LOGIN“ซารอ ฉันมีเวลาเหลือไม่มาก มะรืนก็ต้องออกจากนครหลวงก่อนอาทิตย์จะขึ้นเหนือขอบฟ้า ที่ฉันมาในวันนี้ฉันอยากคุยเรื่องของเรา”
หัวใจคนฟังเต้นตึกตักภาวนาให้เขารู้สึกผิด สงสารชะตากรรมของเธอจนเอ่ยปากขอถอนหมั้น นี่คือเหตุผลที่ทำให้ฟาราดาสั่งลูกสาวให้แสร้งทำตัวแสนดี ทั้งที่ในใจอยากจะตะเพิดไล่เจ้าชายกบฏหนวดเครารุงรังผู้นี้ด้วยซ้ำ
“ค่ะ ซารอเข้าใจหากเจ้าชายจะ....”
“ฉันต้องการให้เธอแต่งงานกับฉันตามสัญญาหมั้นหมายของเรา”
ซารอพูดยังไม่ทันจบ อันวารก็เอ่ยทวงการแต่งงานขึ้นในทันที เขาไม่ต้องการให้ครอบครัวเธอปฏิเสธ แต่คนฟังนั้นราวกับว่าหูดับไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงหวีดแหลมดังยาวในหู จากนั้นก็รู้สึกอื้อจนเกือบประคองตัวเองไม่ได้
“ฉันผิดต่อเธอมานานทำให้เธอต้องรอ วันนี้ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่าง อย่าได้กังวล แม้ว่าอัลบราบาจะอยู่ท่ามกลางทะเลทราย แต่ตอนนี้ที่นั่นก็เป็นที่ที่สะดวกสบายมากในระดับหนึ่ง”
อันวารหยุดเพื่อรอให้ซารอตอบรับ แต่หญิงสาวกลับหันไปมองฟาราดาที่นิ่งอึ้งอยู่ไม่ต่างกัน ทีแรกตั้งใจจะให้ซารอทำให้เจ้าชายรู้สึกผิดที่ทำลายวัยสะพรั่งของซารอ แล้วเอ่ยขอตัดขาดความสัมพันธ์ยกเลิกสัญญาหมั้นหมายที่มีอยู่ แต่คาดไม่ถึงว่าเรื่องจะกลับตาลปัตร ซารอมองหน้ามารดาคล้ายต้องการถามว่าจะเอาอย่างไรต่อไป เธอไม่อยากแต่งงานไปอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่แห้งแล้ง ไร้ซึ่งความสะดวกสบาย แม้ดูบีอาจะเป็นรัฐแห่งทะเลทราย แต่นครหลวงแห่งนี้ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นมาเนิ่นนานไม่ได้ต่างจากเมืองหลวงของประเทศอื่น ๆ แต่ความเจริญไม่ได้แพร่ไปไกลถึงอัลบราบาทำให้ที่นั่นต่างจากนครหลวงโดยสิ้นเชิง ซารอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นั่นจะมีไฟฟ้าให้เธอใช้หรือไม่ หรือยามค่ำคืนยังต้องลำบากจุดตะเกียงอยู่ คิดแล้วก็อยากร้องไห้ เธอจะใช้ชีวิตอย่างไรในดินแดนเช่นนั้น ถึงจะอยู่ในประเทศเดียวกันแต่ความเป็นอยู่ช่างต่างกันราวฟ้ากับดิน
“หรือเธอเห็นฉันตกต่ำ เลยไม่อยากแต่งงานกับฉันเหมือนตอนนั้นที่ดูเธอตื่นเต้นดีใจมาก”
“ชะ...”
