Mag-log in“ฮึ่ก... หยุด น้าเสียว” ใบหน้าของน้าเดือนบิดเบ้ ผมกระตุกยิ้มย่ามใจ แบะกลีบอูมอ้าขึ้นมาจากพุ่มขนแล้วกดลิ้นขยี้คลึงปุ่มกระสัน ไม่นานน้ำเสียวก็แตกซ่านออกมา “อ๊า... ยะ... อย่า” น้าเดือนคงอาย ที่ไม่สามารถสะกดกลั้นความเสียวเอาไว้ได้ หลังจากโดนผมเบิร์นรูสวาทจนน้ำหล่อลื่นทะลักไหล เคลื่อนตามดุ้นลิ้นที่ชักออกมาจากรูเนื้อฟิตแน่น “ฮึ่ก... ฮื่อ... อ๊อย” น้าเดือนครางจะขาดใจ “โห... รูสวยสุดๆ ทุกซอกทุกหลืบยังเป็นสีชมพู ดูฟิตแน่นน่าเสียบเหลือเกินน้าเดือนจ๋า”
view more-Eve-I've always been a good girl, chasing decent grades, nurturing friendships, and doting on my boyfriend Stephen. But now, here I am, standing in the corner with all the grace of a polite spectator, watching Stephen marry Stella, my so-called best friend.
I can still remember the exact things that he had said to me just a week ago.
"Baby, I need to go to New York to meet an important client. You know that I am doing all of this for our future right?" He kissed me goodbye with a warm smile.
"Yes, I do." He looked at Stella with a smile, the same smile he had given me a week ago.
How can he easily forget what we shared?
"I can’t believe that I have married a chef! Your food always tastes amazing. You're always working so hard. " He kissed my hands, my hands that I’m always embarrassed about because of their roughness because of all the part-time jobs I had over the years. But Stephen never minded it.
"I will always be loyal to you." Now, he kissed her hand.
I just stood there, watching my boyfriend of five years say those sweet words to my best friend. I could hardly believe my eyes and my ears. Tears streamed down my face as I struggled to come to terms with what was happening in front of me.
“Speak now or forever hold your peace,” I hear the priest say, waking me up from the limbo I was in.
“No!” A voice I am unfamiliar with shouted as all heads turned towards my direction letting me realize that the voice was indeed mine.
I watched my boyfriend and bestfriend look at me. We all looked at each other, unable to say anything at first until I heard my broken voice.
“How could you do this to me?” I asked my boyfriend as my eyes blurred. I turned to face my bestfriend, I couldn’t believe that I trusted both of them.
"You told me that you were going on a business trip and told me not to disturb you, but here you are, getting married to my best friend. What am I to you? What do all the things I've done for you in these years mean?" I choked up.
Don’t they have no shame?
Murmurs filled the whole chapel, but no one seemed bothered.
“May I know who you are?” The priest asked.
“Don’t mind her father,” my boyfriend said shaking his head, “She’s just someone who’s obsessed with me.”
My mouth dropped open as I heard what my boyfriend, no, my ex-boyfriend just said.
“Let’s continue Father,” my bestfriend urges, “Let’s not waste time listening to this nonsense.”
I felt my chest tighten making it hard for me to breathe.
“How could you do this to me,” I repeated screaming as I started walking in the middle of the aisle headed for the two of them. I don’t know which one I should take down first but it doesn’t matter because I will bring the two of them with me as I go to hell.
I was almost in front of them when a bulky guy in a suit blocked my way and two other men with the same clothes and build stood beside me. They didn’t wait for me to do anything else as they dragged me out of the chapel.
I tried to wriggle free from them but no matter how hard I struggled I just couldn’t break free from their hold.
The next thing I knew, I was on my ass in front of the door of the chapel that they had closed, securely.
One of the suited men stayed behind to guard the door making sure that I wouldn’t be coming back in.
I slowly stood from where I had fallen when I heard someone shout.
“There she is!” I turned to see where the voice was coming from and saw a group of people in headsets and with clipboards, bags, and makeup kits running towards me.
