ตัวประกอบผู้นี้ขอไม่ตายตามบท

ตัวประกอบผู้นี้ขอไม่ตายตามบท

last updateLast Updated : 2026-08-25
By:  midnight bunnyUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
8Chapters
18views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

หลังลืมตาขึ้นมาในโลกของนิยายกำลังภายในที่เพิ่งอ่านจบ นางกลับไม่ได้กลายเป็นนางเอกผู้เก่งกาจ ไม่ใช่คุณหนูผู้สูงศักดิ์ และไม่มีแม้แต่ระบบคอยช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็นเพียงศิษย์ไร้ชื่อแห่งสำนักเล็ก ๆ ผู้มีบทบาทในต้นฉบับเพียงไม่กี่บรรทัด และสิ่งเดียวที่จำเกี่ยวกับตัวละครนี้ได้อย่างแม่นยำก็คือ— ในบทที่สิบสอง สำนักแห่งนี้จะถูกฆ่าล้างจนไม่เหลือผู้ใดรอดชีวิต เมื่อรู้ว่าความตายกำลังรออยู่เบื้องหน้า นางจึงตัดสินใจทำสิ่งที่ง่ายที่สุด นั่นคือหนีออกจากสำนักก่อนเนื้อเรื่องจะดำเนินมาถึงวันนั้น และตั้งใจว่าจะไม่ข้องเกี่ยวกับพระเอก ตัวร้าย หรือเหตุการณ์สำคัญใด ๆ ทั้งสิ้น ทว่าระหว่างทาง กลับช่วยชายบาดเจ็บปริศนาคนหนึ่งเอาไว้ กว่าจะรู้ว่าคนผู้นั้นคือประมุขพรรคมาร ผู้ที่จะกลายเป็นศัตรูอันดับหนึ่งของยุทธภพในอนาคต ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว จากตัวประกอบที่สมควรตายโดยไม่มีผู้ใดจดจำ กลับกลายเป็นคนที่ประมุขพรรคมารพลิกแผ่นดินตามหา ยิ่งพยายามหลีกหนีจากเนื้อเรื่อง เหตุการณ์กลับยิ่งผิดเพี้ยนจากต้นฉบับ คนที่สมควรตายกลับมีชีวิต คนที่ควรมีชีวิตกลับถูกสังหาร แม้แต่ชะตาของตัวละครสำคัญก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละคน จนเริ่มสงสัยว่า— บางทีการที่นางมาปรากฏตัวในโลกแห่งนี้ อาจไม่ใช่อุบัติเหตุตั้งแต่แรก

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1

ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาตั้งแต่ท้ายทอยลามไปจนถึงกระหม่อม ราวกับมีคนเอาค้อนเหล็กน้ำพี้มาทุบกะโหลกของนางอย่างแรงติดต่อกันนับสิบครั้ง

หลินซิงเยียนครางอืออาอยู่ในลำคอ พยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง สิ่งแรกที่โสตประสาทสัมผัสได้คือกลิ่น... มันไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของไม้ผุพัง ผสมกับกลิ่นกำยานราคาถูกที่ฉุนจนแสบจมูก

หญิงสาวฝืนลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะก่อนจะค่อยๆ ปรับโฟกัสได้ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือเพดานไม้กระดานที่เก่าจนมีรอยร้าว และมีหยากไย่เกาะอยู่ตามมุมห้อง นางขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกปวดเมื่อยระบมแล่นไปทั่วสรรพางค์กาย เตียงที่นางนอนอยู่แข็งกระด้างราวกับแผ่นหิน ปูทับด้วยฟูกยัดฟางบางๆ ที่แทบจะไม่ได้ช่วยซับแรงกระแทกอะไรเลย

“ที่นี่... ที่ไหนเนี่ย?”

เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและสั่นเครือ หลินซิงเยียนยกมือขึ้นกุมขมับ แต่แล้วนางก็ต้องชะงักงัน

มือคู่นี้... ไม่ใช่มือของนาง!

