เข้าสู่ระบบ‘เจาหยวน’ เป็นเพียงโอเมก้าธรรมดาๆ ที่มีชีวิตแสนเรียบง่าย จนกระทั่งโชคชะตาเล่นตลกให้เขาได้แต่งงานกับ ‘เสิ่นหลาง’ อัลฟ่าทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ เขาเตรียมใจรับมือกับดราม่าละครน้ำเน่าทุกรูปแบบ... การถูกดูถูกเหยียดหยาม การถูกบังคับให้เลิกรา หรือกระทั่งฉากในตำนานอย่างการถูกไล่ออกจากชีวิตลูกชายเขาด้วยเงินสิบล้าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม... นอกจากจะไม่ถูกไล่ตะเพิดแล้ว เขายังกลายเป็นลูกสะใภ้คนโปรดที่ได้รับความรักจากบ้านสามีอย่างท่วมท้น จนลูกชายแท้ๆ อย่างเสิ่นหลางยังต้องน้อยใจ! ห้าปีผ่านไป... พร้อมกับลูกชายฝาแฝดสุดป่วนอีกสองคน เจาหยวนก็ยังคงเฝ้าถามคำถามเดิมในใจทุกวัน... "เมื่อไหร่คุณแม่สามีจะจ้างผมเลิกกับลูกชายด้วยเงินสิบล้านสักที?"
ดูเพิ่มเติมแสงแดดยามเช้าของเมืองหลวงสาดส่องผ่านกระจกบานสูงจากพื้นจรดเพดาน อาบไล้เพนต์เฮาส์หรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าให้กลายเป็นสีทองอร่าม กลิ่นกาแฟคั่วบดสดใหม่หอมกรุ่นลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ปะปนกับกลิ่นหอมหวานคล้ายชานมไข่มุกจางๆ ซึ่งเป็นกลิ่นฟีโรโมนประจำตัวของเจ้าของร่างโปร่งที่กำลังยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนสีขาวสะอาด
เจาหยวนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ทอดสายตามองทิวทัศน์เมืองที่ยังคงหลับใหลอยู่เบื้องล่าง ความเงียบสงบในยามเช้าตรู่เช่นนี้เปรียบเสมือนโอเอซิสล้ำค่ากลางทะเลทราย เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาจะได้เป็นตัวของตัวเอง ก่อนที่พายุลูกใหญ่... ไม่สิ ต้องเรียกว่าพายุสามลูกถึงจะถูก จะพัดกระหน่ำเข้ามาทำลายความสงบสุขนี้จนหมดสิ้น
ร่างโปร่งในชุดนอนผ้าไหมสีครีมอ่อนดูผ่อนคลาย เส้นผมสีน้ำตาลที่ไม่ได้จัดทรงตกลงมาปรกหน้าผากมน ดวงตากลมโตฉายแววอ่อนโยน แต่หากมองลึกลงไปจะเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าจางๆ ซ่อนอยู่ ริมฝีปากอิ่มได้รูปยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึง ‘พายุ’ ทั้งสามลูกที่ว่า…
ห้าปีก่อน เจาหยวนในวัยยี่สิบสี่ปีเป็นเพียงพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ คนหนึ่ง ชีวิตของเขาเรียบง่ายและราบเรียบราวกับกราฟเส้นตรง จนกระทั่งโชคชะตาเล่นตลกให้เขาได้พบกับ ‘เสิ่นหลาง’ อัลฟ่าทายาทเพียงคนเดียวของเทียนหลงกรุ๊ป กลุ่มบริษัทที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ
ภาพลักษณ์ของเสิ่นหลางในตอนนั้นคือบุรุษในอุดมคติอย่างแท้จริง สูงสง่า หล่อเหลาราวกับเทพสวรรค์ปั้นแต่ง ใบหน้าคมคายติดจะเย็นชา ดวงตาคมกริบดุจอินทรีที่มองเพียงปราดเดียวก็ทำให้คนขาสั่นได้ ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยความสุภาพและภูมิฐานสมบูรณ์แบบ เขาคือท่านประธานผู้สุขุมนุ่มลึกที่เจาหยวนคิดว่าสามารถฝากชีวิตไว้ได้
...ใครจะไปคิดว่าทั้งหมดนั่นคือโฆษณาเกินจริง!
เบื้องหลังภาพลักษณ์ท่านประธานสุดคูล คือตัวตนของ ‘หมาโกลเด้นรีทรีฟเวอร์’ ขี้เล่นตัวยักษ์ที่พร้อมจะพุ่งเข้ามาคลอเคลียเขาทุกเมื่อที่มีโอกาส และหลังจากแต่งงานกัน ความจริงข้อนี้ก็ยิ่งแจ่มชัดขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อมีพยานรัก... ไม่สิ ต้องเรียกว่าพยานแห่งความวุ่นวายที่เพิ่มขึ้นมาอีกสองชีวิตต่างหาก
แกร๊ก...