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น เจ้าชายคิดมากเกินไปแล้วค่ะ” ฟาราดารีบชิงพูดก่อนที่คำว่าใช่จะหลุดออกมาจากปากลูกสาว คนตรงหน้าไม่ใช่เจ้าชายผู้สง่างามและสุภาพคนนั้นอีกแล้ว ตอนนี้เขาคือผู้นำอัลบราบาที่มีกองกำลังที่แข็งแกร่ง หากเขาไม่พอใจขึ้นมาแล้วนำกำลังมาบุกที่นี่จะเป็นอย่างไรไปได้นอกจาก...หายนะ
“ซารอดีใจมาก ๆ ที่ท่านมาที่นี่ แต่ยังตื่นเต้นอยู่มากจึงทำอะไรไม่ค่อยถูก เจ้าชายอย่าถือสาเลยนะคะ”
ฟาราดากล่าวกับอันวารพร้อมมือที่แอบสะกิดลูกสาวที่กำลังจะคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่
“เช่นนั้นแสดงว่า คุณนายฟาราดายินดีที่จะให้การแต่งงานระหว่างฉันกับซารอเกิดขึ้นใช่หรือไม่”
“ค่ะ...ยินดีค่ะ” ไม่มีคำตอบอื่นให้เลือก ฟาราดามีเพียงคำเดียวเท่านั้นที่สามารถตอบได้ในตอนนี้
“แต่การแต่งงานของซารอดิฉันคงตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ ต้องรอพ่อของซารอด้วย แต่คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรค่ะ”
หนวดเคราของเจ้าชายกบฏขยับเล็กน้อยทำให้สองแม่ลูกรู้ได้ว่าเขากำลังยิ้ม แต่ไม่รู้เลยว่ารอยยิ้มนั้นเป็นเช่นไร รู้สึกอย่างไรในตอนนี้ อันวารพอใจในสิ่งที่ฟาราดาตอบ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะถูกปฏิเสธหรือไม่ จึงเอ่ยบางสิ่งออกมา มันทำให้ฟาราดากับซารอหัวใจหล่นวูบ
“ทำไมต้องทำท่าทางเหมือนกลัวฉันด้วย ตอนอยู่ที่ทะเลทรายนักรบพวกนั้นก็มีท่าทางแบบนี้เหมือนกัน ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกลัวจนตัวสั่น...ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรใครสักหน่อย”
เป็นคำขู่ที่สุภาพที่สุดเท่าที่ฟาราดาเคยได้ยินมา แม้แต่นักรบอัลบราบายังกลัวเขาจนตัวสั่น เขาต้องโหดเหี้ยมแค่ไหนกัน มิหนำซ้ำหากออกคำสั่งอะไรออกมา นักรบเหล่านั้นคงสู้ตายแบบถวายชีวิตอย่างแน่นอน สิ่งที่ฟาราดาต้องขบคิดตอนนี้คือทำอย่างไรจึงจะรอดพ้นจากสัญญาหมั้นในครั้งนี้ ครอบครัวเธอเป็นตัวแปรสำคัญยิ่งในราชบัลลังก์หากอันวารคิดจะทำสิ่งใด ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องเลือกฝั่งที่ชนะเท่านั้น
