Masukพิมพ์มาดามองตามสายตาของเขา ดวงตาของเธอเป็นประกาย ดวงตาคมของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธออย่างลึกซึ้ง ราวกับทิวทัศน์ที่สวยงามเบื้องหน้าไม่อาจเทียบได้กับความงามของเธอได้
“บ่ายโมงกว่าแล้ว สงสัยคุณพิมพ์หิวแย่เลย?” ธาวินทักขึ้นหลังจากยกนาฬิกาบนข้อมือของตัวเองขึ้นมาดู ดวงตาคมของเขามองใบหน้าของพิมพ์มาดาด้วยความใส่ใจ
“อ๋อยังหรอกค่ะ เราไปไหว้พระกันก่อนก็ได้” พิมพ์มาดารีบตอบอย่างเกรงใจ
แต่แล้ว!!!....เสียงท้องของเธอก็ร้องประท้วงเบาๆ อย่างไม่เป็นใจ ธาวินได้ยินเสียงนั้นจึงยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยแซวด้วยน้ำหยอกล้อ ที่แฝงไปด้วยความห่วงใย
“แหม่!!!..หิวก็บอกมาเถอะครับ ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก ท้องของคุณพิมพ์มันโกหกตามเจ้านายไม่ได้หรอกครับ”
พิมพ์มาดารู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว เธอหลุบตาลงต่ำด้วยความอาย แต่ในส่วนลึกของหัวใจกลับเต้นระรัวด้วยความสุขที่เขาช่างสังเกตและใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของเธอ
“สงสัยท้องของพิมพ์จะชินน่ะค่ะ ปกติพอเที่ยงปุ๊บก็ทานเลย” เธอตอบเสียงเบา ราวกับกระซิบแก้ตัวด้วยความอายที่ท้องเจ้ากรรมดันไม่ยอมร่วมมือในการโกหกครั้งนี้
ธาวินยกมือขึ้นสัมผัสแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา นิ้วโป้งของเขาลูบไล้เบาๆ อย่างทะนุถนอม แววตาของเขาอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความใส่ใจ
“งั้นเดี๋ยวลงเรือแล้วเราไปหาอะไรทานกันก่อนเลยนะครับ” ธาวินเอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่พิมพ์มาดาอย่างลึกซึ้ง แววตาเต็มไปด้วยความหลงใหลจนพิมพ์มาดารู้สึกราวกับต้องมนต์สะกด
“ค่ะ” พิมพ์มาดาตอบรับเสียงหวาน พลางเงยหน้าสบตาเขาบ้าง รอยยิ้มหวานละมุนปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางของเธอ เป็นรอยยิ้มที่สื่อถึงความสุขและความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ
หลังจากลงจากเรือโดยสารที่พาพวกเขาข้ามไปยังฝั่งของวัดเกาะลอย ธาวินก็จับมือพิมพ์มาดาเบาๆ ก่อนจะพาเธอเดินไปตามทางเล็กๆ ที่มีร้านอาหารทะเลเรียงรายอยู่สองข้างทาง กลิ่นหอมของอาหารทะเลสดใหม่ที่กำลังปรุงส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย
“คุณพิมพ์อยากทานอาหารแนวไหนครับ?” ธาวินเอ่ยถาม หลังจากยืนมองร้านอาหารตรงหน้าที่มีอยู่หลายร้าน
“อาหารทะเลก็ได้ค่ะ”
“งั้นเอาร้านนี้เลยครับ รับรองว่าต้องถูกใจคุณพิมพ์แน่ ๆ ” เขาชี้ไปยังร้านอาหารทะเลเล็กๆ ที่มีป้ายชื่อเขียนด้วยลายมือเป็นเอกลักษณ์
ทั้งคู่เดินเข้าไปในร้าน เลือกนั่งริมระเบียงที่มองเห็นวิวทะเลศรีราชาได้ชัดเจน ลมทะเลพัดโชยมาเย็นสบาย พนักงานเสิร์ฟนำเมนูมาให้ ทั้งพิมพ์มาดาและธาวินต่างก็สั่งอาหารทะเลสดๆ ที่เป็นเมนูแนะนำของร้าน
ระหว่างรออาหารที่สั่ง ธาวินก็เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อวัดเกาะลอย และความสวยงามของทิวทัศน์โดยรอบอย่างออกรสออกชาติ เขาเล่าถึงความรู้สึกสงบและเยือกเย็นที่ได้รับจากการมาเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น