เสียงประตูห้องนอนเด็กที่เปิดออกเบาๆ ดึงเจาหยวนออกจากภวังค์ เขาวางแก้วกาแฟลง ยืดตัวตรง เตรียมพร้อมรับมือกับการจู่โจมระลอกแรกของวัน
ร่างเล็กป้อมในชุดนอนลายซูเปอร์ฮีโร่สีน้ำเงินเดินออกมาจากห้องนอนก่อนใครเพื่อน นั่นคือ ‘เสิ่นอัน’ แฝดผู้พี่ เด็กชายวัยสี่ขวบมีใบหน้าถอดแบบจากเสิ่นหลางมาทุกกระเบียดนิ้ว แม้จะยังเด็กแต่กลับมีแววตาที่ดูนิ่งสงบเกินวัย เสิ่นอันเดินตรงมาที่เจาหยวนอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าแล้วยกมือน้อยๆ ขึ้นกอดขาเขาไว้
“หม่าม้า... อรุณสวัสดิ์ครับ” เสียงเล็กๆ นั้นราบเรียบ แต่แววตาที่ช้อนมองขึ้นมากลับเต็มไปด้วยความรัก
เจาหยวนยิ้มกว้าง ย่อตัวลงลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชาย “อรุณสวัสดิ์ครับ อันอัน ตื่นเช้าจังเลยนะ”
“เล่อเล่อแย่งผ้าห่ม” เสิ่นอันตอบสั้นๆ ได้ใจความ ก่อนจะซบหน้าลงกับตักของเจาหยวนอย่างออดอ้อนในแบบฉบับของตัวเอง
และยังไม่ทันที่เจาหยวนจะได้ปลอบลูกชายคนโต เสียงตึงตังก็ตามมาติดๆ พร้อมกับร่างป้อมๆ อีกร่างในชุดนอนลายเดียวกันแต่เป็นสีแดงสดที่วิ่งออกมาจากห้องนอนราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่
“หม่าม้า! อรุณสวัสดิ์ฮะ!”
‘เสิ่นเล่อ’ แฝดผู้น้อง มีใบหน้าที่ได้ความน่ารักอ่อนหวานมาจากเจาหยวน แต่ได้นิสัยร่าเริงเกินพิกัดมาจากตัวตนที่แท้จริงของเสิ่นหลางมาเต็มๆ เด็กชายไม่พูดพร่ำทำเพลง โผเข้ากอดเอวเจาหยวนเต็มแรงจนร่างโปร่งแทบเซถอยหลัง
“อรุณสวัสดิ์ครับ เล่อเล่อ เบาๆ หน่อยสิครับ เดี๋ยวก็ล้มกันพอดี” เจาหยวนหัวเราะเบาๆ พลางลูบหัวลูกชายคนเล็กที่กำลังเงยหน้าขึ้นมายิ้มแฉ่งจนตาหยีให้เขา
“เมื่อคืนเล่อเล่อฝันด้วยนะฮะ! ฝันว่าเล่อเล่อขี่ปะป๊าไปสู้กับไดโนเสาร์!”
