Share

บทที่ 8 ผี...

last update Tanggal publikasi: 2025-06-05 12:36:30

กลางดึกคืนนั้นเซียวเหมยลี่รู้สึกว่านอนไม่หลับ อาจจะเพราะแปลกที่ผิดทาง นางจึงนอนพลิกซ้ายพลิกขวาอย่างทรมาน ไม่นานนักก็รู้สึกว่าตนเองปวดเบาขึ้นมาจนกลั้นไม่ไหว แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของฟางเทียนอวี้นางก็พยายามขมิบเอาไว้อย่างเต็มกำลัง 

ให้ตายเถิด!!! จวนประหลาด หากบ่าวไพร่ปวดหนักจะทำเช่นไรกันนะ!!! 

"ทนไม่ไหวแล้ว!!!" 

ท้ายที่สุดเซียวเหมยลี่ก็ทนไม่ไหว นางจึงลุกจากเตียงนอน ก่อนจะเดินออกจากเรือนเพื่อไปหาที่ปลดทุกข์ นางทนไม่ไหวแล้ว จะผีหรือสิ่งใดนางก็ไม่กลัวทั้งนั้น 

เมื่อจัดการธุระของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว เซียวเหมยลี่จึงเดินลัดเลาะไปตามริมสระน้ำเพื่อกลับเรือนนอน แต่ทว่าระหว่างทางนางกลับได้ยินเสียงประหลาดเสียงหนึ่งเข้า 

โอวววว อื้มมมม ซี้ดดดดด

เซียวเหมยลี่พยายามเงี่ยหูฟัง ก่อนจะยกมือขึ้นทาบอก 

ตายแล้ว!!! เสียงผีร้องหรือ!!! 

แล้วเหตุใดมันจึงร้องว่า ซี้ดดดด เล่า!!!

เมื่อคิดได้เช่นนั้นเซียวเหมยลี่ก็รู้สึกขนลุกขนชันขึ้นมาเสียดื้อ ๆ นางรีบเร่งฝีเท้าก้าวเดินกลับเรือนนอน ก่อนที่สายตาของนางจะเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างเข้า 

เซียวเหมยลี่พยายามเพ่งสายตามองดูฝ่าความมืด ก่อนจะพบกับใครบางคนที่นางคุ้นตา 

ฟางเทียนอวี้!!! 

เขามาทำอะไรมืด ๆ กันนะ!!!

"โอววว สวรรค์ ข้าจะหลั่งแล้ว!!!" 

"หลั่งสิ่งใดกัน?" 

เซียวเหมยลี่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ฟางเทียนอวี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะพบว่าฟางเทียนอวี้มีอาการกระตุกเกร็งสองถึงสามครา เซียวเหมยลี่ตื่นตระหนกเป็นอย่างมากคิดว่าเขาต้องมีอาการชักเกร็งเป็นแน่ จึงรีบวิ่งเข้าไปจับไหล่ของฟางเทียนอวี้ ด้วยกลัวว่าหากเขาเกิดตายขึ้นมาในระหว่างที่นางพักอยู่ในจวนอ๋องแห่งนี้ นางจะซวยเอาได้ 

ฟางเทียนอวี้สะดุ้งตัวโยนก่อนจะหันมามอง เมื่อพบว่าเป็นเซียวเหมยลี่เขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ 

เซียวเหมยลี่เองก็ไม่ต่างกัน เมื่อฟางเทียนอวี้หันมานางก็อ้าปากค้างเอ่ยสิ่งใดไม่ออก 

ภาพที่เห็นคือฟางเทียนอวี้กำลังใช้มือสาวชักลำแท่งแก่นกายของตนเองอย่างเมามัน ยามที่หันมาทางนางน้ำกามสีขาวขุ่นกำลังพุ่งทะลักเลอะฝ่ามือของเขาเต็มไปหมด 

เซียวเหมยลี่ตกใจจนแข้งขาอ่อน นางล้มพับลงไปนั่งกับพื้น ก่อนจะพยายามเปล่งเสียงกรีดร้องออกมา 

