LOGINให้ตายสิ! ฉันนอนไม่หลับ
“อะไรกันวะ! ... ไอ้บ้าเอ๊ย!!” ฉันสบถออกมาดังๆ ก็มันเล่นนอนไม่หลับเลย ในหัวของฉันมีแต่ความทรงจำในอดีตระหว่างฉันกับเขาเต็มไปหมด หยุดคิดไม่ได้สักที
ก่อนหน้าที่จะเจอกับเขาเมื่อช่วงเย็น ยังแค่ฝัน และแอบคิดถึง แต่ไม่ถึงกับนอนไม่หลับอย่างนี้ แต่นี่! อะไร! “นายเล่นเอาฉันแทบบ้าแล้วนะ! … นายธีร์!” ใบหน้าฉันที่ดูเอาจริงเอาจังมากที่สุด มากกว่าตอนสอบโพรเจคท์อาจารย์เสียอีก
ฉันเด้งตัว ลุกนั่งจากที่นอนราบอยู่ “ฉันอิงอิง หากไม่มึนไม่ซึน ฉันคงไม่ได้นายมาเป็นแฟนหรอก ... นายธีร์! หลังจากนี้นายเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย เพราะฉันจะไม่ปล่อยนายไปเด็ดขาด! ฉันอิงอิง คนมึน คนซึน บวกเพิ่ม ฉันจะหน้าด้านหน้าทนตามตื๊อนายจนกว่านายจะกลับมาเป็นแฟนฉัน!”
วันต่อมา ช่วงเที่ยง
หลังจากหมดคาบเรียนช่วงเช้า “แกไปกันเถอะ” ฉันหันไปพูดกับไอน้ำในขณะที่มือรีบเก็บข้าวของลงกระเป๋า
“เดี๋ยวๆๆ ... แกจะไปไหน?” หน้ามันเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
ให้ตายสิ … ฉันล่ะอยากถ่ายรูปไอน้ำในตอนนี้เก็บไว้จริงๆ โคตรตลกเลย ฉันล่ะอดขำไม่ได้ ฉันเก็บของไปอมยิ้มไปด้วย
“ก็ไปหาไอ้บอลไง?” คำตอบฉัน เล่นเอาหน้าเพื่อนสาวเปลี่ยนสีหน้าจากความงุนงงเป็นตกใจ “ไปหาไอ้บอลเหรอ … ฮะ! แกว่าไงนะ! แกจะไปคณะวิศวะ!?”
ฉันที่ได้แต่แอบหัวเราะในใจ ตลกคูณสองเลยล่ะ ฮ่าๆ ฉันนี้แทบเอามือตัวเองปิดปากไม่ทัน ก็นางเล่นทำหน้างงๆ ในตอนแรก แล้วก็ทำหน้าเออออห่อหมก ตามมาด้วยดวงตากลมโตของนางที่แสดงถึงความตกใจนะสิ ไม่ให้หัวเราะได้ไงกัน
“ก็ไปหาบอลไง ตกใจอะไรมิทราบ” ฉันที่ทำหน้าทำตาวางเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“จะไม่ตกใจได้ไงวะ! … แกหลีกเลี่ยงที่จะไปคณะวิศวะมาตลอด แล้วไหงวันนี้ถึงอยากไป?” ไอน้ำที่ยังไม่เข้าใจว่าฉันกำลังจะทำอะไร และต้องการอะไร
“ก็แค่ไปหาเพื่อน คิดอะไรมาก!” ฉันเสียงสูงใส่นาง ทำหน้าแบบไม่มีอะไรเลยจริงๆ
“แต่แกอาจจะเจอพี่เขานะ ... แกแน่ใจแล้วเหรอว่ะ?” ‘พี่เขา’ ที่น้ำพูดถึงไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ก็ ‘พี่ธีร์’ นั่นแหละ
