เข้าสู่ระบบ‘เจาหยวน’ เป็นเพียงโอเมก้าธรรมดาๆ ที่มีชีวิตแสนเรียบง่าย จนกระทั่งโชคชะตาเล่นตลกให้เขาได้แต่งงานกับ ‘เสิ่นหลาง’ อัลฟ่าทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ เขาเตรียมใจรับมือกับดราม่าละครน้ำเน่าทุกรูปแบบ... การถูกดูถูกเหยียดหยาม การถูกบังคับให้เลิกรา หรือกระทั่งฉากในตำนานอย่างการถูกไล่ออกจากชีวิตลูกชายเขาด้วยเงินสิบล้าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม... นอกจากจะไม่ถูกไล่ตะเพิดแล้ว เขายังกลายเป็นลูกสะใภ้คนโปรดที่ได้รับความรักจากบ้านสามีอย่างท่วมท้น จนลูกชายแท้ๆ อย่างเสิ่นหลางยังต้องน้อยใจ! ห้าปีผ่านไป... พร้อมกับลูกชายฝาแฝดสุดป่วนอีกสองคน เจาหยวนก็ยังคงเฝ้าถามคำถามเดิมในใจทุกวัน... "เมื่อไหร่คุณแม่สามีจะจ้างผมเลิกกับลูกชายด้วยเงินสิบล้านสักที?"
ดูเพิ่มเติมSitting on the window sill mesmerized by the beautiful hues of sky, I smiled and looked at him.
He was leaning on the wall by the window lost in his deep thoughts and I knew that look, he was imagining something in his stupid head.
I was happy, the classes and laboratory sessions ended early today and we can finally spend our time together. I want to share every moment of mine with him.
"How was your shoot?" I asked again looking at the sky. The sky was filled with clouds and beautiful colours. The view was breathtaking.
I looked at him when he didn't answer . He was looking at me intently. He traced his lower lip with his finger.
"Kavya can I kiss you?"
Finally, He gathered his courage to ask me, I have been waiting for this moment for so long now. After a point, I thought he would never kiss me. He was always the shy one.
I smirked, hiding the my crimson red cheeks. Like other girls I never let my face be full of emotions. I can control my emotions. I can still have pissed off face while I am actually dancing inside. And I hate such situations where my emotions just oozes out of me, I am blushing. I can feel my cheeks burning.
He straightened and place his hands on mine "No, No, No, not if you don't want to" he said with hesitation in his voice.
I was waiting for this very moment, why would I don't want to? I want this.
I jumped of the sill and looked at him, directly in his eyes. I threw my hands on his wide shoulders placing my lips just few centimetres from his ,I whispered, "why wouldn't I want this?"
Placing his hands on my waist, he grabbed me hard and pulled me towards him. His eyes never leaving mine. I unconsciously bite my lower lip.
"My girl was waiting for me to make move, huh?!" He said, his voice deep and raspy.
I nodded, still biting my lower lip. He moved forward and placed his lips on mine. He was gentle and slow.
Finally.
He suddenly pulled back, and released me from his embrace. It made me stumble a little. I was stunned. What happened? Did I taste bad? Is something wrong? I looked at him partly confused and partly furious.
He climbed up the nearby stairs and stretched his hand for me. I looked at his hand then to his face.
When I didn't take his hand he pointed to the window, I looked back at the window and then to him. It was like my brain was on buffering mode.
"Our lab is right across the window, darling, I don't want anyone to watch us." He said with a smile. I looked in his eyes and my anger just melt away just like my heart was melted when he proposed me.
He took a step down and again stretched his hand for me. I placed my hand on his and he pulled me up with him. He lean on the walk and pulled me closer with a jerk. I fall upon him laughing.
He grabbed my waist and pressed his lips against mine. The kill was slow and gentle until he slowly moved his one hand from my waist and grabbed my head. He held my head in place, over slow gentle kiss was turned into rough possessive one.
He slowly slid his other hand down towards my hip.
At this point he was dominant and possessive. I never knew this side of him. He was always gentle with me. Not that I am complaining. I like dominant man.
I pulled away grasping for the air. I breathed heavily. He was looking at me closely. I was still in his embrace, packed in his arms. My hands on his chest. I looked at him, he looked contained and satisfied.
"Don't try me, wait for the Perfect time my love. You will be out of your breath once I start. You don't know what I have stored for you." His words running in my mind. I remember teasing him in our group and he whispered this in my ears.
He hugged me tight and pulled me off the ground. I laughed. He placed his head in the crook of my neck "Best kiss of my life. Nothing tastes better than you. You are the best." He said. I blushed.
I couldn't say it was the best kiss of my life. But it will be stored in best moment of my life forever. I know after few years I will surely smile remembering this moment.
Making out in college premises. Another wish check in my bucket list.
He slowly placed me down, " You are the best, I can never have enough of you I just know this." He said.
I laughed and we made our way towards the parking. The college was big so took us nearly 10 minutes to reach the parking lot.
He blushed all his way towards the parking.
