LOGINไป๋เยว่หลิง เบื้องหน้า เขาคือคุณชายตระกูลใหญ่ สูง ขาว ผิวเนียน ดวงตาเรียวยาวราวภาพเขียน หล่อ ชุดขาวบริสุทธิ์(แซ่ไป๋(ขาว)) เป็นนักกระบี่อัจฉริยะในรอบร้อยปี แต่...หลังฉาก เขาเป็นลูกเลี้ยงที่ถูกกดขี่ดูถูกทุกอย่าง ถูกซ้อม วางยา ด่า เฆี่ยน และโดนขืนใจแบบวิปริต เขาจึงเป็นคนเก็บกด ไม่พูด แววตาเย็นชา และโดดเดี่ยว ....วันหนึ่งครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเขาถูกฆ่าล้างตระกูล แต่เขากลับหลงรักนักฆ่าคนนั้น....
View More....วันนี้คือรอบชิง ศิษย์เยว่หลิงผ่านเข้ามาได้ทุกรอบ แม้ร่างกายเขาจะเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำ แต่ก็ไม่ได้หนักหนาหรือแผลลึกอะไร กับเด็กขอทานที่ทั้งถูกซ้อม ทนแดดทนฝน นอนวัดร้าง ดื่มน้ำฝัน เจ็บแค่นี้มันแทบไม่กระทบอะไรกับเขาเลยคู่ต่อสู้เป็นศิษย์เอกสำนักดาบเลื่องชื่ออันดับ 1 ของกว่างโจว ไม่ใช่แค่หน้าตาดีพอประมาณแต่เป็นสุภาพบุรุษ ทุกครั้งที่เขาลงแข่งมักจบด้วยเสียงปรบมือและชื่นชมจากผู้ชมเสมอวันนี้คุณชายไป๋มองหน้าศิษย์โดยไม่พูดอะไร สายตาพวกเขาส่องสะท้อนถึงกันได้อย่างลงตัว พวกเขาเขจ้าใจกันโดยไม่ต้องใช้คำพูดคู่แข่งขึ้นลานประลองด้วยเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ในขณะที่เด็กขอทานขึ้นมาด้วยความเงียบ ไม่มีเสียงด่า แววตาผู้ชมมองเขาด้วยความหวาดกลัว จากวีรกรรมที่เขาทำมาในรอบก่อนๆนั่นเองและแล้วทหารองครักษ์มากมายก็เข้ามา ทุกคนคุกเข่าลง (เหยว่หลิงไม่คุกเข่าแถมเงยหน้าจ้องมองด้วย แม้ว่าเลี่ยงหยางจะพยายามดึงแล้วก็ตาม)และแล้วผู้แทนพระองค์ก็เข้ามา เป็นองค์ชายอายุประมาณ 17 ปี ผิวขาวมาก สูงโปร่ง แก้มขาวอมชมพู ผุ้หญิงบางคนแอบเงยหน้ามองถึงกับเขิน ทำไมองค์ชายหล่อน่ารักขนาดนี้ ใบหน้านั่นสะกดทุกสายตาได้จริงๆเมื่ออค
....ลานประลองยุทธใหญ่แห่งเมืองกว่างโจวปูด้วยศิลา รอยแตกร้าวจากการประลองนับสิบปีซ้อนทับกันราวบาดแผลเก่าวันนี้มันจะถูกจารึกด้วยเลือดใหม่เด็กขอทานผู้หนึ่งยืนอยู่กลางลาน ลมพัดผ่าน ชายเสื้อขาด ๆ ของเขาสะบัดเบา ๆ เผยให้เห็นข้อมือผอมบาง แต่มั่นคงราวเหล็กกล้าชี่เฟิงเขาไม่ยืนท่ากระบี่ ไม่ตั้งลมปราณ ไม่แม้แต่จะเผยพลัง เหมือนคนที่ไม่มีอะไรให้เสียฝั่งตรงข้าม หลี่ต้วนอิง ก้าวออกมา กระบี่เหล็กดำในมือสะท้อนแสงอาทิตย์ ลมปราณพวยพุ่งออกจากฝ่าเท้า ทำให้ฝุ่นรอบตัวลอยขึ้นเป็นวง"หึ! เสนียดข้าเหลือเกิน!"