แชร์

2

ผู้เขียน: ฐิญาดา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-19 18:15:24

 

‘หักอกก็แค่ผิดหวัง แต่หักหลังมันรับไม่ได้’

บ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดกลาง ที่แม้จะแทรกตัวอยู่ท่ามกลางร่มเงาแมกไม้ใหญ่ แต่สีชมพูที่โดดเด่นสะดุดตาก็สามารถทำให้มองเห็นได้อย่างเด่นชัด เรียกสายตาผู้ผ่านไปมาให้หันกลับมามองซ้ำได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ตัวบ้านยังมีบริเวณค่อนข้างกว้างกว่าหลังอื่นๆ ในบริเวณเดียวกันและยังเป็นหลังที่อยู่มุม

โดยรอบตัวบ้านเต็มไปด้วยร่มเงาของไม้ดอก ไม้ประดับ จำพวกต้นโมก ต้นแก้ว ที่กำลังผลิดอกขาวสะพรั่ง ทั้งยังส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจโชยมาเป็นระยะ นอกจากพันธุ์ดอกหอมๆ ที่ปลูกอยู่โดยรอบ ยังแซมด้วยต้นหมากเขียวหลายต้น ซึ่งมีไว้สำหรับให้ร่มเงาและบังแดดได้เป็นอย่างดี

กลิ่นหอมระรินของดอกสายหยุดกับดอกนมแมวที่โชยมาตามลม แม้จะหอมแรงจนฉุนเตะจมูก แต่ก็กลับส่งผลให้อารมณ์ขุ่นมัวของอิงลดาที่กำลังนอนเอนซบอยู่บนชิงช้าสีขาวตัวใหญ่ข้างตัวบ้าน ค่อยๆ ทุเลาเบาบางลงเป็นลำดับ

น่าเสียดายที่ไม้หอมๆ เหล่านี้มักจะส่งกลิ่นแค่ตอนเย็น พอสายหน่อยก็จะหมดซึ่งความหอม ร่วงโรยและเหี่ยวเฉาลงตามกาลเวลา ดูไปแล้วช่างน่าสงสารนัก!

อิงลดามองไปยังต้นมลุลีกับต้นราชาวดีที่กำลังชูช่อล้อลม เชิดหน้าท้าทายไม้พันธุ์อื่นอย่างสง่างาม โดยมิหวั่นเกรงต่อสายลมที่กำลังพัดไหวหรือแสงแดดที่แผดกล้า ทั้งยังส่งกลิ่นหอมได้ทั้งวันทั้งคืน หญิงสาวเหลือบมองดอกคัดเค้าสีขาวที่ลักษณะดอกคล้ายคลึงกับดอกมลุลีมาก จนมักจะจำสับสนอยู่บ่อยครั้ง

เธอไม่นึกแปลกใจ ว่าเหตุใดคนเราจึงมักจะตั้งชื่อผู้หญิงตามชื่อของดอกไม้ เหตุผลหลักคงมาจากชื่ออันแสนจะไพเราะเพราะพริ้ง ฟังแล้วอาจทำให้นึกถึงความสวย หรือความหอมของดอกไม้เหล่านี้ก็เป็นได้

โบราณมักจะเปรียบผู้หญิงกับดอกไม้ เช่นกุหลาบหรือกล้วยไม้ แล้วตัวเธอเล่า จะเหมือนกับดอกอะไรดี!

