Masukห้องของผมมีเพียงเตียงไม้ โต๊ะเล็ก ๆ และตะเกียงน้ำมัน ไม่มีอะไรหรูหรา แต่ผมกลับรู้สึกอบอุ่นกว่าห้องแคบ ๆ ในคอนโดเก่า ๆ ที่กรุงเทพฯ เสียอีก
ผมนั่งลงบนเตียง พลางคิดถึงความต่างของโลกทั้งสอง ในโลกเก่า ผมต้องสู้กับค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และลูกค้าที่เอาแต่บ่นเรื่องอาหารแพงเกินไป แต่ในโลกใหม่นี้ สิ่งที่ต้องกังวลกลับเป็น “พ่อจะเปิดถังเบียร์อีกหรือไม่” …ช่างเป็นชีวิตที่เรียบง่ายเกินคาด
แน่นอนว่าผมเคยสงสัย ว่าทำไมถึงได้มาเกิดใหม่ คนอื่นที่ถูกส่งมาต่างมี “ระบบ” คอยช่วยเหลือ แต่ผม… ผ่านมา 14 ปีเต็มแล้ว กลับไม่เห็นเงาของระบบนั้นเลยสักครั้ง
ผมเริ่มชินกับความคิดว่า บางทีคงไม่มีระบบให้ผมก็ได้
ทว่า .. .
ติ๊งงงงงง!!!
เสียงใส ๆ ดังขึ้นในหัว ตามมาด้วยหน้าต่างกึ่งโปร่งใสที่ลอยขึ้นมาตรงหน้า
[ระบบ: ขอต้อนรับคุณละมุน เข้าสู่โลกแห่งเวทมนตร์และสัตว์วิเศษ]
ผมนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว ๆ
“หา? ผ่านมาตั้งสิบสี่ปี เพิ่งจะมาทักเนี่ยนะ?” ผมหาววอด พลางโบกมือไล่เหมือนปัดยุง “ไป ๆ พรุ่งนี้ค่อยมาคุย วันนี้ฉันจะนอน”
ว่าจบ ผมก็ดับตะเกียง ล้มตัวลงบนเตียงอย่างไม่สนใจ
[ ระบบ: ....กำลังประมวลผล.... ]
เสียงในหัวเหมือนจะพยายามพูดอะไรต่อ แต่สำหรับผมคืนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการนอนหลับอีกแล้ว และนี่… คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกใบนี้
เช้าวัดถัดมา
อาเธอร์ตื่นนอนเร็วกว่าปกตินิดหน่อย เพราะวันนี้มีกองคาราวานพ่อค้าจากในเมืองเข้ามาขายสินค้าในหมู่บ้าน ลมเช้าที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้กลิ่นหอมของดอกไม้ในสวนหลังบ้านลอยเข้ามาแผ่วๆ อาเธอร์ยืดแขนและลุกขึ้นจากที่นอน ขณะที่กำลังสะบัดผ้าห่มออกจากตัว เขาสะดุดตากับแสงระยิบระยับเล็กน้อยเหนือโต๊ะหัวเตียง
“เอ๊ะ…นี่อะไรอีกแล้วนะ?”