ฟางเทียนอวี้รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี เขาจึงรีบยื่นมือไปจับศีรษะของนาง ก่อนจะยัดลำแท่งเอ็นร้อนเข้าไปในปากของนางจนมิดลำ 

มารดามันเถอะ!!! หาอย่างอื่นยัดปากนางไม่ได้ ใช้แท่งสวรรค์ยัดแทนไปก่อนก็แล้วกัน 

เซียวเหมยลี่ตาเหลือกค้างพยายามจะผลักไสเขาออก แต่ฟางเทียนอวี้กลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน 

"เงียบ!!! ไม่เงียบข้าจะฆ่าเจ้าเสีย!!!" 

เซียวเหมยลี่พยักหน้าด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่านางเริ่มสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เขาจึงรีบผละออกจากนางทันที เซียวเหมยลี่ที่ถูกปล่อยจากพันธนาการแล้วก็รีบสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มแรง 

"ข้าบอกว่าอย่าออกมา!!!" 

"ผู้ใดจะไปรู้กันเพคะ หม่อมฉันก็นึกว่าจวนท่านอ๋องมีผี ที่ไหนได้มีผีจริง ๆ ผีหื่นกามเสียด้วย!!!" 

"หุบปาก!!!" 

"อย่านะเพคะ!!! ยัดเข้ามาอีกหม่อมฉันอมสู้นะเพคะ!!!" 

ฟางเทียนอวี้ "..." 

เซียวเหมยลี่ยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากของตน ด้านฟางเทียนอวี้เองก็รีบจัดการเสื้อผ้าอาภรณ์ของตนเองให้เรียบร้อย 

มิใช่ว่าเขาไม่เคยผ่านสตรีมา เขาเป็นบุรุษวัยฉกรรจ์ย่อมเคยหลับนอนกับสตรีเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่นี่เป็นคราแรกที่เขานำสิ่งนั้นยัดเข้าปากของสตรี 

อืม มันก็รู้สึกสนุกไปอีกแบบ 

"หุบปากของเจ้าให้สนิท อย่านำเรื่องนี้ไปบอกผู้ใด เข้าใจหรือไม่!!!" 

"ไม่บอกหรอกเพคะ เหอะ อยากจะอาเจียนยิ่งนัก!!!" 

ฟางเทียนอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถลึงตามองนางทันที 

"เจ้านี่ช่างกล้าดีนะ สตรีในใต้หล้ามีนางใดไม่อยากใกล้ชิดข้า พวกนางล้วนพยายามเข้าหาข้ากันทั้งนั้น มีแต่เจ้าที่ตาบอด!!!" 

"หม่อมฉันยอมตาบอดเพคะ ยกเว้นหม่อมฉันไว้สักคนเถอะเพคะ!!!" 

"เหอะ!!!" 

ฟางเทียนอวี้จ้องมองเซียวเหมยลี่อีกครา ยามที่แสงจันทร์ยามราตรีสาดส่องต้องใบหน้าของนาง เขากลับรู้สึกว่านางช่างงดงามเหลือเกิน 

ที่ผ่านมาเพราะมัวแต่ถกเถียงกัน ทำให้เขาไม่ทันได้มองนางให้ถนัดตา ครานี้ได้มองก็พบว่านางช่างงดงามยิ่งนัก 

แต่งดงามแล้วอย่างไร เขาไม่ชอบสตรีสกปรก!!! 

เซียวเหมยลี่รู้สึกประหม่าไม่น้อยที่ถูกฟางเทียนอวี้จ้องมองเช่นนี้ นางจึงเอ่ยขึ้นมาทันที 

"หม่อมฉันขอตัวนะเพคะ" 

"เดี๋ยว เจ้ายังไม่ตอบข้าเลยว่าเจ้าเสนอหน้าออกมาทำสิ่งใดยามดึกดื่นเช่นนี้!!!" 

"ปวดเบาเพคะ อั้นไม่อยู่ จะนั่งยอง ๆ ริมหน้าต่างก็กลัวคนจะมาเห็นเพคะ จึงออกมาข้างนอก มาเจอผีชัก..." 