หญิงสาวขยับกายลุกขึ้นนั่งจากท่านอนเอนซบหมอนใบนุ่ม มีหนังสือนิยายโรมานซ์ที่ยืมมาจากอินทิราผู้เป็นอาสาวถืออยู่ในมือ ทว่ามิได้ถูกเปิดอ่านแต่อย่างใด ดวงตาทั้งคู่เหม่อมองไปยังหลังคาด้านบนของตัวชิงช้าที่ถูกถักพันไว้ด้วยเถาเฟื่องฟ้าสีขาวสลับม่วง จนกลายเป็นซุ้มห้อยระย้าลงมาคลุมตัวชิงช้าไว้อย่างสวยงาม

นับเป็นผลงานของธรรมชาติที่เสกสรรปั้นแต่งจนดูคล้ายฝีมือของมนุษย์กระทำขึ้นมาก็มิปาน แต่วันดีคืนดีก็มีเพื่อนไม่ได้รับเชิญอย่างงูเขียวขึ้นไปเลื้อยพันอวดโฉมอยู่ด้านบน แต่ก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวเกิดความเกรงกลัวแต่อย่างใด

นั่งบนชิงช้าแห่งความหลังตัวนี้ครั้งใด อิงลดาก็อดหวนนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ เพราะปกติในเวลานี้จะต้องมีร่างของจักรพงษ์นั่งเคียงข้างอยู่แทบทุกครั้ง...แต่วันนี้เธอกลับนั่งอยู่เดียวดายเพียงลำพัง

เพราะตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิด สองหูจึงไม่ได้รับรู้หรือได้ยินเสียงรถยนต์ของอาชวินที่แล่นเข้ามาจอด แม้เจ้าตัวเดินมาจนใกล้จะถึงตัว ก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวแต่อย่างใด

“น้ำอิง”

เสียงเรียกของเพื่อนที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบและยังคงปกคลุมไปด้วยความเหงาแวดล้อมตัวเธอ ทำให้คนที่กำลังคิดอะไรอยู่เพลินๆ สะดุ้งโหยงจนเกือบจะพลัดตกชิงช้า ครั้นหันไปพบร่างสูงเพรียวจากเจ้าของเสียงยืนอยู่ด้วยสีหน้ารื่นรมย์ จึงหันไปต่อว่าเพื่อนเสียงขุ่น

“ไอ้บ้านิก มาเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียง ทำเอาฉันเกือบตกชิงช้า”

“เงียบที่ไหนกันเล่า ตกลงแกไม่ได้ยินเสียงรถฉันเลยรึไงน้ำอิง ถ้าขโมยเข้าบ้านแกจะรู้ตัวมั้ยเนี่ย” อาชวินเอ่ยปากบ่นเพื่อนก่อนจะทรุดกายลงนั่งข้างๆ

“ก็ ฉันกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่เลยไม่ได้ยิน” อิงลดาตอบเสียงอ่อย เรียกสติที่ล่องลอยจากการคิดถึงแต่เรื่องเก่าๆ ให้กลับคืนมาโดยเร็ว

คนเป็นเพื่อนหรี่ตามองร่างอรชรของผู้เป็นเพื่อนที่ยังใส่เสื้อยืดสกรีนคำว่า ‘หักอกก็แค่ผิดหวัง หักหลังมันรับไม่ได้’ อยู่ แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

“ตกลงแกสั่งทำเสื้อแบบนี้มาเป็นโหลรึไงวะน้ำอิง”

คนถูกถามพยักหน้ารับแกนๆ “อืม เอาไว้ใส่ตอกย้ำความทรงจำ คิดแล้วยังแค้นใจไม่หายนะนิก มันปั้นหน้าหลอกฉันมาได้ตั้งสี่ปีเต็มๆ ไอ้เบื๊อกเอ๊ย”

คำด่าที่หลุดจากปากของเพื่อนทำให้อาชวินมองอย่างขบขัน

“ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่แกอกหักด่าเป็นไฟแลบเชียวนะน้ำอิง”

คนถูกว่าอกหักตาเขียวเสียงขุ่นขึ้นมาทันที “แกอย่ามาว่าฉันอกหักนะนิกกี้ มันเป็นคำที่แสลงใจฉันมาก ฉันรับไม่ได้!”