หลี่ต้วนอิงเอ่ยเสียงเรียบ“ไปซะ! ที่นี่ไม่ใช่ที่ของขอทาน!”เสียงฆ้องเริ่มต้นดังขึ้นก้อง!หลี่ต้วนอิงขยับก่อน หนึ่งก้าว ร่างหายไปจากตำแหน่งเดิมฉัวะ!กระบี่ฟันจากด้านข้าง เร็ว รุนแรง และแม่นยำ เป็นกระบี่สายสังหารที่ไม่เปิดช่องว่างให้ตั้งตัวแต่ชี่เฟิง… เอนตัวหลบ คมกระบี่เฉียดปลายผม เส้นผมขาดปลิวร่วงผู้ชมอ้าปากค้าง นี่ไม่ใช่การหลบแบบคนไร้ฝีมือ แต่เป็นการอ่านจังหวะล่วงหน้าหลี่ต้วนอิงไม่หยุด กระบี่สองฟัน สามฟัน สี่ฟัน แต่ละฟันต่อเนื่องราวคลื่นซัด พื้นหินแตกร้าวเป็นเส้นยาวเคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!ในที่สุด
(วันที่ 3) รุ่งอรุณยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า ไป๋เยว่หลิงมาปลุกเด็กขอทานให้ตื่น เขาพูดครั้งเดียวด้วยเสียงเย็นชาว่า"2 วันนี้ ถ้าเจ้าพลาด ข้าจะฆ่าเจ้า"เด็กชายมองแววตานั้นแล้วรู้สึกกลัวมาก เขาจึงยอมแต่โดยดีเรื่องน่าแปลกคือเยว่หลิงให้เลี่ยหยางกลับเข้าไปในเมืองก่อน ส่วนตัวเขาจะอยู่กับเด็กขอทานเพียง 2 คน ซึ่งตอนแรกเลี่ยหยางก็งอแงง แต่เยว่หลิงแววตาจริงจังมาก เลี่ยหยางเลยไม่อยากขัดใจ และขึ้นม้ากลับเข้ามานอนโรงแรมในเมืองแต่โดยดีคืนนั้นเลี่ยหยางถือสุราไฟเล็กขึ้นไปบนหลังคาของหอคอยสูงมองดูไปทางป่าที่มีเยว่หลิงอยู่ด้วยแววตาคิดถึง แสงจันทร์สะท้อนลงพื้นผิวต่างๆยิ่งทำให้รู้สึกว้าเหว่และโดดเดี่ยว คืนนี้เลี่ยหยางเลยดื่มเยอะจนมีอาการเมามายเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับเข้าห้องพักและนอนไปทั้งๆที่กลิ่นสุราคลุ้งไปหมดและแล้วก็มาถึงวันแข่งขัน ที่สนามประลองคึกคักไปด้วยผู้คนมากมายแห่แหนกันมาดู มีทั้งชาวบ้าน เศรษฐี เหล่าจอมยุทธ และขุนนางราชสำนัก ที่น่าสนใจคือมีแม่ทัพทหารบางนายมาชมการต่อสู้นี้ด้วยณ จุดรับสมัคร เลี่ยหยางยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงนั้นจนเจ้าหน้าที่สงสัยและรำคาญ"นี่เจ้าน่ะ!""ข้าเหรอ?""ใช่ๆ จะสมัครหรือไม่? ถ้า
ไป๋เยว่หลิงนั่งจิบชาดูเด็กขอทานโดนรุมต่อย แม้เขาจะพยายามสู้แค่ไหน แต่หมัดและเท้าจากคนจำนวนมากทำให้ตอบโต้ไม่ทัน แถมพออ่อนแรงโดนล็อคแขนแล้วรุมชกอีกในที่สุดเด็กขอทานก็หมดสภาพ พวกอันธพาลเอาเงินน้อยนิดในขันขอทานนั้นแล้วเดินจากไปแววตาเด็กขอทานที่นอนตะแคงหมดสภาพนั้นไม่ร้องไห้ เขากัดฟันกีอดแค้นที่ตัวเองไม่มีกำลังพอจะปกป้องตัวเองได้เกร๊ง! ทองคำก้อนโตโยนลงขันขอทานของเขา ทำเอาเด็กขอทานรีบเงยหน้าดูผู้ที่โยนมัน คุณชายชุดขาวผิวเนียนละเอียดใบหน้าราวเทพเซียน ดูปุ๊บบก็รู้เลยว่าเป็นพวกชาติตระกูลดี"ขายตัวให้ข้า 4 วัน" ไป๋เยว่หลิงพูด"ได้!" เด็กขอทานมองตาเยว่หลิงเขม็งและตอบเลี่ยหยางแพลมมาถามขัดจังหวะ"เจ้าหนู เจ้าไม่กลัวพวกพี่เอาเจ้าไปทำมิดีมิอร้ายหรือ?""