[ ระบบ: ....กำลังประมวลผล.... ]
~ เจ้าระบบ ฮัลโหล ฮัลโหล ~
[ ระบบ: ....z z Z.... ]
อาเธอร์ถอนหายใจยาวๆ รู้สึกเหมือนกำลังรอใครที่ไม่รู้จักมาหลายสิบปี แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็เคยคุ้นกับความช้าแบบนี้ “โอเค รอมา 14 ปีแล้ว รออีกหน่อยคงไม่เป็นไร” เขากล่าวกับตัวเอง พลางหยิบผ้าเช็ดตัวออกจากตะกร้าแล้วไปล้างหน้าอาบน้ำ
หลังจากรดน้ำผักและให้อาหารไก่จนเรียบร้อย อาเธอร์ถือไข่สดใหม่เข้าบ้าน เสียงเรียกจากแม่ทำให้เขารีบเดินเข้าห้องครัว
“อาเธอร์ มากินข้าวได้แล้ว” เสียงใสๆ ตะโกนจากในบ้าน
“ครับ แม่” เขาขานรับ พลางวางไข่ลงบนโต๊ะให้แม่
มื้อเช้าวันนี้บนโต๊ะอาหารเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความเอาใจใส่ ขนมปังที่วางอยู่ตรงกลางเพิ่งถูกอบเสร็จใหม่ๆ แป้งนุ่มฟูจนมองเห็นรูอากาศเล็กๆ อยู่เต็ม ชายขนมปังด้านบนยังคงมีแป้งฝุ่นเล็กน้อย กลิ่นหอมกรุ่นของยีสต์และเนยสดลอยมาแตะจมูก ทำให้ลำไส้เกือบจะร้องตาม
ตรงกลางขนมปังมีไข่ดาวร้อนๆ วางอยู่ ไข่แดงสีทองเข้มสุกกำลังดี ด้านขาวนวลนุ่มเด้งถูกทอดในกระทะที่เคลือบเนยจนขอบไข่มีสีเหลืองอ่อนๆ กรอบนิดๆ เวลาสะบัดช้อนลงบนไข่แดง แสงทองจะไหลออกมาช้าๆ ชวนให้รู้สึกอยากตักเข้าปากทันที
ข้างๆ ไข่ดาวมีไส้กรอกกรุบๆ ที่เพิ่งย่างบนกระทะเหล็กจนผิวด้านนอกมีรอยไหม้นิดๆ และยังคงความฉ่ำของเนื้อด้านใน พอกัดเข้าไป เสียงกรอบนอกและความหวานมันของเนื้อในรวมกัน รสชาติกลมกล่อม มีรสเค็มนิดๆ จากเกลือและเครื่องเทศที่ถูกนวดลงไปตั้งแต่ขั้นตอนทำไส้กรอกเอง
“อาเออร์ อันนี้อูกจะไปเอินอูเอ่าอ่ออ้าอี่อาากับอาอาวาน ใอ่มั้ย” ปีเตอร์เอ่ยถามขณะที่ยังคงเคี้ยวขนมปังอยู่เต็มปาก น้ำซอสเล็กน้อยจากไข่แดงหกลงบนริมปากแต่เขาไม่สนใจ
“ปีเตอร์ คุณช่วยกินให้หมดก่อนค่อยพูดได้มั้ย เดี๋ยวอาเธอร์ก็ทำตามคุณหรอก” ซาร่าบ่นพร้อมกับยักไหล่ พลางหัวเราะเบาๆ เพราะเห็นพ่อทำหน้าเอ๋อไปกับคำพูดของตัวเอง
อาเธอร์อมยิ้ม เขาเห็นคู่รักคู่นี้หยอกล้อกันอย่างเป็นธรรมชาติ จึงตอบออกไปในขณะเคี้ยวให้เสียงคล้ายกับที่พ่อพูดออกมา “ใอ่อับ อ่อ”
ปีเตอร์หยุดเคี้ยวชั่วครู่ ทำหน้าประหลาดใจเหมือนเพิ่งรู้ว่าลูกก็ล้อได้เหมือนกัน
“อาเธอร์ !!” ปีเตอร์ตะโกนเสียงดังพร้อมหัวเราะ“ฮ่า ฮ่า” อาเธอร์หัวเราะตอบทันที ความสนุกสนานและเสียงหัวเราะของพ่อลูกดังก้องไปทั่วห้องอาหาร