คำเรียกขานด้วยชื่อนิกกี้ที่หลุดออกมาจากปากของอิงลดา แสดงให้รู้ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนเจ้าตัวจะข่มความรู้สึกดังกล่าวลง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นไม่หาย

“ถ้ามันมีแฟนใหม่เป็นผู้หญิง ฉันคงแค่อกหักอย่างที่แกบอก ซึ่งไม่นานก็คงหาย แต่นี่มันเหมือนถูกหักหลังนะนิก มันเสียความรู้สึก ผิดหวังและเสียหน้า รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น ถูกผู้ชายแย่งแฟน”

“ตกลงแกเสียความเชื่อมั่นที่ไอ้แจ๊คมีแฟนใหม่เป็นผู้ชาย มากกว่าเสียใจที่ถูกบอกเลิกว่า งั้นเถอะ”

อาชวินถามเพื่อนเสียงกลั้วหัวเราะ เขายังจำดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำของอีกฝ่ายวันที่ถูกบอกเลิกได้ดี แต่ทว่าวันนี้แทบไม่เหลือร่องรอยของความโศกเศร้าทิ้งไว้ให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

“นั่นสินิก วันนั้นฉันยังคิดว่าจะต้องเจ็บปวดรวดร้าวไปอีกนาน แต่ก็แปลกที่ตอนนี้ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนั้น แต่กลายเป็นว่าฉันเจ็บแค้นมากกว่า” อิงลดาพูดด้วยความรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

คนเป็นเพื่อนเอนกายพิงพนักชิงช้าอย่างสบายอารมณ์ “แกลองคิดใคร่ครวญดีๆ แล้วกันน้ำอิง ที่แกบอกปาวๆ ว่ารักไอ้แจ๊คน่ะ ตกลงเป็นความรักหรือความเคยชินที่มีมันอยู่ข้างกายกันแน่ บางทีแกอาจไม่ได้รักมันเลยด้วยซ้ำ เพราะไม่งั้นความรู้สึกที่ว่า มันคงไม่จางหายได้รวดเร็วอย่างนี้หรอก”

คำพูดของเพื่อนนั้นจี๊ดโดนใจอิงลดาอย่างแรง ทว่าสมองของเธอตอนนี้ยังไม่พร้อมจะยอมรับความจริง

“ฉันไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ต่อไปนี้ฉันจะขอเกลียดขี้หน้าผู้ชายหล่อๆ ทุกคน ยกเว้น...” เธอหยุดมองหน้าหล่อๆ ของเพื่อนแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย “แก”

ที่อิงลดายกเว้นเพื่อนสนิทไว้ เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีวันชายตาแลผู้หญิงเป็นอันขาด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รัดร้อยดวงใจรัก   6

    “เส้นเล็กเนื้อเปื่อยสี่ชามครับ” หลังจากทรุดกายลงนั่งอาชวินก็สั่งทันที ก่อนจะหันไปถามเพื่อนที่กำลังใช้พัดในมือโบกไปมา “แกจะกินอะไรก็สั่งเลยนะน้ำอิง สั่งเผื่อไว้หลายชามด้วยเลย”“เส้นเล็กหมูตุ๋นสองชามค่ะป้า” อิงลดาสั่งพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบเข้ากับสายตาของหลายๆ คน ที่กำลังลอบชำเลืองมองมายังเธอกับเพื่อนอย่างสนใจ บางคนถึงกับส่งยิ้มให้ ซึ่งเธอก็ส่งยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน“ผมขอน้ำกระเจี๊ยบสองแก้วด้วยนะครับป้า” เมื่อสั่งเสร็จอาชวินก็หันมาบอกเพื่อน “น้ำกระเจี๊ยบของที่นี่นะสุดยอดของความอร่อย แกกินแล้วจะต้องติดใจ”“แกพูดเหมือนมาที่นี่บ่อยนะนิก”“ฉันเคยพาเพื่อนมาไหว้พระเก้าวัดอย่างที่พาแกมานี่แหละ และเคยแวะร้านนี้หลายครั้งแล้ว” อาชวินตอบเพื่อนพลางแย่งพัดในมือเพื่อนมาโบกไล่ความร้อนบ้าง“แล้วทำไมแกไม่ชวนฉันมาบ้างล่ะ”“ยายน้ำอิง! แกก็รู้ว่าฉันกับไอ้แจ๊คไม่ชอบหน้ากัน และเมื่อก่อนแกตัวติดกับมันซะขนาดนั้น ถ้าฉันชวนแกมันก็ต้องมาด้วยอยู่แล้ว” อาชวินเผลอเอ่ยถึงจักรพงษ์ขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ และมารู้สึกตัวว่าสะกิดใจเพื่อนเข้าอย่างจังก็เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบงันผิดปกติ จึงรีบเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด“ฉันขอโทษนะน้

