LOGINใบหน้าของหลีอี้เฟิงในตอนนี้นั้นสั่นกระตุกด้วยความหวาดกลัวฟันบนฟันล่างของเขานั้นถึงกับประกบกันไม่เข้าที่หากคนของทางการรู้เรื่องเข้าเขาคงโดนโทษประหารไม่ก็ถูกจำคุกตลอดชีวิต หากมองดูแต่เพียงภายนอกแล้วชายหนุ่มผู้นี้นั้นทั้งหล่อเหลาแล้วก็เฉลี่ยวฉลาด แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาเป็นเพียงชายหนุ่มที่โง่เขลาเอาแต่ใจตัวเองเท่านั้น หลีอี้เฟิงพยายามคิดเรื่องชั่วๆอยู่ภายในหัวสมองมากมายเพื่อที่จะหลีกหนีจากเคราะห์กรรมในครั้งนี้จากใบหน้าที่แสดงถึงความหวาดกลัวเปลี่ยนแปลงไปยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย
พั่ว พั่ว พั่ว เขาชกที่ใบหน้าของตัวเองชกแล้วชกอีกจนใบหน้าของเขาฟกช้ำดำเขียวไปหมดแล้วถือว่าชายหนุ่มนั้นลงทุนลงแรงเป็นอย่างมากโดยไม่ห่วงหน้าตาอันหล่อเหลาของเขา
“ถุย! เจ็บเป็นบ้า” หลีอี้เฟิงถุยน้ำลายที่ผสมไปด้วยเลือดออกมา ชายหนุ่มถึงกับชกไปที่ปากของตัวเองจนเลือดไหลกบปากนับว่าตัวของเขานั้นลงทุนลงแรงเป็นอย่างมากเขายอมเจ็บตัวเพื่อที่จะให้มันออกมาดูสมจริงที่สุด เขาจ้องมองร่างที่ไร้วิญญาณของผู้เป็นพ่อด้วยใบหน้าและรอยยิ้มที่แสดงถึงความชั่วร้าย
“พ่อ....” ชายหนุ่มค่อยๆพูดคำว่าพ่อด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะแผ่วเบาถึงจะเป็นอย่างงั้นใบหน้าของเขาก็ยิ้มเยาะด้วยความชั่วร้าย ในขณะเดียวกันเขาก็พยายามรีดเค้นหยาดน้ำตาไหลออกมา
“ท่านพ่อ” หลีอี้เฟิง ร้องเรียกพ่อโดยเพิ่มน้ำเสียงไปอีกระดับหนึ่งเพื่อที่จะให้ดังขึ้น น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าแต่ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความยิ้มแย้มในขณะเดียวกันใบหน้าของชายหนุ่มเองในยามนี้นั้นก็เริ่มที่จะเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาแล้ว
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ ใครก็ได้ช่วยท่านพ่อของข้าด้วย ท่านพ่อ ใครก็ได้ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย” หลีอี้เฟิงร้องตะโกนอย่างสุดเสียงจนลำคอของตนนั้นแทบแตกน้ำเสียงของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความกรีดร้องและเจ็บปวดจนผู้คนทั่วทั้งจวนได้ยินเสียงร้องของนายน้อยผู้นี้
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือจะเป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือของนายน้อยหลี เร็วเข้าพวกเราต้องรีบแล้วเผือเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น” ผู้คนทั้งภายในจวนและนอกจวนเต็มไปด้วยความตื่นตกใจพวกเขาต่างรีบวิ่งมายังที่ตั้งของเสียงร้องนั้นโดยทันทีผู้ที่มาถึงเป็นคนแรกคือบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งเพราะตัวของเขานั้นอยู่ใกล้มากที่สุดจนมาถึงก่อนใคร
“นายท่านขอรับบ่าวมาแล้ว นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” บ่าวรับใช้ผู้นี้วิ่งหน้าตื่นมาโดยทันทีเขากล่าวถามด้วยน้ำเสียงด้วยความเป็นห่วงเพราะถึงอย่างไรตนเองก็ติดตามรับใช้คนของตระกูลนี้มาหลายปี
“ไม่อย่าเข้ามา ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย มันกำลังพยายามทำร้ายข้าใครก็ได้ช่วยข้าด้วย” สีหน้าของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีในที่สุดเขาก็ได้เหยื่อจนได้ความผิดบาปทั้งหมดเขาจะยกให้กับบ่าวรับใช้ผู้นี้
