LOGINธาวินยื่นมือไปกอบกุมมือเรียวบางของเธอไว้เบาๆ สัมผัสอบอุ่นของเขาทำให้ความกังวลในใจของพิมพ์มาดาคลายลงเล็กน้อย
“พิมพ์ครับ...ผมก็ไม่ได้เชื่อมั่นในโลกออนไลน์หรอก แต่ผมเชื่อมั่นในความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณ ตั้งแต่วันแรกที่เราคุยกัน...ผมมีความรู้สึกบางอย่างที่มันพิเศษ...และผมก็ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน” เขาหยุดเล็กน้อย และแอบชำเลืองใบหน้าด้านข้างของเธอระหว่างที่หญิงสาวกำลังจดจ่ออยู่กับการขับรถ และฟังเสียงของเขาไปพร้อม ๆ กัน
“และการได้เจอคุณในวันนี้...มันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกนั้นให้ชัดเจนขึ้น ผมเชื่อในสายตาของคุณ...เชื่อในรอยยิ้มของคุณ...และผมเชื่อมั่นในหัวใจของตัวเอง...ว่าคุณคือคนที่ผมรอคอยมาทั้งชีวิต” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นแต่ก็แฝงไว้ซึ่งความอ่อนโยน ราวกับบทเพลงรักที่บรรเลงออกจากหัวใจ
พิมพ์มาดาหันมาสบตาของเขาวูบหนึ่งอย่างลึกซึ้ง แต่แค่นั้นก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดมานอกอก ความสงสัยที่มีค่อยๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงความรู้สึกอบอุ่นและหวังเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ เธอไม่เคยคิดว่าจะมีใครสักคนเชื่อมั่นในตัวเธอได้มากขนาดนี้...โดยที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน
“คุณพิมพ์ครับ...” พิมพ์มาดาเอ่ยเสียงแผ่ว ราวกับกำลังทบทวนคำพูดของเขาอยู่ในใจ
“ผมรู้ว่ามันอาจจะเร็วเกินไป” ธาวินพูดต่ออย่างเข้าใจ
“แต่ความรู้สึกของผมมันชัดเจนมากจนผมไม่อยากจะเก็บมันไว้อีกต่อไป ผมอยากให้คุณรู้...ว่าผมจริงจังกับคุณมากแค่ไหน” เขาบีบมือเธอเบาๆ อีกครั้ง
“ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณนะครับ..”
พิมพ์มาดาไม่เคยได้รับความรู้สึกที่จริงจังและหนักแน่นเช่นนี้มาก่อน ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากน้ำเสียงของธาวิน ทำให้ความหวังในใจของเธอเริ่มเบ่งบานอย่างช้าๆ ราวกับดอกไม้ที่ได้รับแสงอาทิตย์หลังพายุฝนกระหน่ำ
พิมพ์มาดาไม่รู้จะเรียบเรียงคำพูดใดๆ ออกมาเพื่อตอบรับความรู้สึกที่ตรงไปตรงมานั้นได้ หญิงสาวได้แต่ส่งยิ้มหวานกลับไปให้เขาด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นจนพูดไม่ออก หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเขินอายและปีติยินดีผสมปนเปกันจนเธอแยกไม่ออก ก่อนจะพยายามตั้งสติและดึงตัวเองกลับมาจดจ่ออยู่กับการขับรถ แม้ว่าในห้วงความคิดยังคงวนเวียนอยู่กับคำพูดที่ทำให้หัวใจสั่นไหวอยู่ก็ตาม
หลังจากเปิดอกบอกความในใจทั้งหมดที่มีแล้ว ธาวินก็เล่าถึงชีวิตในต่างแดน และมุมมองที่เปลี่ยนไปเมื่อได้กลับมาเยือนบ้านเกิดอีกครั้ง ส่วนพิมพ์มาดาก็เล่าถึงความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันที่แสดงถึงความเปิ่น ๆ ของเธอ ก่อนที่ทั้งสองจะหยอกล้อกันด้วยความคุ้นเคยที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างแน่นแฟ้น เสียงหัวเราะคิกคักดังเป็นระยะ เมื่อใครคนใดคนหนึ่งเล่าเรื่องตลก