  • รัดร้อยดวงใจรัก   5

    เช้าวันรุ่งขึ้น อิงลดาตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ด้วยสีหน้าสดชื่นรื่นรมย์ ดวงหน้าสดใสแทบไม่มีร่องรอยของความเศร้าโศกหลงเหลือให้เห็น“จะไปไหนแต่เช้าจ๊ะ” อินทิราเดินอ้าปากหาวหวอดออกมาจากห้องนอน เพราะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าวันนี้หลานสาวลาพักร้อนอีกหนึ่งวัน“จะไปไหว้พระเก้าวัดกับนิกที่อยุธยาค่ะ อาแหนมจะไปด้วยกันมั้ย” เธอเอ่ยปากชวนทั้งที่รู้คำตอบเป็นอย่างดี เพราะอาสาวของเธอนั้นไม่ค่อยจะย่างกรายออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น“ไม่หรอกจ้ะอากำลังเร่งปิดต้นฉบับอยู่” อินทิราพูดปฏิเสธตามที่อิงลดาคิดไว้อินทิรามีอาชีพเป็นนักเขียนนิยายแนวโรมานซ์กับนักแปลอิสระ จึงสามารถทำงานอยู่ที่บ้านโดยขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพียงแค่เครื่องเดียวก็อยู่ได้ทั้งวัน จนบางครั้งข้าวปลายังแทบจะลืมกิน“ถ้างั้นเดี๋ยวน้ำอิงซื้อโรตีสายไหมมาฝาก แล้วไม่ใช่เขียนนิยายจนลืมกินข้าวอีกนะคะ” หลานสาวเอ่ยเตือน“จ้า ขนาดลืมกินข้าวตัวอายังกลมเป็นลูกขนุนถึงเพียงนี้ แล้วน้ำอิงยังคิดจะซื้อของกินพวกนี้มาหลอกล่ออีกนะ” อินทิราบ่นกระปอดกระแปด แต่บ่นไปยังงั้นเอง เพราะพออีกฝ่ายซื้อมาเธอก็กินเรียบจนไม่เหลือทุกครั้ง“รูปร่างอาแหนมไม่ได้