“ปะป๊าไม่ใช่หมา” เสิ่นอันพูดแทรกขึ้นมาเสียงเรียบ ขณะที่ยังคงกอดขาหม่าม้าไม่ปล่อย
“ปะป๊าเป็นหมาโกลเด้นตัวใหญ่ตะหาก!” เสิ่นเล่อเถียงกลับเสียงดังฟังชัด
เจาหยวนได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ นี่คือบทสนทนาปกติของบ้านเสิ่นในทุกๆ เช้า เขาเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงครึ่ง เขามีเวลาหนึ่งชั่วโมงในการจัดการลิงสองตัวนี้ให้อยู่ในสภาพพร้อมไปโรงเรียน ก่อนจะต้องไปปลุก ‘จ่าฝูงลิง’ ตัวพ่อที่ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง
สงครามยามเช้าได้เริ่มขึ้นแล้ว
เจาหยวนอุ้มเสิ่นเล่อขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนพลางจูงมือเสิ่นอันเดินไปยังห้องน้ำ การอาบน้ำและแปรงฟันผ่านไปอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย เมื่อเสิ่นเล่อตัดสินใจว่ายาสีฟันรสสตรอว์เบอร์รีนั้นน่าอร่อยกว่าจะเอามาแปรงฟัน ส่วนเสิ่นอันก็มัวแต่ยืนเก๊กท่าซูเปอร์ฮีโร่หน้ากระจกเงียบๆ
ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการแต่งตัว เด็กแฝดถูกจับให้นั่งลงบนเตียงนุ่มในห้องนอนของตัวเอง เจาหยวนหยิบชุดนักเรียนอนุบาลซึ่งเป็นเสื้อโปโลสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินเข้มออกมาเตรียมไว้
“วันนี้ใส่ชุดนักเรียนนะครับคนเก่ง”
“ไม่เอา! เล่อเล่อจะใส่ชุดสไปเดอร์แมน!” เสิ่นเล่อประกาศกร้าว พลางทำท่าจะวิ่งหนีไปรื้อตู้เสื้อผ้า
“อันอันด้วย” เสิ่นอันเสริมทัพอย่างรวดเร็ว
เจาหยวนถอนหายใจพรืด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เขาเริ่มใช้ไม้ตายที่ได้ผลเสมอ “ถ้าใครเป็นเด็กดีแต่งตัวเรียบร้อย ตอนเย็นหม่าม้าจะทำพุดดิ้งนมสดให้กินเป็นของว่าง”
ดวงตากลมโตของสองแฝดเป็นประกายวาววับทันที “พุดดิ้ง!” สองเสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่ทั้งคู่จะรีบถอดชุดนอนแล้วสวมชุดนักเรียนอย่างว่าง่ายในบัดดล
เจาหยวนลอบยิ้มในใจ เขารู้ดีว่าไม่มีอะไรจะเอาชนะเด็กสองคนนี้ได้ดีไปกว่าของอร่อยฝีมือหม่าม้าอีกแล้ว
สุดสัปดาห์แรกของการมีถวนถวนเป็นเหมือนบททดสอบความอดทนครั้งใหญ่ของเจาหยวนวันเสาร์เริ่มต้นขึ้นด้วยการที่เจ้าหมาน้อยตัดสินใจว่าพรมขนแกะราคาแพงนำเข้าจากเปอร์เซียในห้องนั่งเล่นคือสถานที่ที่ดีที่สุดในการ ‘ทำธุระส่วนตัว’ เสิ่นหลางอาสาที่จะจัดการทำความสะอาดด้วยตัวเองโดยใช้เครื่องมือกำจัดคราบไฮเทคที่เขาสั่งซื้อมา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะใช้มันไม่เป็น จนทำให้คราบเล็กๆ ขยายวงกว้างขึ้นเป็นสองเท่า สุดท้ายเจาหยวนก็ต้องเข้ามาจัดการด้วยน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาซึ่งเป็นวิธีบ้านๆ แต่ได้ผลชะงัดตกบ่าย พวกเขาทั้งห้าชีวิตตัดสินใจไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แต่ดูเหมือนว่าถวนถวนจะมีพลังงานของสุนัขลากเลื่อนอยู่เต็มเปี่ยม มันออกแรงดึงสายจูงจนเสิ่นหลางที่ตัวโตราวกับยักษ์ยังแทบจะปลิวตามมันไป เขาลื่นล้มลงไปในกองใบไม้แห้งอย่างหมดท่าท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของลูกชายทั้งสองคน กลายเป็นภาพที่น่าขันจนเจาหยวนต้องรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกและหายนะครั้งสุดท้ายของสัปดาห์ก็มาถึงในวันอาทิตย์ เมื่อถวนถวนค้นพบงานอดิเรกใหม่... การกัดแทะรองเท้าและรองเท้าคู่ที่โชคร้ายก็คือ... รองเท้าหนังจระเข้รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่เส