ซาร่าพยักหน้าอย่างพอใจ พลางลูบหัวอาเธอร์เบาๆ “เห็นมั้ยล่ะ ลูกเราเรียนรู้เร็วเหมือนพ่อเลย” เธอกระซิบกับปีเตอร์ด้วยรอยยิ้ม
หลังจากหัวเราะและสนุกสนานกันเสร็จ ปีเตอร์หันมาพูดเสียงเข้มขึ้นนิดหนึ่งแต่ยังคงอบอุ่น
“เดี๋ยวกินเสร็จ ลูกไปดูคุณลุงไซรัสหน่อยนะ ว่าแกอยากได้อะไรบ้าง แล้วค่อยไปที่กองคาราวานพ่อค้านะ”อาเธอร์พยักหน้า รับคำสั่ง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น เขามองพ่อแม่แล้วคิดในใจว่า การเริ่มต้นวันแบบนี้…แม้จะธรรมดา แต่ก็เป็นเวทมนตร์ที่ทำให้ชีวิตสดใส
เขายกช้อนขึ้นตักไข่ดาวอีกคำ กัดลงไปพร้อมกับขนมปังนุ่มๆ และไส้กรอกกรุบๆ แล้วหัวเราะกับตัวเองเบาๆ รู้สึกว่าทุกสิ่งรอบตัวช่างกลมกล่อมเหมือนอาหารตรงหน้า
เย็นวันนั้น แสงอาทิตย์สุดท้ายของวันค่อย ๆ ลาลับหลังแนวภูเขา แสงสีทองอ่อนทอดผ่านกระจกหน้าต่างของ โรงแรมเหล่ากระต่าย กลิ่นอาหารเย็นจากครัวผสมกับกลิ่นไม้หอมจากเตาผิงสร้างบรรยากาศอบอุ่นเช่นทุกวันประตูไม้ถูกผลักออกอย่างแผ่วเบา อาเธอร์เดินเข้ามาพร้อมเสียงกระดิ่งประตูดัง กริ๊ง— เสียงพูดคุยในบาร์หยุดลงครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงคุ้นเคยตะโกนมาจากเคาน์เตอร์ด้านใน“กลับมาแล้วเหรอ อาเธอร์!” ปีเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส มือยังไม่ละจากการเช็ดแก้วไวน์ “วันนี้ไปช่วยลุงจอร์จกับป้ามาร์ธามาใช่มั้ยลูก?”“ครับ พ่อ งานไปได้ดีเลยครับ ทั้งสามคนขยันมาก ผมเองก็ได้ตกปลาแล้วก็หาของกลับมาทำอาหารกลางวันด้วย”“ฮ่า ฮ่า ดีมากลูกชายคนนี้!” ปีเตอร์หัวเราะเสียงดัง ก่อนจะหยิบซองจดหมายจากใต้เคาน์เตอร์ส่งให้ “แล้วก็… มีจดหมายส่งมาถึงลูกด้วยนะ ดูท่าทางจะสำคัญมากเลยทีเดียว”อาเธอร
เขาเดินต่อไปอีกหน่อยก็พบลำธารสายเล็ก ๆ ที่แยกจากทะเลสาบ น้ำใสจนมองเห็นพื้นทรายละเอียดด้านล่าง ฝูงปลาตัวเล็กสีเงินแหวกว่ายผ่านเท้าไปมาอย่างไม่กลัวคน อาเธอร์นั่งยองลง ใช้มือตักน้ำขึ้นมาล้างหน้า — น้ำเย็นแต่ไม่หนาว ให้ความรู้สึกสดชื่นจนอยากสูดลมหายใจให้เต็มปอดอาเธอร์เดินเลียบลำธารลงไปยังเชิงน้ำตก เสียงน้ำกระทบโขดหินดัง “ซ่าาาา” แผ่วเบาแต่ต่อเนื่อง สายหมอกจากละอองน้ำลอยกระจายไปทั่วพื้นที่ ทำให้ผิวกายรู้สึกเย็นสบายและสดชื่นอย่างน่าประหลาด เขาก้าวเท้าไปตามหินเรียบที่ปกคลุมด้วยตะไคร่สีเขียว แล้วหยุดลงตรงแอ่งน้ำใสที่ปลาสวรรค์กำลังว่ายไปมาแสงแดดลอดผ่านม่านน้ำตกสะท้อนเกล็ดสีรุ้งบนลำตัวปลาสวรรค์ มันงดงามจนแทบไม่กล้าทำร้าย แต่ในใจอาเธอร์กลับรู้ดี — นี่คือของขวัญจากธรรมชาติ ที่จะกลายเป็นอาหารอันแสนอร่อยในวันนี้หลังจากตกปลาได้สองสามตัว เขาก็เก็บสาหร่ายสีเขียวมรกตที่เกาะอยู่ตามหิน และเก็บหินเกลือก้อนเล็ก ๆ ที่ซึมไหลออกมาจากผนังหินด้านข้าง ก่อนจะเดินกลับไปยังลานก่อสร้างที่ลุงจอร์จ ป้ามาร์ธา และลุงทอมส
เสียงหัวเราะครืนใหญ่ดังขึ้นทันที บางคนถึงกับยกเบียร์ขึ้นชนกันเป็นเชิงแซว “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลุงจอร์จของเรานี่ไม่เบาเลยนะ!”อาเธอร์ยิ้มกว้าง เดินเข้าไปในวงแล้วโบกมือให้ “นั่นสิครับ กลิ่นมันอ่อนๆ แต่ติดทนนานดีใช่มั้ยครับ”“ดีมากเลยหลานชาย!” จอร์จหัวเราะเสียงดังพลางตบไหล่อาเธอร์ “ขอบใจมากนะสำหรับยาสระผมเนี่ย ดีจริงๆ พรุ่งนี้ฉันกับป้ามาร์ธาจะไปเริ่มก่อสร้างฟาร์มกันแล้ว ถ้าอยากมาดูมากับเราก็ได้เลยนะ!”“ได้เลยครับ ลุงจอร์จ” อาเธอร์ตอบพร้อมรอยยิ้ม แล้วหันไปหาลุงทอมสันที่ยืนอยู่ข้างๆ “ลุงว่างมั้ยครับ ไปด้วยกันมั้ย เพราะลุงจะรู้เรื่องพวกนี้ดีกว่าผมแน่ๆ”ลุงทอมสันยกเบียร์ในมือขึ้น “จัดไปหลานชาย!”เสียงหัวเราะรอบวงดังขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและมิตรภาพยามค่ำคืน แสงไฟจากตะเกียงแกว่งไห
เขาถอนหายใจหนัก ร่างกายยังมีประกายแสงบาง ๆ เกาะอยู่ตามแขน ปีเตอร์มองลูกชายอย่างปลาบปลื้ม ขณะที่เบียร์ในหม้อทองแดงยังเดือดปุด ๆ — กลิ่นหอมของมอลต์ผสมกับกลิ่นใบไม้สดใหม่ ราวกับธรรมชาติทั้งปวงกำลังเฉลิมฉลองการ “ตื่น” ของสิ่งที่หายไปกว่าศตวรรษซาร่าเดินมาถึงสวนหลังบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่สิ่งที่เห็นทำให้ต้องอ้าปากค้าง—ต้นพืชที่เมื่อเช้ายังเป็นเพียงกอเล็ก ๆ ตอนนี้กลับสูงท่วมหัว ดอกไม้เบ่งบานทั่วบริเวณราวกับเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิในพริบตา แม้กระทั่งต้นสมุนไพรที่เธอปลูกไว้ใช้ในครัวก็ออกผลเต็มต้นจนกิ่งแทบหัก“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย… อาเธอร์!?” เธอร้องถามเสียงหลง“คือว่า... ผมไม่รู้เหมือนกันครับแม่ อยู่ดี ๆ ก็เกิดแสงสีเขียว แล้วพ่อก็บอกว่าผมมีพลังธาตุพืชพรรณ... แล้ว—”อาเธอร์พูดยังไม่ทันจบ เสียง “ตุ้บ!” ก็ดังขึ้นข้างหลัง ปีเตอร์ผู้เป็นพ่อ ล้มพับไปนอนตะแคงอยู่ข้างหม้อเบียร์ที่ยังอุ่นควัน“พ่อ!?”
