เมื่อไหร่คุณแม่สามีจะจ้างผมเลิกกับลูกชายด้วยเงินสิบล้านสักที

เมื่อไหร่คุณแม่สามีจะจ้างผมเลิกกับลูกชายด้วยเงินสิบล้านสักที

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-12-01
โดย:  Ms. Sloth/Lin Belinda.จบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
28บท
831views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

‘เจาหยวน’ เป็นเพียงโอเมก้าธรรมดาๆ ที่มีชีวิตแสนเรียบง่าย จนกระทั่งโชคชะตาเล่นตลกให้เขาได้แต่งงานกับ ‘เสิ่นหลาง’ อัลฟ่าทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ เขาเตรียมใจรับมือกับดราม่าละครน้ำเน่าทุกรูปแบบ... การถูกดูถูกเหยียดหยาม การถูกบังคับให้เลิกรา หรือกระทั่งฉากในตำนานอย่างการถูกไล่ออกจากชีวิตลูกชายเขาด้วยเงินสิบล้าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม... นอกจากจะไม่ถูกไล่ตะเพิดแล้ว เขายังกลายเป็นลูกสะใภ้คนโปรดที่ได้รับความรักจากบ้านสามีอย่างท่วมท้น จนลูกชายแท้ๆ อย่างเสิ่นหลางยังต้องน้อยใจ! ห้าปีผ่านไป... พร้อมกับลูกชายฝาแฝดสุดป่วนอีกสองคน เจาหยวนก็ยังคงเฝ้าถามคำถามเดิมในใจทุกวัน... "เมื่อไหร่คุณแม่สามีจะจ้างผมเลิกกับลูกชายด้วยเงินสิบล้านสักที?"

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ ครอบครัวเสิ่น (1)

Lelah para peserta upacara seketika lenyap tatkala seorang guru mulai mengumumkan hasil Penilaian Akhir Semester satu. Semua pasang netra tertuju kepada guru tersebut, dengan penuh harapan nama mereka menjadi salah satu siswa berprestasi di sekolah. Bahkan sorot surya yang sangat panas tidak lagi mengganggu mereka.

“Siswa berprestasi jurusan ilmu pengetahuan alam dengan meraih rata-rata nilai ujian delapan puluh sembilan koma enam puluh dua. Selamat kepada RADEN KASTARA DARI SEBELAS IPA SATU!”

Sudah tidak mengherankan lagi jika asma seorang Raden Kastara disebut sebagai peraih juara satu di SMA Garuda. Otak genius serta polahnya yang anteng patut diteladani. Pantas saja banyak guru yang menggadang-gadangnya sebagai siswa kesayangan.

Suara riuh tepuk tangan terdengar sebagai apresiasi atas usaha keras Raden. Laki-laki tampan itu maju ke depan untuk mengambil sebuah hadiah.

“Udah ganteng, pinter pula,” ucap salah satu siswi di barisan paling belakang.

Stevia menoleh kepada sahabatnya yang baru saja berujar demikian. Ia memperhatikan Raden sekilas.

“Lo naksir, Dil?” tanya Stevia sedikit berbisik.

“Suka sama es batu? Nggak dulu.”

Secara mentah-mentah Kadilla membalas pertanyaan Stevia. Stevia menganggukkan kepalanya percaya. Raden memang pintar, namun cowok itu tidak bisa bersosialisasi. Terlalu menutup diri, Stevia yang notabene-nya sebagai teman sekelas tidak pernah mengobrol dengan cowok itu.

“Selanjutnya, siswa berprestasi dari jurusan Ilmu Pengetahuan Sosial ...”

Karena jurusannya sudah disebutkan siapa siswa berprestasi, Stevia tidak lagi berminat mendengarkan pengumuman. Berharap namanya masuk daftar siswa berprestasi? Itu sangat mustahil bagi Stevia.

****

Ekstrakurikuler seni musik hari ini ditiadakan. Stevia, salah satu anggota ekstrakurikuler seni musik yang jago bermain biola itu melirik celah jendela ruang musik. Nada-nada piano membentuk alunan indah menyita perhatiannya. Cukup penasaran dengan siapa di balik permainan piano itu, Stevia membuka pintu ruang musik.

