เข้าสู่ระบบมือที่ถือแก้วน้ำของลลินากระชับแน่น เหงื่อออกที่ฝ่ามือทั้งที่น้ำในแก้วยังเย็นจัด เธอยืนนิ่งอยู่หลังชั้นวางจานชั่วครู่ เลือกจะถอยออกมาเงียบๆ ออกประตูอีกด้านโดยไม่ให้ทั้งสองรู้ว่ามีคนได้ยิน
เธอไม่ได้โกรธพนักงานทั้งสองคน แต่โกรธตัวเองที่ปล่อยให้เรื่องของตัวเองกลายเป็นหัวข้อเมาท์เบาๆ ในแพนทรีแบบนี้
เธอก้มมองรองเท้าคัทชูพื้นเตี้ยของตัวเอง พลางสูดลมหายใจลึก
“ช่างเถอะ เราก็แค่… ระวังตัวเองมากขึ้นก็พอ”
ในจังหวะที่ลลินากลับมาถึงโต๊ะของตัวเอง อีกด้านหนึ่งประตูกระจกด้านนอกก็เลื่อนเปิดออก
มาวัชร์เดินเข้ามาพอดี เขาคงเพิ่งถึงออฟฟิศเพื่อเตรียมเข้าประชุมตอนสิบโมงเหมือนกัน ชายหนุ่มเดินมาถึงหน้าห้องแพนทรี ตั้งใจแค่จะไปกดกาแฟดำก่อนเข้าห้องประชุม แต่เสียงพูดคุยของพนักงานสองคนก็ลอยออกมาพอดี
“พี่เขาน่าจะท้องหลายเดือนแล้วล่ะ”
ปลายนิ้วที่กำลังเอื้อมไปจับมือจับประตูชะงักค้าง
หัวใจเขากระตุกวาบทันที
“พูดอะไรของแก ระวังหน่อย เดี๋ยวใครได้ยิน”
“ฉันแค่เดาเอาน่า แต่อาการมันก็ชัดอยู่นี่ พักนั้นก็ง่วงบ่อยแต่ใครจะไปคิดว่าพี่ลิลเป็นคนแบบนั้น”
มาวัชร์ยืนหน้าตึงอยู่ข้างนอก ประโยคต่อๆ มาเขาไม่ฟังแล้ว เสียงในหัวดังกลบทุกอย่าง
เขาเม้มปาก กดสวิตช์หยุดตัวเองไม่ให้เปิดประตูเข้าไปดื้อๆ เพราะรู้ว่าถ้าทำแบบนั้น เขาคงปิดปากไม่ให้เงียบไม่ตอบโต้คนที่พูดเรื่องส่วนตัวของเขากับลลินาไม่ได้
มือเขากำแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนออก สูดหายใจลึกแล้วถอยออกมาเงียบๆ
มาวัชร์เดินวกไปทางอีกด้าน เข้าห้องประชุมก่อนเวลา หัวใจหนักอึ้งกว่าทุกวัน
เขาอยากคุยกับเธอ อยากบอกว่าเขาไม่ได้คิดจะหนี ไม่ได้ไม่รับผิดชอบ แต่ทุกครั้งที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เขาก็ไม่รู้จะเริ่มต้นประโยคแรกยังไง มันดูยากไปหมดเมื่อระหว่างเรามีบุคคลที่สามเกิดขึ้น แม้ว่าคนคนนั้นจะเกิดจากเขาและเธอก็ตาม
เก้าโมงครึ่ง ลลินาเข้าไปในห้องพอภัทรเพื่ออัปเดตงานในวันนี้
“วันนี้คุณพอภัทรมีประชุมกับฝ่ายผลิตสิบโมงนะคะ เอกสารที่ต้องใช้ในส่วนของยอดออร์เดอร์จากต่างประเทศ ลิลทำสรุปทั้งหมดใส่โฟลเดอร์นี้ให้แล้วค่ะ”
เธอวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ทำท่าจะถอยออก แต่เจ้านายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองทันที
“ช่วงนี้ดูเหนื่อยๆ นะครับคุณลิล ไม่สบายหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ” เธอรีบยิ้มกลบเกลื่อน “คงเพราะนอนดึกไปหน่อย ช่วงนี้คงดูซีรีส์เยอะไปค่ะ” หญิงสาวยกเหตุผลปกติของคนในยุคนี้ที่ใครๆ ก็เข้าใจ พอภัทรจึงพยักหน้าเข้าใจ
“ถ้ามีงานอะไรที่คุณลิลแบ่งให้เด็กในทีมช่วยได้ก็แบ่งนะครับ ไม่ต้องแบกคนเดียว” เขาพูดจริงจัง “ผมยังต้องพึ่งคุณอีกเยอะเลยตอนนี้”
