Beranda / รักโบราณ / ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก / บทที่ 3 เทียนมีธูปไม่มี

Share

บทที่ 3 เทียนมีธูปไม่มี

last update Terakhir Diperbarui: 2025-06-05 12:35:05

สองวันต่อมา ปากของเซียวเหมยลี่ก็กลับมาเป็นปกติ ยามนี้นางกำลังผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เพื่อเตรียมไปช่วยงานท่านพ่อท่านแม่ที่สำนักร้อยบุปผา 

ก่อนหน้าที่จะข้ามมาโลกอดีต นางมีหลายสิ่งที่ขาดหายไป ชาติที่แล้วนางไม่มีพ่อแม่ ต้องอยู่กับน้าสาวที่คอยกดขี่ข่มเหง ต้องอดมื้อกินมื้อ มีชีวิตที่ไม่ดีมากนัก แต่เมื่อมาอยู่ในยุคสมัยนี้ นางมีท่านพ่อท่านแม่ที่รักนางมาก มีครอบครัวที่ดี มีทุกสิ่งที่นางไม่มี แม้จะต้องปรับตัวมากกว่าแต่ก่อน แต่นางก็รู้สึกว่าการมีชีวิตเช่นนี้เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย 

"คุณหนูเจ้าคะ นายท่านบอกว่า หากคุณหนูแต่งกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่สำนักร้อยบุปผาเลยนะเจ้าคะ" 

"รู้แล้ว" 

เซียวเหมยลี่หยิบร่มคันหนึ่งออกมากาง ก่อนจะเดินตรงไปที่รถม้าที่จอดรอเอาไว้ นางก้าวเดินขึ้นรถม้าอย่างไม่รีบไม่ร้อน คนขับรถม้าที่เห็นว่าเซียวเหมยลี่ขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้ว ก็รีบออกเดินทางไปยังสำนักร้อยบุปผาในทันที 

เซียวเหมยลี่เคยสงสัยว่าเหตุใดท่านพ่อและท่านแม่จึงตั้งชื่อกิจการว่าสำนักร้อยบุปผา นางจึงไปถามอิงเย่ว์ ก็ได้คำตอบว่า เพราะสำนักร้อยบุปผานอกจากจะสามารถปัดเป่าสิ่งอัปมงคลจากร่างกายของคนเราได้แล้ว ยังมีสมุนไพรชั้นเลิศที่ช่วยบำรุงผิวพรรณของสตรี วัน ๆ หนึ่งมีสตรีมากหน้าหลายตาเดินเข้าออก เล่าลือกันว่าสตรีที่ไม่ได้งดงามมาแต่กำเนิด เมื่อเข้ามาที่สำนักร้อยบุปผาก็จะงดงามราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จึงถูกเรียกว่าสำนักร้อยบุปผา เปรียบดั่งศูนย์รวมสตรีที่งดงามดั่งบุปผานับร้อยดอก 

เซียวเหมยลี่พยักหน้าเล็กน้อย หากเทียบกับโลกอนาคต สำนักร้อยบุปผาของนางก็เปรียบได้กับคลินิกเสริมความงามสินะ แต่มีไอเทมขจัดความชั่วร้ายเสริมเข้าไปด้วย 

เข้าท่าดีจริง ๆ!!! 

ใช้เวลาไม่นานรถม้าก็มาจอดที่หน้าสำนักร้อยบุปผา เมื่อเซียวเหมยลี่ลงมาจากรถม้า ก็พบว่ายามนี้ลูกค้ากำลังเข้ามาที่สำนักกันหลายคน มีทั้งสตรี และบุรุษ เซียวเหมยลี่ก้าวเดินเข้าไปในสำนักร้อยบุปผาท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองมา 

เซียวเหมยลี่เพียงส่งยิ้มเล็กน้อยให้คนเหล่านั้น นางรู้ดีที่ผู้คนต่างพากันจ้องมองเพราะนางมีใบหน้าที่งดงาม ผิวพรรณสวยสะพรั่ง เพราะทุกวันท่านแม่จะบังคับนางแช่สมุนไพรก่อนนอนอยู่เสมอ 

"เหมยลี่ของพ่อมาแล้ว" 

"ท่านพ่อ ท่านแม่เล่า" 

"แม่เจ้ากำลังทำพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้คุณหนูจวนตระกูลซ่ง อีกเดี๋ยวคงลงมา เออ ว่าแต่เจ้าเถิด พร้อมทำงานหรือยัง มีลูกค้ารอให้เจ้าช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายอยู่นะ" 

"เอ่อ ข้า ข้ายังไม่พร้อมเลยท่านพ่อ" 

"โธ่จะไปยากอันใด เจ้าก็ทำแบบเดิมเหมือนที่เคยทำ" 

แบบเดิมแบบไหนล่ะท่านพ่อข้าไม่รู้!!!

