Home / โรแมนติก / ร้อยคำรักปักกลางใจ / บทที่ 6 พวกเขาจะหย่ากันแล้วเหรอ?

Share

บทที่ 6 พวกเขาจะหย่ากันแล้วเหรอ?

Author: หรานเติงเติง
เคาน์เตอร์พยาบาลโทรมาแจ้งว่า พ่อของเธอยังมีของใช้ส่วนตัวทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล

จี้ซูจัดการเก็บแบบร่างในมือให้เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงค่อยขับรถไปรับของ

เมื่อต้องเหยียบย่างเข้ามาในสถานที่แห่งนี้อีกครั้ง ก้อนเนื้อในอกก็ยังคงปวดหนึบอย่างไม่อาจควบคุม

วันที่การช่วยชีวิตล้มเหลว เธอเป็นคนเช็ดหน้าและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้พ่อด้วยตัวเอง กลิ่นอายอันแปลกประหลาดที่ไม่อาจลบเลือนนั้นยังคงติดอยู่ปลายจมูก กระทั่งเดินมาถึงแผนกผู้ป่วยใน จมูกก็พาลตีบตันด้วยความรู้สึกปวดร้าว

ฝนตกติดต่อกันมาสามวันแล้ว สายลมหอบเอาความหนาวเย็นตามมาด้วย จี้ซูจึงกระชับเสื้อโค้ตให้แน่นขึ้น

ลิฟต์มุ่งตรงขึ้นไปยังห้องผู้ป่วยวีไอพีบนชั้นเจ็ด พ่อของเธอพักอยู่ที่นี่มานานพอสมควร เธอจึงคุ้นเคยกับคนในแผนกเป็นอย่างดี

แต่เพิ่งก้าวออกจากลิฟต์ เธอก็ถูกเรียกตัวไว้

"เสี่ยวจี้มาแล้วเหรอ"

เป็นคุณป้าไช่พนักงานทำความสะอาดนั่นเอง ก่อนหน้านี้ตอนที่คุณป้าถูกคนคอยจับผิด พ่อของเธอเคยช่วยพูดแก้ต่างให้ จึงมีความสนิทสนมกับจี้ซูมาตลอด

คุณป้าเป็นคนตงเป่ย มีนิสัยกระตือรือร้นและซื่อสัตย์ เมื่อหนึ่งเดือนก่อนแกบอกว่าเพิ่งได้หลานชายเลยขอลากลับไปเยี่ยมที่บ้านเกิด คาดว่าน่าจะเพิ่งกลับมาทำงานได้ไม่ถึงสองวันนี่เอง

จี้ซูส่งยิ้มทักทายคุณป้า

ป้าไช่พิงไม้ถูพื้นไว้กับรถเข็นทำความสะอาด ขณะยิ้มให้อย่างอ่อนโยน "ป้าเอาไข่เป็ดฟองโต ๆ จากบ้านเกิดมาด้วย เดี๋ยวทำความสะอาดเสร็จจะเอาไปให้หนูนะจ๊ะ"

แกมักเป็นแบบนี้เสมอ ทุกครั้งที่กลับมาจากบ้านเกิดก็จะต้องมีของฝากติดไม้ติดมือมาให้เธอกับพ่อตลอด

แกเคยบอกว่าตัวเองมาทำงานที่จิงตูตัวคนเดียว ไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไหร่ การได้มารู้จักกันจึงถือว่าเป็นวาสนาแล้ว

ทั้งชีวิตแกไม่เคยมีลูกสาว พอเห็นจี้ซูที่ทั้งสะสวยและอ่อนโยน จึงเกิดความเอ็นดูจากใจจริง

"แต่ว่านะ..." คุณป้าทำหน้างุนงง "เมื่อเช้าป้าเห็นห้อง 202 ว่างอยู่ พยาบาลที่เคาน์เตอร์ก็เป็นเด็กใหม่ ป้าไม่ค่อยคุ้นเลยไม่กล้าถาม ตกลงว่าพ่อหนูย้ายห้องไปแล้วเหรอ?"