มือของพนักงานออฟฟิศ ตำแหน่งกราฟิกดีไซเนอร์วัยยี่สิบแปดปี ที่วันๆ จับแต่เมาส์กับปากกาดิจิทัล ควรจะนุ่มและมีเพียงร่องรอยของการกดแป้นพิมพ์ แต่มือที่อยู่ตรงหน้านกลับหยาบกร้าน มีรอยด้านหนาตรงง่ามนิ้วและฝ่ามือ ซึ่งเป็นร่องรอยของการกุมด้ามกระบี่และทำงานหนักอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน แขนเสื้อที่สวมใส่ก็เป็นผ้าฝ้ายหยาบๆ สีเทาหม่น รูปแบบการตัดเย็บคล้ายกับชุดนักพรตหญิงหรือศิษย์สำนักยุทธภพในซีรีส์ย้อนยุคไม่มีผิดเพี้ยน

ทันใดนั้นเอง คลื่นความทรงจำมหาศาลก็ทะลักทะลวงเข้าสู่สมองของนางโดยไม่ทันตั้งตัว!

มันไม่ใช่ความทรงจำของนาง แต่เป็นของเด็กสาวอีกคนที่มีชื่อแซ่เดียวกัน... ‘หลินซิงเยียน’

เด็กกำพร้าที่ถูกเก็บมาเลี้ยงโดยสำนัก ‘ชิงหยาง’ สำนักเล็กๆ ปลายแถวที่ตั้งอยู่บนรอยต่อของหุบเขาเต่าดำ หลินซิงเยียนคนนี้เป็นเพียงศิษย์สายนอก ไร้พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียร ไร้ภูมิหลัง ไร้คนหนุนหลัง วันๆ มีหน้าที่แค่หาบน้ำตักฟืน แบกเสบียง และฝึกเพลงกระบี่พื้นฐานงูๆ ปลาๆ ที่ต่อให้ฝึกไปอีกสิบปีก็คงเอาไปสู้กับโจรป่าไม่ได้ ในโลกยุทธภพที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ศิษย์สายนอกเช่นนางมีค่าความเป็นคนต่ำต้อยยิ่งกว่าสุนัขเฝ้าสำนักเสียอีก

หลินซิงเยียนเบิกตากว้าง หายใจหอบถี่ เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมเต็มหน้าผาก

‘ทะลุมิติ? ทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนอื่นเนี่ยนะ! พล็อตนิยายน้ำเน่าแบบนี้มันเกิดขึ้นจริงงั้นเหรอ!?’

นางรีบกวาดตามองไปรอบห้อง เลิกลั่กมองหาตัวช่วยตามสูตรสำเร็จของนิยายทะลุมิติที่เคยอ่าน

‘ระบบ? ระบบอยู่ไหม! ฮัลโหล! ไอเทมโกงล่ะ? คัมภีร์ลับ? คุณปู่ในแหวนวิเศษ? มีใครอยู่ไหม!’ นางตะโกนก้องในใจ

ทว่า ความเงียบคือคำตอบเดียวที่นางได้รับ ไม่มีเสียงแจ้งเตือนไร้สติในหัว ไม่มีหน้าต่างระบบเรืองแสงเด้งขึ้นมาตรงหน้า มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรดังมาจากนอกหน้าต่างกระดาษที่ขาดวิ่นเท่านั้น

“บัดซบ...”

หลินซิงเยียนสบถ พลางพยุงตัวเองลุกขึ้นจากเตียง เดินโซเซไปที่โต๊ะเตี้ยมุมห้อง บนนั้นมีอ่างทองเหลืองใส่น้ำล้างหน้าตั้งอยู่ นางชะโงกหน้ามองเงาสะท้อนในน้ำ

ใบหน้าที่ปรากฏคือเด็กสาวอายุราวสิบแปดสิบเก้าปี ผิวพรรณซีดเซียวเล็กน้อยจากการขาดสารอาหาร แต่โครงหน้ากลับดูหมดจด คิ้วเรียวพาดเฉียง ดวงตาดอกท้อที่ดูใสซื่อและมีความขี้ขลาดซ่อนอยู่ ลำคอระหงระคนบอบบาง หากจับมาขุนให้อ้วนกว่านี้อีกนิดและสวมชุดผ้าไหมดีๆ ก็จัดว่าเป็นดรุณีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนหนึ่ง น่าเสียดายที่ในยุทธภพอันป่าเถื่อน หน้าตาที่ไร้ซึ่งวรยุทธ์คุ้มครอง มีแต่จะนำพามหันตภัยมาให้