ทิวทัศน์สองข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อรถของพิมพ์มาดาแล่นเข้าสู่เขตจังหวัดชลบุรี ต้นไม้สูงใหญ่ริมถนนเริ่มหนาแน่นขึ้น พิมพ์มาดาเปิดเพลงคลอเบาๆ ในรถ เป็นเพลงรักฟังสบายที่เข้ากับบรรยากาศการเดินทาง ไม่นานนัก GPS ก็นำทางเลี้ยวเข้าสู่ถนนเลียบชายฝั่งทะเล
แสงแดดที่สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ธาวินลดกระจกลง สูดกลิ่นไอทะเลเข้าปอดอย่างชื่นใจ เขาชี้ชวนให้พิมพ์มาดามองเรือประมงลำเล็กๆ ที่กำลังแล่นอยู่กลางทะเล และบรรดาบ้านเรือนสีสันสดใสที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมชายฝั่ง
ในที่สุดรถยนต์ก็เคลื่อนตัวเข้าสู่ตัวอำเภอศรีราชา ธาวินชะโงกหน้ามองป้ายบอกทางสีน้ำเงินที่ชี้ไปยัง ‘วัดเกาะลอย’ ด้วยความสนใจ ก่อนจะรีบบอกพิมพ์มาดาให้เลี้ยวรถไปตามป้ายนั้น ไม่นานนักเสียงเตือนจาก GPS ในรถของพิมพ์มาดาก็ดังขึ้นต่อจากนั้น หญิงสาวพยักหน้าและหมุนพวงมาลัยเลี้ยวไปตามทาง
ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเล็ก ถนนเริ่มแคบลงและคดเคี้ยวเล็กลง สองข้างทางยังคงเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ น้อยๆ และบ้านเรือนสีสันสดใสที่บ่งบอกถึงความเป็นเมืองชายทะเลอย่างชัดเจน กลิ่นไอทะเลเริ่มโชยมาแตะจมูกเบาๆ เป็นสัญญาณว่าพวกเขาใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
จากนั้นไม่นานภาพของวัดสีขาวสะอาดตาที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ กลางทะเลก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบตัวโบสถ์และเจดีย์สีทองอร่าม งดงามราวกับภาพวาด ธาวินบอกให้พิมพ์มาดาจอดรถในลานจอดใกล้กับท่าเรือเล็กๆ ที่มีเรือโดยสารข้ามไปยังวัดเกาะลอยจอดรออยู่
ธาวินมองวัดสีขาวสะอาดตาที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ กลางทะเลด้วยความทึ่ง ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งหนึ่งเขาเคยมาเยือนที่นี่
“สวยงามมากเลยครับ ผมมาครั้งล่าสุดก็ตอน ม.5 โน่น...นี่ก็หลายปีแล้ว ที่นี่ยังสวยแล้วก็บรรยากาศดีเหมือนเดิมเลย” ธาวินเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เจือไปด้วยความภูมิใจเล็กน้อย
พิมพ์มาดามองตามสายตาของเขาไปยังวัดที่ดูเหมือนลอยอยู่บนผืนน้ำทะเลสีครามด้วยความสนใจ
“นี่เป็นครั้งแรกเลยค่ะ ที่พิมพ์มาเที่ยวทะเลฝั่งนี้...ดูแปลกตาดีจังเลยนะคะ วัดอยู่กลางทะเลแบบนี้”
“วัดที่นี่เป็นที่เคารพศรัทธาของคนแถวนี้ครับ” ธาวินอธิบายพลางหันมายิ้มให้เธอ
“เดี๋ยวเราข้ามเรือไปไหว้พระกันนะครับ” เขารีบบอกเธออย่างกระตือรือร้น จากนั้นทั้งคู่ก็ลงจากรถ เดินไปยังท่าเรือเล็กๆ ที่มีเรือโดยสารจอดรออยู่ พร้อมกับความรู้สึกสงบและอิ่มเอมกับการเดินทางที่แสนสุขใจ