พิมพ์มาดานั่งฟังอย่างตั้งใจ เธอมองใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววความสุขขณะเล่าเรื่องอย่างเพลินตา แต่แล้ว...เสียงท้องร้องประท้วงเบาๆ คล้ายเสียงดนตรีประหลาดก็ดังขึ้นมาจากฝั่งของเธออีกครั้ง ทำลายบรรยากาศการเล่าเรื่องของธาวินลงอย่างน่าขัน
ไม่นานนัก อาหารทะเลที่สั่งก็ถูกนำมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมของกุ้งเผา ปลาหมึกย่าง และหอยเชลล์อบเนย ยั่วน้ำลายจนทั้งคู่แทบจะอดใจไม่ไหว ธาวินแกะกุ้งและปลาให้พิมพ์มาดาด้วยความเอาใจใส่ ทั้งคู่ทานอาหารกันไปพลางพูดคุยและหัวเราะกันไป บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น
“อาหารที่นี่ยังอร่อยเหมือนเดิมเลยครับ” ธาวินเอ่ยชมหลังจากทานอาหารไปได้เล็กน้อย เพราะมัวแต่แกะกุ้งตัวโตเนื้อแน่นตรงหน้าส่งให้หญิงสาวอย่างเอาใจ
“อาหารทะเลสดๆ แบบนี้หากินยากเหมือนกันนะครับ” เขาย้ำอีกครั้งด้วยความพึงพอใจในรสชาติ
“ร้านนี้เป็นร้านโปรดของคุณหรือเปล่าคะ?” พิมพ์มาดาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะตักอาหารเข้าปากอย่างช้าๆ
“ก็ไม่เชิงหรอกครับ” ธาวินตอบสั้นๆ พร้อมกับรอยยิ้ม
“ผมจำได้ว่าเคยมาทานร้านนี้กับครอบครัวเมื่อหลายปีที่แล้ว รสชาติยังเหมือนเดิมทุกอย่างเลย”
หลังจากทานมื้อกลางวันกันเสร็จ ธาวินก็เดินจูงมือหญิงสาวขึ้นบันไดไปยังตัววัด โบสถ์สีขาวสะอาดตาประดับประดาด้วยลวดลายไทยสีทองอร่าม ภายในเงียบสงบและเย็นสบาย ธาวินมองภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องราวพุทธประวัติด้วยความสนใจ ธาวินจุดธูปเทียนและพาพิมพ์มาดาเข้าไปกราบพระประธานด้านในด้วยความเคารพ
ไหว้พระขอพร ทำบุญกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ธาวินก็พาพิมพ์มาดาเดินชมไปรอบ ๆ บริเวณวัด มองทัศนียภาพของทะเลศรีราชาที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความประทับใจในความสวยงามและเงียบสงบของสถานที่แห่งนี้
“ที่นี่สวยงามและสงบมากเลยนะครับ” ธาวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“พิมพ์ก็รู้สึกชอบที่นี่ขึ้นมาแล้วสิคะ” พิมพ์มาดาตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ
ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ที่วัดเกาะลอยสักพักใหญ่ ก่อนจะลงเรือกลับไปยังฝั่ง แสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ทั้งสองเดินเล่นริมชายหาดศรีราชาในช่วงเย็น แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดส่องลงมาบนผืนน้ำทะเล
ธาวินจับมือพิมพ์มาดาไว้แน่น สัมผัสอบอุ่นจากมือของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย ทั้งสองเดินเคียงข้างกันไปตามชายหาดที่ทอดยาวอย่างเงียบๆ แสงอาทิตย์สีทองที่กำลังจะลับขอบฟ้าสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและโรแมนติกสำหรับคนทั้งคู่ เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งเบาๆ ราวกับเสียงดนตรีธรรมชาติที่ไพเราะ ธาวินหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว ดวงตาคมของเขาจับจ้องอยู่ที่ดวงตาคู่สวยของเธออย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณนะครับสำหรับวันนี้...ผมมีความสุขมากเลยที่ได้เที่ยวกับคุณ” ธาวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจจริง ดวงตาคมของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของพิมพ์มาดาอย่างอ่อนโยน