คำถามที่แฝงด้วยความห่วงใยอย่างกระตือรือร้นของแก ทำให้รอยยิ้มบนมุมปากของจี้ซูแข็งค้าง มือที่กำสายกระเป๋าอยู่เย็นเฉียบขึ้นมาทันที

เมื่อคุณป้าเห็นจี้ซูไม่ยอมพูดอะไร ประกายแห่งความหวังก็ผุดขึ้นในดวงตา "หรือว่าอาการดีขึ้นจนออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว? ก่อนหน้านี้ได้ยินหนูบอกว่าเพื่อนช่วยนัดหมอเก่ง ๆ ให้ การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดีใช่ไหมลูก?"

จี้ซูลังเล เมื่อมองดูหญิงชราที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มตรงหน้า ลำคอของเธอก็ตีบตัน หลังชั่งใจอยู่นานสุดท้ายเธอก็พยักหน้า

เห็นเช่นนั้น คุณป้าก็อดขอบตาแดงก่ำไม่ได้ เอื้อมมือมาตบไหล่จี้ซูแผ่วเบา "ดีแล้ว ๆ ในที่สุดก็ไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่เสียแรงที่นอนโรงพยาบาลมาตั้งนานเนอะ"

ขณะพูด แกยังถึงขั้นพนมมือ ปากขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บอกว่าพ่อของเธอเป็นคนดี สวรรค์มีตาถึงได้คุ้มครอง

แกดึงมือเธอไว้แล้วคอยกำชับไม่หยุด บอกว่าต้องดูแลรักษายังไง ช่วงพักฟื้นยังไงถึงจะหายเร็ว ๆ กระทั่งมีคนออกมาตรงโถงทางเดิน คุณป้าถึงได้หยุดพูด

ตอนที่แกเดินจากไปก็ดูอารมณ์ดีขึ้นมากแล้ว

จี้ซูหลุบตาลง มองดูเงาร่างนั้นค่อย ๆ หายไปจากโถงทางเดิน

ปล่อยให้แกไม่รู้ความจริงต่อไปน่ะดีแล้ว

เธอไม่อยากให้เรื่องในครอบครัวของตัวเอง ต้องไปเพิ่มความโศกเศร้าให้คนอื่นโดยไม่จำเป็น

…

เมื่อไปถึงเคาน์เตอร์พยาบาลและแจ้งจุดประสงค์ พยาบาลเวรก็พยักหน้ารับรู้แล้วหันหลังเดินเข้าไปในห้องเก็บของ

จี้ซูยืนรออยู่ด้านข้าง เธอไม่ใช่คนชอบซุบซิบนินทา แต่บุคคลในบทสนทนาทำให้เธอไม่อาจเพิกเฉยจริง ๆ

"โจวฉงเซิ่นไง ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นเขาในทีวีด้วยนะ"

"งั้นผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อกี้ก็คงจะเป็นคุณนายโจวละสิ"

"ฉันดูก็ว่าใช่นะ เห็นว่าประธานโจวแต่งงานไปเมื่อสามปีก่อน ไม่คิดเลยว่าภรรยาเขาจะสวยขนาดนี้"

"มาจัดการเรื่องแอดมิตให้พ่อตาด้วยตัวเองเลยนะ หล่อแล้วยังเอาใจใส่อีก"

'คุณนายโจว' ในสนทนาของพวกเธอ เดาว่า...น่าจะเป็นซางฮวย

นอกจากหล่อนแล้ว ก็ไม่มีใครมีค่าพอให้โจวฉงเซิ่นต้องลงมือจัดการด้วยตัวเองหรอก

หลังการผ่าตัดพ่อของซางฮวยผ่านพ้นไป โจวฉงเซิ่นคงกลัวว่าซางฮวยดูแลคนเดียวเดี๋ยวจะเหนื่อย ก็เลยรับกลับประเทศให้มาอยู่ที่นี่งั้นสินะ?

จี้ซูกะพริบตาเชื่องช้า ดวงตาไม่ได้บอกถึงความรู้สึกใด

ในเมื่อกำลังจะหย่ากันแล้ว เขาจะไปทำอะไรกับใคร ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธออีก

เธอรับถุงที่พยาบาลยื่นให้แล้วหันหลังกลับ เป็นจังหวะเดียวกับที่สบตาเข้ากับเฉิงคุนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วยพอดี

เมื่อเห็นจี้ซู แววตาของเฉิงคุนก็ฉายความตื่นตระหนกวูบหนึ่ง

แม้เขาจะปิดประตูอย่างรวดเร็ว แต่จี้ซูก็ยังจับภาพบรรยากาศภายในห้องได้ทันพอดี

โจวฉงเซิ่นแบ่งแอปเปิลที่ปอกเสร็จแล้วออกเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งส่งให้พ่อของซางฮวย อีกครึ่งหนึ่งส่งให้ซางฮวย

