Share

บทที่ 4

Author: ขี่หอยทากซิ่ง
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ณ ห้องอาหารจวนราชครู

อาหารเช้ารสเลิศจัดวางเรียงรายเต็มโต๊ะ เซี่ยเสวียนจี้กำลังคีบผักใบเขียวอ่อนวางใส่ชามของซูเฉียนเยว่อย่างใจเย็น พลางเอ่ยกล่อมเสียงนุ่มให้นางกินผักให้มากหน่อย

ซูเฉียนเยว่เบ้ปากอย่างแง่งอน ทว่าสายตากลับหันไปมองเสิ่นจิงหลานที่เอาแต่ก้มหน้ากินโจ๊กเปล่าอยู่อีกฝั่ง รอยยิ้มไร้เดียงสาสว่างไสวผุดขึ้นบนใบหน้า

“พี่สะใภ้อย่าถือสาเลยนะเจ้าคะ ศิษย์พี่ดูแลข้าจนชินแล้ว เขายังชอบทำเหมือนข้าเป็นเด็กไม่รู้จักโตอยู่เรื่อยเลย” น้ำเสียงของนางดูไร้เดียงสา ก่อนจะหันไปมองเซี่ยเสวียนจี้ด้วยท่าทีแง่งอนกึ่งออดอ้อน “ศิษย์พี่ อย่ามัวแต่ดูแลข้าสิ คีบกับข้าวให้พี่สะใภ้บ้างสิเจ้าคะ”

เมื่อเซี่ยเสวียนจี้ได้ยินดังนั้น มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นอย่างจนใจทว่าเปี่ยมไปด้วยความตามใจ เขาเอื้อมมือไปบีบจมูกซูเฉียนเยว่เบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ท่วงท่าดูคุ้นเคยและสนิทสนมเป็นอย่างยิ่ง

“พี่สะใภ้ของเจ้าเป็นถึงแม่ทัพที่ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วน ยืนหยัดได้ด้วยตัวเองแถมยังเข้มแข็งปานนั้น จะต้องให้ข้าดูแลอะไรอีก กลับเป็นเจ้าเสียอีก รอนแรมอยู่ข้างนอกมาตั้งหลายปี ผอมลงไปตั้งเยอะ คงไม่ได้ดูแลตัวเองให้ดีล่ะสิ”

คำพูดเหล่านั้นราวกับเข็มอาบยาพิษที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเสิ่นจิงหลานอย่างต่อเนื่อง

นิ้วมือที่กำช้อนกระเบื้องเคลือบอยู่เกร็งแน่นขึ้นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ข้อนิ้วซีดขาว โจ๊กเปล่ารสชาติจืดชืดในชามสะท้อนให้เห็นแววตาปวดใจของเด็กหนุ่มเซี่ยเสวียนจี้ที่อยู่ริมลานฝึกยุทธ์ในวัยเยาว์ “เสิ่นจิงหลาน เจ้าฟังให้ดีนะ ต่อให้วันข้างหน้าเจ้าจะกลายเป็นแม่ทัพหญิงที่เก่งกาจสะท้านฟ้าดิน แต่สำหรับข้า เจ้าก็ยังเป็นยอดดวงใจที่ข้าต้องทะนุถนอมไว้กลางฝ่ามืออยู่ดี”

น้ำตาร้อนผ่าวหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้ผิวน้ำในชามโจ๊กเกิดระลอกคลื่นเล็กๆ พังทลายเงาสะท้อนในน้ำจนแตกสลาย

“ดูเหมือนข้าจะมาไม่ถูกจังหวะ รบกวนความสงบสุขของพวกเจ้าเสียแล้ว”

น้ำเสียงที่ฟังไม่ออกว่าโกรธหรือยินดีดังขึ้นจากหน้าประตู

เสิ่นจิงหลานช้อนตาขึ้นมอง หัวใจก็กระตุกวาบ สายตาของนางหยุดอยู่ที่จอนผมที่เริ่มขาวโพลนของผู้มาเยือน ไม่ได้พบกันเสียนาน ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยแก่ลงไปมากขนาดนี้เชียวหรือ ภาพนั้นทิ่มแทงจนขอบตาของนางร้อนผ่าว ร่างกายของนางไม่ได้แข็งแรงเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว แผ่นหลังค่อมลงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งจับฉินมามาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้าง... กลับกำไม้เท้าไม้จันทน์หนักอึ้งไว้

