Home / โรแมนติก / ร้อยคำรักปักกลางใจ / บทที่ 3 ซูซู ฉันจะไม่ไปไหนอีกแล้ว

Share

บทที่ 3 ซูซู ฉันจะไม่ไปไหนอีกแล้ว

Author: หรานเติงเติง
ช่วงหลายวันที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเฉียนสุ่ยว่าน จี้ซูไม่ได้สนใจ 'การเล่นละครเดียว' ของโจวฉงเซิ่นแม้แต่น้อย

นอกจากการทำงานตามปกติในตอนกลางวันแล้ว เธอก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวเอง นั่นก็คือ …อวี๋จือ

อวี๋จือคือแบรนด์กี่เพ้าสไตล์จีนที่พ่อของเธอก่อตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อแม่เป็นชื่อแบรนด์ ในยุคแรกนับว่ามีชื่อเสียงในวงการไม่น้อย แต่หลังจากพ่อป่วยหนัก ตัวแบรนด์จึงถูกทิ้งร้างมานานหลายปี

บรรดาช่างฝีมือดีค่อย ๆ แยกย้ายกันไป โรงงานทอผ้าที่ร่วมงานกันมาหลายปีก็ขาดการติดต่อ แม้แต่เว็บไซต์ทางการของแบรนด์ก็หยุดอัปเดตไปนานแล้ว

ตอนนี้ เธออยากสานต่อความตั้งใจสุดท้ายของพ่อกับแม่ให้สำเร็จ ด้วยการนำมันกลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง

ถึงแม้ว่าจะมีลูกค้าเก่าจำนวนมากฝากข้อความไว้ตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ และพยายามสืบถามข่าวคราว แต่สำหรับอวี๋จือ มันก็เป็นเพียงหยดน้ำในมหาสมุทรหยดหนึ่งเท่านั้น

สิ่งที่อยู่ตรงหน้า นอกจากการตามหาช่างฝีมือเก่าแก่ที่แยกย้ายกันไป เรื่องที่เร่งด่วนที่สุดก็คือต้องรีบหาซัพพลายเออร์ทอผ้าเกรดพรีเมียมให้ได้โดยเร็วที่สุด

ช่วงหลายวันนี้ จี้ซูไหว้วานคนไปทั่วเพื่อสอบถามข้อมูล เธอติดต่อไปยังผู้ค้าผ้าหลายราย ถ้าเนื้อผ้าไม่แย่เกินไป ก็มักโดนปฏิเสธเพราะยอดสั่งซื้อน้อยเกินไป

หลังต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมาย ในที่สุดก็พบเจอซัพพลายเออร์เก่าแก่ที่ขายผ้าเซียงอวิ๋นซาและผ้าต่วนซ่งจิ่นระดับพรีเมียมเข้าจนได้

เวลาหกโมงเย็น จี้ซูขับรถมาถึงโรงแรมจิงเฉิง งานเลี้ยงมื้อค่ำจัดขึ้นที่ห้องวีไอพีชั้นบนสุด

โรงแรมจิงเฉิงตกแต่งในสไตล์จีน ประตูสีแดงชาด ระเบียงแกะสลัก ดูคลาสสิกสงบเงียบ ที่นี่มักเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของผู้คนในแวดวงธุรกิจสำหรับคุยงานและจัดเลี้ยงเสมอ

พนักงานต้อนรับค้อมตัวทักทาย หลังตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยก็กดลิฟต์พาจี้ซูไปยังห้องวีไอพี

ในจังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิด บุรุษชุดดำผู้หนึ่งซึ่งถูกรายล้อมด้วยกลุ่มคนก็เดินเข้ามาทางประตูด้านข้าง

"ประธานโจว เชิญทางนี้ครับ"

ตอนที่คุยเรื่องความร่วมมือ ผู้ช่วยของอีกฝ่ายบอกว่าเจ้านายของพวกเขาเข้าใจตัวแบรนด์อวี๋จือดี ทั้งยังเคยพบเจอกับพ่อเธอหลายครั้ง จึงถือว่าเป็นคนคุ้นเคยกัน พอผู้ดูแลรู้ว่าเป็นจี้ซู ก็ตกลงให้เข้าพบทันที

