Mag-log in“ซูเหวินลูกพ่อเจ้าชอบอยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม” หวังซุนกล่าวถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนสำหรับตัวเขาแล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็ดีทั้งนั้นขอเพียงแค่ว่าคนที่รักของเขานั้นมีความสุข
“ท่านพ่อข้าชอบที่นี่มาก ข้าไม่อยากที่จะกลับไปอยู่เมืองหลวงอีกแล้วข้าคิดถึงเพื่อนคิดถึงท่านปู่ที่นี่มีคนที่ข้ารักอยู่เต็มไปหมด” ถึงแม้ว่าตัวของนางนั้นจะเป็นเพียงแค่เด็กแต่ก็พอที่จะรับรู้ได้ว่าความรักความคิดถึงนั้นมันเป็นเช่นไร
“ดี ดีพ่อจะตามใจเจ้า” หวังซุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนยามที่พูดคุยกับบุตรสาวที่น่ารักของเขาชายหนุ่มเป็นท่านพ่อที่ใจดีเป็นอย่างมากเพราะตัวของนางนั้นแทบที่จะเป็นโลกทั้งใบของหวังซุน
“แล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไรเหรอ กิจการค้าหลายอย่างของเจ้าก็อยู่ในเมืองหลวงไม่น้อยเลยแล้วไหนจะนางอีก”.
ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเล็กน้อยเพราะตัวของหวังซุนนั้นเกิดและโตภายในเมืองหลวงและสมบัติดั้งเดิมของเขาที่เคยถูกแย่งชิงไปบัดนี้ก็ได้คืนมาหมดแล้วแต่เขากับเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้
“ทำไมข้าจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ก็เพราะหัวใจของข้าอยู่ที่นี่ขอเพียงแค่มีเจ้าและลูกชีวิตของข้าก็มีความสุขอย่างที่สุดแล้ว ส่วนเรื่องระหว่างข้าและซูเมิ่งมันเป็นเพียงแค่อดีตไปแล้วข้าเพียงแค่หวังว่านางจะพอมีความเป็นแม่อยู่บ้างสักวันนึงนางจะต้องมอบทรัพย์สินของนางทั้งหมดให้กับบุตรสาวของนาง”
“อือ”
“ซิ่วอิงเจ้าแต่งงานกับข้านะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว” ชายหนุ่มขอหญิงสาวแต่งงานทันทีสีหน้าของนางแอบขึ้นสีเล็กน้อยเมื่อถูกขอแต่งงาน
หลายอาทิตย์ต่อมาพิธีแต่งงานระหว่างหวังซุนกับซิ่วอิงนั้นถูกจัดขึ้นมาอย่างเรียบง่ายโดยมีผู้คนภายในหมู่บ้านเป็นแขกร่วมงานและเป็นอีกวันหนึ่งที่เด็กสาวตัวน้อยซูเหวินนางรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมากที่ท่านพ่อและพี่สาวซิ่วอิงจะได้แต่งงานกันในที่สุดตัวของนางก็ได้แม่ใหม่แล้วเด็กสาวตัวน้อยจะได้เรียกนางว่าแม่อย่างเต็มปากเสียที
“ฮ่า ฮ่า หวังซุนข้าฝากหลานสาวของข้าด้วยนะ ข้าหวังว่าเจ้าจะดูแลนางได้เป็นอย่างดี” ไป๋อันถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาในที่สุดหลานสาวของเขาก็มีคนดูแลแล้วดูเหมือนว่าวันเวลามันจะผ่านไปเร็วมากจริงๆตัวเขาเองก็เริ่มที่จะแก่ชราลงทุกที
