Home / โรแมนติก / รักในเงาแค้น / ตอนที่ 11 The Miracle of Meeting You

Share

ตอนที่ 11 The Miracle of Meeting You

last update Last Updated: 2025-11-20 21:04:33

ตอนที่ 11 The Miracle of Meeting You

ธาวินจูงมือเรียวบางเดินเคียงข้างไปตามชายหาด ในที่สุดก็มาถึงบาร์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมหาด แสงไฟสีส้มนวลจากตะเกียงที่แขวนอยู่ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและโรแมนติก เสียงเพลงคลอเบาๆ จากกีตาร์ที่นักดนตรีกำลังบรรเลงสดๆ อยู่ ราวกับเป็นเพลงประกอบค่ำคืนที่สุดแสนพิเศษนี้

ธาวินพาเธอมานั่งที่โต๊ะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ค่อนข้างห่างจากโต๊ะอื่นๆ ราวกับสร้างอาณาเขตส่วนท่ามกลางแสงจันทร์ ทรายนุ่มละเอียดใต้เท้าให้ความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย ราวกับพื้นพรมธรรมชาติที่โอบอุ้มฝ่าเท้า

“คุณพิมพ์จะดื่มอะไรดีครับ?” ธาวินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มพลางมองเมนูเครื่องดื่มสีสันสดใสที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กๆ พิมพ์มาดามองรายการเครื่องดื่มด้วยความไม่คุ้นเคย ชื่อแปลกตาหลายอย่างทำให้เธอลังเล

“เอ่อ...พิมพ์ไม่ค่อยแน่ใจเลยค่ะ ไม่เคยดื่มพวกนี้เท่าไหร่” เธอตอบด้วยความเกรงใจ ธาวินยิ้มอย่างเอ็นดู

“งั้นเดี๋ยวผมขออนุญาตเลือกให้คุณดีกว่านะครับ” เขากวาดสายตาดูเมนูครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ลองนี่ไหมครับ...ค็อกเทลผลไม้ รสชาติมันจะหวานอมเปรี้ยว คุณดื่มแล้ว...น่าจะสดชื่นดี” เขาชี้ไปยังชื่อเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง

“อืม...ก็ได้ค่ะ” พิมพ์มาดาตอบอย่างว่าง่าย

ธาวินจึงสั่งเครื่องดื่มตามที่แนะนำไป เมื่อเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ พิมพ์มาดาลองจิบดูก็รู้สึกชื่นใจ รสชาติหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อมทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ธาวินเองก็สั่งเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่งมาดื่มร่วมกับเธอ

ระหว่างที่ทั้งคู่พูดคุยกัน พิมพ์มาดาก็ยกแก้วเครื่องดื่มจิบไปเรื่อยๆ ความตึงเครียดและความเกร็งที่มีในตอนแรกค่อยๆ จางหายไป เธอเริ่มรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเองกับธาวินมากขึ้น เสียงเพลงกีตาร์คลอเบาๆ ยิ่งสร้างบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติกภายใต้แสงจันทร์นวล

เมื่อพิมพ์มาดาดื่มค็อกเทลไปได้สักพัก แก้มของเธอก็เริ่มแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย ราวกับกลีบกุหลาบแรกแย้ม ดวงตาคู่สวยของเธอดูสดใสและมีประกายระยิบระยับมากขึ้น

ธาวินสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนและเอื้อมมือไปโอบไหล่เธอเบาๆ อย่างทะนุถนอม เขารับรู้ได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคงจะไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์มากนัก ฤทธิ์ของมันจึงแสดงออกบนใบหน้าของเธออย่างชัดเจน

พิมพ์มาดาไม่ได้ขัดขืน เธอซบศีรษะลงบนไหล่กว้างของธาวินอย่างเป็นธรรมชาติ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย เธอปล่อยให้ธาวินโอบกอดเธออยู่อย่างนั้น

ธาวินสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ ที่มีสีสันสดใสและรสชาติแปลกใหม่มาให้เธอลิ้มลอง เขาบริการหญิงสาวตรงหน้าอย่างเอาอกเอาใจ จากนั้นทั้งคู่ก็ผลัดกันเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิต

“ตอนแรกที่ไปถึงน่ะครับ...” ธาวินเริ่มเล่าพลางหัวเราะเบาๆ

“ผมพูดภาษาอังกฤษได้งูๆ ปลาๆ มากๆ ไปสั่งอาหารก็ชี้ๆ เอา บางทีก็ได้มาไม่ตรงกับที่อยากกินเสียด้วยซ้ำ”

พิมพ์มาดายิ้มขำ

“แล้วทำยังไงคะ?”

“ก็ต้องพยายามครับ อาศัยดูคนอื่นสั่ง แล้วก็ค่อยๆ ถามเอาทีละคำสองคำ” เขาเล่าต่อ

“วัฒนธรรมเขาก็ต่างจากบ้านเราเยอะ อย่างเรื่องการทักทาย การแสดงความเคารพ บางทีผมก็ทำอะไรเปิ่นๆ ไปบ้างเหมือนกัน”

“คงเหงามากเลยใช่ไหมคะ?” พิมพ์มาดาถามด้วยความเป็นห่วง ธาวินรีบพยักหน้า

“ครับ...คิดถึงบ้าน คิดถึงอาหารไทยมากๆ ช่วงแรกๆ นี่ร้องไห้คนเดียวก็บ่อย แต่ก็ต้องกัดฟันสู้ เพราะตั้งใจไปแล้วนี่นา” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา

“แต่พอเริ่มปรับตัวได้ มันก็สนุกนะครับ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ จากหลายชาติหลายภาษา ได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง ได้เห็นโลกในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน”

“ฟังดูน่าสนใจมากเลยค่ะ” พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยความชื่นชม

“ใช่ครับ มันเปิดโลกของผมจริงๆ แล้วก็เรื่องเรียนด้วย ตอนแรกก็ตามเพื่อนไม่ทันเลย ต้องขยันกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว อ่านหนังสือจนดึกดื่น ทำงานพิเศษไปด้วยก็แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน” ธาวินเล่าถึงความยากลำบากในการเรียน

“เก่งจังเลยนะคะ” พิมพ์มาดาเอ่ยชมอีกครั้งด้วยความนับถือ

“ก็ฮึดสู้เต็มที่ครับ” ธาวินยิ้มด้วยความภาคภูมิใจเล็กน้อย

“สุดท้ายพอคว้าปริญญาโทมาได้สำเร็จ ตอนรับปริญญานี่น้ำตาไหลเลยครับ ความเหนื่อยมันหายไปหมด”

“ชีวิตตอนเด็กๆ ที่บ้านนอกของพิมพ์...” พิมพ์มาดาเริ่มเล่าด้วยรอยยิ้มที่เจือความอบอุ่น

“มันเรียบง่ายมากเลยค่ะ ตื่นเช้ามาก็ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ทำกับข้าว กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว มันผูกพันกันมากจริงๆ ค่ะ”

เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเธอฉายแววคิดถึง

“พอตัดสินใจจะมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ พ่อกับแม่ก็เป็นห่วงมาก ท่านไม่อยากให้มาเลยด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าเราจะลำบาก แต่พิมพ์ตั้งใจแล้วก็เลยดื้อดึงมา”

“แล้วเป็นยังไงบ้างครับ ตอนมาอยู่กรุงเทพฯ แรกๆ” ธาวินถามด้วยความสนใจ พิมพ์มาดาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเล่าให้เขาฟังต่อ