“พิมพ์ก็มีความสุขมากค่ะ” พิมพ์มาดาเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มหวานละมุน แสงสุดท้ายของวันสาดส่องลงมาต้องใบหน้าของเธอ ทำให้ผิวของเธอเปล่งประกายสีทองอ่อนๆ
ธาวินโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบข้างหูพิมพ์มาดาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ
“แล้วหลังจากนี้...เราจะไปไหนกันต่อดีครับ?” แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเสน่หาและความปรารถนาที่ยากจะเก็บซ่อนไว้ เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาราวกับเสียงคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ยั่วยวนให้หัวใจของเธอเต้นระรัว
พิมพ์มาดารู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดต้นคอ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาคมเข้มของธาวิน ราวกับกำลังมองลึกลงไปในจิตใจของเขา และสิ่งที่เธอเห็นนั้น...ทำให้เธอแทบจะถอนตัวไม่ได้เลย
“เย็นมากแล้ว เราไปหาที่พักกันดีกว่าค่ะ” พิมพ์มาดาเอ่ยปากชวน
ธาวินพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งคู่ขับรถต่อไปยังโรงแรมริมชายหาดแห่งหนึ่ง โรงแรมตกแต่งสวยงาม บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว
หลังจากเช็คอินเข้าห้องพักที่มองเห็นผืนทะเลสีครามกว้างไกล ทั้งคู่ก็ตัดสินใจออกมาเดินเล่นรับลมเย็นยามค่ำคืนริมชายหาด แสงสุดท้ายของวันลาลับไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงแสงจันทร์นวลที่สาดส่องลงมาบนผืนทรายสีขาว สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและโรแมนติกอย่างน่าประหลาด ธาวินเดินเคียงข้างพิมพ์มาดา มือของทั้งสองประสานกันไว้แน่น ราวกับเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกัน
“ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จากที่เราอยู่ห่างกันเกือบซีกโลก จะมีโอกาสได้มายืนอยู่ใกล้ๆ กันแบบนี้” ธาวินเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังใบหน้าสวยหวานของเธอที่ถูกแต้มด้วยแสงจันทร์นวล
“แปลกใจเหรอคะ?” พิมพ์มาดาตอบพลางเงยหน้ามองเขา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนริมฝีปากของเธอ
ทั้งคู่หยุดเดินและหันหน้าเข้าหากัน เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งเบาๆ เป็นเสียงดนตรีคลอเคล้า ธาวินยกมือขึ้นลูบแก้มเนียนของพิมพ์มาดาอย่างอ่อนโยน สัมผัสแผ่วเบานั้นส่งผ่านความรู้สึกอบอุ่นและทะนุถนอม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาที่ยากจะเก็บซ่อน
“แปลกใจสิครับ คุณไม่แปลกใจบ้างเหรอ” ธาวินกระซิบเสียงแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเสียงของเขาจะทำลายความเงียบสงบนี้ ก่อนจะค่อยๆ โน้มตัวลงมา ริมฝีปากของเขาสัมผัสริมฝีปากของเธออย่างแผ่วเบา เป็นจูบที่เริ่มต้นด้วยความอ่อนโยน แต่ค่อยๆ ทวีความลึกซึ้งและดูดดื่มขึ้นตามความรู้สึกที่ทั้งสองมีให้กัน ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เหลือเพียงพวกเขาและจูบอันแสนหวานนี้