“Raden,” gumamnya pelan. Raden masih belum sadar akan kehadiran Stevia. Laki-laki itu tetap melanjutkan menekan tuts piano.

Instrumen piano dari lagu milik Christina Perri berjudul A Thousand Years menerbitkan seulas senyum cantik Stevia. Tidak disangka-sangka bahwa Raden pintar bermain piano.

“Aduh, refleks jatuh cinta.”

Seusai permainan selesai. Stevia menghampiri Raden yang tampak terkejut atas kehadirannya. “Lo jago main piano?” tanya Stevia.

Raden buru-buru mengambil tasnya di lantai tanpa berminat membalas pertanyaan Stevia. Ia hendak pergi, namun gadis dengan sebuah biola di tangannya itu menahan lengannya.

“Mau ke mana?”

“Pulang.”

Menghela napasnya panjang. Stevia sampai heran, apa yang lebih menarik daripada berbicara dengan orang lain sampai-sampai Raden sangat hobi menghindari orang lain.

“Kenapa buru-buru? Kita bisa ngobrol soal musik.”

“Saya nggak punya banyak waktu.”

Jantung Stevia seolah dipaksa berhenti berdetak mendengar suara formal Raden. Bukannya menakutkan, justru terlihat lucu.

“Gue punya banyak waktu, mau minta?”

Pertanyaan sangat konyol. Raden jengah meladeni Stevia yang mengganggunya. Ia menyingkirkan tangan Stevia dari lengannya. Lalu, segera melenggang pergi.

“Raden!”

“RADEEEENNN, LO SUKA MAIN PIANO? LO BELUM JAWAB GUE!”

****

Jemari lentik Stevia masih setia menggeser notebook-nya. Sejak sore tadi, gadis itu bermain sosial media. Stevia mencari informasi tentang Raden melalui i*******m cowok itu.

Tidak ada yang aneh. Semua foto Raden di I*******m hanya tentang prestasinya. Jika pun bukan prestasi, cowok itu mengupload foto ketika liburan. Sama sekali tidak ada foto piano dan apa pun itu yang berhubungan dengan musik.

“Sayang, makan dulu!” panggil Mama Stevia dari ruang makan.

Stevia yang tadinya duduk di gazebo dekat kolam berenang, segera beranjak untuk makan bersama keluarganya. Keluarga Stevia sangat harmonis. Mereka semua juga memiliki hobi yang sama, yaitu bermain musik.

“Papa punya event musik berpasangan. Kamu ajak Kak Abi aja kalau mau ikut.”

Pria sebagai kepala keluarga Stevia mengulurkan sebuah poster tentang event musik dengan syarat peserta wajib memiliki pasangan.

“Yess, gue bakal ajak Raden buat ikut!” seru Stevia dalam hati.

“Sayang, panggilin Kak Abi suruh makan sekarang, ya?”

Stevia menganggukkan kepalanya atas permintaan Mama. Kakinya mulai melangkah menghampiri kamar Kakak laki-lakinya dan Kakak satu-satunya.

“Kak Abi!” panggil Stevia seraya mengetuk pintu kamar Abyan.

“Kaaakk!” ulang gadis itu. Kesal tak mendapat balasan apa pun, Stevia membuka pintu kamar Abi. “Telinganya pajangan doang?!” omel Stevia. Ia menarik kaki Abi yang bermain game online di ponselnya.

“STEPIAAAA!” teriak Abi merasa sangat terganggu dengan tindakan Stevia. Laki-laki itu langsung marah-marah akibat game-nya kalah.

“Mau apa, sih?”

“Disuruh makan.”

“Bawel banget, cepet tua mampus lo,” gerutu Abi sambil membenarkan penampilannya. Ia segera berjalan keluar kamar. Namun, suara Stevia menghentikannya.

“Kak, event musik gue sama temen cowok gue bukan lo. Jangan bilang sama Papa.”

Cukup menarik perhatian Abi. Abi membalikkan badannya memperhatikan Stevia yang membawa poster event musik itu. Senyum jail terbit di sudut bibir Abi.