“ท่านผู้นำหมู่บ้านไม่ต้องเป็นห่วงข้าจะขอรับผิดชอบดูแลชีวิตของนางเองข้าจะทำให้นางเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด” หวังซุนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความมุ่งมั่นว่าตัวของเขานั้นรักนางจากสุดหัวใจจริงๆไม่ใช่เพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ
“ผู้นำหมู่บ้านอะไรกันเจ้าเป็นหลานเขยของข้าแล้วนะต่อไปนี้เจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านปู่ถึงจะถูก ฮ่า ฮ่า” ชายชราหัวเราะออกมาด้วยความยินดี ความสุขของหลานสาวถือว่าเป็นที่สุดของเขาแล้ว
“ขอรับท่านปู่” หวังซุนตอบรับด้วยความนอบน้อมพิธีแต่งงานถูกจัดออกมาอย่างเรียบง่ายและความอบอุ่น ผู้คนต่างพากันอวยพรให้พวกเขามีชีวิตที่มีความสุขไปนานแสนนานถือว่าเป็นอีกวันหนึ่งเป็นวันที่ดีของหมู่บ้าน
ที่บริเวณไม่ห่างไกลจากพิธีงานแต่งงานมากนักมีหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาสุดแสนจะงดงามแอบยืนร่ำไห้อยู่ผิวพรรณหน้าตาของนางนั้นมีความสวยงามโดดเด่นกว่าหญิงสาวชาวบ้านสามัญทั่วไป
“ฮือ ฮือ หวังซุนการที่เจ้าทำเช่นนี้สู้เจ้าทำร้ายข้าให้ตายเสียยังดีกว่า ทำไมเจ้าไม่ทำร้ายข้า ทำไมเจ้าถึงเพิกเฉยต่อข้าทำไม ทำไมกัน” ซูเมิ่งแอบยืนร้องไห้อยู่คนเดียวในขณะเดียวกันก็มีผู้คนมากมายต่างแสดงความยินดีต่อบ่าวสาว การกระทำที่ผ่านมาของนางนั้นนับได้ว่ามีความชั่วร้ายเป็นอย่างมากทั้งต่อสามีและต่อตัวลูกของนางเองนางแอบเล่นชู้อย่างไม่อายฟ้าดินแถมยังยักยอกทรัพย์สมบัติของเขาไปให้ชู้คนรักการกระทำของนางเช่นนี้นั้นเป็นการกระทำที่ยากต่อการให้อภัย แน่นอนว่านางรู้ถึงการกระทำที่ชั่วร้ายของนางเป็นอย่างดีด้วยเหตุนี้มันก็ยากที่จะย้อนเวลากลับมาเช่นดังเดิมหญิงสาวที่งดงามอย่างเช่นนางคงทำได้แต่สำนึกเสียใจไปตลอดชีวิต
“ท่านแม่!!!” ซูเหวินตัวน้อยเมื่อเห็นแม่ที่แท้จริงของนางแต่ไกลๆนางจึงรีบวิ่งเข้าไปกอดในทันที
“ลูกแม่ แม่ขอโทษนะลูกแม่ผิดไปแล้ว” นางขอโทษบุตรสาวตัวน้อยอย่างจริงใจพร้อมทั้งโอบกอดสัมผัสนาง
“ท่านแม่ร้องไห้ทำไม” ซูเหวินพูดจาปลอบผู้เป็นแม่ของนาง
“แม่เพียงแค่นึกถึงสิ่งไม่ดีที่แม่ทำไปในครั้งๆก่อน” ซูเมิ่งพูดกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยน
“เจ้าคิดได้แล้วอย่างงั้นเหรอ” น้ำเสียงที่เย็นชาดังขึ้น น้ำเสียงของชายผู้นี้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหวังซุน ซูเมิ่งไม่ได้พูดอะไรออกมานางทำได้แต่เพียงหลั่งน้ำตาออกมาเท่านั้นเพราะมันจุกอกไปหมดเพราะชีวิตของนางในยามนี้นั้นไม่เหลือใครอีกแล้วต่อให้มีทรัพย์สินเงินทองตรงหน้าก็ตาม
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นซูเมิ่งได้ตัดสินใจย้ายมาที่หมู่บ้านหลิงอันอีกคนแต่ตัวของนางนั้นจะไปๆมาๆระหว่างเมืองหลวงเพื่อที่จะดูแลกิจการการค้านางเดินทางมาที่นี่เพื่อคาดหวังว่าจะได้มีโอกาสทำหน้าที่แม่ที่ดีกับเขาบ้างและทำได้แต่เพียงแอบยืนดูแผ่นหลังของชายหนุ่มอยู่ห่างๆด้วยความสำนึกเสียใจ
