แชร์

บทที่ 6 ด้วยรักและคิดถึง

ผู้เขียน: Sapphiros S. N.
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 15:36:49

บทที่ 6

ด้วยรักและคิดถึง

กว่าอาร์เธอร์จะหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าในตอนรุ่งสาง ความเคลื่อนไหวบางอย่างก็ปลุกให้เขาตื่นขึ้นมาในชั่วโมงถัดมา

ที่สะโพกของเขาเหมือนถูกดันจากของอุ่นร้อนบางอย่าง อาร์เธอร์ที่แสนจะงัวเงียเลื่อนมือไปปัดมันออก

ปัดไม่ได้

สัมผัสนี้มันคุ้นๆ...

ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้ง อาร์เธอร์เบิกตาโพลง แท่งอุ่นร้อนในมือขยายใหญ่ขึ้นจากการสัมผัส อาร์เธอร์รีบชักมือกลับมากุมไว้บนอก ดวงตากลอกหลุกหลิกเหลือบขึ้นไปมองคนที่นอนกอดเขาไว้

ยังหลับอยู่...

อาร์เธอร์ถอนหายใจโล่งอก ความแตกตื่นกลายเป็นเห็นอกเห็นใจ ตอนเช้าผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ ยิ่งคนแบบหมอนี่วันๆ คิดแต่ว่าจะฆ่าปีศาจยังไงคงไม่ได้ปลดปล่อยมานานสินะ ช่างน่าสงสาร ตื่นขึ้นมาคงอับอายน่าดู ฉันจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็แล้วกัน

คิดได้ดังนั้นอาร์เธอร์ก็หลับตาลงไปใหม่ แต่การทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นนั้นยากกว่าที่เขาคิด เมื่อแท่งร้อนยังคงขยายขนาดดุนดันสะโพกของเขาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งอ้อมแขนยังเหมือนกระชับรัดตัวเขาให้แน่นขึ้นไปอีกจนเริ่มอึดอัด

เฮ้ยๆ มันจะใหญ่อะไรขนาดนั้น ห๊ะ! แล้วนี่ฝันอะไรอยู่หยุดกอดได้แล้ว คิดว่าแขนนายลีบนักรึไง? แค่วางทับก็หนักจะตายชักแล้วโว้ย!

เหมือนทุกอย่างนี้ยังแย่ไม่พอ ที่แย่ไปกว่านั้นคือดูเหมือนอาร์เธอร์จูเนียร์จะตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวเหล่านี้ จนตั้งตรงขึ้นมา

เฮ้ยๆๆๆ ลูกพ่อ จะมาผงาดอะไรตอนนี้ หยุดเลยนะ!

อาร์เธอร์ได้ยินเสียงทุ้มต่ำในลำคอที่ข้างหู เขารีบทำเป็นนอนหลับอยู่ เดสมอนตื่นขึ้นแล้ว ดูท่าจะเป็นเวลาตื่นตามปกติของเขา

เดสมอนรู้สึกอึดอัดจนต้องลืมตา แสงสีส้มระเรื่อที่ลอดหน้าต่างเข้ามาบอกโมงยามที่เขาควรจะลุกจากที่นอน ตาสีน้ำเงินลืมขึ้น เจ้าราชาแวมไพร์ตัวยุ่งยังคงนอนเป็นศพอยู่ในอ้อมแขน เจ้าตัวดีที่ทำให้เขานอนไม่เต็มที่เลยตื่นมาได้อึดอัดขนาดนี้

...อึดอัด?

เดสมอนเบิกตากว้าง เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่ากำลังตื่นตัวมากเพียงใด เขาที่คิดว่าตัวเองตายด้านเรื่องอย่างว่าไปแล้วกลับถูกปลุกขึ้นมาเพียงแค่นอนกอดเนี่ยนะ...แถมยังเป็นการนอนกอดผู้ที่สังหารเขาในชาติก่อนอีก!

เดสมอนสับสนจนปวดหัวไปหมด เขาพลิกตัวออกจากห้องไปเงียบๆ เพื่อไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ

อาร์เธอร์พรั่งพรูลมหายใจออกมา ดีที่มีผ้าห่มบังไว้เดสมอนจึงไม่สังเกตเห็น ตอนนี้เดสมอนละสายตาจากเขาแล้ว คงจะได้เวลาเสียที!

