Home / โรแมนติก / รังสิมันตุ์ไร้ใจ / ตอนที่ 12 | พยาบาลจำเป็น

Share

ตอนที่ 12 | พยาบาลจำเป็น

last update Last Updated: 2025-12-30 15:22:39

"จริงเหรอคะที่ว่าพี่ยูนป่วย"

"ใช่...พี่ป่วยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เมื่อวานทั้งวันพี่ก็รู้สึกไม่สบายตัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นหนักขนาดนี้ ต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องมาป่วยแบบนี้น่ะ" พะยูน เป็นคนงานที่ผันตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพราะหลังจากมีบุตรก็ต้องเลี้ยงเอง ซึ่งมีสามีที่ทำงานในไร่ จึงรับจ้างทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กของคนงานในไร่ด้วย

"ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องเจ็บป่วยมันช่วยไม่ได้อยู่แล้ว"

"ส่วนลูกของพี่ก็จะให้ไปนอนห้องของป้าไปก่อนน่ะ ไม่รู้ว่ากี่วันถึงจะหาย แต่พี่ว่าจะขอพักไปก่อนสักสามวัน แล้วนี่เพลงขวัญจะเอายังไงดีล่ะ ช่วงสามวันนี้ถ้าพี่พัก แล้วใครจะเลี้ยงของขวัญให้"

"นั่นสิคะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปทำงานแล้วด้วย หนูเตรียมตัวไม่ทันเลยค่ะว่าจะเอายังไงดี แถมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ด้วย ถ้าลาเพื่อเลี้ยงของขวัญก็คงจะดูไม่ดีแน่ พี่ยูนพอจะแนะนำอะไรได้ไหมคะ"

"ความจริงเราสามารถเอาเด็กไปที่ไร่ได้นะ เพียงแต่ว่ามันจะร้อนแค่นั้นเอง ถ้าเด็กไม่ดื้อ ไม่วิ่งไปยุ่งกับเราระหว่างที่ทำงานด้วยก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงก็มีคนที่คอยดูแลในส่วนของอาหารกลางวันอยู่แล้วนี่ ยังไงก็สามารถฝากแม่ครัวที่โรงอาหารช่วยดูให้ได้อยู่นะ"

"แต่ว่าหนูไม่ได้สนิทกับพี่ที่ทำงานในครัวเลยน่ะสินะ แถมยังไม่เคยพูดคุยกันด้วยเพราะเพิ่งมาทำงานแค่ไม่กี่วันเอง ก็เลยยังไม่ได้รู้จักใคร ถ้าจู่ ๆ จะไปฝากให้ช่วยดูแลของขวัญก็เกรงใจค่ะ"

"ไม่หรอก แม่ครัวใจดีนะ แถมของขวัญก็ไม่ใช่เด็กดื้อด้วย ไม่งั้นก็ลองถามจ้างดูชั่วคราวไปก่อนก็ได้ พี่ว่าน่าจะได้แหละ"

"ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยแนะนำ พี่ยูนก็หายไว ๆ นะคะ"

"อ้าวเพลงขวัญ ทำไมถึงเอาของขวัญลงมาล่ะ วันนี้ไม่ได้เอาไปฝากพี่ยูนดูแลหรือไง"

"พี่ยูนไม่สบายน่ะค่ะ"

"แล้วจะทำยังไงดีละเนี่ย เดี๋ยวก็ใกล้จะได้เวลาเข้างานแล้วนะ"

"พี่ยูนแนะนำให้เอาไปฝากแม่ครัวที่ดูแลอาหารกลางวันในไร่น่ะค่ะ แต่ว่าหนูไม่แน่ใจแถมยังไม่ได้รู้จักกับแม่ครัวเป็นการส่วนตัวด้วย ก็เลยไม่กล้า"