ไม่มีความโกรธแต่เต็มไปด้วยความขวยเขิน เขาหายไปหลายเดือนกลับมาก็โมเมว่าเธอเป็นแฟนแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน มุกตาภาเดินลงบันไดจากชั้น 3 ของตึก โดยมีชารีฟเดินตามมาเงียบ ๆ เขาปล่อยให้เธอได้ปลดปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่โดยไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่มองดูห่าง ๆ ด้วยความห่วงใย "ตั้งแต่ชั้น 3 จนถึงลานจอดรถทำให้อารมณ์ดีขึ้นบ้างหรือยัง""ยัง!!! มันกล้าดียังไงมาว่าฉันเป็นผู้หญิงน่าเบื่อ ทั้งที่มันเป็นคนนอกใจฉัน ไอ้เลว""เลิกโกรธได้แล้วคุณหมอ หน้าเหี่ยวอินทผาลัมแห้งแล้ว""ชารีฟ!!""ครับ?"ท่าทางดี ๆ วันแบบนิ่ง ๆ ยิ่งทำให้คุณหมอแทบปรี๊ดแตก "ชอบเขามากเหรอครับถึงเป็นแบบนี้""ไม่ได้ชอบ" มุกตาภาตอบเสียงห้วน หมอก็คนโมโหเป็น อาละวาดได้ ยิ่งมาถูกพูดลับหลังแบบนี้ใครจะทนไหว "ไม่ได้ชอบเขาแล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ทำไมถึงคุมตัวเองไม่อยู่....รักเขามากเหรอ รักเขาจนลืมไม่ได้เลยหรือไง ผมรู้จักคุณมากี่ปีผมไม่เคยเห็นคุณเป็นแบบนี้ แค่เห็นเขาคุณก็คุมตัวเองไม่ได้ คุณรักเขามากขนาดนั้นเลยเหรอ"ชารีฟเอ่ยถามจากความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย หลายปีที่รู้จักกันมามุกตาภาไม่เคยเสียการควบคุมตัวเอง แต่เพราะคนคนนั้นทำให้เธอเป็นแบบนี้ เธอคงรักผู
บรรยากาศในโรงพยาบาลเอกชนไม่ได้วุ่นวายเหมือนในโรงพยาบาลรัฐที่มุกตาภาเคยทำงานก่อนหน้า หลายปีแล้วที่ลาออกและย้ายตัวเองมาเป็นคุณหมอเอกชนท่านหนึ่ง ไม่เคยมีใครรู้ว่าทำไมเธอถึงลาออก จนต้องหนีไปเที่ยวไกลถึงดินแดนทะเลทรายแล้วถูกจับตัวไป "พี่นอกใจมุก แล้วยังมีหน้ามาโทษว่ามุกไม่มีเวลาให้ พี่ก็หมอ มุกก็หมอน่าจะเข้าใจเรื่องเวลานะ....ถ้าไม่ใช่ก็แค่เลิกกันไม่ใช่นอกใจ แล้วหาข้ออ้างบอกว่าตัวเองไม่ผิด ไอ้เวร"ต้องการคุณหมอเรียบร้อยอ่อนหวานเหรอ เชิญป้ายหน้าได้เลยเพราะตรงนี้มีแค่หมอมุก ก๊อก ๆ เสียงเคาะประตูทำให้มุกตาภาออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง จัดระเบียบของชุดใก้เข้าที่เข้าทาง "เชิญค่ะ""หมอมุกคะ วันนี้คนไข้หมดแล้วค่ะ"พยาบาลส่งยิ้มให้คุณหมอคนสวย หลายเดือนแล้วที่ไม่ได้เห็นคนไข้ VIP ของคุณหมอแวะเวียนมา เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็นใคร รู้เพียงว่าเป็นชาวต่างชาติ ใบหน้าหล่อคมเข้ม มีหนวดเคราเล็กน้อย แต่มองอย่างไรก็ดูสะอาดสะอ้าน ทุกครั้งที่มามักจะร่างกายแข็งแรงแต่ต้องการปรึกษาเรื่องโรคหัวใจกับคุณหมอมุกตาภา จากนั้นก็จะรอรับไปทานข้าวกลางวัน บางครั้งก็อยู่รอจนเลิกงาน"คนไข้โรคหัวใจไม่มาหลายเดือนแล้วนะคะ"
