Share

บทที่ 9

Author: เด็ดบุปผาอันดับหนึ่ง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฟู่หย่าหนิงก็ได้รับข้อความจากผู้ช่วย

“ท่านประธานฟู่คะ ทราบเรื่องแล้วค่ะ ช่วงหลายวันนี้ในตัวเมืองไม่มีเหตุเพลิงไหม้เลย แต่ที่แนวเทือกเขาทางตะวันตกเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ค่ะ”

“สถานการณ์รุนแรงมาก ได้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในท้องที่ละแวกนั้นทุ่มกำลังจนแทบจะถอดใจกันหมดแล้ว และหน่วยที่สองของคุณกู้ก็เพิ่งจะเดินทางไปสนับสนุนเมื่อไม่กี่วันก่อนค่ะ”

เมื่อเห็นข้อความนี้ สีหน้าของฟู่หย่าหนิงพลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เธอเด้งตัวลุกขึ้นจากขอบเตียงโดยไม่รู้ตัว ร่างกายสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้

“แล้วตอนนี้คุมเพลิงได้หรือยัง? หน่วยที่สองของกู้เฉินมีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไหม?”

ฟู่หย่าหนิงพิมพ์ข้อความด้วยนิ้วที่สั่นระริกก่อนจะกดส่งไป

วินาทีนี้ เธอเองก็บอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร มันอธิบายไม่ถูก แต่มันมีความรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายวนเวียนอยู่รอบตัวตลอดเวลา

“เรื่องนี้... สถานการณ์หน้างานยังไม่ชัดเจนค่ะ”

“แต่เห็นว่าในช่วงวันสองวันนี้ เริ่มควบคุมไฟป่าได้แล้วค่ะ”

“ท่านประธานฟู่คะ คุณกู้เป็นคนดีมีบุญคุ้มครอง ต้องไม่เป็นอะไรแน่นอนค่ะ”

ฟู่หย่าหนิงอ่านคำปลอบใจของผู้ช่วยแล้วหลับตาลงอย่างอ่อนแรง

มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่า กู้เฉินหายตัวไปหลายวันแล้ว และจนถึงตอนนี้โทรศัพท์เขาก็ยังปิดเครื่องอยู่

เธอยิ่งกลัวประโยคสุดท้ายในจดหมายของเขา... ช่วงนี้เขาอารมณ์ไม่ดี เขาจะวู่วามจนไม่รักชีวิตตัวเองกลางกองเพลิงนั่นหรือเปล่า?

“อืม ฉันเข้าใจแล้ว”

“เช็กพิกัดที่ตั้งของภูเขาที่ไฟไหม้ให้ฉันที ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้”

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฟู่หย่าหนิงก็ตัดสินใจเด็ดขาดและสั่งการลงไปทันที

ไม่ว่าเธอจะมีปัญหาอะไรกับกู้เฉิน นั่นก็เป็นเรื่องภายในของพวกเขาสองคนสามีภรรยา

กู้เฉินยังคงเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ

หากเขายังมีชีวิตอยู่ เธอต้องได้เห็นตัว แต่ถ้าเขาตายไปแล้ว เธอต้องได้เห็นศพ!

“รับทราบค่ะท่านประธาน”

“เอ่อ... แต่คุณหลินจองร้านอาหารตะวันตกไว้คืนนี้ค่ะ เขาบอกว่าท่านประธานน่าจะยุ่งอยู่เลยไม่ตอบข้อความ เลยฝากให้ดิฉันมาเรียนถามว่าท่านประธานจะว่ายังไงคะ?”

เมื่อเห็นข้อความนี้ ฟู่หย่าหนิงก็ขมวดคิ้วมุ่น เธอใช้เวลาตัดสินใจเพียงไม่กี่วินาที

“บอกให้เขายกเลิกซะ คืนนี้ฉันมีธุระ”

“ไว้วันหลังฉันค่อยนัดเขาใหม่”

“ค่ะ ท่านประธาน!”