"เออ...จะว่าไปก็ไม่เป็นไรจริง ๆ ด้วยนั่นแหละ ปกติก็มีเด็กหลายคนเหมือนกันนะที่ไปอยู่กับพ่อแม่ตอนทำงาน งั้นก็เอาแบบนั้นดีกว่า ระดับพี่น่ะทำงานที่นี่มาหลายปีแล้ว พี่รู้จักกับแม่ครัวดี แถมของขวัญก็ยังไม่ดื้อด้วย พี่คิดว่าน่าจะฝากได้"

"จริงเหรอคะพี่เฟิร์น จะได้จริง ๆ เหรอคะ ตอนนี้หนูกังวลมากเลย แถมวันก่อนหนูยังเกือบจะโดนไล่ออกด้วย ถ้าเกิดว่าต้องลางานอีกสามวัน หนูว่าคงจะไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อแน่แล้วล่ะค่ะ"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่จัดการเอง ไปกันเถอะของขวัญ เดี๋ยววันนี้เราจะไปเที่ยวด้วยกันนะ"

"เที่ยวหยอคะ"

"ใช่ค่ะ วันนี้เราไปเที่ยวกันนะคะ"

"ว้าว...ไปเที่ยวกัน หนูอยากไปค่ะป้าเฟิร์น"

"เอาสิ งั้นเราไปกันเถอะ"

"เย้...แม่จ๋า วันนี้เยาจะได้เที่ยวกัน"

"ได้ค่ะลูก วันนี้หนูไปเที่ยวนะคะ แต่ว่าแม่ต้องทำงานค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าตอนที่แม่ออกไปทำงาน หนูสัญญาได้ไหมคะว่าจะไม่ดื้อกับพวกป้า ๆ เวลาป้า ๆ บอกให้ทำอะไรก็ทำตามที่ป้า ๆ บอกนะคะ เข้าใจไหมลูก"

"ค่ะแม่จ๋า วันนี้เยาไม่อยู่กับป้ายูนหยอคะ"

"ป้ายูนไม่สบายตัวร้อนค่ะ เดี๋ยวช่วงนี้ของขวัญก็ไปเล่นในไร่กับแม่ก่อนนะคะ"

"ค่ะแม่จ๋า"

"แม่จ๋า มาแย้วหยอคะ" ร่างกลมป้อมก็วิ่งเข้าไปกอดที่ขาของมารดาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เห็นมารดาเดินเข้ามาพักระหว่างที่กำลังปลูกข้าวโพดอยู่

"เดี๋ยวสิคะลูก ของขวัญอย่าเพิ่งกอดแม่แบบนี้สิคะ ตอนนี้ตัวแม่เปื้อนอยู่นะลูก ไปนั่งตรงโน้นก่อนเร็ว"

"ไม่เปื้อนหยอกค่ะ ถ้าเปื้อนก็ซัก แต่แม่จ๋าซักนะ"

คำพูดของของขวัญก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนงานที่เพิ่งเข้ามาพักในร่มได้เป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ความเหนื่อยล้าจากแดดที่ร้อนจัดก็คลายลงอย่างรวดเร็ว

"แล้วนี่ระหว่างที่แม่กำลังทำงานอยู่ หนูดื้อหรือเปล่าคะ"

"หนูไม่ดื้อนะ ไม่ดื้อเยยค่ะแม่จ๋า"

"ของขวัญน่ารักมาก ไม่ดื้อเลยล่ะ บอกให้ทำอะไรก็ทำ แถมยังบอกอีกนะว่าแม่สอนให้ทำแบบนี้ หนูก็เลยเชื่อฟังเพราะไม่อยากทำให้แม่เป็นห่วง ดูสิ...ตัวแค่นี้ยังคิดเป็นแล้วเนี่ย ฉลาดจริง ๆ เลย"

"ขอบคุณพี่ ๆ แม่ครัวทุกคนมากเลยนะคะ ขอบคุณที่ช่วยดูแลของขวัญให้ค่ะ ถ้าไม่อย่างงั้นฉันคงจะแย่แน่เลย"

