Masuk"แม่จ๋า เยามาเที่ยวที่นี่อีกแย้วหยอคะ"
"ใช่ค่ะลูก หนูชอบหรือเปล่าคะ"
"แต่ว่าตอนนั้นแม่จะย้องไห้ด้วย แม่จ๋าจะเป็นอะไยไหมคะ"
"แม่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะลูก แม่สอนว่ายังไงนะคะ ถ้ามาที่คฤหาสน์หลังนี้ต้องยกมือไหว้คุณนายกับพ่อเลี้ยงใช่ไหมคะ เพราะทั้งสองคนเป็นผู้มีพระคุณของเรา เพราะฉะนั้นแล้วระหว่างที่แม่ทำงานอยู่ หนูต้องนั่งรอที่โซฟาตรงนี้ได้ไหมคะ"
"ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะนั่งยอแม่จากตรงนี้ไม่เดินไปไหนเยยค่ะ"
"ดีมากค่ะคนเก่ง งั้นเดี๋ยวแม่เข้าไปนวดให้คุณนายก่อนนะคะ อ้อ...แล้วหนูก็อย่าเดินไปแตะต้องของมีค่าในบ้านหลังนี้นะลูก เราอย่าไปแตะต้องเพราะมันไม่ใช่ของเรานะคะ ถ้าเกิดว่ามันหลุดมือหรือเสียหายขึ้นมา เราไม่มีเงินมาจ่ายให้เขานะลูก"
"ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะไม่ดื้อค่ะ"
"ดีแล้วค่ะ ถ้าหนูไม่ดื้อและเชื่อฟังตามที่แม่บอก เดี๋ยวแม่จะพาหนูมาที่นี่ทุกครั้งเลย แต่ถ้าหนูดื้อ วันหลังแม่ก็จะไม่พาหนูมาที่นี่อีกแล้วนะคะ แล้วแม่ก็จะฝากหนูไว้กับป้าเฟิร์นแทน"
"หนูจะไม่ดื้อค่ะ ก็หนูอยากอยู่กับแม่จ๋า"
"ค่ะลูก งั้นแม่ไปก่อนนะคะ นั่งรออยู่ตรงนี้นะลูก ส่วนนมอยู่ในกระเป๋านะคะ ถ้าหนูหิวก็เอามาดื่มรอแม่นะคะของขวัญ"
เด็กหญิงตัวเล็กก็นั่งตัวตรงอยู่บนโซฟาหรูในห้องรับแขกขนาดใหญ่ พลางกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณห้องโถงด้วยความตื่นเต้น เพราะสิ่งของต่าง ๆ เหล่านี้ เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต จึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากเป็นพิเศษ
เท้าเล็กก็แกว่งไปมาเล็กน้อย ขณะที่นั่งตัวตรงและไม่แตะต้องของมีค่าต่าง ๆ ตามที่มารดาสั่ง ก่อนจะชูมือท่อง ABCD เป็นทำนองเพลงที่มารดาเคยเปิดให้ฟังบ่อย ๆ ก่อนนอน
ผ่านไปสามสิบนาที แต่ของขวัญก็ยังนั่งอยู่ที่โซฟาไม่เดินไปไหน เพราะไม่อยากทำให้มารดาลำบากใจ จึงเชื่อฟังคำสั่งอย่างเต็มที่และไม่งอแงเลยแม้แต่น้อย
รังสิมันตุ์ที่เคลียร์เอกสารในห้องทำงานเสร็จก็เดินออกมาผ่อนคลายร่างกายที่เหนื่อยล้า หลังจากที่นั่งจดจ่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงสี่ชั่วโมง