“เจอก็ดีสิ” ฉันที่ตอบกลับอย่างมั่นใจ พร้อมยิ้มสู้
“แกว่าไงนะ!?” ความไม่เชื่อของยัยไอน้ำ นางทำเสียงแบบตกใจขั้นสุดใส่ฉัน
“ก็บอกว่า ... เจอก็ดีไง ... หูไม่ดีแล้วหรือไงอายุแค่เนี้ยฮะยัยไอน้ำ” ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้นางให้มากที่สุด พร้อมกับการยืนยันในคำพูด
“ฉันยังหูดีเว้ย!” ไอน้ำยื่นหน้าใส่ฉันกลับ นางพูดต่อทันที “ฉันแค่รู้สึกตกใจ ปกติแกเล่นหนีมาตลอด แล้วทำไมวันนี้แกถึงได้อยากไปที่นั่น ... คิดดีแล้วเหรอ?” เหมือนนางจะเข้าใจความต้องการของฉันแล้ว พร้อมกับที่นางตวาดฉันกลับ “ไม่รู้สิ!? เรายังไม่ได้คิดอะไรเลย” ฉันยักไหล่ใส่นาง
“เอ้า! ไหงพูดอย่างนั้นล่ะเพื่อน” ไอน้ำมองหน้าเอาเรื่อง นางคงคิดว่าฉันกวนนาง แต่คำตอบของฉันไม่ได้กวน ก็ฉันไม่ได้คิดจริงๆ “เราไม่รู้จริงๆ ว่าเรากำลังคิดอะไร ... อือ จะบอกเธอไงดีล่ะ ... เอาเป็นว่า เราจะไม่หนีพี่เขาอีกแล้ว” คำตอบของฉัน ทำเอาไอน้ำกอดอก มองฉันเหมือนอยากจะถามอะไรต่อ แต่ก็เงียบ
“จะไปไม่ไป!?” ฉันที่คร้านจะตอบคำถามนาง ยื่นทางเลือกให้นางไป“แล้วเราเลือกได้ไหมล่ะ?” นางยักไหล่มองบนใส่ฉัน “ก็ไม่” ฉันที่ไม่ให้นางเลือก และไม่ให้นางได้ปฏิเสธ
ใต้อาคารเรียน คณะวิศวะ
ช่วงเที่ยงบรรยากาศเต็มไปด้วยเหล่านักศึกษาชายที่กำลังนั่งอยู่ใต้อาคาร
ขณะที่เราสองคนกำลังเดินบนฟุตบาทฝั่งตรงข้ามกับอาคาร สายตาของพวกเราก็มองเห็นเพื่อนสมัยมัธยมของพวกเราทันที เราทั้งคู่ตรงดิ่งเข้าไปหามัน
“ไง! ตาเฒ่าหัวงู” คำทักทายของไอน้ำ ที่เห็นเพื่อนชายกำลังนั่งม่อสาว
“เอ๋ น้อง! ... ว่าใครเฒ่าหัวงู!?” คำถามของคนถูกทัก ที่ไม่ยอมหันหน้ามามองว่าใครเป็นคนทัก เพราะเขากำลังนั่งเท้าคางมองสาวเขียนอะไรบางอย่าง อย่างตั้งใจอยู่ที่โต๊ะ ก่อนที่เจ้าตัวจะหันมามองว่าเป็นใคร และแน่นอน เมื่อรู้ว่าเป็นใคร สีหน้าตกใจเหมือนกันกับตอนที่ไอน้ำได้ยินฉันชวนมาที่นี่เลยล่ะ “เฮ้ย! มาได้ไงวะ!”
“หายตัวมามั้ง ถามโง่ๆ” ไอน้ำตอบยียวน “อ่าว ยัยแฟ็บพูดงี้ก็สวยอะดิ” บอลที่ไม่ยอม กวนกลับ
“รู้ตัวว่าสวย ไม่ต้องชม”
“เฮอะ…กล้าพูด สวยตายอะ!”