เธอเองก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าคนที่มาจะเป็นใคร

หลังพยักหน้าขอบคุณพนักงานที่หน้าประตู จี้ซูก็ผลักประตูเข้าไปเบา ๆ

ทันทีที่ประตูเปิดออก ผู้หญิงในชุดสูทคนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ

"สวัสดีค่ะคุณจี้ ฉันเหราอวี่ เป็นเลขาฯ ของท่านประธานรุ่ยหวนกรุ๊ปนะคะ"

เสียงนี้จี้ซูจำได้ เป็นคนที่ติดต่อกับเธอตอนคุยเรื่องความร่วมมือนั่นเอง

รุ่ยหวน? ไม่ใช่เจียงหนานจือจ้าวเหรอ ทำไมถึงกลายเป็นรุ่ยหวนไปได้ล่ะ?

อีกฝ่ายเหมือนจะดูออกถึงความสงสัยของจี้ซู จึงยิ้มและอธิบายว่า "เจียงหนานจือจ้าวได้เข้ามาอยู่ภายใต้รุ่ยหวนกรุ๊ปตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้วค่ะ เดิมทีบริษัทของเราเน้นเจาะตลาดต่างประเทศ แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้มีแผนจะขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศ ดังนั้น พวกเราจึงเป็นคนรับช่วงต่อในการเจรจาความร่วมมือและติดต่อธุรกิจค่ะ"

จี้ซูพอจะเคยได้ยินชื่อบริษัทรุ่ยหวนมาบ้าง เป็นบริษัทต่างชาติที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าระดับไฮเอนด์ มักจัดงานแสดงสินค้าโอต์กูตูร์ งานกาล่าดินเนอร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย การขยายตลาดในประเทศโดยเจาะผ่านวงการผ้าเกรดพรีเมียมชนิดดั้งเดิมจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

เพียงแต่...เธอมีดีอะไรนักหนา อวี๋จือเป็นแค่แบรนด์เล็ก ๆ แบรนด์หนึ่ง คู่ควรให้เลขา ฯ ของท่านประธานแห่งรุ่ยหวนต้องมาต้อนรับด้วยตัวเองเชียวหรือ

"เชิญค่ะคุณจี้ ประธานจี้ของเรารอมาสักพักแล้วค่ะ"

ประธานจี้?

ไม่รู้ทำไม ความคิดหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในหัวของจี้ซูอย่างกะทันหัน

เมื่อเดินตามเหราอวี่เข้าไป ก็พบว่าห้องวีไอพีนั้นกว้างขวาง หลังเดินผ่านโถงทางเดิน โคมระย้าคริสตัลก็ส่องประกายระยิบระยับอยู่กลางห้องที่ดูคลาสสิก บนโต๊ะกลมจัดวางของตกแต่งที่มีหมอกสีขาวลอยคลุ้ง ดูหรูหราสง่างาม

สายตาของจี้ซูมองลึกเข้าไปข้างใน ก่อนจะสบเข้ากับคนที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานพอดี

ชายหนุ่มในชุดสูทลำลองสีเทา ใบหน้าดูผ่อนคลาย เขานั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน มือข้างหนึ่งวางพาดขอบโต๊ะจับถ้วยชาด้วยท่วงท่าสบาย ๆ เมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นก็ฉายแววดีใจ

"ซูซู"

ราวกับก้อนหินที่ถูกโยนลงบนผิวน้ำ หัวใจของจี้ซูกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่ง

จี้หรงจื่อ

เมื่อหลายวันก่อนเพิ่งได้ยินติงเซี่ยนเอ่ยถึงเขาผ่าน ๆ แต่ตอนนี้เมื่อเขามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า เธอเองกลับยังรู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง

เห็นได้ชัดว่าจี้ซูไม่คาดคิดเลยว่าจะได้เจอเขาอีก

ในจังหวะที่เธอยังคงเหม่อลอย ร่างนั้นก็เข้ามาประชิดตัว ชายหนุ่มปรายตามอง เลขา ฯ สาวจึงรีบถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่

กลิ่นสนที่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูกจี้ซู เธอถูกโอบกอดเบา ๆ ขณะได้ยินเสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหู "ซูซู ฉันกลับมาแล้วนะ"

หัวสมองของจี้ซูยังคงขาวโพลน ความคิดของเธอถูกดึงกลับไปในฤดูร้อนปีนั้น ตอนที่เธอกับพ่อ 'เก็บ' จี้หรงจื่อมาได้จากหน้าโรงงานเหล็กเป็นครั้งแรก

นับแต่อายุสิบขวบจนถึงยี่สิบปี เขาปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไร้ร่องรอยและก็จากไปอย่างไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ เช่นกัน

เขาหายตัวไปหลังอุบัติเหตุรถยนต์ครั้งนั้น พอได้เจอกันอีกครั้ง ก็กลายเป็นประธานของรุ่ยหวนไปเสียแล้ว

เมื่อมองคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ทุกลมหายใจตรงหน้า แววตาของชายหนุ่มก็เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน ปลายนิ้วของเขาลูบคลำตรงตำแหน่งนิ้วนางไปมา น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยจนจับอารมณ์ไม่ได้ "หลังจากนี้ฉันจะไม่ไปไหนอีกแล้ว"

จี้ซูสบตาเขา รู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าในเวลาเดียวกัน ความอ่อนเยาว์จางหายไป โครงหน้าดูคมคายและเด็ดเดี่ยวมากขึ้น ความหรูหราสง่างามนั้นยากต่อการปิดบัง นัยน์ตาสีดำภายใต้กรอบแว่นสีทองยังคงดูลึกล้ำจนเธออ่านไม่ออก

ใครจะไปคิดล่ะว่า ชายหนุ่มที่ดูสูงส่งราวดอกไม้บนยอดเขาตรงหน้าคนนี้ ครั้งหนึ่งเคยต้องแย่งอาหารกับสุนัขจรจัดในกองขยะมาก่อน

เขาค้อมตัวลงเล็กน้อย รั้งเธอเข้าไปกอดอีกครั้ง

ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้จี้ซูทำตัวไม่ถูก อาจเป็นเพราะไม่ได้เจอกันมานาน หรืออาจเป็นเพราะสถานะของเขาที่เปลี่ยนไปแล้วในตอนนี้ก็เป็นได้

เธอผลักเขาออกเล็กน้อย มุมปากประดับด้วยรอยยิ้ม "งั้นก็ดีแล้ว"

การจงใจตีตัวออกห่างของคนตรงหน้าทำให้จี้หรงจื่อชะงักงัน แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขาจูงมือจี้ซูเดินไปที่โต๊ะ จัดแจงเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งด้วยความเอาใจใส่

เห็นเช่นนั้น หญิงสาวก็ไม่ได้เสแสร้งเล่นตัว นั่งลงอย่างสง่างาม

"ได้ยินว่าเธอจะหย่าแล้วเหรอ?"

จี้ซูชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงหยิบแผนงานในกระเป๋าออกมาเท่านั้น

"เรามาคุยเรื่องอวี๋จือกันดีกว่า" หญิงสาวช้อนตามอง "รุ่ยหวนฮุบเจียงหนานจือจ้าวไปแบบนี้ คงไม่ใช่แค่เพื่อขยายตลาดในประเทศเฉย ๆ หรอกจริงไหม?"

เมื่อเห็นท่าทีที่ดูเหมือนไม่อยากตอบคำถามของเธอ จี้หรงจื่อก็เพียงยกยิ้มมุมปาก

เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ รับแฟ้มเอกสารจากมือของจี้ซูมาเปิดดู "ฉันรู้จักอวี๋จือดี แบรนด์ที่คุณพ่อปลุกปั้นมากับมือ ถึงจะถูกทิ้งร้างมาหลายปี แต่พื้นฐานก็ยังอยู่ ลูกค้าเก่ายังให้การยอมรับ สิ่งที่รุ่ยหวนอยากทำ ก็คือการชุบชีวิตมันขึ้นมาอีกครั้ง"

พ่อ...