"ทำไมเด็กคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่นะ อ๋อ...คงจะมานวดตามที่ม้าบอกสินะ สรุปแล้วในชีวิตฉันก็คงจะมีผู้หญิงคนนี้มาวนเวียนอยู่ในชีวิตอยู่ไม่จบไม่สิ้นสินะเนี่ย"
เมื่อของขวัญเห็นผู้ชายที่เป็นเจ้าของไร่ ร่างป้อมก็รีบกระโดดลงจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินตามหลังร่างแกร่งไปอย่างรวดเร็ว
เท้าเล็กก็หยุดเดินทันที เมื่อเห็นคนที่ตัวเองเดินตามกำลังเปิดหน้าต่าง ก่อนจะพ่นควันบุหรี่ออกจากปาก ซึ่งของขวัญก็มองดูด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วไปจับที่ขากางเกงของร่างสูงเบา ๆ เพื่อสะกิด
รังสิมันตุ์ก็ชะงักไปไม่น้อย เพราะตกใจที่จู่ ๆ เด็กคนนี้ก็เดินตามเขามาถึงที่นี่ ก่อนจะหันไปสูบบุหรี่ต่อโดยไม่ได้ใส่ใจอีก เพราะเขาไม่ชอบเด็กมากที่สุด ในความรู้สึกของเขา เด็กมันน่ารำคาญมาก โดยเฉพาะเด็กที่เป็นลูกของผู้หญิงที่เขาเกลียดก็ยิ่งไม่ควรค่าที่จะไปใส่ใจด้วยซ้ำ
ร่างป้อมก็ยังไม่ละความพยายาม ก่อนจะหันไปเปิดกระเป๋าเป้ของตัวเองแล้วหยิบอมยิ้มรูปหัวใจออกมาจากกระเป๋า แล้วเงยหน้ามองคนตัวสูงพลางจับไปที่ขากางเกงของรังสิมันตุ์อีกครั้ง
"อะไรเนี่ย ยังไม่ไปอีกหรือไง ทำไมเด็กถึงได้น่ารำคาญขนาดนี้นะ"
รังสิมันตุ์จึงขยี้บุหรี่ทิ้งก่อนจะก้มลงไปมองเด็กหญิงตัวเล็กที่กำลังเงยหน้ามองเขาอยู่ พอของขวัญเห็นว่าผู้ชายคนนั้นกำลังสนใจตัวเองแล้ว มือป้อมก็ยื่นอมยิ้มรูปหัวใจส่งให้เขาทันที แต่รังสิมันตุ์ก็ยังยืนมองนิ่งโดยไม่ได้ยื่นมือออกไปรับอมยิ้มแต่อย่างใด
ของขวัญก็ยื่นของให้จนเหนื่อยก็เลยพักแขน ก่อนจะหันไปพูดกับคนตรวจสูงด้วยความสงสัย
"พ่อเยี้ยงไม่ชอบอมยิ้มหยอคะ"
"เป็นผู้ใหญ่แล้วเขาไม่ทานอมยิ้มกันหรอกนะ"
"งั้นหยอคะเนี่ย" ของขวัญก็ทำท่าทางครุ่นคิดด้วยความเครียดจนคิ้วขมวดเป็นปม ถ้าผู้ใหญ่ไม่เอาอมยิ้ม แล้วจะเอาอะไรให้กับคนตรงหน้าดี เพราะในกระเป๋าก็มีแค่อมยิ้มกับนมเพียงแค่นั้น
"มีอะไรอีกไหม ฉันจะพักผ่อนแล้ว"
"แย้วพ่อเยี้ยงอยากได้อะไยหยอคะ"
"ถามทำไมล่ะ แล้วเธออยากจะให้ของฉันทำไม"
"แม่จ๋าบอกว่าพ่อเยี้ยงกับคุณนายเป็นผู้มีพระคุณต้องตอบแทน ต้องขอบคุณเยอะ ๆ หนูก็เยยจะแบ่งอมยิ้มของหนูให้เพื่อตอบแทนค่ะ"
มือป้อมก็ยื่นอมยิ้มออกไปอีกครั้ง แต่รังสิมันตุ์ก็รีบเดินหลบเข้าไปในห้องใกล้หน้าต่าง เพราะเขาเห็นเพลงขวัญกำลังเดินตามหาเด็กพอดี