นางยืนจ้องเงาตัวเองอยู่พักใหญ่ สมองเริ่มประมวลผลข้อมูลจากความทรงจำของร่างเดิม สายตาของนางเหลือบไปเห็นรอยขีดข่วนบนเสาไม้ข้างเตียง ซึ่งร่างเดิมมักจะใช้มีดสลักไว้เพื่อนับวันเวลาที่ผ่านไปในแต่ละเดือน

รอยขีดของเดือนนี้มาหยุดอยู่ที่ขีดที่สิบห้า ประกอบกับแสงจันทร์สีนวลกระจ่างที่สาดส่องลอดช่องหน้าต่างเข้ามา บ่งบอกชัดเจนว่าคืนนี้คือคืนจันทร์เพ็ญ... เดือนแปด วันเพ็ญสิบห้าค่ำ!

“เดี๋ยวนะ...”

หลินซิงเยียนตาเหลือก ใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม “สำนักชิงหยาง... ศิษย์สายนอก... เดือนแปดสิบห้าค่ำ... นี่มันเนื้อเรื่องในนิยาย ‘กระบี่เทพสยบเก้าสวรรค์’ นี่หว่า!”

กระบี่เทพสยบเก้าสวรรค์ คือนิยายฮาเร็มกำลังภายในเรื่องยาวกว่าสองร้อยตอนที่นางเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนก่อนจะเผลอหลับคาโต๊ะทำงาน มันเป็นนิยายแนวพระเอกลูกรักสวรรค์ นามว่า ‘หลี่เทียนหมิง’ ที่เริ่มต้นจากศูนย์แต่โชคดีเก็บของวิเศษได้ เจอสาวงามกี่คนก็ตกเข้าฮาเร็มหมด และก้าวขึ้นเป็นยอดฝีมือปราบปรามลัทธิมารที่นำโดยตัวร้ายสุดโฉด ‘เยี่ยนอู๋จิ่ว’

แต่ปัญหาคือ... นางไม่ได้ทะลุมิติมาเป็นนางเอกในฮาเร็ม และไม่ได้เป็นเยี่ยนอู๋จิ่วจอมมารผู้ไร้เทียมทาน!

สำนักชิงหยาง... ในนิยายเรื่องนั้น สำนักแห่งนี้ถูกเอ่ยถึงอยู่แค่ ‘สามบรรทัด’ เท่านั้น!

มันอยู่ในบทที่สิบสอง! บทที่ผู้เขียนต้องการปูความโหดเหี้ยมและน่าสะพรึงกลัวของ ‘พรรคมาร’ ซึ่งมีโครงสร้างอำนาจแบ่งเป็น สามตำหนัก ห้าหอ และเจ็ดค่ายอสูร

ในคืนเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง ‘เซวียซา’ มารโลหิตผู้เป็นรองเจ้าหอสังหารโลหิต ได้เดินทางผ่านภูเขาลูกนี้ บังเอิญอารมณ์ไม่ดีที่สุราในโรงเตี๊ยมตีนเขารสชาติหมาไม่แดก จึงแวะขึ้นมาที่สำนักชิงหยางเพื่อระบายโทสะ และ...

‘คืนนั้น โลหิตเจิ่งนองย้อมบันไดศิลาเป็นสีแดงฉาน สำนักชิงหยางที่มีศิษย์ร้อยกว่าชีวิตถูกสังหารโหดไร้ปรานี ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว ศพถูกสับเป็นชิ้นๆ เพื่อเป็นเครื่องสังเวยแก่ความกระหายเลือดของมารโลหิตเซวียซา’

นั่นคือสามบรรทัดที่บรรยายถึงสถานที่แห่งนี้!

