แชร์

3

ผู้เขียน: ฐิญาดา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-19 18:15:44

“เออ ขอบใจนะที่ยังคิดเว้นฉันไว้สักคน” อาชวินพูดประชดแล้วกวาดสายตามองเพื่อนสนิทนิ่งๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“รู้ตัวรึเปล่าน้ำอิง ว่าแกเป็นพวกเก็บกด ต้องคอยทำตัวเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ยามอยู่กับไอ้แจ๊ค ทั้งๆ ที่แกไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย หรือจะเถียง”

คนเป็นเพื่อนวิจารณ์ออกไปตรงๆ เพราะอิงลดาเป็นคนมีบุคลิกโดดเด่นทั้งรูปร่างและหน้าตา มาดมั่นเป็นสาวยุคใหม่ขณะอยู่ระหว่างการทำงาน แต่จะเปลี่ยนเป็นคนละคนทันทียามอยู่กับจักรพงษ์ จนเขาเคยเอ่ยปากว่าไปหลายครั้งเพราะความหมั่นไส้

‘ไอ้แจ๊คมันมีอิทธิพลอะไรกับแกนักหนาหือน้ำอิง! ถึงทำให้แกไม่เป็นตัวของตัวเองเวลาอยู่กับมัน ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ’

คำพูดของเพื่อนทำให้อิงลดานิ่งเงียบอย่างยอมจำนน เพราะเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธหรือโต้เถียงได้

“แกรู้ไหม ฉันอยากให้แกเป็นตัวของตัวเองแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ตอนเป็นแฟนกับไอ้แจ๊คแกต้องคอยตามมันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ให้มันเป็นคนตัดสินใจ ดีแล้วที่แกกับมันเลิกกันเสียได้ ต่อให้มันไม่ได้เป็นเกย์ก็เหอะ และคนที่ดีใจที่สุดคือพ่อกับแม่ของแก”

อาชวินร่ายคำพูดยืดยาวใส่เพื่อนเหมือนเก็บกดเอาไว้นานแล้ว

“พ่อกับแม่ฉันรู้เรื่องนี้แล้วเหรอ” อิงลดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตระหนกไม่แพ้สีหน้าพลางจ้องเพื่อนเขม็ง

คนเป็นเพื่อนยิ้มก่อนลอยหน้าลอยตาตอบ “ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลยที่พ่อกับแม่ของแกจะรู้เรื่องนี้ เพราะฉันเองแหละที่เป็นคนรายงาน”

อธิก ผู้เป็นบิดาของอิงลดา ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง เมื่อปีก่อนย้ายไปรับตำแหน่งสูงกว่าเดิมที่จังหวัดระยอง โดยมีคุณอิงอรผู้มารดาลาออกจากงานตามไปอยู่ด้วย ทิ้งลูกสาวคนเดียวให้อยู่ในความดูแลของอินทิรา น้องสาวคนเล็กของอธิกที่อายุห่างกันยี่สิบปี ซึ่งเคยช่วยเลี้ยงดูหญิงสาวมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

“แกนี่มันปากสว่างจริงๆ” อิงลดาต่อว่าเพื่อนเสียงเขียว ไม่อยากให้พ่อกับแม่ต้องมารับรู้เรื่องแบบนี้ เพราะอาจทำให้ไม่สบายใจขึ้นมาเปล่าๆ

“ไม่ต้องกลัวหรอกว่าพ่อกับแม่แกจะไม่สบายใจ ฉันว่าป่านนี้พวกท่านคงกำลังจุดพลุฉลองความเป็นโสดให้แกอยู่ก็เป็นได้” อาชวินพูดติดตลก แต่คงไม่เกินความจริงไปนัก เพราะตอนอิงลดาเป็นแฟนกับจักรพงษ์ ทั้งคู่เคยบ่นให้เขาฟังอยู่เสมอว่าไม่เคยชอบจักรพงษ์เลยสักนิดเดียว เพียงแต่ไม่เคยแสดงออกให้ลูกสาวรับรู้เท่านั้น

ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ อิงลดาไม่เคยสร้างความผิดหวังให้แก่บุพการี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความประพฤติ ที่เป็นเด็กดีมาโดยตลอดตั้งแต่เล็กจนโต ทั้งยังตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือ จบมหาวิทยาลัยของรัฐด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง รวมทั้งเข้าทำงานในบริษัทเอเจนซี ที่รับจัดงานประชาสัมพันธ์และโพรโมตสินค้า จนปัจจุบันมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการ

“ฉันเพิ่งรู้นะนิก ว่าพ่อกับแม่ฉันไม่เคยชอบแจ๊ค” อิงลดารำพึงรำพันออกมาเสียงแผ่วอย่างรู้สึกผิด

“เพราะแกทำตัวเป็นลูกที่ดี ไม่เคยเหลวไหลให้พ่อกับแม่ต้องมาเสียใจนี่หว่า แล้วพวกท่านจะกล้าบอกแกไหมล่ะว่าไม่ชอบแฟนของลูกสาว” คำพูดของผู้เป็นเพื่อนทำให้อิงลดาถึงกับเถียงไม่ออก

“แกบอกพ่อกับแม่ฉันด้วยรึเปล่าล่ะว่าฉันนั่งซดเบียร์จนเมามาย แถมยังร้องห่มร้องไห้อีกด้วย” อิงลดาเอ่ยประชด และแทบจะร้องกรี๊ดเมื่อได้ยินคำตอบ

“ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะไม่บอก พ่อแกยังบอกเลยว่าถ้าอยู่ด้วยจะนั่งชนแก้วด้วยอีกต่างหาก” อาชวินบอกเพื่อนด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม ไม่ได้รู้สึกสลดไปกับท่าทางของเพื่อนเลยแม้แต่น้อย

“แหม! แกนี่มันเหลือเกินนะไอ้นิก” อิงลดากลอกตามองเพื่อนแล้วส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะในเวลาต่อมา

“เอาน่า เวลานี้ฉันดีใจมากที่ได้เพื่อนตัวจริงกลับคืนมาเสียที หลังจากปล่อยให้แกจมปลักไปกับไอ้แจ๊คซะนาน”

ช่วงเวลาที่อิงลดาคบหาอยู่กับจักรพงษ์ อาชวินดูออกว่าคนรักของเพื่อนไม่ค่อยจะชอบหน้าเขาสักเท่าไร จึงไม่พยายามเอาตัวเข้าไปอยู่ใกล้ ได้แต่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงใยและอาทร

“ตอนคบกับแจ๊คฉันเป็นแบบที่แกว่าจริงๆ หรือ”

“แกลองไปส่งกระจกดูตัวเองสิ ฉันคิดเวลานี้ว่าแกสวยขึ้นกว่าเก่าจมเลย หน้าตาสดใสดูมีความสุขมากกว่าก่อนมาก” อาชวินบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไร้แววล้อเล่นอย่างเคย

“ผ่านมาแค่สองวันเนี่ยนะ หน้าฉันเปลี่ยนไปได้ขนาดนั้นเชียว แกเว่อร์ไปรึเปล่า” อิงลดาเอ่ยอย่างไม่เชื่อถือนัก

“เอาละ แกจะไม่เชื่อก็ช่าง แล้วอย่าลืมล่ะพรุ่งนี้ฉันจะมารับแกไปไหว้พระเก้าวัดที่อยุธยา”

วันรุ่งขึ้นแม้ไม่ใช่วันหยุด แต่อิงลดาทำเรื่องขอพักร้อน ที่แทบจะไม่เคยลางานมาก่อนนับจากเริ่มทำงาน และอาชวินก็ได้อาสาพาเธอไปทำบุญ จิตใจจะได้ผ่อนคลาย

“อืม...แกมาเร็วหน่อยแล้วกัน จะได้ออกเดินทางแต่เช้า”

“โอเค ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนแล้วกัน คืนนี้มีนัด” สีหน้าขณะพูดของอาชวินเต็มไปด้วยลับลมคมใน ซึ่งอิงลดาทราบดีว่านัดของอีกฝ่าย คงไม่พ้นหนุ่มหน้าใสที่มาตกบ่วงเสน่ห์เพื่อนของเธอ

“ขอบใจมากนะนิกที่แกคอยอยู่ข้างๆ ฉันเวลามีทุกข์” อิงลดาพูดกับเพื่อนด้วยความซาบซึ้ง แม้ช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอจะไม่ค่อยมีเวลาให้เพื่อนนักก็ตาม แต่อีกฝ่ายกลับไม่เคยทอดทิ้งให้เธอเดียวดายเลยสักครั้ง

คงเป็นอย่างที่หลายคนมักชอบพูดว่า เวลามีความสุขอยู่กับแฟนแล้วมักจะลืมเพื่อน แต่เวลามีความทุกข์จากแฟน คนที่อยู่เคียงข้างก็ไม่พ้นเพื่อน