แผ่นหลังที่ค่อมลงของนางทิ่มแทงให้เสิ่นจิงหลานชะงักฝีเท้า ร่างกายแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ทว่ายังไม่ทันที่นางจะก้าวเข้าไป เงาร่างที่ร่าเริงสดใสก็โฉบผ่านร่างนางไปราวกับผีเสื้อ เข้าไปควงแขนฮูหยินผู้เฒ่าอย่างสนิทสนม น้ำเสียงหวานหยดย้อย “ฮูหยินผู้เฒ่า อาเยว่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ หลายปีมานี้คิดถึงท่านเหลือเกิน!”

ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยตบหลังมือของซูเฉียนเยว่ด้วยความเอ็นดู น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน “กลับมาก็ดีแล้ว กลับมาก็ดีแล้ว” สายตาของนางกวาดผ่านร่างเสิ่นจิงหลานที่ยืนแข็งทื่ออยู่อย่างเย็นชา หยุดชะงักที่นิ้วมือซึ่งพันผ้าพันแผลหนาเตอะของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีอย่างไม่แยแส แล้วนั่งลงโดยมีซูเฉียนเยว่คอยประคอง

บนโต๊ะอาหาร ซูเฉียนเยว่พูดคุยหัวเราะร่าเริง คอยคีบกับข้าวให้ฮูหยินผู้เฒ่าอย่างเอาใจใส่ พลางเล่าเรื่องสนุกๆ ตอนที่ออกไปท่องเที่ยวด้านนอก ทำให้บนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเผยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงอย่างหาได้ยาก เมื่อได้ยินว่าซูเฉียนเยว่รอนแรมอยู่ด้านนอกมาหลายปีจนป่านนี้ยังไม่ได้แต่งงาน รอยยิ้มบนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าก็จางหายไป สีหน้าเปลี่ยนเป็นคลุมเครือ นางเงยหน้าขึ้น สายตาปรายมองเสิ่นจิงหลานที่เอาแต่นิ่งเงียบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปมองเซี่ยเสวียนจี้ที่อยู่ข้างๆ น้ำเสียงเด็ดขาดไม่ยอมให้ใครคัดค้าน

“อาเยว่เองก็อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว จะให้อยู่จวนราชครูแบบไม่มีชื่อไม่มีฐานะแบบนี้ตลอดไปไม่ได้ ข้าถือว่าเป็นผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของนาง ข้าจะช่วยเลือกสามีในอนาคตให้นางเป็นอย่างดีเอง”

เซี่ยเสวียนจี้หน้าตึงขึ้นมาทันที เอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “ท่านแม่! อาเยว่ยังเด็ก เรื่องนี้ไม่ต้องรีบ ลูก... ลูกมีแผนการในใจอยู่แล้ว ไม่รบกวนท่านแม่ให้ต้องเหนื่อยหรอกขอรับ”

ความอ่อนโยนบนใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเย็นเยียบลงในพริบตา กลายเป็นความเย็นชา

ซูเฉียนเยว่วิ่งหนีออกไปด้วยความน้อยใจ เซี่ยเสวียนจี้ลุกขึ้นวิ่งตาม ก่อนไปเขายังปรายตามองเสิ่นจิงหลานอย่างลึกซึ้ง

ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยโกรธจัดจนเอาไม้เท้ากระทุ้งพื้นดังปึงปัง แค่นเสียงเย็นชาแล้วเดินจากไปเช่นกัน

เสิ่นจิงหลานยกชามโจ๊กที่เย็นชืดขึ้นมา ตักกินทีละช้อนจนหมดแล้วจึงลุกเดินจากไป

เมื่อเห็นเงาร่างสองคนที่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ในสวน เสิ่นจิงหลานก็ราวกับถูกตะปูที่มองไม่เห็นตอกตรึงให้อยู่กับที่ เงาของเสาเรือนทาบทับปกคลุมตัวนางไว้จนมิด