เมื่อผละจากกัน ธาวินยังคงจ้องมองพิมพ์มาดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หา
“คืนนี้...คุณสวยจังเลย” เขาเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
พิมพ์มาดารู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แก้ม เธอหลุบตาลงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย แต่ในใจกลับเต้นระรัวด้วยความสุข
“แถวนี้มีบาร์เล็กๆ ริมหาดเราไปนั่งฟังเพลงกันมั้ย?” ธาวินเอ่ยถามพลางจับมือเธอไว้แน่น
“คุณวินไม่เหนื่อยจากการเดินทางเหรอคะ” พิมพ์มาดายิ้มแล้วถามชายหนุ่ม
“ไม่หรอกครับ แค่ผมเห็นหน้าคุณผมก็หายเหนื่อยแล้วครับ”
“งั้นก็ตามใจคุณค่ะ”
“โอเค งั้นถ้าผมจำไม่ผิด เราเดินต่อไปทางนี้อีกหน่อยก็เจอร้านแล้วครับ” ธาวินชี้มือไปยังกระท่อมเล็กๆ ที่มีแสงไฟสลัวๆ ส่องออกมา
ตอนที่ 40 ตอนจบธาวินพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบขอตัวลาพิมพ์ดาวอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจที่จะไม่รอช้าแม้แต่นาทีเดียว ธาวินรีบขับรถออกจากบ้านของพิมพ์ดาวไปด้วยความหวังครั้งใหม่ ปลายทางคือบ้านยายของเกรชที่กรุงเทพฯระหว่างทางที่รถแล่นฉิวอยู่บนถนนหลวง ธาวินนึกขึ้นได้ว่ามีโทรศัพท์เครื่องเก่าของพิมพ์มาดาอยู่ในมือ ซึ่งผู้เป็นบิดาส่งให้เขามาเมื่อคืนนี้ ธาวินไม่รอช้า รีบใช้มันค้นหาเบอร์ของเกรชซึ่งน่าจะอยู่ในรายชื่อติดต่อ และรีบโทรออกทันทีเสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยความงุนงงเมื่อเห็นเบอร์เก่าที่หายไปของเพื่อนสนิท“เกรช ๆ !!! นี่ผมวินเอง ธาวินไงครับ” ธาวินกรอกเสียงลงไปอย่างร้อนรน“อ๋อค่ะ คุณธาวิน! มีอะไรเหรอคะ เกรชนึกว่าเบอร์ของยัยพิมพ์ซะอีก” เกรชถามกลับด้วยความประหลาดใจระหว่างทางที่ขับรถ ธาวินก็เล่าทุกอย่างให้เกรชฟังอย่างรวดเร็วและกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่เรื่องราวความเข้าใจผิดที่เขามีต่อพิมพ์มาดา ปมปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากโทรศัพท์เครื่องนี้ การที่พิมพ์มาดาหนีไป พร้อม ๆ กับการที่เขากำลังตามหาเธออยู่ เกรชฟังเรื่องทั้งหมดด้วยความตกใจและเห็นใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ ก่อนจะรีบบอกว่าเธอจะให้ความช่
ตอนที่ 39 ที่พึ่งสุดท้ายอัครเดชถอนหายใจยาว มองหน้าลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ในรถตู้ด้วยแววตาที่หนักใจ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เก็บงำเอาไว้"คือวันที่หนูพิมพ์เค้าหายตัวไปจากแกน่ะ..." อัครเดชเริ่มต้นเสียงแผ่วเบา"...แม่เค้าโทรมาบอกว่าพ่อเค้าเสีย...