ความสบายใจที่ไม่มีเดสมอนคอยควบคุมร่วมกับความเหนื่อยล้าจากการไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืน ทำให้อาร์เธอร์หลับใหลไปโดยไม่รู้ตัว ในฝันเขาสามารถหนีออกไปจากองค์กรฮันเตอร์ ตามหาคลินตันจนได้รับเชื้อแวมไพร์แล้วตามไปไล่เตะปากของเดสมอนอย่างสาสมใจ

"เมื่อวานแผลยังสมานตัวดีอยู่แท้ๆ ไปทำอะไรมาแผลถึงได้เปิดอีกล่ะ" บาทหลวงที่มาทำแผลให้ดุคนไข้ที่ไม่ดูแลตนเอง

"เผลอดิ้นตกเตียงน่ะครับ รบกวนคุณพ่อแล้ว" อาร์เธอร์ยิ้มแหย

เขาพลาดโอกาสหนีอีกแล้วดันเผลอหลับไปเสียได้! ตื่นขึ้นมาอีกทีก็มีบาทหลวงเข้ามาทำแผลให้แล้ว

บาทหลวงส่ายหน้าอย่างหน่ายใจ "ลูกเองก็ต้องระวังหน่อย เป็นถึงผู้ได้รับพรศักดิ์สิทธิ์แท้ๆ เป็นอะไรขึ้นมาพ่อคงกลายเป็นคนบาปหนาแล้ว"

อาร์เธอร์รับคำอีกสองสามครั้งกว่าบาทหลวงจะยอมเก็บของออกจากห้องไป หลังจากเหตุการณ์แสงครั้งนั้นบาทหลวงทุกคนก็เรียกเขาว่าผู้ได้พรศักดิ์สิทธิ์จากพระเจ้า อาร์เธอร์ไม่เข้าใจความหมายของมัน เขาลองหยิบกางเขนเงินขึ้นมาเพื่อใช้พลังอ่านใจบาทหลวงก็ไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากนัก เหมือนจะเป็นตำนานอะไรสักอย่างตามคำสอนของโบสถ์อาญาสวรรค์

อาร์เธอร์ถูกกำชับให้นอนอยู่แต่ในห้องไปอีกสองวันเต็ม เขารู้สึกเบื่อหน่ายเต็มทน ได้แต่นอนหมุนกางเขนเงินของฮันเตอร์ฝึกหัดในมือเล่น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกางเขนเงินที่ห้อยออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเดสมอน

"นายเปลี่ยนกางเขนแล้วเหรอ?" อาร์เธอร์ขี้คร้านจะพูดสุภาพกับคนคนนี้อีก สรรพนามจึงเปลี่ยนไปด้วย

"ใช่ นายเองก็จะเปลี่ยนได้หลังเลื่อนขั้นเป็นฮันเตอร์ระดับสาม" เดสมอนตอบโดยไม่ละสายตาจากหนังสือ

อาร์เธอร์มองใบหน้าด้านข้างของเดสมอน ใบหน้าเย็นชาดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบภายใต้กรอบแว่น

หมอนี่เป็นแวมไพร์ได้เลยนะนี่ น่าจะล่อมนุษย์เพศหญิงมาได้เยอะ

"งั้นฉันก็ไม่อยากเปลี่ยน" เขาไม่ได้อยากเป็นฮันเตอร์นี่นะ

เดสมอนขมวดคิ้ว ละสายตามาจากหนังสือ "นายไม่อยากเลื่อนระดับ?"

"ก็ใช่น่ะสิ ฉันไม่ได้อยากเป็นฮันเตอร์ตั้งแต่แรกนี่" อาร์เธอร์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

คำพูดส่งๆ กลับทำให้เดสมอนปิดหนังสือแล้วเดินมาหาคนบนเตียง มือข้างหนึ่งพาดเท้าอยู่บนหัวเตียงก้มลงมองคนที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่

อาร์เธอร์แอบตกใจกับการกระทำปุบปับของอีกฝ่าย "อะ...อะไรของนาย?"

เดสมอนมองเข้าไปในดวงตาสีทองคู่โต ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาไม่ได้เย็นชาเหมือนปกติแต่กลับจ้องมองมาอย่างจริงจังจนอาร์เธอร์ไม่อาจละสายตาหนีได้

"นายต้องเลื่อนขั้นเพื่อมาเป็นคู่หูของฉัน ฉันจะทำให้นายเป็นอาวุธที่ดีที่สุดของมวลมนุษยชาติ ทำให้นายเป็นนักฆ่าปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุด"

อาร์เธอร์อึ้งกับความตั้งใจของเดสมอน จะทำให้เขาเป็นอะไรนะ? อาวุธของมนุษย์? นักฆ่าปีศาจ?

ตลกแล้ว! เขาจะต้องกลับไปเป็นราชาแวมไพร์ผู้ยึดครองโลก ปกครองทุกสรรพชีวิต ปล่อยให้ลูกน้องออกอาละวาดจนมนุษย์ต้องอกสั่นขวัญแขวนทุกค่ำคืนต่างหาก!

'แข็งแกร่งที่สุดรองลงมาจากฉันน่ะนะ'

"..."