ซูเฉียนเยว่สะพายห่อผ้า เดินร้องห่มร้องไห้ตรงไปยังหน้าประตูจวน เซี่ยเสวียนจี้รีบวิ่งตามไป คว้าข้อมือของนางไว้แน่น

“เยว่เอ๋อร์ อย่าไป!” น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความตื่นตระหนกและเสียงสะอื้นไห้แตกพร่าอย่างที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อน

“ศิษย์พี่ ปล่อยเถอะเจ้าค่ะ... พลาดไปแล้ว ก็คือพลาดไปแล้ว” ซูเฉียนเยว่น้ำตาคลอเบ้า “ท่านแต่งงานกับพี่สะใภ้แล้ว พวกเรา... สุดท้ายก็ไม่มีวาสนาต่อกันอยู่ดี”

“ไม่!” เซี่ยเสวียนจี้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ โพล่งออกไปว่า “ที่ข้าแต่งงานกับนาง ก็เพราะเจ้า! ปีนั้นเจ้าทิ้งจดหมายไว้ฉบับเดียวแล้วก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ข้าตามหาเจ้าจนแทบจะเป็นบ้า! ข้าทำได้เพียงใช้การแต่งงานที่สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองหลวงนี้บีบให้เจ้าปรากฏตัวออกมา! สินสอดสิบลี้นั่น งานเลี้ยงฉลองหนึ่งเดือนเต็ม... ทั้งหมดนั้นก็เพื่อเจ้า!”

ทุกถ้อยคำ ราวกับมีดแหลมอาบน้ำแข็งที่แทงทะลุกลางใจของเสิ่นจิงหลานอย่างแม่นยำ ที่แท้งานแต่งงานที่นางเฝ้ารอคอยมาแสนนาน กลับเป็นเพียงหลุมพรางอันยิ่งใหญ่และโหดร้ายที่เขาสร้างขึ้นเพื่อผู้หญิงอีกคน

ซูเฉียนเยว่ดูเหมือนจะตกตะลึง พึมพำออกไป “แต่ถึงอย่างไรพวกท่านก็เป็นสามีภรรยากัน...”

“ไม่ใช่!” เซี่ยเสวียนจี้รีบอธิบายอย่างร้อนรน ราวกับกำลังคว้าฟางเส้นสุดท้าย “หลายปีมานี้ ข้าแอบเปลี่ยนฤกษ์มงคลให้เป็นฤกษ์ร้ายมาตลอด ข้าไม่เคยแตะต้องตัวนางเลย! ห้าปีมานี้ ข้าเก็บความบริสุทธิ์ไว้ให้เจ้ามาตลอด! ในใจข้า ตั้งแต่ต้นจนจบ มีเพียงเจ้าแค่คนเดียว!”

“ศิษย์พี่...” ซูเฉียนเยว่สะอื้นไห้ โผเข้าสู่อ้อมกอดของเขา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “แต่ข้าเป็นแค่เด็กกำพร้า จะเอาอะไรไปสู้พี่สะใภ้ได้”

เซี่ยเสวียนจี้กอดนางไว้แน่น น้ำเสียงเด็ดขาดและชัดเจนจนโหดร้าย “ตระกูลเสิ่นสิ้นทายาทไปตั้งนานแล้ว นางนั่นแหละที่เป็นเด็กกำพร้าตัวจริง เจ้ายังมีข้า ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกเจ้าได้แม้แต่นิดเดียว”

พูดจบ เขาก็ก้มตัวลงจูบนางอย่างดูดดื่มโดยไม่สนสายตาใคร

เสิ่นจิงหลานยืนอยู่ตรงนั้น รู้สึกราวกับเลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็ง บาดแผลที่นิ้วทั้งสิบไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป เพราะหัวใจของนางเจ็บปวดจนชาหนึบ แตกสลายกลายเป็นผุยผงไปแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 16