****

“AWAS LO GUE ADUIN BOKAP!”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

kiiop combj
kiiop combj
น่ารักก ชอบเด่กแฝดกับป๊ะป๊าโกลเด้นสุดด
2025-11-20 06:53:37
2
0
28
บทนำ ครอบครัวเสิ่น (1)
แสงแดดยามเช้าของเมืองหลวงสาดส่องผ่านกระจกบานสูงจากพื้นจรดเพดาน อาบไล้เพนต์เฮาส์หรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าให้กลายเป็นสีทองอร่าม กลิ่นกาแฟคั่วบดสดใหม่หอมกรุ่นลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ปะปนกับกลิ่นหอมหวานคล้ายชานมไข่มุกจางๆ ซึ่งเป็นกลิ่นฟีโรโมนประจำตัวของเจ้าของร่างโปร่งที่กำลังยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนสีขาวสะอาดเจาหยวนยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ทอดสายตามองทิวทัศน์เมืองที่ยังคงหลับใหลอยู่เบื้องล่าง ความเงียบสงบในยามเช้าตรู่เช่นนี้เปรียบเสมือนโอเอซิสล้ำค่ากลางทะเลทราย เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาจะได้เป็นตัวของตัวเอง ก่อนที่พายุลูกใหญ่... ไม่สิ ต้องเรียกว่าพายุสามลูกถึงจะถูก จะพัดกระหน่ำเข้ามาทำลายความสงบสุขนี้จนหมดสิ้นร่างโปร่งในชุดนอนผ้าไหมสีครีมอ่อนดูผ่อนคลาย เส้นผมสีน้ำตาลที่ไม่ได้จัดทรงตกลงมาปรกหน้าผากมน ดวงตากลมโตฉายแววอ่อนโยน แต่หากมองลึกลงไปจะเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าจางๆ ซ่อนอยู่ ริมฝีปากอิ่มได้รูปยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึง ‘พายุ’ ทั้งสามลูกที่ว่า…ห้าปีก่อน เจาหยวนในวัยยี่สิบสี่ปีเป็นเพียงพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ คนหนึ่ง ชีวิตของเขาเรียบง่ายและราบเรียบราวกับกราฟเส้นตรง จนกระทั่งโชค
อ่านเพิ่มเติม
บทนำ ครอบครัวเสิ่น (2)
หลังจากจัดการสองแฝดตัวน้อยเสร็จสิ้น ภารกิจต่อไปก็คือการปลุกพายุลูกที่สาม เจาหยวนเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่ที่ยังคงมีเพียงแสงสลัวลอดผ่านม่านทึบ บนเตียงคิงไซส์ขนาดใหญ่โต ร่างสูงกำยำของ ‘เสิ่นหลาง’ นอนคว่ำหน้าอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เห็นเพียงกลุ่มผมสีดำขลับที่ดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย กับแผ่นหลังกว้างที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจสม่ำเสมอกลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าของเสิ่นหลางเป็นกลิ่นไม้จันทน์หอม ให้ความรู้สึกอบอุ่น สุขุม และน่าเกรงขาม เป็นกลิ่นที่ทำให้โอเมก้าทั่วประเทศใจสั่นยามที่เขาปรากฏตัวในที่สาธารณะ แต่สำหรับเจาหยวนแล้ว กลิ่นนี้ในยามเช้ามันช่างเหมือนกลิ่นของเด็กชายตัวโตที่กำลังนอนขี้เซาไม่ผิดเพี้ยนเจาหยวนทรุดตัวนั่งลงข้างเตียงอย่างแผ่วเบา ยื่นมือไปลูบไล้กลุ่มผมของสามี “เสิ่นหลาง ตื่นได้แล้วครับ จะเจ็ดโมงแล้วนะ”ไม่มีการตอบสนองใดๆ นอกจากเสียงครางงัวเงียในลำคอ“คุณต้องไปประชุมเช้านี้นะครับ เดี๋ยวสายนะ” เจาหยวนลองอีกครั้ง พลางเขย่าตัวอีกฝ่ายเบาๆคราวนี้ร่างสูงพลิกตัวกลับมานอนหงาย ดวงตาคมกริบที่ปกติจะฉายแววเฉียบขาดอยู่เสมอยังคงปิดสนิท แต่ริมฝีปากหยักได้รูปกลับขยับพูดออกมาเสียงอู้อี้ “ขอห้านาที... หยวนหยวน