อาร์เธอร์ที่ถือกางเขนเงินอยู่ได้ยินความคิดต่อท้ายประโยคที่เดสมอนพูดก็หายตกใจกลายเป็นความรู้สึกอยากตีคนแทน

เดสมอนที่ตั้งใจจะเลี้ยงอาร์เธอร์ให้เป็นคู่หูสุดแกร่งจึงปฏิบัติตัวกับเขาดีขึ้นบ้าง เห็นว่าแท้จริงแล้วอดีตราชาแวมไพร์เป็นคนที่รักครอบครัวมาก ตอนนี้ก็ยังพูดว่าจะไปตามหาสร้อยล็อกเกตรูปครอบครัวอยู่ไม่ขาดปาก ความจริงชนวนสงครามฆ่าล้างมนุษย์ในชาติก่อนก็เริ่มมาจากที่ครอบครัวของเขาถูกสังหาร

"องค์กรฮันเตอร์มีเหยี่ยวส่งสารอยู่ นายสามารถเขียนจดหมายถึงครอบครัวได้"

"นายคงไม่ได้หลอกเอาที่อยู่บ้านจากชั้นเพื่อจับครอบครัวฉันไปเป็นตัวประกันหรอกนะ"

"นั่นขึ้นอยู่กับว่านายทำตัวยังไง"

"..." การพูดกับคนคนนี้เหมือนเปลี่ยนให้คนกลายเป็นสตรีตั้งครรภ์ ตอนนี้อาร์เธอร์อารมณ์แปรปรวนเสียยิ่งกว่าตอนแม่ท้องน้องชายเขาเสียอีก

เดสมอนพยุงเขาไปนั่งบนโต๊ะเพื่อเขียนจดหมาย พอจับปากกาถ้อยคำมากมายที่อยากส่งไปหาครอบครัวกลับเอาออกมาไม่ได้ อาร์เธอร์คิดอยู่นานก็ยังไม่จรดปากกาลงไป

"จะเขียนหรือไม่เขียน?"

อาร์เธอร์กลอกตา "นายจ้องฉันขนาดนี้ใครมันจะไปเขียนอะไรออก ไปๆ ไปอ่านหนังสือของนายต่อไป"

เดสมอนยอมทำตามแต่เหลือบมองเพื่อจับตาดูอยู่เป็นระยะๆ

ไม่มีคนจับจ้อง อาร์เธอร์ค่อยนึกอะไรขึ้นมาได้บ้าง เขาอยากบอกคนที่บ้านให้ไม่ต้องเป็นห่วงเขา และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลออกไปมากจึงเขียนไปได้แค่เพียงสั้นๆ เสร็จแล้วก็ปิดผนึกส่งให้กับเดสมอน

"อืม ฉันจัดการเอง นายไปนอนบนเตียงซะ" เดสมอนรับจดหมายมาแล้วสั่งคน

อาร์เธอร์บ่นอุบอิบแต่ก็เดินกลับไปยังเตียงของตัวเอง ตอนกลางวันเดสมอนอนุญาตให้เขาไปนอนที่เตียงของตัวเองได้

เดสมอนจับตาดูทุกฝีก้าวจนเห็นอีกฝ่ายนอนลงไปดีแล้ว มือก็เอื้อมไปจับกางเขนเงินที่ห้อยออกมาจากกระเป๋ากางเกง โซ่สีเงินลอยออกมาจากอากาศพันรัดแขนขาของอาร์เธอร์ไว้กับเสาเตียง

"ทำบ้าอะไรของนาย ฉันไม่ใช่นักโทษหลบหนีนะ!"

"ไม่ต้องกังวล ฉันเลี่ยงให้ไม่กระทบบาดแผล"

"ใครเขาสนเรื่องนั้นกัน!"

เดสมอนปิดประตูห้องทิ้งให้อาร์เธอร์โวยวายอยู่อย่างนั้น

ที่เรือนเหยี่ยวส่งสาร เดสมอนเปิดจดหมายออกโดยใช้พลังทำให้ผนึกไม่เสียหาย เขาได้ความคิดนี้ได้มาจากที่อาร์เธอร์ใช้เปิดประตูห้องเพื่อหนีเมื่อคืน เดสมอนยังไม่ไว้ใจอดีตราชาแวมไพร์เต็มที่ แม้เจ้าตัวจะเป็นมนุษย์อยู่ หัวใจก็ยังเต้น ร่างกายยังคงอบอุ่น แต่พฤติกรรมบางอย่างก็มักจะทำให้เดสมอนเกิดความเคลือบแคลง โดยเฉพาะท่านอนที่เป็นเอกลักษณ์ของแวมไพร์ เผ่าพันธุ์ที่ใช้โลงศพต่างที่นอนหลับใหลในยามรุ่งอรุณ อาร์เธอร์ถอดแบบออกมาเหมือนทุกประการ เดสมอนจึงตัดสินใจเปิดจดหมายของอีกฝ่ายดู

