Partager

บทที่ 8

Auteur: เด็ดบุปผาอันดับหนึ่ง
“เธอบอกว่าเขาเคยมาที่นี่แค่ครั้งเดียวงั้นเหรอ?”

“ใช่ค่ะ ท่านประธานฟู่”

“เอาคีย์การ์ดสำรองมาให้ฉัน ฉันจะขึ้นไปดูหน่อย”

ฟู่หย่าหนิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอรับคีย์การ์ดสำรองแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังห้องพักทันที

ติ๊ด!

ประตูห้องเปิดออก

เธออยากจะรู้นักว่า ครั้งนี้กู้เฉินกำลังเล่นแง่เรียกร้องความสนใจอะไรอีก?

เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง ฟู่หย่าหนิงกวาดสายตามองไปรอบ ๆ พบว่าของใช้ในห้องน้ำและเครื่องนอนยังวางอยู่ในสภาพเดิมไม่มีการขยับเขยื้อน

ไม่มีร่องรอยว่ามีคนมาพักอาศัยอยู่ที่นี่เลยแม้แต่น้อย

นั่นพิสูจน์ได้ว่า วันนั้นกู้เฉินเพียงแค่แวะมาเพียงครู่เดียวแล้วก็จากไป

แล้วเขาจะถ่อมาที่นี่ทำไม?

แค่เพื่อจะมาเอากระเป๋าเดินทางอย่างนั้นเหรอ?

ฟู่หย่าหนิงย่อมสังเกตเห็นว่าในห้องไม่มีกระเป๋าเดินทางของกู้เฉินจริง ๆ แต่เธอกลับพบโน้ตบุ๊กทำงานของเธอวางอยู่บนโต๊ะ

“ที่แท้ก็อยู่ที่นี่เอง”

“แล้วนี่... จดหมายงั้นเหรอ?”

ฟู่หย่าหนิงเดินเข้าไปใกล้ แล้วคว้าจดหมายที่วางนิ่งบนโน้ตบุ๊กขึ้นมาดู

บนหน้าซองจดหมายจ่าหน้าไว้เพียงคำสั้น ๆ ว่า “จดหมายสั่งลาครั้งสุดท้าย”

วินาทีนั้น ฟู่หย่าหนิงเดาได้ทันทีว่ากู้เฉินกำลังคิดอะไรอยู่

“กู้เฉิน ไม่ติดต่อมาหลายวัน ปิดเครื่องหนี แล้วยังทิ้งจดหมายลาไว้เพื่อเล่นบทหายสาบสูญ นี่คือลูกไม้ใหม่ของคุณงั้นเหรอ?”

“น่าเบื่อ”

ฟู่หย่าหนิงขมวดคิ้ว ก่อนจะแค่นหัวเราะอย่างรำคาญใจ

เธอโยนจดหมายที่กู้เฉินทิ้งไว้ลงถังขยะทันทีโดยไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน

อยากจะเงียบหายไปก็เชิญตามสบาย

เธอไม่เชื่อหรอกว่ากู้เฉินจะมีใจเด็ดเดี่ยวพอที่จะไม่กลับบ้านหลังนี้ตลอดกาล

ดีแล้วที่เขาไม่อยู่ ตงตงจะได้ปรับตัวเข้ากับชีวิตในบ้านได้ง่ายขึ้น

ส่วนเรื่องที่กู้เฉินจะอยู่ที่โรงแรมหรือจะแอบไปมุดหัวอยู่ที่ไหนนั้น

สำหรับฟู่หย่าหนิงแล้ว มันไม่ต่างกันเลยสักนิด

ดูเหมือนเธอไม่ได้ยี่หระอะไรเลยสักนิด กลับนั่งลงเปิดโน้ตบุ๊กทำงานต่อภายในห้องพักโรงแรมเพื่อจัดการเอกสารใหม่สองสามฉบับ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงอย่างรวดเร็วจนท้องฟ้าเริ่มมืดมิด

งานของฟู่หย่าหนิงก็เสร็จสิ้นลง

เธอบิดขี้เกียจและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูโดยสัญชาตญาณ บนหน้าจอปรากฏเพียงข้อความที่กำกวมที่หลินอวี๋เฮ้าส่งมาให้

ส่วนกู้เฉินคนนั้น... ยังคงเงียบกริบ

“คุณจะเล่นจริงกับฉันงั้นเหรอ?”