แล้วตอนนี้ข้ายังจะมีอะไรต้องเสียอีกล่ะ?""คนรวยอย่างพวกเจ้าอยากจะเอาร่างกายนี้ไปทำอะไรก็เชิญ!"เคร๊ง!ดาบเลี่ยหยางถูกเยว่หลิงดึงออกมาจากเอวโยนให้เด็กขอทาน"ข้าต้องยกชาคำนับเจ้าเป็นอาจารย์ไหม?""จอกชาแค่พิธี ถ้าใจเจ้าไม่ยอมรับ มันก็แค่พิธีงี่เง่า"เยว่หลิงหันหลันเดินออกไป"ถือดาบแล้วตามข้ามา"ณ สถานที่แห่งหนึ่งของเมืองกว่างโจวที่กว้างใหญ่ ไป๋เยว่ห
....ด้านในสุดของสุสานโบราณเป็นห้องโถงใหญ่เพดานสูงชัน โค้งมนเหมือนท้องมังกร กำแพงเป็นหินขนาดใหญ่ แกะสลัก ลวดลายฟ้า-ดิน-ดวงดาว แสงเทียนหรือคบไฟส่องสะท้อนบนพื้นหินเงาวาว ทำให้ห้องเหมือนเต็มไปด้วยเงาเคลื่อนไหว ความเย็นของหินใต้ดินและความชื้นทำให้เสียงก้องเล็ก ๆ ทุกก้าวที่เดิน เงียบสงัด…จนกระทั่งทุกเสีย
....ก๊อก ..............ก๊อก ....ก๊อกก๊อก เสียงเคาะไม่เป็นจังหวะที่ประตูบ้านหลังเก่าหลังหนึ่ง แล้วมีเสียงออกมาเป็นรหัสลับ"เงาเจ้ายาวเท่าไหร่?""จันทราเป็นผู้กำหนด"แล้วประตูก็เปิดออก เดินเข้าไปด้านในอีก 2 ห้อง ก็พบกลุ่มคนหน้าตานิ่งๆ บ้างยืน บ้างนั่ง มีชายวัยรุ่นคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ลังไม้ตรงกลาง มือจั
....แสงแรกของวันสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างหรูของโรงแรม ไป๋เยว่หลิงลืมตาตื่นขึ้น พบว่าข้างกายว่างเปล่า เขานั่ง หัวใจเต้นแรง รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่แปลกประหลาด“เลี่ยหยาง…?” เสียงของเขาเบา แต่สั่นเครือ เขาไม่เคยตื่นเช้ากว่าข้าเยว่หลิงก้าวลงจากเตียง รีบตรวจรอบห้อง เตียงยังเรียบร้อย สัมภาระเสื้อผ้ายัง
....หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วเยว่หลิงก็หันมาพูดกับเลี่ยหยาง "ข้าอยากกินไข่" นิ่งสักพัก "....ไก่ด้วย" เลี่ยหยางก็มานั่งนึกๆ เขาไม่ค่อยรู้ว่าที่ลั่วหยางนี้มีอาหารจำพวกไข่และไก่อะไรขึ้นชื่อบ้าง จึงเรียกพนักงานขึ้นมาถามและสั่งอาหาร ซึ่งเยว่หลิงเลือกเมนูไข่ 3 อย่างคือ 1. ไข่ต้มชา, 2. ไข่ฟูหรง(ไข่เจ

![หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