'ถึงครอบครัวที่รัก

ผมยังไม่ตาย แต่ดูเหมือนจะเป็นผู้มีพลังพิเศษเลยถูกจับเข้าเป็นสมาชิกองค์กรฮันเตอร์

คนที่นี่เฮงซวยมากแต่ผมดูแลตัวเองได้ อีกอย่างยังมีรูมเมทที่พึ่งพาได้ ไม่ต้องเป็นห่วง

ถ้าหาทางกลับไปได้จะกลับไปทันที

ปล. เตรียมของสำหรับย้ายบ้านหนีองค์กรบัดซบนี่ให้ผมด้วย

รักและคิดถึง

อาร์เธอร์ แชมเบิร์ต'

เดสมอนอ่านจบก็เผลอหัวเราะออกมา เขาคงจะคิดมากไปเอง พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงแอบโรยผงเงินใส่ทั่วทั้งในจดหมายจนเป็นเนื้อเดียวกับกระดาษแล้วปิดผนึกดังเดิมก่อนจะนำไปติดขาเหยี่ยวที่เกาะอยู่บนแขน สะบัดส่งมันขึ้นบิน

จากนั้นเขาก็เดินไปโรงอาหารเพื่อรับข้าวให้ตัวเองและอาร์เธอร์ไปกินที่ห้อง ฮันเตอร์เป็นพวกรักสันโดษ มีสมาชิกไม่มากที่จะมานั่งกินที่โรงอาหาร ยิ่งคนที่จับกลุ่มกินด้วยกันยิ่งมีน้อย ส่วนมากไม่เป็นสหายก็เป็นศิษย์อาจารย์

ด้วยเหตุนี้คนครัวจึงจัดอาหารไว้ในกล่องไม้เสียส่วนใหญ่ เมื่อเดินเข้ามาถึงก็หยิบออกไปได้เลย ทั้งสะดวกและรวดเร็วยิ่ง

เดสมอนคว้ากล่องไม้สองกล่องมาแล้วสาวเท้าตรงกลับห้อง ก่อนออกจากประตูโรงอาหารก็สวนเข้ากับกลุ่มคนสวมปลอกแขนสีเขียว คนริมสุดยื่นขาออกมาจงใจเตะเข้าที่กล่องอาหารในมือของเดสมอน

เดสมอนเพียงแค่เบี่ยงตัวออกเล็กน้อยแล้วเดินต่อโดยไม่สนใจ

ชายผมสีน้ำตาลเห็นแผนการกลั่นแกล้งของตนไม่สำเร็จก็ตะโกนออกมาด้วยความโมโห "หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!"

เดสมอนไม่สนใจยังคงก้าวเท้าไปข้างหน้า สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มคนข้างหลัง หนึ่งในนั้นเห็นเดสมอนไม่ยอมหยุดก็หยิบกางเขนเงินร่ายน้ำแข็งแช่ประตูโรงอาหารไว้ เดสมอนหยุดฝีเท้าลงทำให้ผู้ใช้พลังน้ำแข็งแค่นเสียงเย้ยหยัน แต่แล้วเดสมอนก็ก้าวเท้าต่อ

"ไม่เห็นเหรอว่าประตูถูกปิดตายไปแล้ว คิดจะพังออกไปหรือไง? คิดว่าเลื่อนเป็นฮันเตอร์ระดับสามแล้วจะทำลายข้าวของได้ตามใจชอบเหรอ ทุกคนไม่ได้ใจดีกับแกเหมือนคุณวาเนสซ่าหรอกนะ"

"หึ! อาศัยว่าคุณวาเนสซ่าใจดียอมต่อให้นายชนะการประลองแล้วจะทำตัวกร่างไม่เห็นหัวคนอื่นอยู่ในสายตาได้รึ คนทรยศอย่างแกอยู่ในองค์กรได้อีกไม่นานหรอก!"

"นั่นอะไร ถือข้าวกล่องสองกล่อง? อย่าบอกว่ากลายเป็นลูกน้องของเด็กใหม่ที่ตัวเองพามาไปแล้วล่ะ"

"ก็ว่าทำไมหลังจากกระตุ้นพลังพิเศษแล้วก็ไม่เห็นเจ้านั่นอีกเลย หรือความจริงแกเอาเขาไปขังไว้เพราะยอมรับไม่ได้ที่เขามีพลังกดข่มที่เหนือกว่าตัวเองกันแน่"

เดสมอนหยุดฝีเท้า ค่อยๆ หันหลังมาเผชิญหน้ากับกลุ่มฮันเตอร์ฝึกหัดอย่างมั่นคง อีกฝ่ายเห็นดังนั้นคิดว่ายั่วยุเดสมอนสำเร็จก็หัวเราะชอบใจออกมา กลุ่มคนเริ่มกระจายตัวออกไปรุมล้อมเดสมอนไว้ตรงกลาง

"พวกแก" นัยน์ตาสีน้ำเงินหม่นแสงจนเข้มขึ้น เดสมอนปรายตามองคนรอบๆ อย่างเย็นชาจนคนโดนมองต่างพากันขนหัวลุก

"พวกแกอย่ามาขัดขวางเวลากินข้าวของฉันนะโว้ย!"