"Oiii, stop blushing like this. Are u the girl or me?- I said teasing him. I am back to 'hide everything' mode.
I reached home and saw a long and heavy message from him about how he felt.
I sighed but eventually smiled.
Lets dive into the flashback to know the new beginning of our girl.
สุดสัปดาห์แรกของการมีถวนถวนเป็นเหมือนบททดสอบความอดทนครั้งใหญ่ของเจาหยวนวันเสาร์เริ่มต้นขึ้นด้วยการที่เจ้าหมาน้อยตัดสินใจว่าพรมขนแกะราคาแพงนำเข้าจากเปอร์เซียในห้องนั่งเล่นคือสถานที่ที่ดีที่สุดในการ ‘ทำธุระส่วนตัว’ เสิ่นหลางอาสาที่จะจัดการทำความสะอาดด้วยตัวเองโดยใช้เครื่องมือกำจัดคราบไฮเทคที่เขาสั่งซื้อมา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะใช้มันไม่เป็น จนทำให้คราบเล็กๆ ขยายวงกว้างขึ้นเป็นสองเท่า สุดท้ายเจาหยวนก็ต้องเข้ามาจัดการด้วยน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาซึ่งเป็นวิธีบ้านๆ แต่ได้ผลชะงัดตกบ่าย พวกเขาทั้งห้าชีวิตตัดสินใจไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แต่ดูเหมือนว่าถวนถวนจะมีพลังงานของสุนัขลากเลื่อนอยู่เต็มเปี่ยม มันออกแรงดึงสายจูงจนเสิ่นหลางที่ตัวโตราวกับยักษ์ยังแทบจะปลิวตามมันไป เขาลื่นล้มลงไปในกองใบไม้แห้งอย่างหมดท่าท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของลูกชายทั้งสองคน กลายเป็นภาพที่น่าขันจนเจาหยวนต้องรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกและหายนะครั้งสุดท้ายของสัปดาห์ก็มาถึงในวันอาทิตย์ เมื่อถวนถวนค้นพบงานอดิเรกใหม่... การกัดแทะรองเท้าและรองเท้าคู่ที่โชคร้ายก็คือ... รองเท้าหนังจระเข้รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่เส
สามปีต่อมา...กาลเวลาได้พัดพาเอาความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเข้ามาในเพนต์เฮาส์ของครอบครัวเสิ่น เด็กชายฝาแฝดในวัยสี่ขวบ บัดนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่กำลังจะขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่สอง ความป่วนและความวุ่นวายของพวกเขาได้อัปเกรดเลเวลขึ้นตามวัย จากการแย่งของเล่นกลายเป็นการถกเถียงเรื่องการบ้าน จากการวิ่งเล่นซนในบ้านกลายเป็นการวางแผนการทดลองวิทยาศาสตร์แปลกๆ ในห้องตัวเองเช้าวันหนึ่งในฤดูร้อนที่สดใส เจาหยวนกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอนลูกชาย มองภาพความโกลาหลยามเช้าที่คุ้นเคยด้วยสายตาที่ทั้งระอาใจและเอ็นดู“ก็ผมบอกแล้วไงว่าชุดเกราะไอรอนแมนของผมใส่ไปโรงเรียนได้! มันจะได้ปกป้องผมจากเชื้อโรค!” เสิ่นเล่อในวัยเจ็ดขวบยืนเท้าสะเอวเถียงหม่าม้าอย่างไม่ยอมแพ้ แก้มกลมๆ ของเขายังคงอยู่ แต่แววตากลับฉายแววฉลาดแกมโกงขึ้นเยอะ เขาสวมชุดนักเรียนเรียบร้อยแล้ว แต่กลับพยายามจะสวมหน้ากากไอรอนแมนทับเข้าไป“ไม่ได้ครับเล่อเล่อ” เจาหยวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฝึกฝนมาตลอดเจ็ดปี “ที่โรงเรียนมีคุณครูคอยปกป้องเราจากเชื้อโรคอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ชุดเกราะ”ขณะเดียวกัน เสิ่นอันที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกกระเบ
หลายเดือนผ่านไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ กำแพงน้ำแข็งรอบตัวเสิ่นหลางค่อยๆ ทลายลงเมื่ออยู่กับเจาหยวน เขาเริ่มแสดงด้านที่ขี้เล่นและอ่อนโยนออกมาให้เห็นมากขึ้น แต่สำหรับคนนอก เขาก็ยังคงเป็นท่านประธานเสิ่นผู้สุขุมและน่าเกรงขามเช่นเคยแต่แล้วบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ของพวกเขาก็มาถึง... โดยไม่ทันตั้งตัวเจาหยวนรู้สึกไม่สบายมาหลายสัปดาห์แล้ว เขารู้สึกอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ในตอนเช้า ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะพักผ่อนน้อย แต่เมื่อเพื่อนโอเมก้าที่ทำงานทักขึ้นมาประโยคหนึ่ง โลกทั้งใบของเขาก็สั่นสะเทือน“อาการแบบนี้... เหมือนคนท้องเลยนะ”เจาหยวนหน้าซีดเผือด เขารีบไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ เขายืนตัวสั่นอยู่ในห้องน้ำเล็กๆ ของบ้านเช่าตัวเอง จ้องมองผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นบนแท่งพลาสติกในมือ...