ไม่รู้ว่าพ่อของซางฮวยพูดอะไร ซางฮวยที่อยู่ข้าง ๆ ถึงได้หัวเราะพร้อมกับก้มหน้าลงแบบนั้น

ช่างเหมือนครอบครัวเดียวกันเสียจริง

เฉิงคุนมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ เขาเดินเข้ามาทักทายจี้ซู "คุณผู้หญิงครับ"

ความรู้สึกผิดที่เผยออกมาบนใบหน้าของเขาทำให้จี้ซูอดขำไม่ได้

ตัวการของเรื่องคือโจวฉงเซิ่นแท้ ๆ เขาที่เป็นแค่ผู้ช่วยกลับมารู้สึกผิดแทนเสียได้

เมื่อเห็นว่าในมือของเขายังถือผลตรวจเอาไว้ จี้ซูจึงไม่ได้พูดอะไร เพียงพยักหน้าตามมารยาท แต่ตอนที่กำลังจะเดินจากไปก็ถูกเฉิงคุนเรียกไว้เสียก่อน

"คุณผู้หญิงครับ คือว่า..." เขาลังเล พยายามจะแก้ตัวแทนโจวฉงเซิ่นตามสัญชาตญาณ "ยังไงก็เป็นเพื่อนเก่าแก่ของครอบครัว การที่ประธานโจวมาเยี่ยมก็ถือว่ามีเหตุผลอยู่นะครับ"

ใช่ มีเหตุผลจริง ๆ นั่นแหละ

พ่อของเธอนอนโรงพยาบาลนานสามปี ดูเหมือนโจวฉงเซิ่นจะโผล่หน้ามาแค่สองครั้งเองมั้ง

และหนึ่งในครั้งนั้นก็คือตอนที่สำนักงานใหญ่มาตรวจงานของทางโรงพยาบาล เธอจึงมีโอกาสลากตัวเขาขึ้นมาเยี่ยมพ่อได้

พวกเขาเป็นเพื่อนเก่าแก่ของตระกูล เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน

ส่วนเธอกับพ่อ เป็นแค่คนนอกมาโดยตลอด

เทียบกันไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้ว

ทั้งเรื่องของสถานะทางสังคมและความรู้สึก

จี้ซูพยักหน้า ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร เพียงพูดว่า "บอกให้เขารีบเซ็นหนังสือหย่าให้เรียบร้อยด้วยละ"

โดยไม่รอให้เฉิงคุนตอบกลับ เธอก็รีบก้าวเท้าเดินจากไปทันที

เฉิงคุนยืนอึ้งอยู่กับที่ มองดูแผ่นหลังอันบอบบางนั้นลับหายไปตรงหัวมุม อดถอนหายใจออกมาไม่ได้

คนสองคนที่ดูเหมาะสมกันดีแท้ ๆ ทำไมถึงเดินมาถึงจุดนี้ได้นะ

ประตูห้องพักผู้ป่วยถูกเปิดออก ร่างบอบบางในชุดสีขาวเดินออกมา เมื่อเห็นเฉิงคุนยืนเหม่ออยู่ตรงโถงทางเดิน ก็ถามด้วยรอยยิ้ม "ผู้ช่วยเฉิงเป็นอะไรไปคะ หรือว่ารายงานผลตรวจมีปัญหาอะไร?"

เฉิงคุนได้สติกลับคืนมา ตอบว่า "ไม่มีอะไรครับคุณซาง ตอนนี้ผมกำลังจะเอาไปให้หมอดูครับ"

"ค่ะ"

รอจนกระทั่งเฉิงคุนเดินเข้าลิฟต์ รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของซางฮวยถึงได้หายไป

ผู้หญิงที่อยู่หน้าประตูเมื่อกี้ เธอเห็นแล้ว

นั่นคือภรรยาของอาเซิ่นสินะ?