สิ้นเสียงกลุ่มคนที่ล้อมเดสมอนไว้อยู่ก็โจมตีใส่พวกเดียวกันเอง คนหนึ่งถูกแช่แข็งจนถึงเอว คนหนึ่งซัดสายฟ้าไปช็อตคนข้างๆ อีกคนเหวี่ยงค้อนเงินใส่อีกคน โรงอาหารวุ่นวาย คนครัวพยายามออกมาห้ามพวกเขาเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับโรงอาหารไปมากกว่านี้

เดสมอนที่ยืนอยู่กลางวงล้อมแห่งความอลเวงถูกคว้ามือไว้ "ไปกันเถอะ"

อาร์เธอร์ลากเดสมอนออกประตูที่เขาใช้พลังกดข่มละลายน้ำแข็งไปแล้วตั้งแต่ตอนเข้ามา เดสมอนมองมือน้อยๆ ที่กำลังลากจูงเขา มือบอบบางสีขาวอมชมพูแสดงถึงเลือดที่ไหลเวียนอยู่ภายใน มือเล็กที่กำข้อมือเขาไว้แน่น มือที่อบอุ่นจนละลายกำแพงน้ำแข็งสูงชันที่เขาสร้างไว้ในใจ

อาร์เธอร์ที่จูงเขาอยู่ไม่ใช่ราชาแวมไพร์ แต่เป็นมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ มนุษย์ที่ปกป้องเขาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งที่ตัวเล็กเพียงครึ่งของเขา แรงก็น้อยไม่ถึงหนึ่งในสิบของเขา โดนเขารังแกเอาเปรียบมากมาย แต่สุดท้ายก็ยังเป็นคนเดียวที่เอาตัวเข้ามาบังเขาไว้ไม่ว่าจะในครั้งนี้หรือครั้งก่อน

เดสมอนรู้สึกหวงแหนคนตรงหน้าอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เขาปฏิญาณไว้กับตนเองในใจ

จะไม่มีวันยอมให้คนคนนี้กลายเป็นแวมไพร์โดยเด็ดขาด!

"นายมาที่โรงอาหารได้ยังไง?"

"บาทหลวงชไนเดอร์บอกว่าแผลฉันหายดีแล้วน่ะ ทำแผลเสร็จก็หิวเลยออกมาหาอะไรกิน"

ความจริงแล้วอาร์เธอร์ก็คิดจะแอบหนี แต่เขาดันหลงทางนี่สิ! พอมาใกล้โรงอาหารก็ได้ยินความคิดน่าโมโหของพวกฮันเตอร์ฝึกหัดที่มาหาเรื่องเดสมอน เขารู้สึกโกรธแทนเจ้าอดีตอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ยืนหยัดคนสุดท้ายคนนี้จริงๆ ถวายกายใจเพื่อปกป้องมนุษย์เหล่านี้ช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย!

สุดท้ายก็บุกเข้ามาแล้วควบคุมจิตใจให้ฮันเตอร์พวกนั้นเห็นพวกเดียวกันเป็นเดสมอนที่กำลังโจมตีเพื่อนของตนอีกที แต่ละคนก็เห็นแบบนั้นเป็นทอดๆ จึงเกิดเหตุการณ์ตะลุมบอนยุ่งเหยิงในโรงอาหารขณะนี้

"บาทหลวงปลดโซ่ให้นายเหรอ?"

อาร์เธอร์เกือบหลุดพูดออกไปว่าเขาปลดมันออกเองได้ก่อนที่บาทหลวงจะมาซะอีก "ใช่แล้ว โซ่นั่นดูเปราะบางกว่าที่คิดนะ กางเขนของนายคุณภาพไม่ดีเหรอ? ขนาดกางเขนยังเอามารังแกกันได้ องค์กรเฮงซวยนี่มันน่าอยู่ตรงไหนฉันไม่เข้าใจนายเลยจริงๆ"

เดสมอนฟังอาร์เธอร์บ่นไปลากเขาไป สักพักก็กลับถึงห้องนอนของพวกเขา

"อันที่เข้ากับฉันเป็นของสืบทอดตระกูลหัวหน้าองค์กร ฉันไปแย่งไม่ได้เลยเอาอันอื่นมาแทน" เดสมอนอธิบายให้อาร์เธอร์ฟัง

"อ้อ"