    งานเลี้ยงฉลองวันพระราชสมภพของฮ่องเต้ แขกเหรื่อดื่มกินกันอย่างชื่นมื่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขศานต์ เสียงเครื่องดนตรีบรรเลงเพลงไพเราะเสนาะหู เสียงหัวเราะพูดคุยดังขึ้นไม่ขาดสายกลางงานเลี้ยง ทว่า ความรื่นเริงนี้กลับถูกผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญทำลายลงอย่างกะทันหัน เซี่ยเสวียนจี้ที่เงียบหายไปนานจู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น เขาสวมชุดเต็มยศของราชครูในวันวาน เส้นผมหวีเรียบแปล้ไร้ที่ติ ทว่ากลับไม่อาจปกปิดความซูบผอมซีดเซียวบนใบหน้าและแววตาที่เบิกโพลงอย่างผิดปกติได้ การปรากฏตัวของเขาทำให้ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบลงในพริบตา ชนิดที่ว่าเข็มตกสักเล่มยังได้ยิน สีพระพักตร์ของฮ่องเต้ทะมึนลงทันที เหล่าขุนนางต่างเงียบกริบราวกับจักจั่นในฤดูหนาว ไม่มีใครกล้าปริปากส่งเสียง ทว่าเซี่ยเสวียนจี้กลับเมินเฉยต่อบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ สายตาของเขามองทะลุผ่านทุกคน ไปหยุดนิ่งอยู่ที่เสิ่นจิงหลานซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างฮ่องเต้อย่างลุ่มหลงและอาวรณ์ เขาก้าวเดินเข้าไปหน้าพระพักตร์ทีละก้าว สายตาไม่ยอมละไปจากเสิ่นจิงหลานเลยแม้แต่เสี้ยววินาที น้ำเสียงอ่อนโยนเสียจนชวนให้ขนลุกซู่“จิงหลาน ข้ามารับเจ้าไปแต่งงานแล้ว”คนทั้งง

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 15

    น้ำเสียงของเสิ่นจิงหลานยังคงราบเรียบ ทว่ากลับประดุจมีดเหล็กกล้าที่แทงทะลุกลางใจของเขาอย่างโหดเหี้ยม เซี่ยเสวียนจี้พ่ายแพ้ราบคาบต่อคำถามที่ถาโถมเข้ามาของนาง เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง เขาอ้าปากอยากจะอธิบายอะไรบางอย่าง ทว่ากลับพบว่าตนเองไม่อาจหาคำแก้ตัวใดๆ ให้กับตัวเองได้อีกแล้ว“เจ้ารังเกียจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ โอกาสสักครั้งก็ไม่ยอมให้ข้าเลยงั้นหรือ?”เสิ่นจิงหลานมองดูคนตรงหน้าอย่างเงียบๆ ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกเสียใจ“เซี่ยเสวียนจี้ ข้าไม่เกลียดเจ้าหรอกนะ เกลียดคนคนหนึ่งมันเหนื่อยเกินไป ข้าเพียงแค่หวังว่าชาตินี้ ไม่ว่าจะอยู่หรือตาย ก็ขออย่าได้พบเจอกันอีกเลย” ไม่ว่าจะอยู่หรือตายก็ไม่ขอพบเจองั้นหรือ? คำพูดประโยคนี้ราวกับคำพิพากษาครั้งสุดท้าย ที่กดทับเซี่ยเสวียนจี้จนเงยหน้าไม่ขึ้น ท่านแม่ของเขา ภรรยาของเขา ล้วนแต่ไม่ขอพบเจอเขาอีกไม่ว่าจะอยู่หรือตาย“หึ...” รอยยิ้มขื่นขมผุดขึ้นที่มุมปากเซี่ยเสวียนจี้เดินเหม่อลอยออกจากประตูจวนตระกูลเสิ่น ลมหนาวในฤดูหนาวพัดบาดใบหน้า ทว่ากลับเทียบไม่ได้กับความหนาวเหน็บในใจของเขาแม้แต่เศษเส