หน้าตาสวยมากจริง ๆ

เธอเคยได้ยินจากปากแม่บ้านตระกูลโจวมานานแล้วว่า ตอนนั้นอาเซิ่นเลือกแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ก็เพื่อแลกกับหุ้นห้าเปอร์เซ็นต์นั่น และผู้หญิงคนนี้ก็ยอมตกลงเพราะเห็นแก่อำนาจของตระกูลโจว

เธอยังรู้อีกว่า พ่อของผู้หญิงคนนี้ก็ป่วยเหมือนกัน แต่อาเซิ่นกลับเลือกที่จะให้ความสำคัญกับพ่อของเธอก่อน

ถ้างั้นก็หมายความว่าระหว่างทั้งสองคน ไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่ใด ๆ ต่อกันเลยใช่ไหม?

การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเท่านั้น?

จี้ซู

ซางฮวยพึมพำชื่อนี้อยู่ในใจ

"มองอะไรอยู่เหรอ?"

ซางฮวยหันกลับไป โจวฉงเซิ่นเดินออกมาจากห้องพักผู้ป่วย เสียงของเขาทุ้มต่ำ "เพิ่งกินยาไป หลับไปแล้วละ"

เธอช้อนตามอง นัยน์ตาทอประกายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "อาเซิ่น ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ งานคุณยุ่งขนาดนี้ ยังอุตส่าห์มาจัดการเรื่องพวกนี้ให้ด้วยตัวเองอีก"

โจวฉงเซิ่นมีน้ำเสียงเรียบเฉยเป็นธรรมชาติ "ไม่ต้องพูดเรื่องพวกนี้หรอก พวกคุณไม่ใช่คนอื่นคนไกลสักหน่อย"

พวกคุณไม่ใช่คนอื่นคนไกล

ซางฮวยกำชายเสื้อแน่น ภายในใจเกิดระลอกคลื่นสั่นไหว เธอหลุบตาลงด้วยความเอียงอายเล็กน้อย "ค่ะ ฉันรู้มาตลอด"

ตั้งแต่ตอน ม.ต้น วันที่เขาอุ้มเธอที่ได้รับบาดเจ็บไปส่งห้องพยาบาล เธอก็รู้แล้วว่าอาเซิ่นปฏิบัติต่อเธอไม่เหมือนใคร

ต่อให้ช่วงหลายปีมานี้เธอจะอยู่ต่างประเทศ แต่ก็ไม่เคยขาดการติดต่อกัน ขอแค่เขาไปทำงานที่เยอรมนี ก็จะเจียดเวลามาเยี่ยมเธอกับพ่อเสมอ

การกลับประเทศในครั้งนี้ เมื่อเขารู้ข่าวก็ยิ่งจัดการทุกอย่างให้ด้วยตัวเอง

โจวฉงเซิ่นก้มหน้าตอบข้อความเรื่องงาน โถงทางเดินจึงตกอยู่ในความเงียบงัน

เฉิงคุนเดินกลับมา ยื่นใบสั่งยาและถ่ายทอดคำแนะนำของแพทย์ให้ซางฮวยฟัง "คุณหมอบอกว่าอาการหลังผ่าตัดของคุณซางฟื้นตัวได้ดีมากครับ ค่าต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ"

ซางฮวยรับใบสั่งยามาถือ พลางพยักหน้ายิ้มแย้ม

"ท่านประธานครับ..." เฉิงคุนพูดขึ้นด้วยความลังเล

เมื่อซางฮวยเห็นเช่นนั้นก็รู้มารยาท จึงกล่าว "ฉันเข้าไปดูน้ำเกลือก่อนนะคะ"

โจวฉงเซิ่นพยักหน้าเล็กน้อย "รับยาตามเวลาให้เรียบร้อย เดี๋ยวทางนี้ผมจะจัดคนมาคอยดูแล"

รอจนกระทั่งประตูห้องพักผู้ป่วยปิดสนิท เฉิงคุนถึงได้ลดเสียงต่ำลง "เมื่อกี้ผมบังเอิญเจอคุณผู้หญิงครับ"

โจวฉงเซิ่นคิดเพียงว่าเธอคงมาดูแลพ่อ จึงปรายตามอง เป็นการส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดต่อ

เฉิงคุนสูดหายใจเข้าลึก ก่อนถ่ายทอดข้อความ "คุณผู้หญิงบอกว่าเรื่องหนังสือหย่า ขอให้ท่านประธานรีบจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วครับ"

มือที่กำลังไถหน้าจอของเขาชะงักเล็กน้อย หลังหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนก็รับคำว่า "อืม" แต่ก็เป็นน้ำเสียงที่ไม่อาจจับอารมณ์ใด ๆ ได้เลย

ภายในห้องพักผู้ป่วย ซางฮวยยืนแนบบานประตู นิ้วมือกำแน่นขึ้นเล็กน้อย

พวกเขา...จะหย่ากันแล้วเหรอ?