สามปีต่อมา...กาลเวลาได้พัดพาเอาความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเข้ามาในเพนต์เฮาส์ของครอบครัวเสิ่น เด็กชายฝาแฝดในวัยสี่ขวบ บัดนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่กำลังจะขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่สอง ความป่วนและความวุ่นวายของพวกเขาได้อัปเกรดเลเวลขึ้นตามวัย จากการแย่งของเล่นกลายเป็นการถกเถียงเรื่องการบ้าน จากการวิ่งเล่นซนในบ้านกลายเป็นการวางแผนการทดลองวิทยาศาสตร์แปลกๆ ในห้องตัวเองเช้าวันหนึ่งในฤดูร้อนที่สดใส เจาหยวนกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอนลูกชาย มองภาพความโกลาหลยามเช้าที่คุ้นเคยด้วยสายตาที่ทั้งระอาใจและเอ็นดู“ก็ผมบอกแล้วไงว่าชุดเกราะไอรอนแมนของผมใส่ไปโรงเรียนได้! มันจะได้ปกป้องผมจากเชื้อโรค!” เสิ่นเล่อในวัยเจ็ดขวบยืนเท้าสะเอวเถียงหม่าม้าอย่างไม่ยอมแพ้ แก้มกลมๆ ของเขายังคงอยู่ แต่แววตากลับฉายแววฉลาดแกมโกงขึ้นเยอะ เขาสวมชุดนักเรียนเรียบร้อยแล้ว แต่กลับพยายามจะสวมหน้ากากไอรอนแมนทับเข้าไป“ไม่ได้ครับเล่อเล่อ” เจาหยวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฝึกฝนมาตลอดเจ็ดปี “ที่โรงเรียนมีคุณครูคอยปกป้องเราจากเชื้อโรคอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ชุดเกราะ”ขณะเดียวกัน เสิ่นอันที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกกระเบ
หลายเดือนผ่านไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ กำแพงน้ำแข็งรอบตัวเสิ่นหลางค่อยๆ ทลายลงเมื่ออยู่กับเจาหยวน เขาเริ่มแสดงด้านที่ขี้เล่นและอ่อนโยนออกมาให้เห็นมากขึ้น แต่สำหรับคนนอก เขาก็ยังคงเป็นท่านประธานเสิ่นผู้สุขุมและน่าเกรงขามเช่นเคยแต่แล้วบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ของพวกเขาก็มาถึง... โดยไม่ทันตั้งตัวเจาหยวนรู้สึกไม่สบายมาหลายสัปดาห์แล้ว เขารู้สึกอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ในตอนเช้า ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะพักผ่อนน้อย แต่เมื่อเพื่อนโอเมก้าที่ทำงานทักขึ้นมาประโยคหนึ่ง โลกทั้งใบของเขาก็สั่นสะเทือน“อาการแบบนี้... เหมือนคนท้องเลยนะ”เจาหยวนหน้าซีดเผือด เขารีบไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ เขายืนตัวสั่นอยู่ในห้องน้ำเล็กๆ ของบ้านเช่าตัวเอง จ้องมองผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นบนแท่งพลาสติกในมือ...สองขีดเขาท้อง... เขากำลังจะมีลูกกับเสิ่นหลาง!ความรู้สึกแรกที่ถาโถมเข้ามาไม่ใช่ความยินดี แต่เป็นความกลัวเขากลัวจนแทบสิ้นสติ เขาเป็นใคร? ก็แค่โอเมก้าธรรมดาๆ คนหนึ่ง ส่วนเสิ่นหลางเป็นถึงทายาทของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เรื่องนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร? เส
ห้าปีก่อน...โลกของเจาหยวนในวัยยี่สิบสี่ปีนั้นช่างเล็กและธรรมดาสามัญอย่างที่สุด เขาเป็นเพียงพนักงานระดับล่างในบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง ชีวิตในแต่ละวันของเขาคือการตื่นเช้าเบียดเสียดผู้คนบนรถไฟใต้ดิน นั่งทำงานเอกสารกองโตในคอกสี่เหลี่ยมของตัวเอง ทานอาหารกลางวันราคาประหยัด และกลับบ้านเช่าหลังเล็กๆ ของเขาในตอนค่ำ เป็นวงจรชีวิตที่ราบเรียบและคาดเดาได้ราวกับดูหนังม้วนเดิมซ้ำๆแต่แล้วในบ่ายวันหนึ่งที่ดูเหมือนจะธรรมดาเหมือนทุกวัน โชคชะตาก็ได้ขีดเขียนบทใหม่ให้ชีวิตของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“เจาหยวน” หัวหน้าแผนกเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เอกสารสัญญานี่สำคัญมากนะ ต้องรีบเอาไปส่งให้บริษัทเทียนหลงกรุ๊ปให้ทันก่อนสี่โมงเย็นวันนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะ!”“ครับหัวหน้า!” เจาหยวนรับคำสั่งอย่างแข็งขัน เขารับแฟ้มเอกสารที่หนักอึ้งทั้งจากน้ำหนักของกระดาษและความรับผิดชอบมาถือไว้ในมือแน่น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ ‘เทียนหลงกรุ๊ป’เทียนหลงกรุ๊ปคืออาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นชื่อที่เขาได้ยินแทบทุกวันผ่านสื่อต่างๆ การจะได้ไปเหยียบตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทระดับตำนานเช่นนั้น ทำใ






![รรร...ก็แค่ตกกระไดพลอยโจน [mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





ความคิดเห็น