“โอ๊ย! เหมือนเป็นคนละโลกเลยค่ะ จากที่เคยมีรถพ่อแม่ไปส่งไปรับ พอมาอยู่กรุงเทพฯ ต้องตื่นแต่เช้ามืดไปยืนรอรถเมล์ เบียดเสียดกับคนเยอะแยะไปหมด บางทีก็โดนกระเป๋ารถเมล์ดุด้วย” เธอหัวเราะขำตัวเองเล็กน้อย

“ฟังดูเหนื่อยเลยนะครับ” ธาวินแสดงความเห็นใจ

“เหนื่อยค่ะ แต่ก็ต้องอดทน” พิมพ์มาดาตอบอย่างหนักแน่น “พ่อแม่ส่งเงินมาให้ก็จริง แต่ก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร พิมพ์ต้องประหยัดทุกอย่าง กินข้าวแกงข้างทาง ถูกๆ บ้าง อดมื้อกินมื้อบ้างก็มี เสื้อผ้าก็ใส่ซ้ำๆ เพื่อนๆ บางคนเขามีชีวิตหรูหรา แต่เราก็ต้องพยายามไม่เปรียบเทียบ” น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความมุ่งมั่น

“คุณเก่งมากเลยนะครับที่ผ่านมาได้” ธาวินเอ่ยชมด้วยความจริงใจ

“ก็ต้องสู้ค่ะ” พิมพ์มาดายิ้มบางๆ “คิดถึงพ่อกับแม่ทีไร ก็มีกำลังใจขึ้นมาทุกที อยากจะเรียนให้จบ มีงานดีๆ ทำ แล้วก็กลับไปดูแลท่านให้สบาย”

“แล้วที่บ้านคุณพิมพ์ มีพี่น้องกี่คนครับ?” ธาวินถามด้วยความอยากรู้ หลังจากที่พิมพ์มาดาเล่าเรื่องราวชีวิตวัยเด็กของเธอจบลง

พิมพ์มาดาเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววเหงาบางๆ

“พิมพ์เป็นลูกคนเดียวค่ะ...” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลงเล็กน้อย

ธาวินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ

“อ่าว!!...จริงเหรอครับ?” เขาถามด้วยความสงสัย

“ค่ะ...พ่อกับแม่มีพิมพ์แค่คนเดียว” พิมพ์มาดายิ้มบางๆ

“บางทีก็เหงาเหมือนกันค่ะ ไม่มีใครให้ทะเลาะด้วย” เธอหัวเราะเบาๆ กลบเกลื่อนความรู้สึก

ธาวินจ้องมองเธออย่างพิจารณา ความรู้สึกบางอย่างแล่นปราดเข้ามาในใจเขา

“บังเอิญจังเลยนะครับ...” เขาเอ่ยเสียงเบา ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง

พิมพ์มาดามองเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะเอ่ยถาม

“บังเอิญยังไงเหรอคะ?”

ธาวินสบตาเธออย่างลึกซึ้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความประหลาดใจ ความเห็นใจ และความรู้สึกเชื่อมโยงอย่างบอกไม่ถูก

“ผมก็เป็นลูกคนเดียวเหมือนกันครับ...” เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายคลึงกับความเหงาที่พิมพ์มาดาเพิ่งเอ่ยถึง

พิมพ์มาดามองธาวินด้วยความประหลาดใจเช่นกัน ความรู้สึกแปลกใหม่ก่อตัวขึ้นในใจเธอ ราวกับพบเจอใครบางคนที่เข้าใจความรู้สึกของเธออย่างแท้จริง

“จริงเหรอคะ?” เธอถามซ้ำด้วยความไม่แน่ใจ

“ครับ...” ธาวินพยักหน้าช้าๆ

“พ่อกับแม่ผม...ท่านมีผมแค่คนเดียว” เขาเล่าถึงความเข้มงวดของบิดา และความอบอุ่นที่ขาดหายไปจากชีวิตเมื่อมารดาเสียไปตั้งแต่เขายังเด็ก น้ำเสียงของเขาแผ่วลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงมารดา

พิมพ์มาดามองธาวินด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง เธอสัมผัสได้ถึงความเหงาที่ซ่อนอยู่ในแววตาของเขา ความรู้สึกเชื่อมโยงอย่างประหลาดทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ทั้งคู่ต่างเป็นลูกคนเดียว เพียงแค่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน แต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายคลึงกันซ่อนอยู่ในใจ

“เรา...เหมือนกันเลยนะคะ” พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงเบา ดวงตาคู่สวยของเธอจับจ้องอยู่ที่ธาวินอย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังมองเข้าไปในกระจกที่สะท้อนความรู้สึกของตัวเอง

ธาวินยิ้มบางๆ ให้เธอ รอยยิ้มนั้นไม่ได้สดใสเหมือนเคย แต่กลับเต็มไปด้วยความเข้าใจและความรู้สึกที่ลึกซึ้ง

“บางที...การที่เราได้มาเจอกัน...มันอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็ได้นะครับ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหวังเล็กๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 40 ตอนจบ

    ตอนที่ 40 ตอนจบธาวินพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบขอตัวลาพิมพ์ดาวอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจที่จะไม่รอช้าแม้แต่นาทีเดียว ธาวินรีบขับรถออกจากบ้านของพิมพ์ดาวไปด้วยความหวังครั้งใหม่ ปลายทางคือบ้านยายของเกรชที่กรุงเทพฯระหว่างทางที่รถแล่นฉิวอยู่บนถนนหลวง ธาวินนึกขึ้นได้ว่ามีโทรศัพท์เครื่องเก่าของพิมพ์มาดาอยู่ในมือ ซึ่งผู้เป็นบิดาส่งให้เขามาเมื่อคืนนี้ ธาวินไม่รอช้า รีบใช้มันค้นหาเบอร์ของเกรชซึ่งน่าจะอยู่ในรายชื่อติดต่อ และรีบโทรออกทันทีเสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยความงุนงงเมื่อเห็นเบอร์เก่าที่หายไปของเพื่อนสนิท“เกรช ๆ !!! นี่ผมวินเอง ธาวินไงครับ” ธาวินกรอกเสียงลงไปอย่างร้อนรน“อ๋อค่ะ คุณธาวิน! มีอะไรเหรอคะ เกรชนึกว่าเบอร์ของยัยพิมพ์ซะอีก” เกรชถามกลับด้วยความประหลาดใจระหว่างทางที่ขับรถ ธาวินก็เล่าทุกอย่างให้เกรชฟังอย่างรวดเร็วและกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่เรื่องราวความเข้าใจผิดที่เขามีต่อพิมพ์มาดา ปมปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากโทรศัพท์เครื่องนี้ การที่พิมพ์มาดาหนีไป พร้อม ๆ กับการที่เขากำลังตามหาเธออยู่ เกรชฟังเรื่องทั้งหมดด้วยความตกใจและเห็นใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ ก่อนจะรีบบอกว่าเธอจะให้ความช่