เรือโดยสารลำเล็กค่อยๆ เคลื่อนตัวไปบนผืนน้ำทะเลสีเขียวมรกต แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับราวกับอัญมณี ลมทะเลพัดโชยมาเบาๆ หอบเอาไอเค็มและความสดชื่นมาสัมผัสใบหน้าของทั้งคู่ เส้นผมยาวสลวยของพิมพ์มาดาถูกลมพัดให้ปลิวไสว ธาวินเอื้อมมือมาอย่างนุ่มนวลเพื่อปัดปอยผมที่ลงมาปรกใบหน้าของหญิงสาวด้วยความรักใคร่ แววตาของเขาอ่อนโยนลึกซึ้ง
“คุณพิมพ์ชอบมาวัดที่อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวแบบนี้มั้ยครับ” ธาวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม สายตาของเขาจับจ้องไปยังเกาะเล็กๆ ที่มีวัดสีขาวสะอาดตาตั้งตระหง่านอยู่กลางน้ำ แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบหลังคาโบสถ์และเจดีย์สีทองอร่าม งดงามราวกับภาพวาด
“ก็ชอบอยู่นะคะ วัดแถวบ้านพิมพ์ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมือนกัน” พิมพ์มาดาตอบอย่างตรงไปตรงมา พลางทอดสายตาไปยังวัดกลางน้ำ
“แต่วัดในกรุงเทพฯ..พิมพ์ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปบ่อยนักหรอกค่ะ พอวันหยุดพิมพ์ก็มักจะตื่นสายเสียมากกว่า” เธอหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดเสริม
“ยกเว้นตอนกลับบ้านที่ต่างจังหวัดช่วงเทศกาล แล้วคุณแม่ชวนไปทำบุญน่ะค่ะ ถึงจะได้ไป” เธอตอบอย่างเปิดเผย ราวกับต้องการให้ธาวินได้รู้จักตัวตนของเธอในทุกแง่มุม
“บ้านที่ต่างจังหวัดของคุณพิมพ์อยู่ที่ไหนครับ?” ธาวินถามด้วยความสนใจเล็กน้อย
“พิษณุโลกค่ะ” พิมพ์มาดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่เจือไปด้วยความคิดถึงบ้านเกิด
“คุณมาทำงานไกลเหมือนกันนะครับ” ธาวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ พลางมองพิมพ์มาดาด้วยแววตาที่แสดงถึงความเห็นอกเห็นใจ
“ว่างๆ คุณพิมพ์พาผมไปไหว้พระพุทธชินราชบ้างสิครับ” ธาวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความคาดหวังเล็กน้อย ดวงตาของเขาเป็นประกายเมื่อพูดถึงพระพุทธรูปสำคัญของเมืองพิษณุโลก พิมพ์มาดายิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ได้สิคะ ถ้าคุณอยากไปจริงๆ พิมพ์ยินดีเลยค่ะ พระพุทธชินราชสวยงามและศักดิ์สิทธิ์มาก พิมพ์กลับบ้านก็ไปไหว้ขอพรทุกครั้งเลย” เธอพูดด้วยความภาคภูมิใจในบ้านเกิดของตนเอง
“ผมเคยได้ยินชื่อเสียงมานานแล้วครับ อยากไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง” ธาวินเสริมด้วยความใคร่รู้
“แล้วคุณพิมพ์เคยขอพรจากท่านเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหมครับ?” เขาถามด้วยความอยากรู้ในตัวตนของหญิงสาว
พิมพ์มาดาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาคู่สวยมองไปยังผืนน้ำทะเลที่ส่องประกาย ก่อนจะหันกลับมายิ้มบางๆ ให้ธาวิน
“ก็หลายเรื่องเลยค่ะ...ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน...ยกเว้นเรื่องความรัก” เธอพูดเสียงเบาลงเล็กน้อยในตอนท้าย ราวกับเป็นความลับเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดเผย ธาวินมองเธอด้วยความสนใจใคร่รู้
“ทำไมไม่ลองขอเรื่องความรักดูละครับ?” เขาถามด้วยรอยยิ้มที่แฝงความนัยบางอย่าง พิมพ์มาดายิ้มขำเล็กน้อย
