เข้าสู่ระบบ‘เจาหยวน’ เป็นเพียงโอเมก้าธรรมดาๆ ที่มีชีวิตแสนเรียบง่าย จนกระทั่งโชคชะตาเล่นตลกให้เขาได้แต่งงานกับ ‘เสิ่นหลาง’ อัลฟ่าทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ เขาเตรียมใจรับมือกับดราม่าละครน้ำเน่าทุกรูปแบบ... การถูกดูถูกเหยียดหยาม การถูกบังคับให้เลิกรา หรือกระทั่งฉากในตำนานอย่างการถูกไล่ออกจากชีวิตลูกชายเขาด้วยเงินสิบล้าน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม... นอกจากจะไม่ถูกไล่ตะเพิดแล้ว เขายังกลายเป็นลูกสะใภ้คนโปรดที่ได้รับความรักจากบ้านสามีอย่างท่วมท้น จนลูกชายแท้ๆ อย่างเสิ่นหลางยังต้องน้อยใจ! ห้าปีผ่านไป... พร้อมกับลูกชายฝาแฝดสุดป่วนอีกสองคน เจาหยวนก็ยังคงเฝ้าถามคำถามเดิมในใจทุกวัน... "เมื่อไหร่คุณแม่สามีจะจ้างผมเลิกกับลูกชายด้วยเงินสิบล้านสักที?"
ดูเพิ่มเติมLelah para peserta upacara seketika lenyap tatkala seorang guru mulai mengumumkan hasil Penilaian Akhir Semester satu. Semua pasang netra tertuju kepada guru tersebut, dengan penuh harapan nama mereka menjadi salah satu siswa berprestasi di sekolah. Bahkan sorot surya yang sangat panas tidak lagi mengganggu mereka.
“Siswa berprestasi jurusan ilmu pengetahuan alam dengan meraih rata-rata nilai ujian delapan puluh sembilan koma enam puluh dua. Selamat kepada RADEN KASTARA DARI SEBELAS IPA SATU!”
Sudah tidak mengherankan lagi jika asma seorang Raden Kastara disebut sebagai peraih juara satu di SMA Garuda. Otak genius serta polahnya yang anteng patut diteladani. Pantas saja banyak guru yang menggadang-gadangnya sebagai siswa kesayangan.
Suara riuh tepuk tangan terdengar sebagai apresiasi atas usaha keras Raden. Laki-laki tampan itu maju ke depan untuk mengambil sebuah hadiah.
“Udah ganteng, pinter pula,” ucap salah satu siswi di barisan paling belakang.
Stevia menoleh kepada sahabatnya yang baru saja berujar demikian. Ia memperhatikan Raden sekilas.
“Lo naksir, Dil?” tanya Stevia sedikit berbisik.
“Suka sama es batu? Nggak dulu.”
Secara mentah-mentah Kadilla membalas pertanyaan Stevia. Stevia menganggukkan kepalanya percaya. Raden memang pintar, namun cowok itu tidak bisa bersosialisasi. Terlalu menutup diri, Stevia yang notabene-nya sebagai teman sekelas tidak pernah mengobrol dengan cowok itu.
“Selanjutnya, siswa berprestasi dari jurusan Ilmu Pengetahuan Sosial ...”
Karena jurusannya sudah disebutkan siapa siswa berprestasi, Stevia tidak lagi berminat mendengarkan pengumuman. Berharap namanya masuk daftar siswa berprestasi? Itu sangat mustahil bagi Stevia.
****
Ekstrakurikuler seni musik hari ini ditiadakan. Stevia, salah satu anggota ekstrakurikuler seni musik yang jago bermain biola itu melirik celah jendela ruang musik. Nada-nada piano membentuk alunan indah menyita perhatiannya. Cukup penasaran dengan siapa di balik permainan piano itu, Stevia membuka pintu ruang musik.
“Raden,” gumamnya pelan. Raden masih belum sadar akan kehadiran Stevia. Laki-laki itu tetap melanjutkan menekan tuts piano.
Instrumen piano dari lagu milik Christina Perri berjudul A Thousand Years menerbitkan seulas senyum cantik Stevia. Tidak disangka-sangka bahwa Raden pintar bermain piano.
“Aduh, refleks jatuh cinta.”
Seusai permainan selesai. Stevia menghampiri Raden yang tampak terkejut atas kehadirannya. “Lo jago main piano?” tanya Stevia.