เมื่อเอ่ยถึงพ่อ หัวใจของเธอก็อดเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้

จี้ซูมองเขา และถามตามตรงโดยไม่คิดปิดบัง "ไม่ใช่รุ่ยหวนหรอก แต่เป็นนายใช่ไหมล่ะ?"

จี้หรงจื่อคลี่ยิ้ม "ถ้าใช่แล้วจะทำไม? หรือว่า....ฉันไม่มีสิทธิ์จะทำอะไรเพื่อเธอกับคุณพ่อบ้างเลยหรือไง?"

แก้วสุราตรงหน้าโจวฉงเซิ่นแทบไม่ได้ถูกแตะต้อง

เขาทำเป็นหูทวนลมกับการชนแก้วสุราในงานเลี้ยง หน้าจอโทรศัพท์มือถือสว่างขึ้นแล้วก็ดับลง ดับลงแล้วก็สว่างขึ้นใหม่อยู่อย่างนั้น

ในหน้าแชท ยังคงเป็นข้อความที่เขาส่งไปในคืนนั้น

สี่วันแล้ว ไม่มีการตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น

เฉิงคุนที่อยู่ด้านข้างเตือนอย่างระมัดระวังว่า "ท่านประธานครับ ประธานซ่งกำลังรินคารวะอยู่ครับ"

โจวฉงเซิ่นปรือตาขึ้นเล็กน้อย หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาชนอย่างไม่ใส่ใจนัก รสชาติที่เผ็ดร้อนบาดคอทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่น

ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาคลายเนกไท ความหงุดหงิดใจไม่ว่าจะกดข่มอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เขาไม่เข้าใจ แม้แต่ตอนที่ทะเลาะกับตาเฒ่าจนบ้านแตกในอดีตก็ยังไม่เคยเป็นแบบนี้ด้วยซ้ำ

บนหน้าจอสะท้อนภาพคิ้วของเขาที่ขมวดมุ่น เมื่อก่อนไม่ว่าเธอจะโกรธเคืองกันแค่ไหน ก็ไม่เคยขาดการติดต่อเกินสองวันแบบนี้

เฉิงคุนมองออกถึงความหงุดหงิดของโจวฉงเซิ่น หลังคิดแล้วคิดอีก ก็อธิบายว่า "ช่วงนี้คุณผู้หญิงดูเหมือนจะยุ่งอยู่กับเรื่องอวี๋จือครับ"

อวี๋จือ?

สตูดิโอเล็ก ๆ ที่ไม่มีอนาคตของพ่อเธอนั่นน่ะเหรอ?

ก่อนหน้านี้เหมือนเธอเคยถามเขาว่า พอจะมีวิธีทำให้แบรนด์อวี๋จือกลับมาผงาดอีกครั้งได้ไหม

ตอนนั้นเขาเหมือนตอบอะไรสักอย่างกลับไป แต่ก็จำรายละเอียดไม่ได้แล้ว

โจวฉงเซิ่นใช้ปลายนิ้วลูบแก้วสุราไปมา พลางแค่นเสียงหยัน

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?

ขอแค่เธอเอ่ยปาก เขาก็สามารถประเคนสตูดิโอแบบนั้นให้เธอได้เป็นสิบแห่ง

ชายหนุ่มแค่นเสียงเย็นชา "เธอนี่ช่างหาทำซะจริง"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 30 นี่หรือคือการช่วยของคุณ?

