로그인สองสัปดาห์หลังจากคืนนั้น
สองสัปดาห์ที่ไม่มีคำตอบ
สองสัปดาห์ที่ลลินาต้องพยายามใช้ชีวิตให้ “ปกติที่สุด” ทั้งที่ทุกอย่างในตัวเธอไม่ปกติเลย
เช้าวันจันทร์รถไฟฟ้าแน่นเหมือนทุกวัน เสียงประกาศสถานีถัดไปดังกลบเสียงพนักงานที่คุยโทรศัพท์กัน ลลินายืนเกาะเสา มืออีกข้างประคองถุงน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ที่เพิ่งซื้อจากหน้าปากซอยคอนโด
เมื่อก่อน ถ้าเป็นเช้าแบบนี้ในวันทำงาน เธอจะต้องมีแก้วกาแฟหอมๆ ติดมือเสมอ แต่ตอนนี้… แค่คิดถึงกลิ่นเอสเปรสโซก็คลื่นไส้แล้ว
เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น สูดหายใจลึก
“ไม่เป็นไร… เดี๋ยวก็ชิน” พูดกับตัวเองในใจ ทั้งเรื่องน้ำเต้าหู้ ทั้งเรื่องอีกชีวิตหนึ่งที่อยู่ในท้อง
เมื่อถึงชั้นยี่สิบห้าประตูลิฟต์เปิดออก เสียง “สวัสดีค่ะพี่ลิล” ดังขึ้นจากน้องๆ แผนกการตลาดที่นั่งอยู่โซนด้านหน้า เธอยกยิ้มบางๆ ทักตอบเหมือนทุกวัน เดินตรงไปยังห้องทำงานตัวเองที่อยู่ใกล้ห้องของพอภัทร
ลลินามีห้องทำงานของเธอซึ่งอยู่ร่วมกับเลขานุการของเจ้านายคนอื่นๆ ซึ่งแต่ละคนก็มีหน้าที่ต่างกัน ดังเช่นที่เธอรับผิดชอบด้านการวาง
กลยุทธ์ลูกค้าต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่บรรยากาศเช้าวันจันทร์ยังคงวุ่นวายเหมือนเดิม เอกสารกองบนโต๊ะ เสียงโทรศัพท์สายนอกดังประปราย รวมถึงผู้คนที่เดินเข้าออกยิ่งเป็นวันจันทร์ที่มีประชุมช่วงครึ่งวันเช้าด้วยล่ะก็ ผู้คนที่ขึ้นมาบนชั้นนี้จะมากกว่าวันปกติเสมอ
แม่บ้านของแผนกผู้บริหารส่วนหนึ่งเร่งทำความสะอาด ส่วนหนึ่งเร่งจัดเตรียมเครื่องดื่มและชุดอาหารว่าง ทำให้มีกลิ่นกาแฟจากแพนทรีลอยมาจากด้านใน ทำให้ลลินาสูดกลิ่นนั้นอย่างคิดถึง
เพราะบนโต๊ะของเธอมีสิ่งที่ไม่เหมือนเดิม คือแก้วทัมเบลอร์สีขาวบนโต๊ะทำงานของเธอที่เธอทำสติกเกอร์ชื่อตัวเองแปะไว้กันคนอื่นหยิบผิด จากที่เคยเป็นกาแฟสูตรโปรดวันนี้กลายเป็นน้ำเต้าหู้ที่เธอไม่ได้กินมานานมากแล้ว
ลลินาเปิดคอมพิวเตอร์ เช็กอีเมลรอบเช้า วางสมุดแพลนเนอร์เล่มหนังไว้ข้างๆ มือที่กำลังลากเมาส์ผ่านหัวข้อ “Meeting – CEO & MD – 10.00 am” หยุดอยู่นานกว่าปกติ
ชื่อประชุมรวมระหว่างพอภัทรกับมาวัชร์ ถูกตั้งไว้เป็นประจำทุกวันจันทร์ แต่วันนี้เธอไม่ได้อยู่ในวาระเข้าประชุมด้วย เพราะเรื่องหลักเป็นเรื่องตัวเลขการผลิตและแผนการเดินเครื่องจักรล็อตใหม่
“ดีแล้ว…” เธอคิดในใจ แค่คิดว่าจะต้องนั่งห้องเดียวกับเขา ทั้งที่ยังไม่ได้คุยกันเรื่องเมื่อคืนวันนั้นให้จบ หัวใจเธอก็เต้นแรงอย่างควบคุมไม่อยู่
ตั้งแต่วันที่บอกเขาว่าตั้งครรภ์ แล้วเขาต้องรีบออกไปเพราะคุณมัทรีตกบันไดทุกอย่างก็เหมือนหยุดนิ่ง