“ซูเหวินลูกพ่อเจ้าชอบอยู่ที่นี่จริงๆใช่ไหม” หวังซุนกล่าวถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนสำหรับตัวเขาแล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็ดีทั้งนั้นขอเพียงแค่ว่าคนที่รักของเขานั้นมีความสุข“ท่านพ่อข้าชอบที่นี่มาก ข้าไม่อยากที่จะกลับไปอยู่เมืองหลวงอีกแล้วข้าคิดถึงเพื่อนคิดถึงท่านปู่ที่นี่มีคนที่ข้ารักอยู่เต็มไปหมด” ถึงแม้ว่าตัวของนางนั้นจะเป็นเพียงแค่เด็กแต่ก็พอที่จะรับรู้ได้ว่าความรักความคิดถึงนั้นมันเป็นเช่นไร“ดี ดีพ่อจะตามใจเจ้า” หวังซุนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะอ่อนโยนยามที่พูดคุยกับบุตรสาวที่น่ารักของเขาชายหนุ่มเป็นท่านพ่อที่ใจดีเป็นอย่างมากเพราะตัวของนางนั้นแทบที่จะเป็นโลกทั้งใบของหวังซุน“แล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไรเหรอ กิจการค้าหลายอย่างของเจ้าก็อยู่ในเมืองหลวงไม่น้อยเลยแล้วไหนจะนางอีก”. ซิ่วอิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเล็กน้อยเพราะตัวของหวังซุนนั้นเกิดและโตภายในเมืองหลวงและสมบัติดั้งเดิมของเขาที่เคยถูกแย่งชิงไปบัดนี้ก็ได้คืนมาหมดแล้วแต่เขากับเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้“ทำไมข้าจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ก็เพราะหัวใจของข้าอยู่ที่นี่ขอเพียงแค่มีเจ้าและลูกชีวิตขอ
ชีวิตของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นแทบที่จะเรียกได้ว่าตกอับอย่างถึงขีดสุด จากชายหนุ่มรูปงามที่มีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตบัดนี้ตัวของเขานั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรผู้หญิงที่เขาแย่งชิงมาด้วยความยากลำบากบัดนี้ตัวของนางกับทิ้งเขาไปอีก หวังซุนไม่ได้เปิดเผยตัวเองว่าตัวเขาแท้ที่จริงแล้วอยู่เหตุการณ์เบื้องหลังทั้งหมดหลังจากที่หลีอี้เฟิงได้สิ้นเนื้อประดาตัวเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันอีกต่อไปเพราะชีวิตของมันคงจบสิ้นลงแล้วชีวิตของมันเองหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของมันแล้วครืน....ครืน.....รถม้าค่อยๆเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆในขณะนั้นผู้ที่อยู่บนรถม้าก็ได้ให้ความสนใจต่อชายเร่ร่อนผู้หนึ่งถึงแม้ว่าท่าทางของเขานั้นจะสกปรกมอมแมมแต่ผิวพรรณหน้าตาของเขานั้นมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากชายเร่ร่อนที่นอนอยู่ข้างถนนผู้นี้นั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลีอี้เฟิง“ชายหนุ่มผู้นี้เป็นใครกัน” น้ำเสียงของชายวัยกลางคนกล่าวออกมาด้วยความสนใจ“เรียนท่านแม่ทัพ คนผู้นี้น่าจะเป็นนายน้อยหลีอี้เฟิงขอรับข้าได้ข่าวมาว่าเขาเล่นการพนันจนหมดตัวแล้วสภาพก็เป็นอย่างที่เห็นรอวันตายไปวันๆใช้ชีวิตอย่างคนไร้ค่า” ผู้ติดตามรีบกล่าวรายงานต่อผู้เป็นนาย“