และนางกำลังยืนอยู่ในสำนักที่ว่า ในฐานะหนึ่งใน ‘ศิษย์ร้อยกว่าชีวิต’ ที่กำลังจะกลายเป็นเศษก้อนเนื้อในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
8 Chapters
ตอนที่ 1
ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาตั้งแต่ท้ายทอยลามไปจนถึงกระหม่อม ราวกับมีคนเอาค้อนเหล็กน้ำพี้มาทุบกะโหลกของนางอย่างแรงติดต่อกันนับสิบครั้งหลินซิงเยียนครางอืออาอยู่ในลำคอ พยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง สิ่งแรกที่โสตประสาทสัมผัสได้คือกลิ่น... มันไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของไม้ผุพัง ผสมกับกลิ่นกำยานราคาถูกที่ฉุนจนแสบจมูกหญิงสาวฝืนลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะก่อนจะค่อยๆ ปรับโฟกัสได้ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือเพดานไม้กระดานที่เก่าจนมีรอยร้าว และมีหยากไย่เกาะอยู่ตามมุมห้อง นางขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ความรู้สึกปวดเมื่อยระบมแล่นไปทั่วสรรพางค์กาย เตียงที่นางนอนอยู่แข็งกระด้างราวกับแผ่นหิน ปูทับด้วยฟูกยัดฟางบางๆ ที่แทบจะไม่ได้ช่วยซับแรงกระแทกอะไรเลย“ที่นี่... ที่ไหนเนี่ย?”เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและสั่นเครือ หลินซิงเยียนยกมือขึ้นกุมขมับ แต่แล้วนางก็ต้องชะงักงันมือคู่นี้... ไม่ใช่มือของนาง!มือของพนักงานออฟฟิศ ตำแหน่งกราฟิกดีไซเนอร์วัยยี่สิบแปดปี ที่วันๆ จับแต่เมาส์กับปากกาดิจิทัล ควรจะนุ่มและมีเพียงร่องรอยของการกดแป้นพิมพ์ แต่มือที่อยู่ตรงหน้านกลับหยาบกร้าน มีรอยด้าน
last updateLast Updated : 2026-08-23
Read more
ตอนที่ 2
“ฉิบหายแล้ว! ฉิบหายแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด!”หลินซิงเยียนแทบจะกระโดดทึ้งหัวตัวเอง ขนแขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ตามเนื้อเรื่องในนิยาย เซวียซาจะมาถึงสำนักในช่วงกลางยามจื่อ (เที่ยงคืน) ตอนนี้มองจากตำแหน่งของดวงจันทร์ น่าจะเพิ่งเข้าสู่ยามซวี นางยังมีเวลาอีกประมาณหนึ่งถึงสองชั่วยาม ก่อนที่มัจจุราชจะมาเคาะประตูหน้าบ้านความคิดที่จะวิ่งออกไปตะโกนป่าวประกาศให้เจ้าสำนักและทุกคนรู้ว่า‘หนีเร็ว! คืนนี้จะมีมารโลหิตมาบุกฆ่าล้างสำนักเรา!’ ถูกนางปัดตกไปในเวลาไม่ถึงหนึ่งลมหายใจใครจะไปเชื่อ? นางเป็นแค่ศิษย์สายนอกขี้ขลาดที่เพิ่งโดนอันธพาลผลักตกบันไดจนหัวฟาดพื้น แถมถ้าเกิดโวยวายขึ้นมา อาจจะถูกพวกศิษย์พี่จับมัดขังคุกใต้ดินข้อหาสร้างความแตกตื่นเสียก่อน หรือแย่กว่านั้น ถ้าพานางพาคนหมู่มากหนี การเคลื่อนไหวของคนนับร้อยย่อมเป็นเป้าสายตา และเซวียซาที่มีวรยุทธ์ระดับสูงจะต้องตามมาสับพวกนางกลายเป็นชิ้นๆ อย่างง่ายดาย“ขอโทษนะทุกคน แต่ข้ายังไม่อยากตาย ข้าเพิ่งมาถึง ข้ายังไม่ได้ใช้ชีวิตเลย”หลินซิงเยียนตัดสินใจอย่างเด็ดขาดกฎข้อแรกของการเป็นตัวประกอบคือ อย่าทำตัวเด่น อย่าจุ้นจ้านกับบท และต้องวิ่งหนีให้เร็วกว่าความตายนางเร