อาชวินกับอิงลดาเรียนหนังสือมาด้วยกันตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมัธยมปลาย เพราะเมื่อก่อนบ้านของทั้งคู่อยู่ใกล้ๆ กัน แต่ปัจจุบันชายหนุ่มย้ายไปอยู่คอนโดมิเนียมหรูหรา ซึ่งไม่ได้อยู่ห่างจากบ้านหญิงสาวมากนัก จึงมีเวลาไปมาหาสู่กันเหมือนเดิม ส่วนบ้านหลังเก่าเวลานี้ให้ครอบครัวชาวต่างเช่าพักอาศัยอยู่

บิดามารดาของอาชวินเป็นนักธุรกิจที่ทำกิจการเกี่ยวกับอาหารแช่แข็ง ทั้งสองมักจะไปอยู่ที่ฮ่องกงเป็นส่วนใหญ่ นานๆ ถึงจะมาเมืองไทยสักครั้ง และรับรู้ว่าบุตรชายคนเดียวมีจิตใจฝักใฝ่ในเพศเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้คิดขัดขวางแต่ประการใด ปัจจุบันอาชวินประกอบอาชีพเป็นนายแบบซึ่งกำลังมีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในวงการ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รัดร้อยดวงใจรัก   6

    “เส้นเล็กเนื้อเปื่อยสี่ชามครับ” หลังจากทรุดกายลงนั่งอาชวินก็สั่งทันที ก่อนจะหันไปถามเพื่อนที่กำลังใช้พัดในมือโบกไปมา “แกจะกินอะไรก็สั่งเลยนะน้ำอิง สั่งเผื่อไว้หลายชามด้วยเลย”“เส้นเล็กหมูตุ๋นสองชามค่ะป้า” อิงลดาสั่งพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบเข้ากับสายตาของหลายๆ คน ที่กำลังลอบชำเลืองมองมายังเธอกับเพื่อนอย่างสนใจ บางคนถึงกับส่งยิ้มให้ ซึ่งเธอก็ส่งยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน“ผมขอน้ำกระเจี๊ยบสองแก้วด้วยนะครับป้า” เมื่อสั่งเสร็จอาชวินก็หันมาบอกเพื่อน “น้ำกระเจี๊ยบของที่นี่นะสุดยอดของความอร่อย แกกินแล้วจะต้องติดใจ”“แกพูดเหมือนมาที่นี่บ่อยนะนิก”“ฉันเคยพาเพื่อนมาไหว้พระเก้าวัดอย่างที่พาแกมานี่แหละ และเคยแวะร้านนี้หลายครั้งแล้ว” อาชวินตอบเพื่อนพลางแย่งพัดในมือเพื่อนมาโบกไล่ความร้อนบ้าง“แล้วทำไมแกไม่ชวนฉันมาบ้างล่ะ”“ยายน้ำอิง! แกก็รู้ว่าฉันกับไอ้แจ๊คไม่ชอบหน้ากัน และเมื่อก่อนแกตัวติดกับมันซะขนาดนั้น ถ้าฉันชวนแกมันก็ต้องมาด้วยอยู่แล้ว” อาชวินเผลอเอ่ยถึงจักรพงษ์ขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ และมารู้สึกตัวว่าสะกิดใจเพื่อนเข้าอย่างจังก็เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบงันผิดปกติ จึงรีบเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด“ฉันขอโทษนะน้

  • รัดร้อยดวงใจรัก   5

    เช้าวันรุ่งขึ้น อิงลดาตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ด้วยสีหน้าสดชื่นรื่นรมย์ ดวงหน้าสดใสแทบไม่มีร่องรอยของความเศร้าโศกหลงเหลือให้เห็น“จะไปไหนแต่เช้าจ๊ะ” อินทิราเดินอ้าปากหาวหวอดออกมาจากห้องนอน เพราะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าวันนี้หลานสาวลาพักร้อนอีกหนึ่งวัน“จะไปไหว้พระเก้าวัดกับนิกที่อยุธยาค่ะ อาแหนมจะไปด้วยกันมั้ย” เธอเอ่ยปากชวนทั้งที่รู้คำตอบเป็นอย่างดี เพราะอาสาวของเธอนั้นไม่ค่อยจะย่างกรายออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น“ไม่หรอกจ้ะอากำลังเร่งปิดต้นฉบับอยู่” อินทิราพูดปฏิเสธตามที่อิงลดาคิดไว้อินทิรามีอาชีพเป็นนักเขียนนิยายแนวโรมานซ์กับนักแปลอิสระ จึงสามารถทำงานอยู่ที่บ้านโดยขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพียงแค่เครื่องเดียวก็อยู่ได้ทั้งวัน จนบางครั้งข้าวปลายังแทบจะลืมกิน“ถ้างั้นเดี๋ยวน้ำอิงซื้อโรตีสายไหมมาฝาก แล้วไม่ใช่เขียนนิยายจนลืมกินข้าวอีกนะคะ” หลานสาวเอ่ยเตือน“จ้า ขนาดลืมกินข้าวตัวอายังกลมเป็นลูกขนุนถึงเพียงนี้ แล้วน้ำอิงยังคิดจะซื้อของกินพวกนี้มาหลอกล่ออีกนะ” อินทิราบ่นกระปอดกระแปด แต่บ่นไปยังงั้นเอง เพราะพออีกฝ่ายซื้อมาเธอก็กินเรียบจนไม่เหลือทุกครั้ง“รูปร่างอาแหนมไม่ได้