“ไม่รู้สิคะ...พิมพ์คิดว่าเรื่องพวกนี้ พระท่านคงให้พรเราไม่ได้หรอกมั้งคะ มันเป็นเรื่องของคนสองคนมากกว่า” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา
“ผมอยากไปพิษณุโลกกับคุณจังเลยครับ” ธาวินพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและหนักแน่น ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เธออย่างมีความหมาย
“อยากไปไหว้พระพุทธชินราชด้วยกัน...อยากไปเห็นบ้านเกิดของคุณด้วย”
พิมพ์มาดารู้สึกอบอุ่นในหัวใจกับคำพูดที่แสนจริงใจนั้น ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจเธออย่างช้าๆ และมั่นคง
“ถ้าอย่างนั้น…วันหยุดยาวครั้งหน้า พิมพ์จะบอกนะคะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง ก่อนจะยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ
ตอนที่ 40 ตอนจบธาวินพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบขอตัวลาพิมพ์ดาวอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจที่จะไม่รอช้าแม้แต่นาทีเดียว ธาวินรีบขับรถออกจากบ้านของพิมพ์ดาวไปด้วยความหวังครั้งใหม่ ปลายทางคือบ้านยายของเกรชที่กรุงเทพฯระหว่างทางที่รถแล่นฉิวอยู่บนถนนหลวง ธาวินนึกขึ้นได้ว่ามีโทรศัพท์เครื่องเก่าของพิมพ์มาดาอยู่ในมือ ซึ่งผู้เป็นบิดาส่งให้เขามาเมื่อคืนนี้ ธาวินไม่รอช้า รีบใช้มันค้นหาเบอร์ของเกรชซึ่งน่าจะอยู่ในรายชื่อติดต่อ และรีบโทรออกทันทีเสียงปลายสายตอบกลับมาด้วยความงุนงงเมื่อเห็นเบอร์เก่าที่หายไปของเพื่อนสนิท“เกรช ๆ !!! นี่ผมวินเอง ธาวินไงครับ” ธาวินกรอกเสียงลงไปอย่างร้อนรน“อ๋อค่ะ คุณธาวิน! มีอะไรเหรอคะ เกรชนึกว่าเบอร์ของยัยพิมพ์ซะอีก” เกรชถามกลับด้วยความประหลาดใจระหว่างทางที่ขับรถ ธาวินก็เล่าทุกอย่างให้เกรชฟังอย่างรวดเร็วและกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่เรื่องราวความเข้าใจผิดที่เขามีต่อพิมพ์มาดา ปมปัญหาทั้งหมดที่เกิดจากโทรศัพท์เครื่องนี้ การที่พิมพ์มาดาหนีไป พร้อม ๆ กับการที่เขากำลังตามหาเธออยู่ เกรชฟังเรื่องทั้งหมดด้วยความตกใจและเห็นใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ ก่อนจะรีบบอกว่าเธอจะให้ความช่
ตอนที่ 39 ที่พึ่งสุดท้ายอัครเดชถอนหายใจยาว มองหน้าลูกชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ในรถตู้ด้วยแววตาที่หนักใจ ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เก็บงำเอาไว้"คือวันที่หนูพิมพ์เค้าหายตัวไปจากแกน่ะ..." อัครเดชเริ่มต้นเสียงแผ่วเบา"...แม่เค้าโทรมาบอกว่าพ่อเค้าเสีย...หนูพิมพ์ก็เลยรีบออกมาจากที่พักและก็พยายามจะโทรหาแก"อัครเดชนึกย้อนไปถึงภาพในความคิด เมื่อครั้งที่พิมพ์มาดากระวนกระวายใจอย่างหนัก พยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองระหว่างที่เขากำลังขับรถไปส่งเธอ เพื่อไปรับศพผู้เป็นพ่อที่โรงพยาบาล สีหน้าของหญิงสาวในความทรงจำนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนและความเศร้าโศก“แต่พอเกิดอุบัติเหตุที่รถเกือบชนกันน่ะ… หนูพิมพ์เค้าลืมโทรศัพท์เอาไว้ที่รถ พ่อเป็นคนพาเธอไปรับศพของพ่อเธอที่โรงพยาบาล… ก็เลยให้นายสินอยู่เฝ้าในที่เกิดเหตุ… พอหนูพิมพ์หาโทรศัพท์ไม่เจอ พ่อก็เลยบอกให้นายสินเป็นคนช่วยหา” อัครเดชหยุดเล่า หันมาสบตากับธาวิน“นายสินโทรบอกพ่อว่าเจอโทรศัพท์ของหนูพิมพ์ แต่มีรูปของแกกับหนูพิมพ์อยู่ในหน้าจอของโทรศัพท์เครื่องนั้น…”“จนกระทั่งนายสินเอาโทรศัพท์มาให้ แล้วพอพ่อเห็นรูปแกถ่ายคู่กับหนูพิมพ์บนหน้าจอ โทรศัพท์เครื