"ใจคอจะโกรธพี่ไปนานแค่ไหนอามีน""จนกว่าพี่ซัลวาจะตายจริงนั่นแหละ"ข่าวการหายสาบสูญของเจ้าชายอันวารและองครักษ์ทั้งสองคนที่ไม่รู้ชะตากรรม ทำให้อามีนเสียใจจนกินนอนแทบไม่ได้ เธอพึ่งเรียนรู้ความรักหนุ่มสาวเป็นครั้งแรก และรู้ว่าสิ่งที่รู้สึกกับซัลวานั้นคือความรัก รักที่ไม่ใช่เพียงพี่น้องหรือคนที่คุ้นเคย แต่เป็นความรักที่หญิงคนหนึ่งมอบหัวใจให้ผู้ชายสักคน เขารับปากจะเป็นครอบครัวให้เธอแต่กลับมาด่วนจากไปทำให้อามีนเป็นทุกข์มาก แต่นั่นยังไม่เท่าการมีชีวิตอยู่แต่ไม่ยอมติดต่อเธอมา ปล่อยให้เธออยู่กับความเสียใจนั้นอยู่หลายเดือน "โธ่ อามีน...ทุกอย่างมันฉุกละหุกไปหมด มันวุ่นวายและอยู่ในความเป็นความตาย แค่เสี้ยววินาทีพี่ก็ลงไปนอนใต้ทรายในอัลบราบาได้เลยนะ""พี่ก็นอนสินอนไปเลย ฉันอยากจะทุบพี่ให้ตายจริง ๆ ทุบให้ตายคามือเลย""คุณนายก็ยอมให้อภัยนายท่านแล้ว เธอจะโกรธพี่ต่อแบบนี้ได้ยังไง อีกอย่างถ้าเธอจะโกรธใครสักคนก็ต้องโกรธนายท่าน เพราะพี่ทำตามคำสั่ง""นี่พี่เจ้าเล่ห์ที่สุด""พี่เจ้าเล่ห์ที่ไหนกัน พี่เป็นทหารก็ต้องฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา แล้วคนที่ออกคำสั่งนั่นไม่ใช่ยศนายพลนะเป็นกษัตริย์ เธอต้องเห็นใจพี่ทหาร
อันวารไม่ได้สนใจคำตอบเพราะตอนนี้เขาได้กำจัดสิ่งน่ารำคาญทุกชิ้นบนตัวเธอออกไปจนหมดในเวลาอันสั้น ตอนนี้มีเพียงร่างเปล่าเปลือยอวดโฉมอยู่ตรงหน้า เขาครอบครองยอดอิ่มกลางอกดูดเลียจนได้ลิ้มรสอาหารหลักของทารกจากอกเธอ ลิ้นร้อนกระดกรัวจนยอดอกนั้นชูชันแข็งเป็นไตสู้ลิ้นของอันวาร อีกข้างก็ถูกฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นจนเนื้อปูดออกตามซอกนิ้ว ร่างกายของเธอถูกกระตุ้นให้เตรียมพร้อม เขาสัมผัสเธอเพียงด้านบนแต่ความวาบหวามกลับวิ่งพล่านลงไปถึงด้านล่าง กลีบดอกไม้งามนั้นวาบหวามบหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่ม "แฉะไปหมดแล้วที่รัก"ร่างเล็กบิดตัวสะดุ้งเบา ๆ เมื่อปลายนิ้วของเขาสะกิดโดนเม็ดเกสรเต่งเหนือกลีบดอกไม้งามของเธอ "พี่อันวารแกล้ง....แกล้งซีรีน อื้อออ""เรียกพี่บ่อย ๆ เรียกอีกสิ พี่ชอบให้เธอเรียกชื่อพี่""อื้มมม พี่อันวาร อ้าาาาาา พี่อันวาร"ใบหน้าหล่อเหลาลดระดับลง ซีรีนที่เกือบจะหลุดลอยกลับมามีสติอีกครั้ง เธอยื่นมือมาปิดดอกไม้งามที่อวดโฉมอยู่ต่อหน้าของสามี แล้วส่ายหน้าเบา ๆ ให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ "ไม่ได้นะคะ....พี่จะทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่เหมาะไม่ควร""ทำไม....""พี่อันวารลืมไปแล้วเหรอคะว่าตัวเอง