"หุบปาก!!!" 

"ถึงว่าสิเหตุใดต้นหญ้าแถวนี้จึงเฉาตายหมด ที่แท้เพราะเจอปุ๋ยพิสดารนี่เอง" 

"ไสหัวไปก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน!!!" 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   ตอนพิเศษ

    1 ปีต่อมา ยามนี้สายลมฤดูหนาวพัดผ่านมาอีกครา บนพื้นถนนมีหิมะสีขาวปกคลุมอยู่เต็มไปหมด ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาวเย็น ผู้คนต่างพากันซุกกายอยู่ในผ้าห่มที่หนานุ่ม เข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนมีความสุข'โมง' เวลายามสาม เสียงระฆังดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในยามราตรี เสียงนี้เป็นเสียงสัญญาณของระฆังแจ้งการมรณกรรม เสียงนั้นดังมาจากวังหลวงติดต่อกันหลายครั้ง นอกจากจะเกิดเหตุการณ์ที่ฮ่องเต้สวรรคตแล้ว ไม่มีผู้ใดปฏิบัติตามธรรมเนียมนี้ ภายในวังหลวงยามนี้ เหล่าขันทีและนางกำนัลกำลังคุกเข่าพลางร่ำไห้กับการจากไปของฮ่องเต้ฟางเจิ้งหลง ภายในห้องบรรทม ไป๋ฮองเฮากำลังจัดการเปลี่ยนฉลองพระองค์ให้ฮ่องเต้ฟางเจิ้งหลงเป็นครั้งสุดท้าย เหล่าสนมนางในเองก็โศกเศร้ากับการจากไปของฮ่องเต้ในครานี้ ฟางเทียนอวี้ทำความเคารพพระศพของพี่ชายร่วมมารดาเป็นครั้งสุดท้าย เขานึกเสียใจไม่น้อย ที่ฟางเจิ้งหลงไม่เคยบอกเขาเลยว่าตนเองมีอาการเจ็บป่วยรุนแรงถึงเพียงนี้ จนกระทั่งวันที่สวรรคตเขาก็ได้มาดูใจพี่ชายคนนี้เพียงไม่นาน ฟางเทียนอวี้หวนนึกถึงคำพูดของฟางเจิ้งหลงที่บอกเขาก่อนจะสวรรคตได้ขึ้นใจ จงปกครองหวงเฉวียนอย่างมีคุณธรรม รักใคร่ราษฎรประหนึ่งลูกใน

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 54 The End

    แม่ทัพใหญ่เฉินส่งสัญญาณเรียกรวมพลทหารที่แอบซ่อนตัวให้มารวมพล ก่อนจะจัดการสังหารเหล่าชาวบ้านที่ขวางทางจนหมด แล้วมุ่งหน้าไปที่ประตูเมืองหลวงทันที แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้รับสัญญาณตอบกลับจากฟางเจียเอ๋อร์ในขณะที่แม่ทัพใหญ่เฉินกำลังร้อนใจ ก็ปรากฏว่ามีทหารวังหลวงหลายแสนนายที่เข้ามาล้อมกำลังทหารของเขาเอาไว้ แม่ทัพเฉินมีท่าทีตื่นตระหนก ก่อนจะหันไปมองเสียงกีบเท้าม้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆฟางเทียนอวี้!!! มันยังไม่ตายหรอกหรือ!!! แม่ทัพเฉินหน้าซีดเผือดก่อนจะหันไปมองด้านหลังของฟางเทียนอวี้ก็ยิ่งตกใจมากกว่าเดิม ยามนี้ฟางเจียเอ๋อร์ถูกจับมัดลากมากับพื้นสภาพสะบักสะบอมเป็นอย่างมาก ลูกพ่อ!!! ฟางเทียนอวี้คร้านจะเอ่ยสิ่งใดให้มากความ เขาจึงหันไปสั่งการทหารทันที "สังหารพวกมันให้หมด แล้วจับตัวแม่ทัพใหญ่เฉินมาให้ข้า" เหล่าทหารที่ได้ยินต่างก็พุ่งเข้าไปรบราฆ่าฟันกับศัตรูตรงหน้าอย่างบ้าเลือด ฟางเทียนอวี้เชิดหน้าขึ้นมองดูเหล่ากบฏถูกสังหารอย่างไร้ความรู้สึก ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม ทหารของแม่ทัพใหญ่เฉินก็ถูกสังหารตายไปจนหมด ส่วนแม่ทัพใหญ่เฉินก็ถูกจับกุมในข้อหากบฏ จวนจวิ้นอ๋องถูกรื้อค้น ขันทีและบ่าวรับใช้ทหารปร