  • รัดร้อยดวงใจรัก   4

    หลังรถของเพื่อนแล่นออกจากบ้านไปได้ไม่ถึงสิบนาที อิงลดาก็ผุดลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจขับไล่ความเมื่อยขบ จากการนอนนิ่งอยู่ท่าเดียวนานๆ นับชั่วโมง ซึ่งไม่รู้ว่าทนเข้าไปได้อย่างไร ทว่าเมื่อได้คุยกับอาชวินแล้ว จิตใจอันแสนว้าวุ่นสับสนกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงจนต้องตั้งปณิธานกับตัวเองว่าเธอจะต้องลืมเรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้นให้หมดสิ้นภายในเร็ววัน!“น้ำอิง เย็นแล้วนะ เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวยุงก็หามหรอก” อินทิราผู้เป็นอาส่งเสียงเรียกอยู่ในบ้าน“แป๊บเดียวค่ะอาแหนม” อิงลดาตะโกนตอบกลับไป ก่อนจะเก็บหนังสือและก้าวเข้าไปในบ้าน ตรงไปในครัว ครั้นเห็นร่างอวบอิ่มของผู้เป็นอายืนล้างผักอยู่ ก็ชะโงกหน้าถามเสียงใส“วันนี้ผัดอะไรให้น้ำอิงกินเอ่ย”“ว่าจะผัดผักใบบัวบกแก้อกช้ำให้ใครบางคนแถวนี้กินซะหน่อย”คนเป็นอาเอ่ยล้อ เมื่อเห็นหน้าตาของหลานสาวดูสดใสขึ้นกว่าวันที่เกิดเรื่องราวกับคนละคน วันนั้นอาชวินประคองร่างของหลานสาวที่มีสภาพประดุจนกปีกหักมาส่ง ซ้ำยังมีเสียงร้องไห้พร่ำพรรณนาจนฟังไม่ได้ศัพท์ จนเธอเองถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาอย่างสงสาร“อาแหนมอย่ามาล้อน้ำอิงเล่นแบบนี้สิคะ” หลานสาวเอ่ยเสียงกระเง้ากระงอด“

  • รัดร้อยดวงใจรัก   3

    “เออ ขอบใจนะที่ยังคิดเว้นฉันไว้สักคน” อาชวินพูดประชดแล้วกวาดสายตามองเพื่อนสนิทนิ่งๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง“รู้ตัวรึเปล่าน้ำอิง ว่าแกเป็นพวกเก็บกด ต้องคอยทำตัวเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ยามอยู่กับไอ้แจ๊ค ทั้งๆ ที่แกไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย หรือจะเถียง”คนเป็นเพื่อนวิจารณ์ออกไปตรงๆ เพราะอิงลดาเป็นคนมีบุคลิกโดดเด่นทั้งรูปร่างและหน้าตา มาดมั่นเป็นสาวยุคใหม่ขณะอยู่ระหว่างการทำงาน แต่จะเปลี่ยนเป็นคนละคนทันทียามอยู่กับจักรพงษ์ จนเขาเคยเอ่ยปากว่าไปหลายครั้งเพราะความหมั่นไส้‘ไอ้แจ๊คมันมีอิทธิพลอะไรกับแกนักหนาหือน้ำอิง! ถึงทำให้แกไม่เป็นตัวของตัวเองเวลาอยู่กับมัน ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ’คำพูดของเพื่อนทำให้อิงลดานิ่งเงียบอย่างยอมจำนน เพราะเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธหรือโต้เถียงได้“แกรู้ไหม ฉันอยากให้แกเป็นตัวของตัวเองแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ตอนเป็นแฟนกับไอ้แจ๊คแกต้องคอยตามมันอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ให้มันเป็นคนตัดสินใจ ดีแล้วที่แกกับมันเลิกกันเสียได้ ต่อให้มันไม่ได้เป็นเกย์ก็เหอะ และคนที่ดีใจที่สุดคือพ่อกับแม่ของแก”อาชวินร่ายคำพูดยืดยาวใส่เพื่อนเหมือนเก็บกดเอาไว้นานแล้ว“พ่อกับแม่ฉันร