หนูพิมพ์ก็เลยรีบออกมาจากที่พักและก็พยายามจะโทรหาแก"อัครเดชนึกย้อนไปถึงภาพในความคิด เมื่อครั้งที่พิมพ์มาดากระวนกระวายใจอย่างหนัก พยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองระหว่างที่เขากำลังขับรถไปส่งเธอ เพื่อไปรับศพผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล สีหน้าของหญิงสาวในความทรงจำนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและความเศร้าโศก“แต่พอเกิดอุบัติเหตุที่รถเกือบชนกันน่ะ… หนูพิมพ์เค้าลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่รถ พ่อเป็นคนพาเธอไปรับศพของพ่อเธอที่โรงพยาบาล… ก็เลยให้นายสินอยู่เฝ้าในที่เกิดเหตุ… พอหนูพิมพ์หาโทรศัพท์ไม่เจอ พ่อก็เลยบอกให้นายสินเป็นคนช่วยหา” อัครเดชหยุดเล่า หันมาสบตากับธาวิน“นายสินโทรบอกพ่อว่าเจอโทรศัพท์ของหนูพิมพ์ แต่มีรูปของแกกับหนูพิมพ์อยู่ในหน้าจอของโทรศัพท์เครื่องนั้น…”“จนกระทั่งนายสินเอาโทรศัพท์มาให้ แล้วพอพ่อเห็นรูปแกถ่ายคู่กับหนูพิมพ์บนหน้าจอ โทรศัพท์เครื
ตอนที่ 38 อย่าหลอกกันเลยณ ห้องอาหารของโรงแรมชื่อดัง ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดได้ผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า หลังจากอัครเดชทานมื้อค่ำกับท่านรัฐมนตรีเสร็จ เขาก็รีบร้อนเดินทางกลับทันทีด้วยเป็นห่วงสิ่งที่คุยกับบุตรชายค้างเอาไว้ ทว่า..ในจังหวะนั้นเอง ความคิดบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ทำให้ชายสูงวัยต้องหยุดชะงัก อัครเดชเพิ่งนึกได้ว่าโทรศัพท์มือถือของพิมพ์มาดาที่ตั้งใจจะเอาไปเฉลยความจริงทุกอย่าง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น กลับไม่ได้นำติดตัวมาด้วย แต่มันถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในตู้เซฟส่วนตัวของเขาที่ห้องทำงานในบริษัทความกังวลแปรเปลี่ยนเป็นความเร่งรีบอย่างฉับพลัน ราวกับเวลากำลังจะหมดลง คุณอัครเดชหันไปหานายสินที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล“สิน! ออกรถเร็ว ฉันต้องไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้!” อัครเดชสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ดวงตาฉายแววกระสับกระส่ายนายสินดูแปลกใจเล็กน้อยที่เจ้านายจะกลับไปที่บริษัทในกลางดึกเช่นนี้ แต่ก็รีบรับคำสั่งทันที“ครับนาย”ไม่ถึงสิบนาที รถยนต์คันเดิมก็แล่นฉิวออกจากโรงแรม มุ่งหน้ากลับสู่ใจกลางเมืองในยามวิกาล ท้องถนนยามค่ำคื
ตอนที่ 37 คลั่งรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินยิ้มพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่เปลี่ยนไปของพิมพ์มาดา หญิงสาวไม่ได้ต่อต้านเขาอีกต่อไปแล้ว ซีอีโอหนุ่มยกบั้นเอวขึ้นเล็กน้อย ถอนท่อนกายกำยำออกจากโพรงสวาทอุ่นร้อนของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการยื้อยุดช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ให้นานที่สุด ปลายหัวยังคงเสียดสีอยู่บริเวณปากทาง ก่อนจะกระแทกกระทุ้งกลับเข้าไปในโพรงสวาทที่ชุ่มฉ่ำด้วยแรงและจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องห้อง พร้อมกับแรงกระแทกที่ส่งให้ร่างบอบบางของพิมพ์มาดาสะท้านเฮือก เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างห้ามไม่อยู่จากนั้นเกมแห่งความสุขสำราญที่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนและอำนาจก็เริ่มต้นขึ้นตามจังหวะที่ธาวินเป็นผู้กำหนด ชายหนุ่มเริ่มขยับเอวเข้าออกด้วยจังหวะที่รวดเร็วและดุดัน ราวกับต้องการบุกรุกและยึดครองทุกพื้นที่ในกายสาว พิมพ์มาดารู้สึกเสียวแปลบไปทั่วท้องน้อยในทุกครั้งที่เขาแทงลึกเข้ามาเธอแผดเสียงครางหวานปนสะอื้น ดิ้นพล่านไปมาบนเตียงนอนด้วยความเสียวสะท้านที่แทรกซึมไปทั่วร่าง ผสานกับความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอจึงตอบโต้ด้วยการยกสะโพกกระแทกส