เขาส่งข้อความมาหนึ่งครั้งว่า “แม่โอเคแล้ว เดี๋ยวคุยกัน”
แล้วก็ไม่มีอะไรอีกเลย เธอไม่ได้โทรไปซ้ำ ไม่ได้ไลน์ไปถาม ไม่ได้ทวงคำตอบ ในเมื่อเขาเงียบเธอก็เลือกที่จะเงียบเหมือนกัน
เสียง “ติ๊ง” จากหน้าจอทำให้ความคิดหยุดลง อีเมลจากฝ่ายยุโรปส่งเข้ามาพอดี เธอเริ่มพิมพ์ตอบอย่างคล่องแคล่ว รวบรวมเอกสารที่ต้องเตรียมให้พอภัทรสำหรับประชุมสิบโมง ทุกอย่างถูกทำไปตามระบบที่รันในหัวมานานหลายปี
“พี่ลิล ไปแพนทรีด้วยกันไหมคะ”
น้องแผนกคนหนึ่งโผล่หน้ามาจากพาร์ติชัน
“ว่าจะไปเหมือนกัน แต่จะต้องเตรียมเอกสารให้บอสก่อนจ้ะเราไปก่อนเถอะ” เธอตอบและทำงานต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายสวมรองเท้าคัทชูส้นเตี้ยที่เพิ่งซื้อมาใหม่วันก่อนเดินไปที่ห้องครัวของแผนก
แพนทรีเล็กๆ ด้านในออฟฟิศมีกลิ่นกาแฟโบราณผสมเอสเปรสโซ เสียงเครื่องบดเมล็ดดังแทรกเสียงหัวเราะคิกคักของพนักงานสาวสองคนที่ยืนอยู่หน้าเครื่องชง
ลลินาหยิบแก้วน้ำเปล่าใส่น้ำเย็นจากตู้กด ตั้งใจจะกลับไปให้เร็วที่สุด ทว่าเสียงสนทนากดเบาๆ ก็ลอดเข้าหู
“แกๆ เมื่อก่อนพี่ลิลกาแฟวันละสองแก้วโตๆ เดี๋ยวนี้กินแต่น้ำเต้าหู้ทุกเช้าเลยนะ”
“ใช่ๆ ฉันก็สังเกตอยู่ ไม่ใส่ส้นสูงแล้วด้วย ใส่แต่รองเท้าคัทชูเตี้ยๆ”
“หรือว่า… ท้อง?” เสียงกระซิบเบาลง แต่ยิ่งเบากลับยิ่งชัด
“เฮ้ย จริงปะ แต่เขาคบกับคุณรุจจริงไหมเนี่ย ไม่เคยประกาศสถานะสักที”
“ก็เห็นมีคนเจอคุณรุจไปๆ มาๆ คอนโดพี่ลิลบ่อยนะยะ”
“ถ้าท้องจริงจะทำไงวะ แบบนี้มัน… อืม ก็คงต้องรับผิดชอบแหละ”
ต่อจากนั้น ปีย์มงคลพี่เขยของมาวัชร์ถูกเชิญขึ้นมาพูดเป็นตัวแทนของพี่ๆ น้องๆ ในครอบครัวใหญ่เขามองเจ้าบ่าวเจ้าสาว แล้วหัวเราะเบาๆ อย่างคนที่ผ่านชีวิตคู่มาแล้วพอสมควร“ผมมีข้อคิดเดียวให้ชีวิตคู่ครับ” เขาพูดเสียงเรียบ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้จำไว้ว่า…เมียถูกเสมอ”เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วงาน บรรยากาศผ่อนคลายลงทันที ปรมะที่ยืนอยู่ด้านล่างยกมือถามเสียงดัง“แล้วถ้าเมียผิดล่ะพี่ปีย์”ปีย์มงคลยิ้มก่อนจะตอบอย่างไม่ต้องคิด “ก็ย้อนกลับไปดูข้อหนึ่งนะครับน้องปลื้ม”เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง มาวัชร์ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ลลินาที่หัวเราะกับมุกห้าบาทสิบบาทของพวกพี่ๆช่วงโยนช่อดอกไม้ ลลินาหันกลับไปมองกลุ่มแขกผู้หญิง ในมือเธอมีช่อดอกไม้ที่กระชับไว้แน่นเพื่อให้โยนได้ไกลที่สุด เมื่อได้รับสัญญาณว่าโยนได้ ช่อดอกไม้ก็ลอยข้ามอากาศไปตกลงในมือของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ข้างเหมวัต ลูกพี่ลูกน้องของมาวัชร์ เสียงแซวดังขึ้นทันทีจนหญิงสาวหน้าแดง เหมวัตยิ้มจนหุบไม่ลง “คนที่ได้ ใครเหรอคะคุณรุจ” ลลินากระซิบถามสามี มาวัชร์ส่ายหน้า เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าญาติหนุ่มลูกชายน้าหั
ในงานมีเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวเพียงคู่เดียว ฝ่ายหญิงคือนีนนาราที่เต็มใจมาช่วยงานเพื่อนอย่างยิ่ง ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวก็คือหมอณรัฐ เพื่อนสมัยวัยเด็กของเจ้าบ่าวเช่นกันโถงกว้างทางเข้างานถูกเนรมิตให้เป็นเหมือนอยู่กลางสวนดอกไม้สีขาวสะอาดตา มีน้ำแข็งแกะสลักเป็นรูปเด็กผู้หญิงมีปีกเหมือนเทพแห่งความรักตั้งแสดงที่หน้างาน แทนตัวเด็กหญิงมิลินที่เป็นเหมือนกามเทพแห่งความรักของพ่อและแม่ตรงข้ามกันเป็นรูปถ่ายครอบครัวขนาดใหญ่ตั้งไว้ตรงทางเข้า เป็นภาพมาวัชร์ ลลินาและลูกสาวของพวกเขาหลายภาพในอิริยาบถที่ต่างกัน เช่นภาพในวันที่เด็กหญิงเพิ่งหัดยืนเกาะโซฟา กับรอยยิ้มที่ทำให้แขกแทบทุกคนต้องหยุดมอง“นางเอกตัวจริงของงานนี้เลยนะ” ปรมะพูดเมื่อเดินมาถึงจุดนี้“เสาหลักของบ้านเลยล่ะ เจ้าหนูลีล่า” ปริญน้องชายตอบ ในมือเขาก็อุ้มเด็กหญิงวัยประมาณสี่ขวบมาด้วยกัน“วันนี้พวกแกเอาลูกมาประชันกันเหรอ แต่ละคนมีแต่ลูกสาวสวยๆ น่ารักๆ แล้วดูลูกฉันสิ” ปรมะหันไปมองลูกชาย แจ็คสันในวัย 11 ขวบที่แต่งตัวหล่อแต่เดินหน้าหงิกเข้างานไปโน่นแล้วลีล่าในชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวฟูฟ่องราวเจ้าหญิง ก้าวเดินเตาะแตะอยู่กลางงาน ขาสั้นๆ ที่ย
เมื่อปทุมถันคู่งามเป็นอิสระ เขาใช้ลิ้นสากเลียไปตามเนินอกและปลายยอดทีละข้างอย่างคลั่งไคล้ ลลินาได้แต่อำนวยความสะดวกยกตัวขึ้นจากที่นอนเพื่อให้เขาปลดเสื้อผ้าออกจากร่างเธอได้ง่ายขึ้น“คุณสวยมาก สวยกว่าเดิมอีกลิล” เขาพึมพำขณะที่เลื่อนตัวไปจูบที่หน้าท้องราบไร้ไขมันส่วนเกินจนเขาไม่อยากเชื่อว่านี่คือคุณแม่ลูกหนึ่งที่เพิ่งคลอดไม่ถึงปี เขาขยับมือลงมาที่ต้นขารูดกางเกงนอนพร้อมกับแพนตี้ลงไปคอดลำขายาวเรียวในคราวเดียวกัน และไม่ทันที่หญิงสาวจะเตรียมใจ เธอก็สะดุ้งเมื่ออยู่ๆ เขาก็เลื่อนตัวลงไปใช้ลิ้นปาดเลียไปตามกลีบเนื้อกลางตัว จนความชุ่มฉ่ำของเธอเอ่อล้นรวดเร็วลลินาหลับตาสะโพกยกขึ้นไม่ติดเตียงด้วยความกระสับกระส่าย อยากให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี้เสียที จนกระทั่งร่างงามกระตุกตัวเกร็งด้วยเธอสามารถไปถึงฝั่งได้แล้ว เธอจิกมือลงบนที่นอนอย่างต้องการระบายความเสียวซ่าน ลมหายใจหอบคลายลงอย่างช้าๆมาวัชร์ผละออกห่างเพียงเพื่อถอดเสื้อผ้าออกจากตัว เขาเปิดลิ้นชักหยิบซองฟอยล์ออกมาฉีกอย่างรวดเร็ว เสียงสวบสาบทำให้ลลินาหน้าแดงก่ำเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าเขากำลังทำอะไร ชายหนุ่มกลับมาหาร่างที่นอนร