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 14

    เสิ่นจิงหลานกลับมาถึงจวนเก่าตระกูลเสิ่น เรือนยังคงสะอาดสะอ้านเหมือนเช่นเคย แม้แต่ต้นเหมยในเรือนเก่าของนางก็ยังได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี บนกิ่งก้านประดับประดาไปด้วยดอกตูมเล็กๆ เต็มไปหมดบ่าวชราถือไม้กวาดเดินเข้ามาหา คิ้วที่ขาวโพลนขมวดเข้าหากันเป็นปม ลดเสียงลงบ่นกระปอดกระแปด “คุณหนู ไอ้คนแซ่เซี่ย... ไอ้เดรัจฉานนั่น ยังคงเฝ้าอยู่หน้าประตู ไล่อย่างไรก็ไม่ยอมไป! หิมะตกหนักหนาวเหน็บปานนี้ บ่าวล่ะกลัวจริงๆ ว่ามันจะมาแข็งตายอยู่หน้าประตูบ้านพวกเราให้เป็นเสนียดจัญไรเปล่าๆ!”เสิ่นจิงหลานประคองถ้วยชาร้อน เป่าใบชาที่ลอยอยู่เบาๆ แล้วจิบคำหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ให้เขาเข้ามาเถอะ” ตั้งแต่วินาทีที่นางตัดสินใจกลับมาเมืองหลวง ก็รู้ดีว่านางกับเซี่ยเสวียนจี้ย่อมต้องมีวันที่จะได้พบหน้ากันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปมบางอย่าง ก็ต้องลงมือแก้ด้วยตัวเอง เส้นทางบางสาย ก็ต้องเผชิญหน้าขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจน ท่ามกลางกลิ่นหอมของชาที่ลอยกรุ่น ทั้งสองคนนั่งประจันหน้ากันเสิ่นจิงหลานจับป้านชา รินชาร้อนให้เขาหนึ่งถ้วย ท่วงท่าลื่นไหลทว่าเหินห่าง “ใต้เท้าเซี่ย มาหาข้ามีธุระอันใดหรือ?” น้ำเสียงของนางเป็นเพียงกา

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 13

    “ท่านแม่ทัพเสิ่น มีจดหมายจากเมืองหลวงมาอีกแล้วขอรับ” มองดูตัวอักษรที่คุ้นเคยบนจดหมาย ภายในใจของเสิ่นจิงหลานก็เกิดระลอกคลื่นขึ้นเล็กน้อย นางไม่อยากรับรู้เรื่องราวใดๆ ที่เกี่ยวกับเซี่ยเสวียนจี้อีก ทว่าเรื่องการหย่าขาดของนางดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่โตมาก ข่าวคราวจึงถูกส่งเข้าหูนางอยู่ไม่ขาดสาย นางรู้ว่าตอนนี้เซี่ยเสวียนจี้เป็นเพียงราชครูแต่ในนาม ส่วนซูเฉียนเยว่ถูกลงโทษประหารด้วยการใช้ม้าห้าตัวแยกร่างไปแล้ว ฝ่าบาททรงมีพระราชโองการลงมาด้วยพระองค์เอง เพื่อเชิดชูคุณงามความดีของนางและท่านพ่อ ข้อกล่าวหาที่ว่าเป็นตัวกาลกิณีอะไรนั่น จะไม่มีใครหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกต่อไป นางโยนจดหมายฉบับนั้นลงกองไฟอย่างไม่ใส่ใจ พลางสั่งการว่าวันหลังหากมีจดหมายจากเซี่ยเสวียนจี้มาอีก ก็ไม่ต้องเอามาให้นาง บางทีเขาอาจจะกำลังสำนึกเสียใจ แต่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนางเล่า“เสิ่นจิงหลาน มัวแต่หลบซ่อนตัวปักผ้าอยู่ในกระโจมหรืออย่างไร ถึงได้ชักช้าปานนี้ ขืนยังไม่ออกมาอีกจะพลาดฝนดาวตกที่พันปีจะมีสักหนเอานะ” เสียงที่ฟังดูน่าโดนเตะดังมาจากนอกกระโจม“หลี่เฉิงเยี่ย เจ้าปีกกล้าขาแข็งขึ้นแล้วสินะ!” เสิ่นจิงหลานถือแส้พุ่งพรวดออ