ในตอนนี้นั้นหลีอี้เฟิงได้กลายเป็นผีพนันไปเต็มตัวแล้ววันทั้งวันเขาอาศัยอยู่แต่ภายในบ่อนจนไม่สนใจโลกภายนอกธุรกิจการค้าของเขานั้นเจ๊งพังยับเยินไม่มีชิ้นดีเหล่าผู้ติดตามเขาที่ติดตามมานานปีตั้งแต่ยุคสมัยของผู้เป็นพ่อล้วนแล้วแต่จางหายไปหมดสิ้นจากชายหนุ่มที่เป็นสุภาพบุรุษประจำเมืองหลวงที่สาวน้อยสาวใหญ่ต่างพากันแย่งชิงสารรูปของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้ขี้เมาดีๆไม่หลงเหลือความหล่อเหลาสง่าราศีอีกต่อไป อารมณ์ด้านมืดของแต่ล่ะคนนั้นช่างเป็นสิ่งที่น่ากลัวหากเราหลงละเลิงสนุกไปกับมันจนขาดการยั้งคิดมันสามารถเป็นอาวุธทำลายล้างชีวิตของตัวเราเองทุกสิ่งที่เคยสร้างมาล้วนแล้วแต่สูญสลายหายไปจนหมดสิ้นไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารักหรือทรัพย์สิน“ไอ้บ้าเอ้ย..เกือบจะชนะแล้วเชียวทำไมวันนี้โชคชะตาไม่เข้าข้างข้าเอาซะเลย” หลีอี้เฟิงส่งเสียงร้องตะโกนอย่างคนหัวเสียตัวของเขาในยามนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ไอ้โง่คนหนึ่งเท่านั้นที่ถูกคนอื่นจูงจมูกโดยง่าย“น่าเสียดายจริงๆเลยนะขอรับเหลืออีกเพียงแค่นิดเดียวตัวท่านก็จะชนะเดิมพันแล้ว” ผู้ดูแลบ่อนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเสียดายแทนหลีอี้เฟิงราวว่าตัวของเขานั้นทุกข์ร้อนแทนมัน
สถานการณ์ทางการเงินของหลีอี้เฟิงในยามนี้นั้นนับได้ว่ามีความย่ำแย่อย่างถึงขีดสุดเพราะตัวของเขานั้นถึงขนาดค่อยๆทยอยขายสิ่งของที่มีค่าไปทีละนิดทีละนิดจนภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นแทบที่จะไม่หลงเหลืออะไรทุกสิ่งทุกอย่างภายในจวนของเขาในยามนี้นั้นมันแทบที่จะว่างเปล่าไปหมด ไม่เพียงแค่นั้นซูเมิ่งหญิงสาวคนรักของเขาก็ทอดทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดีเมื่อตัวของมันนั้นหมดประโยชน์มีหรือที่ตัวของนางนั้นจะทนอยู่กินเกลือไปด้วยสตรีนางนี้ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยอสรพิษแต่ตัวของนางนั้นเป็นคนฉลาดนางมีทรัพย์สินเงินทองที่มากพอที่จะสามารถหล่อเลี้ยงนางไปทั้งชีวิตแต่ข้อเสียที่ร้ายแรงของนางนั้นเป็นเพราะตัวของนางนั้นไม่เคยรักใครจริงนอกจากตัวของนางเองหลังจากที่นางทอดทิ้งหลีอี้เฟิงไม่ต่างอะไรไปจากหมาข้างถนนนางก็ซื้อบ้านพักหลังใหม่ที่อยู่ใกล้ๆกับหอการค้าของหวังซุนสตรีนางนี้ตัวของนางคาดหวังที่จะได้กลับมาใช้ชีวิตคู่อยู่กับเขาอีกครั้งถึงแม้ว่าตัวของชายหนุ่มจะมีคนรักใหม่แล้วก็ตามแต่ว่าตัวของนางนั้นก็ไม่สนใจแถมนางยังมาสมัครเป็นคนงานในหอการค้าแห่งนี้อีกด้วยที่ตัวของเขาจำใจต้องรับนางเข้ามาเพราะชายหนุ่มเห็นแก่บุตรสาว“ท่านช่างเป็นคนที่