"ไม่เป็นไรหรอก ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะเลี้ยงไหวหรือเปล่า เพราะไม่เคยดูแลเด็กเล็กขนาดนี้ในไร่ด้วย ส่วนมากเวลาที่คนงานเอามาฝากก็จะเป็นเด็กที่เริ่มโตประมาณห้าหกขวบขึ้นไปน่ะสิ เพิ่งจะเคยเห็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ฉลาดขนาดนี้นี่แหละ แถมยังพูดจาไพเราะ พูด "คะ" พูด "ขา" ทุกคำเลยด้วย"

"ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ" เพลงขวัญก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ เพราะระหว่างที่ทำงานก็รู้สึกกังวลอยู่ตลอดว่าของขวัญจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนหรือเปล่า ซึ่งนั่นก็ทำให้เพลงขวัญเกือบน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันใจ ที่ลูกสาวรักและเชื่อฟังคำสอนของเธอมากขนาดนี้

"พี่บอกแล้วเห็นไหม แม่ครัวที่นี่ใจดีกันทุกคน"

"ขอบคุณมากนะคะพี่เฟิร์นที่แนะนำ" เพลงขวัญก็มองไปที่ลูกบุตรสาวที่กำลังช่วยแม่ครัวยื่นขวดน้ำดื่มเย็นฉ่ำส่งให้กับคนงานในไร่ที่กำลังทยอยเดินเข้ามาพัก

"แล้วนี่ไปทำงานกับยัยพวกนั้นมันกินแรงเธอหรือเปล่า"

"ไม่นะคะ ก็ปกติค่ะ"

"แล้วนี่เมื่อไหร่เราจะได้กลับมาปลูกข้าวโพดใกล้ ๆ กันอีกเนี่ย ยัยพวกนั้นจะจับตาดูเธอจนถึงเมื่อไหร่กัน"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขอแค่เราไม่แยกโซนกันก็ดีแล้ว เราแค่ห่างกันช่วงที่ทำงานปลูกข้าวโพดเองค่ะ ถึงยังไงตอนพักเราก็ต้องมารวมที่เดียวกันอยู่ดี"

"แต่ก็อย่าชะล่าใจล่ะ ระวังตัวไว้หน่อยนะ"

"ขอบคุณมากค่ะพี่เฟิร์น"

"แล้วนี่วันนี้ต้องไปนวดให้คุณนายหรือเปล่า"

"ไปค่ะ ก่อนจะออกมาทำงาน ลูกน้องของพ่อเลี้ยงโทรมาหาเมื่อตอนเช้าแล้วล่ะค่ะ บอกว่าตอนทุ่มตรงให้ไปนวดให้คุณนายด้วย"

"งั้นให้พี่ไปส่งหรือเปล่าล่ะ นั่งมอเตอร์ไซค์กันไปก็ได้ เดี๋ยวพี่ขับไปส่งเอง หรือว่าถ้าขับเป็น จะเอามอเตอร์ไซค์พี่ไปก็ได้นะ"

"จะดีเหรอคะ ถ้าต้องเอารถของพี่ไป ตอนแรกหนูก็คิดว่าจะติดรถของไร่ไปเอาน่ะค่ะ"

"รถของไร่มันออกตามเวลาเป๊ะ ถ้าแบบนั้นกว่าจะกลับมาก็ดึกแน่นอนเลยล่ะ งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน เดี๋ยวพี่จะให้กุญแจสำรองเธอไว้ดอกหนึ่ง เอาไว้เดินทางเวลาไปนวดให้คุณนายก็แล้วกัน"

"ขอบคุณมากเลยนะคะพี่เฟิร์น ถ้าเกิดว่าหนูไม่มีพี่ หนูก็คงไม่มีใครที่จะเป็นที่พึ่งได้แล้วล่ะค่ะ"

"แย่แล้วล่ะ มีคนเป็นลม" เมื่อเพลงขวัญได้ยินแบบนั้นก็รีบวิ่งไปที่ยังกลุ่มคนงานที่กำลังยืนดูอยู่อย่างรวดเร็ว