“You’re late,” the one with the clipboard said as she pulled my hand while the other girl started dubbing my face with foundation. “What’s your name again?”
“Okay, listen carefully, this is what you need to do,” the one with the clipboard started to say, but was cut off by another girl who was pulling a rack of clothes.
“Do we still need to change her clothes?” she asked as she looked at me from head to toe, “I think what she’s wearing fits the scene.”
This time it was the girl with the clipboard who looked at me from head to toe.
“Yeah,” She replied, “I think it’s fine. It seems she's already in the zone. Very professional.”
Under their constant scrutiny and actions, I was taken to a room full of mirrors, scattered cosmetics, and clothes.
"Who are you?" I asked irritably. But none of them wanted to answer my question.
"It doesn't matter. Just stay here. They'll be here soon." The girl with the clipboard said and then left in a hurry.
What the hell is going on?
“อย่าโกหกตัวเองว่าหนูไม่อยาก… เมื่อคืนนั้นพ่อแอบเห็นหมดแล้วว่าไอ้ก้องมันให้ความสุขหนูไม่ได้ อย่างหนูต้องเจอกับพ่อถึงจะสมน้ำสมเนื้อ”“ว้าย… อย่านะ… ปล่อย พ่อเชนทร์จะทำอะไร”ปานวาดดิ้นรน เมื่อร่างเล็กถูกคนตัวใหญ่รวบกอดเอาไว้แน่นอย่างถือวิสาสะ“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ พ่อขอเอาหนูสักทีเถอะนะคนสวย... พ่อชอบหนู หนูสวยจริงๆ พ่อขอสารภาพว่าแอบมองหนูมานานแล้ว”ความใคร่ที่คุกรุ่นขึ้นในอารมณ์เปล่าเปลี่ยวของราเชนทร์ซึ่งเป็นพ่อม่ายมานาน ทำให้เขาสารภาพออกมาอย่างไม่อาย ทันทีที่กล่าวจบ!เขากอดปล้ำหล่อน มือใหญ่บีบขยำบั้นท้ายของปานวาดอย่างแรงเหมือนอดใจเอาไว้ไม่ไหว “ยะ... อย่า... พ่อเชนทร์อย่า”ปานวาดอุทาน สิ่งที่หล่อนนึกกลัวกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ร่างเอิบอิ่มถูกวงแขนกำยำรวบกอดเอาไว้แน่น“อื๊อ… ”หล่อนพยายามดิ้นรน ขืนกายออกจากการกอดรัด แต่ก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้ราเชนทร์ปลุกปล้ำกอดจูบหล่อนพัลวัน ลีลาเล้าโลมสุดร้อนแรงของเขา ทำเอาผู้หญิงที่อารมณ์ค้างจากผัวบ่อยๆ เกิดอาการวาบหวามมีอารมณ์ “อย่าทำเลยนะ”ปานวาดเบือนหน้าหนีจูบเร่าร้อน สองมือทุบรัวอยู่ที่อก ราเชนทร์เป็นคนแข็งแรงมาก เค้าโครงร่าง