อ่านเพิ่มเติม
บทนำ ครอบครัวเสิ่น (3)
หลังจากมื้อเช้าอันแสนวุ่นวายสิ้นสุดลง ก็ถึงเวลาที่ต้องไปส่งสองแฝดที่โรงเรียนอนุบาลนานาชาติซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคอนโดมากนัก เสิ่นหลางซึ่งวันนี้แต่งตัวเต็มยศในชุดสูทสีเทาเข้มสั่งตัดพิเศษ ขับรถสปอร์ตคันหรูออกจากที่จอดรถด้วยตัวเอง โดยมีเจาหยวนนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนเบาะหลังคือที่นั่งของสองตัวป่วนที่กำลังร้องเพลงอย่างมีความสุขเมื่อมาถึงหน้าโรงเรียน เจาหยวนกำลังจะลงไปส่งลูกๆ แต่เสิ่นหลางกลับคว้ามือเขาไว้ก่อน“ให้ผมไปส่งเอง” เขากล่าวเสียงนุ่ม“แต่คุณจะไปประชุมสาย...”“ไม่เป็นไร แค่ห้านาที” เสิ่นหลางยืนกราน ก่อนจะลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้ลูกชายทั้งสองคน ภาพของท่านประธานเทียนหลงกรุ๊ปในชุดสูทเต็มยศ กำลังจูงมือเด็กชายฝาแฝดในชุดนักเรียนเดินเข้าไปในโรงเรียนกลายเป็นภาพที่เรียกสายตาจากบรรดาผู้ปกครองคนอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเหล่าคุณแม่โอเมก้าที่มองตามด้วยความชื่นชมเจาหยวนมองภาพนั้นจากในรถแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ เขารู้ดีว่าเสิ่นหลางไม่ได้แค่อยากไปส่งลูก แต่เขาอยากจะ ‘ประกาศอาณาเขต’ ให้ทุกคนรู้ว่าเด็กสองคนนี้และโอเมก้าที่นั่งอยู่ในรถเป็นของเขาต่างหาก... ช่างเป็นอัลฟ่าที่ขี้หวงไม่เปลี่ยน
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 พ่อแม่สามีที่จริงใจ (1)
“สวัสดีครับ คุณแม่”เสียงของเจาหยวนนุ่มนวลและสุภาพอย่างเคย แม้ในใจจะกำลังตีลังกาสามตลบกับความเป็นไปได้ของเงินรางวัลสิบล้านที่อาจจะหลุดลอยไป เขากระชับโทรศัพท์ในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย รอฟังคำตัดสินชี้ชะตาจากปลายสาย“หยวนหยวน! ลูกรัก!” เสียงที่ตอบกลับมานั้นสดใสและเปี่ยมด้วยความยินดีอย่างที่คุ้นเคย ไม่ได้มีร่องรอยของความเย็นชาหรือการข่มขู่อยู่เลยแม้แต่น้อย “แม่เองนะลูก โทรมาตอนนี้ไม่ได้รบกวนใช่ไหมจ๊ะ”“ไม่เลยครับคุณแม่ ผมกำลังไปบริษัทกับเสิ่นหลาง”“อ้อ เจ้าลูกชายตัวดีก็อยู่ด้วยเหรอ” น้ำเสียงของคุณหญิงเสิ่นเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงลูกชายแท้ๆ ของตัวเอง ก่อนจะกลับมาอ่อนหวานดังเดิมเมื่อพูดกับเขา “ช่างเถอะๆ อย่าไปสนใจเขาเลย แม่มีเรื่องจะคุยกับลูกน่ะ”เจาหยวนเหลือบมองคนขับรถที่นั่งอยู่ข้างๆ เสิ่นหลางยังคงมีสมาธิกับการขับรถ แต่ใบหูของเขาตั้งชันอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่ากำลังแอบฟังทุกถ้อยคำอย่างตั้งใจ เจาหยวนได้แต่กลั้นยิ้ม“ครับคุณแม่ มีอะไรหรือเปล่าครับ”“สุดสัปดาห์นี้ลูกกับหลานๆ ว่างไหมจ๊ะ แม่คิดถึงพวกหนูใจจะขาดแล้ว โดยเฉพาะหน้าของลูกน่ะ ไม่ได้เห็นไม่กี่วันเหมือนใจจะเฉาตาย”เจาหยวนกะพริบตาปริบ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 พ่อแม่สามีที่จริงใจ (2)