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 53 จัดการคนชั่ว

    เวลาผ่านไปร่วมเดือน พิธีล่าสัตว์ก็มาถึง แม่ทัพใหญ่เฉินยิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจ ได้ยินว่าฝ่าบาททรงไม่เสด็จไปล่าสัตว์เพราะพระวรกายไม่สู้ดี จึงส่งชินอ๋องฟางเทียนอวี้ให้เป็นผู้นำขบวนล่าสัตว์ไปแทน ส่วนฝ่าบาทจะทรงทำพิธีขอพรกลางแจ้งอยู่ที่ลานขอพรในวังหลวงฟางเทียนอวี้นั่งอยู่บนหลังม้าสีขาว เขาสวมชุดสีดำที่ชอบใส่อยู่เสมอ ในปีนี้เขาเป็นผู้นำขบวนออกไปล่าสัตว์แทนฟางเจิ้งหลง โดยมีฟางเจียเอ๋อร์ติดตามไปร่วมล่าสัตว์ในปีนี้ด้วย ฟางเจียเอ๋อร์ปรายตามองฟางเทียนอวี้คราหนึ่งด้วยแววตาที่เย็นชา ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ยามนี้นักฆ่าที่ตระกูลเฉินฝึกฝนเอาไว้ กำลังรอคอยอยู่บนเขา ขอเพียงฟางเทียนอวี้นำขบวนไปจนถึงทางขึ้นเขา เหล่านักฆ่าก็จะบุกลงมาสังหารทันที แม้องครักษ์ของวังหลวงที่ติดตามมาจะมีไม่น้อย แต่นักฆ่าที่เขาเตรียมการเอาไว้ก็มีฝีมือเยี่ยมยอดเช่นเดียวกันเมื่อคิดว่าจะได้ตัดหัวของฟางเทียนอวี้แล้วนำไปมอบให้เซียวเหมยลี่เป็นของกำนัล เขาก็สนุกเต็มทนแล้ว ดูสิว่านางจะทำหน้าเช่นไร ครานี้นางจะได้รู้เสียที ว่าการที่คิดปฏิเสธเขาจะต้องพบกับจุดจบเช่นไร ฟางเทียนอวี้ไม่ได้แสดงท่าทีใดใดเลยสักครา เขายังคงมีใบหน้าเรียบเ

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 52 วางแผน

    หมอหลวงสวีรีบนำยามาให้เซียวเหมยลี่กินในยามดึกคืนนั้นทันที หลังจากกินยาเข้าไปไม่นานนัก นางก็อาเจียนเป็นโลหิตสีดำออกมา ก่อนจะหมดสติไป ฟางเทียนอวี้ที่เห็นเช่นนั้นก็ตื่นตระหนกลนลานจนทำสิ่งใดไม่ถูก "หมอหลวงสวี เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้!!!" "ท่านอ๋องโปรดวางพระทัย พระชายาปลอดภัยแล้วพ่ะย่ะค่ะ พิษถูกขจัดออกหมดแล้ว แต่ต้องดื่มยาถอนพิษของกระหม่อมต่ออีกสามวัน เพื่อขับพิษที่หลงเหลืออยู่ให้ออกมาจนหมด"เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟางเทียนอวี้ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะมองดูเซียวเหมยลี่ที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ใบหน้าสวยหวานกลับมางดงามมีชีวิตชีวาเช่นเดิมแล้ว เช้าวันต่อมาฟางเทียนอวี้เดินทางเข้าวังหลวงแต่เช้า หลังจากประชุมยามเช้าเสร็จสิ้น เขาก็ตามไปพบฟางเจิ้งหลงที่ห้องทรงอักษรทันที "ร้อนใจเรื่องใด จึงรีบเร่งมาหาข้า ไม่รีบกลับจวนแล้วหรือ?" ฟางเทียนอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทิ้งกายลงนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ กันกับฟางเจิ้งหลง ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เฉินหมิงหยวนนำยาถอนพิษมามอบให้เขา และบอกอีกว่าเฉินหมิงหยวนบอกว่าแม่ทัพใหญ่เฉินคิดการไม่ซื่อ หากอยากรู้เรื่องใดเพิ่มก็ให้มาถามกับฟางเจิ้งหลง ฟางเจิ้งหลงมองฟางเท