ปานวาดรู้ดีว่าพ่อผัวคนนี้ร้อนแรงเหมือนไฟ และหล่อนเองก็ไม่ต่างจากน้ำมัน ถ้าอยู่ใกล้กันก็พร้อมจะลุกไหม้ได้ทุกเมื่อ “เดี๋ยวสิหนูปาน… ”ราเชนทร์ทำหน้าเสียดาย พยายามเหนี่ยวรั้งเอาไว้ ก่อนตัดสินใจเดินตามไปติดๆ ปานวาดหนีเข้ามาในห้องครัว ราเชนทร์ฉวยจังหวะสวมกอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง“หนูปานจ๋า”เขาจูบไซ้ซอกคอของหล่อนจากทางด้านหลัง แนบเน้นสะโพกให้กึ่งกลางกายที่มีลำเอ็นยาวใหญ่เป็นดุ้นคัดแข็ง เสียดสีกับร่องก้นของหล่อน“พ่อต้องการหนู… และพ่อก็รู้ว่าหนูต้องการ”เสียงกระเส่ากระซิบข้างหู ราเชนทร์จับมือข้างหนึ่งของสะใภ้เอื้อมมาข้างหลัง สัมผัสกับความเป็นชายของเขาเหมือนอยากบอกให้รู้ว่า ‘ใหญ่’“โห… ”ปานวาดตกใจ มือน้อยไล้ลูบความขรุแข็งของท่อนเนื้อยาวใหญ่ ขนาดใกล้เคียงท่อนแขนเด็ก ใหญ่มากจนมือกำไม่รอบ“ใหญ่มาก… อูย… ”ปานวาดอุทาน เสียงของหล่อนบอกความตื่นเต้น ก็จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง เพราะว่าอาวุธประจำกายของพ่อผัวคนนี้ยาวใหญ่มาก ใหญ่กว่าของก้องภพมากมาย ต่อให้เอาของก้องภพมามัดรวมกันห้าดุ้นก็ยังไม่ใหญ่เท่ากับของราเชนทร์ที่มือหล่อนกำลังลูบคลำอยู่ในตอนนี้“อย่ากลัวนะ… พ่อรู้ว่าหนูอยาก พ่อจะทำให้หนูมีความส
อันที่จริงหล่อนพอจะมองออก ว่าพ่อสามีคนนี้เป็นคนเจ้าชู้ แววตาและท่าทีบางอย่างบ่งบอกถึงความหื่นที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังทีท่าน่าเคารพนับถือ “เถอะนะ… ให้พ่อช่วยนะ” ราเชนทร์เอื้อมมือมาลูบหัวเข่ากลมกลึงของหล่อน “เอ่อ… มันจะไม่น่าเกลียดหรือคะคุณพ่อ… ” “หนูจะได้ไม่ปวด… ” พ่อสามีทำเสียงอ้อน “งั้นลองดูก็ได้ค่ะ แต่มีข้อห้ามว่าต้องดูดอย่างเดียวนะคะ” สะใภ้พยักหน้า ซึ่งเจ้าตัวรู้ดีว่ามันเป็นเพราะอารมณ์ทางเพศที่ค้างคามาจากลูกชายของเขาเมื่อเกิดภาวะอารมณ์ค้างบ่อยๆ จึงกลายเป็นความเก็บกดโดยไม่รู้ตัว ยิ่งได้อยู่กับผู้ชายรูปหล่อและร่างกายกำยำล่ำสันไปด้วยมัดกล้ามอย่างราเชนทร์ ยิ่งทำให้สะใภ้หวามไหว “ได้จ้ะ… พ่อขออนุญาตนะ” ราเชนทร์ไม่รอรี รีบเลิกชายเสื้อคอกระเช้าขึ้นมาวางกองเอาไว้เหนือปทุมสองเต้าอวบคัด “โอ้ว… นมคัดมากจริงๆ ด้วย” ดวงตาของพ่อผัวแทบถลนออกมาจากเบ้า มองความผุดผาดตรงหน้าอย่างนึกมันเขี้ยว เต้านมของสะใภ้ใหญ่มาก ขาวมากจนมองเห็นเส้นเลือดสีเขียวกระจายเป็นสายรางๆ อยู่ภายใต้ความอวบคัด หัว