"ของขวัญ...หนูมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ลูก แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าให้นั่งนิ่ง ๆ อยู่ที่โซฟาน่ะ นี่หนูจะไม่เชื่อฟังแม่เหรอคะ งั้นวันหลังแม่จะไม่พาหนูมาด้วยแล้วนะ"
"ไม่ใช่นะคะแม่จ๋า หนูนั่งยอไม่ได้ไปไหนเยยนะ"
"นั่งตลอดแล้วทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะคะลูก"
"หนูนั่งตลอดจริง ๆ นะแม่จ๋า แย้วหนูไม่ได้จับอะไยเยยนะคะ"
"แม่บอกหนูแล้วใช่ไหมคะว่าอย่าเดินไปที่อื่น ถ้าเกิดว่าข้าวของที่บ้านของพ่อเลี้ยงหายขึ้นมา เราจะน่าสงสัยเอานะคะ"
"หนูไม่ได้หยิบอะไยเยยนะคะแม่จ๋า หนูแค่จะเอาอมยิ้มให้พ่อเยี้ยง อ้าว? ไปไหนแย้ว"
"หนูพูดอะไรคะของขวัญ หนูจะเอาอมยิ้มให้ใครคะ"
"ให้พ่อเยี้ยงค่ะ"
"หนูจะเจอพ่อเลี้ยงได้ยังไงลูก ก็ที่ตรงนี้ไม่มีใครเลยนี่คะ แล้วนี่ทำไมถึงอยากจะเอาอมยิ้มให้พ่อเลี้ยงล่ะคะ"
"ตอบแทนที่แม่จ๋าบอกค่ะ หนูก็เยยจะให้อมยิ้ม"
"ผู้ใหญ่ไม่ทานอมยิ้มกันหรอกค่ะลูก ที่แม่สอนหนูว่าให้รู้จักตอบแทนบุญคุณ แม่ไม่ได้หมายถึงหนูจะต้องตอบแทนในตอนนี้ค่ะ แม่แค่จะบอกหนูว่าเกิดมาเป็นคนก็อย่าลืมบุญคุณคนนะคะ ใครที่มอบโอกาสให้เรา เราก็ต้องจดจำไว้ แล้วหาทางตอบแทนเมื่อเรามีกำลังมากพอหรือประสบความสำเร็จ โดยที่ไม่ทำให้เราลำบาก ตอนนี้หนูยังเด็ก ยังไม่ต้องตอบแทนอะไรหรอกค่ะ ถ้าหนูโตเป็นผู้ใหญ่ขอแค่ไม่ลืมว่าใครที่ให้โอกาสกับเราก็พอนะคะ"
"ที่พ่อเยี้ยงไม่เอาอมยิ้มของหนูก็เพราะว่าไม่อยากได้ของจากเยาหยอคะ"
"ไม่ใช่หรอกค่ะ ถ้าเกิดว่าหนูจะให้อมยิ้มกับพ่อเลี้ยงจริง ๆ พ่อเลี้ยงคงไม่รับแน่ ๆ แม่เชื่อว่าพ่อเลี้ยงต้องดีใจแน่นอนค่ะ แต่ถ้าพ่อเลี้ยงจะไม่รับก็ไม่ต้องเสียใจหรอกนะคะ เพราะว่าพ่อเลี้ยงอาจจะคิดว่าอยากจะให้หนูเก็บอมยิ้มไว้เองมากกว่าค่ะ ก็เลยไม่รับอมยิ้มของหนูไง"
"อ๋อ...เพราะผู้ใหญ่ต้องไม่แย่งของเด็กแบบนี้หยอคะแม่จ๋า"
"ใช่ค่ะ เพราะฉะนั้นแล้ว หนูยังไม่ต้องตอบแทนใครในตอนนี้หรอกนะคะ รอหนูโตเป็นผู้ใหญ่ก่อน ถ้าหนูมีกำลังอยากจะตอบแทนใคร ก็ขอให้ตอบแทนโดยที่ไม่ต้องลำบากตัวเองนะลูก จำไว้นะคะ"
"เข้าใจแย้วค่ะแม่จ๋า"