อาร์เธอร์ไม่ได้แปลกใจกับคำตอบของเดสมอนมากนัก เพราะชาติที่แล้วเดสมอนก็ห้อยกางเขนเงินของตระกูลผู้สืบทอดหัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกัน กางเขนเงินที่สืบทอดมาจากตระกูลผู้นำทั้งสาม หอคอยอัศวินศักดิ์ องค์กรฮันเตอร์ และโบสถ์อาญาสวรรค์นั้นพิเศษตรงที่เป็นกางเขนเงินที่หลอมออกมาจากใจกลางกางเขนศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสามสถานศักดิ์สิทธิ์โดยผู้ก่อตั้งทั้งสาม ผู้ที่ได้รับพรจากพระเจ้านำมาสู่โลกมนุษย์เป็นครั้งแรก จึงมีทั้งความบริสุทธิ์และพลังศักดิ์สิทธิ์ที่มากกว่ากางเขนเงินทั่วไป เดสมอนทั้งมีพลังสร้างเงินและแข็งแกร่งเป็นอย่างมากจึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้รับเลือกจากกางเขนของทั้งสองตระกูล

เรื่องเหล่านี้ย่อมไม่สำคัญสำหรับราชาแวมไพร์ผู้เคยพิชิตลัทธิทั้งสามมาแล้ว อาร์เธอร์จึงสนใจสิ่งที่สำคัญมากกว่า

"กินข้าวกันเถอะ ฉันหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ One thousand years later

    บทพิเศษOne thousand years later"เดสมอน ฉันอยากไปดูหนัง นะ นะ น้าาา"อาร์เธอร์งอแงโวยวาย ภาคต่อของภาพยนต์ชื่อดังที่เขาชื่นชอบกำลังเข้าฉายอยู่ในโรง อาร์เธอร์เห็นโฆษณาในโทรทัศน์ว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วจึงอดใจไม่อยู่ หากเขาต้องรอให้เรื่องนี้เข้าแอพพลิเคชั่นดูหนังก็อีกตั้งเป็นเดือน เขาต้องขาดใจก่อนแน่ๆ!กาลเวลาผันผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยนแปลง จากบ้านหลังน้อยสุดท้ายถูกรังสรรค์ให้เป็นคฤหาสน์เงินตั้งอยู่ตำแหน่งเดิมเร้นลับจากผู้คน ที่ทั้งสองตัดสินใจสร้างบ้านใหม่ให้เป็นคฤหาสน์เนื่องจากนานวันเข้าอาร์เธอร์ยิ่งมีนิสัยเหมือนกับแวมไพร์มากขึ้นทุกที เห็นของอะไรต้องตาก็เป็นต้องเก็บสะสม เดสมอนห้ามเท่าไรก็เอาไม่อยู่ จึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีห้องหับมากมายเพื่อเก็บของสะสมของราชาแวมไพร์ รวมถึงมีห้องใต้ดินเพื่อหมักไวน์ให้เดสมอนดื่มอีกต่างหาก พวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงินทองเพราะมีพลังแร่เงินของเดสมอน เพียงแต่..."เราไม่ได้ออกไปไหนมาหลายปีแล้ว สกุลเงินจะเปลี่ยนรึยังก็ไม่รู้""ไปไถเอาจากคลินตันก็ได้ ยังไงฉันก็ต้องไปเติมเลือดใส่ล็อกเกตก่อนที่หมอนั่นจะออกอาละวาดไปกัดมนุษย์มั่วซั่วอยู่ดี และก็ยังต

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ ความลับของปาปากับมามา

    บทพิเศษความลับของปาปากับมามาเดสมอนกลับมาที่บ้านเงินของพวกเขา แม้โลกจะสงบสุขมาเป็นเวลาหลายปี เขาก็ยังคงตระเวนออกไปทำหน้าที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆ นาๆ ที่สามสถานศักดิ์สิทธิ์เข้าไม่ถึง รวมถึงช่วยประคับประคองให้ระบบจัดสรรเป็นไปด้วยดี ไม่มีปีศาจแอบฉกชิงผลประโยชน์และไม่มีมนุษย์ขับไล่ไสส่งปีศาจยามนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ดวงอาทิตย์แผดแสงเจิดจ้าผ่ากลางศีรษะของพวกเขา สูบเอาพลังในการใช้ชีวิตไปจากทุกอณูรูขุมขนของแวมไพร์ แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่เด็กเล็กกำลังเปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการที่จะเล่นสนุกอาร์เธอร์นั่งนิ่งถือร่มกันแดดให้กับตัวเขาเองและหลานสาว พวกเขานั่งอยู่บนผ้าปูรองพื้นสนามหญ้าตัดสั้นหน้าบ้าน เอ็ดน่าวัยสามขวบกำลังหยิบจับถ้วยและกาน้ำชาทำทีเป็นต้มชาและตัดก้อนดินต่างขนมเค้กใส่ใบไม้ยื่นให้กับอาร์เธอร์ที่ตาลอยไปแล้ว เขานั่งแข็งค้างราวกับวิญญาณหลุดลอย ขาดก็แต่น้ำลายไหลยืดออกจากปากที่เผยอค้าง เดสมอนหัวเราะขบขันก่อนจะเดินเข้าไปหาพวกเขา"อาร์เธอร์ กินขนมเค้กสิ หนูทำสุดฝีมือเลยนะ"เอ็ดน่าเพิ่งจะมีอายุได้สามขวบก็มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ไวกว่าที่ป้าแอนน์บอกมาถึงสองสามปี แต่ยัยหนูกลับไม่ได้เปลี่ยนเป็น