ตอนกลางคืน สามทุ่มกว่าๆ ราเชนทร์ยังไม่ง่วง จึงลงมานั่งทอดอารมณ์ดื่มเบียร์ เชียร์ฟุตบอลอยู่คนเดียวที่หน้าโซฟาในห้องรับแขกชั้นล่างของบ้าน “พ่อเชนทร์ยังไม่ง่วงหรือคะ” ปานวาดเดินลงบันไดมาจากห้องนอนที่อยู่ชั้นสองของบ้าน เห็นราเชนทร์ยังไม่นอน จึงเดินเข้ามาถาม “พ่อยังไม่ง่วง… ปานล่ะ ยังไม่นอนอีกหรือ” ราเชนทร์หันมามองสะใภ้ สะดุดตากับเรือนร่างรัดรึง สองเต้าอวบคัดของแม่ลูกอ่อนตึงเต็มอยู่ในเสื้อคอกระเช้า “รู้สึกปวดนมค่ะ… ” คนนมคัดบอกไปตามความจริง วันนี้ลูกของหล่อนกินนมน้อยกว่าทุกวัน ที่ต้องลงมาจากห้องนอนก็เพราะว่าจะลงมาเอาที่ปั๊มน้ำนมที่วางไว้ในตะกร้าหวายบนโต๊ะใกล้โซฟาที่พ่อสามีกำลังนั่งดูทีวี “แล้วปกติปานทำยังไงตอนนมคัด” ราเชนทร์แกล้งทำเป็นสงสัย ทั้งที่พอจะรู้ ปานวาดก้าวเข้ามาทรุดร่างลงนั่งบนเก้าอี้อีกตัวที่ยังว่าง ดูท่าทางราเชนทร์คงอยากหาเพื่อนคุย “ใช้ที่ปั๊มนมดูดน้ำนมใส่ขวดแช่ตู้เย็นไว้ให้ลูกค่ะ… แต่บางครั้งก็ต้องปั๊มทิ้ง” “โอ้ว… น่าเสียดายถ้าจะต้องทิ้ง” ราเชนทร์เผลอมอ
ไอ้เบิ้มร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างกระเด็นไปติดผนัง ราวกับว่าซี่โครงได้หักไปแล้วหลายซี่ ผมปรี่เข้าโดดถีบยอดอกของมัน เสียงน้าเดือนกับตำรวจที่คุยกันในสายทำให้ทอมโหดรีบวิ่งออกไปจากห้อง หนีเอาตัวรอดโดยไม่สนใจไอ้เบิ้ม “โอย… รอด้วยสินาย”ไอ้เบิ้มพยายามจะวิ่งหนี ผมกระชากคอเสื้อมันไว้ ดึงกลับมาฟันศอกเข้
หล่อนสะบัดหน้า ริมฝีปากห่อรัดเป็นวง บอกให้รู้ว่าทั้งจุกและคับแน่น จวนเจียนจะรับไม่ไหวผมรีบโน้มกายลงมาไซ้ซอกคอ จูบที่แก้มแดงเรื่อและริมฝีปากสุดเซ็กซี่ของหล่อน แลกลิ้นกันนัว“ไหวสิครับ... เข้าไปได้ตั้งครึ่งแล้ว... เดี๋ยวก็มิด”ผมปะเหลาะ ทั้งที่เสียวจนใบหน้าแดงก่ำ จากนั้นจึงค่อยๆ กดความแข็งแกร่งเข้าใ
ผมลากลิ้นผ่าแนวยาวของร่องแล้วมาหยุดขยี้เม็ดกระสัน ด้วยรู้ว่าบางจังหวะถ้ารุนแรงเกินไปจะทำให้หล่อนเจ็บ“อูย... ร้ายเหลือเกินจอห์นจ๋า”น้าเดือนพริ้มตา สองมือขยุ่มศีรษะผมแน่น ผมเงยหน้าตวัดลิ้นเบิร์นร่องสวาทของหล่อนอย่างเอร็ดอร่อย ลงน้ำหนักปลายลิ้นเหมือนกำลังปาดแปรงทาสี เคลื่อนไหวได้อย่างพลิกพลิ้ว ไล้เล
ผมไม่ชอบผู้หญิงผอม แต่ชอบผู้หญิงมีเนื้อ อวบนิดๆ อย่างน้าเดือนนี่แหละดูมีน้ำมีนวล จะลูบจะจับตรงไหนก็เต็มไม้เต็มมือเมื่อพูดมาถึงตรงนี้ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์สุดเร่าร้อนตอนเรามีอะไรกัน ผมยังจดจำภาพทรวงอกอวบใหญ่ได้ไม่ลืม นมสองเต้าของน้าเดือนกระเพื่อมไหวตามแรงกระแทกกระทั้น นึกถึงสะโพกอวบขาวที่ผม