้ แล้วคุณใหญ่จะแกล้งคุณพราวทำไมเดี๋ยวคืนนี้ไม่ได้นอนในห้องผมไม่รู้นะ” ฌานแกล้งขู่“ผมเป็นผู้ชายมีใบเซอร์นะพราว ไม่ทำอะไรเล่นๆ หรอก” คนมีใบเซอร์ฯ ยิ้มกรุ้มกริ่ม ฌานหันหน้าไปอีกทางบ่นพึมพำกับตัวเอง 'อาการหนักแล้วว่ะ ขนลุก' “พ่อแม่เลือกห้องนอนเลยครับ” ธาดาบอกบิดามารดาหลังจากที่สมาชิกทยอยขึ้นเรือ“เที่ยวนี






![ทวงสิทธิ์รักวิศวะตัวร้าย [เซทแก๊งสิงห์]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