“นายน้อยท่านเป็นอะไรกัน นี่เป็นข้าเอง ข้าติดตามรับใช้สองพ่อลูกมาหลายปีท่านจำข้าไม่ได้อย่างงั้นเหรอ ท่านหลีกัง มันเกิดอะไรขึ้นกับนายท่านกัน” บ่าวรับใช้ผู้นี้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นท่านผู้นำตระกูลนอนจมกองเลือดไปกับพื้นดูจากท่าทางของเขาแล้วเขาคงไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วผู้ที่น่าสงสัยที่สุดก็คือนายน้อยที่ร้องแหกปากเมื่อครู่
“นายท่านพวกข้ามาถึงแล้ว ที่นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น” คนรับใช้คนอื่นๆที่เดินทางมาถึงพวกเขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นตกใจเป็นอย่างมากที่ท่านหลีกังจบชีวิตไปแล้ว
“เป็นมัน มันทำร้ายข้ากับท่านพ่อ พวกเจ้าจงจับตัวมันเอาไว้เร็วเข้าพวกเราต้องรีบช่วยท่านพ่อเผื่อท่านยังมีชีวิตรอด” หลีอี้เฟิงชี้นิ้วไปที่คนรับใช้ที่เดินทางมาถึงเป็นคนแรกโดยทันทีว่าตัวของมันนั้นเป็นคนทำทั้งหมด
“แกไอ้ขี้ข้าเลี้ยงเสียข้าวสุก เจ้าจำไม่ได้อย่างงั้นเหรอว่านายท่านหลีกังนั้นดีกับพวกเรามากแค่ไหน” คนรับใช้คนอื่นๆกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเจ็บแค้นถึงแม้ว่าตัวของหลีกังนั้นจะเป็นชายหนุ่มสูงวัยที่มีความทะเยอทะยานแต่ตัวของเขานั้นก็เลี้ยงดูลูกน้องดีเป็นอย่างมากเขาจึงได้รับการนับถือและการเชื่อใจจากลูกน้องทางด้านตัวของหลีอี้เฟิงนั้นในตอนนี้ตัวของเขาแอบยิ้มเยาะด้วยความชอบใจในที่สุดตัวของเขาก็ได้หลุดพ้นจากข้อสงสัยแล้ว
“ไม่ข้าไม่ได้ทำ ตัวข้านั้นถูกใส่ร้าย” บ่าวรับใช้ที่เดินทางมาถึงคนแรกเขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความหวาดกลัวเขาอุส่ารีบวิ่งมาด้วยความเป็นห่วงแท้ๆแต่สุดท้ายผลงานที่ได้ตนเองถูกใส่ความ
ตู๊มมมม พั่ว พั่ว
บ่าวรับใช้ผู้นี้ถูกผู้คนนับสิบรุมกระทืบโดยทันที เพราะไม่ว่าจะอย่างไรนายน้อยหลีอี้เฟิงที่มันนับถือไม่มีทางที่จะพูดโกหกเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอันขาดเพราะผู้ที่นอนจมกองเลือดไปกับพื้นก็คือผู้เป็นพ่อของเขาเอง
“ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำ” นี่คือสิ่งที่บ่าวรับใช้ผู้นี้พูดออกมาแต่ดูเหมือนว่าคนรับใช้คนอื่นๆจะไม่ฟังน้ำเสียงและคำวิงวอนของเขาเลยสุดท้ายตัวเขากลับกลายนอนจมกองเลือดไปกับพื้น
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันหยุดการกระทำของพวกเจ้าซะ ไม่ว่าจะอย่างไรบ้านนี้เมืองนี้ก็มีกฏหมายหากพวกเจ้าไม่หยุดการกระทำข้าจะจับขังคุกให้หมด” ผู้ที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมนั้นชายผู้นี้ก็เป็นคนของทางการนั่นเอง
“ท่านผู้ตรวจการหวังเฮ่อ ได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับข้าด้วยคนรับใช้ผู้นี้มันทำร้ายข้าแล้วก็สังหารพ่อของข้า” หลีอี้เฟิง กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอย่างร้อนรนเพราะคนผู้นี้นั้นเป็นคนที่ยุ้งยากเป็นอย่างมาก
“เด็กๆลากมันผู้นี้ไปเข้าคุกก่อนเดียวข้าจะสืบสวนในภายหลัง คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้หมดยกเว้นนายน้อยหลีอี้เฟิง” ผู้ตรวจการหวังเฮ่อกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสุดแสนจะเย็นชาราวกับว่าตัวของเขานั้นพบเจอคดีเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง
“ท่านผู้ตรวจการได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับข้าด้วย” หลีอี้เฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอย่างร้อนรน
“หลีอี้เฟิง ข้าเคยทำคดีมาทั้งชีวิตมีหรือที่ตัวข้าจะไม่รู้ว่าการตายของพ่อเจ้านั้นมันผิดปกติ” น้ำเสียงของผู้ตรวจการนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้มงวดและจริงจัง ทางด้านตัวของหลีอี้เฟิงในตอนนี้นั้นถึงกับแทบที่จะก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเขาคาดคิดไม่ถึงเลยว่าตัวเขานั้นจะประมาทในตัวของผู้ชายคนนี้มากจนเกินไป
“ความยุติธรรมจะอยู่เคียงข้างเจ้าหากเจ้ายอมจ่ายจำนวนเงินที่มากพอ” หลังจากนั้นไม่นานน้ำเสียงของชายผู้เข้มงวดและตรงฉินมากที่สุดเปลี่ยนแปลงเป็นโอนอ่อนอย่างรวดเร็ว
“ข้ายอมจ่ายขอรับ ท่านผู้ตรวจการหวังเฮ่อต้องการเท่าไหร่เรียกข้ามาได้เลย”
“ฮ่า ฮ่า ความใจกว้างของเจ้านั้นมันตรงกับที่ท่านเฟยเมียวเล่าให้ฟังไม่มีผิด” เฟยเมียวคือขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มีส่วนช่วยให้จวนของหวังซุนตกเป็นของหลีอี้เฟิงนั่นเอง
“ขอบคุณท่านผู้ตรวจการที่เมตตา ข้าเป็นเพียงชายหนุ่มผู้หลงผิดเท่านั้น” หลีอี้เฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นเต้นยินดีน้ำเสียงของชายผู้นี้นั้นไม่ต่างอะไรไปจากเสียงสวรรค์
“น้องรัก ทำไมถึงทำตัวห่างเหินกันถึงขนาดนั้นเรียกว่าพี่หวังเฮ่อก็พอปัญหาของเจ้ามันช่างเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นไม่มีอะไรที่ท่านพี่ผู้นี้จะจัดการไม่ได้” เมื่อผลประโยชน์ลงตัวกันพวกมันทั้งสองก็จับมือกันเป็นพี่น้องในทันที
“ซูเหวินลูกพ่อเจ้าชอบอยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม” หวังซุนกล่าวถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนสำหรับตัวเขาแล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็ดีทั้งนั้นขอเพียงแค่ว่าคนที่รักของเขานั้นมีความสุข“ท่านพ่อข้าชอบที่นี่มาก ข้าไม่อยากที่จะกลับไปอยู่เมืองหลวงอีกแล้วข้าคิดถึงเพื่อนคิดถึงท่านปู่ที่นี่มีคนที่ข้ารักอยู่เต็มไปหมด” ถึงแม้ว่าตัวของนางนั้นจะเป็นเพียงแค่เด็กแต่ก็พอที่จะรับรู้ได้ว่าความรักความคิดถึงนั้นมันเป็นเช่นไร“ดี ดีพ่อจะตามใจเจ้า” หวังซุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนยามที่พูดคุยกับบุตรสาวที่น่ารักของเขาชายหนุ่มเป็นท่านพ่อที่ใจดีเป็นอย่างมากเพราะตัวของนางนั้นแทบที่จะเป็นโลกทั้งใบของหวังซุน“แล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไรเหรอ กิจการค้าหลายอย่างของเจ้าก็อยู่ในเมืองหลวงไม่น้อยเลยแล้วไหนจะนางอีก”. ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเล็กน้อยเพราะตัวของหวังซุนนั้นเกิดและโตภายในเมืองหลวงและสมบัติดั้งเดิมของเขาที่เคยถูกแย่งชิงไปบัดนี้ก็ได้คืนมาหมดแล้วแต่เขากับเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้“ทำไมข้าจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ก็เพราะหัวใจของข้าอยู่ที่นี่ขอเพียงแค่มีเจ้าและลูกชีวิตขอ
ชีวิตของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นแทบที่จะเรียกได้ว่าตกอับอย่างถึงขีดสุด จากชายหนุ่มรูปงามที่มีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตบัดนี้ตัวของเขานั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรผู้หญิงที่เขาแย่งชิงมาด้วยความยากลำบากบัดนี้ตัวของนางกับทิ้งเขาไปอีก หวังซุนไม่ได้เปิดเผยตัวเองว่าตัวเขาแท้ที่จริงแล้วอยู่เหตุการณ์เบื้องหลังทั้งหมดหลังจากที่หลีอี้เฟิงได้สิ้นเนื้อประดาตัวเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันอีกต่อไปเพราะชีวิตของมันคงจบสิ้นลงแล้วชีวิตของมันเองหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของมันแล้วครืน....ครืน.....รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆในขณะนั้นผู้ที่อยู่บนรถม้าก็ได้ให้ความสนใจต่อชายเร่ร่อนผู้หนึ่งถึงแม้ว่าท่าทางของเขานั้นจะสกปรกมอมแมมแต่ผิวพรรณหน้าตาของเขานั้นมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากชายเร่ร่อนที่นอนอยู่ข้างถนนผู้นี้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลีอี้เฟิง“ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกัน” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยความสนใจ“เรียนท่านแม่ทัพ คนผู้นี้น่าจะเป็นนายน้อยหลีอี้เฟิงขอรับข้าได้ข่าวมาว่าเขาเล่นการพนันจนหมดตัวแล้วสภาพก็เป็นอย่างที่เห็นรอวันตายไปวันๆใช้ชีวิตอย่างคนไร้ค่า” ผู้ติดตามรีบกล่าวรายงานต่อผู้เป็นนาย“
ในตอนนี้นั้นหลีอี้เฟิงได้กลายเป็นผีพนันไปเต็มตัวแล้ววันทั้งวันเขาอาศัยอยู่แต่ภายในบ่อนจนไม่สนใจโลกภายนอกธุรกิจการค้าของเขานั้นเจ๊งพังยับเยินไม่มีชิ้นดีเหล่าผู้ติดตามเขาที่ติดตามมานานปีตั้งแต่ยุคสมัยของผู้เป็นพ่อล้วนแล้วแต่จางหายไปหมดสิ้นจากชายหนุ่มที่เป็นสุภาพบุรุษประจำเมืองหลวงที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันแย่งชิงสารรูปของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้ขี้เมาดีๆไม่หลงเหลือความหล่อเหลาสง่าราศีอีกต่อไป อารมณ์ด้านมืดของแต่ล่ะคนนั้นช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวหากเราหลงละเลิงสนุกไปกับมันจนขาดการยั้งคิดมันสามารถเป็นอาวุธทำลายล้างชีวิตของตัวเราเองทุกสิ่งที่เคยสร้างมาล้วนแล้วแต่สูญสลายหายไปจนหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารักหรือทรัพย์สิน“ไอ้บ้าเอ้ย..เกือบจะชนะแล้วเชียวทำไมวันนี้โชคชะตาไม่เข้าข้างข้าเอาซะเลย” หลีอี้เฟิงส่งเสียงร้องตะโกนอย่างคนหัวเสียตัวของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้นที่ถูกคนอื่นจูงจมูกโดยง่าย“น่าเสียดายจริงๆเลยนะขอรับเหลืออีกเพียงแค่นิดเดียวตัวท่านก็จะชนะเดิมพันแล้ว” ผู้ดูแลบ่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเสียดายแทนหลีอี้เฟิงราวว่าตัวของเขานั้นทุกข์ร้อนแทนมัน
สถานการณ์ทางการเงินของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นนับได้ว่ามีความย่ำแย่อย่างถึงขีดสุดเพราะตัวของเขานั้นถึงขนาดค่อยๆทยอยขายสิ่งของที่มีค่าไปทีละนิดทีละนิดจนภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรทุกสิ่งทุกอย่างภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นมันแทบที่จะว่างเปล่าไปหมด