ตอนที่ 38 อย่าหลอกกันเลยณ ห้องอาหารของโรงแรมชื่อดัง ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดได้ผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า หลังจากอัครเดชทานมื้อค่ำกับท่านรัฐมนตรีเสร็จ เขาก็รีบร้อนเดินทางกลับทันทีด้วยเป็นห่วงสิ่งที่คุยกับบุตรชายค้างเอาไว้ ทว่า..ในจังหวะนั้นเอง ความคิดบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในหัว ทำให้ชายสูงวัยต้องหยุดชะงัก อัครเดชเพิ่งนึกได้ว่าโทรศัพท์มือถือของพิมพ์มาดาที่ตั้งใจจะเอาไปเฉลยความจริงทุกอย่าง และเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนทั้งหมดมาตั้งแต่ต้น กลับไม่ได้นำติดตัวมาด้วย แต่มันถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในตู้เซฟส่วนตัวของเขาที่ห้องทำงานในบริษัทความกังวลแปรเปลี่ยนเป็นความเร่งรีบอย่างฉับพลัน ราวกับเวลากำลังจะหมดลง คุณอัครเดชหันไปหานายสินที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล“สิน! ออกรถเร็ว ฉันต้องไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้!” อัครเดชสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ดวงตาฉายแววกระสับกระส่ายนายสินดูแปลกใจเล็กน้อยที่เจ้านายจะกลับไปที่บริษัทในกลางดึกเช่นนี้ แต่ก็รีบรับคำสั่งทันที“ครับนาย”ไม่ถึงสิบนาที รถยนต์คันเดิมก็แล่นฉิวออกจากโรงแรม มุ่งหน้ากลับสู่ใจกลางเมืองในยามวิกาล ท้องถนนยามค่ำคื
ตอนที่ 37 คลั่งรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินยิ้มพึงพอใจเมื่อสัมผัสได้ถึงการตอบสนองที่เปลี่ยนไปของพิมพ์มาดา หญิงสาวไม่ได้ต่อต้านเขาอีกต่อไปแล้ว ซีอีโอหนุ่มยกบั้นเอวขึ้นเล็กน้อย ถอนท่อนกายกำยำออกจากโพรงสวาทอุ่นร้อนของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับต้องการยื้อยุดช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นไว้ให้นานที่สุด ปลายหัวยังคงเสียดสีอยู่บริเวณปากทาง ก่อนจะกระแทกกระทุ้งกลับเข้าไปในโพรงสวาทที่ชุ่มฉ่ำด้วยแรงและจังหวะที่หนักหน่วงและรวดเร็ว เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องห้อง พร้อมกับแรงกระแทกที่ส่งให้ร่างบอบบางของพิมพ์มาดาสะท้านเฮือก เสียงครางหวานเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างห้ามไม่อยู่จากนั้นเกมแห่งความสุขสำราญที่แฝงไว้ด้วยความเร่าร้อนและอำนาจก็เริ่มต้นขึ้นตามจังหวะที่ธาวินเป็นผู้กำหนด ชายหนุ่มเริ่มขยับเอวเข้าออกด้วยจังหวะที่รวดเร็วและดุดัน ราวกับต้องการบุกรุกและยึดครองทุกพื้นที่ในกายสาว พิมพ์มาดารู้สึกเสียวแปลบไปทั่วท้องน้อยในทุกครั้งที่เขาแทงลึกเข้ามาเธอแผดเสียงครางหวานปนสะอื้น ดิ้นพล่านไปมาบนเตียงนอนด้วยความเสียวสะท้านที่แทรกซึมไปทั่วร่าง ผสานกับความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เธอจึงตอบโต้ด้วยการยกสะโพกกระแทกส