หลังจบการสนทนา ฟู่หย่าหนิงกระวนกระวายใจจนนั่งไม่ติดที่ เธอตัดสินใจคว้ากุญแจรถขับมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาทางตะวันตกก่อนล่วงหน้า

ห้านาทีต่อมา ผู้ช่วยก็ส่งพิกัดที่ชัดเจนมาให้ พร้อมทิ้งท้ายด้วยความเป็นห่วงว่าขอให้เธอขับรถระวัง ๆ

ฟู่หย่าหนิงไม่ได้ตอบกลับ เธอเปิด GPS ตามพิกัดนั้นแล้วเหยียบคันเร่งพุ่งออกไปทันที

“กู้เฉิน คุณห้ามเป็นอะไรนะ!”

“ต่อให้จะหย่ากัน ฉันก็ยอมให้มันจบลงแบบค้างคาแบบนี้ไม่ได้!”

รถหรูพุ่งทะยานไปตามท้องถนน ฟู่หย่าหนิงเหยียบคันเร่งจนมิดเท้า

เส้นทางที่ GPS บอกว่าต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง ฟู่หย่าหนิงใช้เวลาเพียงสี่สิบนาทีก็มาถึง

ทว่ายิ่งเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ ใจของเธอก็ยิ่งสั่นระรัว

ต่อให้ยังอยู่อีกไกล เธอก็ได้กลิ่นไหม้ที่รุนแรงโชยมาตามลม

เมื่อเข้าถึงเขตพื้นที่ เธอเริ่มเห็นร่องรอยของการมอดไหม้อยู่รอบตัว

ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้หรือผืนดิน ทุกอย่างกลายเป็นสีดำสนิท

ฟู่หย่าหนิงมองภาพเหล่านั้น ในหัวเริ่มจินตนาการไปถึงจุดจบของกู้เฉิน...

หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมา

เธอเหยียบคันเร่งครั้งสุดท้ายจนมาถึงที่หมาย

แม้จะไม่ใช่ใจกลางของไฟป่า แต่ทางข้างหน้าก็ไม่มีถนนให้รถไปต่อได้แล้ว

ฟู่หย่าหนิงรีบลงจากรถทันที ภาพที่ปรากฏแก่สายตามีรถดับเพลิงจอดอยู่หลายคัน และไม่ไกลนักมีเต็นท์สนามสำหรับหน่วยกู้ภัยตั้งอยู่

ภายในแคมป์ที่พัก มีร่างของคนที่สวมชุดดับเพลิงเดินขวักไขว่ไปมา

“ที่นี่แหละ!”

แววตาของฟู่หย่าหนิงเป็นประกายขึ้นมา เธอรีบเดินตรงเข้าไปทันที

แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็ได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแว่วออกมาจากในแคมป์

วินาทีนั้น หัวใจของฟู่หย่าหนิงกระตุกวูบ เธอรีบเร่งฝีเท้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ

“กู้เฉิน ฉันมาหาคุณแล้ว!”

“ขอร้องล่ะ อย่าเป็นอะไรเลยนะ!”

เมื่อก้าวเข้าสู่เขตแคมป์ ฟู่หย่าหนิงก็ได้เห็นภาพที่เธอไม่ยากจะยอมรับที่สุด

ภายในเต็นท์กู้ภัย นอกจากนักดับเพลิงที่เดินไปมาแล้ว ยังมีกลุ่มคนที่เหมือนเป็นชาวบ้านละแวกนั้นยืนกันเป็นกลุ่ม ๆ

พวกเขาล้อมรอบร่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาวและส่งเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ

ฟู่หย่าหนิงเห็นแขนที่สวมชุดดับเพลิงโผล่พ้นออกมาจากผ้าขาวผืนหนึ่ง...

ภาพโศกนาฏกรรมที่เห็นต่อหน้าต่อตาทำให้เธอจุกจนพูดไม่ออก!

วินาทีนั้น ขาของเธอเริ่มอ่อนแรงจนเกือบจะยืนไม่อยู่

ฟู่หย่าหนิงไม่กล้าคิดเลยว่า หากร่างที่อยู่ภายใต้ผ้าขาวเหล่านั้นมีกู้เฉินรวมอยู่ด้วย เธอจะทำอย่างไร?

ในชั่วขณะนั้น เหมือนมีคำพูดหมื่นคำจุกอยู่ที่อกของฟู่หย่าหนิง

แต่เมื่อเห็นภาพความเศร้าสลดของมนุษย์ตรงหน้า เธอกลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

เธอรับความจริงไม่ได้!

“กู้เฉิน... คุณอยู่ในนี้หรือเปล่า?”