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 12

    เขาส่งคนไปสืบสวน ความจริงที่ได้รับทำเอาเขาตกตะลึงจนแทบช็อก ที่แท้ปีนั้นซูเฉียนเยว่ไม่ได้จากไปเพราะถูกฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยบีบบังคับ แต่นางไปถูกตาต้องใจจอมยุทธ์พเนจรคนหนึ่งเข้า จึงได้หนีตามเขาไปท่องยุทธภพต่างหาก การกลับมาเมืองหลวงครั้งนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาหาเขา แต่เป็นเพราะจอมยุทธ์ผู้นั้นมีภรรยาอยู่ก่อนแล้ว เรื่องที่นางตั้งครรภ์จึงเป็นที่ยอมรับไม่ได้สำหรับภรรยาเอกนางกับจอมยุทธ์นัดแนะแยกย้ายกันหนีตามมาที่เมืองหลวง นึกไม่ถึงว่าจะถูกเซี่ยเสวียนจี้พบตัวเข้าที่หน้าประตูเมืองเสียก่อน พอเห็นถึงความรักอันลึกซึ้งของเซี่ยเสวียนจี้ นางกับชายชู้จึงวางแผนการชั่วร้าย ให้นางแต่งงานกับเซี่ยเสวียนจี้เพื่อให้เขารับเป็นพ่อเด็ก แบบนี้ทรัพย์สมบัติมหาศาลของจวนราชครูก็จะตกเป็นของครอบครัวพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูก เซี่ยเสวียนจี้สัมผัสได้ถึงความอัปยศอดสูอย่างหาที่สุดไม่ได้ เขาชักกระบี่ออกมาหมายจะฟันจอมยุทธ์ผู้นั้นให้ตายคาที่ ทว่าซูเฉียนเยว่กลับถลันเข้ามาขวางหน้าไว้“อย่าทำร้ายสามีข้านะ”เซี่ยเสวียนจี้ขบกรามแน่นจนเลือดซึมที่มุมปาก“ซูเฉียนเยว่ ข้าถามตัวเองว่าไม่เคยทำไม่ดีต่อเจ้า ช่วยเจ้าออกมาจากสลัม เลี้ยงดูปู

  • ร้างรักจิงหลาน สิ้นขาดเยื่อใย   บทที่ 11

    เช้าตรู่ในฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยถอดปิ่นปล่อยผมสยาย เดินเท้าเปล่าย่ำไปบนแผ่นหินสีเขียวที่ปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็ง น้ำเสียงแหบพร่าดังก้องไปทั่วเมืองหลวง “หม่อมฉันสกุลเซี่ย อบรมสั่งสอนบุตรชายไม่ดี ปล่อยให้เซี่ยเสวียนจี้บุตรชายของหม่อมฉัน เห็นแก่ความปรารถนาส่วนตัว แอบเปลี่ยนคำทำนายฤกษ์ดีร้าย ทำลายชื่อเสียงของเทพสงครามเสิ่นจิงหลาน ขอฝ่าบาททรงลงอาญาด้วยเพคะ” ผ่านไปเพียงครึ่งค่อนวัน ข่าวฉาวเรื่องที่ราชครูแอบเปลี่ยนคำทำนายถึงเก้าสิบเก้าครั้งเพื่อหญิงงาม ก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอย ราชสำนักสั่นสะเทือน ฝ่าบาทกริ้วจัด มีราชโองการตำหนิอย่างรุนแรง หากไม่เห็นแก่ที่ตระกูลเซี่ยจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมืองมาถึงเก้าชั่วอายุคนล่ะก็ ทรงอยากจะสั่งประหารเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอดชาวบ้านต่างโกรธแค้นที่ถูกปั่นหัวหลอกลวง ส่วนคนที่เคยด่าทอเสิ่นจิงหลานก่อนหน้านี้ก็ยิ่งรู้สึกผิดอย่างหนัก ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าราชครูที่เที่ยงธรรมและเคร่งครัดมาตลอด จะกล้าทำเรื่องพรรค์นี้ลงคอ ความน่าเชื่อถือของราชครูป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี ไม่มีใครเชื่อถือเขาอีกต่อไป ตำแหน่งราชครูแห่งต้าเซี่ยที่ได้รับความเคารพรักจากราษ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status