ไม่เพียงแค่นั้นซูเมิ่งหญิงสาวคนรักของเขาก็ทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดีเมื่อตัวของมันนั้นหมดประโยชน์มีหรือที่ตัวของนางนั้นจะทนอยู่กินเกลือไปด้วยสตรีนางนี้ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยอสรพิษแต่ตัวของนางนั้นเป็นคนฉลาดนางมีทรัพย์สินเงินทองที่มากพอที่จะสามารถหล่อเลี้ยงนางไปทั้งชีวิตแต่ข้อเสียที่ร้ายแรงของนางนั้นเป็นเพราะตัวของนางนั้นไม่เคยรักใครจริงนอกจากตัวของนางเองหลังจากที่นางทอดทิ้งหลีอี้เฟิงไม่ต่างอะไรไปจากหมาข้างถนนนางก็ซื้อบ้านพักหลังใหม่ที่อยู่ใกล้ๆกับหอการค้าของหวังซุนสตรีนางนี้ตัวของนางคาดหวังที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตคู่อยู่กับเขาอีกครั้งถึงแม้ว่าตัวของชายหนุ่มจะมีคนรักใหม่แล้วก็ตามแต่ว่าตัวของนางนั้นก็ไม่สนใจแถมนางยังมาสมัครเป็นคนงานในหอการค้าแห่งนี้อีกด้วยที่ตัวของเขาจำใจต้องรับนางเข้ามาเพราะชายหนุ่มเห็นแก่บุตรสาว“ท่านช่างเป็นคนที่
หวังซุนลงทุนเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาลเพื่อที่จะเปิดบ่อนการพนันแห่งนี้ก็เพื่อนำไว้ใช้จัดการกับหลีอี้เฟิงโดยเฉพาะมันเคยล่อลวงเขาแบบไหนเขาก็จะล่อลวงมันเช่นนั้นมันเคยทำให้เขาต้องหมดตัวเขาเองก็จะทำให้มันไม่เหลืออะไรในชีวิตนี่ถึงจะเรียกว่าวิธีการทำลายล้างที่แท้จริงการแก้แค้นอีกฝ่ายก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กำลังเสมอไป ภายในบ่อนการพนันแห่งนี้นั้นแทบที่จะมีบริการทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวขายบริการที่ถูกรวบรวมมาจากทั่วทั้งสารทิศเพื่อสร้างความดึงดูดต่อลูกค้าผิวพรรณหน้าตาของพวกนางนั้นล้วนแล้วแต่มีความสวยสดงดงามโดดเด่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ด้านมืดของบรรดาชายหนุ่มได้อย่างไม่อยากเย็นนักรวมไปถึงตัวของหลีอี้เฟิงเพียงแค่ตัวของมันก้าวเท้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ที่บริเวณขาที่สามของมันนั้นยังถึงกับเกิดการแข็งตัวมาแต่ไกล“ที่นี่มันคือที่ไหนกันมันคือดินแดนสวรรค์หรืออย่างไร” หลีอี้เฟิงตัวของมันอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำนี้ออกมาไม่มีเพียงแค่เด็กของทางบ่อนออกมาต้อนรับมันเท่านั้นแต่ยังมีสาวงามออกมาต้อนรับมันอีกด้วยความงดงามของสตรีนางนี้นั้นแทบที่จะไม่น้อยหน้าซูเมิ่งภรรยาที่น่ารักของเขาเลย“นายท่าน ท่านคงพึ่งจะเคยมาสถา
ในสายตาของเพ่ยถิงแล้วหลีอี้เฟิงมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กอมมือคนหนึ่งมันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากไม่มีเฟยเมียวคุมหัวอีกต่อไปมันผู้นี้จะต้องคลานมาหาตนแน่ และก็เป็นดังที่มันคาดไว้ช่วงสายของวันมันก็เดินทางเพื่อที่จะมาขอพบตน“นายท่านเพ่ยถิงท่านสบายดีรึไม่” น้ำเสียงของหลีอี้เฟิงเต็มไปด้วยความนอบน้อมหลายส่วนยามที่อยู่ต่อหน้าชายร่างอ้วนผู้นี้ช่างแตกต่างกับหวังซุนที่ตัวเขานั้นใช้น้ำเสียงสบายๆถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะอาศัยพึ่งพาบารมีของมันแต่เขาก็ไม่ได้เลียแข้งเลียขาขนาดนั้นเพราะต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์“นายน้อยหลีพึ่งจะเห็นหัวข้าก็ตอนนี้อย่างงั้นเหรอ หากยังคงมีเจ้าเฟยเมียวคุมหัวอยู่เกรงว่าตัวท่านจะไม่มาเจอข้าในวันนี้” เพ่ยถิงกล่าววาจาที่เหินห่างเขาไม่จ้องมองใบหน้าของมันด้วยซ้ำสุนัขที่กำลังจะตกอับไม่จำเป็นที่จะต้องให้ราคา ทางด้านตัวของหลีอี้เฟิงเองในยามนี้นั้นหัวใจของมันถึงกับสะท้านหวั่นไหวมันคิดไม่ถึงประโยคแรกที่คุยกันก็เป็นเช่นนี้ไปแล้ว“ข้ามีของขวัญที่อยากจะมอบให้ท่าน” หลีอี้เฟิงไม่พูดมากเขาหยิบสิ่งของมีค่าจำนอนหนึ่งออกมาทางด้านตัวของชายร่างอ้วนแอบเหลือบมองสักเล็กน้อยแล้วค่อยพยักหน้าอย่างพึงพอใ