ฟู่หย่าหนิงตาแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอไม่สนแล้วว่าการเปิดผ้าคลุมศพคนตายจะถือเป็นเรื่องอัปมงคลหรือลบหลู่ต่อการถือศีลหรือไม่ เธอเดินเข้าไปเปิดผ้าขาวที่ไม่มีญาติคอยเฝ้าเพื่อยืนยันตัวตนทีละศพ

“คนนี้ไม่ใช่...”

“คนนี้ก็ไม่ใช่...”

เพียงหนึ่งนาที ฟู่หย่าหนิงยืนยันศพไปได้หลายคน ซึ่งไม่มีใครคือกู้เฉินเลย

แต่เธอก็ยังไม่กล้าเบาใจ เพราะร่างที่นอนนิ่งอยู่ที่นี่... มันเยอะเหลือเกิน!

ฟู่หย่าหนิงในยามนี้ไม่รู้เลยว่า ที่มุมหนึ่งของแคมป์ ชายในชุดดับเพลิงคนหนึ่งเพิ่งจะแบกผู้บาดเจ็บกลับมาถึง

เมื่อเขาเห็นร่างของเธอ เขาก็ยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิมด้วยความประหลาดใจ

ฟู่หย่าหนิงมาที่นี่ได้ยังไง?

ผมขยี้ตาตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ เพื่อยืนยันว่าผู้หญิงที่สวยสง่าตรงหน้านี้คือฟู่หย่าหนิงจริง ๆ

ภรรยาในนามของผม หรือจะพูดให้ถูกก็คือ... อดีตภรรยา

“เธอมาหาผมงั้นเหรอ?”

ในวินาทีนี้ ผมยืนนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่ง มองดูฟู่หย่าหนิงที่ไล่เปิดผ้าขาวทีละผืนเพื่อยืนยันศพด้วยท่าทางร้อนรนและเป็นกังวลอย่างถึงที่สุด ในใจผมรู้สึกเหลือเชื่อมาก

ผมไม่เคยเห็นฟู่หย่าหนิงเป็นห่วงเป็นใยผมถึงขนาดนี้มาก่อนเลย

ชั่วขณะหนึ่ง ผมเผลอคิดไปว่าความเย็นชาและการเมินเฉยที่ผ่านมาของเธอได้หายวับไปกับตา

ราวกับว่าเธอยังคงรักผมอยู่...

หรือว่าเธอยังรักผมจริง ๆ?

จู่ ๆ ผมก็มีความรู้สึกอยากจะเดินเข้าไปเรียกชื่อเธอ แต่พอก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ผมก็ชะงักลง

เพราะในตอนนั้นเอง ภาพที่เธอประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่าเป็นครอบครัวกับหลินอวี๋เฮ้า ภาพที่ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่มก็พลันผุดขึ้นมาในหัว

ความเจ็บปวดที่จู่โจมเข้ามาอย่างกะทันหัน ทำให้ผมหยุดก้าวเดินทันที

เป็นไปไม่ได้...

ประธานฟู่จะยังรักผมได้ยังไง?

บางทีเธออาจจะเห็นจดหมายสั่งลาที่ผมทิ้งไว้ แล้วรู้สึกไม่พอใจที่ผมชิงจบความสัมพันธ์ก่อน เลยตั้งใจจะมาตามราวีเสียมากกว่า

เมื่อนึกถึงจดหมายฉบับนั้น ใจของผมก็กลับมาสงบนิ่งทันที

พอมองไปที่ฟู่หย่าหนิงที่กำลังร้อนรน ผมก็ไม่มีความรู้สึกหวั่นไหวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

ปล่อยเธอไปเถอะ

ในเมื่อตัดสินใจจะจากมาแล้ว ก็จะไม่หันหลังกลับไปอีก

ไม่ว่าฟู่หย่าหนิงจะมาด้วยความรักหรือความแค้น จะมาหาเรื่องหรือมาตื้อขอคืนดี มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับผมอีกต่อไปแล้ว

กู้เฉิน สามีที่ยอมมอบชีวิตให้เธอ ดูแลเธอทุกฝีก้าวคนนั้น... ได้ตายไปในกองเพลิงครั้งนี้แล้ว

ส่วนผมที่ยังมีชีวิตอยู่ คือกู้เฉินคนใหม่

และในชีวิตใหม่ของกู้เฉิน... จะไม่มีผู้หญิงที่ชื่อฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป

หลังจากตัดสินใจเด็ดขาด ผมก็เดินเลี่ยงออกไปเงียบ ๆ ไปยังจุดที่ฟู่หย่าหนิงมองไม่เห็น เพื่อทำงานเก็บกวาดต่อไป

ส่วนเรื่องจะมีเพื่อนร่วมทีมคนไหนจำเธอได้ไหม ผมก็ไม่กังวลเลยสักนิด

เพราะประธานฟู่ผู้รักความสันโดษคนนี้ ไม่เคยปรากฏตัวในฐานะภรรยาของผมในที่งานเลี้ยงที่ทำงานเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ใครจะไปรู้ล่ะว่าเธอกับผมเป็นสามีภรรยากัน?

หลังจากนั้น ผมก็นั่งมองฟู่หย่าหนิงเดินคอตกจากไปอย่างสิ้นหวังเพราะเดินวุ่นวายไปทั่วและเที่ยวไปเปิดผ้าขาวดูศพคนอื่นจนถูกญาติผู้เสียชีวิตลุมด่า

จนกระทั่งร่างของเธอลับสายตาไป ผมก็ไม่หันไปมองเธออีกเลยแม้แต่แวบเดียว

โดยที่ผมไม่รู้เลยว่า... ภายในรถที่ขับจากไปนั้น ฟู่หย่าหนิงเกือบจะเสียสติและพังทลายลงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 30

    ตามมาด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของฟู่หย่าหนิง “จางชิง ให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทร่างข้อตกลงการหย่าร้างมาให้ฉันสองฉบับ เดี๋ยวฉันจะออกข้างนอกสักหน่อย!”ข้อตกลงการหย่าร้าง!จางชิงได้ยินแบบนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่า คราวนี้ฟู่หย่าหนิงคงจะตัดสินใจหย่าขาดจากกู้เฉินอย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆแต่เมื่อคืนคุณกู้ก็ยอมมาหาแล้วไม่ใช่เหรอ?หรือว่าทั้งคู่ยังไม่ได้คืนดีกัน?ในเศษเสี้ยววินาที จางชิงไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านเรื่องส่วนตัวของเจ้านายต่อ เพียงแต่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อมแล้วเดินออกจากห้องไปสิบนาทีต่อมา ข้อตกลงการหย่าร้างสองฉบับระหว่างกู้เฉินและฟู่หย่าหนิงก็ถูกส่งตรงถึงโต๊ะทำงานประธานฟู่หย่าหนิงคว้าเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าบึงตึง แล้วพุ่งตัวออกจากบริษัททันที มุ่งหน้าตรงไปยังสถานีดับเพลิงที่กู้เฉินสังกัดอยู่“กู้เฉิน... คิดจะมาลองดีกับฉันงั้นเหรอ? เหอะ รนหาที่ตายชัด ๆ...”“ฉันจะทำให้คุณได้เห็นเอง ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ต้องหน้าแตกจนไม่มีที่ยืนน่ะ คือใครกันแน่!”อีกด้านในเวลาเดียวกัน ผมที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นจากการฝึกซ้อมสมรรถภาพร่างกายของหน่วยพลันถูกหัวหน้าหน่วยเรีย

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 29

    “คนถือศีลปฏิบัติธรรม สิ่งที่ต้องงดเว้นที่สุดคือกามารมณ์”“เรื่องระหว่างสามีภรรยา อนุญาตให้มีได้แค่คืนวันที่สิบหกของเดือนเท่านั้น”เวลาล่วงเลยมาห้าปี ในที่สุดผมก็คืนประโยคนี้กลับไปให้เธอแบบคำต่อคำ จากนั้นก็กดตัดสาย และปิดเครื่องทันทีชั่วจังหวะนั้น รถแท็กซี่ที่โบกไว้ก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้าพอดี ผมก้าวขึ้นรถแล้วจากไปทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เลือนหายไปกับความมืดมิดของค่ำคืนที่ไม่มีวันหวนคืน“กู้เฉิน!”ในเวลาเดียวกัน ฟู่หย่าหนิงที่ยืนอยู่หน้าบานกระจกใสได้แต่ทอดสายตามองตามจนตาแทบทะลุ ทว่าสุดท้ายกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นจากปลายนิ้วอย่างไม่รู้ตัว พร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนพื้นท่ามกลางแสงสีอันศิวิไลซ์ของเมืองใหญ่ที่สะท้อนเข้ามา ฟู่หย่าหนิงมองเห็นเงาของตัวเองบนกระจกได้อย่างชัดเจน บนใบหน้าของเธออาบไปด้วยคราบน้ำตาจนดูไม่ได้หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีมีดแหลมคมกรีดแทงเข้ามาซ้ำ ๆคืนนั้น ฟู่หย่าหนิงนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่อาจข่มตาหลับลงได้ต่อให้สมองจะหนักอึ้งและอ่อนล้าจนเริ่มส่งอาการปวดแปลบ เธอก็ไม่ยอมปิดตาลงเพราะทุกครั้งที่หลับตาลง ในใจของเธอจะเ