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 51 ยาถอนพิษ

    ฟางเทียนอวี้และเซียวเหมยลี่ใช้เวลาอยู่ที่วัดบนเขาราวครึ่งค่อนวัน ก่อนจะเดินทางกลับถึงจวนในตอนเย็น เซียวเหมยลี่รู้สึกแข็งแรงขึ้นไม่น้อย นางสบายใจขึ้นมากกว่าหลายวันก่อน อีกทั้งยังไม่อ่อนเพลียแล้วด้วย หมอหลวงสวีให้นางดื่มยาบำรุงติดกันมาร่วมเจ็ดวัน ก่อนที่จะทำการถอนพิษ หมอหลวงสวีบอกว่าการถอนพิษอาจจะทรมานในช่วงสามวันแรก แต่เมื่อผ่านไปได้ เซียวเหมยลี่จะค่อย ๆ กลับคืนสู่ร่างกายที่ปกติดังเดิม เซียวเหมยลี่ยกถ้วยยาบำรุงขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะหันไปส่งถ้วยยาคืนให้แก่หมอหลวงสวี "วันพรุ่ง ข้าจะต้องถอนพิษออกจากร่างกายแล้วใช่หรือไม่?" "พ่ะย่ะค่ะพระชายา เอ่อ กระหม่อมมีเรื่องหนึ่งอยากจะทูลให้ทรงทราบพ่ะย่ะค่ะ" "เรื่องอันใดหรือ?" หมอหลวงสวีหันไปมองหน้าฟางเทียนอวี้คราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบ "เดิมทียาถอนพิษชนิดนี้หายากยิ่งนัก ในใต้หล้านี้หนึ่งปีจะปรุงขึ้นมาได้เพียงห้าเม็ดเพราะใช้สมุนไพรพิเศษหลายตัว ยาถอนพิษนี้เพียงได้กินไปเม็ดเดียวก็จะช่วยขับพิษออกจากร่างกายได้ทันที โดยไม่ทรมานพ่ะย่ะค่ะ" ฟางเทียนอวี้ที่ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มเอ่ยถามหมอหลวงสวีทันที "เราจะหายาถอนพิษนั้นได้จากที่ใด" "ยากนักท่านอ๋อง ยามนี้ไม่