คำพูดเรียบง่ายแต่น้ำเสียงจริงใจของเขาทำให้เธอรู้สึกผิดหน่อยๆ ที่คิดจะลางานยาวๆ โดยยังไม่ได้บอกเขา
“ค่ะบอส ขอบคุณมากนะคะ”
พอภัทรยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มลงดูแฟ้ม “โอเค งั้นเดี๋ยวผมเตรียมตรงนี้ต่อ คุณไปพักสายตาสักนิดก็ได้ วันนี้นอกจากประชุมก็คงไม่มีอะไรใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ”
เธอออกจากห้องมาเงียบๆ เสียงรองเท้าคัทชูแตะลงบนพื้นพรมเบากว่ารองเท้าส้นสูงสี่นิ้วที่เคยใส่จนเป็นเสียงประจำตัว
ลลินาเหลือบมองประตูกระจกฝั่งห้องประชุมใหญ่ เห็นร่างสูงของมาวัชร์นั่งอยู่ด้านในแล้ว พนักงานฝ่ายผลิตสองสามคนกำลังเซตโพรเจกเตอร์ หญิงสาวมองแผ่นหลังที่เขานั่งหันหลังให้แล้วถอนหายใจเมื่อเขาไม่เห็นว่าเธอยืนอยู่ตรงนี้
‘ก็ดีแล้ว… ยังไม่พร้อมจะเจอเหมือนกัน’ เธอพูดกับตัวเองในใจ
การประชุมใช้เวลานานกว่าที่คิด เสียงคนเริ่มกลับเข้าออฟฟิศอีกครั้งตอนเกือบเที่ยง ลลินาออกไปรับโทรศัพท์ลูกค้าต่างประเทศที่มุมเงียบๆ ไม่เห็นว่าประตูห้องประชุมเปิด และมาวัชร์เดินออกมาพอดี
เขาเห็นเธอก่อน เธอถือโทรศัพท์แนบหู อยู่หน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองลงไปยังถนนด้านล่าง สีหน้าซีเรียสแต่สงบ มืออีกข้างถือสมุดที่เต็มไปด้วยตัวเลขและโน้ตภาษาอังกฤษ
“yes, we will review the terms again and get back to you by tomorrow…”
ต่อจากนั้น ปีย์มงคลพี่เขยของมาวัชร์ถูกเชิญขึ้นมาพูดเป็นตัวแทนของพี่ๆ น้องๆ ในครอบครัวใหญ่เขามองเจ้าบ่าวเจ้าสาว แล้วหัวเราะเบาๆ อย่างคนที่ผ่านชีวิตคู่มาแล้วพอสมควร“ผมมีข้อคิดเดียวให้ชีวิตคู่ครับ” เขาพูดเสียงเรียบ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้จำไว้ว่า…เมียถูกเสมอ”เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วงาน บรรยากาศผ่อนคลายลงทันที ปรมะที่ยืนอยู่ด้านล่างยกมือถามเสียงดัง“แล้วถ้าเมียผิดล่ะพี่ปีย์”ปีย์มงคลยิ้มก่อนจะตอบอย่างไม่ต้องคิด “ก็ย้อนกลับไปดูข้อหนึ่งนะครับน้องปลื้ม”เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง มาวัชร์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ลลินาที่หัวเราะกับมุกห้าบาทสิบบาทของพวกพี่ๆช่วงโยนช่อดอกไม้ ลลินาหันกลับไปมองกลุ่มแขกผู้หญิง ในมือเธอมีช่อดอกไม้ที่กระชับไว้แน่นเพื่อให้โยนได้ไกลที่สุด เมื่อได้รับสัญญาณว่าโยนได้ ช่อดอกไม้ก็ลอยข้ามอากาศไปตกลงในมือของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ข้างเหมวัต ลูกพี่ลูกน้องของมาวัชร์ เสียงแซวดังขึ้นทันทีจนหญิงสาวหน้าแดง เหมวัตยิ้มจนหุบไม่ลง “คนที่ได้ ใครเหรอคะคุณรุจ” ลลินากระซิบถามสามี มาวัชร์ส่ายหน้า เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าญาติหนุ่มลูกชายน้าหั
ในงานมีเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวเพียงคู่เดียว ฝ่ายหญิงคือนีนนาราที่เต็มใจมาช่วยงานเพื่อนอย่างยิ่ง ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวก็คือหมอณรัฐ เพื่อนสมัยวัยเด็กของเจ้าบ่าวเช่นกันโถงกว้างทางเข้างานถูกเนรมิตให้เป็นเหมือนอยู่กลางสวนดอกไม้สีขาวสะอาดตา มีน้ำแข็งแกะสลักเป็นรูปเด็กผู้หญิงมีปีกเหมือนเทพแห่งความรักตั้งแสดงที่หน้างาน แทนตัวเด็กหญิงมิลินที่เป็นเหมือนกามเทพแห่งความรักของพ่อและแม่ตรงข้ามกันเป็นรูปถ่ายครอบครัวขนาดใหญ่ตั้งไว้ตรงทางเข้า เป็นภาพมาวัชร์ ลลินาและลูกสาวของพวกเขาหลายภาพในอิริยาบถที่ต่างกัน เช่นภาพในวันที่เด็กหญิงเพิ่งหัดยืนเกาะโซฟา กับรอยยิ้มที่ทำให้แขกแทบทุกคนต้องหยุดมอง“นางเอกตัวจริงของงานนี้เลยนะ” ปรมะพูดเมื่อเดินมาถึงจุดนี้“เสาหลักของบ้านเลยล่ะ เจ้าหนูลีล่า” ปริญน้องชายตอบ ในมือเขาก็อุ้มเด็กหญิงวัยประมาณสี่ขวบมาด้วยกัน“วันนี้พวกแกเอาลูกมาประชันกันเหรอ แต่ละคนมีแต่ลูกสาวสวยๆ น่ารักๆ แล้วดูลูกฉันสิ” ปรมะหันไปมองลูกชาย แจ็คสันในวัย 11 ขวบที่แต่งตัวหล่อแต่เดินหน้าหงิกเข้างานไปโน่นแล้วลีล่าในชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวฟูฟ่องราวเจ้าหญิง ก้าวเดินเตาะแตะอยู่กลางงาน ขาสั้นๆ ที่ย
เมื่อปทุมถันคู่งามเป็นอิสระ เขาใช้ลิ้นสากเลียไปตามเนินอกและปลายยอดทีละข้างอย่างคลั่งไคล้ ลลินาได้แต่อำนวยความสะดวกยกตัวขึ้นจากที่นอนเพื่อให้เขาปลดเสื้อผ้าออกจากร่างเธอได้ง่ายขึ้น“คุณสวยมาก สวยกว่าเดิมอีกลิล” เขาพึมพำขณะที่เลื่อนตัวไปจูบที่หน้าท้องราบไร้ไขมันส่วนเกินจนเขาไม่อยากเชื่อว่านี่คือคุณแม่ลูกหนึ่งที่เพิ่งคลอดไม่ถึงปี เขาขยับมือลงมาที่ต้นขารูดกางเกงนอนพร้อมกับแพนตี้ลงไปคอดลำขายาวเรียวในคราวเดียวกัน และไม่ทันที่หญิงสาวจะเตรียมใจ เธอก็สะดุ้งเมื่ออยู่ๆ เขาก็เลื่อนตัวลงไปใช้ลิ้นปาดเลียไปตามกลีบเนื้อกลางตัว จนความชุ่มฉ่ำของเธอเอ่อล้นรวดเร็วลลินาหลับตาสะโพกยกขึ้นไม่ติดเตียงด้วยความกระสับกระส่าย อยากให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี้เสียที จนกระทั่งร่างงามกระตุกตัวเกร็งด้วยเธอสามารถไปถึงฝั่งได้แล้ว เธอจิกมือลงบนที่นอนอย่างต้องการระบายความเสียวซ่าน ลมหายใจหอบคลายลงอย่างช้าๆมาวัชร์ผละออกห่างเพียงเพื่อถอดเสื้อผ้าออกจากตัว เขาเปิดลิ้นชักหยิบซองฟอยล์ออกมาฉีกอย่างรวดเร็ว เสียงสวบสาบทำให้ลลินาหน้าแดงก่ำเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าเขากำลังทำอะไร ชายหนุ่มกลับมาหาร่างที่นอนร