  • รัดร้อยดวงใจรัก   4

    หลังรถของเพื่อนแล่นออกจากบ้านไปได้ไม่ถึงสิบนาที อิงลดาก็ผุดลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจขับไล่ความเมื่อยขบ จากการนอนนิ่งอยู่ท่าเดียวนานๆ นับชั่วโมง ซึ่งไม่รู้ว่าทนเข้าไปได้อย่างไร ทว่าเมื่อได้คุยกับอาชวินแล้ว จิตใจอันแสนว้าวุ่นสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงจนต้องตั้งปณิธานกับตัวเองว่าเธอจะต้องลืมเรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้นให้หมดสิ้นภายในเร็ววัน!“น้ำอิง เย็นแล้วนะ เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวยุงก็หามหรอก” อินทิราผู้เป็นอาส่งเสียงเรียกอยู่ในบ้าน“แป๊บเดียวค่ะอาแหนม” อิงลดาตะโกนตอบกลับไป ก่อนจะเก็บหนังสือและก้าวเข้าไปในบ้าน ตรงไปในครัว ครั้นเห็นร่างอวบอิ่มของผู้เป็นอายืนล้างผักอยู่ ก็ชะโงกหน้าถามเสียงใส“วันนี้ผัดอะไรให้น้ำอิงกินเอ่ย”“ว่าจะผัดผักใบบัวบกแก้อกช้ำให้ใครบางคนแถวนี้กินซะหน่อย”คนเป็นอาเอ่ยล้อ เมื่อเห็นหน้าตาของหลานสาวดูสดใสขึ้นกว่าวันที่เกิดเรื่องราวกับคนละคน วันนั้นอาชวินประคองร่างของหลานสาวที่มีสภาพประดุจนกปีกหักมาส่ง ซ้ำยังมีเสียงร้องไห้พร่ำพรรณนาจนฟังไม่ได้ศัพท์ จนเธอเองถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาอย่างสงสาร“อาแหนมอย่ามาล้อน้ำอิงเล่นแบบนี้สิคะ” หลานสาวเอ่ยเสียงกระเง้ากระงอด“

  • รัดร้อยดวงใจรัก   3

    “เออ ขอบใจนะที่ยังคิดเว้นฉันไว้สักคน” อาชวินพูดประชดแล้วกวาดสายตามองเพื่อนสนิทนิ่งๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง“รู้ตัวรึเปล่าน้ำอิง ว่าแกเป็นพวกเก็บกด ต้องคอยทำตัวเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ยามอยู่กับไอ้แจ๊ค ทั้งๆ ที่แกไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย หรือจะเถียง”คนเป็นเพื่อนวิจารณ์ออกไปตรงๆ เพราะอิงลดาเป็นคนมีบุคลิกโดดเด่นทั้งรูปร่างและหน้าตา มาดมั่นเป็นสาวยุคใหม่ขณะอยู่ระหว่างการทำงาน แต่จะเปลี่ยนเป็นคนละคนทันทียามอยู่กับจักรพงษ์ จนเขาเคยเอ่ยปากว่าไปหลายครั้งเพราะความหมั่นไส้‘ไอ้แจ๊คมันมีอิทธิพลอะไรกับแกนักหนาหือน้ำอิง! ถึงทำให้แกไม่เป็นตัวของตัวเองเวลาอยู่กับมัน ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ’คำพูดของเพื่อนทำให้อิงลดานิ่งเงียบอย่างยอมจำนน เพราะเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธหรือโต้เถียงได้“แกรู้ไหม ฉันอยากให้แกเป็นตัวของตัวเองแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ตอนเป็นแฟนกับไอ้แจ๊คแกต้องคอยตามมันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ให้มันเป็นคนตัดสินใจ ดีแล้วที่แกกับมันเลิกกันเสียได้ ต่อให้มันไม่ได้เป็นเกย์ก็เหอะ และคนที่ดีใจที่สุดคือพ่อกับแม่ของแก”อาชวินร่ายคำพูดยืดยาวใส่เพื่อนเหมือนเก็บกดเอาไว้นานแล้ว“พ่อกับแม่ฉันร