ตอนที่ 36 บำเรอรักแม่เลี้ยงสาว NCธาวินโถมเข้าหาราวกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่ความยับยั้งชั่งใจได้มลายหายไปพร้อมกับสติที่เลือนรางจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เพียว ๆ ทุกการสัมผัสของเขารุนแรงและเร่าร้อน ราวกับต้องการจะหลอมละลายร่างบางให้เป็นหนึ่งเดียวกับอารมณ์ปรารถนาอันพลุ่งพล่านของตนเองที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างยากจะควบคุมซีอีโอหนุ่มไล่ต้อนหญิงสาวให้จมดิ่งสู่ห้วงแห่งความใคร่ที่เขาเป็นผู้ก่อขึ้นแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่สนใจเสียงสะอื้นหรือดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวดของเธอ ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นแปลบปลาบทั่วร่างของพิมพ์มาดา ไม่ว่าปลายนิ้วแกร่งจะแตะต้องส่วนไหนในร่างกาย ผิวเนื้อเนียนนุ่มของเธอก็พลันตอบสนองด้วยความเสียวสะท้านไปเสียทุกครั้งจนขนลุกชันไปทั้งตัวอย่างห้ามไม่ได้ พร้อม ๆ กับเสียงครางแผ่วเบาที่ลอดออกมาจากริมฝีปากสั่นระริก มันไม่ได้เสียงร้องขอแบบในครั้งแรก แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการตอบสนองของร่างกายที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง ถึงแม้จิตใต้สำนึกจะยังคงต่อต้านก็ตาม“ขอดูดหน่อยนะ..ที่รัก โคตรคิดถึงเลย อื้มมม!!! นุ่มเหลือเกิน” เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ข้างหู เสียงนั้
ตอนที่ 35 บทลงโทษ NCพิมพ์มาดานิ่งไปเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ความรู้สึกมากมายตีรวนอยู่ในอก เธอไม่รู้จะแก้ต่างอย่างไร หรือควรจะแก้ต่างหรือไม่ เมื่อความเข้าใจของเขาบิดเบี้ยวไปถึงขนาดนี้ และเหมือนเขาเองไม่ยอมรับฟังอะไรเลย“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” เธอตอบเสียงแผ่วเบา ยอมแพ้ที่จะอธิบายในตอนนี้คำตอบนั้นดูเหมือนจะยิ่งกระตุ้นความโกรธของธาวินให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมกริบมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับมองสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่เหมือนคมมีดเล่มใหญ่พุ่งตรงเข้าเสียดแทงกลางหัวใจของเธอ“ไม่คิดเลยนะครับว่าผู้หญิงที่ดูใสซื่ออย่างคุณ จะมีความสามารถถึงขนาดหลอกล่อคนแก่อย่างพ่อผมได้!”คำกล่าวหานั้นรุนแรงเกินกว่าที่พิมพ์มาดาจะรับไหว มันเหมือนคมมีดที่ปักลงกลางใจอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้ง เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมองเธอในแง่ร้ายและดูถูกเธอได้ถึงขนาดนี้.ใบหน้าสวยของพิมพ์มาดาซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวหาที่รุนแรงและไม่ยุติธรรมนั้น หัวใจของเธอเจ็บปวดราวกับถูกบ