“ไอ้นี่!” ไอน้ำที่กำลังจะเถียงบอลกลับ “พอได้แล้วทั้งสองคน” เป็นฉันอีกแล้วที่ต้องห้ามทัพ ฉันส่ายหัวอย่างเอือมระอา
“เอ๋! … นั้น” เดี๋ยวนะเหมือนฉันเห็นอะไรแวบๆ ไม่ผิดตัวแน่ เห็นแค่แผ่นหลังฉันก็จำได้ดี เร็วกว่าสมองก็ขาฉันนี่แหละที่วิ่งไปทันที
“เฮ้ย! จะไปไหนน่ะ!?” เสียงเพื่อนทั้งสองตะโกนไล่หลังมา ฉันไม่ได้หันไปตอบอะไร จิตใจฉันอยู่กับคนที่ฉันกำลังไล่ตาม
ภายในห้อง “ส่งอิงแล้ว ก็กลับได้แล้ว” ฉันทำเป็นไล่ แต่ในใจ ... ฮึฮึฮึ ไม่รู้สินะ~ “จะให้พี่กลับไปไหน แฟนพี่อยู่ไหน พี่ก็ต้องอยู่กับแฟนสิ” ดูเขาทำเป็นอ้อนฉัน “อย่าเนียนสิคะ เราเพิ่งคบกันเองนะ” ฉันทำเป็นดุ แต่แล้วพี่ธีร์ก็เข้ามากอดฉันทางด้านหลัง “อิง” พี่ธีร์เรียกฉันด้วยเสียงแผ่วเบา “คะ?” ฉันสงสัยว่าเขาจะพูดอะไรต่อ “อิงเป็นแฟนพี่แล้วนะ” ประโยคที่ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำที่เหมือนจะบอกว่าฉันห้ามปฏิเสธ “จะให้ตอบว่าไม่เป็น ได้ด้วยเหรอคะ” ฉันตอบกวนๆ “ไม่ได้” เขาก็กวนกลับ “เอาแต่ใจ” พี่ธีร์กระชับกอดฉันแน่นขึ้น “พี่ไม่ได้แค่เอาแต่ใจอย่างเดียวนะ” ฉันขมวดคิ้ว “แล้วพี่เป็นอะไรอีกล่ะ?” พี่ธีร์ไม่ตอบทันที แต่กลับซุกหน้าลงกับไหล่ฉันเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวฉันจนใจสั่นไปหมด ก่อนที่เขาจะกระซิบเสียงต่ำ “พี่ยังขี้หวง ... ขี้หึง... มากด้วย” หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก พี่ธีร์กระชับกอดแน่นขึ้นเหมือนจะยืนยันคำพูดของตัวเอง ฉันยกมือแตะที่แขนเขาเบาๆ พยายามจะกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง “ถ้าอิงทำให้พี่หึง พี่จะใจร้ายให้ดู” “นี่เพิ่งจะเป็น
คณะสถาปัตย์ ฉันกับไอน้ำกำลังเดินไปโรงอาหารของคณะ วันนี้ฉันไม่ได้ไปกินข้าวกับพี่ธีร์ เพราะช่วงบ่ายต้องเข้าเรียนต่อเลย ขณะที่ฉันกับไอน้ำเดินมาถึงโรงอาหาร ผู้ชายหน้าตาดีที่ดูคุ้นเคย เดินเข้ามาหา “พี่ดิว?” ฉันเอ่ยชื่อพี่ดิวออกมา “อิง พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย” พี่ดิวดูซีเรียส “ค่ะ” ฉันรับปาก “ไอน้ำแกไปหาที่นั่งทานข้าวก่อนนะ” ฉันหันไปหาเพื่อน “อือ ให้ซื้อข้าวรอเลยไหม?” ไอน้ำถามฉัน “เอาเหมือนแก” ฉันพูดเสร็จไอน้ำก็เดินไปไกลแล้ว ฉันกับพี่ดิวเดินออกมานั่งด้านนอกโรงอาหารตรงม้านั่งที่ดูจะคนน้อยหน่อย “คืนดีกับธีร์แล้วไหม?” พี่ดิวเริ่มเปิดเรื่องก่อนเลย “อือ ค่ะ” ฉันยอมรับตามตรง “รู้แล้วใช่ไหมว่าพี่กับธีร์เป็นเพื่อนกัน” พี่ดิวเข้าประเด็นทันที “ค่ะ” ฉันพยักหน้ารับ จากนั้นพี่ดิวก็หยิบรูป ที่ดูจะเก่าขึ้นมาใบหนึ่ง “เคยเห็นคนในภาพนี่ไหม?” คำถามหยั่งเชิงฉัน ฉันหยิบภาพนั้นมาดู “เอ๋ นี่! อิงนี่ค่ะ” ฉันมองภาพเด็กผู้หญิงมัดแกะ ตัวเล็กๆ ใส่กระโปรงจีบรอบเสื้อแขนตุ๊กตา “จำเด็กผู้ชายที่อยู่ข้างๆ ได้ไหม?” พี่ดิวถามขึ้น ขณะที่ฉันยังมองภาพอยู่ ฉันเงยหน้ามองคนถาม “จ