"ถ้าเข้าใจก็ดีแล้วค่ะ อย่างที่แม่บอกไป เราต้องอย่าลืมบุญคุณของคุณนายกับพ่อเลี้ยงที่ให้โอกาสเรามาก ๆ นะคะ ต่อให้หนูจะโตขึ้นก็ต้องห้ามลืมเด็ดขาดเลยนะ เพราะที่เรามีที่พักอาศัย ได้มีข้าวกินก็เพราะคนทั้งสองนี้นะคะลูก"
"ค่ะแม่จ๋า"
"แล้วจะบอกได้หรือยังคะ ว่ามาเดินทำอะไรแถวนี้เอ่ย"
"หนูมาหาพ่อเยี้ยงค่ะ"
"พ่อเลี้ยงอะไรกันคะ ตอนนี้หนูอยู่คนเดียวนี่ลูก งั้นเรากลับกันเถอะค่ะ แม่ทำงานเสร็จแล้วล่ะ"
"ได้ค่ะแม่จ๋า หนูง่วงนอนแย้วค่ะ"
"แล้วหนูได้ดื่มนมหรือยังคะ"
"ยังค่ะแม่จ๋า หนูว่าจะเดินตามพ่อเยี้ยงค่ะ ก็เยยยืมดื่ม"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ งั้นเดี๋ยวเราค่อยไปดื่มที่ห้องก็ได้เนอะ แล้วนี่ถืออมยิ้มไว้ที่มือแบบนี้ จะให้แม่แกะให้ไหมคะ"
"ไม่แกะค่ะ เพราะหนูจะเก็บไว้ให้คุณนายกับพ่อเยี้ยง"
"โอเคค่ะ งั้นเรากลับกันได้แล้วนะลูก"
หลังจากที่ทั้งสองเดินออกไปจากจุดนั้นแล้ว รังสิมันตุ์มันก็โผล่ออกมาจากด้านหลังประตูที่เขาเผลอเข้าไปซ่อนตัวอยู่
"แล้วเมื่อกี้เราจะหลบเข้ามาในห้องนี้ทำไมนะ บ้านหลังนี้ก็ของเรานี่นา แต่ก็ช่างมันเถอะ นอนพักผ่อนดีกว่าเรา"
...สามสิบนาทีต่อมา"พี่เขม อื้อ...ทำอะไรคะ" เพลงขวัญก็ทำเสียงงัวเงียเมื่อจู่ ๆ ก็โดนสามีกวนใจ ฝีปากอุ่นร้อนก็ค่อย ๆ สัมผัสเรือนร่างของเพลงขวัญไปทุกสัดส่วน ซึ่งเธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเสื้อผ้าของตัวเองถูกถอดออกไปตั้งแต่ตอนไหนเพลงขวัญก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกมือแกร่งสัมผัสไปทั่วทุกจุด โดยเฉพาะริมฝีปากของเขาที่กำลังวนลิ้นเป็นวงกลมไปรอบเนินอกของเธอและนิ้วแกร่งที่กำลังกระตุ้นและสัมผัสจุดอ่อนนุ่มใต้สะดืออย่างไม่น้อยหน้ากัน"ยะ...อย่านะคะ อื้อ ขยับนิ้วแรงเกินไปแล้ว อ๊า...""น่ารักจังเลย พอตื่นก็เสร็จแล้วเหรอครับ""แล้วลูกล่ะคะ ขวัญข้าวไปไหน""ไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้ทางสะดวก เพราะขวัญข้าวกำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่เตียงของตัวเองแล้วล่ะ แถมพี่ก็ยังอ้อนลูกด้วยนะว่าอย่าพึ่งกวนเวลาพ่อกับแม่ อยากจะขอเวลาหนูสักหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ก็คงจะทำตามคำขอของพ่อจ๋าอยู่แน่นอนเลยล่ะมั้ง""หนึ่งชั่วโมงอะไรกันคะ""ก็หนึ่งชั่วโมงของเราสองคนไงครับ เดี๋ยวกว่าเราจะทำเสร็จ พี่ก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวไปรับของขวัญกลับจากที่เรียนพิเศษก็ยังทันเลย หนูรู้หรือเปล่าว่าความปรารถนาของพี่ไม่เคยลดลงเลยนะ เวลาที่อยู่ใกล้หนู ตอนนี้พ