Raden buru-buru mengambil tasnya di lantai tanpa berminat membalas pertanyaan Stevia. Ia hendak pergi, namun gadis dengan sebuah biola di tangannya itu menahan lengannya.
“Mau ke mana?”
“Pulang.”
Menghela napasnya panjang. Stevia sampai heran, apa yang lebih menarik daripada berbicara dengan orang lain sampai-sampai Raden sangat hobi menghindari orang lain.
“Kenapa buru-buru? Kita bisa ngobrol soal musik.”
“Saya nggak punya banyak waktu.”
Jantung Stevia seolah dipaksa berhenti berdetak mendengar suara formal Raden. Bukannya menakutkan, justru terlihat lucu.
“Gue punya banyak waktu, mau minta?”
Pertanyaan sangat konyol. Raden jengah meladeni Stevia yang mengganggunya. Ia menyingkirkan tangan Stevia dari lengannya. Lalu, segera melenggang pergi.
“Raden!”
“RADEEEENNN, LO SUKA MAIN PIANO? LO BELUM JAWAB GUE!”
****
Jemari lentik Stevia masih setia menggeser notebook-nya. Sejak sore tadi, gadis itu bermain sosial media. Stevia mencari informasi tentang Raden melalui i*******m cowok itu.
Tidak ada yang aneh. Semua foto Raden di I*******m hanya tentang prestasinya. Jika pun bukan prestasi, cowok itu mengupload foto ketika liburan. Sama sekali tidak ada foto piano dan apa pun itu yang berhubungan dengan musik.
“Sayang, makan dulu!” panggil Mama Stevia dari ruang makan.
Stevia yang tadinya duduk di gazebo dekat kolam berenang, segera beranjak untuk makan bersama keluarganya. Keluarga Stevia sangat harmonis. Mereka semua juga memiliki hobi yang sama, yaitu bermain musik.
“Papa punya event musik berpasangan. Kamu ajak Kak Abi aja kalau mau ikut.”
Pria sebagai kepala keluarga Stevia mengulurkan sebuah poster tentang event musik dengan syarat peserta wajib memiliki pasangan.
“Yess, gue bakal ajak Raden buat ikut!” seru Stevia dalam hati.
“Sayang, panggilin Kak Abi suruh makan sekarang, ya?”
Stevia menganggukkan kepalanya atas permintaan Mama. Kakinya mulai melangkah menghampiri kamar Kakak laki-lakinya dan Kakak satu-satunya.
“Kak Abi!” panggil Stevia seraya mengetuk pintu kamar Abyan.
“Kaaakk!” ulang gadis itu. Kesal tak mendapat balasan apa pun, Stevia membuka pintu kamar Abi. “Telinganya pajangan doang?!” omel Stevia. Ia menarik kaki Abi yang bermain game online di ponselnya.
“STEPIAAAA!” teriak Abi merasa sangat terganggu dengan tindakan Stevia. Laki-laki itu langsung marah-marah akibat game-nya kalah.
“Mau apa, sih?”
“Disuruh makan.”
“Bawel banget, cepet tua mampus lo,” gerutu Abi sambil membenarkan penampilannya. Ia segera berjalan keluar kamar. Namun, suara Stevia menghentikannya.
“Kak, event musik gue sama temen cowok gue bukan lo. Jangan bilang sama Papa.”
Cukup menarik perhatian Abi. Abi membalikkan badannya memperhatikan Stevia yang membawa poster event musik itu. Senyum jail terbit di sudut bibir Abi.
****
“AWAS LO GUE ADUIN BOKAP!”