“เรื่องเมื่อปีก่อน ยอมรับว่าจำอะไรไม่ได้เลย พี่เมามาก ตื่นเช้ามาก็อยู่ห้องตัวเองแล้ว พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่มาส่งเป็นอิง” ฉันเงียบ ฟังสิ่งที่เขากำลังพูด พี่ธีร์เล่าต่อ “พี่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอิง แต่ที่รู้คือพี่ติดต่ออิงไม่ได้ อิงหายไปเป็นเดือน พี่มาหาที่คณะก็ไม่เจอ ถามเพื่อนอิง ก็ไม่มีใครบอกว่าอิงอยู่ไหน” ฉันที่ยังเงียบ แต่เมื่อได้ยินประโยคนี้เหมือนเขาก็กำลังโทษฉัน ที่ฉันหายไป และเขาพยายามตามหาฉันแล้วแต่ไม่เจอ ส่วนฉันที่ไม่ยอมติดต่อเขากลับ อะไรประมาณนั้น ฉันขยับตัวอยากจะออกจากอ้อมกอดของเขา แต่เขากลับกระชับแน่น “ฟังพี่พูดให้จบก่อน” พี่ธีร์เหมือนรู้ ฉันนิ่งขึ้น แต่ยังไม่พูดอะไร รอฟังสิ่งที่เขาจะแก้ตัว “ตอนนี้พี่รู้แล้ว พี่รู้ว่าที่อิงหายไปเป็นเพราะพี่ พี่ผิดเอง พี่ไม่ติดต่ออิง พี่ไม่ไปหาอิงเลย จนผ่านไปเป็นเดือน พี่ถึงได้ตามหาอิง เป็นพี่ผิดเอง” เสียงพี่ธีร์ดูเศร้า ทำเอาใจฉันสั่ง “พี่พึ่งรู้ว่า หลังจากวันที่อิงมาส่งพี่เมื่อปีก่อน อิงเกิดอุบัติเหตุจนต้องนอนโรงพยาบาลหลายวันและพักรักษาตัวที่บ้านเป็นเดือน และวันนั้นก็เป็นช่วงที่แจนมาค้างที่ห้องพี่พอดี” พี่ธีร์พูดถึงจุด
“ให้ฟังอะไร?” ฉันตัดพ้อทันที “ฟังพี่บอกรักกันเนี่ยนะ! ... พี่มีคนอื่นมาตลอด แต่ก็ยังคบกับอิง มันหมายความว่าไง!” ฉันเงยหน้ามองพี่ธีร์ ทุบไปที่หน้าอกเขา ฉันอยากตีเขาให้หนักกว่านี้จริงๆ แต่เรี่ยวแรงของฉันไม่รู้ว่าหายไปไหน เสียงสะอึกในคอฉันดึงขึ้น พร้อมหยาดน้ำตาที่ไม่สามารถกลั้นได้ และสิ่งที่ทำให้ฉันร้องไห้หนักกว่าเดิม คือ เขาดึงฉันเข้าไปกอด แต่ฉันก็ยังพยายามยันตัวเองออกจากอ้อมกอด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ พี่ธีร์เอามือลูบหัวฉันเบาๆ และลูบหลังฉันไปด้วย น้ำตาของฉันไหลออกมาแบบไม่ขาดสาย “พี่ธีร์ เกิดอะไรขึ้น ... นี่หมายความว่าไง!?” เสียงที่ทำให้ฉันได้สติ ใช่เสียงผู้หญิงคนนั้น “ใช่! หมายความว่าไง?” ฉันดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของพี่ธีร์ได้สำเร็จ แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยฉัน กอดไหล่ฉัน ทำให้ฉันต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงของเขา “แจนมาก็ดี แล้ว” พี่ธีร์พูดขึ้น “นี่ อิงแฟนพี่เอง” ฉันฟังผิดไปหรือเปล่า จากที่ฉันน้ำตาร่วงเป็นเผาเต่า ร่วงหนักกว่าเดิม ที่ได้ยินพี่ธีร์บอกผู้หญิงอีกคนว่าฉันเป็นแฟน ฉันมองหน้าคนทั้งคู่อย่างงงๆ และยังคงร้องไห้ แต่ฉันก็พยายามที่หยุดตัวเองไม่ให้ร้