"เสร็จหรือยังจ๊ะของขวัญ เดี๋ยวเราต้องรีบออกไปที่ไร่แล้วนะลูก""แม่จ๋า รอหนูด้วยค่ะ""เร็วหน่อยนะคะ เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจงานที่ไร่ไม่ทันนะลูก""เสร็จแล้วค่ะแม่จ๋า หนูมาแล้วค่ะ""รีบเร่งเลยค่ะลูก เดี๋ยวไม่ทันนะคะ""ทันแน่นอนค่ะ เดี๋ยวให้ลุงสิงห์บึ่งรถไปอย่างไวเลย""ขึ้นมาได้แล้วครับของขวัญ เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจงานไม่ทันนะลูก""แล้วนี่คิดยังไงถึงอยากจะมาตรวจงานกับพ่อแม่ล่ะคะของขวัญ""หนูไม่ได้อยากไปตรวจงานหรอกค่ะ หนูแค่อยากจะไปเจอทุกคนที่โซนห้าค่ะแม่จ๋า""ก็เพิ่งไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วเองนี่ลูก หนูอยากไปอีกแล้วเหรอคะ""ก็หนูคิดถึงป้าเฟิร์นแล้วก็คิดถึงทุกคนนี่คะ""แม่ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แม่ก็แค่ถามเฉย ๆ น่ะลูก""งั้นเดี๋ยวก็รอพ่อไปตรวจไร่เสร็จก่อนแล้วกัน เดี๋ยวพ่อค่อยพาหนูไปนะ""เดี๋ยวตอนที่ไปตรวจโซนห้า หนูขอแวะลงก็ได้ค่ะพ่อจ๋า""ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพ่อก็ไปตรวจโซนอื่นให้หมดก่อน แล้วก็ค่อยไปโซนห้าเป็นโซนสุดท้ายก็แล้วกัน ดูเหมือนว่าแม่ของหนูก็น่าจะอยากไปด้วยเหมือนกันนะ""วันนี้เป็นวันเกิดพี่เฟิร์นด้วยค่ะ ก็เลยอยากจะแวะไปสุขสันต์วันเกิดซะหน่อย""แม่จ๋าก็ไม่ลืมสินะคะ เพราะว่าหนูก็เตรียมของขวัญให้ป้าเฟ
สองปีต่อมา"แง แง แง""แม่จ๋า น้องขวัญข้าวร้องอีกแล้วค่ะ""โอ๋ ๆ ๆ น้องคงจะหิวนมน่ะลูก แล้วนี่หนูยังไม่แต่งตัวอีกเหรอคะ เดี๋ยวต้องไปโรงเรียนแล้วนะลูก""หนูแค่อยากมาหอมน้องก่อนไปเรียนน่ะค่ะ แต่ไม่คิดว่าน้องจะตื่น หนูพยายามหอมเบา ๆ แล้วนะคะแม่จ๋า""ไม่เป็นไรค่ะลูก น้องร้องเพราะน้องหิวนมค่ะ งั้นก็ไปแต่งตัวได้แล้วนะคะของขวัญ ลุงสิงห์น่าจะเอารถออกมารอรับแล้วมั้งลูก""งั้นหนูไปแต่งตัวก่อนนะคะ หนูทานข้าวอิ่มแล้วค่ะแม่จ๋า""เก่งมาก ๆ เลยลูก งั้นก็ไปแต่งตัวเลยค่ะ เดี๋ยวแม่เอาน้องนอนก่อนนะคะ"ยี่สิบนาทีผ่านไป"ลูกหลับแล้วเหรอหนู""เพิ่งหลับไปเมื่อกี้เองค่ะ ส่วนของขวัญก็ไปโรงเรียนแล้ว