ตอนที่ 36 บำเรอรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินโถมเข้าหาราวกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่ความยับยั้งชั่งใจได้มลายหายไปพร้อมกับสติที่เลือนรางจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เพียว ๆ ทุกการสัมผัสของเขารุนแรงและเร่าร้อน ราวกับต้องการจะหลอมละลายร่างบางให้เป็นหนึ่งเดียวกับอารมณ์ปรารถนาอันพลุ่งพล่านของตนเองที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างยากจะควบคุมซีอีโอหนุ่มไล่ต้อนหญิงสาวให้จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความใคร่ที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่สนใจเสียงสะอื้นหรือดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดของเธอ ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นแปลบปลาบทั่วร่างของพิมพ์มาดา ไม่ว่าปลายนิ้วแกร่งจะแตะต้องส่วนไหนในร่างกาย ผิวเนื้อเนียนนุ่มของเธอก็พลันตอบสนองด้วยความเสียวสะท้านไปเสียทุกครั้งจนขนลุกชันไปทั้งตัวอย่างห้ามไม่ได้ พร้อม ๆ กับเสียงครางแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริก มันไม่ได้เสียงร้องขอแบบในครั้งแรก แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการตอบสนองของร่างกายที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ถึงแม้จิตใต้สำนึกจะยังคงต่อต้านก็ตาม“ขอดูดหน่อยนะ..ที่รัก โคตรคิดถึงเลย อื้มมม!!! นุ่มเหลือเกิน” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างหู เสียงนั้
ตอนที่ 35 บทลงโทษ NCพิมพ์มาดานิ่งไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความรู้สึกมากมายตีรวนอยู่ในอก เธอไม่รู้จะแก้ต่างอย่างไร หรือควรจะแก้ต่างหรือไม่ เมื่อความเข้าใจของเขาบิดเบี้ยวไปถึงขนาดนี้ และเหมือนเขาเองไม่ยอมรับฟังอะไรเลย“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” เธอตอบเสียงแผ่วเบา ยอมแพ้ที่จะอธิบายในตอนนี้คำตอบนั้นดูเหมือนจะยิ่งกระตุ้นความโกรธของธาวินให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมกริบมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับมองสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่เหมือนคมมีดเล่มใหญ่พุ่งตรงเข้าเสียดแทงกลางหัวใจของเธอ“ไม่คิดเลยนะครับว่าผู้หญิงที่ดูใสซื่ออย่างคุณ จะมีความสามารถถึงขนาดหลอกล่อคนแก่อย่างพ่อผมได้!”คำกล่าวหานั้นรุนแรงเกินกว่าที่พิมพ์มาดาจะรับไหว มันเหมือนคมมีดที่ปักลงกลางใจอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้ง เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมองเธอในแง่ร้ายและดูถูกเธอได้ถึงขนาดนี้.ใบหน้าสวยของพิมพ์มาดาซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวหาที่รุนแรงและไม่ยุติธรรมนั้น หัวใจของเธอเจ็บปวดราวกับถูกบ