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 50 ส่งมอบหลักฐาน

    แม่ทัพใหญ่เฉินกลับมาที่จวนของตนเอง โดยไม่ได้สงสัยสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย วันนี้เขาไปที่จวนจวิ้นอ๋องเพื่อหารือกับฟางเจียเอ๋อร์ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าฝ่าบาทจะทรงออกไปล่าสัตว์ ซึ่งเป็นประเพณีที่กระทำสืบเนื่องต่อกันมาหลายปี เขาจะถือโอกาสนี้สังหารคนตระกูลฟางให้สิ้นซากไปเสีย แล้วผลักดันฟางเจียเอ๋อร์บุตรชายของเขาให้ขึ้นมาเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ จากคำบอกเล่าของไป๋ฮองเฮานางบอกว่าระยะนี้ฝ่าบาททรงไม่ค่อยแข็งแรงเท่าใดนัก เขาจะถือโอกาสนี้ลอบส่งคนไปใส่ยาพิษในอาหารเพื่อทำให้พระวรกายอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ จนไม่สามารถออกนอกวังได้ ในเมื่อออกนอกวังหลวงไม่ได้ ฝ่าบาทที่เป็นคนเคร่งพิธีการทุกอย่าง ย่อมต้องส่งฟางเทียนอวี้ไปทำหน้าที่แทน เขาจะถือโอกาสนี้สังหารฟางเจิ้งหลงในวังหลวง ส่วนฟางเจียเอ๋อร์จะคอยถ่วงเวลาฟางเทียนอวี้เอาไว้ เมื่อเขาบังคับให้ฟางเจิ้งหลงมอบบัลลังก์ให้สำเร็จ ยามนั้นอำนาจจะตกอยู่ในมือของคนตระกูลเฉิน ฟางเทียนอวี้ย่อมไม่มีปัญญาทำสิ่งใดได้อีกนอกจากยอมจำนนอย่างไร้หนทางต่อสู้!!! ยิ่งคิดแม่ทัพใหญ่เฉินก็ยิ่งอารมณ์ดีไม่น้อย เขานับวันรอที่จะเสพสุขกับอำนาจในมือไม่ไหวแล้ว!!! ด้านเฉินหมิงหยวนนั้น เขาเก็บหลักฐานท

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 43 ความกังวลใจของเฉินหมิงหยวน

    ด้านเซียวเหมยลี่ในยามนี้นั้นนางกำลังวุ่นวายอยู่กับการตรวจดูบันทึกสมุนไพรที่ฟางเทียนอวี้นำมามอบให้ เพราะอิงเย่ว์ไม่สบายกะทันหัน นางจึงต้องอ่านเพียงคนเดียว โชคดีที่ได้ป้าเจินมาคอยชี้แนะ ไม่นานมานี้เซียวเหมยลี่ได้รู้เรื่องราวอย่างหนึ่งนั่นก็คือ แท้จริงแล้วป้าเจินเคยเป็นนางในอยู่ในวังหลวงมาก่อน ทำงานอ

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 42 ล้มป่วย

    ตั้งแต่วันที่ถูกฟางเทียนอวี้ข่มขู่ ไป๋ห่าวเจียก็หวาดกลัวไม่น้อย จากความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ในเมื่อนางไม่ได้ครองคู่กับเขา เช่นนั้นนางก็จะหาทางทำลายเขาไม่จบไม่สิ้น ไป๋ฮองเฮาเองก็ไม่อยากที่จะยัดเยียดหลานสาวของตนเองให้แก่ฟางเทียนอวี้ อย่างไรเสียหากนางสร้างความลำบากใจให้เขา นางเกรงว่าจะเป็นต

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 37 สารภาพความในใจ

    ฟางเทียนอวี้จ้องมองเซียวเหมยลี่อย่างล้ำลึกคราหนึ่ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหานาง แล้วยื่นมือมาจับแขนนางเอาไว้ ก่อนจะดึงตัวนางมาพูดจากันเป็นการส่วนตัว "ข้ารู้ว่าความหล่อเหลาของข้าน่ะมันกระแทกสายตาของเจ้า แต่ได้โปรดเก็บอาการหน่อยเถิด มีสามีหล่อก็เช่นนี้ แต่ข้าก็เห็นใจเจ้านะ ข้าจะพยายามไม่หล่อทิ้งหล่อขว้

  • ร้อยบุปผาบานพร้อมรัก   บทที่ 34 ของขวัญสุดพิเศษ

    หลังจากวุ่นวายอยู่ครึ่งค่อนวัน ในที่สุดงานเลี้ยงก็จบสิ้นลงเสียที ไป๋ห่าวเจียรีบกลับมาอาบน้ำผลัดเปลี่ยนอาภรณ์หลังจากที่ส่งแขกเหรื่อกลับไปหมดแล้ว นางทิ้งตัวลงนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง พลางครุ่นคิดด้วยความกังวลใจ หยางซ่งอยู่ดีดีก็หายหัวไปเลย ไม่กลับมาส่งข่าวนาง หรือว่าจะหลงเสน่ห์นางแพศยาผู้นั้นจึงคิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status