last updateLast Updated : 2026-08-23
Read more
ตอนที่ 3
เสียงฝีเท้าย่ำลงบนกิ่งไม้แห้งและใบไม้ที่ทับถมกันดังกรอบแกรบ ผสมผสานกับเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงป่าสนดำในยามวิกาลเปรียบเสมือนเขาวงกตมรณะที่ไร้ทางออก แสงจันทร์ที่เคยสาดส่องถูกบดบังด้วยเรือนยอดไม้หนาทึบ ความมืดมิดโอบล้อมรอบตัวจนแทบจะมองไม่เห็นทางข้างหน้า กิ่งไม้ระเกะระกะเกี่ยวเสื้อผ้าและขีดข่วนใบหน้าจนแสบไปหมด แต่กลับไม่กล้าแม้แต่จะหยุดพักหรือส่งเสียงร้องร่างบางวิ่ง วิ่ง... และวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่สองขาจะพาไปได้!ในหัวมีเพียงภาพของยอดเขาชิงหยางที่อาบไปด้วยแสงเพลิงสีเลือด และเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ยังคงดังก้องหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท‘ต้องไปให้ไกลกว่านี้... ไกลจนกว่าจะไม่ได้กลิ่นคาวเลือดนั่น!’หลินซิงเยียนบอกกับตัวเอง พลางกัดริมฝีปากแน่นจนรับรู้ถึงรสฝาดของเลือดเพื่อเรียกสติ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยศิลา ร่างกายของศิษย์สายนอกที่ขาดสารอาหารมานานเริ่มประท้วงด้วยอาการหน้ามืดและวิงเวียนตุบ!"อั่ก!"จู่ๆ ปลายเท้าก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่แข็งและหนักอึ้งบนพื้นดิน ส่งผลให้ร่างของดรุณีเสียหลักล้มคะมำลงไปคลุกกับดินโคลนและเศษใบไม้ชื้นแฉะ กระบอกน้ำไม้ไผ่และห่อผ้าที่สะพายมากระเด็
last updateLast Updated : 2026-08-23
Read more
ตอนที่ 4
...ในห้วงแห่งความมืดมิดอันหนาวเหน็บและสิ้นหวัง...‘เยี่ยนอู๋จิ่ว’ ประมุขแห่งยอดเขาหมื่นมาร คิดว่าคืนนี้คงเป็นวาระสุดท้ายของเขาแล้วผู้ที่ชาวยุทธภพต่างหวาดกลัวและขนานนามว่าเป็นปีศาจร้ายกระหายเลือด กลับต้องมาพลาดท่าเสียทีให้กับแผนการสกปรก เขาถูกคนที่ไว้ใจลอบวางยาพิษ ‘สลายลมปราณ’ ลงในสุรา จากนั้นจึงเปิดทางให้กองกำลังของฝ่ายธรรมะที่ซุ่มซ่อนอยู่นับร้อยคนล้อมปราบเขาในหุบเขาไร้เสียงใครกัน..หากเขาฟื้นคืนกลับไปได้ คนผู้นั้นจะต้องตายอย่างทุกข์ทรมานใต้ฝ่าเท้าของเขาแน่แม้เขาจะระเบิดพลังฝ่าวงล้อมออกมาได้ สังหารศัตรูและฉีกร่างพวกมดปลวกฝ่ายธรรมะไปกว่าครึ่ง แต่ร่างกายก็บอบช้ำเกินเยียวยา พิษร้ายแทรกซึมเข้าสู่จุดตันเถียน ลมปราณแตกซ่าน เขาโซเซหนีมาจนถึงป่าลึกแห่งนี้ก่อนที่สติจะดับวูบลงเขาเกลียดชังมนุษย์ เกลียดความหน้าไหว้หลังหลอก เกลียดพวกสวะที่ปากบอกว่ามีคุณธรรมแต่กลับร่วมมือกับคนทรยศเพื่อลอบกัดอย่างขี้ขลาด เขาไม่กลัวความตาย แต่ในใจลึกๆ กลับเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความอาฆาตแค้นที่รอวันชำระ!ทว่าในขณะที่วิญญาณกำลังจะจมดิ่งลงสู่ขุมนรก...เขากลับสัมผัสได้ถึงความเย็นสบายที่ชะโลมลงบนบาดแผล ความเจ็บปวดที่แผดเ