ฟู่หย่าหนิงปลดล็อกโทรศัพท์ เธอไม่ได้ตอบกลับหลินอวี๋เฮ้าในทันที แต่เลื่อนหน้าจอลงไปเรื่อย ๆ จนเจอแชทของกู้เฉิน

ข้อความสุดท้ายที่เขาส่งมาให้เธอคือเมื่อหลายวันก่อน

“ที่รักครับ มีโรงแรมแห่งหนึ่งเกิดไฟไหม้กะทันหัน ตอนนี้ผมกำลังรีบไปกู้ภัยนะครับ”

“เย็นนี้คุณอยากทานอะไร ทิ้งข้อความไว้ให้ผมนะ เดี๋ยวหลังเลิกงานผมจะซื้อกับข้าวกลับไปทำให้ทานที่บ้าน”

“ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ”

วันนั้นที่โรงแรมไฟไหม้ เป็นวันที่กู้เฉินได้พบความจริงเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับหลินอวี๋เฮ้าและตงตง

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา กู้เฉินก็ไม่เคยส่งข้อความมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบในไลน์อีกเลย

และแน่นอนว่า ข้อความสามประโยคนั้น เธอก็ไม่เคยตอบกลับไปเช่นกัน

แต่ไม่รู้เพราะอะไร เมื่อฟู่หย่าหนิงมองดูข้อความที่กู้เฉินเคยแสดงความห่วงใยซ้ำ ๆ จนเธอมองว่าเป็นเรื่องปกติ พอมันหายไปกะทันหันแบบนี้ ในใจกลับรู้สึกไม่ชินขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“แล้วแต่คุณเถอะ”

ฟู่หย่าหนิงจ้องมองข้อความบนหน้าจออยู่นาน จู่ ๆ เธอก็รู้สึกอารมณ์เสียขึ้นมาจึงปิดโทรศัพท์ลง

ราวกับเป็นเรื่องบังเอิญ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นจดหมายสั่งลาฉบับนั้นที่วางนิ่งอยู่ในถังขยะ

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธอเหยียดหยามมองว่ามันคือลูกไม้ของกู้เฉิน

แต่ตอนนี้ หัวใจของเธอกลับเริ่มกระวนกระวายอยากรู้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“อยากจะรู้นักว่าจะบีบคั้นฉัน หรือจะเล่นแง่อะไรอีก?”

ฟู่หย่าหนิงแค่นเสียงเย็นชา พลางก้มหยิบจดหมายฉบับนั้นออกมาจากถังขยะแล้วเปิดอ่าน

วินาทีต่อมา สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาเธอมีเพียงประโยคสั้น ๆ ไม่กี่ประโยค แต่มันกลับทำให้ฟู่หย่าหนิงยืนตัวแข็งทื่อ แววตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด

“ฟู่หย่าหนิง ไม่ว่าคุณจะยอมรับหรือไม่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงถือศีลหรือไม่ เราสองคนจบกันอย่างเป็นทางการแล้ว”

“ผมขอยกคุณคืนให้กับรักแรกของคุณ หลินอวี๋เฮ้า”

วินาทีนั้น สีหน้าของฟู่หย่าหนิงเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เธอถึงกับหลุดปากอุทานออกมาด้วยความตกใจ “เขา... เขารู้ได้ยังไง?”

ไม่นานนัก ฟู่หย่าหนิงก็นึกถึงโน้ตบุ๊กทำงานของเธอขึ้นมาได้

ในนั้นไม่เพียงแต่มีไลน์ของเธอ แต่มันเป็นโน้ตบุ๊กที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องนอกจากเธอ เธอจึงตั้งค่าให้ล็อคอินอัตโนมัติไว้

นั่นหมายความว่า ประวัติการแชทระหว่างเธอกับหลินอวี๋เฮ้า... ทุกอย่างอยู่ในนั้นหมดแล้ว

“ตงตงก็คงจะเป็นลูกแท้ ๆ ของพวกคุณสินะ ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าในเมื่อคุณต้องลำบากปกปิดขนาดนี้ ต้องฝืนใจใช้ชีวิตกับผมจนเหนื่อยขนาดนี้ แล้วคุณจะแต่งงานกับผมไปเพื่ออะไร?”

“ห้าปี... คุณทำให้ผมรู้ว่าห้าปีที่ผ่านมาของผมมันน่าสมเพชแค่ไหน ผมยอมรับตรง ๆ ว่าผมร้องไห้จนน้ำตาไม่มีจะไหลแล้ว แต่มันไม่ใช่เพื่อคุณหรอกนะ ผมร้องไห้ให้กับความไม่คุ้มค่าของตัวเอง!”

“ในฐานะสามี ผมเกลียดคุณเข้าไส้ แต่ในฐานะนักดับเพลิง ผมไม่เสียใจเลยที่ช่วยชีวิตครอบครัวสามคนของพวกคุณไว้ที่โรงแรม ตอนนี้ผมต้องออกปฏิบัติภารกิจแล้ว”

“คิดเสียว่าผมตายไปในหน้าที่ครั้งนี้เถอะ เราอย่าได้พบกันอีกเลย จดหมายฉบับนี้คือการสั่งลาครั้งสุดท้าย”

เมื่ออ่านถึงตอนจบ ฟู่หย่าหนิงก็นิ่งอึ้งไป สายตาเหม่อลอย กระดาษจดหมายร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว

ในใจของเธอตอนนี้กลายเป็นที่ว่างเปล่า

ไม่ต้องสงสัยเลย กู้เฉินเห็นประวัติแชทของเธอกับหลินอวี๋เฮ้าจากโน้ตบุ๊กแล้ว และที่สำคัญวันนั้นเธอยังตามหลินอวี๋เฮ้าไปงานประชุมผู้ปกครองของตงตงด้วย

เขารู้ความจริงทุกอย่างหมดแล้ว...