"เจ้าตัวกลมกินจุเกินไปแล้ว"อันวารที่นั่งมองซีรีนให้นมลูกอยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่อิ่มสักทีถึงกับต้องเอ่ยปาก เด็กอะไรกันอายุเพียง 6 เดือนหนักเกือบ 10 กิโลกรัม อุ้มแต่ละทีไหล่แทบหลุด แถมยังเอาแต่กินกับนอน ต้องขอร้องให้ตื่นลืมตามาเล่นกับพ่อบ้าง แสร้งบ่นไปอย่างนั้นเอง เพราะต่อให้กินจุกว่านี้อันวารก็ยังจะตามใจอาดิลอยู่ดี"พี่พาอะมานเข้านอน หลับไปตั้งนานแล้วแต่อาดิลยังกินไม่เสร็จสักที"ซีรีนหัวเราะเบา ๆ นี่คือองค์อันวาร กษัตริย์แห่งดูบีอาที่น่าเกรงขามจริงหรือ ซีรีนเห็นเพียงลูกชายคนโตที่กำลังงอแงอิจฉาน้องอยู่ต่างหาก "อาดิลหลับแล้วค่ะ"ซีรีนอุ้มลูกชายคนที่สองออกไปมอบให้พี่เลี้ยงที่รออยู่ด้านนอก อาดิลเป็นเด็กเลี้ยงง่ายกินเก่งและหลับยาว ไม่ตื่นมากวนในเวลากลางคืนเท่าไหร่นัก เรียกได้ว่าลูกชายของเธอทั้งสองคนนั้นไม่ทำให้เหนื่อยและได้พักผ่อนพอควร "วันนี้ซีรีนเห็นพี่งานยุ่งคิดว่าคงเหนื่อย"เป็นภรรยาเขามาตั้งหลายปีมีหรือจะไม่รู้อาการของสามี ว่าต้องการอะไร "ก็เหนื่อย...อยากให้เธอนวดให้พี่สักหน่อย"อันวารรั้งแขนของซีรีนเบา ๆ ให้เธอนั่งลงบนตักเขา ซีรีนรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ร้อนลวกอยู่ภายใต้ชุดนอนเนื้อดี เธอ
อันวารหัวเราะลั่น ตัวแค่นี้เข้าข้างแม่เป็นที่สุด โกรธตนทีไรก็มักบอกว่าจะเอาไปทิ้งถังขยะ ไม่เก็บเอาไว้ "ลูกจะเอาท่านพ่อทิ้งหยะ""อะมาน ทำแบบนั้นไม่ได้นะ ขอโทษท่านพ่อก่อน" ซีรีนเอ่ยปรามลูกชายที่ยังไม่รู้ความนัก "ท่านพ่อรังแกท่านแม่" อะมานแย้ง พร้อมทำปากจู๋ก่อนจะยกขวดนมในมือขึ้นดูด"พ่อไม่ได้รังแกแม่เจ้าสักหน่อย พ่อรักแม่เจ้าจะตายไป เมื่อกี้ที่อะมานเห็นพ่อช่วยแบ่งลมหายใจให้แม่เจ้า แม่เจ้าเป็นลม"อะมานทำตาโตนึกขึ้นได้ว่าตนเองได้ยินที่ผู้ใหญ่ด้านนอกต่างบอกว่าซีรีนเป็นลม ได้ยินดังนั้นก็เชื่ออันวารสนิทใจ "ท่านพ่อช่วยท่านแม่เหรอ ลูกผิดไปแล้ว ลูกจะเก็บท่านพ่อกลับมา"อะมานโยนขวดนมออกจากมือแล้ววิ่งเข้าไปกอดขาของอันวารอย่าออดอ้อน เจ้าตัวกลมพุงพุ้ยมองดูกี่ทียิ่งน่ามันเขี้ยว "ลูกรักท่านพ่อกับท่านแม่ที่สุด...รักน้องด้วย"มือกลมป้อมลูบที่ท้องของแม่เบา ๆ ยิ้มจนตาหยี จากนั้นก็ทำตาโตยืดตัวตรงเมื่อเห็นว่ามีใครกำลังเดินเข้ามา "อาชารีฟ อาซัลวา""เจ้าชายทรงเสด็จหนีพี่เลี้ยงอีกแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ ทุกคนตามหากันวุ่นไปหมดเลย""อาชารีฟไปไหนมา อะมานตามหาแทบแย่"เด็กน้อยจอมซนแก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ ยิ่งฟังยิ่งหน้ามันเข