last updateLast Updated : 2026-08-23
Read more
ตอนที่ 5
แสงแดดยามสายสาดส่องลงมากระทบหลังคาหญ้าคาของหมู่บ้านเล็กๆ เชิงเขาเต่าดำ กลิ่นควันไฟจางๆ จากเตาทำอาหารและเสียงเจี๊ยวจ๊าวของชาวบ้านที่กำลังจับจ่ายใช้สอยในตลาดเช้า เป็นบรรยากาศที่แสนจะธรรมดาและเงียบสงบแต่สำหรับคนที่เพิ่งวิ่งหนีฝ่าห้วงนรกมาทั้งคืนอย่างหลินซิงเยียน มันคือภาพจำลองของสรวงสวรรค์ดรุณีในชุดผ้าหยาบสีน้ำตาลก้าวเท้าที่พองจนเป็นตุ่มน้ำใสเข้ามาใน ‘หมู่บ้านผิงอัน’ ด้วยสภาพที่ดูอเนจอนาถ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นและเหงื่อ ผมเผ้าหลุดลุ่ยรุงรัง หากมีใครเอาขันน้ำใบเก่าๆ มาวางไว้ตรงหน้า นางคงกลมกลืนไปกับขอทานข้างถนนได้อย่างแนบเนียน“หิว... หิวจนหน้ามืดแล้ว...”หลินซิงเยียนลูบท้องที่ส่งเสียงประท้วงโครกคราก หมั่นโถวเย็นชืดสองลูกที่พกมาถูกยัดลงท้องไปตั้งแต่ตอนรุ่งสาง ตอนนี้ร่างกายต้องการอาหารร้อนๆ เพื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรงและเรียกขวัญกำลังใจที่แตกกระเจิงให้กลับคืนมาเจ้าตัวเดินลากขาไปที่เพิงขายบะหมี่เล็กๆ ริมทาง สั่งบะหมี่น้ำใสชามที่ถูกที่สุดมาหนึ่งชาม ทันทีที่ชามกระเบื้องบิ่นๆ ถูกวางลงบนโต๊ะไม้ไผ่ หลินซิงเยียนก็สูดกลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะคีบเส้นบะหมี่เข้าปากอย่างตะกละตะ
last updateLast Updated : 2026-08-23
Read more
ตอนที่ 6
สองชั่วยามต่อมา ณ อารามร้างกลางป่าอันห่างไกลหลินซิงเยียนทิ้งตัวลงนั่งหอบหายใจพิงเสาไม้ที่ผุพัง หลังจากทำแผลและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้ว โชคดีที่มีชุดผ้าหยาบของชาวบ้านเผื่อไว้ในห่อผ้า จึงจัดการเผาชุดศิษย์สายในสีฟ้าอ่อนทิ้งไปเพื่อทำลายหลักฐานจนไม่เหลือซากตอนนี้ซ่งจือชิวนอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าและพิษไข้ ลมหายใจแผ่วเบาแต่สม่ำเสมอขึ้นมากร่างบางมองใบหน้าของคนที่กำลังหลับพลางถอนหายใจยาว“เธอทำลิขิตสวรรค์บิดเบี้ยวไปหมดแล้วซิงเยียน...” เจ้าตัวพึมพำกับตัวเองในนิยายต้นฉบับ ซ่งจือชิวต้องตาย! ตายตั้งแต่บทที่สิบสอง! แต่ตอนนี้ คนที่ควรจะเป็นศพกลับนอนหายใจอยู่ตรงหน้า การที่อีกฝ่ายรอดชีวิตมาได้ หมายความว่าระลอกคลื่นแห่งโชคชะตาได้ถูกสลัดกวนแล้ว การกระทำเล็กๆ ได้เปลี่ยนแปลงเส้นเรื่องไปอย่างถาวรแล้วไหนจะความลับเรื่องเมื่อคืนอีก... ชายชุดดำแปลกหน้าที่บาดเจ็บสาหัสและแผ่กลิ่นอายมารผู้นั้นตอนนี้เริ่มใจคอไม่ดีเมื่อนึกย้อนกลับไป ชายคนนั้นมีบาดแผลจากการต่อสู้ รัศมีกดดันราวกับพญามัจจุราช... หรือว่า... จะเกี่ยวข้องกับคนที่มาฆ่าล้างสำนักชิงหยาง? หรืออาจจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตของพรรคมารที่โดนลอบกัดเสียเอ
last updateLast Updated : 2026-08-24
Read more
ตอนที่ 7