เพิ่งออกไปเมื่อห้านาทีก่อนนี่แหละค่ะ""ช่วงอายุนี้ก็มีแค่กินกับนอนนั่นแหละนะ""ใช่ค่ะ แล้วนี่พี่เขมทานข้าวหรือยังคะ เพิ่งไปตรวจไร่ช่วงเช้ามา คงจะเหนื่อยแย่เลย""ยังเลย เดี๋ยวว่าจะทานพร้อมหนูนี่แหละ ช่วงนี้พี่ก็ยุ่ง ๆ เรื่องไร่เพราะยังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตน่ะ เราไม่ค่อยได้ทานข้าวพร้อมกันมาเกือบสัปดาห์แล้วนะ""เอ่อ...พี่เขมนับวันได้เลยเหรอคะเนี่ย หนูก็ยุ่ง ๆ ดูขวัญข้าวจนไม่มีเวลาเหมือนกัน แล้วเป็นยังไงบ้างคะงานท
งานพิธีฉลองมงคลสมรสของพ่อเลี้ยงรังสิมันตุ์และภรรยาสาวก็ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีแขกเหรื่อมากมายมาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะคนใหญ่คนโตในวงการเกษตรกรรมและวงการธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่ที่มาร่วมงานกันอย่างมากมาย ซึ่งเป็นงานฉลองมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่"ขอบคุณมากนะคะลุงที่มาร่วมงานแต่งงานของหนูในวันนี้ ขอบคุณมากนะคะที่เคยให้โอกาสและช่วยเหลือหนูได้เข้ามาทำงานที่ไร่แห่งนี้ ถ้าไม่อย่างงั้น หนูก็คงไม่มีความสุขเหมือนในตอนนี้แน่นอนเลยล่ะค่ะ""ลุงก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะลูก ขอให้มีความสุขมาก ๆ หนูก็แต่งงานเข้าพิธีวิวาห์แล้ว แต่ยัยเวียงพิงค์หลานลุงนี่สิ ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครเลย""ลุงละก็ หนูมัวทำแต่งานจะเอาเวลาที่ไหนมาหาแฟนล่ะคะ""ขอบคุณมากนะเวียงพิงค์ที่มาร่วมงานในวันนี้ แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างด้วย ที่เธอคอยช่วยหางานให้ฉันในตอนที่ฉันเดือดร้อนที่สุด ถ้าไม่มีเธอกับลุง ชีวิตของฉันจะเป็นยังไงก็ไม่รู้เลย อาจจะไม่ได้มายืนเป็นเจ้าสาวในคืนนี้ก็ได้ ขอบคุณจริง ๆ นะ""ฉันก็ขอให้เธอกับพ่อเลี้ยงมีความสุขมาก ๆ นะเพลงขวัญ แล้วก็ยินดีกับ
"พ่อเลี้ยง เอ่อ...พี่พูดอะไรน่ะ ตะ...