Se connecterในสายตาของคนนอก ธีรุตม์มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ จบการศึกษาจากต่างประเทศ ฐานะทางบ้านที่ไม่เดือดร้อน การงานที่มั่นคงและมีภรรยาและลูกสาวตัวน้อย แต่เบื้องหลังครอบครัวที่ดูอบอุ่น ชาลิสา ภรรยาของเขากลับต้องรับมือกับปัญหาจากญาติพี่น้องของเขาโดยลำพัง ขณะที่เขา ผู้เป็นสามี มองข้ามความรู้สึกของเธอ กระทั่ง ธีรุตม์ ได้พบ “ปรางทิพย์” รักแรกอีกครั้ง ความสัมพันธ์ในอดีตที่ยังเหมือนตัดกันไม่ขาดก็หวนกลับมาอีกครั้ง และค่อย ๆ ทำให้ชีวิตคู่ของเขาห่างเหินกันจนแทบเป็นเพียงแค่คนรู้จัก เมื่อชาลิสารู้ว่า ในวันที่เธอต้องการเขามากที่สุด สามีของเธอกลับเลือกที่จะอยู่กับผู้หญิงคนนั้นที่เป็นรักแรกของเขา เธอจึงตัดสินใจพาลูกออกจากบ้านและขอจบชีวิตคู่ ทว่า ธีรุตม์กลับไม่ยอมปล่อยมือจากเธอในชณะที่อีกด้านหนึ่งก็ยังมีรักแรกของเขาที่ยังเกาะเกี่ยวไม่ห่าง
Voir plusลำแสงจากไฟหน้ารถทอดยาวไปตามทาง ก่อนรถยนต์สีดำสัญชาติญี่ปุ่นระดับไฮเอนด์จะเคลื่อนเข้ามาจอดสนิทหน้าบ้าน
ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอไว้สองเม็ดก้าวลงจากเบาะหลัง กางเกงสแล็กส์สีดำเข้ารูปยิ่งขับให้รูปร่างสูงโปร่งดูเด่นชัด เขายืดตัวพลางบิดเอวไปมาสองสามครั้ง คลายความเมื่อยล้าหลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่บนเครื่องบิน ซ้ำยังต้องนั่งรถต่ออีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน
“ลุงผันครับ ฝากช่วยยกกระเป๋าเข้าบ้านให้ผมด้วยนะครับ” พูดจบ ธีรุตม์ ฉัตรสุรัตน์ก็คว้ากระเป๋าเอกสารที่ใส่ไอแพดติดมือ ก่อนสาวเท้าเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว
เกือบสิบวันที่ต้องเดินทางไปสัมมนาต่างประเทศทำให้เขาคิดถึงน้องใบเตย ลูกสาววัยสองขวบจับใจ แม้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางจะยังไม่จาง แต่ทันทีที่กลับถึงบ้าน สิ่งแรกที่อยากทำคือไปเห็นหน้าลูกสาวตัวน้อยให้หายคิดถึง
ธีรุตม์วางกระเป๋าเอกสารลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ก่อนจะตรงขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของลูกสาวทันที
ทันทีที่เปิดประตูห้องลูกสาวเข้าไป ธีรุตม์ก็ต้องชะงัก เมื่อภายในห้องมีเพียงเตียงนอนว่างเปล่า อีกทั้งอากาศยังอบอ้าวราวกับไม่มีใครเข้ามาอยู่ในนี้พักใหญ่
ความแปลกใจแล่นผ่านสีหน้า ก่อนชายหนุ่มจะนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวอาจอ้อนขอไปนอนกับแม่ เขาจึงรีบตรงไปยังห้องนอนใหญ่ของตนกับภรรยา ทว่าเมื่อผลักประตูเข้าไป สิ่งที่เห็นกลับไม่ต่างกัน
ไม่มีทั้งภรรยาและลูกสาว
คราวนี้ความแปลกใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย ธีรุตม์หมุนตัวกลับ ก่อนเร่งฝีเท้าลงบันไดไปยังห้องของป้านิ่ม แม่บ้านสูงวัยที่อยู่ดูแลบ้านให้เขามานาน
หลังเคาะประตูอยู่สองสามครั้ง ป้านิ่มก็เปิดประตูออกมาด้วยท่าทางงัวเงีย สีหน้ายังเต็มไปด้วยความง่วงจากการถูกปลุกกลางดึก
“ป้าครับ เอยกับน้องใบเตยไปไหนครับ กลับไปบ้านพ่อแม่เอยหรือเปล่า” ธีรุตม์ถามทันทีที่เห็นหน้าแม่บ้านสูงวัย
“คุณเอยพาน้องใบเตยกลับไปบ้านคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่วันที่คุณธีเดินทางไปต่างประเทศแล้วค่ะ” ป้านิ่มตอบ ก่อนจะนึกถึงคำสั่งที่อีกฝ่ายฝากเอาไว้ “เธอบอกป้าแค่ว่า ถ้าคุณธีกลับมา ให้ไปดูเอกสารในห้องนอน แล้วคุณธีก็จะรู้เองค่ะ”
“เอกสาร?”