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ งานวิวาห์ใต้แสงดาว

    บทพิเศษงานวิวาห์ใต้แสงดาวหลังประกาศยุคสมัยใหม่แห่งการอยู่ร่วมกันของปีศาจและมนุษย์ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ผู้เข้าร่วมการจัดสรรก็มีมากขึ้นไปตามกาลเวลา โลกสงบสุขเสียจนสามสถานศักดิ์สิทธิ์แทบจะกลายเป็นพวกว่างงานสตรีศักดิ์สิทธิ์นั่งเหม่อมองอยู่ริมหน้าต่างบนชั้นสูงสูดของหอคอยที่เดิมเป็นที่สถิตของกางเขนศักดิ์สิทธิ์ เธอไม่มีภารกิจช่วยเหลือมนุษย์มาหลายเดือนแล้ว"เวโรซ่า เกษียณเถอะ"เวโรซ่านิ่งอึ้ง เธอหันไปหาหัวหน้าอัศวินศักดิ์ที่เดินมาหยุดยืนข้างหลังเธอ "ฉันยังต่อสู้ได้ ปีศาจที่ไม่เชื่อฟังยังมีอยู่มาก อสูรกายเองก็ปรากฏตัวมากขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์ยังต้องการความช่วยเหลือ""เดสมอนกับราชาแวมไพร์จัดการได้ดี ไม่ตกถึงมือพวกเราหรอก" ดันเซลกล่าว"แต่..."ไม่รอให้เธอได้พูดจนจบ ดันเซลคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือใหญ่ช้อนมือเรียวสวยของหญิงสาวขึ้นมาจุมพิต"เวโรซ่า ความหมายของฉันคือ แต่งงานกันเถอะ"งานวิวาห์จัดขึ้นในโบสถ์ของหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ดันเซลผู้เก็บเดสมอนมาเลี้ยงรวมถึงมอบนามสกุลของตนให้แก่เขาแน่นอนว่าพระเจ้าต้องมาร่วมเป็นสักขีพยานความรักในครั้งนี้ด้วย เดสมอนพาอาร์เธอร์มานั่งที่เก้าอี้แถวแรกสุด รัศมีเรืองรองขอ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ สตอล์กเกอร์ต้องสาป

    บทพิเศษสตอล์กเกอร์ต้องสาปหมู่นี้อาร์เธอร์มักรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองมา แต่ตัวเขาเองก็สัมผัสถึงผู้ใดในระยะใกล้เคียงไม่ได้จึงไม่ได้ใส่ใจนัก"คิดไปเองล่ะมั้ง"ช่วงเวลากลางวันนั้นเป็นเวลาของมนุษย์ อาร์เธอร์มักจะง่วงหาวนอนตามประสาแวมไพร์ที่เข้าสู่ห้วงนิทราหลบแสงอาทิตย์ เดสมอนออกไปทำงานในช่วงเวลานั้นทิ้งให้คนรักนอนอุตุคอยเลี้ยงหลานสาวตัวจ้ำม่ำที่บ้าน ช่วงพลบค่ำแวมไพร์จึงตื่นเต็มตา งานอดิเรกใหม่ของเขาคืออุ้มยัยหนูไปเล่นที่ลานทุ่งหญ้ากว้างที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าเลยออกไปไม่ไกลจากบ้านของพวกเขานักเดสมอนกลับมาถึงบ้านหลังดวงอาทิตย์ลาลับฟ้า วันนี้เขาไปจัดการแบ่งงานในส่วนขององค์กรฮันเตอร์แห่งใหม่ที่เริ่มจะเข้ารูปเข้ารอยทำให้กลับมาบ้านค่อนข้างช้า เมื่อกลับมาก็ไม่พบใครอยู่แล้ว เดสมอนคาดว่าอาร์เธอร์คงพาเอ็ดน่าไปเดินเล่นที่ทุ่งหญ้าอีกตามเคย เขาจึงออกตัวมุ่งหน้าไปยังลานทุ่งหญ้าทันที"สูงอีกเหรอ? เอ้า! สูงอีก"อาร์เธอร์โยนหลานสาววัยยังไม่ถึงขวบปีดีขึ้นฟ้า ตัวเขารอรับอยู่ข้างล่างพร้องกางปีกทั้งสองข้างออกไว้กันเขารับพลาด เอ็ดน่าตัวน้อยบัดนี้ตัวหนาหนักกลมดิ๊กเหมือนลูกหมีมากกว่าลูกหมาป่า เธอหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบ

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทพิเศษ เมฟวิน โรซารีน

    บทพิเศษเมฟวิน โรซารีนอาร์เธอร์รีบมุ่งหน้าไปยังศูนย์จัดสรรที่อยู่ไม่ไกลจากกางเขนศักดิ์สิทธิ์ยักษ์อันใหม่มากนัก ราชาแวมไพร์เพียงแค่คลุมผ้าคลุมลวกๆ ปกปิดผิวหนังซีดเซียวภายใต้ผ้าขนสัตว์ผืนหนา แต่ผ้าคลุมจะผืนใหญ่เท่าใดก็ไม่อาจปิดบังปีกค้างคาวที่ยืดสยายเต็มอัตราพร้อมกับสะบัดออกแรงบินเหินขึ้นไปในนภาได้ปีกเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดและฟื้นฟูได้ยากที่สุดของแวมไพร์แต่อาร์เธอร์ไม่ได้สนใจ อาการบาดเจ็บที่ไม่อาจฟื้นฟูกลับมาภายหลังสงครามทำให้เขาบินได้ช้ากว่าเดิม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังฟื้นฟูได้ทันแสงแดดยามย่ำรุ่งที่ยังพอมีม่านเมฆและภูเขาช่วยบดบังลำแสงสาดส่องจากดวงอาทิตย์ได้บ้าง ราชาแวมไพร์ร่อนลงยังอาคารหินหลังหนึ่งอันเป็นศูนย์จัดสรรที่ตัวเขาเองเป็นผู้ก่อตั้ง"อาร์เธอร์ ตายจริง! นายบินมาทั้งอย่างนี้เลยเนี่ยนะ แล้วเดสมอนล่ะ เขาไม่ได้พานายมาเหรอ?"เออร์ธา ลูกครึ่งมนุษย์หมาป่า น้องสาวของอัลเฟรดรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลการจัดสรรตรงปรี่เข้ามาหาอาร์เธอร์"เขาออกไปทำงานทางฝั่งมนุษย์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ฉันได้ยินรายงานก็รีบตรงมาที่นี่เลย ไม่ต้องเป็นห่วงฉันฟื้นฟูได้ทัน เล่าเรื่องด่วนที่ว่ามาเถอะ"เรื่องด่วนที่ศูนย์จัด

  • ราชาแวมไพร์อย่างฉัน ย้อนเวลากลับมาทำไมถึงลำบากนัก   บทที่ 30 ปัจจุบันของฉันและนาย (2)

    บทที่ 30ปัจจุบันของฉันและนาย (2)ในค่ำคืนถัดไป การประชุมครั้งใหญ่ของสองเผ่าพันธุ์ถูกจัดขึ้นใต้ร่มเงาของกางเขนเงินศักดิ์สิทธิ์ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านเหนือซากปรักหักพังของคฤหาสน์ตระกูลคาร์ไลน์ ผู้ร่วมประชุมฝั่งปีศาจมีทั้งผู้นำตระกูลทั้งสี่ของเผ่าแวมไพร์ ผู้นำเผ่ามนุษย์หมาป่าไวเวิร์น และผู้นำเผ่าสัตว์อสูรอีกนานาชนิด ส่วนทางด้านฝั่งมนุษย์ก็มีทั้งหัวหน้าหอคอยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ หัวหน้าโบสถ์อาญาสวรรค์และหัวหน้าองค์กรที่ล่มสลายจากสงครามครั้งนี้อย่างคาร์ลอส ฮันต์ รวมถึงผู้นำเมืองมนุษย์ต่างๆเดสมอนในฐานะพระเจ้าของทางฝั่งมนุษย์และอาร์เธอร์ในฐานะราชาปีศาจเป็นประธานในองค์ประชุม สำหรับเดสมอนที่ทุกผู้ทุกคนได้พบเห็นจากปรากฏการณ์การจุติไม่มีใครโต้แย้งสำหรับเรื่องนี้ ส่วนอาร์เธอร์เองเผ่าพันธุ์ปีศาจปกครองกันด้วยความแข็งแกร่งอยู่เดิม เพียงแผ่รัศมีแห่งราชาออกไปก็ไม่มีปีศาจตนใดสามารถคัดค้านได้แล้ว"กางเขนศักดิ์สิทธิ์เองก็รวมตัวกันเหลือเพียงอันเดียวแล้ว ฉันมีความเห็นให้ยุบรวมสามสถานศักดิ์สิทธิ์ไว้ด้วยกันแล้วจัดตั้งเป็นองค์กรใหม่" เดสมอนเปิดประเด็นเสียงปรึกษาหารือดังขึ้นถมเถ มีทั้งผู้ที่คัดค้านและผู้ที่เห็นด้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status