บ่ายวันเสาร์ รถยนต์ซีดานสีดำสนิทเคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวลผ่านประตูเหล็กดัดขนาดมหึมาที่เปิดออกต้อนรับอย่างช้าๆ สองข้างทางคือสนามหญ้าสีเขียวขจีที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีต สลับกับสวนดอกไม้นานาพรรณที่กำลังเบ่งบานอวดสีสันงดงาม เส้นทางที่ทอดยาวเข้าไปด้านในเผยให้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกของจีนและความโมเดิร์นของตะวันตกได้อย่างลงตัวนี่คือ ‘บ้านใหญ่’ ของตระกูลเสิ่น สถานที่ที่เจาหยวนเคยก้าวเข้ามาด้วยความประหม่าเมื่อหกปีก่อน และเป็นสถานที่ที่ทำให้ภาพฝันในละครน้ำเน่าของเขาพังทลายลงไม่เป็นท่า“ถึงแล้ว! บ้านคุณปู่คุณย่า!” เสียงเจื้อยแจ้วของเสิ่นเล่อดังขึ้นจากเบาะหลัง เด็กชายนั่งไม่ติดที่ด้วยความตื่นเต้น ผิดกับเสิ่นอันที่นั่งนิ่งๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง แต่แววตาที่ส่องประกายก็บ่งบอกว่าเขาก็ดีใจไม่แพ้น้องชายเสิ่นหลางจอดรถเทียบหน้าทางเข้าหลักของตัวคฤหาสน์ และทันทีที่รถจอดสนิท ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของหญิงสูงวัยแต่ยังคงความงดงามไม่สร่างซา ‘คุณหญิงหลิวซู’ หรืออดีตนักแสดงชื่อดัง หลิวซูซิน ยืนรอต้อนรับพวกเขาด้วยรอยยิ้มก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 พ่อแม่สามีที่จริงใจ (3)
เมื่อรถจอดสนิทหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ เจาหยวนก้าวขาลงจากรถแทบไม่ไหว เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงมดปลวกตัวเล็กๆ ที่กำลังจะเดินเข้าสู่ปราสาทของราชสีห์เสิ่นหลางจูงมือเขาเดินเข้าไปในบ้าน ทุกย่างก้าวช่างหนักอึ้ง ภายในห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ร่างของชายหญิงสูงวัยสองคนนั่งรออยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวใหญ่ นั่นคือท่านประธานเสิ่นเจี๋ย และคุณหญิงหลิวซู บิดามารดาของเสิ่นหลาง บรรยากาศกดดันจนเจาหยวนแทบหยุดหายใจเขากำลังจะก้มหัวแนะนำตัวตามบทที่ท่องมาทั้งคืน แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...คุณหญิงหลิวซูที่ตอนแรกนั่งนิ่งด้วยมาดนางพญา จู่ๆ ก็เบิกตากว้าง จ้องมองมาที่เขาและมือของเขาที่กุมอยู่กับมือของลูกชายท่านอย่างไม่วางตา ก่อนที่มาดนางพญานั้นจะพังทลายลงในพริบตา“พระเจ้า! เรื่องจริงเหรอเนี่ย!?” คุณหญิงร้องออกมาเสียงดัง ก่อนจะลุกพรวดพราดเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาทันที “เสิ่นหลาง! นี่... นี่ลูก... ลูกมีคนที่ชอบแล้วจริงๆ เหรอ!?”เจาหยวนยืนตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก คุณหญิงเดินเข้ามาใกล้แล้วจับจ้องใบหน้าของเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ แววตาของท่านไม่ได้ดูถูกเหยียดหยาม แต่กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและ... ความโล่งอก?“