“ค่ะ หลังจากวันนั้นคุณเอยก็ไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเลย ป้าเองก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกันค่ะ”
“เอยบอกไว้แค่นั้นหรือครับ” ธีรุตม์ซักต่อ
“แค่นั้นค่ะ อ้อ...วันนั้นคุณอิฐมารับถึงที่บ้านด้วยนะคะ คุณเอยเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปด้วย” ป้านิ่มเล่า ก่อนมองสีหน้าของชายหนุ่มอย่างไม่สบายใจ “มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าคะ คุณธี”
คิ้วเข้มของธีรุตม์ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่เขาไม่ได้ตอบคำถาม เพียงส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่มีอะไรหรอกครับป้า เดี๋ยวผมโทรหาเอยเอง ป้าไปนอนต่อเถอะครับ ขอโทษที่มารบกวนดึก ๆ”
พูดจบ ธีรุตม์ก็หมุนตัวเดินจากไปทันที ฝีเท้าที่มุ่งกลับไปยังชั้นบนเร็วกว่าตอนขามาอย่างเห็นได้ชัด
ธีรุตม์กลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้ง หลังเปิดไฟจนสว่างทั่วห้อง สายตาก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง
ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาเปิดดู ก่อนสีหน้าจะชะงักไปเมื่อเห็นข้อความบนเอกสารด้านใน
บันทึกข้อตกลงการหย่า
คิ้วเข้มขมวดแน่น ธีรุตม์กวาดสายตาอ่านข้อความตรงหน้าอย่างรวดเร็ว คล้ายต้องการยืนยันให้แน่ใจว่าตนไม่ได้เข้าใจอะไรผิด จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาชาลิสาทันที
ไม่มีคนรับสาย
เขากดโทรซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะเป็นครั้งที่สาม ทว่าปลายสายยังคงเงียบ ไม่มีแม้แต่การตอบกลับ
ธีรุตม์จึงเปลี่ยนเป็นส่งข้อความแชตหาเธอแทน
<เอยหมายความว่ายังไง>
ธีรุตม์ส่งข้อความไปพร้อมกับแนบภาพถ่ายบันทึกข้อตกลงการหย่า รออยู่ไม่นาน หน้าจอโทรศัพท์ก็ปรากฏข้อความตอบกลับจากภรรยา
<XXX-XXX-XXXX คุณฤกษ์ชัย ทนายความที่ดูแลเรื่องหย่าค่ะ ติดต่อเขาได้เลย>
ชายหนุ่มนิ่งมองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ตอบกลับไปทันที
<พี่ไม่หย่า เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อน>
ข้อความถูกส่งออกไป แต่หลังจากนั้นกลับไม่มีคำตอบจากชาลิสาอีก
ธีรุตม์ยืนรออยู่พักใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง โทรศัพท์ยังคงอยู่ในมือ ขณะที่สายตาเลื่อนไปยังบันทึกข้อตกลงการหย่าตรงหน้า
ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่เคยรู้สึกก่อนหน้านี้หายไปจนหมด เหลือเพียงความสับสนกับคำถามมากมายที่ผุดขึ้นในหัว
ตลอดเกือบสิบวันที่เขาไม่อยู่บ้าน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวง ชาลิสานั่งมองข้อความที่สามีส่งมา ก่อนถอนหายใจยาวราวกับยอมรับกับตัวเองว่า ในที่สุดเรื่องที่หลีกเลี่ยงมาตลอดก็มาถึงวันนี้