คืนนั้นลลินานั่งลงบนเบาะที่ปูลงบนระเบียงด้านหันลงทะเล เป็นมุมส่วนตัวของบ้านพักที่ค่อนข้างห่างไกลสายตาผู้คน เธอและมาวัชร์อยู่ร่วมงานเลี้ยงพนักงานประมาณหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็ขอตัวกลับมาที่พักเพื่อโทรหาลูกที่กรุงเทพฯ ได้คุยกับลีล่าและคุณย่าอยู่ครู่หนึ่งก็วางสาย “หิวอีกไหมลิล” มาวัชร์ถามขณะยกจานของว่างเข้ามาวางบนโต๊ะ เป็นสแน็กประเภทเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบกินเล่นกันเพลินๆ“ไม่ค่ะ แต่ไม่แน่ดึกๆ อาจจะหิวก็ได้” ลลินาเอื้อมมือมาหยิบเม็ดมะม่วงเข้าปาก“สั่งอะไรมาเผื่อกินตอนดึกๆ ไหม เดี๋ยวครัวน่าจะปิดเที่ยงคืน” มาวัชร์ถามขณะที่นั่งข้างๆ เธอ“ไม่ต้องหรอกค่ะ กินพวกนี้ก็พอ”“พอไม่มีลีล่า นึกถึงวันที่เราเคยไปเที่ยวทะเลกันสองคนเลยเนอะ” มาวัชร์ชวนคุย เขาจับมือเธอมาคลึงเล่นรู้สึกเพลินดีเหมือนกัน“ค่ะ ตอนนั้นเราไปที่ไหนนะที่ไปทะเลครั้งแรก” เธอหันมาถาม“จะทดสอบเหรอว่าผมจำได้ไหม” มาวัชร์หัวเราะ“แล้วจำได้ไหมล่ะ” เธอเปลี่ยนท่าทีเป็นจริงจังขึ้น“จำได้ก็แปลกแล้ว ตั้งหลายปี” มาวัชร์พูดหน้าตาเฉยๆ ส่วนลลินาดึงมือออกทำให้ชายหนุ่มรีบตระครุบมือเธอไว้ ไปๆ มาๆ ก็ก
พัชรานั่งตัวตรงตามแบบฉบับของเลขานุการมืออาชีพ ในขณะที่ลลินาหยิบแฟ้มที่ได้มาจากฝ่ายบุคคลเมื่อวาน เธอเปิดดูอีกครั้งกวาดตามองรายละเอียดในแฟ้มพนักงาน ก่อนจะเอนตัวพิงพนักด้วยท่าทางผ่อนคลายขึ้นนิดหนึ่ง“สิ้นเดือนนี้น้องพัช จะทดลองงานครบสามเดือนแล้วนะคะ” หญิงสาวเจ้าของห้องเกริ่น“ใช่ค่ะ” อีกฝ่ายตอบเร็วลลินามองเธอตรงๆ สายตานั้นทำให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนกำลังถูกประเมินอย่างละเอียด“ในแง่ทักษะการทำงาน การทำเอกสาร การประสานงาน และภาษาอังกฤษของเรา ทำได้ในระดับที่น่าพอใจ”เธอหยุดเล็กน้อย “แต่มีประเด็นหนึ่งที่บริษัทนี้ให้ความสำคัญมากกว่าสกิล”หญิงสาวขยับตัวนิดหนึ่ง “เรื่องอะไรคะ”“การวางตัว” คำตอบสั้นๆ แต่ชัดเจน ลลินาปิดแฟ้มลงวางมือบนโต๊ะ เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“แผนกเลขานุการกลางของเราเป็นหน้าตาขององค์กร เป็นด่านแรกที่จะเข้าถึงผู้บริหารระดับสูง และเป็นพื้นที่ที่ความเป็นมืออาชีพต้องมาก่อนทุกอย่าง”เธอเว้นจังหวะก่อนจะพูดต่อ “ดังนั้นบุคลากรในแผนกนี้ ต้องมีการวางตัวที่ดีทั้งต่อพนักงานในแผนกอื่นๆ รวมถึงการปฏิบัติตัวกับผู้บริหารด้วย”หญิงสาวหน้าเจื่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพย
เย็นวันนั้นรถคันเดิมพาทั้งสองคนกลับบ้าน พวกเขาแวะบ้านใหญ่เพื่อไปรับลูก “พ่อแม่เรามากันแล้วลีล่า” มัทรีพูดกับหลานสาว“สวัสดีค่ะคุณแม่ ลีล่าเลี้ยงยากไหมคะ” ลลินารีบถามแม่สามี ทำให้ฝ่ายนั้นรีบโบกมือ“โอ๊ย... จะดื้ออะไร ลีล่าเป็นเด็กดีออกเนอะลูก” ส่วนลีล่าก็ทำท่าจะคืบมาหาทันทีที่เห็นพ่อแม่ เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ทำให้ความเหนื่อยทั้งวันหายไปอย่างรวดเร็วมาวัชร์อุ้มลูกขึ้นมา “วันนี้หนูเป็นยังไงบ้าง เป็นคนเก่งของคุณย่ารึเปล่าคะลีล่า” เด็กน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเมื่อพ่อพูดด้วยเสียงสอง ลลินายืนมองภาพนั้นด้วยความสบายใจและเชื่อใจ ครอบครัวของเธอแข็งแรงมากพอเพราะผู้ชายตรงหน้าเลือกจะซื่อสัตย์กับคำว่าเรา และเธอเอง… ก็เลือกที่จะเชื่อเขาการประชุมบอร์ดในวาระต่อมามีเรื่องสำคัญที่ทุกคนตั้งใจฟัง ซึ่งไม่ใช่เรื่องผลประกอบการหรือแผนขยายโรงงานใดใด แต่เป็นเรื่องการให้หรือโครงการ CSR ของบริษัทที่นำเสนอโดยวันวิสาข์ ตัวแทนผู้ถือหุ้นจากรามโฮลดิ้งเธอเป็นคนลุกขึ้นนำเสนอโพรเจกต์มูลนิธิ Live for life ภายใต้การดำเนินการของโรงพยาบาลโชติภิวรรธ“นี่ไม่ใช่โครงการ CSR เพื่อภาพลักษณ์ค่ะ” เธอพูดตรง
หลังจากเข้ามาในห้องรับรองพิเศษ กลิ่นอ่อนๆ ของชา Earl Grey ลอยออกมาจากชุดน้ำที่เตรียมไว้ เขาช่วยประคองให้เธอนั่งบนโซฟานุ่มๆ ก่อนจะถาม“ลิลเวียนหัวไหมครับ ห้องนี้แอร์เย็นไปหรือเปล่า”“ไม่ค่ะ ปกติดีค่ะ”เพียงครู่เดียว เลขาหนุ่มคนหนึ่งเคาะประตูและก้มศีรษะให้เขาอย่างนอบน้อม“คุณรุจครับ ต้องรบกวนเรื่องเ
น้ำเสียงมืออาชีพของเธอทำให้เขาเผลอยิ้มมุมปากนิดๆ ไม่ว่าเรื่องส่วนตัวจะเป็นยังไงจะมีปัญหาแค่ไหน เธอก็ยังเป็น “เลขาคนเก่ง” ของเขาอยู่ดี ชายหนุ่มรู้ว่าลลินาแยกแยะเรื่องส่วนตัวและงานได้ดีมาตลอด ดีจนเขาเคยอยากเป็นมืออาชีพให้ได้ครึ่งแบบที่เธอเป็นมาวัชร์ตั้งใจจะรอให้เธอคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วจะเข้าไป
มือที่ถือแก้วน้ำของลลินากระชับแน่น เหงื่อออกที่ฝ่ามือทั้งที่น้ำในแก้วยังเย็นจัด เธอยืนนิ่งอยู่หลังชั้นวางจานชั่วครู่ เลือกจะถอยออกมาเงียบๆ ออกประตูอีกด้านโดยไม่ให้ทั้งสองรู้ว่ามีคนได้ยิน เธอไม่ได้โกรธพนักงานทั้งสองคน แต่โกรธตัวเองที่ปล่อยให้เรื่องของตัวเองกลายเป็นหัวข้อเมาท์เบาๆ ในแพนทรีแบบนี
ส่วนมาวัชร์นั้น ความคิดเธอสะดุดเมื่อคิดถึงพ่อของลูกในท้อง เธอรู้จักเขาตั้งแต่มาทำงานที่นี่แรกๆ ได้พบกันในห้องประชุมบ่อย จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาชวนเธอไปดินเนอร์หลังเลิกงานและต่อมาความสัมพันธ์ของเราก็งอกเงยมาเรื่อยๆ จนเกือบจะครบปีในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้เธอยอมรับว่าเขาเป็นคนมีเสน่ห์ ใส่ใจและมักจ