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 28

    บางทีความอดทนและการยอมอ่อนข้อของฟู่หย่าหนิงอาจถึงขีดจำกัดแล้ว ทุกประโยคที่หลุดออกมาจากปากเธอจึงคล้ายกับจงใจจะยั่วโมโหผม เพื่อให้เราเปิดฉากทะเลาะกันเสียงดังลั่น จากนั้นค่อยหาช่องทางสำหรับการคืนดีผมบอกได้คำเดียวว่า เธอกำลังฝันหวานอยู่ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ช่องทางสำหรับการคืนดี" นั้น แท้จริงแล้วก็คือการประนีประนอมของผมเพื่อชีวิตคู่และความรักเท่านั้นเองแต่ในวันนี้ คนที่ยอมกล้ำกลืนฝืนทนมาตลอดเขาไม่คิดจะทนอีกต่อไปแล้วบนโลกใบนี้ มันไม่ได้ประนีประนอมกันบ่อย ๆ ขนาดนั้นหรอกนะ?“แล้วแต่คุณจะคิด จะมองว่าผมกำลังหึงหวงบ้าบออะไรนั่นก็ได้ ผมไม่แคร์”“รีบพักผ่อนซะเถอะ”สิ้นเสียงคำพูด ผมไม่คิดจะอยู่รอดูอาการของฟู่หย่าหนิงอีกต่อไป หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงานประธานทันทีผมหลงนึกว่าค่ำคืนอันแสนวุ่นวายนี้จะจบลงแล้วทว่าคาดไม่ถึงว่า ฟู่หย่าหนิงจะยังดื้อดึงวิ่งไล่ตามผมออกมา เธอคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรงพลางตวาดกร้าวเสียงสั่น “กู้เฉิน! ความอดทนของฉันมันมีขีดจำกัดนะ!”“ที่ฉันยอมอ่อนข้อให้คุณก้าวล้ำเส้นครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะฉันยังเห็นความสำคัญของชีวิตแต่งงานของเราหรอกนะ แต่นั่นไม่ใช่เห

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 27

    แต่ในตอนนี้ การรักษาระยะห่างกับว่าที่อดีตภรรยาคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...ฟู่หย่าหนิงยังคงขยับกายเบียดเข้ามาใกล้ แต่ผมกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนแต่ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็คงทนดูเธอเสียหลักล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ จึงยื่นมือออกไปประคองที่ต้นแขนของเธอไว้ตามมารยาท ไม่ต่างอะไรกับท่าทางที่จางชิงเคยทำ“ระวังครับ”สิ้นเสียงเตือนแผ่วเบาของผม ฟู่หย่าหนิงก็ชะงักไปทันทีแววตาคู่สวยจ้องมองมาที่ผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ ราวกับเธอไม่อยากจะเชื่อว่า สามีที่เคยยอมสยบแทบเท้าและคอยเอาอกเอาใจเธอฝ่ายเดียวมาตลอดห้าปีคนนี้ จะปฏิบัติต่อเธอด้วยความห่างเหินได้ถึงเพียงนี้“ขอบคุณค่ะ”ฟู่หย่าหนิงดูเหมือนคนหมดแรงขึ้นมาในพริบตา เธอไม่พยายามขยับเข้ามาใกล้ผมอีก แต่ก้าวเดินนำไปข้างหน้าเงียบ ๆเราเดินเข้ามาในห้องทำงานอันกว้างขวาง เธอเดินไปหยิบกุญแจที่ลิ้นชักโต๊ะอย่างชำนาญ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูลับที่ซ่อนอยู่ข้างชั้นวางหนังสือวินาทีนั้น ผมหยุดฝีเท้าลงทันที ไม่คิดที่จะก้าวตามเธอเข้าไปเพราะผมไม่อยากเห็นว่าห้องนอนที่เธอจงใจปกปิดผมมาตลอดห้าปีจะมีสภาพอย่างไร และไม่อยากเห็นร่องรอยของผู้ชายคนอื่นหลงเหลืออยู่ข