  • รัดร้อยดวงใจรัก   2

    ‘หักอกก็แค่ผิดหวัง แต่หักหลังมันรับไม่ได้’บ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดกลาง ที่แม้จะแทรกตัวอยู่ท่ามกลางร่มเงาแมกไม้ใหญ่ แต่สีชมพูที่โดดเด่นสะดุดตาก็สามารถทำให้มองเห็นได้อย่างเด่นชัด เรียกสายตาผู้ผ่านไปมาให้หันกลับมามองซ้ำได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ตัวบ้านยังมีบริเวณค่อนข้างกว้างกว่าหลังอื่นๆ ในบริเวณเดียวกันและยังเป็นหลังที่อยู่มุมโดยรอบตัวบ้านเต็มไปด้วยร่มเงาของไม้ดอก ไม้ประดับ จำพวกต้นโมก ต้นแก้ว ที่กำลังผลิดอกขาวสะพรั่ง ทั้งยังส่งกลิ่นหอมเย็นชื่นใจโชยมาเป็นระยะ นอกจากพันธุ์ดอกหอมๆ ที่ปลูกอยู่โดยรอบ ยังแซมด้วยต้นหมากเขียวหลายต้น ซึ่งมีไว้สำหรับให้ร่มเงาและบังแดดได้เป็นอย่างดีกลิ่นหอมระรินของดอกสายหยุดกับดอกนมแมวที่โชยมาตามลม แม้จะหอมแรงจนฉุนเตะจมูก แต่ก็กลับส่งผลให้อารมณ์ขุ่นมัวของอิงลดาที่กำลังนอนเอนซบอยู่บนชิงช้าสีขาวตัวใหญ่ข้างตัวบ้าน ค่อยๆ ทุเลาเบาบางลงเป็นลำดับน่าเสียดายที่ไม้หอมๆ เหล่านี้มักจะส่งกลิ่นแค่ตอนเย็น พอสายหน่อยก็จะหมดซึ่งความหอม ร่วงโรยและเหี่ยวเฉาลงตามกาลเวลา ดูไปแล้วช่างน่าสงสารนัก! อิงลดามองไปยังต้นมลุลีกับต้นราชาวดีที่กำลังชูช่อล้อลม เชิดหน้าท้าทายไม้พันธุ์อื่นอย่างสง่า

  • รัดร้อยดวงใจรัก   1

    รถยนต์สีดำคันหรูที่เลี้ยวปรู๊ดปร๊าด ก่อนจะพุ่งปราดเข้ามาจอดแล้วเบรกดังเอี๊ยด สร้างความตกใจชวนขวัญหนีดีฝ่อให้แก่ เด็กที่ยืนเฝ้ารถอยู่จนต้องกระโดดแผล็วหลบเป็นพัลวัน ไม่นานประตูด้านฝั่งคนขับก็เปิดผางออกโดยชายหนุ่มร่างสูงเพรียว ผิวขาวเนียน หน้าตาหล่อเหลาซึ่งก้าวผลุนผลันลงมา หลังกดล็อกรถด้วยรีโมตในมือเรียบร้อย เท้าทั้งคู่ก็เดินแกมวิ่งตรงไปยังร้านอาหารกึ่งผับที่อยู่ไม่ไกลจากจุดจอดรถ และคงเป็นร้านประจำที่เขามาจนคุ้นเคย เพราะพอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้น พนักงานที่ดูเหมือนจะรอคอยอยู่แล้ว ก็รีบเข้ามารายงานน้ำเสียงละล่ำละลัก“พี่น้ำอิงสั่งเบียร์สดเป็นแก้วที่สองแล้วนะครับพี่นิก”“พระเจ้า! แล้วทำไมกรถึงไม่ยับยั้งพี่เขาไว้” อาชวินต่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ากรส่ายหน้าหวือก่อนจะบอกคนถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น “ใครจะกล้าพูดล่ะครับพี่นิก เพราะพี่น้ำอิงบอกว่าถ้าไม่เอาเบียร์มาให้ตามที่สั่ง จะอาละวาดให้ร้านพังจนราบเป็นหน้ากลอง”อาชวินฟังแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะบ่นอย่างหัวเสีย “อะไรกันวะ ผู้หญิงคนเดียวแค่นี้เอาไม่อยู่ ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ขึ้นไปดูเองแล้วกัน” พูดพลางร่างสูงก็ก้าวยาวๆ ขึ้นบันไดตรงไปยังชั้นส

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status