เมื่อปฏิเสธไม่ได้เซียวเหมยลี่จึงจำต้องยอมทำตาม นางเคยฟังอิงเย่ว์เล่าว่า พิธีขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่ตระกูลเซียวสืบทอดต่อกันมานั้นเกิดจากความเชื่อที่ว่า เพราะมีสิ่งไม่ดีแทรกซึมอยู่ในกาย จึงทำให้ร่างกายไม่สดใส จำต้องใช้ยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปให้หมด แล้วจึงแช่สมุนไพรบำรุงร่างกายให้สดชื่น เป็นพิธีที่ตระกูลเซียวสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ไม่ใช่คนทรงเจ้าเฝ้าผี แต่ได้รับพรจากสวรรค์เปรียบเสมือนเทพธิดาที่คอยปกป้องภัยร้ายให้ผู้คน แม้จะถือเป็นพิธีที่แปลกแต่ผู้คนก็ยอมรับ 

จะร่างทรงหมอดูก็ไม่ใช่ ก็ถือว่าแปลกอยู่

เซียวเหมยลี่นั่งถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก นางเป็นเพียงผู้ที่มาอาศัยร่างนี้เพียงเท่านั้น 

เอาวะ!!! เป็นไงเป็นกัน 

ผ่านไปราวหนึ่งเค่อก็มีลูกค้าเดินเข้ามา ก่อนจะนั่งลงตรงหน้าเซียวเหมยลี่ เพราะนางไม่ใช่หมอผี ไม่ได้ทำพิธีกรรมที่ผิดต่อกฎหมาย จึงไม่ได้ปิดบังใบหน้า 

"ธิดาสวรรค์ ข้าอยากมีสามีเจ้าค่ะ แต่ท่านดูข้าสิ ใบหน้าหมองคล้ำเช่นนี้ จะมีสามีได้อย่างไร"

เซียวเหมยลี่ยิ้มแห้ง ก่อนจะครุ่นคิดในใจ 

หาไม้มาสิเธอ ทุบและลากเข้าบ้านเลย!!! 

ไม่ได้สิ! สมัยนี้สตรีต้องอยู่ในกฎระเบียบ 

เมื่อคิดได้เช่นนั้นเซียวเหมยลี่จึงกระแอมไอคราหนึ่งก่อนจะเอ่ยกับสตรีผู้นั้น

"แม่นางใจเย็น ๆ ข้าจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายให้แม่นางก่อน เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่นางก็ไปแช่สมุนไพรสงบจิตใจ แล้วนำสมุนไพรจากทางสำนักร้อยบุปผาไปแช่อาบอีกเป็นเวลาเจ็ดวัน รับรองว่าแม่นางจะต้องได้สามีแน่นอน" 

"จริงหรือ" 

"จริงแน่นอน" 

"งั้นรีบทำพิธีกันเถิดเจ้าค่ะ" 

เซียวเหมยลี่รู้สึกอยากจะกระโดดหนีออกไปทางหน้าต่างเสียให้รู้แล้วรู้รอด

บัดซบ!!! ท่องว่าอะไรนะ อิงเย่ว์เคยบอกแต่นางจำไม่ได้ 

ยามนี้เซียวเหมยลี่มือไม้พันกันไปหมด นางหยิบยันต์สีเหลืองขึ้นมาแผ่นหนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วทำปากขมุบขมิบ

เอาวะ!!! 

"เทียนมีธูปไม่มี เทียนมีธูปไม่มี" 

จู่ ๆ สตรีนางนั้นก็ลืมตาขึ้นมาจ้องมองเซียวเหมยลี่ แล้วจึงเอ่ยกับเซียวเหมยลี่ด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก 

"ธูปหมดหรือเจ้าคะ จวนข้ามีนะ เดี๋ยวข้าให้คนเอามาให้!!!" 

เซียวเหมยลี่ "..."