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 30 นี่หรือคือการช่วยของคุณ?

    จี้ซูขับรถด้วยความเร็วสูงมาตลอดทาง เมื่อมาถึงคฤหาสน์ โจวฉงเซิ่นก็กำลังยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงจรดเพดานไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ตอนที่เธอพรวดพราดเข้ามา โจวฉงเซิ่นมีสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเธอไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนภาพหน้าจอแฮชแท็กยอดนิยมนั้นใส่หน้าเขาทันทีโจวฉงเซิ่นขยับตัวยืนตรง รับโทรศัพท์มือถือมา เมื่อเห็นรายละเอียดบนนั้นชัดเจน คิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที “เกิดอะไรขึ้น?”น้ำเสียงที่จี้ซูใช้คาดคั้นนั้นเย็นเยียบจนทำให้คนฟังรู้สึกเสียวสันหลัง “ฝีมือคุณใช่ไหม?”โจวฉงเซิ่นหรี่ตา คล้ายกำลังทำความเข้าใจและย่อยคำพูดของเธอ“นี่คุณคิดว่าผมเป็นคนปล่อยข่าวเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะด้วยความโกรธ “จี้ซู ในใจคุณ ผมเป็นคนแบบนั้นหรือไง?”จี้ซูจ้องมองเขา นิ่งเงียบไม่พูดจาสีหน้าของโจวฉงเซิ่นมืดทะมึน สายตาแห่งความเคลือบแคลงของเธอทำให้เขารู้สึกโกรธขึ้นมาจับใจ เขาพยายามสะกดอารมณ์ ขณะหันหน้าไปมองนอกหน้าต่าง“ผมแค่ช่วยฝากให้พวกเขาเก็บชื่อคุณไว้ในรายชื่อผู้เข้ารอบ แต่ผมยังไม่ต่ำช้าถึงขั้นชักนำกระแสสังคมไปโจมตีคุณหรอกนะ”ผมแค่ช่วยฝากให้...ดังนั้น เรื่องใช้เส้นสายมันก็เป็นความจริงงั้นสิ?ไม่รู้ทำไม ความมุ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 29 หรือว่าจะเป็นเขา?

    จี้ซูขมวดคิ้ว สังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก"เกิดอะไรขึ้น ค่อย ๆ พูดนะ"เสี่ยวจู : "มีคนแจ้งเบาะแสว่าพี่ใช้เส้นสาย แอบติดต่อกับกรรมการ ตอนนี้ใต้โพสต์ในเฟซทางการวุ่นวายไปหมดแล้วค่ะ"ปลายนิ้วของจี้ซูเกร็งแน่น รีบเปิดเฟซบุ๊กไปยังช่องคอมเมนต์ของเพจทางการทันที[จี้ซู? ใครเนี่ย ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน อยู่ดี ๆ ก็เข้ารอบซะงั้น][ได้ยินมาว่ามีคนคอยดันให้แหละ จุ๊ ๆ][อวี๋จือใช่ไหม? ขอแบนเลย แบรนด์แบบนี้จะทำของมีระดับออกมาได้ยังไง]คอมเมนต์ต่อจากนั้นยิ่งแล้วใหญ่ ต่างพากันเรียกร้องให้เธอถอนตัวจากการแข่งขัน บีบให้ผู้จัดงานออกมาชี้แจง และบอกให้เธอออกมาขอโทษพอหันไปดูเพจทางการของอวี๋จือก็ยิ่งถูกถล่มเละ ยอดคอมเมนต์พุ่งทะลุหมื่นบวกแล้วดูจากคอมเมนต์ที่ไปในทิศทางเดียวกัน ชัดเจนว่าเป็นฝีมือของทีมปั่นกระแสที่ถูกจ้างมาเสียงของเสี่ยวจูสั่นเครือดังลอดมาจากโทรศัพท์ "ทำยังไงดีคะพี่ซู แค่นาทีเดียวก็ปาไปเป็นสิบ ๆ คอมเมนต์แล้ว ยอดมันพุ่งไวเกินไปแล้วค่ะ"จี้ซูไม่ได้พูดอะไร ปลายนิ้วของเธอไถหน้าจอไปมา แววตาเริ่มเย็นชาขึ้นเรื่อย ๆเธอค้นหาจนพบต้นตอของการแฉ มันคือภาพหน้าจอที่มีคนส่งเข้ามาแบบไม่ระบุตัวตน อ้างว่าเธ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 28 เรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน

    เมื่อเห็นเขายังคงไม่พูดอะไร คุณพ่อโจวจึงคร้านกล่าวต่อ เพียงเสริมประโยคสุดท้ายขึ้นมาว่า"ฉันไม่สนหรอกนะว่าแกจะทำยังไง แต่สรุปก็คือห้ามหย่า ตระกูลโจวไม่อนุญาตให้เกิดเรื่องแบบนี้เด็ดขาด"เหมือนกับคุณแม่ในตอนนั้นไม่มีผิดโจวฉงเซิ่นปรายตามองพ่อโจวด้วยความไม่สบอารมณ์เล็กน้อย ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปเมื่อเฉิงคุนเห็นเช่นนั้น ก็รีบค้อมตัวทำความเคารพ แล้วเดินตามโจวฉงเซิ่นออกจากบ้านใหญ่บนรถ โจวฉงเซิ่นมองออกไปนอกหน้าต่าง คิ้วขมวดมุ่นอดรู้สึกตลกไม่ได้เมื่อนึกถึงคำพูดที่ตาเฒ่าสั่งสอนเขาเมื่อครู่นี้ตาเฒ่าวิจารณ์ว่าเขาเย็นชา ไม่รู้จักหนักเบา แล้วตัวตาเฒ่าเองล่ะไม่ได้เป็นแบบนั้นหรือไงปีนั้นตอนที่คุณตาถูกศัตรูใส่ร้าย คุณแม่ขอร้องให้ช่วย ตาเฒ่ากลับบอกว่า "ตอนนี้โจวกรุ๊ปกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จะให้มาทำลายอนาคตตัวเองเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้หรอก"แถมยังกักบริเวณเธอ ไม่ยอมให้เงินใช้ พร้อมประกาศกร้าวว่าหากแม่ของเขากล้าทำให้เรื่องของตระกูลไช่มากระทบถึงราคาหุ้นของโจวกรุ๊ป เขาก็ไม่รังเกียจที่จะราดน้ำมันลงบนกองไฟเพิ่มเข้าไปอีกต่อมาตระกูลไช่มีเรื่องฟ้องร้องจนต้องประกาศล้มละลาย คุณตาทนรับความสะ

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 27 จี้หรงจื่อ นายสบายดีไหม?

    เขามองดูดวงตาของเธอที่ยังคงบวมเป่งอยู่เล็กน้อย น้ำเสียงแข็งกระด้าง "ที่ตาบวมก็เพราะเมื่อวานร้องไห้มาสินะ"จี้ซูยิ้มแห้ง ไม่ได้ตอบอะไรเขาถามขึ้น "ในใจเธอยังมีเขาอยู่อีกเหรอ?"มือที่ถือช้อนของจี้ซูชะงักไปเล็กน้อย แพขนตาสั่นไหวในใจยังมีเขาอยู่อีกไหมเหรอ?เธอคิดว่า บางทีตั้งแต่ตอนที่เขายอมยกหมอผ่าตัดของพ่อเธอไปให้คนอื่น เธอก็คงหมดหวังในตัวเขาโดยสมบูรณ์แล้วจี้ซูส่ายหน้า "น่าจะไม่มี ฉันไม่อยากข้องแวะอะไรกับเขาอีกแล้ว"หากบอกว่าในใจไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เธอยังคงอยู่ในช่วงค่อย ๆ ดึงตัวเองออกมาการตัดใจจากเขาเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้นพอคิดถึงเรื่องการแข่งขัน เธอก็นึกถึงสายตาของเจียงรุ่ยที่มองมาตอนอยู่ในสนามแข่งขึ้นมาได้"เจียงรุ่ยคนนั้น เหมือนจะเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เผยนะ""ใช่ ตระกูลเจียงน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสามีของอาจารย์เผย เธอก็เลยถูกอาจารย์เผยปั้นมากับมือเลยละ"ก่อนหน้านี้ตอนที่จี้ซูขอให้เขาช่วยตามหาอาจารย์เผยจือหรง เขาก็ได้สืบเรื่องราวพร้อมกับทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของคนรอบข้างมาบ้าง เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าการประกวดในครั้งนี้จะมีลูกศิษย์ของท่านปรมาจา