สุดสัปดาห์แรกของการมีถวนถวนเป็นเหมือนบททดสอบความอดทนครั้งใหญ่ของเจาหยวนวันเสาร์เริ่มต้นขึ้นด้วยการที่เจ้าหมาน้อยตัดสินใจว่าพรมขนแกะราคาแพงนำเข้าจากเปอร์เซียในห้องนั่งเล่นคือสถานที่ที่ดีที่สุดในการ ‘ทำธุระส่วนตัว’ เสิ่นหลางอาสาที่จะจัดการทำความสะอาดด้วยตัวเองโดยใช้เครื่องมือกำจัดคราบไฮเทคที่เขาสั่งซื้อมา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะใช้มันไม่เป็น จนทำให้คราบเล็กๆ ขยายวงกว้างขึ้นเป็นสองเท่า สุดท้ายเจาหยวนก็ต้องเข้ามาจัดการด้วยน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาซึ่งเป็นวิธีบ้านๆ แต่ได้ผลชะงัดตกบ่าย พวกเขาทั้งห้าชีวิตตัดสินใจไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แต่ดูเหมือนว่าถวนถวนจะมีพลังงานของสุนัขลากเลื่อนอยู่เต็มเปี่ยม มันออกแรงดึงสายจูงจนเสิ่นหลางที่ตัวโตราวกับยักษ์ยังแทบจะปลิวตามมันไป เขาลื่นล้มลงไปในกองใบไม้แห้งอย่างหมดท่าท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของลูกชายทั้งสองคน กลายเป็นภาพที่น่าขันจนเจาหยวนต้องรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกและหายนะครั้งสุดท้ายของสัปดาห์ก็มาถึงในวันอาทิตย์ เมื่อถวนถวนค้นพบงานอดิเรกใหม่... การกัดแทะรองเท้าและรองเท้าคู่ที่โชคร้ายก็คือ... รองเท้าหนังจระเข้รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่เส
สามปีต่อมา...กาลเวลาได้พัดพาเอาความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเข้ามาในเพนต์เฮาส์ของครอบครัวเสิ่น เด็กชายฝาแฝดในวัยสี่ขวบ บัดนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่กำลังจะขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่สอง ความป่วนและความวุ่นวายของพวกเขาได้อัปเกรดเลเวลขึ้นตามวัย จากการแย่งของเล่นกลายเป็นการถกเถียงเรื่องการบ้าน จากการวิ่งเล่นซนในบ้านกลายเป็นการวางแผนการทดลองวิทยาศาสตร์แปลกๆ ในห้องตัวเองเช้าวันหนึ่งในฤดูร้อนที่สดใส เจาหยวนกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอนลูกชาย มองภาพความโกลาหลยามเช้าที่คุ้นเคยด้วยสายตาที่ทั้งระอาใจและเอ็นดู“ก็ผมบอกแล้วไงว่าชุดเกราะไอรอนแมนของผมใส่ไปโรงเรียนได้! มันจะได้ปกป้องผมจากเชื้อโรค!” เสิ่นเล่อในวัยเจ็ดขวบยืนเท้าสะเอวเถียงหม่าม้าอย่างไม่ยอมแพ้ แก้มกลมๆ ของเขายังคงอยู่ แต่แววตากลับฉายแววฉลาดแกมโกงขึ้นเยอะ เขาสวมชุดนักเรียนเรียบร้อยแล้ว แต่กลับพยายามจะสวมหน้ากากไอรอนแมนทับเข้าไป“ไม่ได้ครับเล่อเล่อ” เจาหยวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฝึกฝนมาตลอดเจ็ดปี “ที่โรงเรียนมีคุณครูคอยปกป้องเราจากเชื้อโรคอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ชุดเกราะ”ขณะเดียวกัน เสิ่นอันที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกกระเบ
หลายเดือนผ่านไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ กำแพงน้ำแข็งรอบตัวเสิ่นหลางค่อยๆ ทลายลงเมื่ออยู่กับเจาหยวน เขาเริ่มแสดงด้านที่ขี้เล่นและอ่อนโยนออกมาให้เห็นมากขึ้น แต่สำหรับคนนอก เขาก็ยังคงเป็นท่านประธานเสิ่นผู้สุขุมและน่าเกรงขามเช่นเคยแต่แล้วบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ของพวกเขาก็มาถึง... โดยไม่ทันตั้งตัวเจาหยวนรู้สึกไม่สบายมาหลายสัปดาห์แล้ว เขารู้สึกอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ และคลื่นไส้ในตอนเช้า ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะพักผ่อนน้อย แต่เมื่อเพื่อนโอเมก้าที่ทำงานทักขึ้นมาประโยคหนึ่ง โลกทั้งใบของเขาก็สั่นสะเทือน“อาการแบบนี้... เหมือนคนท้องเลยนะ”เจาหยวนหน้าซีดเผือด เขารีบไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ เขายืนตัวสั่นอยู่ในห้องน้ำเล็กๆ ของบ้านเช่าตัวเอง จ้องมองผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นบนแท่งพลาสติกในมือ...