    จี้ซูขับรถด้วยความเร็วสูงมาตลอดทาง เมื่อมาถึงคฤหาสน์ โจวฉงเซิ่นก็กำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงจรดเพดานไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ตอนที่เธอพรวดพราดเข้ามา โจวฉงเซิ่นมีสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเธอไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนภาพหน้าจอแฮชแท็กยอดนิยมนั้นใส่หน้าเขาทันทีโจวฉงเซิ่นขยับตัวยืนตรง รับโทรศัพท์มือถือมา เมื่อเห็นรายละเอียดบนนั้นชัดเจน คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที “เกิดอะไรขึ้น?”น้ำเสียงที่จี้ซูใช้คาดคั้นนั้นเย็นเยียบจนทำให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง “ฝีมือคุณใช่ไหม?”โจวฉงเซิ่นหรี่ตา คล้ายกำลังทำความเข้าใจและย่อยคำพูดของเธอ“นี่คุณคิดว่าผมเป็นคนปล่อยข่าวเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะด้วยความโกรธ “จี้ซู ในใจคุณ ผมเป็นคนแบบนั้นหรือไง?”จี้ซูจ้องมองเขา นิ่งเงียบไม่พูดจาสีหน้าของโจวฉงเซิ่นมืดทะมึน สายตาแห่งความเคลือบแคลงของเธอทำให้เขารู้สึกโกรธขึ้นมาจับใจ เขาพยายามสะกดอารมณ์ ขณะหันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง“ผมแค่ช่วยฝากให้พวกเขาเก็บชื่อคุณไว้ในรายชื่อผู้เข้ารอบ แต่ผมยังไม่ต่ำช้าถึงขั้นชักนำกระแสสังคมไปโจมตีคุณหรอกนะ”ผมแค่ช่วยฝากให้...ดังนั้น เรื่องใช้เส้นสายมันก็เป็นความจริงงั้นสิ?ไม่รู้ทำไม ความมุ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 29 หรือว่าจะเป็นเขา?

    จี้ซูขมวดคิ้ว สังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก"เกิดอะไรขึ้น ค่อย ๆ พูดนะ"เสี่ยวจู : "มีคนแจ้งเบาะแสว่าพี่ใช้เส้นสาย แอบติดต่อกับกรรมการ ตอนนี้ใต้โพสต์ในเฟซทางการวุ่นวายไปหมดแล้วค่ะ"ปลายนิ้วของจี้ซูเกร็งแน่น รีบเปิดเฟซบุ๊กไปยังช่องคอมเมนต์ของเพจทางการทันที[จี้ซู? ใครเนี่ย ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน อยู่ดี ๆ ก็เข้ารอบซะงั้น][ได้ยินมาว่ามีคนคอยดันให้แหละ จุ๊ ๆ][อวี๋จือใช่ไหม? ขอแบนเลย แบรนด์แบบนี้จะทำของมีระดับออกมาได้ยังไง]คอมเมนต์ต่อจากนั้นยิ่งแล้วใหญ่ ต่างพากันเรียกร้องให้เธอถอนตัวจากการแข่งขัน บีบให้ผู้จัดงานออกมาชี้แจง และบอกให้เธอออกมาขอโทษพอหันไปดูเพจทางการของอวี๋จือก็ยิ่งถูกถล่มเละ ยอดคอมเมนต์พุ่งทะลุหมื่นบวกแล้วดูจากคอมเมนต์ที่ไปในทิศทางเดียวกัน ชัดเจนว่าเป็นฝีมือของทีมปั่นกระแสที่ถูกจ้างมาเสียงของเสี่ยวจูสั่นเครือดังลอดมาจากโทรศัพท์ "ทำยังไงดีคะพี่ซู แค่นาทีเดียวก็ปาไปเป็นสิบ ๆ คอมเมนต์แล้ว ยอดมันพุ่งไวเกินไปแล้วค่ะ"จี้ซูไม่ได้พูดอะไร ปลายนิ้วของเธอไถหน้าจอไปมา แววตาเริ่มเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆเธอค้นหาจนพบต้นตอของการแฉ มันคือภาพหน้าจอที่มีคนส่งเข้ามาแบบไม่ระบุตัวตน อ้างว่าเธ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 28 เรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน

    เมื่อเห็นเขายังคงไม่พูดอะไร คุณพ่อโจวจึงคร้านกล่าวต่อ เพียงเสริมประโยคสุดท้ายขึ้นมาว่า"ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกจะทำยังไง แต่สรุปก็คือห้ามหย่า ตระกูลโจวไม่อนุญาตให้เกิดเรื่องแบบนี้เด็ดขาด"เหมือนกับคุณแม่ในตอนนั้นไม่มีผิดโจวฉงเซิ่นปรายตามองพ่อโจวด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปเมื่อเฉิงคุนเห็นเช่นนั้น ก็รีบค้อมตัวทำความเคารพ แล้วเดินตามโจวฉงเซิ่นออกจากบ้านใหญ่บนรถ โจวฉงเซิ่นมองออกไปนอกหน้าต่าง คิ้วขมวดมุ่นอดรู้สึกตลกไม่ได้เมื่อนึกถึงคำพูดที่ตาเฒ่าสั่งสอนเขาเมื่อครู่นี้ตาเฒ่าวิจารณ์ว่าเขาเย็นชา ไม่รู้จักหนักเบา แล้วตัวตาเฒ่าเองล่ะไม่ได้เป็นแบบนั้นหรือไงปีนั้นตอนที่คุณตาถูกศัตรูใส่ร้าย คุณแม่ขอร้องให้ช่วย ตาเฒ่ากลับบอกว่า "ตอนนี้โจวกรุ๊ปกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จะให้มาทำลายอนาคตตัวเองเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้หรอก"แถมยังกักบริเวณเธอ ไม่ยอมให้เงินใช้ พร้อมประกาศกร้าวว่าหากแม่ของเขากล้าทำให้เรื่องของตระกูลไช่มากระทบถึงราคาหุ้นของโจวกรุ๊ป เขาก็ไม่รังเกียจที่จะราดน้ำมันลงบนกองไฟเพิ่มเข้าไปอีกต่อมาตระกูลไช่มีเรื่องฟ้องร้องจนต้องประกาศล้มละลาย คุณตาทนรับความสะ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 27 จี้หรงจื่อ นายสบายดีไหม?

    เขามองดูดวงตาของเธอที่ยังคงบวมเป่งอยู่เล็กน้อย น้ำเสียงแข็งกระด้าง "ที่ตาบวมก็เพราะเมื่อวานร้องไห้มาสินะ"จี้ซูยิ้มแห้ง ไม่ได้ตอบอะไรเขาถามขึ้น "ในใจเธอยังมีเขาอยู่อีกเหรอ?"มือที่ถือช้อนของจี้ซูชะงักไปเล็กน้อย แพขนตาสั่นไหวในใจยังมีเขาอยู่อีกไหมเหรอ?เธอคิดว่า บางทีตั้งแต่ตอนที่เขายอมยกหมอผ่าตัดของพ่อเธอไปให้คนอื่น เธอก็คงหมดหวังในตัวเขาโดยสมบูรณ์แล้วจี้ซูส่ายหน้า "น่าจะไม่มี ฉันไม่อยากข้องแวะอะไรกับเขาอีกแล้ว"หากบอกว่าในใจไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เธอยังคงอยู่ในช่วงค่อย ๆ ดึงตัวเองออกมาการตัดใจจากเขาเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้นพอคิดถึงเรื่องการแข่งขัน เธอก็นึกถึงสายตาของเจียงรุ่ยที่มองมาตอนอยู่ในสนามแข่งขึ้นมาได้"เจียงรุ่ยคนนั้น เหมือนจะเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เผยนะ""ใช่ ตระกูลเจียงน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสามีของอาจารย์เผย เธอก็เลยถูกอาจารย์เผยปั้นมากับมือเลยละ"ก่อนหน้านี้ตอนที่จี้ซูขอให้เขาช่วยตามหาอาจารย์เผยจือหรง เขาก็ได้สืบเรื่องราวพร้อมกับทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของคนรอบข้างมาบ้าง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าการประกวดในครั้งนี้จะมีลูกศิษย์ของท่านปรมาจา

