Masuk‘เจาหยวน’ เป็นเพียงโอเมก้าธรรมดาๆ ที่มีชีวิตแสนเรียบง่าย จนกระทั่งโชคชะตาเล่นตลกให้เขาได้แต่งงานกับ ‘เสิ่นหลาง’ อัลฟ่าทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ เขาเตรียมใจรับมือกับดราม่าละครน้ำเน่าทุกรูปแบบ... การถูกดูถูกเหยียดหยาม การถูกบังคับให้เลิกรา หรือกระทั่งฉากในตำนานอย่างการถูกไล่ออกจากชีวิตลูกชายเขาด้วยเงินสิบล้าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม... นอกจากจะไม่ถูกไล่ตะเพิดแล้ว เขายังกลายเป็นลูกสะใภ้คนโปรดที่ได้รับความรักจากบ้านสามีอย่างท่วมท้น จนลูกชายแท้ๆ อย่างเสิ่นหลางยังต้องน้อยใจ! ห้าปีผ่านไป... พร้อมกับลูกชายฝาแฝดสุดป่วนอีกสองคน เจาหยวนก็ยังคงเฝ้าถามคำถามเดิมในใจทุกวัน... "เมื่อไหร่คุณแม่สามีจะจ้างผมเลิกกับลูกชายด้วยเงินสิบล้านสักที?"
Lihat lebih banyakสุดสัปดาห์แรกของการมีถวนถวนเป็นเหมือนบททดสอบความอดทนครั้งใหญ่ของเจาหยวนวันเสาร์เริ่มต้นขึ้นด้วยการที่เจ้าหมาน้อยตัดสินใจว่าพรมขนแกะราคาแพงนำเข้าจากเปอร์เซียในห้องนั่งเล่นคือสถานที่ที่ดีที่สุดในการ ‘ทำธุระส่วนตัว’ เสิ่นหลางอาสาที่จะจัดการทำความสะอาดด้วยตัวเองโดยใช้เครื่องมือกำจัดคราบไฮเทคที่เขาสั่งซื้อมา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะใช้มันไม่เป็น จนทำให้คราบเล็กๆ ขยายวงกว้างขึ้นเป็นสองเท่า สุดท้ายเจาหยวนก็ต้องเข้ามาจัดการด้วยน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาซึ่งเป็นวิธีบ้านๆ แต่ได้ผลชะงัดตกบ่าย พวกเขาทั้งห้าชีวิตตัดสินใจไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แต่ดูเหมือนว่าถวนถวนจะมีพลังงานของสุนัขลากเลื่อนอยู่เต็มเปี่ยม มันออกแรงดึงสายจูงจนเสิ่นหลางที่ตัวโตราวกับยักษ์ยังแทบจะปลิวตามมันไป เขาลื่นล้มลงไปในกองใบไม้แห้งอย่างหมดท่าท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของลูกชายทั้งสองคน กลายเป็นภาพที่น่าขันจนเจาหยวนต้องรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกและหายนะครั้งสุดท้ายของสัปดาห์ก็มาถึงในวันอาทิตย์ เมื่อถวนถวนค้นพบงานอดิเรกใหม่... การกัดแทะรองเท้าและรองเท้าคู่ที่โชคร้ายก็คือ... รองเท้าหนังจระเข้รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่เส
สามปีต่อมา...กาลเวลาได้พัดพาเอาความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเข้ามาในเพนต์เฮาส์ของครอบครัวเสิ่น เด็กชายฝาแฝดในวัยสี่ขวบ บัดนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่กำลังจะขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่สอง ความป่วนและความวุ่นวายของพวกเขาได้อัปเกรดเลเวลขึ้นตามวัย จากการแย่งของเล่นกลายเป็นการถกเถียงเรื่องการบ้าน จากการวิ่งเล่นซนในบ้านกลายเป็นการวางแผนการทดลองวิทยาศาสตร์แปลกๆ ในห้องตัวเองเช้าวันหนึ่งในฤดูร้อนที่สดใส เจาหยวนกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอนลูกชาย มองภาพความโกลาหลยามเช้าที่คุ้นเคยด้วยสายตาที่ทั้งระอาใจและเอ็นดู“ก็ผมบอกแล้วไงว่าชุดเกราะไอรอนแมนของผมใส่ไปโรงเรียนได้! มันจะได้ปกป้องผมจากเชื้อโรค!” เสิ่นเล่อในวัยเจ็ดขวบยืนเท้าสะเอวเถียงหม่าม้าอย่างไม่ยอมแพ้ แก้มกลมๆ ของเขายังคงอยู่ แต่แววตากลับฉายแววฉลาดแกมโกงขึ้นเยอะ เขาสวมชุดนักเรียนเรียบร้อยแล้ว แต่กลับพยายามจะสวมหน้ากากไอรอนแมนทับเข้าไป“ไม่ได้ครับเล่อเล่อ” เจาหยวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฝึกฝนมาตลอดเจ็ดปี “ที่โรงเรียนมีคุณครูคอยปกป้องเราจากเชื้อโรคอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ชุดเกราะ”ขณะเดียวกัน เสิ่นอันที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกกระเบ
หลายเดือนผ่านไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ กำแพงน้ำแข็งรอบตัวเสิ่นหลางค่อยๆ ทลายลงเมื่ออยู่กับเจาหยวน เขาเริ่มแสดงด้านที่ขี้เล่นและอ่อนโยนออกมาให้เห็นมากขึ้น แต่สำหรับคนนอก เขาก็ยังคงเป็นท่านประธานเสิ่นผู้สุขุมและน่าเกรงขามเช่นเคยแต่แล้วบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ของพวกเขาก็มาถึง... โดยไม่ทันตั้งตัวเจาหยวนรู้สึกไม่สบายมาหลายสัปดาห์แล้ว เขารู้สึกอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ในตอนเช้า ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะพักผ่อนน้อย แต่เมื่อเพื่อนโอเมก้าที่ทำงานทักขึ้นมาประโยคหนึ่ง โลกทั้งใบของเขาก็สั่นสะเทือน“อาการแบบนี้... เหมือนคนท้องเลยนะ”เจาหยวนหน้าซีดเผือด เขารีบไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ เขายืนตัวสั่นอยู่ในห้องน้ำเล็กๆ ของบ้านเช่าตัวเอง จ้องมองผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นบนแท่งพลาสติกในมือ...สองขีดเขาท้อง... เขากำลังจะมีลูกกับเสิ่นหลาง!ความรู้สึกแรกที่ถาโถมเข้ามาไม่ใช่ความยินดี แต่เป็นความกลัวเขากลัวจนแทบสิ้นสติ เขาเป็นใคร? ก็แค่โอเมก้าธรรมดาๆ คนหนึ่ง ส่วนเสิ่นหลางเป็นถึงทายาทของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เรื่องนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร? เส
ห้าปีก่อน...โลกของเจาหยวนในวัยยี่สิบสี่ปีนั้นช่างเล็กและธรรมดาสามัญอย่างที่สุด เขาเป็นเพียงพนักงานระดับล่างในบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง ชีวิตในแต่ละวันของเขาคือการตื่นเช้าเบียดเสียดผู้คนบนรถไฟใต้ดิน นั่งทำงานเอกสารกองโตในคอกสี่เหลี่ยมของตัวเอง ทานอาหารกลางวันราคาประหยัด และกลับบ้านเช่าหลังเล็กๆ ของเขาในตอนค่ำ เป็นวงจรชีวิตที่ราบเรียบและคาดเดาได้ราวกับดูหนังม้วนเดิมซ้ำๆแต่แล้วในบ่ายวันหนึ่งที่ดูเหมือนจะธรรมดาเหมือนทุกวัน โชคชะตาก็ได้ขีดเขียนบทใหม่ให้ชีวิตของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“เจาหยวน” หัวหน้าแผนกเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เอกสารสัญญานี่สำคัญมากนะ ต้องรีบเอาไปส่งให้บริษัทเทียนหลงกรุ๊ปให้ทันก่อนสี่โมงเย็นวันนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะ!”“ครับหัวหน้า!” เจาหยวนรับคำสั่งอย่างแข็งขัน เขารับแฟ้มเอกสารที่หนักอึ้งทั้งจากน้ำหนักของกระดาษและความรับผิดชอบมาถือไว้ในมือแน่น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ ‘เทียนหลงกรุ๊ป’เทียนหลงกรุ๊ปคืออาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นชื่อที่เขาได้ยินแทบทุกวันผ่านสื่อต่างๆ การจะได้ไปเหยียบตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทระดับตำนานเช่นนั้น ทำใ






Ulasan-ulasan