หน้าคอนโด อิงอิง วันนี้ฉันนัดไอ้บอลกับไอน้ำมารับเช้ากว่าปกติ เพราะฉันไม่ต้องการเจอหน้าใครบางคน ฉันถอนหายใจยาว กดปิดหน้าจอมือถือ ไม่แม้แต่จะเปิดอ่านข้อความของเขา เขาส่งข้อความมาหาฉันตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวาน บอกว่าจะมารับฉันไปเรียน แต่ฉันยังไม่ต้องการพบหน้าเขา และฉันตั้งใจแล้วว่าจะไม่ยอมง่ายๆ ฉันไม่อยากเป็นคนที่ถูกทำร้ายแล้วยังต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามอีก สิ่งที่เขาทำกับฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนฉันไม่มีค่าเลยสักนิด เขาไม่เคยคิดจะอธิบายอะไร ไม่เคยคิดจะบอกเหตุผลว่าทำไมต้องพูดแบบนั้น ทำไมถึงทำให้ฉันรู้สึกแย่ แล้วจู่ๆ ก็มาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แค่บอกว่าจะมารับ นี่เขาคิดว่าฉันเป็นอะไร? เสียงแตรรถบอลดังขึ้น ฉันหันไปมองเห็นไอ้บอลกับไอน้ำจอดรถรออยู่ ฉันรีบคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินไปขึ้นรถ ภายในรถ ขณะที่ไอ้บอลทำหน้าที่คนขับรถ “วันนี้นึกไงถึงให้พวกกูมารับวะ” บอลแซว เพราะช่วง 2 อาทิตย์มานี้ฉันไม่ได้ไปมหา’ลัยกับพวกมันเลย “ฉันคิดถึงพวกแกไงจะอะไรได้” ฉันยิ้มแฉ่งใส่เพื่อนทั้งสองที่นั่งอยู่เบาะหน้า “ไม่ต้องมาเนียน มีปัญหากับพี่ธีร์ล่ะสิ” ไอน้ำมันรู้ทันฉั
“มึงยังรู้ว่าตัวเองเป็นคนผิด แต่ไม่ยอมไปง้อน้องเขา มึงจะให้กูคิดว่ามึงยังสำนึกอยู่อีกเหรอวะไอ้ธีร์” เสียงทุ้มต่ำของคนมาใหม่ดังขึ้น ทำเอาไต้ฝุ่นที่กำลังรอซ้ำเติมเพื่อนหยุดชะงัด หันไปหาที่มาของเสียง ดิวไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินเข้าไปกระชากคอเสื้อเพื่อนรักขึ้นมาทันทีที่เดินประชิดตัว “กูอุตส่าห์ถอยให้ เพราะกูเห็นว่าน้องอิงยังรักมึง กูเลยไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว” “เฮ่ๆๆๆ! ใจเย็นๆ” ไต้ฝุ่นสะดุ้งตัว ลุกขึ้นตามสัญชาตญาณ กอดไหล่ดิวอย่างรวดเร็ว เขาตบไหล่เพื่อนเบาๆ เพื่อเรียกสติ “เพื่อนกัน ... มีอะไรก็คุยกันดีๆ” พายุยืนขึ้นฝั่งธีร์ จับไหล่ ดึงเพื่อนให้ห่างจากดิวที่กำลังมีอารมณ์ “ไม่เป็นไร กูรู้ดีว่าไอ้ดิวมันเป็นคนยังไง” ธีร์มองหน้าเพื่อนที่กำลังจ้องหน้าเขาเขม็ง “มึงเป็นเพื่อนกู กูถึงได้ยอมมึง และมองแค่หน้ามึงอยู่นี่ไง ไม่ตะบันหน้ามึงก็ดีถมไป ...” ดิวจ้องหน้าเพื่อน แต่แววตาบอกได้ว่าโกรธสุดๆ เขาผลักธีร์ออก ไม่เบาหรือแรงจนเกินไป ธีน์ก็ไม่ต่อต้าน ทำให้เขาถูกผลักไปตามแรง แต่ยังดีมีพายุช่วยประคองไม่ให้ล้ม ดิวยังคงจ้องหน้าเพื่อน และพูดในสิ่งที่ตัวต้องการพูดต่อ “มึง