  • รัดร้อยดวงใจรัก   2

    ‘หักอกก็แค่ผิดหวัง แต่หักหลังมันรับไม่ได้’บ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดกลาง ที่แม้จะแทรกตัวอยู่ท่ามกลางร่มเงาแมกไม้ใหญ่ แต่สีชมพูที่โดดเด่นสะดุดตาก็สามารถทำให้มองเห็นได้อย่างเด่นชัด เรียกสายตาผู้ผ่านไปมาให้หันกลับมามองซ้ำได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ตัวบ้านยังมีบริเวณค่อนข้างกว้างกว่าหลังอื่นๆ ในบริเวณเดียวกันและยังเป็นหลังที่อยู่มุมโดยรอบตัวบ้านเต็มไปด้วยร่มเงาของไม้ดอก ไม้ประดับ จำพวกต้นโมก ต้นแก้ว ที่กำลังผลิดอกขาวสะพรั่ง ทั้งยังส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจโชยมาเป็นระยะ นอกจากพันธุ์ดอกหอมๆ ที่ปลูกอยู่โดยรอบ ยังแซมด้วยต้นหมากเขียวหลายต้น ซึ่งมีไว้สำหรับให้ร่มเงาและบังแดดได้เป็นอย่างดีกลิ่นหอมระรินของดอกสายหยุดกับดอกนมแมวที่โชยมาตามลม แม้จะหอมแรงจนฉุนเตะจมูก แต่ก็กลับส่งผลให้อารมณ์ขุ่นมัวของอิงลดาที่กำลังนอนเอนซบอยู่บนชิงช้าสีขาวตัวใหญ่ข้างตัวบ้าน ค่อยๆ ทุเลาเบาบางลงเป็นลำดับน่าเสียดายที่ไม้หอมๆ เหล่านี้มักจะส่งกลิ่นแค่ตอนเย็น พอสายหน่อยก็จะหมดซึ่งความหอม ร่วงโรยและเหี่ยวเฉาลงตามกาลเวลา ดูไปแล้วช่างน่าสงสารนัก! อิงลดามองไปยังต้นมลุลีกับต้นราชาวดีที่กำลังชูช่อล้อลม เชิดหน้าท้าทายไม้พันธุ์อื่นอย่างสง่า

  • รัดร้อยดวงใจรัก   1

    รถยนต์สีดำคันหรูที่เลี้ยวปรู๊ดปร๊าด ก่อนจะพุ่งปราดเข้ามาจอดแล้วเบรกดังเอี๊ยด สร้างความตกใจชวนขวัญหนีดีฝ่อให้แก่ เด็กที่ยืนเฝ้ารถอยู่จนต้องกระโดดแผล็วหลบเป็นพัลวัน ไม่นานประตูด้านฝั่งคนขับก็เปิดผางออกโดยชายหนุ่มร่างสูงเพรียว ผิวขาวเนียน หน้าตาหล่อเหลาซึ่งก้าวผลุนผลันลงมา หลังกดล็อกรถด้วยรีโมตในมือเรียบร้อย เท้าทั้งคู่ก็เดินแกมวิ่งตรงไปยังร้านอาหารกึ่งผับที่อยู่ไม่ไกลจากจุดจอดรถ และคงเป็นร้านประจำที่เขามาจนคุ้นเคย เพราะพอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้น พนักงานที่ดูเหมือนจะรอคอยอยู่แล้ว ก็รีบเข้ามารายงานน้ำเสียงละล่ำละลัก“พี่น้ำอิงสั่งเบียร์สดเป็นแก้วที่สองแล้วนะครับพี่นิก”“พระเจ้า! แล้วทำไมกรถึงไม่ยับยั้งพี่เขาไว้” อาชวินต่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากรส่ายหน้าหวือก่อนจะบอกคนถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น “ใครจะกล้าพูดล่ะครับพี่นิก เพราะพี่น้ำอิงบอกว่าถ้าไม่เอาเบียร์มาให้ตามที่สั่ง จะอาละวาดให้ร้านพังจนราบเป็นหน้ากลอง”อาชวินฟังแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะบ่นอย่างหัวเสีย “อะไรกันวะ ผู้หญิงคนเดียวแค่นี้เอาไม่อยู่ ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ขึ้นไปดูเองแล้วกัน” พูดพลางร่างสูงก็ก้าวยาวๆ ขึ้นบันไดตรงไปยังชั้นส

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status