หวังซุนลงทุนเงินเป็นจำนวนมากมายมหาศาลเพื่อที่จะเปิดบ่อนการพนันแห่งนี้ก็เพื่อนำไว้ใช้จัดการกับหลีอี้เฟิงโดยเฉพาะมันเคยล่อลวงเขาแบบไหนเขาก็จะล่อลวงมันเช่นนั้นมันเคยทำให้เขาต้องหมดตัวเขาเองก็จะทำให้มันไม่เหลืออะไรในชีวิตนี่ถึงจะเรียกว่าวิธีการทำลายล้างที่แท้จริงการแก้แค้นอีกฝ่ายก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้กำลังเสมอไป ภายในบ่อนการพนันแห่งนี้นั้นแทบที่จะมีบริการทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่หญิงสาวขายบริการที่ถูกรวบรวมมาจากทั่วทั้งสารทิศเพื่อสร้างความดึงดูดต่อลูกค้าผิวพรรณหน้าตาของพวกนางนั้นล้วนแล้วแต่มีความสวยสดงดงามโดดเด่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ด้านมืดของบรรดาชายหนุ่มได้อย่างไม่อยากเย็นนักรวมไปถึงตัวของหลีอี้เฟิงเพียงแค่ตัวของมันก้าวเท้าเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ที่บริเวณขาที่สามของมันนั้นยังถึงกับเกิดการแข็งตัวมาแต่ไกล“ที่นี่มันคือที่ไหนกันมันคือดินแดนสวรรค์หรืออย่างไร” หลีอี้เฟิงตัวของมันอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำนี้ออกมาไม่มีเพียงแค่เด็กของทางบ่อนออกมาต้อนรับมันเท่านั้นแต่ยังมีสาวงามออกมาต้อนรับมันอีกด้วยความงดงามของสตรีนางนี้นั้นแทบที่จะไม่น้อยหน้าซูเมิ่งภรรยาที่น่ารักของเขาเลย“นายท่าน ท่านคงพึ่งจะเคยมาสถา
ในสายตาของเพ่ยถิงแล้วหลีอี้เฟิงมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กอมมือคนหนึ่งมันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหากไม่มีเฟยเมียวคุมหัวอีกต่อไปมันผู้นี้จะต้องคลานมาหาตนแน่ และก็เป็นดังที่มันคาดไว้ช่วงสายของวันมันก็เดินทางเพื่อที่จะมาขอพบตน“นายท่านเพ่ยถิงท่านสบายดีรึไม่” น้ำเสียงของหลีอี้เฟิงเต็มไปด้วยความนอบน้อมหลายส่วนยามที่อยู่ต่อหน้าชายร่างอ้วนผู้นี้ช่างแตกต่างกับหวังซุนที่ตัวเขานั้นใช้น้ำเสียงสบายๆถึงแม้ว่าตัวของเขานั้นจะอาศัยพึ่งพาบารมีของมันแต่เขาก็ไม่ได้เลียแข้งเลียขาขนาดนั้นเพราะต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์“นายน้อยหลีพึ่งจะเห็นหัวข้าก็ตอนนี้อย่างงั้นเหรอ หากยังคงมีเจ้าเฟยเมียวคุมหัวอยู่เกรงว่าตัวท่านจะไม่มาเจอข้าในวันนี้” เพ่ยถิงกล่าววาจาที่เหินห่างเขาไม่จ้องมองใบหน้าของมันด้วยซ้ำสุนัขที่กำลังจะตกอับไม่จำเป็นที่จะต้องให้ราคา ทางด้านตัวของหลีอี้เฟิงเองในยามนี้นั้นหัวใจของมันถึงกับสะท้านหวั่นไหวมันคิดไม่ถึงประโยคแรกที่คุยกันก็เป็นเช่นนี้ไปแล้ว“ข้ามีของขวัญที่อยากจะมอบให้ท่าน” หลีอี้เฟิงไม่พูดมากเขาหยิบสิ่งของมีค่าจำนอนหนึ่งออกมาทางด้านตัวของชายร่างอ้วนแอบเหลือบมองสักเล็กน้อยแล้วค่อยพยักหน้าอย่างพึงพอใ