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 39 ที่พึ่งสุดท้าย

    ตอนที่ 39 ที่พึ่งสุดท้ายอัครเดชถอนหายใจยาว มองหน้าลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ในรถตู้ด้วยแววตาที่หนักใจ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เก็บงำเอาไว้"คือวันที่หนูพิมพ์เค้าหายตัวไปจากแกน่ะ..." อัครเดชเริ่มต้นเสียงแผ่วเบา"...แม่เค้าโทรมาบอกว่าพ่อเค้าเสีย...หนูพิมพ์ก็เลยรีบออกมาจากที่พักและก็พยายามจะโทรหาแก"อัครเดชนึกย้อนไปถึงภาพในความคิด เมื่อครั้งที่พิมพ์มาดากระวนกระวายใจอย่างหนัก พยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองระหว่างที่เขากำลังขับรถไปส่งเธอ เพื่อไปรับศพผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล สีหน้าของหญิงสาวในความทรงจำนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและความเศร้าโศก“แต่พอเกิดอุบัติเหตุที่รถเกือบชนกันน่ะ… หนูพิมพ์เค้าลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่รถ พ่อเป็นคนพาเธอไปรับศพของพ่อเธอที่โรงพยาบาล… ก็เลยให้นายสินอยู่เฝ้าในที่เกิดเหตุ… พอหนูพิมพ์หาโทรศัพท์ไม่เจอ พ่อก็เลยบอกให้นายสินเป็นคนช่วยหา” อัครเดชหยุดเล่า หันมาสบตากับธาวิน“นายสินโทรบอกพ่อว่าเจอโทรศัพท์ของหนูพิมพ์ แต่มีรูปของแกกับหนูพิมพ์อยู่ในหน้าจอของโทรศัพท์เครื่องนั้น…”“จนกระทั่งนายสินเอาโทรศัพท์มาให้ แล้วพอพ่อเห็นรูปแกถ่ายคู่กับหนูพิมพ์บนหน้าจอ โทรศัพท์เครื

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 38 อย่าหลอกกันเลย

    ตอนที่ 38 อย่าหลอกกันเลยณ ห้องอาหารของโรงแรมชื่อดัง ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดได้ผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า หลังจากอัครเดชทานมื้อค่ำกับท่านรัฐมนตรีเสร็จ เขาก็รีบร้อนเดินทางกลับทันทีด้วยเป็นห่วงสิ่งที่คุยกับบุตรชายค้างเอาไว้ ทว่า..ในจังหวะนั้นเอง ความคิดบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ทำให้ชายสูงวัยต้องหยุดชะงัก อัครเดชเพิ่งนึกได้ว่าโทรศัพท์มือถือของพิมพ์มาดาที่ตั้งใจจะเอาไปเฉลยความจริงทุกอย่าง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น กลับไม่ได้นำติดตัวมาด้วย แต่มันถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในตู้เซฟส่วนตัวของเขาที่ห้องทำงานในบริษัทความกังวลแปรเปลี่ยนเป็นความเร่งรีบอย่างฉับพลัน ราวกับเวลากำลังจะหมดลง คุณอัครเดชหันไปหานายสินที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล“สิน! ออกรถเร็ว ฉันต้องไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้!” อัครเดชสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ดวงตาฉายแววกระสับกระส่ายนายสินดูแปลกใจเล็กน้อยที่เจ้านายจะกลับไปที่บริษัทในกลางดึกเช่นนี้ แต่ก็รีบรับคำสั่งทันที“ครับนาย”ไม่ถึงสิบนาที รถยนต์คันเดิมก็แล่นฉิวออกจากโรงแรม มุ่งหน้ากลับสู่ใจกลางเมืองในยามวิกาล ท้องถนนยามค่ำคื

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 37 คลั่งรักแม่เลี้ยงสาว NC

    ตอนที่ 37 คลั่งรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินยิ้มพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่เปลี่ยนไปของพิมพ์มาดา หญิงสาวไม่ได้ต่อต้านเขาอีกต่อไปแล้ว ซีอีโอหนุ่มยกบั้นเอวขึ้นเล็กน้อย ถอนท่อนกายกำยำออกจากโพรงสวาทอุ่นร้อนของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการยื้อยุดช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ให้นานที่สุด ปลายหัวยังคงเสียดสีอยู่บริเวณปากทาง ก่อนจะกระแทกกระทุ้งกลับเข้าไปในโพรงสวาทที่ชุ่มฉ่ำด้วยแรงและจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องห้อง พร้อมกับแรงกระแทกที่ส่งให้ร่างบอบบางของพิมพ์มาดาสะท้านเฮือก เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างห้ามไม่อยู่จากนั้นเกมแห่งความสุขสำราญที่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนและอำนาจก็เริ่มต้นขึ้นตามจังหวะที่ธาวินเป็นผู้กำหนด ชายหนุ่มเริ่มขยับเอวเข้าออกด้วยจังหวะที่รวดเร็วและดุดัน ราวกับต้องการบุกรุกและยึดครองทุกพื้นที่ในกายสาว พิมพ์มาดารู้สึกเสียวแปลบไปทั่วท้องน้อยในทุกครั้งที่เขาแทงลึกเข้ามาเธอแผดเสียงครางหวานปนสะอื้น ดิ้นพล่านไปมาบนเตียงนอนด้วยความเสียวสะท้านที่แทรกซึมไปทั่วร่าง ผสานกับความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอจึงตอบโต้ด้วยการยกสะโพกกระแทกส