"ขอโทษนะคะทุกคน อย่าพึ่งมุงคนป่วยค่ะ คิดว่าพี่เขาน่าจะเป็นลมแดด หนูขอน้ำเย็นกับผ้าสะอาดด้วยนะคะ"

คนงานหลายคนที่พากันมุงดูคนป่วยอยู่ ก็รีบพากันเดินออกห่างตามคำสั่งของเพลงขวัญทันที

"พี่เฟิร์นช่วยหนูพลิกให้คนป่วยนอนหงายหน่อยค่ะ" เมื่อเห็นว่าทั้งใบเฟิร์นและเพลงขวัญพลิกตัวคนป่วยไม่ไหว ก็มีคนงานผู้ชายอาสามาช่วยอีกสามคน ก่อนจะพลิกตัวตามที่เพลงขวัญบอกได้สำเร็จ

"ขอบคุณนะคะทุกคน หนูรบกวนช่วยจัดท่าให้ยกขาขึ้นสูงหน่อยค่ะ"

"ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะเพลงขวัญ"

"พี่เขาน่าจะเป็นลมแดดค่ะ ต้องทำแบบนี้เพื่อให้เลือดไหลเวียนมาสู่สมอง พี่ขวัญช่วยปลดกระดุมเสื้อแล้วถอดเสื้อนอกออกและถอดถุงมือให้คนป่วยหน่อยนะคะ ถอดรองเท้าบูตออกด้วยก็ยิ่งดีค่ะ เพื่อจะได้ระบายความร้อน"

"เพลงขวัญ น้ำเย็นกับผ้าที่ถามหาน่ะ ป้าแม่ครัวเอามาให้แล้วล่ะ"

"ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวหนูเอามาประคบเย็นให้คนป่วยก่อน"

ไม่นานหลังจากที่เพลงขวัญช่วยปฐมพยาบาล คนป่วยก็เริ่มฟื้นจากอาการลมแดด ซึ่งทุกคนต่างก็โล่งใจที่คนป่วยไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ส่วนคนป่วยก็รีบขอบคุณเพลงขวัญเป็นการใหญ่ การช่วยเหลือของเพลงขวัญครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโลกของคนงานในไร่เป็นอย่างมาก เพราะส่วนมากจะมีคนที่มีอาการแบบนี้บ่อย ยิ่งในช่วงอากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้

"เพลงขวัญดูเหมือนจะมีความรู้ในด้านนี้มากเลยนะ ไปเรียนมาที่ไหนล่ะเนี่ย ปกติพวกพี่เห็นคนเป็นลมก็พากันมุงดูแล้วก็ให้ดมยาดมแค่นั้นแหละ"

"พอดีว่าก่อนที่หนูจะมาทำงานที่นี่ หนูเคยเรียนพยาบาลมาน่ะค่ะ แต่ว่าเรียนได้แค่สองปีก็ลาออก หนูก็เลยพอจะมีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง"

"แบบนี้นี่เอง ถึงว่าล่ะ พี่ถึงได้เห็นเพลงขวัญทำเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้เลยนะ"

"ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ว่าทุกคนก็จำวิธีของหนูไว้นะคะ ถ้าเกิดว่ามีใครที่มีอาการหน้ามืดหรือเป็นลมแดดอีก ก็รีบพาคนป่วยไปในที่ที่มีอากาศถ่ายเท อย่าให้คนมามุงดูเยอะเด็ดขาด จากนั้นก็ทำตามที่หนูทำเมื่อกี้นั่นแหละค่ะ ถ้าเป็นแบบนี้เราจะช่วยให้ทุกคนฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 14 | ติดฝน