สองขีดเขาท้อง... เขากำลังจะมีลูกกับเสิ่นหลาง!ความรู้สึกแรกที่ถาโถมเข้ามาไม่ใช่ความยินดี แต่เป็นความกลัวเขากลัวจนแทบสิ้นสติ เขาเป็นใคร? ก็แค่โอเมก้าธรรมดาๆ คนหนึ่ง ส่วนเสิ่นหลางเป็นถึงทายาทของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เรื่องนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร? เส
ห้าปีก่อน...โลกของเจาหยวนในวัยยี่สิบสี่ปีนั้นช่างเล็กและธรรมดาสามัญอย่างที่สุด เขาเป็นเพียงพนักงานระดับล่างในบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง ชีวิตในแต่ละวันของเขาคือการตื่นเช้าเบียดเสียดผู้คนบนรถไฟใต้ดิน นั่งทำงานเอกสารกองโตในคอกสี่เหลี่ยมของตัวเอง ทานอาหารกลางวันราคาประหยัด และกลับบ้านเช่าหลังเล็กๆ ของเขาในตอนค่ำ เป็นวงจรชีวิตที่ราบเรียบและคาดเดาได้ราวกับดูหนังม้วนเดิมซ้ำๆแต่แล้วในบ่ายวันหนึ่งที่ดูเหมือนจะธรรมดาเหมือนทุกวัน โชคชะตาก็ได้ขีดเขียนบทใหม่ให้ชีวิตของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“เจาหยวน” หัวหน้าแผนกเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เอกสารสัญญานี่สำคัญมากนะ ต้องรีบเอาไปส่งให้บริษัทเทียนหลงกรุ๊ปให้ทันก่อนสี่โมงเย็นวันนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะ!”“ครับหัวหน้า!” เจาหยวนรับคำสั่งอย่างแข็งขัน เขารับแฟ้มเอกสารที่หนักอึ้งทั้งจากน้ำหนักของกระดาษและความรับผิดชอบมาถือไว้ในมือแน่น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ ‘เทียนหลงกรุ๊ป’เทียนหลงกรุ๊ปคืออาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นชื่อที่เขาได้ยินแทบทุกวันผ่านสื่อต่างๆ การจะได้ไปเหยียบตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทระดับตำนานเช่นนั้น ทำใ
เจาหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรักษาสีหน้าให้ดูเศร้าสร้อยที่สุด ทั้งที่ในใจกำลังจุดพลุฉลองอย่างบ้าคลั่ง เขายื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการแสดงล้วนๆ ออกไปหยิบซองนั้นขึ้นมา‘หนักจัง... สงสัยข้างในจะไม่ใช่แค่เช็ค แต่เป็นเงินสดเลยหรือเปล่านะ! หรืออาจจะมากกว่าสิบล้าน! โอ้พระเจ้า! แผนการเปิดร้านเ
หลังจากผ่านวันครบรอบที่เต็มไปด้วยควันไฟและคราบพิซซ่าไปได้ไม่นาน ชีวิตของครอบครัวเสิ่นก็ดำเนินไปอย่างสงบสุขอยู่หลายสัปดาห์ จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง ขณะที่เจาหยวนกำลังง่วนอยู่กับการทำแพนเค้กให้ลูกๆ เขาก็ได้รับสายวิดีโอคอลจากบุคคลที่เขาคิดถึงที่สุด“แม่ครับ!” เจาหยวนร้องทักด้วยความดีใจทันทีที่เห็นใบหน้าใ
เจาหยวนกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ในตอนเย็นด้วยหัวใจที่พองฟูและคาดหวัง เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีงาช้างกับกางเกงสแล็คสีดำที่เสิ่นหลางเตรียมไว้ให้ ผมของเขาถูกจัดทรงอย่างดี ใบหน้าก็ดูสดใสเปล่งปลั่ง เขาพร้อมแล้วสำหรับค่ำคืนที่แสนโรแมนติกแต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามานั้น... ทำให้เขายืนน
เจาหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสลัดความคิดงี่เง่าพวกนั้นทิ้งไป เขาไม่ใช่เจาหยวนคนเดิมที่ขี้ขลาดและไม่มั่นใจในตัวเองอีกแล้ว เขาคือภรรยาของเสิ่นหลาง คือหม่าม้าของเสิ่นอันและเสิ่นเล่อ เขาตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไปเขาก้าวเท้าเดินไปยังหน้าห้องทำงาน และในวินาทีนั้นเอง เสิ่นหลางก็เงยหน้าขึ้นมาเห็นเขาพอดี





![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






ความคิดเห็น