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ความปวดหัวของเจาหยวน (1)
หลังจากมื้อค่ำอันแสนอบอุ่นสำหรับเจาหยวน และชวนให้น้อยใจสำหรับเสิ่นหลางสิ้นสุดลง ทุกคนก็ย้ายมายังห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับสวนสวยภายนอกด้วยผนังกระจกใสบานสูง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกคัดสรรมาอย่างดี ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว บนผนังประดับด้วยภาพเขียนจากศิลปินชื่อดัง และในมุมหนึ่งมีแกรนด์เปียโนสีดำขลับตั้งอยู่อย่างสง่างามเจาหยวนถูกคุณหญิงหลิวซูจูงมือให้นั่งลงบนโซฟาบุหนังแท้ที่นุ่มที่สุดราวกับปุยนุ่น ขณะที่ท่านประธานเสิ่นเจี๋ยทรุดตัวลงนั่งบนอาร์มแชร์ตัวโปรดพลางจิบชาอู่หลงชั้นเลิศอย่างสบายอารมณ์ สองแฝดตัวน้อยวิ่งปร๋อไปยังกองของเล่นขนาดมหึมาที่คุณย่าเตรียมไว้ให้ ซึ่งดูเหมือนจะมีของเล่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่พวกเขามาเยือนเหลือก็แต่ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล... ที่ถูกทิ้งให้นั่งอยู่อีกฝั่งของโซฟาอย่างโดดเดี่ยวเสิ่นหลางกอดอกมองภาพครอบครัวสุขสันต์ตรงหน้าด้วยแววตาว่างเปล่า เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงของประดับราคาแพงที่ถูกลืมไว้ในมุมห้อง ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครพูดด้วย เป็นความรู้สึกที่เขาประสบพบเจอเป็นประจำทุกครั้งที่กลับมาที่บ้านใหญ่แห่งนี้“หยวนหยวนลูก” คุณห
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ความปวดหัวของเจาหยวน (2)
“ระวัง! จะชนแล้ว!” เสิ่นเล่อร้องเสียงหลงเมื่อรถของตัวเองกำลังจะพุ่งเข้าชนขาชั้นวางของ“ดริฟต์สิลูก! ดริฟต์แบบที่ปะป๊าสอน!” เสิ่นหลางตะโกนสั่งการรถคันจิ๋วสีแดงหมุนคว้างอย่างสวยงาม เฉียดขาชั้นวางไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะพุ่งตรงไปข้างหน้าต่อ เจาหยวนแทบจะหยุดหายใจไม่ได้การละ! ขืนปล่อยไว้แบบนี้สมบัติของชาติต้องพังพินาศเพราะความคึกคะนองของสามพ่อลูกนี่แน่!เจาหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ วางกล่องนาฬิกาเรือนละล้านลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเขาก้าวเดินอย่างมั่นคงไปยังใจกลางของสนามรบย่อมๆ นั้น รังสีอำมหิตอ่อนๆ แผ่ออกมาจากร่างโปร่งบางจนสามพ่อลูกที่กำลังสนุกสนานสัมผัสได้และค่อยๆ ชะลอความเร็วของรถลง“เสิ่นหลาง... เสิ่นอัน... เสิ่นเล่อ...”เจาหยวนเรียกชื่อทั้งสามคนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาประสานมือไว้ข้างหน้า ยืนนิ่งๆ มองตรงไปยังจ่าฝูงตัวดี“หยุด... เดี๋ยวนี้ครับ”คำสั้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจนั้นทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักลงทันที รถแข่งสองคันจอดนิ่งสนิทอยู่กับที่ สองแฝดรีบวางรีโมตลงแล้ววิ่งมาหลบอยู่ข้างหลังหม่าม้าอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผู้สมรู้ร่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 วันหยุดของครอบครัวเสิ่น (1)