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 36 บำเรอรักแม่เลี้ยงสาว NC

    ตอนที่ 36 บำเรอรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินโถมเข้าหาราวกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่ความยับยั้งชั่งใจได้มลายหายไปพร้อมกับสติที่เลือนรางจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เพียว ๆ ทุกการสัมผัสของเขารุนแรงและเร่าร้อน ราวกับต้องการจะหลอมละลายร่างบางให้เป็นหนึ่งเดียวกับอารมณ์ปรารถนาอันพลุ่งพล่านของตนเองที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างยากจะควบคุมซีอีโอหนุ่มไล่ต้อนหญิงสาวให้จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความใคร่ที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่สนใจเสียงสะอื้นหรือดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดของเธอ ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นแปลบปลาบทั่วร่างของพิมพ์มาดา ไม่ว่าปลายนิ้วแกร่งจะแตะต้องส่วนไหนในร่างกาย ผิวเนื้อเนียนนุ่มของเธอก็พลันตอบสนองด้วยความเสียวสะท้านไปเสียทุกครั้งจนขนลุกชันไปทั้งตัวอย่างห้ามไม่ได้ พร้อม ๆ กับเสียงครางแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริก มันไม่ได้เสียงร้องขอแบบในครั้งแรก แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการตอบสนองของร่างกายที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ถึงแม้จิตใต้สำนึกจะยังคงต่อต้านก็ตาม“ขอดูดหน่อยนะ..ที่รัก โคตรคิดถึงเลย อื้มมม!!! นุ่มเหลือเกิน” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างหู เสียงนั้

  • รักในเงาแค้น   ตอนที่ 35 บทลงโทษ NC

    ตอนที่ 35 บทลงโทษ NCพิมพ์มาดานิ่งไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความรู้สึกมากมายตีรวนอยู่ในอก เธอไม่รู้จะแก้ต่างอย่างไร หรือควรจะแก้ต่างหรือไม่ เมื่อความเข้าใจของเขาบิดเบี้ยวไปถึงขนาดนี้ และเหมือนเขาเองไม่ยอมรับฟังอะไรเลย“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” เธอตอบเสียงแผ่วเบา ยอมแพ้ที่จะอธิบายในตอนนี้คำตอบนั้นดูเหมือนจะยิ่งกระตุ้นความโกรธของธาวินให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมกริบมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับมองสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่เหมือนคมมีดเล่มใหญ่พุ่งตรงเข้าเสียดแทงกลางหัวใจของเธอ“ไม่คิดเลยนะครับว่าผู้หญิงที่ดูใสซื่ออย่างคุณ จะมีความสามารถถึงขนาดหลอกล่อคนแก่อย่างพ่อผมได้!”คำกล่าวหานั้นรุนแรงเกินกว่าที่พิมพ์มาดาจะรับไหว มันเหมือนคมมีดที่ปักลงกลางใจอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้ง เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมองเธอในแง่ร้ายและดูถูกเธอได้ถึงขนาดนี้.ใบหน้าสวยของพิมพ์มาดาซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวหาที่รุนแรงและไม่ยุติธรรมนั้น หัวใจของเธอเจ็บปวดราวกับถูกบ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status