หลังจากวุ่นวายหลายวันติดต่อกัน วันนี้อาเธอร์ตัดสินใจพักสบายๆ อยู่ที่บ้าน ช่วยงานที่ร้านตามปกติ หลังจากทำกิจกรรมยามเช้าของที่ร้านเรียบร้อย อาเธอร์ก็มาช่วยพ่อของเขาหมักเบียร์ภายในโรงเรือนเล็กด้านหลังบ้าน กลิ่นหอมหวานของมอลต์ลอยอ้อยอิ่งในอากาศ เสียงน้ำเดือดปุด ๆ ดังคลออยู่กับเสียงนกร้องนอกหน้าต่าง ปีเตอร์ยกถังไม้โอ๊กใบใหญ่ขึ้นวางบนโต๊ะ หันไปยิ้มให้ลูกชายที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมผ้าขนหนูพาดบ่า“อ้าว อาเธอร์ วันนี้มาช่วยพ่อหมักเบียร์เหรอ?” ปีเตอร์กล่าวพลางยกแขนเสื้อขึ้นเหนือข้อศอก“ป่าวครับ มาดูเฉย ๆ” อาเธอร์ยิ้มเจ้าเล่ห์ “เผื่อจะได้แอบจดสูตรไปเปิดร้านแข่งกับพ่อบ้าง”“ฮ่า ๆ ๆ ถ้าเบียร์ลูกอร่อยกว่าพ่อจริง พ่อจะยอมกราบเลย” ปีเตอร์หัวเราะร่า ก่อนหยิบช้อนยาวไม้เนื้อแข็งขึ้นมา คนของเหลวในหม้อทองแดงที่ตั้งอยู่บนเตาไฟอาเธอร์มองอย่างสนใจ กลิ่นหอมของข้าวบาร์เลย์คั่วผสมกับฮ็อปส์ลอยอวลในอากาศจนรู้สึกมึนเล็กน้อย“ขั้นตอนน
อาเธอร์เจอคุณลุงทอมสันกำลังนั่งจิบเบียร์พอดี มือหนึ่งถือแก้วเบียร์ฟองฟู อีกมือโยกตามจังหวะเพลงที่ไม่มีใครได้ยิน เขาหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ยังคงรอยยิ้มใจดีตามแบบฉบับคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน จึงบอกกับลุงทอมสันไปว่า “คุณลุงครับ เด๋วพรุ่งนี้ช่วงสายๆ ผมแวะเข้าไปหาแล้วคุยเรื่องวัตถุดิบนะครับ”“อืมมม ได้เลย... หลานร๊ากกกกก” ลุงทอมสันลากเสียงยาวอย่างคนเมาเต็มที่ ก่อนหัวเราะเสียงดัง ฮะๆๆ แล้วจู่ ๆ ก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะหลับสนิทไปเฉย ๆอาเธอร์หัวเราะเบา ๆ “เฮ้อ... ลุงทอมสันนี่ทุกทีเลยนะ” เขาช่วยขยับแก้วเบียร์ให้ห่างจากมือของลุง แล้วค่อยเดินเข้าบ้านอย่างเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้ใครตื่นหลังจากพักผ่อนเต็มที่ ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาตลอดสัปดาห์ดูเหมือนจะค่อย ๆ จางหายไป เจ็ดวันที่ผ่านมา ยาวนานกว่าสิบสี่ปีที่ผ่านมาเสียอีก เหนื่อยเหลือเกินเช้านี้อากาศสดชื่น ลมจากภูเขาพัดเอากลิ่นหอมของดินชื้นและหมอกบาง ๆ อาเธอร์เดินตรงไปยังริมน้ำ ที่นั่น… ลุงทอมสันกำลังนั่งขัดอวนอย่างใจเย็น ข้างตัวมีถังไม้ใบใหญ่ที่ข้างในมีปลาเงินเลื่อมสะท้อนแดดยามเช้า“คุณลุงครับ เรื่องวัตถุดิบอะครับ” อาเธอร์ทักพร้อมยกมือไหว้ “ผมอยากวานค




![I'll follow Apollo [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