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 26 อย่าไปรบกวนพวกเขา

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นผู้เข้าแข่งขันต่างทยอยขึ้นเวทีตามลำดับการจับสลาก มีผลงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งสไตล์จีนร่วมสมัย กี่เพ้าประยุกต์ และชุดเลียนแบบโบราณขนานแท้ ซึ่งระดับฝีมือมีทั้งดีและแย่ปะปนกันไปทางด้านโต๊ะกรรมการ คิ้วของศาสตราจารย์เฉาเก๋อขมวดมุ่นและคลายออกเป็นระยะ บางครั้งเขาก็ก้มหน้าลงเขียนตัวอักษรไม่กี่คำในตารางคะแนนเมื่อถึงตาของเจียงรุ่ย ด้านล่างเวทีก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเธอจูงมือเดินนำนางแบบขึ้นมาบนเวที นางแบบสวมใส่ชุดกี่เพ้าสีม่วงกลีบบัว ปักลวดลาย "ร้อยผีเสื้อดอมดมบุปผา" ด้วยงานปักซูซิ่วตลอดทั้งชุด ฝีเข็มประณีตเสียจนแทบมองไม่เห็นรอยต่อด้วยตาเปล่าศาสตราจารย์เฉาเก๋อพยักหน้าเล็กน้อย ในที่สุดมุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบ้างคาดว่าคงรู้สึกว่าในที่สุดก็มีผลงานที่พอจะเข้าตาเสียทีตอนที่เจียงรุ่ยเดินลงจากเวทีและผ่านข้างกายของจี้ซูไป สายตาของเธอก็หยุดที่จี้ซูอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากยกตัวขึ้นเป็นรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้งหลังจากนั้นก็มีผู้เข้าแข่งขันขึ้นมาอีกสองสามคน จี้ซูดูแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างดีทีเดียว มีการใช้โทนสีสะดุดตา และตัดเย็บโดยผสมผสานองค์ปร

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 25 อย่าให้เธอรู้

    ภายในห้องทำงานเงียบสงัดจนทำเอาผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัวเสียชีวิตแล้ว?โจวฉงเซิ่นตัวแข็งทื่อ ดวงตาสีเข้มจ้องมองเฉิงคุนที่อยู่ตรงประตู ความรู้สึกจุกแน่นตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก“ไม่ใช่ว่า อาการทรงตัวดีหรอกเหรอ?”เฉิงคุนไม่รู้จะตอบอย่างไรดี “บางที คุณหมออาจหมายความว่า อาการแย่มาตลอด ก็เลยเรียกว่าทรงตัวครับ”นี่มันคำพูดบ้าบออะไรกัน?ตกลงว่าอาการพ่อเธอแย่มาตลอดใช่ไหม?ปลายนิ้วที่กำโทรศัพท์มือถือของเขาสั่นระริกเล็กน้อย พยายามหาเหตุผลมาแก้ตัวให้กับตนเอง“พ่อเธอป่วยหนักทำไมถึงไม่มีใครบอกฉัน?”เฉิงคุน : “ตอนนั้นคุณพ่อของคุณหนูซางฮวยกำลังผ่าตัด ท่านประธานเป็นคนสั่งเองว่าห้ามมีเรื่องอะไรมารบกวน ถ้าคุณผู้หญิงโทรมา ก็ให้บอกว่าท่านประธานยุ่งอยู่ครับ”โจวฉงเซิ่นค่อย ๆ หลับตาลง สูดลมหายใจลึกตอนนั้น จี้ซูอารมณ์เสียจนควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะโดนแย่งคิวผ่าตัด ส่วนคุณลุงซางที่อยู่ต่างประเทศก็กำลังผ่าตัดเหมือนกัน แถมโปรเจกต์งานก็ยังมีปัญหา เขาจึงยุ่งหัวหมุนแทบไม่ได้พักในแต่ละวันตอนกลางวันต้องไปรับมือกับพวกชาวต่างชาติที่บริษัทสาขา พอกลับมาที่โรงพยาบาลก็ยังต้องคอยดูแลความรู้สึกของซางฮ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status