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   ตอนพิเศษ

    1 ปีต่อมา ยามนี้สายลมฤดูหนาวพัดผ่านมาอีกครา บนพื้นถนนมีหิมะสีขาวปกคลุมอยู่เต็มไปหมด ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาวเย็น ผู้คนต่างพากันซุกกายอยู่ในผ้าห่มที่หนานุ่ม เข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนมีความสุข'โมง' เวลายามสาม เสียงระฆังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในยามราตรี เสียงนี้เป็นเสียงสัญญาณของระฆังแจ้งการมรณกรรม เสียงนั้นดังมาจากวังหลวงติดต่อกันหลายครั้ง นอกจากจะเกิดเหตุการณ์ที่ฮ่องเต้สวรรคตแล้ว ไม่มีผู้ใดปฏิบัติตามธรรมเนียมนี้ ภายในวังหลวงยามนี้ เหล่าขันทีและนางกำนัลกำลังคุกเข่าพลางร่ำไห้กับการจากไปของฮ่องเต้ฟางเจิ้งหลง ภายในห้องบรรทม ไป๋ฮองเฮากำลังจัดการเปลี่ยนฉลองพระองค์ให้ฮ่องเต้ฟางเจิ้งหลงเป็นครั้งสุดท้าย เหล่าสนมนางในเองก็โศกเศร้ากับการจากไปของฮ่องเต้ในครานี้ ฟางเทียนอวี้ทำความเคารพพระศพของพี่ชายร่วมมารดาเป็นครั้งสุดท้าย เขานึกเสียใจไม่น้อย ที่ฟางเจิ้งหลงไม่เคยบอกเขาเลยว่าตนเองมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงถึงเพียงนี้ จนกระทั่งวันที่สวรรคตเขาก็ได้มาดูใจพี่ชายคนนี้เพียงไม่นาน ฟางเทียนอวี้หวนนึกถึงคำพูดของฟางเจิ้งหลงที่บอกเขาก่อนจะสวรรคตได้ขึ้นใจ จงปกครองหวงเฉวียนอย่างมีคุณธรรม รักใคร่ราษฎรประหนึ่งลูกใน

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 54 The End

    แม่ทัพใหญ่เฉินส่งสัญญาณเรียกรวมพลทหารที่แอบซ่อนตัวให้มารวมพล ก่อนจะจัดการสังหารเหล่าชาวบ้านที่ขวางทางจนหมด แล้วมุ่งหน้าไปที่ประตูเมืองหลวงทันที แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้รับสัญญาณตอบกลับจากฟางเจียเอ๋อร์ในขณะที่แม่ทัพใหญ่เฉินกำลังร้อนใจ ก็ปรากฏว่ามีทหารวังหลวงหลายแสนนายที่เข้ามาล้อมกำลังทหารของเขาเอาไว้ แม่ทัพเฉินมีท่าทีตื่นตระหนก ก่อนจะหันไปมองเสียงกีบเท้าม้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆฟางเทียนอวี้!!! มันยังไม่ตายหรอกหรือ!!! แม่ทัพเฉินหน้าซีดเผือดก่อนจะหันไปมองด้านหลังของฟางเทียนอวี้ก็ยิ่งตกใจมากกว่าเดิม ยามนี้ฟางเจียเอ๋อร์ถูกจับมัดลากมากับพื้นสภาพสะบักสะบอมเป็นอย่างมาก ลูกพ่อ!!! ฟางเทียนอวี้คร้านจะเอ่ยสิ่งใดให้มากความ เขาจึงหันไปสั่งการทหารทันที "สังหารพวกมันให้หมด แล้วจับตัวแม่ทัพใหญ่เฉินมาให้ข้า" เหล่าทหารที่ได้ยินต่างก็พุ่งเข้าไปรบราฆ่าฟันกับศัตรูตรงหน้าอย่างบ้าเลือด ฟางเทียนอวี้เชิดหน้าขึ้นมองดูเหล่ากบฏถูกสังหารอย่างไร้ความรู้สึก ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ทหารของแม่ทัพใหญ่เฉินก็ถูกสังหารตายไปจนหมด ส่วนแม่ทัพใหญ่เฉินก็ถูกจับกุมในข้อหากบฏ จวนจวิ้นอ๋องถูกรื้อค้น ขันทีและบ่าวรับใช้ทหารปร