    "แม่จ๋า มีน้ำหย่นมาจากฟ้าเยอะเยยค่ะ""อันนี้เขาเรียกว่าน้ำฝนนะคะลูก""น้ำฝนหยอคะ""ใช่ค่ะลูก อันนี้เรียกน้ำฝนค่ะ แต่ถ้าน้ำฝนที่ตกรวมกันเยอะ ๆ แบบนี้เขาเรียกว่าฝนตกนะคะ""แย้วเยาจะกลับกันยังไงคะแม่จ๋า""ก็คงต้องรอให้ฝนหยุดตกก่อนนะจ๊ะลูก เพราะถ้าเราตากฝนอาจจะทำให้เป็นหวัดและไม่สบายค่ะ""แย้วถ้าฝนไม่หยุดตก เยาจะทำไงคะแม่จ๋า""ถ้าไม่หยุดก็ต้องรอจนกว่าจะหยุดค่ะ เพราะแม่จะไม่ยอมให้หนูตากฝนเด็ดขาดเลยลูก ถ้าหนูไม่สบายขึ้นมา แม่ต้องรู้สึกผิดแน่ ๆ เลย งั้นเราก็นั่งรออยู่ที่นี่สักพักนะคะ"เพลงขวัญก็เดินเข้าไปในตัวคฤหาสน์อีกครั้งพร้อมกับบุตรสาว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเจ้าของไร่กำลังเดินมาตรงนี้พอดี"นี่เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านฉันทำไมอีก แค่ให้มานวด ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ที่จะเดินเข้าออกบ้านนี้เมื่อไหร่ก็ได้นะ อย่าคิดว่าแม่ฉันให้ท้ายหน่อยแล้วเธอจะถือวิสาสะทำอะไรได้ตามใจชอบได้ล่ะ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย! นี่มันบ้านฉัน คนงานอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของกัน""ขอโทษค่ะพ่อเลี้ยง ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ นะคะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ของขวัญลูก เราออกไปกันเถอะค่ะ""ไหนแม่จ๋าบอกว่าไม่ควรตากฝนนี่คะ

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 13 | พ่อเลี้ยงเย็นชากับหนูน้อยช่างสงสัย

    "แม่จ๋า เยามาเที่ยวที่นี่อีกแย้วหยอคะ""ใช่ค่ะลูก หนูชอบหรือเปล่าคะ""แต่ว่าตอนนั้นแม่จะย้องไห้ด้วย แม่จ๋าจะเป็นอะไยไหมคะ""แม่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะลูก แม่สอนว่ายังไงนะคะ ถ้ามาที่คฤหาสน์หลังนี้ต้องยกมือไหว้คุณนายกับพ่อเลี้ยงใช่ไหมคะ เพราะทั้งสองคนเป็นผู้มีพระคุณของเรา เพราะฉะนั้นแล้วระหว่างที่แม่ทำงานอยู่ หนูต้องนั่งรอที่โซฟาตรงนี้ได้ไหมคะ""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะนั่งยอแม่จากตรงนี้ไม่เดินไปไหนเยยค่ะ""ดีมากค่ะคนเก่ง งั้นเดี๋ยวแม่เข้าไปนวดให้คุณนายก่อนนะคะ อ้อ...แล้วหนูก็อย่าเดินไปแตะต้องของมีค่าในบ้านหลังนี้นะลูก เราอย่าไปแตะต้องเพราะมันไม่ใช่ของเรานะคะ ถ้าเกิดว่ามันหลุดมือหรือเสียหายขึ้นมา เราไม่มีเงินมาจ่ายให้เขานะลูก""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะไม่ดื้อค่ะ""ดีแล้วค่ะ ถ้าหนูไม่ดื้อและเชื่อฟังตามที่แม่บอก เดี๋ยวแม่จะพาหนูมาที่นี่ทุกครั้งเลย แต่ถ้าหนูดื้อ วันหลังแม่ก็จะไม่พาหนูมาที่นี่อีกแล้วนะคะ แล้วแม่ก็จะฝากหนูไว้กับป้าเฟิร์นแทน""หนูจะไม่ดื้อค่ะ ก็หนูอยากอยู่กับแม่จ๋า""ค่ะลูก งั้นแม่ไปก่อนนะคะ นั่งรออยู่ตรงนี้นะลูก ส่วนนมอยู่ในกระเป๋านะคะ ถ้าหนูหิวก็เอามาดื่มรอแม่นะคะของขวัญ"เด็กหญิงตัวเล็กก็