เช้าวันอาทิตย์สาดส่องด้วยแสงแดดที่สดใสกว่าปกติ ราวกับจะรู้เห็นเป็นใจกับแผนการของใครบางคน เจาหยวนกำลังเพลิดเพลินกับความเงียบสงบยามเช้าพร้อมกาแฟแก้วโปรด หลังจากที่เพิ่งส่งสองแฝดเข้าไปเล่นในห้องของเล่นได้ไม่นาน แต่ความสงบสุขของเขาก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อร่างสูงใหญ่ของสามีในชุดนอนผ้าไหมสีเทาเดินเข้ามาสวมกอดเขาจากด้านหลัง พร้อมกับวางคางเกยไว้บนไหล่ของเขาอย่างออดอ้อน“หยวนหยวน...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบอยู่ข้างหู “วันนี้เราไปเที่ยวกันนะ”เจาหยวนหันไปมองสามีด้วยความประหลาดใจ “ไปเที่ยว? ไปเที่ยวไหนครับ วันนี้วันอาทิตย์นะ ปกติคุณต้องเคลียร์เอกสารไม่ใช่เหรอ”“วันนี้ไม่ทำแล้ว” เสิ่นหลางตอบอย่างหนักแน่น “เมื่อวานผมโดนคุณดุไปเยอะ วันนี้ผมจะเป็นสามีและพ่อที่ดีเพื่อเป็นการไถ่โทษ ผมจะพาทุกคนไปอาณาจักรแฟนตาซี!”‘อาณาจักรแฟนตาซี’ คือชื่อของสวนสนุกที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในประเทศ เป็นสถานที่ในฝันของเด็กๆ และผู้ใหญ่ใจเด็กทุกคน ดวงตาของเสิ่นหลางส่องประกายเจิดจ้าราวกับเด็กชายวัยสี่ขวบไม่ผิดเพี้ยนเจาหยวนถอนหายใจยาว เขามองเห็นภาพความวุ่นวายอลหม่านลอยมาแต่ไกล การพาลูกลิงสองตัวพร้อมกับจ่าฝูงลิงอีกหนึ่งตัวไปยัง
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 วันหยุดของครอบครัวเสิ่น (2)
กิจกรรมต่อไปคือโซนเกมปาเป้าและยิงปืนอัดลม ที่มีตุ๊กตาหมีตัวยักษ์สีน้ำตาลเป็นรางวัลใหญ่แขวนอยู่“หยวนหยวน! ผมจะเอาเจ้าหมีนั่นมาให้คุณให้ได้!” เสิ่นหลางประกาศกร้าวอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะควักเงินจ่ายค่าเกมยิงปืนไปสิบชุดรวดภาพที่ออกมาคือ... ท่านประธานผู้เฉียบคมในโลกธุรกิจกลับกลายเป็นมือปืนสุดห่วยในโลกแห่งความเป็นจริง เขายิงพลาดทุกนัด เฉียดไปเฉียดมาแต่ไม่เคยโดนเป้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนคนขายเริ่มมองด้วยสายตาสมเพช“ปะป๊า... ลองเล็งดีๆ สิฮะ!” เสิ่นเล่อให้กำลังใจเสิ่นหลางหน้ามุ่ย เขารู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง ในขณะที่เขากำลังจะยอมแพ้ เสิ่นอันที่ยืนมองเงียบๆ มานานก็เอ่ยขึ้น“ผมขอลองได้ไหมครับ”เจาหยวนย่อตัวลงช่วยลูกชายคนโตประคองปืนอัดลมที่ดูจะใหญ่เกินตัวไปหน่อย “ค่อยๆ เล็งนะลูก ไม่ต้องรีบ”เสิ่นอันพยักหน้า ดวงตาของเด็กชายนิ่งสงบและเต็มไปด้วยสมาธิราวกับนักแม่นปืนมืออาชีพ เขาหรี่ตาข้างหนึ่ง กลั้นหายใจ... แล้วลั่นไก!ปัง!ตุ๊กตาตัวเล็กสุดร่วงหล่นลงมาอย่างแม่นยำทุกคนในสนามเกมเงียบกริบ เสิ่นหลางอ้าปากค้าง ขณะที่เจาหยวนยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ เสิ่นอันรับตุ๊กตาหมาตัวน้อยมาถือไว้ ก่อนจะยื่นมันให้พ่อ “ใ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status