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 26

    “ไม่ ฉันไม่กลับบ้าน”“คืนนี้ฉันจะนอนที่บริษัท”ผมคาดไม่ถึงว่าฟู่หย่าหนิงจะส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่ยังเมาแอ๋ แถมยังก้าวเข้ามาหาผมอีกครั้ง พร้อมกับยื่นนิ้วเรียวมาเชยคางของผมขึ้น“กู้เฉิน ฉันรู้ว่าคุณแคร์เรื่องอะไร”“คืนนี้คุณมาหาฉันแล้ว ฉันยอมทำตามใจคุณ ที่บ้านมีตงตงกับหลินอวี๋เฮ้าอยู่ ถ้าฉันไม่กลับไปที่นั่น คุณจะมีความสุขขึ้นไหม?”เมื่อต้องเผชิญกับคำถามหยั่งเชิงด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานของฟู่หย่าหนิง ผมพลันก้าวถอยหลังหนีครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนอย่างถึงที่สุดคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา การยอมผ่อนปรนและความอดทนของเธอที่มีต่อผม มันจะเกิดขึ้นในตอนที่ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหย่ากับเธอแล้ว...แต่ต่อให้เธอจะยอมผ่อนปรนให้ในตอนนี้ มันกลับทำให้ผมรู้สึกสมเพชและเวทนามากกว่าเดิมที่แท้เธอรู้มาโดยตลอดว่าผมแคร์เรื่องอะไร แต่ในยามที่หัวใจของผมยังคงเปี่ยมไปด้วยความหวังในตัวเธอ เธอกลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และใช้อำนาจเผด็จการควบคุมชีวิตคู่ของเราตามใจชอบตอนนี้มันสายไปแล้ว ฟู่หย่าหนิงผมไม่ได้แคร์เรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้วถ้าคุณจะเห็นคุณค่าตอนที่เสียมันไป ง

  • รักไร้ทางบรรลุ   บทที่ 25

    เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ ผมยอมรับว่าแอบแปลกใจอยู่บ้าง แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อเฉพาะของหลินอวี๋เฮ้า ความประหลาดใจเพียงเศษเสี้ยวในใจก็มลายหายไปในพริบตาจู่ ๆ ผมก็รู้สึกว่ามันช่างน่าสมเพชสิ้นดีฟู่หย่าหนิง... ในยามที่ใจของผมมีแต่คุณ ทุ่มเทให้คุณจนหมดหน้าตัก คุณกลับทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศ ซ้ำยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและหัวใจที่รักคุณดวงนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามาตอนนี้ บ้านหลังนั้นมีผู้ชายคนอื่นที่แคร์คุณย้ายเข้าไปอยู่สมใจอยากแล้ว แต่คุณกลับเอาลูกไม้เดิมตามตื้อตามตอแยผมเนี่ยนะ?เป็นบ้าอะไรของคุุณ?“เรื่องของพวกคุณ ไม่เกี่ยวกับผม”ผมตีหน้าตาย เดินเลี่ยงร่างของเธอเพื่อจะจากไปด้านหลัง... ฟู่หย่าหนิงตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ยอมลดละ “กู้เฉิน ตงตงไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของฉันนะ วันนั้นที่โรงเรียนของแก ฉันรู้ว่าคุณเห็นหมดทุกอย่างแล้ว”“แต่ที่ฉันทำลงไปทั้งหมด ก็แค่ไม่อยากให้ตงตงรู้สึกมีปมด้อยที่ตัวเองไม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้แกคิดว่าตัวเองไม่มีพ่อมีแม่ที่รักแก!”“ฉันไม่ได้จูบจริงกับหลินอวี๋เฮ้านะ!”“ทำไมคุณถึงไม่ให้เวลาเด็กคนนี้สักหน่อย เพื่อให้แกค่อย ๆ ยอมรับในตัวคุณล่ะฮะ?”ในเวลานี้ เสียงของฟู่หย่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status