คืนนั้นลลินานั่งลงบนเบาะที่ปูลงบนระเบียงด้านหันลงทะเล เป็นมุมส่วนตัวของบ้านพักที่ค่อนข้างห่างไกลสายตาผู้คน เธอและมาวัชร์อยู่ร่วมงานเลี้ยงพนักงานประมาณหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ขอตัวกลับมาที่พักเพื่อโทรหาลูกที่กรุงเทพฯ ได้คุยกับลีล่าและคุณย่าอยู่ครู่หนึ่งก็วางสาย “หิวอีกไหมลิล” มาวัชร์ถามขณะยกจานของว่างเข้ามาวางบนโต๊ะ เป็นสแน็กประเภทเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบกินเล่นกันเพลินๆ“ไม่ค่ะ แต่ไม่แน่ดึกๆ อาจจะหิวก็ได้” ลลินาเอื้อมมือมาหยิบเม็ดมะม่วงเข้าปาก“สั่งอะไรมาเผื่อกินตอนดึกๆ ไหม เดี๋ยวครัวน่าจะปิดเที่ยงคืน” มาวัชร์ถามขณะที่นั่งข้างๆ เธอ“ไม่ต้องหรอกค่ะ กินพวกนี้ก็พอ”“พอไม่มีลีล่า นึกถึงวันที่เราเคยไปเที่ยวทะเลกันสองคนเลยเนอะ” มาวัชร์ชวนคุย เขาจับมือเธอมาคลึงเล่นรู้สึกเพลินดีเหมือนกัน“ค่ะ ตอนนั้นเราไปที่ไหนนะที่ไปทะเลครั้งแรก” เธอหันมาถาม“จะทดสอบเหรอว่าผมจำได้ไหม” มาวัชร์หัวเราะ“แล้วจำได้ไหมล่ะ” เธอเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังขึ้น“จำได้ก็แปลกแล้ว ตั้งหลายปี” มาวัชร์พูดหน้าตาเฉยๆ ส่วนลลินาดึงมือออกทำให้ชายหนุ่มรีบตระครุบมือเธอไว้ ไปๆ มาๆ ก็ก
พัชรานั่งตัวตรงตามแบบฉบับของเลขานุการมืออาชีพ ในขณะที่ลลินาหยิบแฟ้มที่ได้มาจากฝ่ายบุคคลเมื่อวาน เธอเปิดดูอีกครั้งกวาดตามองรายละเอียดในแฟ้มพนักงาน ก่อนจะเอนตัวพิงพนักด้วยท่าทางผ่อนคลายขึ้นนิดหนึ่ง“สิ้นเดือนนี้น้องพัช จะทดลองงานครบสามเดือนแล้วนะคะ” หญิงสาวเจ้าของห้องเกริ่น“ใช่ค่ะ” อีกฝ่ายตอบเร็วลลินามองเธอตรงๆ สายตานั้นทำให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนกำลังถูกประเมินอย่างละเอียด“ในแง่ทักษะการทำงาน การทำเอกสาร การประสานงาน และภาษาอังกฤษของเรา ทำได้ในระดับที่น่าพอใจ”เธอหยุดเล็กน้อย “แต่มีประเด็นหนึ่งที่บริษัทนี้ให้ความสำคัญมากกว่าสกิล”หญิงสาวขยับตัวนิดหนึ่ง “เรื่องอะไรคะ”“การวางตัว” คำตอบสั้นๆ แต่ชัดเจน ลลินาปิดแฟ้มลงวางมือบนโต๊ะ เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“แผนกเลขานุการกลางของเราเป็นหน้าตาขององค์กร เป็นด่านแรกที่จะเข้าถึงผู้บริหารระดับสูง และเป็นพื้นที่ที่ความเป็นมืออาชีพต้องมาก่อนทุกอย่าง”เธอเว้นจังหวะก่อนจะพูดต่อ “ดังนั้นบุคลากรในแผนกนี้ ต้องมีการวางตัวที่ดีทั้งต่อพนักงานในแผนกอื่นๆ รวมถึงการปฏิบัติตัวกับผู้บริหารด้วย”หญิงสาวหน้าเจื่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพย
เย็นวันนั้นรถคันเดิมพาทั้งสองคนกลับบ้าน พวกเขาแวะบ้านใหญ่เพื่อไปรับลูก “พ่อแม่เรามากันแล้วลีล่า” มัทรีพูดกับหลานสาว“สวัสดีค่ะคุณแม่ ลีล่าเลี้ยงยากไหมคะ” ลลินารีบถามแม่สามี ทำให้ฝ่ายนั้นรีบโบกมือ“โอ๊ย... จะดื้ออะไร ลีล่าเป็นเด็กดีออกเนอะลูก” ส่วนลีล่าก็ทำท่าจะคืบมาหาทันทีที่เห็นพ่อแม่ เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ทำให้ความเหนื่อยทั้งวันหายไปอย่างรวดเร็วมาวัชร์อุ้มลูกขึ้นมา “วันนี้หนูเป็นยังไงบ้าง เป็นคนเก่งของคุณย่ารึเปล่าคะลีล่า” เด็กน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเมื่อพ่อพูดด้วยเสียงสอง ลลินายืนมองภาพนั้นด้วยความสบายใจและเชื่อใจ ครอบครัวของเธอแข็งแรงมากพอเพราะผู้ชายตรงหน้าเลือกจะซื่อสัตย์กับคำว่าเรา และเธอเอง… ก็เลือกที่จะเชื่อเขาการประชุมบอร์ดในวาระต่อมามีเรื่องสำคัญที่ทุกคนตั้งใจฟัง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผลประกอบการหรือแผนขยายโรงงานใดใด แต่เป็นเรื่องการให้หรือโครงการ CSR ของบริษัทที่นำเสนอโดยวันวิสาข์ ตัวแทนผู้ถือหุ้นจากรามโฮลดิ้งเธอเป็นคนลุกขึ้นนำเสนอโพรเจกต์มูลนิธิ Live for life ภายใต้การดำเนินการของโรงพยาบาลโชติภิวรรธ“นี่ไม่ใช่โครงการ CSR เพื่อภาพลักษณ์ค่ะ” เธอพูดตรง
จากนั้นทั้งมาวัชร์และลลินาต่างก็จมจ่อมอยู่กับงานของตัวเอง โดยที่ไม่ได้รบกวนกันจนกระทั่งผ่านไปสองชั่วโมง เขาเงยหน้าขึ้นบอกเธอ “วันนี้ผมคงต้องเข้าโรงงานที่อยุธยา” เขาเอ่ยพลางจิบกาแฟ “ไปด้วยกันไหมลิล” “จะดีเหรอคะ คุณไปทำงาน” ลลินาไม่แน่ใจว่าควรไปไหม“ไปได้ ผมไปทำงานไม่นาน คุณเค
“ทำไมคุณตื่นเช้าจัง ผมยังไม่หายง่วงเลย”คำถามมาพร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงที่กอดจากด้านหลัง เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ดังลอดออกมาจากคนที่อยู่ในห้องครัวของคอนโดกลางเมือง ตอนนั้นลลินากำลังยืนอยู่หน้าแพนทรีเพื่อเตรียมอาหารเช้าแบบง่ายๆ เธอสวมเชิ้ตผ้าฝ้ายตัวหลวมกับกางเกงขาสั้น ผมตรงยาวถูกรวบไว้ลวกๆ เธอยังไ
“คุณรุจคะ ลิลท้อง” ทันทีที่ลลินาพูดจบก็เหมือนเกิดเดดแอร์ชั่วขณะ มาวัชร์ที่กำลังแต่งตัวชะงักมือเขามองเธออย่างไม่อยากเชื่อ“อะไรนะลิล คุณพูดเล่นหรือเปล่า” ชายหนุ่มหัวเราะแต่แล้วก็ต้องเงียบเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือเธอมันคือที่ตรวจครรภ์ด้วยตัวเองและสองขีดแดงนั่นก็ชัดยิ่งกว่าคำพูดใดใด ชายหนุ่มน
“แล้วเรื่องหนูคนนั้นกับลูก เป็นยังไงบ้างรุจ” หลังจากที่สามีและลูกชายได้ข้อสรุปเรื่องงาน มัทรีจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องหญิงสาวที่มีทีท่าเหมือนจะคบหากับลูกชายอยู่“อ๋อ ลิลเหรอแม่ ก็ไม่ไงนี่ครับ เขาก็น่ารักดี คุยง่ายไม่เรื่องมาก” มาวัชร์ตอบตามตรง เพราะว่าลิล หรือ ลลินาเป็นพนักงานในบริษัทที่เขาทำงา






![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