หญิงสาววางโทรศัพท์ลงข้างตัว แล้วทอดสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ความคิดค่อย ๆ ย้อนกลับไปยังวันแรกที่เธอกับเขาได้พบกันอย่างเป็นทางการ
ถ้าวันนั้น เธอไม่ปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบเข้ามามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ บางทีเส้นทางชีวิตของเธอกับธีรุตม์อาจไม่มาบรรจบกันตั้งแต่แรก
และคงไม่เดินมาไกลถึงวันนี้...วันที่ความสัมพันธ์ของคนสองคนกำลังจะจบลง พร้อมกับความเจ็บปวดที่ดูเหมือนจะตกอยู่กับเธอเพียงฝ่ายเดียว
##########
ธีรุตม์จอดรถหน้าบ้านของชาลิสาซึ่งตั้งอยู่หลังสุดท้ายในซอย ทำให้บริเวณหน้าบ้านค่อนข้างเป็นส่วนตัวและสามารถจอดรถได้นานโดยไม่รบกวนเพื่อนบ้านหลังอื่นชายหนุ่มลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้คนที่นั่งอยู่ข้างคนขับ ทว่าเป็นจังหวะเดียวกับที่ชาลิสาเปิดประตูและก้าวลงมาพอดีระยะห่างที่เหลือเพียงนิดทำให้ทั้งคู่สบตากันโดยไม่ทันตั้งตัวชาลิสาเกิดอาการประหม่าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เผลอยื่นมือไปเกาะแขนของธีรุตม์ไว้โดยไม่รู้ตัว“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ”หญิงสาวรีบปล่อยมือทันที ทว่าสัมผัสจากกล้ามเนื้อแข็งตึงใต้ฝ่ามือเมื่อครู่กลับทำให้เธอยิ่งทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อชายหนุ่มยังยืนอยู่ใกล้เสียจนแทบชิดกับตัวรถชาลิสาก้มหน้าแล้วรีบเดินเข้าบ้าน ขณะที่ธีรุตม์เดินตามหลังมาอย่างไม่เร่งรีบเมื่อเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น ชัยวัฒน์ บิดาของหญิงสาวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟา ส่วนชุติมา มารดาของเธอกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ไม่ไกล“สวัสดีครับ”ธีรุตม์ยกมือไหว้ชัยวัฒน์และชุติมาอย่างนอบน้อม“ขอ
หญิงสาวพยักหน้าโดยแทบไม่ต้องคิดที่ผ่านมาธีรุตม์ยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่ออกเดตด้วยคนไหนเป็นฝ่ายขอไปกินปิ้งย่างมาก่อน ส่วนใหญ่ถ้าให้เลือก ก็มักเลือกร้านอาหารดี ๆ บรรยากาศหรูหน่อย หรือไม่ก็ร้านที่มีบาร์ มีดนตรีให้นั่งฟังสบาย ๆแต่คราวนี้ชาลิสาไม่คิดจะเกรงใจอีกแล้วไหน ๆ ชายหนุ่มก็น่าจะถูกมารดาบังคับให้มาหาเธอ และหลังจากวันนี้ทั้งคู่อาจไม่ได้เจอกันอีกก็ได้ แล้วเธอจะมัวรักษามารยาทด้วยการเลือกกินอะไรก็ได้ตามใจเขาไปทำไมเมื่อคืนเธอนั่งดูซีรีส์เกาหลี แล้วบังเอิญเจอฉากตัวละครกำลังกินปิ้งย่างกันอย่างเอร็ดอร่อย ภาพเนื้อย่างบนเตาร้อน ๆ ยังติดตาอยู่จนถึงตอนนี้ในเมื่ออยากกิน ก็จะกินส่วนเรื่องกลิ่นจะติดเสื้อ ติดผม...ก็ช่างมันสิ“เอาสิ แล้วมีร้านแนะนำไหม”เมื่อธีรุตม์ตอบตกลงง่าย ๆ ชาลิสาก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง“ตอนเดินเข้าห้าง เอยเห็นร้านหนึ่งอยู่ชั้นสอง ตรงหน้าทางเข้าที่จอดรถค่ะ มีทั้งแบบบุฟเฟต์แล้วก็แบบเป็นเซ็ต ไปลองร้านนั้นไหมคะ”ชายหนุ่มไม่ได้ตอบว่าอะไร เพียงเดินนำไปทางลิฟต์ ก่อนพาเธอลงไปยังชั้นสองและต