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 53 จัดการคนชั่ว

    เวลาผ่านไปร่วมเดือน พิธีล่าสัตว์ก็มาถึง แม่ทัพใหญ่เฉินยิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจ ได้ยินว่าฝ่าบาททรงไม่เสด็จไปล่าสัตว์เพราะพระวรกายไม่สู้ดี จึงส่งชินอ๋องฟางเทียนอวี้ให้เป็นผู้นำขบวนล่าสัตว์ไปแทน ส่วนฝ่าบาทจะทรงทำพิธีขอพรกลางแจ้งอยู่ที่ลานขอพรในวังหลวงฟางเทียนอวี้นั่งอยู่บนหลังม้าสีขาว เขาสวมชุดสีดำที่ชอบใส่อยู่เสมอ ในปีนี้เขาเป็นผู้นำขบวนออกไปล่าสัตว์แทนฟางเจิ้งหลง โดยมีฟางเจียเอ๋อร์ติดตามไปร่วมล่าสัตว์ในปีนี้ด้วย ฟางเจียเอ๋อร์ปรายตามองฟางเทียนอวี้คราหนึ่งด้วยแววตาที่เย็นชา ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ยามนี้นักฆ่าที่ตระกูลเฉินฝึกฝนเอาไว้ กำลังรอคอยอยู่บนเขา ขอเพียงฟางเทียนอวี้นำขบวนไปจนถึงทางขึ้นเขา เหล่านักฆ่าก็จะบุกลงมาสังหารทันที แม้องครักษ์ของวังหลวงที่ติดตามมาจะมีไม่น้อย แต่นักฆ่าที่เขาเตรียมการเอาไว้ก็มีฝีมือเยี่ยมยอดเช่นเดียวกันเมื่อคิดว่าจะได้ตัดหัวของฟางเทียนอวี้แล้วนำไปมอบให้เซียวเหมยลี่เป็นของกำนัล เขาก็สนุกเต็มทนแล้ว ดูสิว่านางจะทำหน้าเช่นไร ครานี้นางจะได้รู้เสียที ว่าการที่คิดปฏิเสธเขาจะต้องพบกับจุดจบเช่นไร ฟางเทียนอวี้ไม่ได้แสดงท่าทีใดใดเลยสักครา เขายังคงมีใบหน้าเรียบเ

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 52 วางแผน

    หมอหลวงสวีรีบนำยามาให้เซียวเหมยลี่กินในยามดึกคืนนั้นทันที หลังจากกินยาเข้าไปไม่นานนัก นางก็อาเจียนเป็นโลหิตสีดำออกมา ก่อนจะหมดสติไป ฟางเทียนอวี้ที่เห็นเช่นนั้นก็ตื่นตระหนกลนลานจนทำสิ่งใดไม่ถูก "หมอหลวงสวี เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้!!!" "ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย พระชายาปลอดภัยแล้วพ่ะย่ะค่ะ พิษถูกขจัดออกหมดแล้ว แต่ต้องดื่มยาถอนพิษของกระหม่อมต่ออีกสามวัน เพื่อขับพิษที่หลงเหลืออยู่ให้ออกมาจนหมด"เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟางเทียนอวี้ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะมองดูเซียวเหมยลี่ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ใบหน้าสวยหวานกลับมางดงามมีชีวิตชีวาเช่นเดิมแล้ว เช้าวันต่อมาฟางเทียนอวี้เดินทางเข้าวังหลวงแต่เช้า หลังจากประชุมยามเช้าเสร็จสิ้น เขาก็ตามไปพบฟางเจิ้งหลงที่ห้องทรงอักษรทันที "ร้อนใจเรื่องใด จึงรีบเร่งมาหาข้า ไม่รีบกลับจวนแล้วหรือ?" ฟางเทียนอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทิ้งกายลงนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ กันกับฟางเจิ้งหลง ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เฉินหมิงหยวนนำยาถอนพิษมามอบให้เขา และบอกอีกว่าเฉินหมิงหยวนบอกว่าแม่ทัพใหญ่เฉินคิดการไม่ซื่อ หากอยากรู้เรื่องใดเพิ่มก็ให้มาถามกับฟางเจิ้งหลง ฟางเจิ้งหลงมองฟางเท