หนึ่งเดือนต่อมา ณ เมืองหลินสุ่ย แดนใต้เมืองหลินสุ่ยเป็นเมืองท่าการค้าที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งในแดนใต้ ห่างไกลจากความวุ่นวายของศูนย์กลางยุทธภพ และแทบจะตัดขาดจากเรื่องราวการนองเลือดบนเขาชิงหยางโดยสิ้นเชิงที่นี่เต็มไปด้วยพ่อค้าวาณิชจากทั่วสารทิศ ขุนนางท้องถิ่น และชาวบ้านที่ใช้ชีวิตกันอย่างพลุกพล่าน เสียงจอแจของตลาด ร้านรวงที่ประดับด้วยโคมแดง และกลิ่นหอมของอาหารริมทาง ทำให้เมืองนี้มีชีวิตชีวาตั้งแต่เช้าจรดค่ำที่มุมหนึ่งของตลาดทิศใต้ มีแผงลอยเล็กๆ ซอมซ่อตั้งอยู่ แผงนี้ไม่ได้ขายของมีค่าอันใด เป็นเพียงมันเผาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมฉุย และงานแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆ ที่ดูหยาบกระด้างแต่น่ารักน่าเอ็นดู“มันเผาร้อนๆ จ้า! มันเผาหวานๆ กินแล้วอุ่นท้อง สลักไม้รูปแมวหน้ากวน... เอ้ย รูปแมวมงคลก็มีนะเจ้าคะ! เชิญแวะชมก่อนได้นะเจ้าคะนายท่าน!”เสียงใสเจื้อยแจ้วของแม่ค้าตัวน้อยดังเรียกลูกค้าอย่างขยันขันแข็ง หญิงสาวผู้นี้สวมชุดผ้าฝ้ายสีมอๆ ที่มีรอยปะชุนหลายจุด ใบหน้าเปื้อนเขม่าควันจางๆ แต่ก็ไม่อาจปิดบังดวงตาดอกท้อที่ดูฉลาดเฉลียวและเป็นมิตรได้ร่างบางคือ ‘มู่ไป๋’ หรือก็คือหลินซิงเยียนที่หนีตายรอนแรมมาไกลกว่าพ
last updateLast Updated : 2026-08-24
Read more
บทที่ 8
ในเวลาเดียวกัน ณ ตำหนักหมื่นมาร อันเป็นศูนย์กลางอำนาจของพรรคมารบรรยากาศภายในโถงใหญ่ศิลานั้นเย็นยะเยือกและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นคาวเลือดยังคงลอยคลุ้งจางๆ บ่งบอกถึงการกวาดล้างครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ศพของผู้ที่แข็งข้อและสายลับจากฝ่ายธรรมะถูกลากออกไปโยนทิ้งที่หุบเหวด้านหลังจนหมดสิ้นบนบัลลังก์ศิลาสีดำทะมึนที่สลักลวดลายพยัคฆ์ทมิฬเหยียบเมฆ บุรุษผู้หนึ่งนั่งพิงพนักด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน แต่กลับแผ่กลิ่นอายอันตรายอย่างถึงที่สุดเยี่ยนอู๋จิ่ว ประมุขมารผู้เลื่องชื่อ บัดนี้บาดแผลฉกรรจ์บนร่างกายหายสนิทแล้วด้วยวิชามารขั้นสูงสุด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาด นัยน์ตาสีรัตติกาลที่มักจะนิ่งสนิทเหมือนบ่อน้ำลึก บัดนี้กลับมีประกายความหงุดหงิดพาดผ่าน นิ้วเรียวยาวของเขากำลังไล้ไปตามเศษผ้าสีน้ำตาลหยาบๆที่ถูกพับเก็บไว้อย่างทะนุถนอมในมือ ราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้าเบื้องล่างของบัลลังก์ มีชายหนุ่มในชุดบัณฑิตสีขาวบริสุทธิ์ยืนประสานมือค้อมศีรษะอยู่ เขามีใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร ขัดกับบรรยากาศของพรรคมารอย่างสิ้นเชิง ชายผู้นี้คือ ‘ลู่เหวิน’ มือขวาคนสนิทผู้มีฉายาจิ้งจอกหน้ายิ้ม...
last updateLast Updated : 2026-08-25
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status