ชาลิสาเดินเคียงข้างธีรุตม์ออกจากบ้านด้วยความรู้สึกที่ยังไม่หายแปลกใจดีนักก่อนหน้านี้ชายหนุ่มขับรถมารับเธอถึงบ้าน เข้าไปยกมือไหว้ทักทายบิดามารดาอย่างนอบน้อม ทั้งยังพูดคุยยิ้มแย้มเสียจนดูเป็นคนอัธยาศัยดี ก่อนจะเอ่ยปากขออนุญาตพาเธอออกไปดูหนังด้วยกันผิดกับผู้ชายเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่โยนเงินค่ารถไว้ให้ แล้วประกาศชัดว่าไม่อยากเจอเธออีกชนิดหน้ามือเป็นหลังมือทว่าทันทีที่ก้าวขึ้นรถและพ้นสายตาผู้ใหญ่ รอยยิ้มกับท่าทีช่างพูดช่างคุยเมื่อครู่ก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีชาลิสาแอบเหลือบมองคนข้าง ๆ อยู่หลายครั้ง พลางนึกในใจว่า ผู้ชายที่เพิ่งนั่งยิ้มแย้มคุยกับพ่อแม่ของเธอเมื่อครู่คงถูกวิญญาณร้ายเข้าสิงไปชั่วขณะ ถึงได้กลายเป็นคนละคนกับธีรุตม์ที่กำลังนั่งตีหน้าขรึมอยู่หลังพวงมาลัยในตอนนี้ชายหนุ่มไม่พูดกับเธอสักคำ ซ้ำยังแทบไม่หันมามองหน้ากันตลอดทางจนกระทั่งรถแล่นมาจอดยังห้างสรรพสินค้าแห่งเดิม สถานที่ซึ่งเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เธอกับเขาเคยนั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันด้วยบรรยากาศไม่ต่างจากคนแปลกหน้าสองคนธีรุตม์ลงจากรถแล้วเดินนำเข้าไปในห้างโดยไม่คิดจะชะลอฝีเท้ารอ ชาลิสาจึงได้แต่เดินตามอยู่ด้านหลัง
หลังนั่งแท็กซี่กลับมาถึงบ้าน ชาลิสาก็เดินเข้าบ้านอย่างอ่อนล้า ตลอดทางกลับมา ถ้อยคำทิ้งท้ายของธีรุตม์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมาจนยากจะสลัดออกโชคดีที่เวลานี้ยังไม่มีใครกลับถึงบ้าน หญิงสาวจึงไม่ต้องคอยฝืนสีหน้าหรือหาคำตอบ หากถูกถามว่าการพบกันวันนี้เป็นอย่างไรเธอเดินเข้าห้องนอน วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรสีเทาใบนั้นออกมารอยยับบนธนบัตรยังคงอยู่ชาลิสาใช้นิ้วค่อย ๆ รีดมันทีละรอยจนเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นจึงเปิดลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือ หยิบกล่องเหล็กใบเล็กเก่า ๆ ที่เก็บอยู่ด้านในออกมาเธอวางธนบัตรหนึ่งพันบาทลงในกล่อง ก่อนหยิบกระดาษแผ่นเล็กมาเขียนข้อความสั้น ๆ“ค่ารถจากพี่ธีร์ วันที่ XX/XX/XX”ปลายปากกาหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งชาลิสามองข้อความที่เพิ่งเขียน ก่อนพับกระดาษวางลงไปเคียงกับธนบัตร แล้วปิดฝากล่องอย่างแผ่วเบาหญิงสาวนิ่งมองกล่องเหล็กในมืออยู่พักใหญ่ ก่อนเก็บมันกลับเข้าไปในลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือตามเดิมเมื่อนึกย้อนถึงเหต