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 12 | พยาบาลจำเป็น

    "จริงเหรอคะที่ว่าพี่ยูนป่วย""ใช่...พี่ป่วยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เมื่อวานทั้งวันพี่ก็รู้สึกไม่สบายตัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นหนักขนาดนี้ ต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องมาป่วยแบบนี้น่ะ" พะยูน เป็นคนงานที่ผันตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพราะหลังจากมีบุตรก็ต้องเลี้ยงเอง ซึ่งมีสามีที่ทำงานในไร่ จึงรับจ้างทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กของคนงานในไร่ด้วย"ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องเจ็บป่วยมันช่วยไม่ได้อยู่แล้ว""ส่วนลูกของพี่ก็จะให้ไปนอนห้องของป้าไปก่อนน่ะ ไม่รู้ว่ากี่วันถึงจะหาย แต่พี่ว่าจะขอพักไปก่อนสักสามวัน แล้วนี่เพลงขวัญจะเอายังไงดีล่ะ ช่วงสามวันนี้ถ้าพี่พัก แล้วใครจะเลี้ยงของขวัญให้""นั่นสิคะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปทำงานแล้วด้วย หนูเตรียมตัวไม่ทันเลยค่ะว่าจะเอายังไงดี แถมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ด้วย ถ้าลาเพื่อเลี้ยงของขวัญก็คงจะดูไม่ดีแน่ พี่ยูนพอจะแนะนำอะไรได้ไหมคะ""ความจริงเราสามารถเอาเด็กไปที่ไร่ได้นะ เพียงแต่ว่ามันจะร้อนแค่นั้นเอง ถ้าเด็กไม่ดื้อ ไม่วิ่งไปยุ่งกับเราระหว่างที่ทำงานด้วยก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงก็มีคนที่คอยดูแลในส่วนของอาหารกลางวันอยู่แล้วนี่ ยังไงก็สามารถฝากแม่ครัวที่โรง

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 11 | จะอดทนได้นานแค่ไหน

    สี่ปีก่อนเพลงขวัญกับรมิตาเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งในคณะพยาบาลศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะบังเอิญพักอยู่ที่หอพักเดียวกันและอยู่ข้างห้องกันด้วย ทั้งสองคนก็มักจะไปมาหาสู่กันตลอด เวลาจะไปไหนก็ไปด้วยกันเสมอ จึงค่อนข้างสนิทกันพอสมควร"ขวัญ...แย่แล้วล่ะ""มีอะไรหรือเปล่าขิม ทำไมเธอถึงทำสีหน้าแบบนั้นล่ะ เรื่องแย่อะไรของเธอ เป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า เธอบอกฉันมาได้ไหม""แย่แล้วล่ะขวัญ ฉะ...ฉันท้อง""เดี๋ยวนะ จะล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา แต่ไม่ต้องอำกันแรงแบบนั้นก็ได้นะ""ฉันไม่ได้พูดเล่นนะขวัญ ฉันท้องจริง ๆ""อะไรกัน นี่เธอพูดจริงเหรอ" เพลงขวัญก็รีบจ้องตาของเพื่อนเพื่อหาความผิดปกติในสายตาคู่นั้น แต่กลับมีแต่ใบหน้าที่แสดงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ราวกับไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันเลย "นะ...นี่เธอเอาจริงเหรอ นี่เธอท้องจริง ๆ เหรอขิม แต่เราเพิ่งเรียนปีหนึ่งเองนะ เทอมสองเรายังเหลือเวลาอีกแค่สี่เดือน เราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้วนะขิม นี่มันอะไรกันน่ะ""ฉันพลาดเองแหละเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรก็เลยไม่ได้ป้องกัน จนตอนนี้ฉันท้องได้สองสัปดาห์แล้ว พอดีเมื