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 51 ยาถอนพิษ

    ฟางเทียนอวี้และเซียวเหมยลี่ใช้เวลาอยู่ที่วัดบนเขาราวครึ่งค่อนวัน ก่อนจะเดินทางกลับถึงจวนในตอนเย็น เซียวเหมยลี่รู้สึกแข็งแรงขึ้นไม่น้อย นางสบายใจขึ้นมากกว่าหลายวันก่อน อีกทั้งยังไม่อ่อนเพลียแล้วด้วย หมอหลวงสวีให้นางดื่มยาบำรุงติดกันมาร่วมเจ็ดวัน ก่อนที่จะทำการถอนพิษ หมอหลวงสวีบอกว่าการถอนพิษอาจจะทรมานในช่วงสามวันแรก แต่เมื่อผ่านไปได้ เซียวเหมยลี่จะค่อย ๆ กลับคืนสู่ร่างกายที่ปกติดังเดิม เซียวเหมยลี่ยกถ้วยยาบำรุงขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะหันไปส่งถ้วยยาคืนให้แก่หมอหลวงสวี "วันพรุ่ง ข้าจะต้องถอนพิษออกจากร่างกายแล้วใช่หรือไม่?" "พ่ะย่ะค่ะพระชายา เอ่อ กระหม่อมมีเรื่องหนึ่งอยากจะทูลให้ทรงทราบพ่ะย่ะค่ะ" "เรื่องอันใดหรือ?" หมอหลวงสวีหันไปมองหน้าฟางเทียนอวี้คราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบ "เดิมทียาถอนพิษชนิดนี้หายากยิ่งนัก ในใต้หล้านี้หนึ่งปีจะปรุงขึ้นมาได้เพียงห้าเม็ดเพราะใช้สมุนไพรพิเศษหลายตัว ยาถอนพิษนี้เพียงได้กินไปเม็ดเดียวก็จะช่วยขับพิษออกจากร่างกายได้ทันที โดยไม่ทรมานพ่ะย่ะค่ะ" ฟางเทียนอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มเอ่ยถามหมอหลวงสวีทันที "เราจะหายาถอนพิษนั้นได้จากที่ใด" "ยากนักท่านอ๋อง ยามนี้ไม่

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 50 ส่งมอบหลักฐาน

    แม่ทัพใหญ่เฉินกลับมาที่จวนของตนเอง โดยไม่ได้สงสัยสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย วันนี้เขาไปที่จวนจวิ้นอ๋องเพื่อหารือกับฟางเจียเอ๋อร์ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าฝ่าบาทจะทรงออกไปล่าสัตว์ ซึ่งเป็นประเพณีที่กระทำสืบเนื่องต่อกันมาหลายปี เขาจะถือโอกาสนี้สังหารคนตระกูลฟางให้สิ้นซากไปเสีย แล้วผลักดันฟางเจียเอ๋อร์บุตรชายของเขาให้ขึ้นมาเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ จากคำบอกเล่าของไป๋ฮองเฮานางบอกว่าระยะนี้ฝ่าบาททรงไม่ค่อยแข็งแรงเท่าใดนัก เขาจะถือโอกาสนี้ลอบส่งคนไปใส่ยาพิษในอาหารเพื่อทำให้พระวรกายอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ จนไม่สามารถออกนอกวังได้ ในเมื่อออกนอกวังหลวงไม่ได้ ฝ่าบาทที่เป็นคนเคร่งพิธีการทุกอย่าง ย่อมต้องส่งฟางเทียนอวี้ไปทำหน้าที่แทน เขาจะถือโอกาสนี้สังหารฟางเจิ้งหลงในวังหลวง ส่วนฟางเจียเอ๋อร์จะคอยถ่วงเวลาฟางเทียนอวี้เอาไว้ เมื่อเขาบังคับให้ฟางเจิ้งหลงมอบบัลลังก์ให้สำเร็จ ยามนั้นอำนาจจะตกอยู่ในมือของคนตระกูลเฉิน ฟางเทียนอวี้ย่อมไม่มีปัญญาทำสิ่งใดได้อีกนอกจากยอมจำนนอย่างไร้หนทางต่อสู้!!! ยิ่งคิดแม่ทัพใหญ่เฉินก็ยิ่งอารมณ์ดีไม่น้อย เขานับวันรอที่จะเสพสุขกับอำนาจในมือไม่ไหวแล้ว!!! ด้านเฉินหมิงหยวนนั้น เขาเก็บหลักฐานท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status