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 26 อย่าไปรบกวนพวกเขา

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นผู้เข้าแข่งขันต่างทยอยขึ้นเวทีตามลำดับการจับสลาก มีผลงานหลากหลายรูปแบบ ทั้งสไตล์จีนร่วมสมัย กี่เพ้าประยุกต์ และชุดเลียนแบบโบราณขนานแท้ ซึ่งระดับฝีมือมีทั้งดีและแย่ปะปนกันไปทางด้านโต๊ะกรรมการ คิ้วของศาสตราจารย์เฉาเก๋อขมวดมุ่นและคลายออกเป็นระยะ บางครั้งเขาก็ก้มหน้าลงเขียนตัวอักษรไม่กี่คำในตารางคะแนนเมื่อถึงตาของเจียงรุ่ย ด้านล่างเวทีก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเธอจูงมือเดินนำนางแบบขึ้นมาบนเวที นางแบบสวมใส่ชุดกี่เพ้าสีม่วงกลีบบัว ปักลวดลาย "ร้อยผีเสื้อดอมดมบุปผา" ด้วยงานปักซูซิ่วตลอดทั้งชุด ฝีเข็มประณีตเสียจนแทบมองไม่เห็นรอยต่อด้วยตาเปล่าศาสตราจารย์เฉาเก๋อพยักหน้าเล็กน้อย ในที่สุดมุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบ้างคาดว่าคงรู้สึกว่าในที่สุดก็มีผลงานที่พอจะเข้าตาเสียทีตอนที่เจียงรุ่ยเดินลงจากเวทีและผ่านข้างกายของจี้ซูไป สายตาของเธอก็หยุดที่จี้ซูอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากยกตัวขึ้นเป็นรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้งหลังจากนั้นก็มีผู้เข้าแข่งขันขึ้นมาอีกสองสามคน จี้ซูดูแล้วรู้สึกว่าค่อนข้างดีทีเดียว มีการใช้โทนสีสะดุดตา และตัดเย็บโดยผสมผสานองค์ปร

  • ร้อยคำรักปักกลางใจ   บทที่ 25 อย่าให้เธอรู้

    ภายในห้องทำงานเงียบสงัดจนทำเอาผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัวเสียชีวิตแล้ว?โจวฉงเซิ่นตัวแข็งทื่อ ดวงตาสีเข้มจ้องมองเฉิงคุนที่อยู่ตรงประตู ความรู้สึกจุกแน่นตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก“ไม่ใช่ว่า อาการทรงตัวดีหรอกเหรอ?”เฉิงคุนไม่รู้จะตอบอย่างไรดี “บางที คุณหมออาจหมายความว่า อาการแย่มาตลอด ก็เลยเรียกว่าทรงตัวครับ”นี่มันคำพูดบ้าบออะไรกัน?ตกลงว่าอาการพ่อเธอแย่มาตลอดใช่ไหม?ปลายนิ้วที่กำโทรศัพท์มือถือของเขาสั่นระริกเล็กน้อย พยายามหาเหตุผลมาแก้ตัวให้กับตนเอง“พ่อเธอป่วยหนักทำไมถึงไม่มีใครบอกฉัน?”เฉิงคุน : “ตอนนั้นคุณพ่อของคุณหนูซางฮวยกำลังผ่าตัด ท่านประธานเป็นคนสั่งเองว่าห้ามมีเรื่องอะไรมารบกวน ถ้าคุณผู้หญิงโทรมา ก็ให้บอกว่าท่านประธานยุ่งอยู่ครับ”โจวฉงเซิ่นค่อย ๆ หลับตาลง สูดลมหายใจลึกตอนนั้น จี้ซูอารมณ์เสียจนควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะโดนแย่งคิวผ่าตัด ส่วนคุณลุงซางที่อยู่ต่างประเทศก็กำลังผ่าตัดเหมือนกัน แถมโปรเจกต์งานก็ยังมีปัญหา เขาจึงยุ่งหัวหมุนแทบไม่ได้พักในแต่ละวันตอนกลางวันต้องไปรับมือกับพวกชาวต่างชาติที่บริษัทสาขา พอกลับมาที่โรงพยาบาลก็ยังต้องคอยดูแลความรู้สึกของซางฮ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status