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 10 | คำขอโทษ

    "คนนี้คือใครเหรอคะพี่เฟิร์น""คนนี้เป็นแม่ของพ่อเลี้ยงน่ะ""คือฉันเพิ่งโดนไล่ออกค่ะ ต้องเก็บข้าวของให้หมดภายในพรุ่งนี้ แต่ว่าฉันจะมาขอร้องพ่อเลี้ยงว่าจะขอทำงานที่นี่ต่อไปได้ไหมคะ คือฉันขอโอกาสทำงานที่นี่ต่อได้ไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องแย่แน่ ๆ ถ้าแค่ตัวฉันเองคนเดียว ฉันยังไม่ห่วงเลยค่ะ แต่ฉันยังมีลูกอีกคนที่ต้องดูแลด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อ ฉันก็จะไม่มีรายได้แน่ ๆ ค่ะ""อะไรนะเพลงขวัญ เธอโดนไล่ออกงั้นเหรอ""ใช่พี่เฟิร์น ถึงหนูจะเซ็นสัญญาแล้วก็เถอะ แต่ว่าเอกสารชุดนั้นมันยังไม่ได้เซ็นรับรองจากเจ้าของไร่น่ะสิ เพราะเจ้าของไร่ต้องเซ็นอนุมัติด้วย แต่พ่อเลี้ยงบอกว่าจะไม่อนุมัติแล้วไล่หนูออก แล้วให้หนูเก็บของออกภายในวันพรุ่งนี้ หนูก็เลยมาดักรอที่หน้าคฤหาสน์เพื่ออยากจะขอร้องพ่อเลี้ยงอีกสักครั้งน่ะค่ะ""นี่มันอะไรกันตาเขม คนงานทำอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงต้องไล่ออกแบบนี้ด้วยล่ะ""ก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับม้า แต่ว่าผมแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มาเหยียบที่ไร่ของเราอีกแค่นั้นเอง""อะไรกัน นี่ลูกไม่มีเหตุผลเลยนะ ถ้าเกิดว่าลูกจะไล่หนูคนนี้ออก ก็บอกเหตุผลที่มันฟังขึ้นมาให้ฟังก่อนสิ""แต่นี่มันเป็น

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 9 | เพราะมีกันอยู่แค่นี้

    แสงตะวันก็เริ่มลับขอบฟ้า ส่วนเพลงขวัญก็ยังไม่ย่อท้อเพื่อรอโอกาสว่าพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่จะออกมาจากคฤหาสน์ตอนไหน แต่จนถึงพลบค่ำก็ยังไร้วี่แวว เพลงขวัญก็ยังรอด้วยความอดทน ตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีหรืออะไรแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปากท้องของบุตรสาวมากกว่า"ของขวัญจะเป็นยังไงบ้างนะ อย่าพึ่งงอแงนะลูก อยู่กับป้ายูนไปก่อนนะคะ"บนท้องฟ้าก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แถมยังไร้แสงดาวเพราะมีเมฆหมอกสีดำมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าฝนจะตกลงมาในอีกไม่ช้านี้"เอ๊ะ? นั่นมันพี่เฟิร์นกับของขวัญนี่ ทำไมถึงขับมอเตอร์ไซค์มาที่นี่ล่ะ แล้วทำไมถึงขับเข้าไปในคฤหาสน์ของพ่อเลี้ยงด้วย แย่แล้ว...ต้องรีบตามเข้าไปแล้ว"เพลงขวัญมองดูใบเฟิร์นที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปต่อ หลังจากที่คุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเสร็จแล้ว ส่วนเพลงขวัญก็รีบเดินเข้าไปที่บริเวณหน้าคฤหาสน์อีกครั้ง"ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ พอดีว่าเมื่อกี้เพื่อนกับลูกสาวของฉันเพิ่งขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปน่ะค่ะ""เชิญครับ"เพลงขวัญก็รีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าและขาดน้ำ จึงทำให้เธอทำได้เพีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status