สองขีดเขาท้อง... เขากำลังจะมีลูกกับเสิ่นหลาง!ความรู้สึกแรกที่ถาโถมเข้ามาไม่ใช่ความยินดี แต่เป็นความกลัวเขากลัวจนแทบสิ้นสติ เขาเป็นใคร? ก็แค่โอเมก้าธรรมดาๆ คนหนึ่ง ส่วนเสิ่นหลางเป็นถึงทายาทของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เรื่องนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร? เส
ห้าปีก่อน...โลกของเจาหยวนในวัยยี่สิบสี่ปีนั้นช่างเล็กและธรรมดาสามัญอย่างที่สุด เขาเป็นเพียงพนักงานระดับล่างในบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง ชีวิตในแต่ละวันของเขาคือการตื่นเช้าเบียดเสียดผู้คนบนรถไฟใต้ดิน นั่งทำงานเอกสารกองโตในคอกสี่เหลี่ยมของตัวเอง ทานอาหารกลางวันราคาประหยัด และกลับบ้านเช่าหลังเล็กๆ ของเขาในตอนค่ำ เป็นวงจรชีวิตที่ราบเรียบและคาดเดาได้ราวกับดูหนังม้วนเดิมซ้ำๆแต่แล้วในบ่ายวันหนึ่งที่ดูเหมือนจะธรรมดาเหมือนทุกวัน โชคชะตาก็ได้ขีดเขียนบทใหม่ให้ชีวิตของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว“เจาหยวน” หัวหน้าแผนกเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “เอกสารสัญญานี่สำคัญมากนะ ต้องรีบเอาไปส่งให้บริษัทเทียนหลงกรุ๊ปให้ทันก่อนสี่โมงเย็นวันนี้ ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยนะ!”“ครับหัวหน้า!” เจาหยวนรับคำสั่งอย่างแข็งขัน เขารับแฟ้มเอกสารที่หนักอึ้งทั้งจากน้ำหนักของกระดาษและความรับผิดชอบมาถือไว้ในมือแน่น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ ‘เทียนหลงกรุ๊ป’เทียนหลงกรุ๊ปคืออาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็นชื่อที่เขาได้ยินแทบทุกวันผ่านสื่อต่างๆ การจะได้ไปเหยียบตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทระดับตำนานเช่นนั้น ทำใ
เจาหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรักษาสีหน้าให้ดูเศร้าสร้อยที่สุด ทั้งที่ในใจกำลังจุดพลุฉลองอย่างบ้าคลั่ง เขายื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการแสดงล้วนๆ ออกไปหยิบซองนั้นขึ้นมา‘หนักจัง... สงสัยข้างในจะไม่ใช่แค่เช็ค แต่เป็นเงินสดเลยหรือเปล่านะ! หรืออาจจะมากกว่าสิบล้าน! โอ้พระเจ้า! แผนการเปิดร้านเ
หลังจากผ่านวันครบรอบที่เต็มไปด้วยควันไฟและคราบพิซซ่าไปได้ไม่นาน ชีวิตของครอบครัวเสิ่นก็ดำเนินไปอย่างสงบสุขอยู่หลายสัปดาห์ จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง ขณะที่เจาหยวนกำลังง่วนอยู่กับการทำแพนเค้กให้ลูกๆ เขาก็ได้รับสายวิดีโอคอลจากบุคคลที่เขาคิดถึงที่สุด“แม่ครับ!” เจาหยวนร้องทักด้วยความดีใจทันทีที่เห็นใบหน้าใ
เจาหยวนกลับมาถึงเพนต์เฮาส์ในตอนเย็นด้วยหัวใจที่พองฟูและคาดหวัง เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีงาช้างกับกางเกงสแล็คสีดำที่เสิ่นหลางเตรียมไว้ให้ ผมของเขาถูกจัดทรงอย่างดี ใบหน้าก็ดูสดใสเปล่งปลั่ง เขาพร้อมแล้วสำหรับค่ำคืนที่แสนโรแมนติกแต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามานั้น... ทำให้เขายืนน
เจาหยวนสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสลัดความคิดงี่เง่าพวกนั้นทิ้งไป เขาไม่ใช่เจาหยวนคนเดิมที่ขี้ขลาดและไม่มั่นใจในตัวเองอีกแล้ว เขาคือภรรยาของเสิ่นหลาง คือหม่าม้าของเสิ่นอันและเสิ่นเล่อ เขาตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อไปเขาก้าวเท้าเดินไปยังหน้าห้องทำงาน และในวินาทีนั้นเอง เสิ่นหลางก็เงยหน้าขึ้นมาเห็นเขาพอดี






ความคิดเห็น