ท่าทีเด็ดเดี่ยวของเขาเหมือนกับตัวอักษรในจดหมายฉบับนี้ ทุกตัวอักษรเปรียบเสมือนค้อนหนัก ๆ ที่กระหน่ำทุบลงบนหัวใจของเธอ

ฟู่หย่าหนิงจุกจนพูดไม่ออก แม้แต่จะหายใจก็ยังดูลำบาก

ผ่านไปเนิ่นนาน เธอถึงได้สติรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายหากู้เฉินทันที

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ ฉันกับหลินอวี๋เฮ้าเคยคบกันจริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหลังแต่งงานฉันจะเคยทำเรื่องทรยศคุณ...”

“มีสิทธิ์อะไร? มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินให้ชีวิตคู่ห้าปีของเราจบลงง่าย ๆ แบบนี้? คุณเคยให้เกียรติฉันบ้างไหม?”

ขณะที่โทรศัพท์กำลังรอสาย ฟู่หย่าหนิงพึมพำกับตัวเองเพื่อหาข้ออ้างเข้าข้างตัวเองโดยสัญชาตญาณ

วินาทีนี้ เธอเริ่มมีความรู้สึกหวาดกลัวเหมือนคนทำความผิดแล้วถูกจับได้

แต่เธอมั่นใจว่าเธอไม่เคยทำเรื่องทรยศกู้เฉินเลยนะ

แล้วการที่กู้เฉินหนีไปเงียบ ๆ แบบนี้มันหมายความว่ายังไง?

ทั้งที่ปกติแล้ว กู้เฉินจะคอยรายงานเธอทุกฝีก้าวและปรึกษาเธอในทุก ๆ เรื่อง

ความผิดปกติในครั้งนี้ แม้ฟู่หย่าหนิงจะรู้สาเหตุดี แต่เธอก็ยังยากจะยอมรับมันได้

โดยเฉพาะที่กู้เฉินบอกว่าต้องไปกู้ภัย...

ไม่รู้เพราะอะไร เบอร์โทรศัพท์ที่เธอโทรเท่าไหร่ก็ไม่ติดนี้ เริ่มทำให้หัวใจของเธอค่อย ๆ วาบหวิวเหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย

“ต่อให้ไปกู้ภัย แต่นี่ก็ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว ทำไมมือถือยังปิดเครื่องอยู่อีก?”

“หรือว่า... จะเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ?”

ฟู่หย่าหนิงนั่งอยู่ที่ขอบเตียงพลางกดโทรหากู้เฉินซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผลลัพธ์คือเครื่องปิดอยู่

ไร้ปาฏิหาริย์

นัยน์ตาของเธอฉายแววกังวลลึก ๆ เธอตัดสินใจกดโทรหาผู้ช่วยส่วนตัวทันที

แม้จะเป็นช่วงดึก แต่ปลายสายก็รับในไม่กี่วินาที

เสียงที่สุภาพดังขึ้น “ฮัลโหลค่ะ ท่านประธานฟู่ มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ?”

“เธอรีบไปเช็กให้ฉันเดี๋ยวนี้ ว่าในช่วงหลายวันที่ผ่านมามีเหตุไฟไหม้ที่ไหนเกิดขึ้นบ้างในเมืองนี้?”

“ถ้ามี ให้เช็กต่อด้วยว่าสถานการณ์รุนแรงแค่ไหน แล้วหน่วยดับเพลิงที่ไปกู้ภัยคือหน่วยไหน ใช่หน่วยที่สองที่กู้เฉินสังกัดอยู่หรือเปล่า?”

ฟู่หย่าหนิงสั่งการรัวเร็ว หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมา แล้วทิ้งท้ายก่อนวางสายว่า “เร็วเข้า! ได้ผลสรุปเมื่อไหร่รีบรายงานฉันทันที”

“รับทราบค่ะ ท่านประธาน!”

สายตัดไป ทางฝั่งผู้ช่วยทำหน้าฉงนสงสัย ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ฟู่หย่าหนิงถึงอยากจะเช็กเรื่องนี้ขึ้นมา

แม้ผู้ช่วยจะรู้ว่าสามีของฟู่หย่าหนิงเป็นนักดับเพลิง แต่ที่ผ่านมาท่านประธานไม่เคยสนใจเรื่องเหตุไฟไหม้หรืองานดับเพลิงเลยแม้แต่นิดเดียว

“วันนี้ท่านประธานดูแปลกไป... ดูเหมือนจะเป็นห่วงคุณกู้?”

ผู้ช่วยพึมพำกับตัวเองพลางรีบเริ่มการสืบสวนตามคำสั่งทันที

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 30

    ตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 29

    “คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 28

    บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 27

    แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 26

    “ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 25

    เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status