แต่งงานเหรอคะ" เพลงขวัญเอ่ยถามเสียงแผ่วด้วยความไม่แน่ใจ คิดว่าตัวเองคงจะหูฝาดไปแน่ ๆ"หนูอยากสร้างครอบครัวและอยู่กับพี่ไปตลอดชีวิตหรือเปล่า พี่ขอโทษนะที่คำขอแต่งงานของพี่มันไม่ได้สวยหรูอะไร เพราะมันไม่ได้เซอร์ไพรส์และไม่ได้ไปขอในสถานที่ที่พิเศษแบบคู่รักคนอื่น แต่พี่แค่ไม่อยากรอและไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว ตอนนี้พี่ได้แต่วาดฝันไว้ว่าอยากจะให้อนาคตข้างหน้าของพี่ มีหนูและของขวัญเดินเคียงข้างพี่ตลอดไป จะขอเป็นแบบนั้นได้หรือเปล่า""มันไม่เกี่ยวหรอกนะคะว่าคำขอแต่งงานมันจะต้องทำแบบไหน จะต้องสวยหรูหรือเปล่า คนแบบหนูจะคู่ควรกับคำขอแต่งงานแบบนี้หรือเปล่าคะ เพราะหนูไม่ได้ตัวคนเดียวแถมยังมีลูกติดด้วยนะ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าในชีวิตนี้ ตัวเองจะถูกใครสักคนมาขอแต่งงานแบบนี้ จนคิดว่านี่คือความฝันด้วยซ้ำ ถ้าเกิดว่าหนูไม่ได้ฝันไป นี่มันเกินกว่าที่คิดไว้อีก พี่อยากจะแต่งงานกับหนูจริง ๆ เหรอคะ""ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ ก็เพราะว่าพี่มั่นใจถึงได้ถามไง เพราะว่าพี่อยากจะให้หนูอยู่เคียงข้างพี่ไปทุกย่างก้าวของชีวิตนับต่อจากนี้ ถึงพี่จะไม่ใช่คนที่โรแมนติก ถึงพี่จะบ้างาน
"ให้ของขวัญมาเรียนไกลแบบนี้จะดีหรือเปล่าคะพ่อเลี้ยง""ไม่หรอก ฉันแค่อยากให้ของขวัญได้เรียนปรับพื้นฐานก่อนแค่นั้นเอง ช่วงนี้ก็อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะของขวัญมาเข้าเรียนเตรียมอนุบาลตอนอายุสี่ขวบแล้ว ซึ่งกลัวจะเรียนไม่ทันคนอื่นที่เคยเรียนตั้งแต่สามขวบน่ะสิ ก็เลยอยากจะให้ไปปรับพื้นฐานและลองเรียนที่นั่นดูก่อน เพราะที่นั่นมันฝึกการเข้าสังคมและสภาพแวดล้อมได้ดีทีเดียว อันนี้เพื่อนของฉันแนะนำมาอีกทีน่ะ""แบบนี้นี่เอง เพราะถ้าไปเรียนโรงเรียนนานาชาติ นักเรียนที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับของขวัญก็เรียนนำหน้าไปก่อนแล้วสินะคะ ก็เลยต้องไปปรับพื้นฐานก่อนที่จะไปเรียนที่นานาชาติใช่ไหม""ใช่ เพราะนานาชาติเขาใช้หลักสูตรสากล ต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษด้วย แต่ของขวัญก็ยังไม่ค่อยได้พูดสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษเลย แต่ดีที่ว่าเธอได้สอนพื้นฐานท่องคำศัพท์มาบ้าง ของขวัญก็พอมีพื้นฐานค่อนข้างดี แต่ถ้าไปเข้าเรียนตอนนี้เลยก็คงจะตามเพื่อนไม่ทันแน่ เพราะเพื่อนก็ปูพื้นฐานมาตั้งแต่เตรียมอนุบาลหนึ่งแล้ว""นั่นสิคะ แต่ถ้าให้ของขวัญเรียนนานาชาติแบบนี้ จะกดดันของขวัญเกินไปไหมคะพ่อเลี้ยง""ไม่หรอก ก็ลองให้เรียนไปก่อน การจะเรียนเก่งภ







